เชื่อมต่อระบบบัญชีและระบบจัดการร้านค้าออนไลน์แบบไร้รอยต่อ

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ รองรับการเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม e-Commerce หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Shopee, Lazada, LINE SHOPPING หรืออื่นๆ ช่วยจัดการระบบหลังบ้าน ด้วยการบันทึกข้อมูลการขาย การรับชำระเงิน ลงบัญชีอัตโนมัติ ลดการทำงานซ้ำซ้อน บริหารร้านค้าออนไลน์ได้ดียิ่งขึ้น

ระบบจัดการร้านค้าออนไลน์ที่เชื่อมต่อกับโปรแกรมพันธมิตร

Partner API ที่สามารถตอบโจทย์การจัดการระบบร้านค้าออนไลน์

ZORT

ระบบจัดการออเดอร์และสต็อกสินค้าแบบครบวงจร ให้ธุรกิจที่มีการขายของหลาย  ทั้งทางระบบ e-

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

KetshopWeb

ผู้ให้บริการระบบ e-Commerce ในแบบที่คุณเป็นเจ้าของระบบเอง ให้คุณสร้างเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ พร้อมเชื่อมต่อ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

BentoWeb

ผู้ให้บริการระบบ e-Commerce ที่ให้คุณเป็นเจ้าของระบบเอง กำหนดนโยบายร้านค้าได้เอง และสามารถต่อย

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

Page365

ผู้ให้บริการระบบจัดการร้านสำหรับร้านค้าออนไลน์บนโซเชียลมีเดีย Facebook, LINE OA และ Instagram

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

LINE SHOPPING

ผู้ให้บริการระบบบริหารการขายครบวงจรด้วยเครื่องมือช่วยอำนวยความสะดวก ให้ลูกค้าซื้อ

SCB

ผู้ใช้งานสามารถนำไฟล์ข้อมูล Bank Statement มากระทบยอดรายรับ-รายจ่าย เพื่อให้ได้ข้อมูล

KBank

รองรับการนำข้อมูลจาก File Statement ในรูปแบบของ PDF สำหรับธนาคาร

Krungsri

ผู้ใช้งานสามารถพิมพ์ไฟล์จ่ายเงินเดือนเพื่อนำเข้าไฟล์จ่ายเงินเดือนบนระบบของธนาคารได้

e-Tax Invoice by Email

บริการสำหรับผู้ประกอบการ SME ที่ประสงค์จะจัดทำ ส่งมอบ และเก็บรักษาใบกำกับภาษี

INET

ผู้ให้บริการออกใบรับรองอิเล็กทรอ-นิกส์ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถจัดทำข้อมูล

Leceipt

ผู้ให้บริการออกเอกสารใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ให้ผู้ประกอบการสามารถจัดทำข้อมูล

BOXME

คลังสินค้าออนไลน์ ผู้ให้บริการเก็บสต็อกสินค้า พร้อมแพ็คและจัดส่งภายในวันเดียว ใช้งานระบบ

ระบบการทำงานหลักๆ ด้านการจัดการร้านค้าออนไลน์ – PEAK Account

ระบบคลังสินค้า

ระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM)

ระบบบริหารทรัพยากรบุคคล (HRM)

แพลตฟอร์มเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน (RPA)

ธนาคาร

จุดเด่นของการเชื่อมต่อระบบบัญชีกับระบบจัดการออนไลน์

เชื่อมต่อง่าย ไม่ซับซ้อน

รองรับการเชื่อมต่อร้านค้าออนไลน์มากกว่า 10 แพลตฟอร์ม

เชื่อมต่อง่ายในไม่กี่ขั้นตอน มีผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำ

บันทึกข้อมูลและสร้างเอกสารอัตโนมัติ

บันทึกบัญชีและตัดสต๊อกสินค้าอัตโนมัติ

สร้างใบเสร็จรับเงินและออกใบกำกับภาษีได้ทันที

เห็นข้อมูลบัญชีร้านค้าทันที

อัปเดตยอดขาย กำไร และต้นทุนขาย จากทุกแพลตฟอร์มในที่เดียว

รองรับการเชื่อมต่อธนาคารและแพลตฟอร์มการรับชำระเงินออนไลน์

ลดข้อผิดพลาด ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย

ข้อมูลถูกต้อง แม่นยำ ปลอดภัย

ลดการคีย์ข้อมูลซ้ำซ้อน ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย

ทำไมต้องใช้ PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์
ร่วมกับระบบจัดการร้านค้าออนไลน์ของคุณ

เชื่อมต่อกับร้านค้าออนไลน์โดยตรง

บันทึกข้อมูลบัญชี สร้างเอกสารอัตโนมัติ ครบถ้วนทุกรายการขาย ลดขั้นตอนและลดต้นทุนในการทำงาน

เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการร้านค้าออนไลน์

เห็นภาพรวมข้อมูลบัญชีได้ทันที สามารถบริหารกิจการและตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น

ปลอดภัย ใช้งานง่าย พร้อมบริการช่วยเหลือ

หมดกังวลเรื่องข้อมูลรั่วไหล สูญหาย ด้วยระบบรักษาความปลอดภัย มาตรฐานระดับโลก พร้อมบริการให้คำปรึกษาและช่วยเหลือโดยผู้เชี่ยวชาญ สามารถใช้งานได้แม้ไม่มีพื้นฐานมาก่อน

