เชื่อมต่อ PEAK x TikTok Shop

เชื่อมต่อ PEAK x TikTok Shop เพื่อลดงานซ้ำซ้อนด้วยระบบอัตโนมัติ ตั้งแต่การจัดการออเดอร์ การอัปเดตสต๊อก ไปจนถึงการบันทึกบัญชีอย่างเป็นระบบ โดยไม่ต้องกังวลกับงานหลังบ้านอีกต่อไป

ขั้นตอนการเชื่อมต่อ API ระหว่าง PEAK x TikTok Shop

1.ไปที่เมนูตั้งค่าเพื่อเชื่อมต่อ PEAK x TikTok Shop

คลิกตั้งค่าเชื่อมต่อระบบภายนอก > เชื่อมต่อแอปพลิเคชันภายนอก

เชื่อมต่อ PEAK x TikTok Shop ที่เมนูตั้งค่า คลิกตั้งค่าเชื่อมต่อระบบภายนอก เลือกเชื่อมต่อแอปพลิเคชันภายนอก ใน PEAK

2. เลือก TikTok Shop

เชื่อมต่อ PEAK x TikTok Shop เลือก TikTok Shop ใน PEAK

3. คลิกเชื่อมต่อ

คลิก เชื่อมต่อ PEAK x TikTok Shop ใน PEAK

4. ระบบจะ pop-up ข้อควรรู้สำหรับการเชื่อมต่อระบบภายนอก คลิกรับรู้ > ยืนยัน

ระบบจะ pop-up ข้อควรรู้สำหรับการเชื่อมต่อระบบภายนอก กดรับรู้  และยืนยัน ใน PEAK

5. ระบบจะพาไปที่หน้า Log in หากยังไม่มีบัญชีใช้งานสามารถกดสมัครบัญชีใช้งานได้เลย

หน้าลงทะเบียน TikTok Shop

6. จากนั้นคลิกอนุญาตให้ TikTok Shop เชื่อมต่อกับ PEAK

กดอนุญาตให้เชื่อมต่อ TikTok Shop ใน PEAK

กดมอบอำนาให้  เชื่อมต่อ PEAK x TikTok Shop

7. ระบบจะกลับมาที่หน้าโปรแกรม PEAK ให้อัตโนมัติ โดยระบบจะ Pop-Up คำแนะนำในการเชื่อมต่อเบื้องต้น ทั้งนี้ผู้ใช้งานสามารถเลือกได้ว่าต้องการดูหรือไม่ หากไม่ต้องการ สามารถปิดคำแนะนำได้เลย

Pop-Up คำแนะนำในการเชื่อมต่อ เลือกอ่านคำแนะนำหรือข้าม ใน PEAK

หมายเหตุ: คำแนะนำการใช้งานนี้ ผู้ใช้งานสามารถย้อนกลับมาอ่านคำแนะนำได้เสมอ

8. ตั้งค่าการ เชื่อมต่อ PEAK x TikTok Shop

เมื่ออ่านคำแนะนำสำเร็จแล้ว สามารถกดตั้งค่า เชื่อมต่อ PEAK x TikTok Shop โดยคลิกปุ่ม “เริ่มตั้งค่า”

ซึ่งการตั้งค่าการเชื่อมต่อ ประกอบด้วย 7 ส่วน ดังนี้

ส่วนที่ 1: สถานะของคำสั่งซื้อใน TikTok Shop ที่นำมาสร้างเอกสาร

ทำการเลือกตัวเลือก สถานะคำสั่งซื้อ ใน TikTok Shop ที่ต้องการให้ระบบนำมาสร้างเอกสาร ดังนี้

  • ตั้งแต่สถานะ “ที่จะจัดส่ง (รอเข้ารับ)”
  • ตั้งแต่สถานะ “จัดส่งแล้ว”
  • เฉพาะสถานะ “สำเร็จ”
ส่วนที่ 1: สถานะของคำสั่งซื้อใน TikTok Shop ที่นำมาสร้างเอกสาร

ส่วนที่ 2: ตั้งค่าการรวมคำสั่งซื้อ และ เอกสารใบกำกับภาษี

ปัจจุบัน PEAK เพิ่มฟังก์ชันเพื่อช่วยลดจำนวนเอกสารรายวันในระบบ โดยทำการ ยุบรวมคำสั่งซื้อของร้านค้า TikTok Shop ที่เกิดขึ้นในวันเดียวกัน > ให้เหลือเพียง 1 เอกสารต่อวัน โดยอัตโนมัติ

เงื่อนไขสำคัญก่อนเปิดใช้งาน: ตัวเลือกนี้จะเปิดให้ใช้งานได้ เฉพาะเมื่อ ผู้ใช้งานเลือกสถานะคำสั่งซื้อในส่วนที่ 1 เป็น “เฉพาะสถานะสำเร็จ” เท่านั้น

โดย ตัวเลือกสำหรับการตั้งค่า มีดังนี้

  • แยกเอกสารตามคำสั่งซื้อ: ระบบจะสร้างเอกสารรายออเดอร์ตามปกติ (1 คำสั่งซื้อต่อ 1 เอกสาร)
ส่วนที่ 2: ตั้งค่าการรวมคำสั่งซื้อ และ เอกสารใบกำกับภาษี

  • รวมคำสั่งซื้อในวันเดียวกัน: ระบบจะประมวลผลทุก ๆ วัน เวลา 06:00 น. เพื่อรวมคำสั่งซื้อของเมื่อวานที่มีสถานะ “เสร็จสิ้น” สร้างเป็นเอกสารฉบับเดียวต่อวัน
รวมคำสั่งซื้อในวันเดียวกัน: ระบบจะประมวลผลทุก ๆ วัน เวลา 06:00 น. เพื่อรวมคำสั่งซื้อของเมื่อวานที่มีสถานะ “เสร็จสิ้น” สร้างเป็นเอกสารฉบับเดียวต่อวัน

ตัวเลือกเพิ่มเติม กรณีเลือก “รวมคำสั่งซื้อในวันเดียวกัน”

  • แยกคำสั่งซื้อที่ขอใบกำกับภาษี หากมีคำสั่งซื้อที่ขอใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ ระบบจะแยกออเดอร์นั้นออกมาสร้างเป็นเอกสารเดี่ยวให้ทันที ส่วนออเดอร์ปกติอื่นๆ จะถูกรวมเป็นเอกสารใบเดียว
ตัวเลือกเพิ่มเติม กรณีเลือก “รวมคำสั่งซื้อในวันเดียวกัน”

ส่วนที่ 3: ตั้งค่าเลขที่เอกสาร (กำหนดเลขที่ของเอกสารที่สร้าง)

ตัวเลือกสำหรับการตั้งค่ามีดังนี้เพื่อ

  • ใช้เลขที่ตามการตั้งค่าใน PEAK (หากต้องการดูวิธีการตั้งค่าเพิ่มเติม คลิกที่นี่)
  • ใช้เลขที่คำสั่งซื้อจาก TikTok Shop
ส่วนที่ 3: ตั้งค่าเลขที่เอกสาร (กำหนดเลขที่ของเอกสารที่สร้าง)

ส่วนที่ 4: ตั้งค่าผู้ติดต่อ

เป็นการตั้งค่าผู้ติดต่อที่ใช้ในเอกสาร ระบบจะสร้างเอกสารด้วยชื่อผู้ติดต่อที่ตั้งค่าไว้ทั้งหมด เช่น ลูกค้าออนไลน์, ลูกค้า TikTok Shop

หมายเหตุ: หากต้องการแก้ไขชื่อผู้ติดต่อของเอกสาร ให้ทำการยกเลิกเอกสาร หรือส่งลิงก์ขอใบกำกับภาษีให้กับลูกค้า)

ส่วนที่ 4: ตั้งค่าผู้ติดต่อ

ส่วนที่ 5: ตั้งค่าสินค้า

  • เชื่อมต่อสินค้ากับ PEAK: ใช้ระบบสต๊อกและระบบต้นทุนขายใน PEAK
  • ไม่ต้องการเชื่อมต่อสินค้ากับ PEAK: บันทึกเฉพาะรายได้ ไม่ใช้ระบบสต๊อก/สินค้าใน PEAK
  • การตั้งค่าเลขที่สินค้าที่ให้ระบบลงบันทึก: เลือกอ้างอิงจาก “เลขที่สินค้า” หรือ “เลข TikTok SKU”
ส่วนที่ 5: ตั้งค่าสินค้า

หมายเหตุ: หากรหัส TikTok SKU ที่จะอ้างอิงผู้ใช้งานยังไม่เคยเปิดใช้งาน ระบบจะทำการแจ้งเตือนให้ไปตั้งค่าเปิดใช้งาน หากไม่เปิดใช้งาน ระบบจะบันทึกรายได้จากการขายสินค้านั้นโดยไม่ตัดสต็อกสินค้าและต้นทุนขายให้

หมายเหตุ: หากรหัส TikTok SKU ที่จะอ้างอิงผู้ใช้งานยังไม่เคยเปิดใช้งาน ระบบจะทำการแจ้งเตือนให้ไปตั้งค่าเปิดใช้งาน หากไม่เปิดใช้งาน ระบบจะบันทึกรายได้จากการขายสินค้านั้นโดยไม่ตัดสต็อกสินค้าและต้นทุนขายให้

ส่วนที่ 6: การบันทึกส่วนลดจากร้านค้า และค่าขนส่ง

ตั้งค่าผังบัญชีที่ต้องการบันทึกเกี่ยวกับค่าขนส่งและส่วนลด โดยระบบจะแบ่งวิธีการบันทึกออกเป็น 2 กรณี ตามรูปแบบที่เลือกในส่วนที่ 2 ดังนี้

กรณีที่ 1 เลือก “แยกเอกสารตามคำสั่งซื้อ”

ผู้ใช้งานสามารถเลือกวิธีการบันทึกส่วนลดได้อย่างอิสระ 2 รูปแบบตามความต้องการของกิจการ

  • บันทึกรวมส่วนลดทั้งหมด: ระบบจะสร้างเอกสารแยกรายออเดอร์ และดึงยอดส่วนลดแยกอีก 1 บรรทัด เพื่อบันทึกเข้าผังบัญชีส่วนลดจ่ายแยกเป็นใบๆ
กรณีที่ 1 เลือก “แยกเอกสารตามคำสั่งซื้อ”

  • บันทึกส่วนลด/หน่วยแยกรายสินค้า: ระบบจะนำยอดส่วนลดไปเฉลี่ยหักออกจากมูลค่าสินค้าแต่ละรายการโดยตรง

กรณีที่ 2 เลือก “รวมคำสั่งซื้อในวันเดียวกัน”

ระบบจะบังคับเลือก “บันทึกรวมส่วนลดทั้งหมด” ยอดส่วนลดทั้งหมดจากทุกออเดอร์ย่อยในวันนั้นจะถูกรวมเป็นยอดเดียว และบันทึกเข้าสู่ผังบัญชีที่กำหนดไว้ทันที

ส่วนที่ 7: ช่องทางการเงิน

เป็นการตั้งค่าช่องทางการรับชำระเงิน โดยสามารถเลือก e-Wallet TikTok Shop ได้

เมื่อตั้งค่าทั้ง 7 ส่วนเสร็จเรียบร้อย ให้คลิกปุ่ม “บันทึก”

9. เมื่อตั้งค่าครบทุกส่วนเสร็จเรียบร้อย ให้คลิกปุ่ม “บันทึก”

ระบบจะแสดงร้านค้าที่ได้มีการเชื่อมต่อให้

ตั้งค่าเรียบร้อยแล้ว กดบันทึกใน PEAK

ระบบจะแสดงร้านค้าที่ทำการ เชื่อมต่อ PEAK x TikTok Shop ใน PEAK

กรณีต้องการยกเลิกการเชื่อมต่อร้านค้า TikTok Shop คลิกตัวเลือก (จุด 3 จุด) ข้างหลังร้านค้า คลิกยกเลิกการเชื่อมต่อ

หากต้องการยกเลิก เชื่อมต่อ PEAK x TikTok Shop กดตัวเลือก (จุด 3 จุด) ข้างหลังร้านค้า กดยกเลิกการเชื่อมต่อ

– จบขั้นตอน PEAK x TikTok Shop –