โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ฟีเจอร์ใบเสนอราคา

ใบเสนอราคา เป็นจุดเริ่มต้นของการขายใช้แจ้งราคาให้ลูกค้า และใบเสนอราคายังเป็นตัวบ่งบอกได้ว่าธุรกิจเรามีความน่าเชื่อมากน้อยแค่ไหน

หมดปัญหาไม่ต้องรอใบเสนอราคาอีกต่อไป เพราะสามารถสร้างได้ด้วยตัวเองจากที่ไหนก็ได้ แก้ไขข้อมูลให้ตรงความต้องการลูกค้าได้ ไม่รู้ว่าเซลล์คนไหนเสนอราคาได้เท่าไหร่สำเร็จเท่าไหร่ เสนอราคาไปแต่ติดตามไม่ได้

ออกใบเสนอราคาด้วย PEAK ดีอย่างไร

ปรับแต่งใบเสนอราคาได้หลากหลายรูปแบบ

รองรับสองภาษา

รองรับทั้งสินค้าและบริการ

ติดตามใบเสนอราคาที่สำเร็จและไม่สำเร็จได้

แบ่งใบเสนอราคาตามช่องทาง เซลล์ หรือสาขาได้

จุดเด่นของฟีเจอร์ใบเสนอราคาในโปรแกรมบัญชีออนไลน์

โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ใบแจ้งหนี้ ใบวางบิล

ใบแจ้งหนี้ ใบวางบิล เป็นเอกสารที่ใช้สำหรับเรียกเก็บเงินจากลูกค้า

หมดปัญหาการเรียกเก็บเงินที่ยุ่งยาก การติดตามสถานะการจ่ายเงิน การแบ่งชำระเงินจากลูกค้า การรวมเอกสารทั้งหมดและจ่ายทีเดียว การหักหนี้การเพิ่มหนี้

สร้างใบแจ้งหนี้ ใบวางบิลด้วย PEAK ดีอย่างไร

ปรับแต่งใบแจ้งหนี้ ใบวางบิลได้หลากหลายรูปแบบ

รองรับสองภาษา

รองรับทั้งสินค้าและบริการ

รองรับการแบ่งชำระ รวมชำระได้

สามารถกำหนด Tax point ได้ตามการประกอบธุรกิจ

ติดตามสถานะการจ่ายเงินหรือยอดหนี้ทั้งหมดได้

จุดเด่นของฟีเจอร์ใบแจ้งหนี้ ใบวางบิลในโปรแกรมบัญชีออนไลน์

โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ใบเสร็จรับเงิน

ใบเสร็จรับเงิน เป็นเอกสารที่ออกให้ลูกค้าเพื่อเป็นหลักฐานว่าลูกค้าได้มีการชำระเงินแล้วจริง

หมดปัญหาการสร้างใบเสร็จที่ยุ่งยาก การจับคู่ใบเสร็จกับใบแจ้งหนี้ การแบ่งชำระ การชำระเงินหลากหลายช่องทาง การส่งเอกสารให้ลูกค้า

สร้างใบเสร็จรับเงิน ด้วย PEAK ดีอย่างไร

ปรับแต่งใบเสร็จรับเงิน ได้หลากหลายรูปแบบ

รองรับสองภาษา

รองรับช่องทางการชำระหลากหลายรูปแบบ

รองรับการแบ่งชำระ

สามารถส่งเอกสารผ่าน e-mail หรือลิงค์เอกสารให้ลูกค้าได้

ติดตามสถานะการจ่ายเงินหรือยอดหนี้ทั้งหมดได้

จุดเด่นของฟีเจอร์ใบเสร็จรับเงินในโปรแกรมบัญชีออนไลน์

โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ใบกำกับภาษี

ใบกำกับภาษี คือ เอกสารหลักฐานที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม มีหน้าที่ต้องจัดทำและออกให้แก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ

หมดปัญหาการสร้างใบกำกับภาษีที่มี Tax point แตกต่างกัน รายละเอียดไม่ครบถ้วนในเอกสาร หรือ การเตรียมรายงานใบกำกับภาษี

สร้างใบกำกับภาษี ด้วย PEAK ดีอย่างไร

กำหนด Tax point ให้อัตโนมัติตามกฎหมาย ในรูปแบบธรุกิจมาตราฐาน

สามารถกำหนด Tax point ได้เองตามรูปแบบธุรกิจเฉพาะ

รองรับการเชื่อมต่อ e-Tax invoice by e-mail

รองรับการเชื่อมต่อ e-Tax invoice & e-Receipt

จุดเด่นของฟีเจอร์ใบกำกับภาษีในโปรแกรมบัญชีออนไลน์

โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์

ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ คือใบกำกับภาษีในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถนำมาใช้เป็นเอกสารสำคัญทางธุรกิจและทางภาษีได้

หมดปัญหาการจัดเก็บสำเนา การส่งเอกสารใบกำกับภาษี การยื่นและรวบรวมข้อมูล

ออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ดีอย่างไร

ลดการใช้กระดาษ ประหยัดต้นทุน

ลดขั้นตอนการทำงาน

รองรับการเชื่อมต่อ e-Tax invoice by e-mail

รองรับการเชื่อมต่อ e-Tax invoice & e-Receipt

จุดเด่นของฟีเจอร์ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ในโปรแกรมบัญชีออนไลน์

โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ฟีเจอร์รับชำระเงินออนไลน์

การรับชำระเงินออนไลน์ คือการที่ระบบจะออโต้เจน QR Code สำหรับการรับชำระเงินของรายการนั้นๆมาให้ลูกค้าสามารถสแกนเพื่อสำหรับเงินได้

หมดปัญหาการตรวจสอบการชำระเงินว่าชำระแล้วหรือยัง หรือการส่งหลักฐานการชำระเงินที่ยุ่งยากเสี่ยงต่อการปลอมแปลงเอกสาร

รับชำระเงินออนไลน์ ด้วย PEAK ดีอย่างไร

เชื่อมต่อ SCB QR Payment

ตรวจสอบการชำระเงินได้ทันที

ไม่ต้องกังวลเรื่องการปลอมแปลงเอกสาร

จุดเด่นของฟีเจอร์รับชำระเงินออนไลน์ในโปรแกรมบัญชีออนไลน์

โปรแกรมบัญชีออนไลน์ คลังเอกสาร

คลังเอกสาร และตัวช่วยคีย์เอกสารอัตโนมัติ คือที่จัดเก็บเอกสารในระบบ PEAK Account และสามารถใช้เทคโนโลยี OCR เพื่อสร้างเอกสารให้อัตโนมัติ

หมดปัญหาการจัดเก็บเอกสาร เอกสารหาย และการคีย์เอกสารบางประเภท

คลังเอกสารและตัวช่วยคีย์อัตโนมัติ บน PEAK ดีอย่างไร

จัดเก็บเอกสารไว้ในระบบป้องกันข้อมูลสูญหาย

ค้นหาเอกสารได้ง่าย

ลดเวลาการทำงาน

จุดเด่นของฟีเจอร์คลังเอกสารในโปรแกรมบัญชีออนไลน์

โปรแกรมบัญชีออนไลน์ สต็อกสินค้า

สต็อกสินค้าของ PEAK Account คือระบบจัดการสินค้าออนไลน์ที่ทำให้คุณทราบถึงยอดคงเหลือ ต้นทุนของสินค้า และการเคลื่อนไหวของสินค้า

หมดปัญหาการไม่ทราบยอดคงเหลือ ไม่ทราบต้นทุนของสินค้าที่ขาย ไม่รู้ว่าซื้อหรือขายไปเท่าไหร่แล้ว

สต็อกสินค้า บน PEAK ดีอย่างไร

รู้ทุกการเคลื่อนไหวของสินค้ารวมถึงยอดคงเหลือ

ปรับปรุงรายการได้

รองรับต้นทุนทั้งแบบต่อเนื่องและสิ้นงวด

รองรับวิธี เข้าก่อนออกก่อน (FI-FO)

มีรายงานสินค้าคงเหลือ รายการการเคลื่อนไหว รายงานยอดขายตามสินค้า

จุดเด่นของฟีเจอร์สต็อกสินค้าในโปรแกรมบัญชีออนไลน์

โปรแกรมบัญชีออนไลน์ รายงานทางการเงิน

รายงานทางการเงิน คือรายงานเกี่ยวกับการเงินและบัญชีที่ช่วยให้คุณสามารถวิเคราะห์ธุรกิจของคุณ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หมดปัญหาการจัดทำรายงานทางการเงินที่ยุ่งยากและมีความซับซ้อน และหมดปัญหารายงานไม่อัพเดทหรือไม่ครบถ้วน

สร้างรายงานทางการเงิน ด้วย PEAK ดีอย่างไร

รู้ทุกการเคลื่อนไหวของธุรกิจ

สร้างงานแค่ไม่กี่คลิ้ก

เป็นรายงาน Real – Time เห็นตัวเลขทันที

มีรายงานทางการเงินครบถ้วนสามารถนำข้อมูลไปยื่นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เลย

มีรายงานวิเคราะห์ตัวเลขสำหรับผู้บริหารโดยเฉพาะ

จุดเด่นของฟีเจอร์รายงานทางการเงินในโปรแกรมบัญชีออนไลน์

โปรแกรมบัญชีออนไลน์ เชื่อมต่อกับโปรแกรมอื่น

การเชื่อมต่อกับโปรแกรมอื่นด้วย API จะทำให้การทำงานของคุณมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพราะคุณสามารถใช้โปรแกรมที่สะดวกแกการทำงานและมาลงบัญชีที่ PEAK ได้อย่างไร้รอยต่อ

หมดปัญหาการทำงานซ้ำซ้อน ปัญหาข้อมูลตกหล่นเอกสารสูญหายคีย์ข้อมูลไม่ครบ

เชื่อมต่อโปรแกรมอื่นกับ PEAK ดีอย่างไร

ลดการทำงานที่ซ้ำซ้อน

เชื่อมต่อกับร้านค้าออนไลน์อย่าง Shopee lazada LINE shopping ได้

สร้างการลงบัญชีให้อัตโนมัติ

ข้อมูลไม่ตกหล่นตรวจเช็คได้ง่าย

จุดเด่นของฟีเจอร์เชื่อมต่อ API กับโปรแกรมอื่นในโปรแกรมบัญชีออนไลน์

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฟีเจอร์บน PEAK Account โปรแกรมบัญชีออนไลน์