ระบบจัดการร้านค้าออนไลน์ที่รองรับ

ลูกค้าของเรา

เชื่อมต่อ PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ กับระบบอื่นๆ

ดูระบบเชื่อมต่อ API ประเภทอื่นๆ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเชื่อมต่อ API กับระบบจัดการร้านค้าออนไลน์

ระบบจัดการร้านค้าออนไลน์ของ PEAK คือ ระบบที่ช่วยให้ผู้ประกอบการหรือเจ้าของร้านสามารถจัดการและดำเนินการร้านค้าออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นระบบจัดการออเดอร์และสต็อกสินค้าแบบครบวงจร ให้ธุรกิจที่มีการขายของผ่านระบบ E-Commerce สามารถเช็คสต็อกสินค้าได้แบบ Real-time และส่งข้อมูลมาบันทึกบัญชีที่ PEAK ได้อัตโนมัติ และเรายังมีทางเลือกวิธีการ Import Excel จากแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆมาสร้างเอกสารใน PEAK ได้เช่นกัน

ระบบร้านค้าออนไลน์ที่ PEAK รองรับการส่ง API ได้แก่

  1. Shopee
  2. Lazada
  3. KetshopWeb
  4. Zort
  5. BentoWeb
  6. Page365
  7. TARAD U-Commerce
  8. LINE SHOPPING
  9. Shipnity

ระบบร้านค้าออนไลน์ที่ PEAK รองรับการ Import File Excel (ไม่เชื่อม API) ได้แก่

  1. Shopee
  2. Lazada
  3. Tiktok Shop

ระบบจัดการร้านค้าออนไลน์ของ PEAK เชื่อมต่อกับ Partner ได้ดังนี้

ระบบร้านค้าออนไลน์ที่ PEAK รองรับการส่ง API ได้แก่

  1. Shopee
  2. Lazada
  3. KetshopWeb
  4. Zort
  5. BentoWeb
  6. Page365
  7. TARAD U-Commerce
  8. LINE SHOPPING
  9. Shipnity

ระบบร้านค้าออนไลน์ที่ PEAK รองรับการ Import File Excel (ไม่เชื่อมAPI) ได้แก่

  1. Shopee
  2. Lazada  
  3. Tiktok Shop

 

การเริ่มต้นใช้งานระบบจัดการร้านค้าออนไลน์ของ PEAK ง่ายๆ เพียงสมัครทดลองใช้งาน PEAK ฟรี 30 วัน
สามารถเริ่มเชื่อมต่อกับระบบจัดการร้านค้าออนไลน์ได้เลย

คู่มือการเชื่อมต่อร้านค้าออนไลน์
VDO สอนการใช้งานเชื่อมต่อร้านค้าออนไลน์ของPEAK

ระบบจัดการร้านค้าออนไลน์ของ PEAK เหมาะกับธุรกิจ

  1. ธุรกิจซื้อมา – ขายไปแบบ B2C
  2. ธุรกิจ E-Commerce

ข้อดีของการเชื่อมต่อระบบจัดการร้านค้าออนไลน์ของ PEAK

  1. ระบบบันทึกเอกสารให้อัตโนมัติ ลดเวลาในการคีย์เอกสาร
  2. สต็อกสินค้าถูกอัปเดตแบบ Real-Time เมื่อมีการสร้างเอกสารขายในกิจการ
  3. ลดงานของแอดมินและนักบัญชี
  4. ลดความผิดพลาดในการบันทึกเอกสาร เพราะระบบบันทึกบัญชีให้ตามข้อมูลบนร้านค้า
  5. มีเวลาไปใช้ในการพัฒนาแผนโปรโมทและเพิ่มยอดขายได้มากขึ้น ไม่ต้องกังวลเรื่องบัญชี

ระบบจัดการร้านค้าออนไลน์ของ PEAK ใช้งานไม่ยาก ตั้งค่าการเชื่อมต่อกับโปรแกรมจัดการออเดอร์และสต็อกที่ต้องการ เพียงครั้งเดียว ระบบสร้างเอกสารใบกำกับภาษีให้อัตโนมัติ ไม่ต้องเหนื่อยคีย์เอกสาร

และหากบางกิจการต้องการสร้างโดยการนำเข้าข้อมูล Excel File จากแพลตฟอร์มร้านออนไลน์ก็สามารถนำเข้าได้ง่ายๆเพียงไม่กี่นาที ระบบก็จะสร้างเอกสารใบเสร็จรับเงินให้ทันทีที่กดอนุมัติการนำเข้าข้อมูล

เริ่มต้นเชื่อมต่อร้านค้าออนไลน์ยังไงให้ข้อมูลครบถ้วน เริ่มต้นไม่ถูกคลิ๊กเรียนเพิ่มที่นี่ได้เลย

ผลิตภัณฑ์ของ PEAK

PEAK Account
โปรแกรมบัญชีออนไลน์

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

PEAK Payroll
โปรแกรมเงินเดือนออนไลน์

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

PEAK Board
โปรแกรมวิเคราะห์ธุรกิจ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

PEAK Asset
โปรแกรมบริหารจัดการสินทรัพย์

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

PEAK Tax
โปรแกรมการจัดการภาษีออนไลน์

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

Line @PEAKConnect
ใช้งานโปรแกรมผ่านไลน์

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

บทความน่ารู้

เจ้าของกิจการตรวจเอกสารค่าใช้จ่าย

PEAK Account

15

min

เอกสารค่าใช้จ่าย ต้นตอปัญหาด้านภาษี ที่เจ้าของกิจการคาดไม่ถึง

เมื่อเกิดค่าใช้จ่ายในการทำธุรกิจทุกครั้งต้องมีหลักฐาน ที่เราเรียกรวม ๆ กันว่า เอกสารค่าใช้จ่าย เพราะหากไม่มีเอกสารเหล่านี้ อาจส่งผลเสียต่อธุรกิจได้มากกว่าที่คุณคิด ในบทความนี้เราจะพาทุกท่านมาดูถึงความสำคัญว่าทำไมทุกธุรกิจต้องเก็บเอกสารค่าใช้จ่ายให้ดี! เอกสารค่าใช้จ่าย คืออะไร เอกสารค่าใช้จ่าย คือ เอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายของธุรกิจ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหลักฐานยืนยันการเกิดขึ้นของค่าใช้จ่าย หรือหลักฐานการชำระเงินของธุรกิจ โดยเอกสารค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะใช้ในการบันทึกบัญชี หรือใช้ในการคำนวณภาษี เอกสารค่าใช้จ่ายสำคัญอย่างไรกับธุรกิจ เอกสารค่าใช้จ่าย มีความสำคัญต่อธุรกิจเป็นอย่างมาก เพราะเป็นหลักฐานในการชำระเงิน การมีอยู่ของเอกสารค่าใช้จ่าย จะช่วยยืนยันได้ว่าใครเป็นผู้รับเงิน และสามารถนำรายจ่ายดังกล่าวมาคำนวณภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล เพราะหากไม่มีเอกสารเหล่านี้ ต่อให้พนักงานบัญชีทำการลงบัญชีทุกค่าใช้จ่าย แต่ไม่มีหลักฐาน ก็ไม่สามารถคำนวณภาษีได้ ซึ่งรวมไปถึงเอกสารด้านภาษีมูลค่าเพิ่ม ดังนั้นเจ้าของธุรกิจจึงต้องให้ความสำคัญความสมบูรณ์ และน่าเชื่อถือของเอกสารด้วย ปัญหาที่เจ้าของกิจการพบบ่อยเกี่ยวกับเอกสารค่าใช้จ่าย ในการดำเนินธุรกิจ เจ้าของกิจการหลายท่านอาจเคยเจอปัญหาเกี่ยวกับเอกสารค่าใช้จ่ายมาพอสมควร เพราะใช้ว่าทุกธุรกิจที่เราซื้อขายด้วยจะสามารถออกบิล หรือหลักฐานเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายให้เราได้เสมอ หรือใช้เวลาในการออกเอกสารเนื่องจากไม่มีระบบที่รองรับ ซึ่งปัญหาที่มักพบคือ ซึ่งปัญหานี้หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องเล็ก แต่ถ้าพูดถึงในด้านภาษี หากไม่มีหลักฐานการใช้จ่ายที่ครบถ้วนก็ไม่สามารถนำมาคำนวณภาษีต่อได้ ส่งผลให้ธุรกิจเสียโอกาสในการลดต้นทุนของธุรกิจโดยใช่เหตุ ตัวอย่างการคำนวณภาษี ในกรณีที่ไม่มีหลักฐานเอกสารค่าใช้จ่าย ถึงแม้จะเป็นค่าใช้จ่ายที่ลงบันทึกบัญชี (เรียกว่าค่าใช้จ่ายทางบัญชี) หากไม่มีเอกสารค่าใช้จ่าย ทางภาษีจะไม่ยอมรับเป็น “ค่าใช้จ่ายทางภาษี” ไม่สามารถนำมาคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล เพราะค่าใช้จ่ายที่สามารถนำมาคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลต้องเป็น “ค่าใช้จ่ายทางภาษี” ไม่ใช่ “ค่าใช้จ่ายทางบัญชี” ยกตัวอย่างเช่น บริษัท A มีรายได้รวม 200,000 บาท และมีค่าใช้จ่ายทางบัญชี (ที่บันทึกในบัญชี) รวมทั้งหมด 150,000 บาท แต่มีหนึ่งยอดจำนวน 50,000 บาทที่ไม่มีเอกสารค่าใช้จ่ายประกอบ ทำให้ “ค่าใช้จ่ายทางภาษี” เป็น 100,000 บาท ยกตัวอย่างการคำนวณ กรณีไม่มีเอกสาร 200,000 – 100,000 (ไม่นำ 50,000 มาคำนวณ) = 100,000 บาท คำนวณภาษีกรณีมีอัตรา 20% 100,000 x 20% = 20,000 บาท ดังนั้นในกรณีที่ธุรกิจไม่มีเอกสารค่าใช้จ่ายของยอด 50,000 บาทดังกล่าวจะต้องชำระภาษี 20,000 บาท แต่ในกรณีที่มีเอกสารค่าใช้จ่ายของยอด 50,000 บาท จึงนับเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษี สามารถนำมาคำนวณได้ ทำค่าใช้จ่ายทางภาษีกลายเป็น 150,000 บาท ยกตัวอย่างการคำนวณ กรณีมีเอกสารครบ 200,000 – 150,000 = 50,000 บาท คำนวณภาษีกรณีมีอัตรา 20% 50,000 x  20% = 10,000 บาท เห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าถ้ามีเอกสารค่าใช้จ่ายของยอดที่หายไป ธุรกิจจะเสียภาษีน้อยลงถึง 10,000 บาท จากการคำนวณนี้ เจ้าของกิจการน่าจะพอเห็นภาพกันมากขึ้นถึงความสำคัญของการจัดเก็บเอกสารค่าใช้จ่ายให้ครบถ้วน ดังนั้นเจ้าของกิจการควรให้ความสำคัญกับเอกสารค่าใช้จ่าย เพื่อไม่ให้เสียโอกาสทั้งในด้านภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม เอกสารค่าใช้จ่ายแบบไหนใช้สิทธิทางภาษีได้บ้าง สำหรับเอกสารค่าใช้จ่ายที่สามารถใช้สิทธิทางภาษีได้ เราขอแบ่งออกเป็น เอกสารด้านภาษีเงินได้นิติบุคคลและ เอกสารด้านภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยแต่ละประเภทจะมีเอกสารดังนี้ ด้านภาษีเงินได้นิติบุคคล ใบเสร็จรับเงิน ใบเสร็จรับเงิน คือ เอกสารแสดงค่าใช้จ่ายที่ใช้เป็นหลักฐานว่าผู้ขายได้รับเงินเรียบร้อยแล้ว ซึ่งในใบเสร็จรับเงินที่สามารถนำไปใช้สิทธิทางภาษีได้ต้องมีข้อมูลดังนี้ บิลเงินสด ใช้เป็นหลักฐานแสดงการชำระเงินเช่นเดียวกับใบเสร็จรับเงิน แต่จะมีค่าเป็นทางการน้อยกว่า โดยข้อมูลสำคัญที่ต้องมีในบิลเงินสดประกอบไปด้วย ใบสำคัญจ่าย ใบสำคัญจ่ายเป็นเอกสารค่าใช้จ่ายที่ออกโดยผู้ซื้อ (ผู้จ่ายเงิน) เพื่อเป็นหลักฐานแนบในกรณีที่ในใบเสร็จรับเงินระบุชื่อผู้ซื้อเป็นชื่ออื่น ซึ่งการแนบหลักฐานนี้เพื่อที่จะยืนยันว่ากิจการเป็นผู้ชำระเงินในใบเสร็จดังกล่าวจริง ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน (กรณีที่กฎหมายยอมรับ) ในกรณีที่ไม่สามารถขอใบเสร็จรับเงินจากผู้ขายได้ เช่น ซื้อสินค้าจากร้านขายของชำ ที่เจ้าของร้านไม่สะดวกออกเอกสาร โดยผู้จ่ายเงินสามารถออกใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงินแทนได้ ด้านภาษีมูลค่าเพิ่ม ใบกำกับภาษี (เต็มรูป) ใบกำกับภาษี คือ เอกสารที่ออกโดยผู้รับเงินที่จดทะเบียนมูลค่าเพิ่ม ซึ่งใบกำกับภาษีที่ถูกต้องสามารถใช้สิทธิทางภาษีได้ ประกอบไปด้วยข้อมูลดังนี้ ดังนั้นธุรกิจควรที่จะเก็บเอกสารเหล่านี้ไว้ให้ครบถ้วน ไม่ว่าค่าใช้จ่ายจะเป็นยอดเล็กน้อย หรือเป็นก้อนใหญ่ เพื่อให้ไม่เสียโอกาสในการหักลบภาษีที่ต้องชำระในแต่ละปี  เคล็ดลับการออกเอกสารค่าใช้จ่าย และจัดระเบียบเอกสารด้วยโปรแกรมบัญชี PEAK เพื่อให้เจ้าของกิจการไม่เสียโอกาสเพราะไม่มีวิธีการจัดการกับเอกสารค่าใช้จ่ายอย่างถูกวิธี เรามีเคล็ดลับที่ทำตามได้ง่าย ๆ มาฝากกัน ออกเอกสารด้วยโปรแกรมบัญชี PEAK การปรับใช้โปรแกรมบัญชี PEAK ในการทำธุรกิจ นอกจากการจัดการบัญชีให้เป็นระบบ ยังสามารถออกเอกสารที่ใช้เป็นหลักฐานควบคู่กับเอกสารค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นการออกใบสำคัญจ่าย หรือใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน ที่สามารถใช้เป็นหลักฐาน ในกรณีที่ไม่สามารถเรียกใบเสร็จรับเงินจากผู้ขายได้  ซึ่งโปรแกรมบัญชี PEAK มาพร้อมฟีเจอร์ให้คุณบันทึกค่าใช้จ่าย พิมพ์ใบสำคัญจ่าย ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน หรือใบรับสินค้าได้ โดยสามารถทำตามขั้นตอนในคู่มือได้ที่นี่ จัดเก็บเอกสารค่าใช้จ่ายด้วยโปรแกรมบัญชี PEAK  นอกจากการออกเอกสารที่ใช้เป็นหลักฐานแล้ว การจัดเก็บเอกสารค่าใช้จ่ายให้ดีตั้งแต่เริ่มต้นก็ช่วยสร้างความมั่นใจ ลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาด และเสียโอกาสทางธุรกิจไปได้ ซึ่งโปรแกรมบัญชี PEAK มาพร้อมฟังก์ชัน คลังเอกสาร ให้สามารถจัดเก็บเอกสารรายจ่ายได้อย่างเป็นระบบ สามารถศึกษาการใช้งานได้ที่นี่ เอกสารค่าใช้จ่ายสำคัญ ช่วยลดต้นทุนทางภาษีของธุรกิจ น่าจะพอเห็นภาพถึงความสำคัญของ เอกสารค่าใช้จ่าย กันมากขึ้นแล้ว เพราะหากไม่มีการจัดเก็บที่ดี อาจทำให้ธุรกิจเสียโอกาส เสียภาษีเยอะเกินกว่าที่ควรได้ ดังนั้นเจ้าของกิจการควรให้ความสำคัญในส่วนนี้ให้มากขึ้น อาจเริ่มต้นจากการวางระบบเก็บเอกสาร หรือขอเอกสารค่าใช้จ่ายจากผู้ขายทุกครั้ง นอกจากนี้การใช้โปรแกรมบัญชี PEAK ก็ไม่เพียงแค่ช่วยในเรื่องของเอกสารรายจ่ายอย่างเดียว แต่ยังช่วยจัดการระบบบัญชีได้อย่างครบวงจร เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพื่อลดต้นทุนทางภาษีของธุรกิจ ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

Update Function PEAK 14/01/2026

PEAK Account

3

min

Update Function PEAK 14/01/2026

PEAK with the new function designed to enhance efficiency. 1. Updated default values and maximum ceiling for Social Security Fund to support calculations in accordance with the 2026 announcement. Suitable for: PEAK Payroll users Highlight: The system automatically updates the default values and maximum ceiling for employee/employer contributions to 875 THB, in line with the new 2026 social security ceiling. This ensures payroll calculations comply with the latest regulations without manual setup. Note: 2. Added an option to show or hide archived products/services on the report export page, allowing more accurate product reports. Suitable for: Users who need accurate product/service reports Highlight: The system now sets “exclude archived products/services” as the default option when generating reports. This makes reports clearer and more focused on actively used items. Note: 3. Improved display when selecting billing notes or payment summaries by showing the number of documents and the total amount, making it easier to review document values. Suitable for: Users who need to verify the total amount and number of documents before creating Billing Notes or Combined Payment Note Highlight: The system displays the total value of all selected documents on the pre-creation screen for Billing Notes or Combined Payment Note, and continuously shows the total in the bottom tab while selecting documents. This makes it easier and more reliable to verify totals before creating documents. Note: 4. Automatically adjusted the display of the business name in English when emailing documents from the Income & Expense menu, ensuring standardized documents and reducing manual edits. Suitable for: Users who operate the system and send emails in English Highlight: When using PEAK in English, the system will automatically display the business name in English when sending emails. This includes the email subject, sender information, and payment details—ensuring consistency and reducing manual edits. Note: 5. Updated menu navigation on Old PEAK to redirect actions to New PEAK, making it easier to record data on New PEAK. Suitable for: Old PEAK usersHighlight: The system has disabled creating, editing, and deleting documents on Old PEAK to ensure all critical business data is managed in a single system. Users can still view data as usual, but any menu related to data modification will redirect to New PEAK. Menus with editing disabled: Access New PEAK at: 6. Added an option to hide certain fields on the Income/Expense document creation page, simplifying document creation and reducing unnecessary information. Suitable for: Users creating a new business Highlight: The system updates the default settings for newly created businesses by hiding Deposit, Notes, Attachments, and Tags. This reduces the amount of information required, simplifies usage, and lowers document complexity. Note:

ฟังก์ชันใหม่แนะนำการใช้งาน

อัปเดตฟังก์ชัน PEAK 14/01/2026

PEAK Account

7

min

อัปเดตฟังก์ชัน PEAK 14/01/2026

เอาใจผู้ใช้งานโปรแกรม PEAK ด้วยฟังก์ชันใหม่ที่ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น 1. ปรับค่าเริ่มต้นและเพดานสูงสุดในการคำนวณเงินประกันสังคม เพื่อให้รองรับกับการประกาศในปี 2569 เหมาะสำหรับ : ผู้ใช้งาน PEAK Payroll Highlight: ระบบปรับค่าเริ่มต้นและเพดานสูงสุดของช่องเงินสะสม/เงินสมทบ เป็น 875 บาท ตามเพดานประกันสังคมใหม่ปี 2569 ช่วยให้การคำนวณเงินเดือนเป็นไปตามเกณฑ์ล่าสุดโดยไม่ต้องตั้งค่าใหม่เอง หมายเหตุ 2. เพิ่มตัวเลือกแสดงหรือซ่อนสินค้า/บริการที่ปิดใช้งานในหน้าออกรายงาน ช่วยให้พิมพ์รายงานสินค้าได้ตรงตามต้องการมากขึ้น เหมาะสำหรับ : ผู้ใช้งานที่ต้องการพิมพ์รายงานสินค้า/บริการได้อย่างถูกต้อง Highlight: ระบบเพิ่มตัวเลือกให้พิมพ์รายงานสินค้า/บริการโดย ไม่แสดงสินค้าที่จัดเก็บ เป็นค่าเริ่มต้น ช่วยให้รายงานอ่านง่ายและโฟกัสเฉพาะรายการที่ใช้งานจริง หมายเหตุ 3. เพิ่มการแสดงผลเมื่อมีการเลือกเอกสารใบวางบิล ใบรวมจ่าย แล้วแสดงมูลค่ารวมของเอกสาร ช่วยให้ผู้ใช้งานทราบมูลค่าของเอกสารได้สะดวกมากยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับ : ผู้ใช้งานที่ต้องการตรวจสอบมูลค่ารวมและจำนวนเอกสารในการสร้างใบวางบิลหรือใบรวมจ่ายให้ถูกต้องก่อนสร้างเอกสาร Highlight: ระบบแสดงยอดรวมมูลค่าเอกสารที่เลือกทั้งหมดบนหน้าคั่นก่อนสร้างใบวางบิลและใบรวมจ่าย และแสดงบนแท็บด้านล่างอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้มองเห็นยอดรวมเมื่อเลือกเอกสารแต่ละใบ เพื่อให้ตรวจสอบมูลค่ารวมได้ง่ายและมั่นใจก่อนสร้างเอกสาร หมายเหตุ 4. ปรับการแสดงข้อมูลชื่อกิจการภาษาอังกฤษอัตโนมัติเมื่อส่งอีเมลเอกสารที่เมนูรายรับรายจ่าย ช่วยให้เอกสารดูเป็นมาตรฐานเดียวกัน และลดขั้นตอนการแก้ไขข้อมูลเอง เหมาะสำหรับ : ผู้ใช้งานที่มีการใช้งานระบบและต้องการส่งอีเมลด้วยภาษาอังกฤษ Highlight: เมื่อใช้งาน PEAK ด้วยภาษาอังกฤษ ระบบจะแสดงชื่อกิจการภาษาอังกฤษอัตโนมัติเมื่อส่งอีเมล โดยจะเปลี่ยนภาษอังกฤษในหัวข้ออีเมล ข้อมูลผู้ส่ง และข้อมูลการชำระเงิน ช่วยให้เอกสารดูเป็นมาตรฐานเดียวกัน และลดขั้นตอนการแก้ไขข้อมูลเอง หมายเหตุ 5. ปรับให้การกดเมนูบน Old PEAK ไปแสดงผลที่ New PEAK ช่วยผู้ใช้งานสามารถบันทึกข้อมูลบน New PEAK ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับ : ผู้ใช้งานระบบ Old PEAK Highlight: ระบบปิดการแก้ไข สร้าง และลบเอกสารบนระบบ Old PEAK เพื่อให้ข้อมูลสำคัญของกิจการถูกจัดการในระบบเดียว โดยผู้ใช้งานยังสามารถเข้าดูข้อมูลได้ตามปกติ แต่เมนูที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขข้อมูลจะถูกนำทางไปใช้งานบน New PEAK แทน เมนูที่ปิดการแก้ไขข้อมูล ช่องทางเข้าใช้งาน New PEAK : 6. เพิ่มการปิดแสดงผลข้อมูลในหน้าสร้างเอกสารรายรับ รายจ่าย ช่วยให้ผู้ใช้งานสร้างเอกสารได้ง่าย และลดการแสดงผลข้อมูลที่ไม่จำเป็น เหมาะสำหรับ : ผู้ใช้งานที่มีการสร้างกิจการใหม่ Highlight: ระบบปรับค่าเริ่มต้นสำหรับกิจการที่สร้างใหม่ โดยปิดการแสดงผลข้อมูลในส่วนของ เงินมัดจำ หมายเหตุ แนบไฟล์ และแท็ก ช่วยลดข้อมูลที่ต้องกรอกให้น้อยลง ใช้งานง่าย และลดความซับซ้อนในการออกเอกสาร หมายเหตุ

ฟังก์ชันใหม่แนะนำการใช้งาน

เจ้าของกิจการตรวจเอกสารค่าใช้จ่าย

PEAK Account

15

min

เอกสารค่าใช้จ่าย ต้นตอปัญหาด้านภาษี ที่เจ้าของกิจการคาดไม่ถึง

เมื่อเกิดค่าใช้จ่ายในการทำธุรกิจทุกครั้งต้องมีหลักฐาน ที่เราเรียกรวม ๆ กันว่า เอกสารค่าใช้จ่าย เพราะหากไม่มีเอกสารเหล่านี้ อาจส่งผลเสียต่อธุรกิจได้มากกว่าที่คุณคิด ในบทความนี้เราจะพาทุกท่านมาดูถึงความสำคัญว่าทำไมทุกธุรกิจต้องเก็บเอกสารค่าใช้จ่ายให้ดี! เอกสารค่าใช้จ่าย คืออะไร เอกสารค่าใช้จ่าย คือ เอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายของธุรกิจ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหลักฐานยืนยันการเกิดขึ้นของค่าใช้จ่าย หรือหลักฐานการชำระเงินของธุรกิจ โดยเอกสารค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะใช้ในการบันทึกบัญชี หรือใช้ในการคำนวณภาษี เอกสารค่าใช้จ่ายสำคัญอย่างไรกับธุรกิจ เอกสารค่าใช้จ่าย มีความสำคัญต่อธุรกิจเป็นอย่างมาก เพราะเป็นหลักฐานในการชำระเงิน การมีอยู่ของเอกสารค่าใช้จ่าย จะช่วยยืนยันได้ว่าใครเป็นผู้รับเงิน และสามารถนำรายจ่ายดังกล่าวมาคำนวณภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล เพราะหากไม่มีเอกสารเหล่านี้ ต่อให้พนักงานบัญชีทำการลงบัญชีทุกค่าใช้จ่าย แต่ไม่มีหลักฐาน ก็ไม่สามารถคำนวณภาษีได้ ซึ่งรวมไปถึงเอกสารด้านภาษีมูลค่าเพิ่ม ดังนั้นเจ้าของธุรกิจจึงต้องให้ความสำคัญความสมบูรณ์ และน่าเชื่อถือของเอกสารด้วย ปัญหาที่เจ้าของกิจการพบบ่อยเกี่ยวกับเอกสารค่าใช้จ่าย ในการดำเนินธุรกิจ เจ้าของกิจการหลายท่านอาจเคยเจอปัญหาเกี่ยวกับเอกสารค่าใช้จ่ายมาพอสมควร เพราะใช้ว่าทุกธุรกิจที่เราซื้อขายด้วยจะสามารถออกบิล หรือหลักฐานเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายให้เราได้เสมอ หรือใช้เวลาในการออกเอกสารเนื่องจากไม่มีระบบที่รองรับ ซึ่งปัญหาที่มักพบคือ ซึ่งปัญหานี้หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องเล็ก แต่ถ้าพูดถึงในด้านภาษี หากไม่มีหลักฐานการใช้จ่ายที่ครบถ้วนก็ไม่สามารถนำมาคำนวณภาษีต่อได้ ส่งผลให้ธุรกิจเสียโอกาสในการลดต้นทุนของธุรกิจโดยใช่เหตุ ตัวอย่างการคำนวณภาษี ในกรณีที่ไม่มีหลักฐานเอกสารค่าใช้จ่าย ถึงแม้จะเป็นค่าใช้จ่ายที่ลงบันทึกบัญชี (เรียกว่าค่าใช้จ่ายทางบัญชี) หากไม่มีเอกสารค่าใช้จ่าย ทางภาษีจะไม่ยอมรับเป็น “ค่าใช้จ่ายทางภาษี” ไม่สามารถนำมาคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล เพราะค่าใช้จ่ายที่สามารถนำมาคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลต้องเป็น “ค่าใช้จ่ายทางภาษี” ไม่ใช่ “ค่าใช้จ่ายทางบัญชี” ยกตัวอย่างเช่น บริษัท A มีรายได้รวม 200,000 บาท และมีค่าใช้จ่ายทางบัญชี (ที่บันทึกในบัญชี) รวมทั้งหมด 150,000 บาท แต่มีหนึ่งยอดจำนวน 50,000 บาทที่ไม่มีเอกสารค่าใช้จ่ายประกอบ ทำให้ “ค่าใช้จ่ายทางภาษี” เป็น 100,000 บาท ยกตัวอย่างการคำนวณ กรณีไม่มีเอกสาร 200,000 – 100,000 (ไม่นำ 50,000 มาคำนวณ) = 100,000 บาท คำนวณภาษีกรณีมีอัตรา 20% 100,000 x 20% = 20,000 บาท ดังนั้นในกรณีที่ธุรกิจไม่มีเอกสารค่าใช้จ่ายของยอด 50,000 บาทดังกล่าวจะต้องชำระภาษี 20,000 บาท แต่ในกรณีที่มีเอกสารค่าใช้จ่ายของยอด 50,000 บาท จึงนับเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษี สามารถนำมาคำนวณได้ ทำค่าใช้จ่ายทางภาษีกลายเป็น 150,000 บาท ยกตัวอย่างการคำนวณ กรณีมีเอกสารครบ 200,000 – 150,000 = 50,000 บาท คำนวณภาษีกรณีมีอัตรา 20% 50,000 x  20% = 10,000 บาท เห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าถ้ามีเอกสารค่าใช้จ่ายของยอดที่หายไป ธุรกิจจะเสียภาษีน้อยลงถึง 10,000 บาท จากการคำนวณนี้ เจ้าของกิจการน่าจะพอเห็นภาพกันมากขึ้นถึงความสำคัญของการจัดเก็บเอกสารค่าใช้จ่ายให้ครบถ้วน ดังนั้นเจ้าของกิจการควรให้ความสำคัญกับเอกสารค่าใช้จ่าย เพื่อไม่ให้เสียโอกาสทั้งในด้านภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม เอกสารค่าใช้จ่ายแบบไหนใช้สิทธิทางภาษีได้บ้าง สำหรับเอกสารค่าใช้จ่ายที่สามารถใช้สิทธิทางภาษีได้ เราขอแบ่งออกเป็น เอกสารด้านภาษีเงินได้นิติบุคคลและ เอกสารด้านภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยแต่ละประเภทจะมีเอกสารดังนี้ ด้านภาษีเงินได้นิติบุคคล ใบเสร็จรับเงิน ใบเสร็จรับเงิน คือ เอกสารแสดงค่าใช้จ่ายที่ใช้เป็นหลักฐานว่าผู้ขายได้รับเงินเรียบร้อยแล้ว ซึ่งในใบเสร็จรับเงินที่สามารถนำไปใช้สิทธิทางภาษีได้ต้องมีข้อมูลดังนี้ บิลเงินสด ใช้เป็นหลักฐานแสดงการชำระเงินเช่นเดียวกับใบเสร็จรับเงิน แต่จะมีค่าเป็นทางการน้อยกว่า โดยข้อมูลสำคัญที่ต้องมีในบิลเงินสดประกอบไปด้วย ใบสำคัญจ่าย ใบสำคัญจ่ายเป็นเอกสารค่าใช้จ่ายที่ออกโดยผู้ซื้อ (ผู้จ่ายเงิน) เพื่อเป็นหลักฐานแนบในกรณีที่ในใบเสร็จรับเงินระบุชื่อผู้ซื้อเป็นชื่ออื่น ซึ่งการแนบหลักฐานนี้เพื่อที่จะยืนยันว่ากิจการเป็นผู้ชำระเงินในใบเสร็จดังกล่าวจริง ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน (กรณีที่กฎหมายยอมรับ) ในกรณีที่ไม่สามารถขอใบเสร็จรับเงินจากผู้ขายได้ เช่น ซื้อสินค้าจากร้านขายของชำ ที่เจ้าของร้านไม่สะดวกออกเอกสาร โดยผู้จ่ายเงินสามารถออกใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงินแทนได้ ด้านภาษีมูลค่าเพิ่ม ใบกำกับภาษี (เต็มรูป) ใบกำกับภาษี คือ เอกสารที่ออกโดยผู้รับเงินที่จดทะเบียนมูลค่าเพิ่ม ซึ่งใบกำกับภาษีที่ถูกต้องสามารถใช้สิทธิทางภาษีได้ ประกอบไปด้วยข้อมูลดังนี้ ดังนั้นธุรกิจควรที่จะเก็บเอกสารเหล่านี้ไว้ให้ครบถ้วน ไม่ว่าค่าใช้จ่ายจะเป็นยอดเล็กน้อย หรือเป็นก้อนใหญ่ เพื่อให้ไม่เสียโอกาสในการหักลบภาษีที่ต้องชำระในแต่ละปี  เคล็ดลับการออกเอกสารค่าใช้จ่าย และจัดระเบียบเอกสารด้วยโปรแกรมบัญชี PEAK เพื่อให้เจ้าของกิจการไม่เสียโอกาสเพราะไม่มีวิธีการจัดการกับเอกสารค่าใช้จ่ายอย่างถูกวิธี เรามีเคล็ดลับที่ทำตามได้ง่าย ๆ มาฝากกัน ออกเอกสารด้วยโปรแกรมบัญชี PEAK การปรับใช้โปรแกรมบัญชี PEAK ในการทำธุรกิจ นอกจากการจัดการบัญชีให้เป็นระบบ ยังสามารถออกเอกสารที่ใช้เป็นหลักฐานควบคู่กับเอกสารค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นการออกใบสำคัญจ่าย หรือใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน ที่สามารถใช้เป็นหลักฐาน ในกรณีที่ไม่สามารถเรียกใบเสร็จรับเงินจากผู้ขายได้  ซึ่งโปรแกรมบัญชี PEAK มาพร้อมฟีเจอร์ให้คุณบันทึกค่าใช้จ่าย พิมพ์ใบสำคัญจ่าย ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน หรือใบรับสินค้าได้ โดยสามารถทำตามขั้นตอนในคู่มือได้ที่นี่ จัดเก็บเอกสารค่าใช้จ่ายด้วยโปรแกรมบัญชี PEAK  นอกจากการออกเอกสารที่ใช้เป็นหลักฐานแล้ว การจัดเก็บเอกสารค่าใช้จ่ายให้ดีตั้งแต่เริ่มต้นก็ช่วยสร้างความมั่นใจ ลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาด และเสียโอกาสทางธุรกิจไปได้ ซึ่งโปรแกรมบัญชี PEAK มาพร้อมฟังก์ชัน คลังเอกสาร ให้สามารถจัดเก็บเอกสารรายจ่ายได้อย่างเป็นระบบ สามารถศึกษาการใช้งานได้ที่นี่ เอกสารค่าใช้จ่ายสำคัญ ช่วยลดต้นทุนทางภาษีของธุรกิจ น่าจะพอเห็นภาพถึงความสำคัญของ เอกสารค่าใช้จ่าย กันมากขึ้นแล้ว เพราะหากไม่มีการจัดเก็บที่ดี อาจทำให้ธุรกิจเสียโอกาส เสียภาษีเยอะเกินกว่าที่ควรได้ ดังนั้นเจ้าของกิจการควรให้ความสำคัญในส่วนนี้ให้มากขึ้น อาจเริ่มต้นจากการวางระบบเก็บเอกสาร หรือขอเอกสารค่าใช้จ่ายจากผู้ขายทุกครั้ง นอกจากนี้การใช้โปรแกรมบัญชี PEAK ก็ไม่เพียงแค่ช่วยในเรื่องของเอกสารรายจ่ายอย่างเดียว แต่ยังช่วยจัดการระบบบัญชีได้อย่างครบวงจร เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพื่อลดต้นทุนทางภาษีของธุรกิจ ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก