วิธีคิดค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์ ใน PEAK Asset
การบริหารจัดการสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพเริ่มต้นที่การคำนวณค่าเสื่อมราคาให้ถูกต้องแม่นยำ เพื่อให้งบการเงินสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของกิจการ ระบบ PEAK Asset ถูกออกแบบมาให้คำนวณค่าเสื่อมราคาโดยอ้างอิงจากจำนวนวันจริงในแต่ละเดือน โดยรองรับทั้งการบันทึกซื้อสินทรัพย์ใหม่ผ่านระบบ (PA) และการนำเข้าสินทรัพย์ยกมาจากปีก่อนหน้า
สูตรการคำนวณค่าเสื่อมราคา บนระบบ PEAK Asset ของ PEAK จะมี 2 แบบ ดังนี้
- กรณีซื้อสินทรัพย์ผ่านเอกสารบันทึกซื้อสินทรัพย์ (PA)
- กรณีบันทึกสินทรัพย์ยกมา (เพิ่มสินทรัพย์ที่ PEAK Asset และบันทึกบัญชีสมุดรายวันเอง)
1. กรณีซื้อสินทรัพย์ผ่านเอกสารบันทึกซื้อสินทรัพย์ (PA)
สูตรการคำนวณ คือ
ค่าเสื่อมราคาต่อวัน = (ราคาทุน – มูลค่าซาก) / อายุการใช้งาน(วัน)
ตัวอย่าง
ซื้อสินทรัพย์วันที่ 01/01/2025 ราคาสินทรัพย์ 15,000 บาท มูลค่าซาก 10% อายุการใช้งาน 5 ปี
- ราคาทุนคือ 15,000 บาท
- มูลค่าซาก =10% * 15,000 = 1,500 บาท
- อายุการใช้งาน 5 ปี = 1,826 วัน (365วัน * 4 ปี + 366วัน * 1 ปี)
แทนค่าในสูตรข้างต้น
ค่าเสื่อมราคาต่อวัน = (15,000 – 1,500)/1,826 วัน = 7.3932 บาท โดยประมาณ
- เดือนมกราคม 2025 = 7.3932 * 31 วัน = 229.19 บาท
- เดือนกุมภาพันธ์ 2025 = 7.3932 * 28 วัน = 207.01 บาท
- เดือนเมษายน 2025 = 7.3932 * 30 วัน = 221.80 บาท

2. กรณีบันทึกสินทรัพย์ยกมา (เพิ่มสินทรัพย์ที่ PEAK Asset และบันทึกบัญชีสมุดรายวันเอง)
สูตรการคำนวณ คือ
ค่าเสื่อมราคาต่อวัน = ((ราคาทุน – ค่าเสื่อมสะสมยกมา) – มูลค่าซาก) / อายุการใช้งาน (วัน)
ตัวอย่าง การบันทึกสินทรัพย์ยกไป ณ วันที่ 31/12/2022
- ซื้อสินทรัพย์วันที่ 01/12/2022 ราคาทุน 15,000 บาท มูลค่าซาก 10% อายุการใช้งาน 5 ปี
- ค่าเสื่อมสะสม ณ 31/12/2022 = 225 บาท สามารถเพิ่มข้อมูลสินทรัพย์ได้ดังนี้

- มูลค่าซาก 10%*15,000 = 1,500 บาท
- อายุการใช้งานที่ยังเหลืออยู่ = อายุการใช้งานทั้งหมด – อายุวันที่ผ่านไปแล้ว
= 1,826 วัน – 31 วัน (ธ.ค.2022)
= 1,795 วัน
แทนค่าในสูตร
ค่าเสื่อมราคาต่อวัน = (15,000 – 225 – 1,500) / 1,795 วัน = 7.3955 บาท
- เดือนมกราคม 2023 = 7.3955 * 31 วัน = 229.26 บาท
- เดือนกุมภาพันธ์ 2023 = 7.3955 * 28 วัน = 207.08 บาท
- เดือนเมษายน 2023 = 7.3955 * 30 วัน = 221.87 บาท

– จบขั้นตอนการวิธีคิดค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์ ใน PEAK Asset –