1 แพ็กเกจ สามารถใช้งานได้ 1 กิจการ โดย 1 กิจการสามารถมีผู้ใช้งานได้ 1-10 user ตามแพ็กเกจที่เลือกใช้

ไม่ต้องห่วงครับ เรามีคลิปวีดีโอ และคู่มือ พร้อมทั้งนัดสอนการใช้งานแบบส่วนตัวฟรี สำหรับผู้ใช้งานทุกท่าน นอกจากนี้คุณยังสามารถสอบถามเข้ามาที่ทีมเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาการใช้งานของเราที่หน้าโปรแกรมซึ่งให้บริการทุกวันไม่มีวันหยุด

เพื่อลดเวลาในการทำงานของคุณ การนำข้อมูลเข้า PEAKAccount สามารถทำได้ทั้งการคีย์ทีละรายการ นำเข้าทีละหลายรายการด้วย excel หรือนำเข้าแบบอัตโนมัติด้วยการเชื่อมต่อ API

ระบบสามารถออกใบกำกับภาษีได้ครับ ทั้งใบเเจ้งหนี้/ใบกำกับภาษี ใบเสร็จ/ใบกำกับภาษี หรือจะเป็นใบกำกับภาษีเดี่ยวๆ รวมไปถึงใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ผ่านทางอีเมล (E-Tax Invoice by Email) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice & e-Receipt) ซึ่งมีค่าใช้จ่ายตาม service provider ที่ผู้ใช้งานเลือกใช้

ผลิตภัณท์ของ PEAK

PEAK Account
โปรแกรมบัญชีออนไลน์

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

PEAK Payroll
โปรแกรมเงินเดือนออนไลน์

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

PEAK Board
โปรแกรมวิเคราะห์ธุรกิจ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

PEAK Asset
โปรแกรมบริหารจัดการสินทรัพย์

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

PEAK Tax
โปรแกรมการจัดการภาษีออนไลน์

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

Line @PEAKConnect
ใช้งานโปรแกรมผ่านไลน์

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

บทความน่ารู้

เอกสารธุรกิจและบัญชี

PEAK Account

10

min

รู้จัก 3 ประเภทเอกสารธุรกิจ พร้อมวิธีจัดเก็บให้เป็นระบบ

เอกสารธุรกิจเป็นส่วนสำคัญของการบริหารกิจการ โดยเฉพาะเอกสารทางบัญชีที่เกี่ยวข้องกับรายรับ รายจ่าย และภาษี หากจัดการไม่ถูกต้องอาจนำไปสู่ความเสี่ยงทางการเงินและกฎหมาย บทความนี้สรุป 3 ประเภทเอกสารธุรกิจทางบัญชีที่ผู้ประกอบการต้องรู้จัก พร้อมตัวอย่างการใช้งานและแนวทางจัดเก็บให้เป็นระบบ เอกสารธุรกิจสำคัญอย่างไร? เอกสารธุรกิจทำหน้าที่เป็น “หลักฐานทางกฎหมาย” และ “เครื่องมือวางแผนการเงิน” ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากการถูกฟ้องร้อง ยืนยันความโปร่งใสต่อกรมสรรพากร และช่วยให้เจ้าของกิจการเห็นภาพรวมของกำไรที่แท้จริง 3 ประเภทเอกสารธุรกิจที่ผู้ประกอบการควรรู้จัก เอกสารธุรกิจสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ตามวัตถุประสงค์ในการใช้งาน ได้แก่ การป้องกันความเสี่ยง การเงิน และภาษี 1. เอกสารกลุ่มเอกสารป้องกันความเสี่ยง เอกสารกลุ่มนี้ช่วยลดความเสี่ยงจากข้อพิพาท ความเข้าใจผิด และปัญหาทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการทำธุรกิจ สำหรับผู้ประกอบการ เอกสารประเภทนี้มีความสำคัญเป็นอย่างมาก และจำเป็นต้องจัดเก็บเอกสารให้ดี เพราะหากมีปัญหาเกิดขึ้น เอกสารเหล่านี้จะสามารถนำมาใช้เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้นั่นเอง 2. กลุ่มเอกสารหลักฐานทางการเงิน เอกสารกลุ่มนี้เป็นหลักฐานที่ใช้บันทึกบัญชี ตรวจสอบต้นทุน และกระทบยอดเงินฝากธนาคาร แบ่งเป็น 3 ส่วนสำคัญ: เอกสารด้านรายรับ รูปแบบแรกหลายธุรกิจน่าจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี กับเอกสารที่เกี่ยวข้องกับรายรับ ที่มีตั้งแต่ขั้นตอนการเรียกเก็บเงินไปจนถึงหลังจากได้รับเงินแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ซึ่งเอกสารเหล่านี้ล้วนมีความสำคัญและสามารถใช้เป็นหลักฐานประกอบการบันทึกบัญชี หรือเป็นหลักฐานที่ใช้ประกอบแบบยื่นได้ เอกสารด้านรายจ่าย สำหรับเอกสารธุรกิจด้านรายจ่ายก็มีความจำเป็นไม่แพ้กัน ซึ่งเอกสารรายจ่ายไม่เพียงแต่ใช้เป็นหลักฐานอย่างเดียว แต่ยังสามารถใช้อ้างอิงเพื่อดูตัวเลขต้นทุนที่แท้จริงของบริษัท เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของการบันทึกบัญชี และใช้ควบคุมค่าใช้จ่ายได้ โดยเอกสารด้านรายจ่ายประกอบไปด้วย หลักฐานการเงิน สำหรับรูปแบบสุดท้ายที่ใช้เป็นหลักฐานทางการเงิน คือ เอกสารที่ใช้ประกอบการยืนยันความถูกต้องอย่าง ซึ่งสามารถใช้เปรียบเทียบกับการบันทึกบัญชีเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของรายรับรายจ่ายของบริษัทว่าตรงกับรายงานจากธนาคารหรือไม่ ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญในขั้นตอนการกระทบยอดของบัญชี 3. กลุ่มเอกสารประกอบข้อมูลภาษี เอกสารกลุ่มนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการยื่นแบบและการตรวจสอบจากกรมสรรพากร หากจัดเก็บไม่ครบ อาจทำให้เสียสิทธิทางภาษีหรือถูกประเมินย้อนหลัง 3 เคล็ดลับจัดเก็บเอกสารธุรกิจให้เป็นระบบ การจัดเก็บเอกสารอย่างเป็นระบบช่วยลดความเสี่ยงเอกสารสูญหาย และทำให้ค้นหาได้ง่ายเมื่อจำเป็นต้องใช้งาน 1. คัดและจัดหมวดหมู่ประเภทของเอกสารให้ชัดเจน วิธีแรกควรเริ่มต้นจากการคัดแยกเอกสาร และจัดประเภทหมวดหมู่ให้ชัดเจน เอกสารไหนที่ไม่มีความจำเป็นเก็บ เราแนะนำให้ทิ้งหรือทำลายเพื่อป้องกันความซับซ้อนยุ่งยากในการเก็บเอกสารธุรกิจ หลังจากคัดแยกเรียบร้อย แนะนำให้จัดประเภทหมวดหมู่ แยกเอกสารที่เกี่ยวข้องกับบัญชี ออกจากเอกสารอื่น ๆ เช่น ฝ่ายบุคคลหรือการตลาด หลังจากนั้นจึงแยกอย่างละเอียดอีกขั้นตอน อาจอ้างอิงประเภทเอกสารจากที่เราแนะนำให้บทความนี้ได้เช่นกัน  การจัดเก็บอย่างเป็นหมวดหมู่จะช่วยให้สามารถค้นหาเอกสารได้ง่ายขึ้น และป้องกันเอกสารสูญหายจากการปะปนไปกับเอกสารอื่นที่เกิดจากการจัดเก็บผิดประเภทได้อีกด้วย 2. ใช้ระบบตัวเลขในการจัดเก็บเอกสาร นอกจากการจัดหมวดหมู่เพียงอย่างเดียวแล้ว สามารถจัดเก็บเอกสารด้วยการนำระบบตัวเลขเข้ามาใช้ คล้ายกับห้องสมุด ช่วยให้สามารถค้นหาเอกสารได้ง่าย และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น แนะนำให้ใช้ควบคู่กับการจัดหมวดหมู่เพื่อความสะดวกในการปรับใช้ระบบตัวเลข 3. ใช้โปรแกรมบัญชีในการจัดเก็บเอกสาร นอกจากการจัดเก็บเอกสารที่เป็นกระดาษจริงแล้ว การเก็บไฟล์เอกสารก็เป็นเรื่องยุ่งยากไม่แพ้กัน แต่ในปัจจุบันที่หลายหน่วยงานเริ่มปรับตัวให้ยื่นแบบผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น ไฟล์เอกสารธุรกิจจึงมีความจำเป็นไม่แพ้กัน การใช้โปรแกรมบัญชีที่มีระบบคลังเอกสาร ก็ช่วยให้จัดการระบบได้ง่ายขึ้น สามารถเรียกดูไฟล์อ้างอิงในการบันทึกบัญชีได้อย่างรวดเร็ว ให้การเก็บเอกสารธุรกิจทางบัญชีเป็นเรื่องง่าย ด้วยโปรแกรมบัญชี PEAK โปรแกรมบัญชี PEAK ไม่เพียงแค่ช่วยจัดการระบบบัญชีเพียงอย่างเดียว แต่ด้วยฟีเจอร์ File Vault ทำหน้าที่เป็นคลังเก็บเอกสารธุรกิจ จัดการได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น นอกจากนี้ PEAK เองยังสามารถออกเอกสารได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี โปรแกรมเดียวจัดการเรื่องเอกสารและบัญชีได้ครบวงจร! ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

เจ้าของกิจการตรวจเอกสารค่าใช้จ่าย

PEAK Account

15

min

เอกสารค่าใช้จ่าย ต้นตอปัญหาด้านภาษี ที่เจ้าของกิจการคาดไม่ถึง

เมื่อเกิดค่าใช้จ่ายในการทำธุรกิจทุกครั้งต้องมีหลักฐาน ที่เราเรียกรวม ๆ กันว่า เอกสารค่าใช้จ่าย เพราะหากไม่มีเอกสารเหล่านี้ อาจส่งผลเสียต่อธุรกิจได้มากกว่าที่คุณคิด ในบทความนี้เราจะพาทุกท่านมาดูถึงความสำคัญว่าทำไมทุกธุรกิจต้องเก็บเอกสารค่าใช้จ่ายให้ดี! เอกสารค่าใช้จ่าย คืออะไร เอกสารค่าใช้จ่าย คือ เอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายของธุรกิจ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหลักฐานยืนยันการเกิดขึ้นของค่าใช้จ่าย หรือหลักฐานการชำระเงินของธุรกิจ โดยเอกสารค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะใช้ในการบันทึกบัญชี หรือใช้ในการคำนวณภาษี เอกสารค่าใช้จ่ายสำคัญอย่างไรกับธุรกิจ เอกสารค่าใช้จ่าย มีความสำคัญต่อธุรกิจเป็นอย่างมาก เพราะเป็นหลักฐานในการชำระเงิน การมีอยู่ของเอกสารค่าใช้จ่าย จะช่วยยืนยันได้ว่าใครเป็นผู้รับเงิน และสามารถนำรายจ่ายดังกล่าวมาคำนวณภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล เพราะหากไม่มีเอกสารเหล่านี้ ต่อให้พนักงานบัญชีทำการลงบัญชีทุกค่าใช้จ่าย แต่ไม่มีหลักฐาน ก็ไม่สามารถคำนวณภาษีได้ ซึ่งรวมไปถึงเอกสารด้านภาษีมูลค่าเพิ่ม ดังนั้นเจ้าของธุรกิจจึงต้องให้ความสำคัญความสมบูรณ์ และน่าเชื่อถือของเอกสารด้วย ปัญหาที่เจ้าของกิจการพบบ่อยเกี่ยวกับเอกสารค่าใช้จ่าย ในการดำเนินธุรกิจ เจ้าของกิจการหลายท่านอาจเคยเจอปัญหาเกี่ยวกับเอกสารค่าใช้จ่ายมาพอสมควร เพราะใช้ว่าทุกธุรกิจที่เราซื้อขายด้วยจะสามารถออกบิล หรือหลักฐานเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายให้เราได้เสมอ หรือใช้เวลาในการออกเอกสารเนื่องจากไม่มีระบบที่รองรับ ซึ่งปัญหาที่มักพบคือ ซึ่งปัญหานี้หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องเล็ก แต่ถ้าพูดถึงในด้านภาษี หากไม่มีหลักฐานการใช้จ่ายที่ครบถ้วนก็ไม่สามารถนำมาคำนวณภาษีต่อได้ ส่งผลให้ธุรกิจเสียโอกาสในการลดต้นทุนของธุรกิจโดยใช่เหตุ ตัวอย่างการคำนวณภาษี ในกรณีที่ไม่มีหลักฐานเอกสารค่าใช้จ่าย ถึงแม้จะเป็นค่าใช้จ่ายที่ลงบันทึกบัญชี (เรียกว่าค่าใช้จ่ายทางบัญชี) หากไม่มีเอกสารค่าใช้จ่าย ทางภาษีจะไม่ยอมรับเป็น “ค่าใช้จ่ายทางภาษี” ไม่สามารถนำมาคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล เพราะค่าใช้จ่ายที่สามารถนำมาคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลต้องเป็น “ค่าใช้จ่ายทางภาษี” ไม่ใช่ “ค่าใช้จ่ายทางบัญชี” ยกตัวอย่างเช่น บริษัท A มีรายได้รวม 200,000 บาท และมีค่าใช้จ่ายทางบัญชี (ที่บันทึกในบัญชี) รวมทั้งหมด 150,000 บาท แต่มีหนึ่งยอดจำนวน 50,000 บาทที่ไม่มีเอกสารค่าใช้จ่ายประกอบ ทำให้ “ค่าใช้จ่ายทางภาษี” เป็น 100,000 บาท ยกตัวอย่างการคำนวณ กรณีไม่มีเอกสาร 200,000 – 100,000 (ไม่นำ 50,000 มาคำนวณ) = 100,000 บาท คำนวณภาษีกรณีมีอัตรา 20% 100,000 x 20% = 20,000 บาท ดังนั้นในกรณีที่ธุรกิจไม่มีเอกสารค่าใช้จ่ายของยอด 50,000 บาทดังกล่าวจะต้องชำระภาษี 20,000 บาท แต่ในกรณีที่มีเอกสารค่าใช้จ่ายของยอด 50,000 บาท จึงนับเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษี สามารถนำมาคำนวณได้ ทำค่าใช้จ่ายทางภาษีกลายเป็น 150,000 บาท ยกตัวอย่างการคำนวณ กรณีมีเอกสารครบ 200,000 – 150,000 = 50,000 บาท คำนวณภาษีกรณีมีอัตรา 20% 50,000 x  20% = 10,000 บาท เห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าถ้ามีเอกสารค่าใช้จ่ายของยอดที่หายไป ธุรกิจจะเสียภาษีน้อยลงถึง 10,000 บาท จากการคำนวณนี้ เจ้าของกิจการน่าจะพอเห็นภาพกันมากขึ้นถึงความสำคัญของการจัดเก็บเอกสารค่าใช้จ่ายให้ครบถ้วน ดังนั้นเจ้าของกิจการควรให้ความสำคัญกับเอกสารค่าใช้จ่าย เพื่อไม่ให้เสียโอกาสทั้งในด้านภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม เอกสารค่าใช้จ่ายแบบไหนใช้สิทธิทางภาษีได้บ้าง สำหรับเอกสารค่าใช้จ่ายที่สามารถใช้สิทธิทางภาษีได้ เราขอแบ่งออกเป็น เอกสารด้านภาษีเงินได้นิติบุคคลและ เอกสารด้านภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยแต่ละประเภทจะมีเอกสารดังนี้ ด้านภาษีเงินได้นิติบุคคล ใบเสร็จรับเงิน ใบเสร็จรับเงิน คือ เอกสารแสดงค่าใช้จ่ายที่ใช้เป็นหลักฐานว่าผู้ขายได้รับเงินเรียบร้อยแล้ว ซึ่งในใบเสร็จรับเงินที่สามารถนำไปใช้สิทธิทางภาษีได้ต้องมีข้อมูลดังนี้ บิลเงินสด ใช้เป็นหลักฐานแสดงการชำระเงินเช่นเดียวกับใบเสร็จรับเงิน แต่จะมีค่าเป็นทางการน้อยกว่า โดยข้อมูลสำคัญที่ต้องมีในบิลเงินสดประกอบไปด้วย ใบสำคัญจ่าย ใบสำคัญจ่ายเป็นเอกสารค่าใช้จ่ายที่ออกโดยผู้ซื้อ (ผู้จ่ายเงิน) เพื่อเป็นหลักฐานแนบในกรณีที่ในใบเสร็จรับเงินระบุชื่อผู้ซื้อเป็นชื่ออื่น ซึ่งการแนบหลักฐานนี้เพื่อที่จะยืนยันว่ากิจการเป็นผู้ชำระเงินในใบเสร็จดังกล่าวจริง ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน (กรณีที่กฎหมายยอมรับ) ในกรณีที่ไม่สามารถขอใบเสร็จรับเงินจากผู้ขายได้ เช่น ซื้อสินค้าจากร้านขายของชำ ที่เจ้าของร้านไม่สะดวกออกเอกสาร โดยผู้จ่ายเงินสามารถออกใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงินแทนได้ ด้านภาษีมูลค่าเพิ่ม ใบกำกับภาษี (เต็มรูป) ใบกำกับภาษี คือ เอกสารที่ออกโดยผู้รับเงินที่จดทะเบียนมูลค่าเพิ่ม ซึ่งใบกำกับภาษีที่ถูกต้องสามารถใช้สิทธิทางภาษีได้ ประกอบไปด้วยข้อมูลดังนี้ ดังนั้นธุรกิจควรที่จะเก็บเอกสารเหล่านี้ไว้ให้ครบถ้วน ไม่ว่าค่าใช้จ่ายจะเป็นยอดเล็กน้อย หรือเป็นก้อนใหญ่ เพื่อให้ไม่เสียโอกาสในการหักลบภาษีที่ต้องชำระในแต่ละปี  เคล็ดลับการออกเอกสารค่าใช้จ่าย และจัดระเบียบเอกสารด้วยโปรแกรมบัญชี PEAK เพื่อให้เจ้าของกิจการไม่เสียโอกาสเพราะไม่มีวิธีการจัดการกับเอกสารค่าใช้จ่ายอย่างถูกวิธี เรามีเคล็ดลับที่ทำตามได้ง่าย ๆ มาฝากกัน ออกเอกสารด้วยโปรแกรมบัญชี PEAK การปรับใช้โปรแกรมบัญชี PEAK ในการทำธุรกิจ นอกจากการจัดการบัญชีให้เป็นระบบ ยังสามารถออกเอกสารที่ใช้เป็นหลักฐานควบคู่กับเอกสารค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นการออกใบสำคัญจ่าย หรือใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน ที่สามารถใช้เป็นหลักฐาน ในกรณีที่ไม่สามารถเรียกใบเสร็จรับเงินจากผู้ขายได้  ซึ่งโปรแกรมบัญชี PEAK มาพร้อมฟีเจอร์ให้คุณบันทึกค่าใช้จ่าย พิมพ์ใบสำคัญจ่าย ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน หรือใบรับสินค้าได้ โดยสามารถทำตามขั้นตอนในคู่มือได้ที่นี่ จัดเก็บเอกสารค่าใช้จ่ายด้วยโปรแกรมบัญชี PEAK  นอกจากการออกเอกสารที่ใช้เป็นหลักฐานแล้ว การจัดเก็บเอกสารค่าใช้จ่ายให้ดีตั้งแต่เริ่มต้นก็ช่วยสร้างความมั่นใจ ลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาด และเสียโอกาสทางธุรกิจไปได้ ซึ่งโปรแกรมบัญชี PEAK มาพร้อมฟังก์ชัน คลังเอกสาร ให้สามารถจัดเก็บเอกสารรายจ่ายได้อย่างเป็นระบบ สามารถศึกษาการใช้งานได้ที่นี่ เอกสารค่าใช้จ่ายสำคัญ ช่วยลดต้นทุนทางภาษีของธุรกิจ น่าจะพอเห็นภาพถึงความสำคัญของ เอกสารค่าใช้จ่าย กันมากขึ้นแล้ว เพราะหากไม่มีการจัดเก็บที่ดี อาจทำให้ธุรกิจเสียโอกาส เสียภาษีเยอะเกินกว่าที่ควรได้ ดังนั้นเจ้าของกิจการควรให้ความสำคัญในส่วนนี้ให้มากขึ้น อาจเริ่มต้นจากการวางระบบเก็บเอกสาร หรือขอเอกสารค่าใช้จ่ายจากผู้ขายทุกครั้ง นอกจากนี้การใช้โปรแกรมบัญชี PEAK ก็ไม่เพียงแค่ช่วยในเรื่องของเอกสารรายจ่ายอย่างเดียว แต่ยังช่วยจัดการระบบบัญชีได้อย่างครบวงจร เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพื่อลดต้นทุนทางภาษีของธุรกิจ ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

Update Function PEAK 14/01/2026

PEAK Account

3

min

Update Function PEAK 14/01/2026

PEAK with the new function designed to enhance efficiency. 1. Updated default values and maximum ceiling for Social Security Fund to support calculations in accordance with the 2026 announcement. Suitable for: PEAK Payroll users Highlight: The system automatically updates the default values and maximum ceiling for employee/employer contributions to 875 THB, in line with the new 2026 social security ceiling. This ensures payroll calculations comply with the latest regulations without manual setup. Note: 2. Added an option to show or hide archived products/services on the report export page, allowing more accurate product reports. Suitable for: Users who need accurate product/service reports Highlight: The system now sets “exclude archived products/services” as the default option when generating reports. This makes reports clearer and more focused on actively used items. Note: 3. Improved display when selecting billing notes or payment summaries by showing the number of documents and the total amount, making it easier to review document values. Suitable for: Users who need to verify the total amount and number of documents before creating Billing Notes or Combined Payment Note Highlight: The system displays the total value of all selected documents on the pre-creation screen for Billing Notes or Combined Payment Note, and continuously shows the total in the bottom tab while selecting documents. This makes it easier and more reliable to verify totals before creating documents. Note: 4. Automatically adjusted the display of the business name in English when emailing documents from the Income & Expense menu, ensuring standardized documents and reducing manual edits. Suitable for: Users who operate the system and send emails in English Highlight: When using PEAK in English, the system will automatically display the business name in English when sending emails. This includes the email subject, sender information, and payment details—ensuring consistency and reducing manual edits. Note: 5. Updated menu navigation on Old PEAK to redirect actions to New PEAK, making it easier to record data on New PEAK. Suitable for: Old PEAK usersHighlight: The system has disabled creating, editing, and deleting documents on Old PEAK to ensure all critical business data is managed in a single system. Users can still view data as usual, but any menu related to data modification will redirect to New PEAK. Menus with editing disabled: Access New PEAK at: 6. Added an option to hide certain fields on the Income/Expense document creation page, simplifying document creation and reducing unnecessary information. Suitable for: Users creating a new business Highlight: The system updates the default settings for newly created businesses by hiding Deposit, Notes, Attachments, and Tags. This reduces the amount of information required, simplifies usage, and lowers document complexity. Note:

ฟังก์ชันใหม่แนะนำการใช้งาน

เอกสารธุรกิจและบัญชี

PEAK Account

10

min

รู้จัก 3 ประเภทเอกสารธุรกิจ พร้อมวิธีจัดเก็บให้เป็นระบบ

เอกสารธุรกิจเป็นส่วนสำคัญของการบริหารกิจการ โดยเฉพาะเอกสารทางบัญชีที่เกี่ยวข้องกับรายรับ รายจ่าย และภาษี หากจัดการไม่ถูกต้องอาจนำไปสู่ความเสี่ยงทางการเงินและกฎหมาย บทความนี้สรุป 3 ประเภทเอกสารธุรกิจทางบัญชีที่ผู้ประกอบการต้องรู้จัก พร้อมตัวอย่างการใช้งานและแนวทางจัดเก็บให้เป็นระบบ เอกสารธุรกิจสำคัญอย่างไร? เอกสารธุรกิจทำหน้าที่เป็น “หลักฐานทางกฎหมาย” และ “เครื่องมือวางแผนการเงิน” ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากการถูกฟ้องร้อง ยืนยันความโปร่งใสต่อกรมสรรพากร และช่วยให้เจ้าของกิจการเห็นภาพรวมของกำไรที่แท้จริง 3 ประเภทเอกสารธุรกิจที่ผู้ประกอบการควรรู้จัก เอกสารธุรกิจสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ตามวัตถุประสงค์ในการใช้งาน ได้แก่ การป้องกันความเสี่ยง การเงิน และภาษี 1. เอกสารกลุ่มเอกสารป้องกันความเสี่ยง เอกสารกลุ่มนี้ช่วยลดความเสี่ยงจากข้อพิพาท ความเข้าใจผิด และปัญหาทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการทำธุรกิจ สำหรับผู้ประกอบการ เอกสารประเภทนี้มีความสำคัญเป็นอย่างมาก และจำเป็นต้องจัดเก็บเอกสารให้ดี เพราะหากมีปัญหาเกิดขึ้น เอกสารเหล่านี้จะสามารถนำมาใช้เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้นั่นเอง 2. กลุ่มเอกสารหลักฐานทางการเงิน เอกสารกลุ่มนี้เป็นหลักฐานที่ใช้บันทึกบัญชี ตรวจสอบต้นทุน และกระทบยอดเงินฝากธนาคาร แบ่งเป็น 3 ส่วนสำคัญ: เอกสารด้านรายรับ รูปแบบแรกหลายธุรกิจน่าจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี กับเอกสารที่เกี่ยวข้องกับรายรับ ที่มีตั้งแต่ขั้นตอนการเรียกเก็บเงินไปจนถึงหลังจากได้รับเงินแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ซึ่งเอกสารเหล่านี้ล้วนมีความสำคัญและสามารถใช้เป็นหลักฐานประกอบการบันทึกบัญชี หรือเป็นหลักฐานที่ใช้ประกอบแบบยื่นได้ เอกสารด้านรายจ่าย สำหรับเอกสารธุรกิจด้านรายจ่ายก็มีความจำเป็นไม่แพ้กัน ซึ่งเอกสารรายจ่ายไม่เพียงแต่ใช้เป็นหลักฐานอย่างเดียว แต่ยังสามารถใช้อ้างอิงเพื่อดูตัวเลขต้นทุนที่แท้จริงของบริษัท เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของการบันทึกบัญชี และใช้ควบคุมค่าใช้จ่ายได้ โดยเอกสารด้านรายจ่ายประกอบไปด้วย หลักฐานการเงิน สำหรับรูปแบบสุดท้ายที่ใช้เป็นหลักฐานทางการเงิน คือ เอกสารที่ใช้ประกอบการยืนยันความถูกต้องอย่าง ซึ่งสามารถใช้เปรียบเทียบกับการบันทึกบัญชีเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของรายรับรายจ่ายของบริษัทว่าตรงกับรายงานจากธนาคารหรือไม่ ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญในขั้นตอนการกระทบยอดของบัญชี 3. กลุ่มเอกสารประกอบข้อมูลภาษี เอกสารกลุ่มนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการยื่นแบบและการตรวจสอบจากกรมสรรพากร หากจัดเก็บไม่ครบ อาจทำให้เสียสิทธิทางภาษีหรือถูกประเมินย้อนหลัง 3 เคล็ดลับจัดเก็บเอกสารธุรกิจให้เป็นระบบ การจัดเก็บเอกสารอย่างเป็นระบบช่วยลดความเสี่ยงเอกสารสูญหาย และทำให้ค้นหาได้ง่ายเมื่อจำเป็นต้องใช้งาน 1. คัดและจัดหมวดหมู่ประเภทของเอกสารให้ชัดเจน วิธีแรกควรเริ่มต้นจากการคัดแยกเอกสาร และจัดประเภทหมวดหมู่ให้ชัดเจน เอกสารไหนที่ไม่มีความจำเป็นเก็บ เราแนะนำให้ทิ้งหรือทำลายเพื่อป้องกันความซับซ้อนยุ่งยากในการเก็บเอกสารธุรกิจ หลังจากคัดแยกเรียบร้อย แนะนำให้จัดประเภทหมวดหมู่ แยกเอกสารที่เกี่ยวข้องกับบัญชี ออกจากเอกสารอื่น ๆ เช่น ฝ่ายบุคคลหรือการตลาด หลังจากนั้นจึงแยกอย่างละเอียดอีกขั้นตอน อาจอ้างอิงประเภทเอกสารจากที่เราแนะนำให้บทความนี้ได้เช่นกัน  การจัดเก็บอย่างเป็นหมวดหมู่จะช่วยให้สามารถค้นหาเอกสารได้ง่ายขึ้น และป้องกันเอกสารสูญหายจากการปะปนไปกับเอกสารอื่นที่เกิดจากการจัดเก็บผิดประเภทได้อีกด้วย 2. ใช้ระบบตัวเลขในการจัดเก็บเอกสาร นอกจากการจัดหมวดหมู่เพียงอย่างเดียวแล้ว สามารถจัดเก็บเอกสารด้วยการนำระบบตัวเลขเข้ามาใช้ คล้ายกับห้องสมุด ช่วยให้สามารถค้นหาเอกสารได้ง่าย และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น แนะนำให้ใช้ควบคู่กับการจัดหมวดหมู่เพื่อความสะดวกในการปรับใช้ระบบตัวเลข 3. ใช้โปรแกรมบัญชีในการจัดเก็บเอกสาร นอกจากการจัดเก็บเอกสารที่เป็นกระดาษจริงแล้ว การเก็บไฟล์เอกสารก็เป็นเรื่องยุ่งยากไม่แพ้กัน แต่ในปัจจุบันที่หลายหน่วยงานเริ่มปรับตัวให้ยื่นแบบผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น ไฟล์เอกสารธุรกิจจึงมีความจำเป็นไม่แพ้กัน การใช้โปรแกรมบัญชีที่มีระบบคลังเอกสาร ก็ช่วยให้จัดการระบบได้ง่ายขึ้น สามารถเรียกดูไฟล์อ้างอิงในการบันทึกบัญชีได้อย่างรวดเร็ว ให้การเก็บเอกสารธุรกิจทางบัญชีเป็นเรื่องง่าย ด้วยโปรแกรมบัญชี PEAK โปรแกรมบัญชี PEAK ไม่เพียงแค่ช่วยจัดการระบบบัญชีเพียงอย่างเดียว แต่ด้วยฟีเจอร์ File Vault ทำหน้าที่เป็นคลังเก็บเอกสารธุรกิจ จัดการได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น นอกจากนี้ PEAK เองยังสามารถออกเอกสารได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี โปรแกรมเดียวจัดการเรื่องเอกสารและบัญชีได้ครบวงจร! ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก