PEAK Payroll สามารถ export ได้ทั้งเงินเดือน ประกันสังคมและภาษี ผ่าน ธนาคาร และ RD-Prep

ตัวช่วยผู้ประกอบการ โปรแกรมเงินเดือนออนไลน์ ทำเงินเดือนพนักงานเป็นระบบ รองรับทุกการเติบโต

โปรแกรมคำนวณเงินเดือนออนไลน์ PEAK Payroll เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการจัดการงานบริหารบุคคลในส่วนของเงินเดือนและค่าจ้างหรือผลตอบแทนของ พนักงาน ตั้งแต่ขั้นตอนการนำเข้าข้อมูล การกำหนดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลสำหรับ ผู้ดูแลระบบและผู้ใช้งาน การคำนวณเงินเดือนและภาษีไปจนถึงขั้นตอนการจ่าย เงินเดือนและออกรายงานหรือสลิปเงินเดือนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

24,000 บริษัท
วางใจใช้งาน PEAK

30,000

บริษัท

วางใจใช้งาน PEAK

1,400 พันธมิตรสำนักงานบัญชี

1,400

พันธมิตร

PEAK Family Partner

4  ล้านธุรกรรมต่อเดือน บน PEAK

4

ล้านธุรกรรม/เดือน

ธุรกรรมบน PEAK ต่อเดือน

40,000 ล้าน บาท/เดือน

40,000

ล้าน บาท/เดือน

มูลค่ารายการค้าต่อเดือน

จุดเด่นและฟังก์ชันของ PEAK Payroll โปรแกรมเงินเดือนออนไลน์ที่ใช้งานง่ายที่สุด

สลิปเงินเดือน

สลิปเงินเดือน

สร้างง่ายเพียง 3 ขั้นตอน

ส่งให้พนักงานอัตโนมัติและขอสลิปเงินเดือนเมื่อไหร่ก็ได้

ยื่นประกันสังคมออนไลน์

ยื่นประกันสังคมออนไลน์

สร้างไฟล์พร้อมยื่นประกันสังคม

สามารถนำไปยื่นในระบบ SSO e-service

จ่ายเงินเดือน

จ่ายเงินเดือน

ลดของผิดพลาดในการจ่ายเงินเดือนด้วยไฟล์

ประหยัดเวลาในการจ่ายเงินเดือน

บันทึกบัญชีอัตโนมัติ

บันทึกบัญชีอัตโนมัติ

ลงบัญชีให้อัตโนมัติทุกขั้นตอนในการทำเงินเดือน

ลดเวลาการงานเงินเดือน

คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

คำนวณและสร้างภาษีหัก ณ ที่จ่ายได้

สามารถนำข้อมูลไปสร้าง ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.1ก

สร้างรายการหักเงินหรือเงินได้อย่างอิสระ

สร้างรายการเงินหักหรือเงินได้อย่างอิสระ

สร้างเงินได้พิเศษเพื่อให้ครอบคลุมสวัสดิการ

สร้างเงินหักเพื่อรองรับนโยบาย

PEAK Payroll เหมาะกับใคร?
โปรแกรมเงินเดือนออนไลน์ที่ตอบโจทย์ธุรกิจมากที่สุด

ผู้ประกอบการใช้ PEAK Payroll จัดการเงินเดือนในธุรกิจ SME

เครื่องมือช่วยบริหารต้นทุนเงินเดือนสำหรับผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจ SME

เห็นภาพรวมเงินเดือนทั้งหมดของบริษัท ทำให้สามารถวางแผนเงินเดือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ฝ่ายบุคคลและนักบัญชีใช้ PEAK Payroll บริหารเงินเดือนและข้อมูลพนักงาน

ตัวช่วยจัดการเงินเดือน
สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลและนักบัญชี

โปรแกรมเงินเดือน ลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน ประหยัดเวลา สามารถทำเงินเดือนได้ถูกต้องและรวดเร็ว

จ่ายเงินเดือนผ่านโปรแกรมเงินเดือน PEAK Payroll เชื่อมต่อโปรแกรมบัญชีอัตโนมัติ

จ่ายเงินเดือนผ่านโปรแกรมเงินเดือน PEAK Payroll เชื่อมต่อโปรแกรมบัญชีอัตโนมัติ

ลดขั้นตอนในการทำงาน ลดข้อผิดพลาด ข้อมูลถูกต้อง แม่นยำ และรวดเร็ว ครบทุกเรื่องบัญชี ภาษี และประกันสังคม จบในที่เดียว

ราคาเริ่มต้น 1,200 บาท/เดือน โปรแกรมเงินเดือนออนไลน์ PEAK Payroll

บริหารธุรกิจ บัญชี การเงิน
และจัดการเงินเดือนได้ครบวงจร

เริ่มต้นเพียง 1,200 บาท/เดือน

รู้จัก PEAK Payroll โปรแกรมเงินเดือนออนไลน์ ใน 3 นาที

จัดการเงินเดือนได้ง่ายๆ ด้วย โปรแกรมเงินเดือน - PEAK Payroll

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรมเงินเดือนออนไลน์ PEAK Payroll

สามารถทำได้ซึ่งบนโปรแกรมเงินเดือน (PEAK Payroll) สามารถสร้างได้ทั้งแบบภาษีรายเดือนและรายปี

โดยแยกเป็น 2 ประเภทดังนี้

  1. ภ.ง.ด 1 เมื่อมีการบันทึกจ่ายเงินเดือน PAY โปรแกรมเงินเดือน (PEAK Payroll) จะสร้างไฟล์ให้อัตโนมัติสำหรับการใช้โอนย้ายบน RD Prep และนำส่งข้อมูลให้กับทางกรมสรรพากรได้
  2. ภ.ง.ด 1ก เมื่อมีการสร้างสรุปจ่ายเงินเดือนประจำปีใน ระบบโปรแกรมเงินเดือน (PEAK Payroll) จึงดึงข้อมูลจากการจ่ายเงินเดือนในแต่ละเดือนของปีนั้นๆมารวมคำนวณเงินได้ และคิดภาษีรวมทั้งปีให้ ซึ่งง่ายต่อการนำการนำข้อมูลไปยื่นภาษีต่อ

เมื่อใช้โปรแกรมเงินเดือน (PEAK Payroll) เพื่อสร้างข้อมูลเงินเดือน และการชำระเงินเดือน คุณไม่จำเป็นต้องทำการบันทึกค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีกครั้ง เนื่องจากระบบจะทำการบันทึกบัญชีให้โดยอัตโนมัติในรูปแบบของเอกสารบันทึกรายจ่าย EXP ซึ่งโปรแกรมเงินเดือน (PEAK Payroll) จะช่วยประหยัดเวลาและลดความผิดพลาดในกระบวนการบัญชีของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับการคำนวณยอดการจ่ายประกันสังคม โปรแกรมเงินเดือน (PEAK Payroll) สามารถตั้งค่าคำนวณได้แบบทั้งกิจการและลงลึกได้ทั้งแบบรายพนักงานในบริษัท

ซึ่งการตั้งค่าประกันสังคมสามารถตั้งค่าได้ทั้งฝั่งอัตราเงินสมทบส่วนของนายจ้าง และ อัตราเงินสมทบส่วนของลูกจ้างเพื่อให้การจ่ายประกันสังคมในแต่ละเดือนเป็นเรื่องง่ายและสะดวกต่อการทำงาน

และที่เป็นจุดเด่นโปรแกรมเงินเดือน (PEAK Payroll) สามารถสร้างไฟล์ประกันสังคมเพื่อนำไปอัปโหลดบนเว็บไซต์ประกันสังคม เพื่อทำจ่ายประกันสังคมได้ด้วย

อ่าน สำหรับวิธีการใช้งานฟังก์ชันเกี่ยวกับประกันสังคม เพิ่มเติมที่นี่
อ่าน วิธีการสร้างไฟล์ประกันสังคมเพื่อนำไปจ่ายบนเว็บไซต์ประกันสังคม เพิ่มเติมที่นี่

สามารถทำได้ โดยจะออกสลิปเงินเดือนและสามารถกดส่งสลิปเงินเดือนทาง Email ให้กับพนักงานในบริษัทได้เมื่อมีการบันทึกจ่ายเงินเดือน บนโปรแกรมเงินเดือน (PEAK Payroll)

อ่าน คู่มือการออกสลิปเงินเดือน เพิ่มเติมนี่ที่
อ่าน คู่มือการส่งสลิปเงินเดือนทาง Email เพิ่มเติมที่นี่

ผลิตภัณฑ์ของ PEAK

PEAK Account
โปรแกรมบัญชีออนไลน์

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

PEAK Payroll
โปรแกรมเงินเดือนออนไลน์

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

PEAK Board
โปรแกรมวิเคราะห์ธุรกิจ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

PEAK Asset
โปรแกรมบริหารจัดการสินทรัพย์

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

PEAK Tax
โปรแกรมการจัดการภาษีออนไลน์

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

Line @PEAKConnect
ใช้งานโปรแกรมผ่านไลน์

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

บทความน่ารู้

วิเคราะห์งบกำไรขาดทุน

PEAK Account

12

min

งบกำไรขาดทุนสำคัญอย่างไร? ทำไมถึงเป็นงบที่สะท้อนศักยภาพของธุรกิจ

ในการทำธุรกิจ “กำไร” คือเป้าหมายสูงสุด แต่ตัวเลขกำไรที่แท้จริงดูได้จากที่ไหน? คำตอบคือ งบกำไรขาดทุน รายงานทางการเงินที่ช่วยสะท้อนผลการดำเนินงานในแต่ละรอบปีบัญชีว่าธุรกิจมีกำไรจริงหรือไม่ มีค่าใช้จ่ายส่วนไหนที่สูงเกินไป และควรปรับกลยุทธ์อย่างไรเพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน งบกำไรขาดทุน (Income Statement) คืออะไร? งบกำไรขาดทุน คือ งบที่แสดงผลการดำเนินงานและความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจในช่วงเวลาที่กำหนด โดยจะระบุรายได้และค่าใช้จ่ายอย่างชัดเจน เพื่อให้เห็นกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญในการวิเคราะห์ประสิทธิภาพการบริหารและคาดการณ์อนาคตของธุรกิจ สมการพื้นฐานของงบกำไรขาดทุน: รายได้ – ค่าใช้จ่าย = กำไร/ขาดทุน 5 องค์ประกอบสำคัญของงบกำไรขาดทุน การทำความเข้าใจองค์ประกอบแต่ละส่วนจะช่วยให้คุณอ่านงบได้อย่างลึกซึ้ง ดังนี้:1. รายได้ (Revenue): เงินที่ได้รับจากการขายสินค้าหรือบริการ สามารถแบ่งได้เป็นหลายประเภทขึ้นอยู่กับลักษณะของธุรกิจ แต่โดยทั่วไปสามารถแบ่งรายได้ออกเป็นสองส่วนดังนี้ ยกตัวอย่างเช่น ทำธุรกิจขายเสื้อผ้ามีรายได้ตลอดทั้งปี 500,000 บาท และมีบริการพิเศษส่งด่วนภายในกรุงเทพฯ โดยตลอดทั้งปีมีรายรับส่วนนี้ 50,000 บาท  สามารถกรอกข้อมูลรายได้ดังนี้ รายได้หลักจากการดำเนินธุรกิจ = 500,000 บาท รายได้อื่น = 50,000 บาท รวมรายได้สุทธิ 550,000 บาท 2. ต้นทุนขาย (Cost of Goods Sold): ต้นทุนโดยตรงที่เกี่ยวข้องกับการผลิตหรือซื้อสินค้า ตั้งแต่ค่าจ้างพนักงาน ค่าวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตสินค้า ในส่วนของธุรกิจค้าปลีกจะนับต้นทุนขายจากค่าใช้จ่ายซื้อสินค้าเพื่อนำมาขายต่อ ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะไม่รวมค่าที่ใช้กระตุ้นยอดขาย เช่น ค่าทำการตลาด หรือค่าใช้จ่ายในขั้นตอนการขาย 3. ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (Operating Expenses): ค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมดที่เกิดขึ้นในขั้นตอนการดำเนินงาน เช่น เงินเดือนพนักงานฝ่ายบริหาร ค่าโฆษณา ค่าทำการตลาด ค่าขนส่ง ค่าเช่า และค่าเสื่อมราคา 4. กำไรขั้นต้น (Gross Profit): รายได้หักด้วยต้นทุนขาย โดยยังไม่หักค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เป็นตัวเลขที่ใช้ดูว่าธุรกิจควบคุมต้นทุนการผลิตได้ดีเพียงใด ใช้สำหรับวิเคราะห์ธุรกิจเพื่อวางแผนกลยุทธ์ เช่น การควบคุมต้นทุน หรือการปรับกลยุทธ์ด้านราคา 5. กำไรสุทธิ (Net Profit): ตัวเลขสุดท้ายหลังจากหักค่าใช้จ่ายทั้งหมด เป็นตัวเลขที่บอกถึงประสิทธิภาพรวมและการบริหารจัดการที่แท้จริง ว่าบริษัทมีกำไรหรือขาดทุนในรอบบัญชีนั้น ๆ ใช้ในการเปรียบเทียบกับตัวเลข Benchmark ของอุตสาหกรรม เพื่อดูว่าธุรกิจของเราอยู่ในเกณฑ์ที่ดีหรือต้องปรับปรุง ตัวอย่างงบกำไรขาดทุน งบกำไรขาดทุนไม่ได้มีรูปแบบที่กำหนดตายตัว แต่จำเป็นต้องมีการจัดวางรายละเอียด และข้อมูลที่ครบถ้วน สามารถดูตัวอย่างงบกำไรขาดทุนที่ถูกต้องได้ที่รูปภาพด้านล่าง วิธีวิเคราะห์งบกำไรขาดทุนเพื่อปรับกลยุทธ์ธุรกิจ เจ้าของธุรกิจควรวิเคราะห์งบกำไรขาดทุนใน 2 มิติหลัก เพื่อความได้เปรียบทางการแข่งขัน: 1. เปรียบเทียบกับผลงานในอดีต (Internal Analysis) 1.1 วิเคราะห์รายได้: ให้ดูการเปลี่ยนแปลงของรายได้รวมว่าเพิ่มขึ้นหรือลดลง ยกตัวอย่างเช่น เจ้าของธุรกิจนำไปปรับใช้ได้อย่างไร? 1.2 วิเคราะห์ต้นทุน: สำหรับดูความเปลี่ยนแปลงของต้นทุนต่อรายได้ เช่น เจ้าของธุรกิจนำไปปรับใช้ได้อย่างไร? 1.3 วิเคราะห์ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน: ใช้เพื่อเปรียบเทียบกันว่าค่าใช้จ่ายโตเร็วกว่ารายได้ของธุรกิจหรือไม่ เช่น  เจ้าของธุรกิจนำไปปรับใช้ได้อย่างไร? 1.4 วิเคราะห์กำไรสุทธิ: เปรียบเทียบเพื่อดูว่ากำไรสุทธิแท้จริงแล้วนับเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของรายได้ เช่น เจ้าของธุรกิจนำไปปรับใช้ได้อย่างไร? 2. เปรียบเทียบกับคู่แข่งในอุตสาหกรรม (Competitor Analysis) คุณสามารถดูข้อมูลคู่แข่งได้ผ่านระบบ DBD Datawarehouse ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อเปรียบเทียบส่วนต่าง ๆ ดังนี้: 2.1 วิเคราะห์กำไรขั้นต้น: เปรียบเทียบว่าเราสูงหรือต่ำกว่าคู่แข่ง ซึ่งถ้าเราต่ำกว่าคู่แข่งหมายความว่า ต้นทุนเราสูงเกิน หรือตั้งราคาสูงเกินไป เจ้าของธุรกิจนำไปปรับใช้ได้อย่างไร? 2.2 วิเคราะห์ค่าใช้จ่าย: เปรียบเทียบเปอร์เซ็นต์ของค่าใช้จ่ายต่อรายได้กับคู่แข่ง ถ้าตัวเลขเรายังสูงกว่าแสดงว่าธุรกิจเรายังมีต้นทุนแฝงสูง หรือยังทำงานได้ประสิทธิภาพไม่มากพอ เจ้าของธุรกิจนำไปปรับใช้ได้อย่างไร? 2.3 วิเคราะห์กำไรสุทธิ: เปรียบเทียบว่าคู่แข่งที่ทำกำไรได้ดีนั้นเขามีกลยุทธ์ด้านการขายที่เก่งกว่าเรา หรือมีการบริหารที่ดีกว่า เช่น ถ้ารายได้ใกล้เคียงกันมาก แต่คู่แข่งทำกำไรได้ดีกว่า หมายความว่าเราจัดการระบบภายในหรือการจัดการต้นทุนอาจยังไม่ดีพอ เจ้าของธุรกิจนำไปปรับใช้ได้อย่างไร? เมื่อรู้แล้วว่าคู่แข่งทำได้ดีกว่าเราในด้านไหน ให้โฟกัสไปที่จุดนั้น เช่น ถ้าคู่แข่งทำกำไรได้ดีกว่า แต่มีรายได้เท่ากัน หมายความว่า เราอาจทำการขายได้ดีแล้ว แต่ปัญหาอยู่ที่การควบคุมต้นทุน หรือในทางกลับกัน ถ้าเราขายได้น้อยกว่ามาก แต่สัดส่วนกำไรไม่ห่างกับคู่แข่งมาก ก็อาจโฟกัสในเรื่องกลยุทธ์การขายให้มากขึ้น พิมพ์รายงานงบกำไรขาดทุนง่าย ๆ ด้วย PEAK Account ในยุคดิจิทัล คุณไม่จำเป็นต้องรอปิดรอบบัญชีนาน ๆ เพื่อดูงบ เพราะ PEAK Account โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยให้คุณดึงข้อมูลได้แบบ Real-time: ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

ความรู้ธุรกิจ