PEAK Account

ทั้งหมด

บัญชี

ภาษี

ธุรกิจ

การใช้งานโปรแกรม

ข่าวสาร

26 ต.ค. 2026

PEAK Account

24 min

หนี้สิน คืออะไร ประเภท ตัวอย่าง และวิธีจัดการหนี้สินสำหรับธุรกิจ

หนี้สิน (Liabilities) คืออะไร และสำคัญอย่างไร หนี้สิน (Liabilities) คือ ภาระผูกพันทางการเงินที่กิจการต้องจ่ายคืนให้ผู้อื่นในอนาคต เช่น ซื้อสินค้ามาแต่ยังไม่ได้จ่าย หรือกู้เงินธนาคารมาขยายกิจการ ภาระเหล่านี้เป็นเรื่องปกติของธุรกิจทุกขนาด มาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ (TFRS for NPAEs) ปรับปรุง 2565 ย่อหน้า 3.18.2 นิยามว่าเป็นภาระผูกพันปัจจุบันที่เกิดจากเหตุการณ์ในอดีต และการชำระจะทำให้กิจการสูญเสียทรัพยากรเชิงเศรษฐกิจ กิจการรับรู้รายการนี้ในงบเมื่อเข้าเกณฑ์ครบ 2 ข้อ คือ ค่อนข้างแน่ว่าประโยชน์เชิงเศรษฐกิจจะออกจากกิจการ และวัดมูลค่าที่ต้องชำระได้อย่างน่าเชื่อถือ เรื่องนี้สำคัญอย่างน้อย 3 ด้าน ตลอดบทความนี้ใช้ตัวอย่าง บริษัท ลำปางเซรามิกเทรด จำกัด (ชื่อสมมุติ) ขายส่งกระเบื้องเซรามิกให้ผู้รับเหมา จด VAT แล้ว ณ 31 ธันวาคม 2569 มีสินทรัพย์รวม 5 ล้านบาท และภาระหนี้รวม 2 ล้านบาท ความหมายทางบัญชีต่างจากหนี้ส่วนตัวอย่างไร หนี้สิน หมายถึง ภาระของกิจการในทางบัญชี ไม่ใช่ภาระของเจ้าของ คำเดียวกันจึงใช้ได้ 2 บริบท และต้องแยกให้ออก โดยเฉพาะเจ้าของกิจการที่เคยใช้เงินส่วนตัวหมุนในธุรกิจ มุมมอง หนี้สินทางบัญชี (Liabilities) หนี้สินส่วนบุคคล (Personal Debt) ใครเป็นหนี้ บริษัท หรือกิจการ ตัวบุคคล ตัวอย่าง เจ้าหนี้การค้า เงินกู้ธนาคาร ภาษีค้างจ่าย หนี้บัตรเครดิต สินเชื่อบ้าน หนี้ กยศ. แสดงที่ไหน งบแสดงฐานะการเงิน (งบดุล) ข้อมูลเครดิตบูโร มองอย่างไร เป็นเรื่องปกติ ทุกธุรกิจมี ขึ้นกับเป้าหมายการกู้และกำลังจ่ายคืน ประเภทของหนี้สิน มีอะไรบ้าง หนี้สินมีกี่ประเภท ตอบสั้น ๆ คือ 2 ประเภทหลัก ได้แก่ หนี้สินหมุนเวียน และหนี้สินไม่หมุนเวียน มาตรฐาน NPAEs ย่อหน้า 4.8 กำหนดให้แยกแสดง 2 กลุ่มนี้ในงบแสดงฐานะการเงิน ตัวแบ่งหลักคือระยะเวลาที่ต้องชำระ นับจากวันสิ้นรอบระยะเวลารายงาน ไม่ใช่วันที่เกิดหนี้ หนี้สินหมุนเวียน มีอะไรบ้าง หนี้สินหมุนเวียน คือ หนี้ที่ต้องจ่ายคืนภายใน 12 เดือน หรือภายในรอบการดำเนินงานปกติ ภาษาอังกฤษเรียกว่า Current Liabilities เป็นภาระที่ส่งผลต่อสภาพคล่องของธุรกิจโดยตรง ตัวอย่างที่ SME พบบ่อย ได้แก่ เจ้าหนี้การค้า (ค่าสินค้าที่ซื้อมาแต่ยังไม่ได้จ่าย) ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย เช่น เงินเดือน ค่าเช่า ค่าสาธารณูปโภค ภาษีค้างนำส่ง และเงินกู้ระยะสั้น มาตรฐาน NPAEs ย่อหน้า 4.8.2 ให้จัดเป็นหนี้สินหมุนเวียนเมื่อเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง ข้อสุดท้ายมีผลกับเงินกู้ระยะยาวด้วย ถ้ากิจการผิดเงื่อนไขสัญญาเงินกู้ก่อนหรือ ณ วันสิ้นงวดจนเจ้าหนี้เรียกคืนได้ทันที ยอดนั้นต้องย้ายมาเป็นหนี้สินหมุนเวียน แม้เจ้าหนี้จะผ่อนผันให้ภายหลัง ลำปางเซรามิกเทรดมีภาษีมูลค่าเพิ่มค้างจ่ายและภาษีหัก ณ ที่จ่ายค้างนำส่ง 80,000 บาท กับเงินประกันสังคมค้างนำส่ง 20,000 บาท ทั้ง 2 รายการต้องจ่ายในเดือนถัดไป จึงอยู่ในกลุ่มนี้ เงินกู้ระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระใน 12 เดือน แสดงตรงไหน แสดงเป็นหนี้สินหมุนเวียน มาตรฐาน NPAEs ย่อหน้า 4.9.18 กำหนดให้แยกบรรทัด “เงินกู้ยืมระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี” ออกจากยอดเงินกู้ระยะยาวที่เหลือ ลำปางเซรามิกเทรดมีเงินกู้ธนาคารคงเหลือ 1,000,000 บาท ผ่อนปีละ 200,000 บาท งบสิ้นปี 2569 จึงแสดง 200,000 บาทเป็นหนี้สินหมุนเวียน และ 800,000 บาทเป็นหนี้สินไม่หมุนเวียน หนี้สินไม่หมุนเวียน มีอะไรบ้าง หนี้สินไม่หมุนเวียน คือ หนี้ที่ครบกำหนดชำระเกิน 12 เดือนนับจากวันสิ้นรอบระยะเวลารายงาน ภาษาอังกฤษเรียกว่า Non-current Liabilities มักเป็นหนี้ก้อนใหญ่ที่ใช้ลงทุนขยายธุรกิจ ตัวอย่างเช่น เงินกู้ระยะยาวจากธนาคาร (กู้ซื้อเครื่องจักร ที่ดิน อาคาร) หนี้สินตามสัญญาเช่าเงินทุน (ลีสซิ่งรถยนต์ เช่าเครื่องจักร) หุ้นกู้ที่บริษัทออก และประมาณการหนี้สินระยะยาว เช่น ผลประโยชน์พนักงานที่จะจ่ายในอนาคต TFRS for NPAEs ฉบับปรับปรุง 2565 ใช้คำว่า “สัญญาเช่าเงินทุน” แทนคำเดิม “สัญญาเช่าการเงิน” ดูวิธีจัดประเภทและรายการหนี้สินระยะยาวแบบละเอียดได้ในบทความเฉพาะเรื่อง รายการไหนที่ SME มักลืมบันทึก รายการที่หลุดบ่อยคือภาระที่ยังไม่มีใบแจ้งหนี้มาเตือน เพราะเกิดขึ้นแล้วแต่ยังไม่ถึงวันจ่าย ถ้าไม่บันทึก งบจะแสดงภาระต่ำกว่าความจริง หนี้สินธุรกิจ มีอะไรบ้าง 10 ตัวอย่างที่พบบ่อยใน SME รายการที่พบบ่อยมี 10 รายการตามตารางนี้ 8 รายการเป็นหนี้สินหมุนเวียน อีก 2 รายการเป็นหนี้สินไม่หมุนเวียน # รายการหนี้สิน ประเภท ตัวอย่างสถานการณ์ 1 เจ้าหนี้การค้า หมุนเวียน สั่งซื้อสินค้าจากซัพพลายเออร์ เครดิต 30 วัน 2 ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย หมุนเวียน เงินเดือนพนักงานสิ้นเดือนที่ยังไม่ได้จ่าย 3 ภาษีมูลค่าเพิ่มค้างจ่าย หมุนเวียน VAT ที่เก็บจากลูกค้าแล้ว รอยื่นแบบ ภ.พ.30 4 ภาษีหัก ณ ที่จ่ายค้างนำส่ง หมุนเวียน หักภาษีจากค่าจ้างฟรีแลนซ์ รอนำส่งสรรพากร 5 เงินกู้ยืมระยะสั้น หมุนเวียน วงเงิน OD หรือเงินกู้หมุนเวียนจากธนาคาร 6 เงินรับล่วงหน้า หมุนเวียน ลูกค้าจ่ายมัดจำก่อนรับสินค้า 7 เงินกู้ยืมระยะยาว ไม่หมุนเวียน กู้ธนาคารซื้อเครื่องจักร ผ่อน 5 ปี 8 หนี้สินตามสัญญาเช่าเงินทุน ไม่หมุนเวียน ลีสซิ่งรถกระบะใช้ในกิจการ 9 เงินประกันสังคมค้างนำส่ง หมุนเวียน สมทบทั้งฝั่งนายจ้างและลูกจ้าง รอนำส่ง 10 ดอกเบี้ยค้างจ่าย หมุนเวียน ดอกเบี้ยเงินกู้ที่เกิดแล้วแต่ยังไม่ถึงกำหนดจ่าย รายการที่ยอดมักสูงสุดใน SME คือเจ้าหนี้การค้า เพราะเกิดทุกครั้งที่ซื้อสินค้าแบบให้เครดิต ส่วนลีสซิ่งรถหรือเครื่องจักร ต้องดูเนื้อหาสัญญาก่อนว่าเป็นสัญญาเช่าเงินทุนหรือสัญญาเช่าดำเนินงาน เพราะแบบหลังไม่ได้แสดงเป็นหนี้สินในงบ งบของลำปางเซรามิกเทรดมี 8 จาก 10 รายการนี้ ขาดเพียงเงินกู้ยืมระยะสั้นกับดอกเบี้ยค้างจ่าย เพราะบริษัทไม่ได้ใช้วงเงิน OD และจ่ายดอกเบี้ยตรงงวดทุกเดือน หนี้สินในงบการเงิน แสดงอย่างไร แสดงในงบแสดงฐานะการเงิน (งบดุล) คู่กับส่วนของเจ้าของ และยอดรวม 2 ส่วนนี้ต้องเท่ากับสินทรัพย์รวมเสมอ ภายในส่วนหนี้สินแยกเป็นหมุนเวียนก่อน แล้วตามด้วยไม่หมุนเวียน ผู้อ่านงบมักดู 2 จุดแรก คือยอดหนี้สินหมุนเวียนเทียบสินทรัพย์หมุนเวียน และยอดหนี้รวมเทียบส่วนของเจ้าของ ภาพรวมการอ่านงบการเงินทั้งชุดดูต่อได้ในบทความเฉพาะ สมการบัญชีพื้นฐาน ใช้ตรวจงบอย่างไร ใช้ตรวจว่างบสมดุล สูตรคือ สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจ้าของ มาตรฐาน NPAEs ย่อหน้า 3.18.3 นิยามส่วนของเจ้าของว่าเป็นส่วนได้เสียคงเหลือในสินทรัพย์หลังหักภาระหนี้ทั้งสิ้น รายการของลำปางเซรามิกเทรด จำนวนเงิน (บาท) สินทรัพย์รวม 5,000,000 หนี้สินรวม 2,000,000 ส่วนของเจ้าของ 3,000,000 ตรวจสอบได้จาก 2,000,000 + 3,000,000 = 5,000,000 บาท ถ้ายอดไม่เท่ากัน แปลว่ามีรายการบันทึกตกหล่นหรือบันทึกผิดฝั่ง ตัวอย่างงบแสดงฐานะการเงิน ส่วนหนี้สินเป็นอย่างไร ส่วนหนี้สินของลำปางเซรามิกเทรด ณ 31 ธันวาคม 2569 แยกเป็นหมุนเวียน 1,000,000 บาท และไม่หมุนเวียน 1,000,000 บาท ตามตารางนี้ (ข้อมูลสมมติ) รายการ จำนวนเงิน (บาท) หนี้สินหมุนเวียน เจ้าหนี้การค้า 450,000 ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย 150,000 ภาษีมูลค่าเพิ่มค้างจ่ายและภาษีหัก ณ ที่จ่ายค้างนำส่ง 80,000 เงินประกันสังคมค้างนำส่ง 20,000 เงินรับล่วงหน้าจากลูกค้า 100,000 เงินกู้ยืมระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี 200,000 รวมหนี้สินหมุนเวียน 1,000,000 หนี้สินไม่หมุนเวียน เงินกู้ยืมระยะยาว (สุทธิจากส่วนที่ถึงกำหนดภายในหนึ่งปี) 800,000 หนี้สินตามสัญญาเช่าเงินทุน (รถกระบะส่งของ) 200,000 รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน 1,000,000 รวมหนี้สินทั้งสิ้น 2,000,000 D/E Ratio ใช้ดูภาระหนี้ของธุรกิจอย่างไร อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Debt to Equity Ratio หรือ D/E Ratio) ใช้ดูว่าธุรกิจพึ่งเงินกู้มากแค่ไหนเมื่อเทียบกับเงินของเจ้าของ สูตรคือ D/E Ratio = หนี้สินรวม ÷ ส่วนของเจ้าของ รายการ การคำนวณ ผล หนี้สินรวม 2,000,000 บาท ส่วนของเจ้าของ 3,000,000 บาท D/E Ratio 2,000,000 ÷ 3,000,000 0.67 เท่า ผล 0.67 เท่าหมายความว่าเงินทุนของเจ้าของทุก 1 บาท ธุรกิจมีภาระหนี้ 0.67 บาท ตัวเลขนี้ไม่มีเกณฑ์เดียวที่ใช้ได้ทุกธุรกิจ ให้เทียบกับเงื่อนไขในสัญญาเงินกู้ ค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม และแนวโน้มของกิจการเอง ธนาคารแต่ละแห่งอาจกำหนดเพดาน D/E Ratio ไว้ในสัญญาไม่เท่ากัน ก่อนกู้เพิ่มจึงควรเปิดสัญญาเดิมดูว่ามีเงื่อนไขนี้หรือไม่ ดูหนี้ระยะสั้นเทียบสินทรัพย์หมุนเวียนอย่างไร ใช้ Current Ratio คือสินทรัพย์หมุนเวียน ÷ หนี้สินหมุนเวียน ถ้ามากกว่า 1 แปลว่าสินทรัพย์ที่จะกลายเป็นเงินสดใน 12 เดือนมีมากกว่าภาระที่ต้องจ่ายในช่วงเดียวกัน ลำปางเซรามิกเทรดมีสินทรัพย์หมุนเวียน 1,500,000 บาท หารด้วยหนี้สินหมุนเวียน 1,000,000 บาท ได้ 1.5 เท่า และมีเงินทุนหมุนเวียน 1,500,000 − 1,000,000 = 500,000 บาท หนี้ดีกับหนี้เสีย ต่างกันอย่างไร ต่างกันที่เงินกู้สร้างรายได้กลับมามากกว่าดอกเบี้ยหรือไม่ หนี้ที่ดีช่วยให้ธุรกิจเติบโต ส่วนหนี้ที่เสียดึงกระแสเงินสดลงทุกเดือน เกณฑ์ หนี้ดี หนี้เสีย จุดประสงค์ ลงทุนสร้างรายได้เพิ่ม ใช้จ่ายที่ไม่สร้างรายได้ ตัวอย่าง กู้ซื้อเครื่องจักรเพิ่มกำลังผลิต กู้ขยายสาขา กู้มาจ่ายค่าใช้จ่ายประจำเพราะรายได้ไม่พอ ผลลัพธ์ ผลตอบแทนมากกว่าดอกเบี้ยที่จ่าย ดอกเบี้ยสะสมจนจ่ายไม่ไหว สัญญาณ ธุรกิจเติบโตหลังกู้ ต้องกู้เพิ่มเรื่อย ๆ เพื่อจ่ายหนี้เก่า ลำปางเซรามิกเทรดกำลังพิจารณากู้อีก 1,000,000 บาทสร้างโกดัง D/E จะขึ้นจาก 0.67 เป็น (2,000,000 + 1,000,000) ÷ 3,000,000 = 1.0 เท่า บริษัทจึงตั้งเงื่อนไขว่าจะกู้ต่อเมื่อค่าเช่าโกดังภายนอกที่ประหยัดได้และยอดขายที่เพิ่มขึ้น ครอบคลุมค่างวดและดอกเบี้ยรายปี ถ้าไม่ถึง ให้เช่าโกดังต่อไปก่อน วิธีจัดการและลดหนี้สินสำหรับธุรกิจทำอย่างไร เริ่มจากสำรวจหนี้ทั้งหมด จัดลำดับตามดอกเบี้ย เจรจากับเจ้าหนี้ ตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น แล้วติดตามตัวเลขสม่ำเสมอ ธุรกิจที่จัดการหนี้เป็นระบบจะเห็นปัญหาสภาพคล่องก่อนถึงวันที่ต้องจ่าย ธุรกิจมีภาระหนี้มาก ทำอย่างไรดี ทำตาม 5 ขั้นตอนนี้ตามลำดับ ลำปางเซรามิกเทรดทำตารางหนี้ 8 รายการตามงบ แล้วพบว่าเจ้าหนี้การค้า 450,000 บาทครบกำหนดพร้อมกันในเดือนมกราคม บริษัทจึงขอเลื่อนเครดิตกับซัพพลายเออร์ 2 รายจาก 30 วันเป็น 45 วัน ข้อควรรู้เกี่ยวกับหนี้สิน สรุป – หนี้สินต้องจำอะไรบ้าง เริ่มวันนี้ด้วยการเปิดงบเดือนล่าสุด ทำตารางหนี้ทุกรายการพร้อมวันครบกำหนด แล้วทำเครื่องหมายรายการที่ต้องจ่ายภายใน 3 เดือนข้างหน้า เพื่อเตรียมเงินสดหรือเจรจากับเจ้าหนี้ล่วงหน้า ติดตามเจ้าหนี้และงบแสดงฐานะการเงินด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ กำหนดบัญชีเจ้าหนี้แยกรายคู่ค้า บันทึกจ่ายชำระเงินให้เจ้าหนี้ และออกงบฐานะการเงินจากข้อมูลชุดเดียวกัน PEAK Board วิเคราะห์อัตราส่วนทางการเงินรายเดือน ไตรมาส หรือรายปี เจ้าของกิจการกับผู้ทำบัญชีจึงเห็นภาระหนี้ชุดเดียวกันก่อนตัดสินใจกู้เพิ่ม เริ่มจัดตารางหนี้ให้เป็นระบบ ทดลองใช้ PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ฟรี 30 วัน อ่านเรื่องงบการเงินเพิ่มเติม แหล่งอ้างอิงข้อมูล คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหนี้สิน หนี้สินกับค่าใช้จ่ายต่างกันอย่างไร ต่างกันที่ความหมายในงบ ค่าใช้จ่ายคือต้นทุนที่ใช้ไปในงวดและอยู่ในงบกำไรขาดทุน ส่วนภาระหนี้คือยอดที่ยังต้องจ่ายและอยู่ในงบแสดงฐานะการเงิน เงินเดือนธันวาคมที่ยังไม่จ่ายจึงเป็นทั้งค่าใช้จ่ายและค่าใช้จ่ายค้างจ่ายพร้อมกัน เงินกู้ยืมกรรมการจัดเป็นหมุนเวียนหรือไม่หมุนเวียน ขึ้นกับข้อตกลง ถ้าไม่มีกำหนดชำระหรือกรรมการเรียกคืนเมื่อใดก็ได้ กิจการไม่มีสิทธิเลื่อนชำระอย่างไม่มีเงื่อนไขอย่างน้อย 12 เดือน จึงจัดเป็นหนี้สินหมุนเวียน ถ้าสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะไม่เรียกคืนก่อน 12 เดือน จัดเป็นไม่หมุนเวียน เงินมัดจำที่รับจากลูกค้าเป็นรายได้หรือภาระที่ต้องคืน เป็นภาระก่อน กิจการบันทึกเป็นเงินรับล่วงหน้าในหนี้สินหมุนเวียนจนกว่าจะส่งสินค้าหรือให้บริการ แล้วจึงโอนเป็นรายได้ ถ้าไม่ส่งของตามสัญญา กิจการต้องคืนเงินก้อนนั้น นำสินเชื่อส่วนบุคคลมาใช้ในกิจการได้ไหม ได้ แต่ต้องแยกบัญชีให้ชัด สินเชื่อเป็นหนี้ของเจ้าของ ไม่ใช่ของบริษัท เมื่อนำเงินเข้าบริษัท ให้ตกลงก่อนว่าเป็นเงินให้กู้ยืมจากกรรมการหรือเงินเพิ่มทุน แล้วทำเอกสารรองรับ ผลทางภาษีของดอกเบี้ยให้ปรึกษาผู้ทำบัญชี ภาษีมูลค่าเพิ่มค้างจ่ายอยู่หมวดไหนในงบ อยู่ในหนี้สินหมุนเวียน เพราะต้องยื่นแบบและนำส่งภายในเดือนถัดไป ในงบมักแสดงรวมในเจ้าหนี้อื่นหรือหนี้สินหมุนเวียนอื่น ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

26 ต.ค. 2026

PEAK Account

17 min

ของขวัญลูกค้า หักภาษีได้ไหม มาดูกฎหมาย VAT และวิธีบันทึกบัญชี

ของขวัญลูกค้า คืออะไรในทางภาษี และสำคัญอย่างไร ของขวัญลูกค้า คือ สิ่งของที่กิจการให้ลูกค้าหรือคู่ค้าเพื่อรักษาความสัมพันธ์ทางธุรกิจ เช่น กระเช้าปีใหม่ ปฏิทิน หรือของที่ระลึก ในทางภาษีจัดเป็นค่ารับรอง จึงหักเป็นรายจ่ายได้เมื่อเข้าหลักเกณฑ์ในกฎกระทรวง ฉบับที่ 143 หลักเกณฑ์ปัจจุบันแก้ไขโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 222 (พ.ศ. 2542) ส่วนที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์เป็นรายจ่ายต้องห้ามตามประมวลรัษฎากรมาตรา 65 ตรี (4) เรื่องนี้สำคัญอย่างน้อย 3 ด้าน ตลอดบทความนี้ใช้ตัวอย่าง บริษัท ชลบุรีอะไหล่ยนต์ จำกัด (ชื่อสมมุติ) ขายส่งอะไหล่ให้อู่ซ่อมรถ จดภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว รายได้ปี 2569 รวม 25 ล้านบาท ทุนชำระแล้ว 5 ล้านบาท และวางแผนแจกกระเช้าปีใหม่ให้ลูกค้า 40 ราย ของขวัญลูกค้าหักภาษีได้ภายใต้เงื่อนไขอะไรบ้าง หักได้เมื่อครบ 7 เงื่อนไขตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 143 และที่แก้ไขโดยฉบับที่ 222 ขาดข้อใดข้อหนึ่ง รายจ่ายส่วนนั้นจะไม่เป็นค่ารับรองที่หักได้ เงื่อนไข รายละเอียด ลักษณะรายจ่าย จำเป็นตามธรรมเนียมทางการค้าทั่วไป และให้เพื่อประโยชน์ของกิจการ ผู้รับ ต้องไม่ใช่ลูกจ้างของกิจการ เว้นแต่ลูกจ้างที่มีหน้าที่เข้าร่วมรับรอง ผู้อนุมัติ กรรมการ หุ้นส่วน ผู้จัดการ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ต้องอนุมัติหรือสั่งจ่าย มูลค่าสิ่งของ ไม่เกินคนละ 2,000 บาทในแต่ละคราว เพดานทั้งปี ไม่เกินร้อยละ 0.3 ของยอดรายได้หรือยอดขาย หรือทุนที่ชำระแล้ว ณ วันสุดท้ายของรอบบัญชี แล้วแต่อย่างใดมากกว่า เพดานสูงสุด ไม่เกิน 10 ล้านบาท หลักฐาน มีใบรับหรือหลักฐานของผู้รับเงิน เว้นแต่ผู้รับไม่ต้องออกใบรับตามประมวลรัษฎากร ของที่มูลค่าเกิน 2,000 บาทต่อคนต่อคราวไม่เข้าหลักเกณฑ์ค่ารับรอง และส่วนที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์เป็นรายจ่ายต้องห้าม ส่วนวิธีบวกกลับให้ตรวจกับผู้ทำบัญชีของกิจการ ตัวอย่าง ชลบุรีอะไหล่ยนต์ตั้งใจให้ไวน์ราคา 3,210 บาทแก่เจ้าของอู่รายใหญ่ 1 ราย ของชิ้นนี้เกิน 2,000 บาท จึงต้องแยกพิจารณาจากกระเช้าที่ให้ลูกค้ารายอื่น เพดานร้อยละ 0.3 คิดอย่างไร คิดจากฐานที่มากกว่าระหว่างยอดรายได้หรือยอดขาย กับทุนที่ชำระแล้ว แล้วคูณร้อยละ 0.3 ยอดนี้เป็นวงเงินรวมของค่ารับรองทั้งปี ทั้งค่าเลี้ยง ค่าที่พัก และของขวัญ ไม่ใช่วงเงินของขวัญอย่างเดียว รายการของชลบุรีอะไหล่ยนต์ การคำนวณ จำนวนเงิน (บาท) เพดานจากยอดรายได้ 25,000,000 × 0.3% 75,000 เพดานจากทุนชำระแล้ว 5,000,000 × 0.3% 15,000 เพดานที่ใช้ (ฐานที่มากกว่า) 75,000 กระเช้าลูกค้า 40 ชุด 40 × 1,605 64,200 เลี้ยงรับรองลูกค้าปีใหม่ 18,000 ค่ารับรองรวม 64,200 + 18,000 82,200 ส่วนที่เกินเพดาน 82,200 − 75,000 7,200 ส่วนเกิน 7,200 บาทยังบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทางบัญชีได้ แต่ต้องบวกกลับตอนคำนวณกำไรสุทธิทางภาษี เหมือนค่าใช้จ่ายต้องห้ามรายการอื่น หลักเกณฑ์ค่ารับรองแบบครบทุกรายการ เช่น ค่าเลี้ยงและค่าที่พัก อ่านต่อได้ที่ค่ารับรอง ภาษีซื้อของขวัญลูกค้า นำมาเครดิตได้ไหม ไม่ได้ ภาษีซื้อที่เกิดจากรายจ่ายเพื่อการรับรอง รวมถึงค่าสิ่งของที่ให้ผู้ได้รับการรับรอง เป็นภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5 (4) ประกอบประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม ฉบับที่ 17 ข้อ 5 ข่าวดีคือภาษีซื้อต้องห้ามกลุ่มนี้นำไปรวมเป็นรายจ่ายได้ ประมวลรัษฎากรมาตรา 65 ตรี (6 ทวิ) ยกเว้นให้ภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5 (4) ไม่ต้องห้ามในการคำนวณกำไรสุทธิ กระเช้าของชลบุรีอะไหล่ยนต์ราคาชุดละ 1,500 บาท บวก VAT 105 บาท รวม 1,605 บาท ภาษีซื้อทั้ง 40 ชุดคือ 4,200 บาท บริษัทบันทึกยอด 64,200 บาททั้งก้อนเป็นค่ารับรอง ไม่แยก 4,200 บาทไปเครดิต ดูประเภทอื่นได้ที่ภาษีซื้อต้องห้าม ซื้อของขวัญให้ลูกค้า บันทึกบัญชีอย่างไร บันทึกเป็นค่ารับรองในหมวดค่าใช้จ่าย ด้วยยอดที่รวม VAT แล้ว แยกตามวิธีจ่ายเงิน และตอนปิดงบให้เทียบยอดรวมกับเพดานร้อยละ 0.3 เพื่อหาส่วนที่ต้องบวกกลับ จ่ายเงินสดหรือโอนทันที บัญชี เดบิต เครดิต ค่ารับรอง 64,200 เงินสด / เงินฝากธนาคาร 64,200 ซื้อเชื่อจากร้านค้า บัญชี เดบิต เครดิต ค่ารับรอง 64,200 เจ้าหนี้การค้า 64,200 ตอนยื่น ภ.ง.ด.50 (แบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี) ชลบุรีอะไหล่ยนต์บวกกลับ 7,200 บาทในรายการรายจ่ายที่ไม่ให้ถือเป็นรายจ่าย ตัวเลขทางบัญชีไม่ต้องแก้ ต้องเก็บเอกสารอะไรไว้รับรองค่าใช้จ่าย เก็บเอกสาร 3 อย่าง และหลักฐานเสริมอีก 1 อย่าง ให้พิสูจน์ได้ว่าซื้อจริง ให้ใคร มูลค่าต่อคนเท่าไร และใครอนุมัติ การอนุมัติหรือสั่งจ่ายโดยผู้มีอำนาจเป็นเงื่อนไขในกฎกระทรวงโดยตรง เอกสารลงนามจึงเป็นหลักฐานที่ดีที่สุด ชลบุรีอะไหล่ยนต์ให้ฝ่ายขายจัดทำรายชื่อลูกค้า 40 รายพร้อมลายมือชื่อผู้รับ แล้วให้กรรมการผู้จัดการลงนามอนุมัติก่อนสั่งซื้อ ของขวัญปีใหม่ให้พนักงาน ต่างจากให้ลูกค้าอย่างไร ต่างกันตั้งแต่ประเภทรายจ่าย ของขวัญที่ให้พนักงานไม่ใช่ค่ารับรอง เพราะผู้รับเป็นลูกจ้าง บริษัทบันทึกเป็นค่าสวัสดิการ ซึ่งไม่อยู่ในเพดานร้อยละ 0.3 ฝั่งพนักงาน กรมสรรพากรเคยตอบข้อหารือว่าค่าเลี้ยงงานปีใหม่เป็นการให้ตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณี ได้รับยกเว้นภาษีตามมาตรา 42 (10) แต่เงินสวัสดิการที่จ่ายเป็นเงินเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (1) ส่วนบริษัทหักเป็นรายจ่ายได้ เรื่อง ของขวัญลูกค้า ของขวัญพนักงาน ประเภทรายจ่าย ค่ารับรอง ค่าสวัสดิการ วงเงิน คนละไม่เกิน 2,000 บาทต่อคราว และเพดานร้อยละ 0.3 ไม่อยู่ในเพดานค่ารับรอง ฝั่งผู้รับ ไม่เกี่ยวกับภาษีของกิจการ ต้องดูว่าเป็นเงินได้หรือได้รับยกเว้น ของขวัญที่เป็นสิ่งของมูลค่าสูงหรือให้เฉพาะบางคน ให้ปรึกษาผู้ทำบัญชีว่าต้องรวมเป็นเงินได้ของพนักงานหรือไม่ รายการสวัสดิการอื่นอ่านได้ที่สวัสดิการพนักงาน ชลบุรีอะไหล่ยนต์แจกกระเช้าให้พนักงาน 25 คน คนละ 800 บาท รวม 20,000 บาท บันทึกเป็นค่าสวัสดิการแยกจากค่ารับรอง ยอดนี้จึงไม่ทำให้เพดาน 75,000 บาทเต็มเร็วขึ้น เลือกของขวัญปีใหม่ให้ลูกค้าอย่างไรให้หักภาษีได้ เลือกจากงบต่อคนไม่เกิน 2,000 บาท ทำรายชื่อผู้รับตั้งแต่ก่อนซื้อ และแยกของลูกค้าออกจากของพนักงาน จากนั้นค่อยเลือกประเภทของที่ลูกค้าใช้ได้จริง ชลบุรีอะไหล่ยนต์ตัดสินใจลดงบเลี้ยงรับรองปีหน้าลง เพราะปีนี้ค่ารับรองรวมเกินเพดาน 7,200 บาท ส่วนไวน์ 3,210 บาทเปลี่ยนเป็นกระเช้าราคาไม่เกิน 2,000 บาท ข้อควรรู้เกี่ยวกับของขวัญลูกค้า สรุป – ของขวัญลูกค้าต้องจำอะไรบ้าง ก่อนสั่งซื้อของขวัญปีใหม่ เริ่มวันนี้ด้วยการเปิดยอดค่ารับรองที่ใช้ไปแล้วทั้งปี คำนวณเพดานร้อยละ 0.3 แล้วทำรายชื่อลูกค้าพร้อมงบต่อคนไม่เกิน 2,000 บาท ส่งให้ผู้มีอำนาจอนุมัติก่อนสั่งซื้อ บันทึกค่ารับรองและแนบเอกสารด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ บันทึกค่าใช้จ่ายและแนบไฟล์เอกสาร ทั้งใบกำกับภาษี รายชื่อผู้รับ และเอกสารอนุมัติไว้กับรายการเดียวกัน ผู้ทำบัญชีจึงหยิบยอดค่ารับรองทั้งปีมาเทียบเพดานได้จากรายงานแยกประเภทตอนปิดงบ ให้เอกสารของขวัญปีใหม่ครบตั้งแต่วันซื้อ ทดลองใช้ PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ฟรี 30 วัน อ่านเรื่องภาษีนิติบุคคลเพิ่มเติม แหล่งอ้างอิงข้อมูล คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับของขวัญลูกค้า ของขวัญต้องมีโลโก้บริษัทถึงจะหักค่าใช้จ่ายได้ไหม ไม่ต้อง กฎกระทรวงไม่ได้กำหนดเรื่องโลโก้ เงื่อนไขอยู่ที่ผู้รับ ผู้อนุมัติ มูลค่าต่อคน เพดานทั้งปี และหลักฐาน โลโก้ช่วยให้เห็นว่าเป็นของเพื่อธุรกิจ แต่ไม่ใช่เงื่อนไขทางภาษี จัดงานเลี้ยงปีใหม่ที่มีทั้งลูกค้าและพนักงาน บันทึกอย่างไร แยกยอดตามผู้เข้าร่วม ส่วนของลูกค้าบันทึกเป็นค่ารับรองและอยู่ในเพดานร้อยละ 0.3 ส่วนของพนักงานบันทึกเป็นค่าสวัสดิการ พนักงานที่มีหน้าที่ต้อนรับลูกค้าในงานนับรวมในค่ารับรองได้ ซื้อเหล้าให้ลูกค้า บันทึกบัญชีอย่างไร บันทึกเป็นค่ารับรองเหมือนของขวัญอื่น ทั้งเหล้าและไวน์ต้องมีมูลค่าไม่เกินคนละ 2,000 บาทต่อคราว และนับรวมในเพดานร้อยละ 0.3 ภาษีซื้อเครดิตไม่ได้ แต่รวมเป็นค่าใช้จ่ายได้ ถ้าราคาใกล้ 2,000 บาท ให้ตรวจกับผู้ทำบัญชีว่านับมูลค่าก่อนหรือหลัง VAT ของขวัญเกิน 2,000 บาทต่อคน ต้องทำอย่างไร ของชิ้นนั้นไม่เข้าหลักเกณฑ์ค่ารับรอง และส่วนที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์เป็นรายจ่ายต้องห้าม ถ้ายังต้องการให้ ให้แจ้งผู้ทำบัญชีตั้งแต่ตอนบันทึก เพื่อบวกกลับตอนยื่น ภ.ง.ด.50 ให้ถูกต้อง ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

26 ต.ค. 2026

PEAK Account

21 min

ภาษีมรดก คืออะไร คิดยังไง อัตราภาษี วิธีคำนวณ และการยื่น ภ.ม.60

ภาษีมรดก คืออะไร และสำคัญอย่างไร ภาษีมรดก (Inheritance Tax) คือ ภาษีการรับมรดกที่เก็บจากผู้ได้รับมรดก เมื่อมรดกที่ได้รับจากเจ้ามรดกแต่ละรายรวมกันเกิน 100 ล้านบาท โดยเสียเฉพาะส่วนที่เกิน ผู้เสียคือผู้รับ ไม่ใช่กองมรดกหรือผู้ตาย กฎหมายที่ใช้คือพระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 ใช้กับมรดกของเจ้ามรดกที่ตายตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559 เป็นต้นไป และกรมสรรพากรอธิบายว่าเกณฑ์นี้ดูจากมูลค่าที่ทายาทแต่ละคนได้รับ สำหรับเจ้าของกิจการ เรื่องนี้สำคัญอย่างน้อย 3 ด้าน ตลอดบทความนี้ใช้ตัวอย่าง ครอบครัวผู้ก่อตั้ง บริษัท ศรีนครพลาสติก จำกัด (ชื่อสมมุติ) ผู้ก่อตั้งเสียชีวิต ทิ้งหุ้นบริษัท ที่ดินโรงงาน และเงินฝาก หลังหักหนี้ที่ตกทอดและส่วนที่ภรรยาได้รับแล้ว เหลือมรดกที่ส่งต่อให้ลูก 2 คนรวม 150 ล้านบาท ใครเป็นผู้เสียภาษี และใครไม่อยู่ในบังคับ ผู้เสียคือผู้ได้รับมรดกจากเจ้ามรดกแต่ละราย ได้แก่ บุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทยหรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย และนิติบุคคลที่ถือว่ามีสัญชาติไทย ตามมาตรา 11 และ 12 ของกฎหมายนี้ ผู้รับมรดกบางกลุ่มไม่อยู่ในบังคับ ที่สำคัญที่สุดสำหรับครอบครัวคือคู่สมรสของเจ้ามรดก มรดกที่คู่สมรสได้รับไม่ต้องเสียภาษีการรับมรดก ไม่ว่ามูลค่าจะเท่าไร ในกรณีศรีนครพลาสติก ภรรยาของผู้ก่อตั้งไม่ต้องเสียภาษีส่วนที่ตัวเองได้รับ ส่วนลูกทั้ง 2 คนเป็นผู้สืบสันดาน จึงต้องดูว่าแต่ละคนได้รับเกิน 100 ล้านบาทหรือไม่ ทรัพย์สินที่ต้องเสียภาษีมรดก มีอะไรบ้าง มี 5 ประเภท คือ อสังหาริมทรัพย์ หลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เงินฝากในประเทศไทย ยานพาหนะที่มีทะเบียน และทรัพย์สินทางการเงินที่กำหนดเพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกา ทรัพย์สินที่อยู่นอก 5 ประเภทนี้ไม่ถูกนำมารวมในฐานภาษี ภาษีมรดกที่ดิน คิดอย่างไร ที่ดิน บ้าน อาคาร และคอนโดมิเนียมรวมอยู่ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ นำมูลค่ามารวมกับทรัพย์สินอื่นที่ได้รับจากเจ้ามรดกคนเดียวกัน แล้วเสียภาษีเฉพาะส่วนที่เกิน 100 ล้านบาท ที่ดินจึงไม่ได้มีอัตราภาษีมรดกแยกต่างหาก มูลค่าอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ไม่ใช่ราคาซื้อขายจริง ทายาทที่ได้ที่ดินมายังมีภาษีรายปีของตัวเองด้วย อ่านเพิ่มที่ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หุ้นบริษัทครอบครัวนับรวมด้วยไหม นับรวม หุ้นของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ใช้มูลค่าทางบัญชีของรอบบัญชีก่อนรอบที่ได้รับกรรมสิทธิ์ ส่วนหุ้นในตลาดใช้ค่าที่สูงกว่าระหว่างมูลค่าทางบัญชีกับราคาเมื่อตลาดปิดในวันที่ได้รับมรดก กองมรดกของศรีนครพลาสติกจึงต้องนับทั้งหุ้นบริษัทที่ผู้ก่อตั้งถือ ที่ดินโรงงาน และเงินฝาก ส่วนที่ส่งต่อให้ลูกหลังหักหนี้และส่วนของภรรยาคือ 150 ล้านบาท สิทธิและหน้าที่ของผู้ถือหุ้นรายใหม่อ่านได้ที่ผู้ถือหุ้น เงินฝาก ยานพาหนะ และทรัพย์สินอื่นนับอย่างไร นับเฉพาะเงินฝากหรือเงินลักษณะเดียวกันที่อยู่ในประเทศไทย และยานพาหนะที่มีหลักฐานทางทะเบียน เช่น รถยนต์ ส่วนทรัพย์สินทางการเงินประเภทอื่นต้องมีพระราชกฤษฎีกากำหนดเพิ่มก่อน จึงจะนับรวม อัตราภาษีมรดกกี่เปอร์เซ็นต์ และคิดอย่างไร อัตราภาษีมรดกมี 2 อัตรา คือ ร้อยละ 10 สำหรับผู้รับทั่วไป และร้อยละ 5 เมื่อผู้รับเป็นบุพการีหรือผู้สืบสันดานของเจ้ามรดก ตามมาตรา 16 คิดเฉพาะมูลค่าส่วนที่เกิน 100 ล้านบาท ผู้รับมรดก อัตรา บุพการี (พ่อ แม่) หรือผู้สืบสันดาน (ลูก หลาน) ร้อยละ 5 ผู้รับอื่น เช่น พี่น้อง ญาติ เพื่อน ร้อยละ 10 คู่สมรสของเจ้ามรดก ไม่อยู่ในบังคับ สูตรคือ ภาษีมรดก = (มูลค่ามรดกที่ได้รับ − หนี้สินที่ตกทอด − 100,000,000) × อัตราภาษี ตัวอย่าง ศรีนครพลาสติกมีมรดกสุทธิที่ส่งต่อให้ลูก 150 ล้านบาท ภาระภาษีต่างกันมากตามวิธีแบ่ง วิธีแบ่ง การคำนวณ ภาษีที่ต้องเสีย ลูกคนโตรับทั้งหมด 150 ล้านบาท (150,000,000 − 100,000,000) × 5% 2,500,000 บาท ลูก 2 คนรับคนละ 75 ล้านบาท แต่ละคนไม่เกิน 100 ล้านบาท 0 บาท ถ้าผู้รับเป็นน้องของเจ้ามรดก 150 ล้านบาท (150,000,000 − 100,000,000) × 10% 5,000,000 บาท การแบ่งมรดกต้องเป็นไปตามพินัยกรรมหรือกฎหมายว่าด้วยมรดก ตัวอย่างนี้จึงแสดงผลทางภาษีของแต่ละแบบ ไม่ใช่คำแนะนำให้เลือกแบ่งเพื่อเลี่ยงภาษี กรณีไหนได้รับยกเว้น หรือไม่ต้องเสียภาษี ไม่ต้องเสียเมื่อมรดกที่ได้รับจากเจ้ามรดกรายเดียวรวมกันไม่เกิน 100 ล้านบาท และมีกรณีที่กฎหมายยกเว้นหรือไม่ใช้บังคับอีก 4 กลุ่ม ในกรณีศรีนครพลาสติก ส่วนที่ภรรยาได้รับไม่ต้องเสียภาษี ส่วนลูกต้องดูแยกรายคน ภาษีการรับให้ต่างจากภาษีมรดกอย่างไร ต่างกันที่จังหวะเวลา ภาษีมรดกเกิดเมื่อเจ้าของทรัพย์สินเสียชีวิต ส่วนภาษีการรับให้เกิดเมื่อโอนให้กันขณะยังมีชีวิต และอยู่ในประมวลรัษฎากร ไม่ใช่ใน พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดก เรื่อง ภาษีมรดก ภาษีการรับให้ เกิดเมื่อ เจ้ามรดกเสียชีวิต ให้กันขณะผู้ให้ยังมีชีวิต เกณฑ์ รับจากเจ้ามรดกแต่ละรายเกิน 100 ล้านบาท อสังหาฯ ให้บุตรชอบด้วยกฎหมาย ส่วนที่เกิน 20 ล้านบาท · เงินได้จากบุพการี ผู้สืบสันดาน คู่สมรส ส่วนที่เกิน 20 ล้านบาทต่อปี · จากผู้อื่นตามประเพณี ส่วนที่เกิน 10 ล้านบาทต่อปี อัตรา ร้อยละ 5 หรือ 10 เลือกเสียร้อยละ 5 แยกจากเงินได้อื่น หรือรวมคำนวณตามปกติ ผู้เสีย ผู้รับมรดก ผู้รับ ยกเว้นอสังหาฯ ที่ให้บุตร ผู้โอนเป็นผู้เสีย แบบที่ยื่น ภ.ม.60 ภ.ง.ด.94 (ครึ่งปี) หรือ ภ.ง.ด.90 (ทั้งปี) ตัวอย่างสมมติ ถ้าผู้ก่อตั้งศรีนครพลาสติกโอนที่ดินมูลค่า 30 ล้านบาทให้ลูกตอนยังมีชีวิต ส่วนที่เกิน 20 ล้านบาทคือ 10 ล้านบาท ภาษีร้อยละ 5 เท่ากับ 500,000 บาท และผู้โอนเป็นผู้เสีย การให้ที่ไม่เกินเกณฑ์ได้รับยกเว้นเป็นเงินได้ที่ได้รับการยกเว้นภาษีตามมาตรา 42 ของประมวลรัษฎากร ยื่นแบบ ภ.ม.60 และชำระภาษีอย่างไร ผู้มีหน้าที่เสียภาษีต้องยื่นแบบ ภ.ม.60 และชำระภาษีภายใน 150 วันนับแต่วันที่ได้รับมรดกที่เป็นเหตุให้มีหน้าที่เสียภาษี ยื่นได้ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาแห่งใดก็ได้ หรือสถานที่อื่นที่อธิบดีกำหนด ถ้าเงินก้อนไม่พอ ขอผ่อนชำระได้ไม่เกิน 5 ปี โดยยื่นคำร้องพร้อมแบบ เงื่อนไขหลักมีดังนี้ ยื่นช้าหรือยื่นขาดมีภาระเพิ่ม 3 แบบ คือ เบี้ยปรับ 1 เท่าของภาษีเมื่อไม่ยื่นภายในกำหนด เบี้ยปรับ 0.5 เท่าเมื่อยื่นขาด และเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนแต่ไม่เกินภาษีที่ต้องชำระ ถ้าไม่ยื่นโดยไม่มีเหตุอันสมควรมีโทษปรับไม่เกิน 500,000 บาท ถ้าลูกคนโตของศรีนครพลาสติกรับทั้ง 150 ล้านบาท ต้องยื่น ภ.ม.60 ภายใน 150 วัน และขอผ่อนภาษี 2,500,000 บาทภายใน 2 ปีได้โดยไม่เสียเงินเพิ่ม ช่องทางยื่นออนไลน์ให้ตรวจล่าสุดกับกรมสรรพากรก่อนยื่น เจ้าของกิจการควรเตรียมอะไรก่อนส่งต่อธุรกิจ เตรียม 3 เรื่อง ได้แก่ บัญชีทรัพย์สินทั้งหมด การแยกทรัพย์สินของบริษัทออกจากของส่วนตัว และการเทียบภาระภาษีระหว่างส่งต่อเป็นมรดกกับโอนให้ขณะมีชีวิต ยิ่งเริ่มเร็ว ทางเลือกยิ่งมาก หลักการวางแผนทั่วไปอ่านได้ที่การวางแผนภาษี ครอบครัวศรีนครพลาสติกพบว่าที่ดินโรงงานเป็นชื่อผู้ก่อตั้ง ไม่ใช่ชื่อบริษัท จึงต้องนับเป็นมรดกส่วนตัว เรื่องที่มีหลายทางเลือกแบบนี้ควรให้ที่ปรึกษาภาษีและผู้จัดการมรดกดูเอกสารจริง เมื่อผู้ถือหุ้นใหญ่เสียชีวิต บริษัทต้องทำอะไรบ้าง บริษัทยังเป็นนิติบุคคลเดิม งบการเงินและภาษีของบริษัทดำเนินต่อตามปกติ สิ่งที่เปลี่ยนคือผู้ถือหุ้นและอาจรวมถึงกรรมการ งานหลักจึงเป็นการโอนหุ้นตามมรดกและแก้ทะเบียนให้ตรงกับความจริง ขั้นตอนและเอกสารอ่านได้ที่เปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น ศรีนครพลาสติกแก้ทะเบียนผู้ถือหุ้นหลังผู้จัดการมรดกโอนหุ้นให้ลูก 2 คน และใช้มูลค่าทางบัญชีจากงบของรอบบัญชีก่อนรอบที่ลูกได้รับหุ้นเป็นฐานคำนวณมูลค่า ข้อควรรู้เกี่ยวกับภาษีมรดก สรุป – ภาษีมรดกต้องจำอะไรบ้าง ถ้าเป็นเจ้าของกิจการที่ถือหุ้นและที่ดินมูลค่าสูง เริ่มวันนี้ด้วยการทำรายการทรัพย์สินว่าอะไรเป็นชื่อบริษัท อะไรเป็นชื่อตัวเอง พร้อมมูลค่าโดยประมาณ แล้วนำรายการนี้ไปคุยกับผู้เชี่ยวชาญภาษี เตรียมข้อมูลบริษัทให้ทายาทใช้ต่อด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ออกรายงานบัญชีและงบการเงินจากรายการที่บันทึกตลอดปี ทายาทและผู้ทำบัญชีจึงมีงบล่าสุดของบริษัทพร้อมใช้ เมื่อต้องประเมินมูลค่าหุ้นหรือจัดการเรื่องผู้ถือหุ้น ส่วนทรัพย์สินที่เป็นชื่อบริษัท PEAK Asset ช่วยเก็บทะเบียนและติดตามสินทรัพย์ขององค์กรไว้ในระบบเดียว เริ่มจัดข้อมูลบริษัทให้เป็นระบบตั้งแต่วันนี้ ทดลองใช้ PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ฟรี 30 วัน อ่านเรื่องภาษีและเงินได้เพิ่มเติม แหล่งอ้างอิงข้อมูล คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาษีมรดก ที่ดินมรดกเสียภาษีกี่เปอร์เซ็นต์ ไม่มีอัตราแยกสำหรับที่ดิน มูลค่าที่ดินรวมกับมรดกอื่นจากเจ้ามรดกคนเดียวกัน ถ้าเกิน 100 ล้านบาท ส่วนที่เกินเสียร้อยละ 5 เมื่อผู้รับเป็นบุพการีหรือผู้สืบสันดาน และร้อยละ 10 สำหรับคนอื่น ถ้าภายหลังขายที่ดินนั้น ให้ดูขายที่ดินต้องเสียภาษีอะไรบ้าง มรดกไม่ถึง 100 ล้านบาท ต้องยื่นแบบไหม กฎหมายกำหนดให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีการรับมรดกเป็นผู้ยื่น ภ.ม.60 ผู้ที่ได้รับรวมไม่เกิน 100 ล้านบาทจึงไม่มีภาษีต้องชำระ ถ้าไม่แน่ใจเรื่องมูลค่าทรัพย์สินที่ได้รับ ให้สอบถามสำนักงานสรรพากรพื้นที่ รับมรดกเป็นหุ้นบริษัทครอบครัว ต้องเสียภาษีไหม ต้องนับรวม หุ้นของบริษัทจำกัดเป็นทรัพย์สินที่อยู่ในฐานภาษี และกรมสรรพากรมีหลักเกณฑ์คำนวณมูลค่า ถ้ามูลค่าหุ้นรวมกับมรดกอื่นจากเจ้ามรดกคนเดียวกันเกิน 100 ล้านบาท ต้องเสียภาษีส่วนที่เกิน จ่ายภาษีมรดกไม่ไหว ผ่อนได้ไหม ได้ ยื่นคำร้องขอผ่อนพร้อมแบบ ภ.ม.60 ผ่อนได้ไม่เกิน 5 ปี ผ่อนภายใน 2 ปีไม่เสียเงินเพิ่ม เกิน 2 ปีเสียเงินเพิ่มร้อยละ 0.50 ต่อเดือน และต้องวางหลักประกันภายใน 30 วัน โอนธุรกิจให้ลูกตอนยังมีชีวิต ต้องเสียภาษีมรดกไหม ไม่ใช่ภาษีมรดก แต่เข้าเรื่องภาษีการรับให้ เช่น โอนอสังหาริมทรัพย์ให้บุตรชอบด้วยกฎหมาย ส่วนที่เกิน 20 ล้านบาทเสียร้อยละ 5 โดยผู้โอนเป็นผู้เสีย ส่วนเงินหรือทรัพย์สินอื่นมีเกณฑ์ต่อปีของผู้รับ ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

26 ต.ค. 2026

PEAK Account

24 min

ที่ปรึกษาภาษี คืออะไร หน้าที่ วิธีเลือก ค่าบริการ และช่องทางปรึกษาฟรี

ที่ปรึกษาภาษี คืออะไร และสำคัญอย่างไร ที่ปรึกษาภาษี (Tax Consultant หรือ Tax Advisor) คือ บุคคลหรือบริษัทที่มีความรู้เฉพาะทางด้านกฎหมายภาษี ทำหน้าที่ให้คำแนะนำ วางแผน และจัดการเรื่องภาษีให้กับธุรกิจหรือบุคคลธรรมดา ช่วยให้เสียภาษีถูกต้องและไม่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด กฎหมายภาษีหลักของไทยคือประมวลรัษฎากร ผู้ที่ทำงานด้านนี้มักเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) นักบัญชีที่ชำนาญภาษี หรือทนายความด้านภาษี แต่ละกลุ่มมีใบอนุญาตและขอบเขตงานต่างกัน สำหรับเจ้าของกิจการ การมีคนช่วยดูเรื่องภาษีสำคัญอย่างน้อย 3 ด้าน ตลอดบทความนี้ใช้ตัวอย่าง บริษัท สยามแพ็คซัพพลาย จำกัด (ชื่อสมมุติ) จัดจำหน่ายบรรจุภัณฑ์ให้โรงงาน จดภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว รายได้ปีละ 38 ล้านบาท และเพิ่งเริ่มจ่ายค่าซอฟต์แวร์ให้ผู้ให้บริการต่างประเทศ หน้าที่ของที่ปรึกษาภาษี มีอะไรบ้าง งานหลักมี 3 ด้าน คือ วางแผนภาษีล่วงหน้า ตอบคำถามและเตรียมยื่นแบบ และช่วยแก้ปัญหาเมื่อมีข้อพิพาทกับกรมสรรพากร บางรายรับครบทั้ง 3 ด้าน บางรายรับเฉพาะเรื่อง จึงควรถามขอบเขตก่อนจ้าง วางแผนภาษี (Tax Planning) ช่วยธุรกิจอย่างไร ช่วยให้เห็นภาระภาษีก่อนตัดสินใจ การวางแผนภาษีคือการดูโครงสร้างรายได้ รายจ่าย และธุรกรรมที่กำลังจะเกิด แล้วเลือกทางที่ถูกกฎหมายและภาระภาษีเหมาะสม เช่น จังหวะการซื้อสินทรัพย์ หรือรายจ่ายที่หักได้เพิ่ม ดูตัวอย่างเทคนิคที่ใช้ได้จริงในวิธีประหยัดภาษีนิติบุคคล ถ้าธุรกิจกำลังลงทุนขยายกิจการ ที่ปรึกษาอาจช่วยดูว่าเข้าเงื่อนไขสิทธิประโยชน์ BOI หรือไม่ สิทธิแบบนี้เป็นการยกเว้นหรือลดภาษีตามเงื่อนไขการส่งเสริม ไม่ใช่การลดหย่อนทั่วไป ให้คำปรึกษาและเตรียมยื่นแบบทำอะไรบ้าง ตอบคำถามที่ผู้ประกอบการไม่แน่ใจ เช่น ต้องจด VAT หรือยัง จ่ายเงินแบบนี้ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายเท่าไร หรือรายจ่ายนี้หักได้ไหม บางรายช่วยตรวจเอกสารและเตรียมแบบภาษีก่อนยื่น กรณีสยามแพ็คซัพพลาย คำถามแรกคือค่าซอฟต์แวร์ที่จ่ายไปต่างประเทศต้องดูเรื่องภาษีอะไรบ้าง ที่ปรึกษาจะดูทั้งภาษีที่ผู้จ่ายต้องนำส่งและอนุสัญญาภาษีซ้อนของประเทศผู้รับเงิน ตรวจสอบและแก้ปัญหาเมื่อสรรพากรเรียกตรวจอย่างไร ทบทวนแบบที่ยื่นไปแล้ว หาจุดที่ผิด และเตรียมคำชี้แจงพร้อมเอกสาร ถ้าเจอข้อผิดพลาดจริง จะแนะนำให้ยื่นแบบเพิ่มเติมโดยเร็ว เพราะภาษีที่ชำระขาดมีเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนตามมาตรา 27 ยิ่งช้ายิ่งสะสม จ้างสำนักงานบัญชี ผู้สอบบัญชี หรือผู้เชี่ยวชาญภาษี ต่างกันอย่างไร ต่างกันที่งานหลัก ผู้เชี่ยวชาญภาษีเน้นการตัดสินใจและปัญหาเฉพาะเรื่อง สำนักงานบัญชีดูแลการบันทึกบัญชีและยื่นแบบประจำ ผู้สอบบัญชีตรวจและรับรองงบการเงิน ส่วนโปรแกรมบัญชีเป็นเครื่องมือเก็บข้อมูล เกณฑ์ ที่ปรึกษาภาษี สำนักงานบัญชี ผู้สอบบัญชี (CPA / TA) โปรแกรมบัญชี งานหลัก วางแผนภาษี ตอบคำถามเฉพาะเรื่อง ช่วยเมื่อถูกตรวจ บันทึกบัญชี ปิดงบ ยื่นแบบรายเดือนและรายปี ตรวจสอบและแสดงความเห็นต่องบการเงิน บันทึกรายการ ออกเอกสาร ดูรายงาน ช่วงที่ใช้ ก่อนตัดสินใจ หรือเมื่อมีปัญหา ทุกเดือน ปีละครั้งหลังปิดงบ ทุกวัน รูปแบบค่าบริการ รายครั้ง รายเดือน หรือรายโปรเจกต์ รายเดือน ต่องานตรวจสอบ ค่าใช้งานตามแพ็กเกจ สามบทบาทนี้ทำงานร่วมกันได้ หลายกิจการจ้างสำนักงานบัญชีดูงานประจำ แล้วจ้างผู้เชี่ยวชาญภาษีเฉพาะเรื่องที่ซับซ้อน ส่วนผู้สอบบัญชีเข้ามาตรวจและแสดงความเห็นต่องบปีละครั้ง เมื่อไรธุรกิจควรปรึกษาภาษีกับผู้เชี่ยวชาญ เมื่อการตัดสินใจครั้งนั้นมีผลภาษีมากหรือผิดแล้วแก้ยาก ไม่ใช่ทุกกิจการต้องจ้างประจำ สัญญาณที่ควรเริ่มปรึกษาภาษีมี 5 แบบ สยามแพ็คซัพพลายเข้าข่าย 2 ข้อพร้อมกัน คือจ่ายเงินไปต่างประเทศ และได้รับหนังสือเชิญพบจากสรรพากรพื้นที่ จึงตัดสินใจหาผู้เชี่ยวชาญช่วยดูเอกสารก่อนวันนัด ถ้าปล่อยไว้จนถูกประเมิน ภาระจะย้อนไปหลายปี ดูความเสี่ยงได้ที่ภาษีย้อนหลัง วิธีเลือกที่ปรึกษาภาษีที่ดี ควรดูอะไรบ้าง ดู 3 เรื่อง ได้แก่ ใบอนุญาตที่ตรวจสอบได้ ประสบการณ์ในธุรกิจแบบเดียวกัน และขอบเขตงานที่เขียนไว้ชัด เลือกผิดคนอาจเสียทั้งค่าบริการและเวลา โดยปัญหาเดิมยังไม่จบ ใบอนุญาตและคุณสมบัติที่ต้องเช็ก มีอะไรบ้าง ให้ขอดูใบอนุญาตที่ตรวจสอบได้ ตำแหน่งที่ปรึกษาเป็นชื่อเรียกงาน ส่วนใบอนุญาตที่ใช้ยืนยันความรู้มีหลายแบบ แต่ละแบบออกโดยหน่วยงานต่างกัน ความต่างของ CPA และ TA อ่านเพิ่มได้ที่ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ประสบการณ์ในอุตสาหกรรมสำคัญแค่ไหน สำคัญมาก เพราะแต่ละธุรกิจมีจุดเสี่ยงทางภาษีต่างกัน ร้านค้าออนไลน์มีเรื่องค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มและ VAT ธุรกิจก่อสร้างมีเรื่องภาษีหัก ณ ที่จ่ายหลายขั้น ส่วนธุรกิจนำเข้ามีเรื่องภาษีศุลกากร ให้ถามตรง ๆ ว่าเคยดูแลธุรกิจแบบเดียวกันกี่ราย และเคยช่วยลูกค้าตอบหนังสือจากกรมสรรพากรหรือไม่ สยามแพ็คซัพพลายเลือกผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาต CPA และเคยดูแลธุรกิจจัดจำหน่าย ต้องตกลงขอบเขตงานอะไรก่อนจ้าง ต้องเขียนให้ชัดว่าที่ปรึกษาทำอะไร และกิจการต้องทำอะไรเอง เช่น ใครเป็นคนยื่นแบบ ใครลงนาม คำแนะนำส่งเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ และถ้าต้องไปพบเจ้าหน้าที่ คิดค่าบริการเพิ่มอย่างไร เก็บใบเสนอราคาและสัญญาไว้กับเอกสารบัญชี ภาระภาษียังเป็นของกิจการ คำแนะนำที่เป็นลายลักษณ์อักษรจึงช่วยให้ย้อนดูได้ว่าตัดสินใจจากข้อมูลอะไร ก่อนเริ่มปรึกษาภาษี ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง เตรียมเอกสาร 4 กลุ่ม จะช่วยให้การคุยครั้งแรกตรงประเด็นและไม่ต้องนัดซ้ำ ยิ่งเอกสารครบ ผู้เชี่ยวชาญยิ่งประเมินงานและค่าบริการได้แม่นขึ้น สยามแพ็คซัพพลายเตรียมงบการเงิน 2 ปี แบบ ภ.พ.30 ครบ 12 เดือน แบบ ภ.ง.ด.50 ปีล่าสุด สัญญาซอฟต์แวร์ และหนังสือเชิญพบฉบับจริงไปในวันแรก ค่าบริการที่ปรึกษาภาษีคิดอย่างไร คิดได้ 3 แบบ คือ รายครั้งหรือรายชั่วโมง รายเดือน และรายโปรเจกต์ ราคาขึ้นกับความซับซ้อน ปริมาณเอกสาร ความเร่งด่วน และต้องไปพบเจ้าหน้าที่หรือไม่ จึงควรขอใบเสนอราคาจาก 2 ถึง 3 รายด้วยขอบเขตงานเดียวกัน รูปแบบ เหมาะกับ สิ่งที่ควรระบุในใบเสนอราคา รายครั้งหรือรายชั่วโมง คำถามเฉพาะเรื่อง ต้องการความเห็นเร็ว จำนวนชั่วโมง คำตอบเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ รายเดือน กิจการที่มีคำถามภาษีต่อเนื่อง จำนวนครั้งที่ปรึกษาได้ งานที่รวมและไม่รวม รายโปรเจกต์ ถูกเรียกตรวจ ปรับโครงสร้าง ธุรกรรมต่างประเทศ ขอบเขต ระยะเวลา ค่าใช้จ่ายเพิ่มเมื่องานเกินขอบเขต สำหรับงานตรวจบัญชีของ TA กรมสรรพากรกำหนดว่าตกลงค่าธรรมเนียมกันได้ แต่ห้ามคิดเป็นอัตราจากยอดรายได้หรือมูลค่าสินทรัพย์ของกิจการ สยามแพ็คซัพพลายได้รับใบเสนอราคาแบบโปรเจกต์ 40,000 บาท ครอบคลุมการตรวจเอกสาร เตรียมคำชี้แจง และไปพบเจ้าหน้าที่ 1 ครั้ง จ่ายค่าที่ปรึกษาภาษี ต้องหัก ณ ที่จ่ายและลงบัญชีอย่างไร ขึ้นกับผู้รับเงิน ถ้าจ่ายให้บุคคลธรรมดา กรมสรรพากรตอบข้อหารือว่าค่าที่ปรึกษาภาษีและบัญชีเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(2) ผู้จ่ายต้องหักภาษีตามมาตรา 50(1) ถ้าจ่ายให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ให้หักร้อยละ 3 ตามคำสั่ง ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 หลักการหักและนำส่งทั่วไปอ่านได้ที่ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ตัวอย่าง สยามแพ็คซัพพลายจ่ายค่าที่ปรึกษาให้บริษัทที่ปรึกษาที่จด VAT ยอดโอนจริงคำนวณได้ดังนี้ รายการ จำนวนเงิน (บาท) ค่าที่ปรึกษาตามใบเสนอราคา 40,000 ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% (40,000 × 7%) 2,800 หักภาษี ณ ที่จ่าย 3% (40,000 × 3%) (1,200) ยอดโอนจริง (40,000 + 2,800 − 1,200) 41,600 ค่าที่ปรึกษาที่เกี่ยวกับกิจการและมีหลักฐานครบเป็นรายจ่ายที่หักได้ ส่วนรายจ่ายที่ไม่เกี่ยวกับกิจการเป็นค่าใช้จ่ายต้องห้าม บริษัทนี้รายได้เกินเกณฑ์ SME จึงเสียภาษีร้อยละ 20 รายจ่าย 40,000 บาทลดภาษีได้ประมาณ 8,000 บาท ภาษีซื้อ 2,800 บาทนำไปเครดิตใน ภ.พ.30 ได้เมื่อได้รับใบกำกับภาษีที่ถูกต้อง และบริษัทต้องออกหนังสือรับรอง 50 ทวิ พร้อมยื่น ภ.ง.ด.53 สำหรับเงินที่หักไว้ ปรึกษาเรื่องภาษีฟรีได้ที่ไหนบ้าง ปรึกษาเรื่องภาษีฟรีได้ผ่านช่องทางของกรมสรรพากร 2 ช่องทางหลัก คือระบบนัดหมาย e-Appointment และศูนย์ RD Intelligence Center 1161 เหมาะกับคำถามข้อกฎหมายเบื้องต้นก่อนตัดสินใจจ้างผู้เชี่ยวชาญ นัดหมายผ่าน e-Appointment กรมสรรพากร ทำอย่างไร กรอกข้อมูลในระบบให้ครบ แล้วรอเจ้าหน้าที่ติดต่อตามวันและรอบเวลาที่นัด ระบบนี้ให้ความเห็นข้อกฎหมายภาษีอากรเบื้องต้นแก่บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ตามข้อเท็จจริงที่ผู้ขอแจ้งเท่านั้น ข้อมูลที่ต้องกรอกตามหน้าe-Appointment ของกรมสรรพากร มีดังนี้ ถ้าเจ้าหน้าที่ติดต่อไม่ได้ตามนัด ระบบถือว่าไม่ประสงค์รับความเห็น และห้ามบันทึกเสียงหรือภาพระหว่างรับบริการ สยามแพ็คซัพพลายใช้ช่องทางนี้ถามเรื่องภาษีของค่าซอฟต์แวร์ต่างประเทศก่อนวันพบที่ปรึกษา โทรถาม RD Intelligence Center 1161 ได้ไหม ได้ หมายเลข 1161 คือศูนย์ RD Intelligence Center ของกรมสรรพากร เหมาะกับคำถามสั้น ๆ เช่น กำหนดยื่นแบบ หรือขั้นตอนการยื่นออนไลน์ ระวังสายแอบอ้าง กรมสรรพากรเตือนว่าไม่มีเจ้าหน้าที่โทรติดตามชำระภาษีหรือแจ้งคืนเงิน คำตอบจากทั้งสองช่องทางเป็นความเห็นเบื้องต้นจากข้อเท็จจริงที่แจ้ง ถ้าเรื่องซับซ้อนหรือมีเงินภาษีจำนวนมาก ควรให้ผู้ทำบัญชีหรือผู้เชี่ยวชาญดูเอกสารจริงอีกครั้ง ข้อควรรู้ก่อนจ้างผู้เชี่ยวชาญภาษี สรุป – ที่ปรึกษาภาษีต้องจำอะไรบ้าง ถ้ามีเรื่องภาษีค้างใจอยู่ เริ่มวันนี้ด้วยการเขียนคำถาม 3 ข้อที่สำคัญที่สุด รวบรวมงบการเงินและแบบภาษีปีล่าสุด แล้วจองคิว e-Appointment ก่อน ถ้าคำตอบยังไม่พอ ค่อยนำชุดเอกสารนี้ไปขอใบเสนอราคาจากผู้เชี่ยวชาญ ส่งข้อมูลบัญชีให้ผู้เชี่ยวชาญได้ครบด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ออกรายงานบัญชีและงบการเงินจากรายการที่บันทึกตลอดปี ผู้ทำบัญชีและที่ปรึกษาจึงดูข้อมูลชุดเดียวกัน ไม่ต้องรวบรวมไฟล์ใหม่ทุกครั้งที่มีคำถาม ส่วนภาษีหัก ณ ที่จ่ายของค่าบริการที่จ่ายออก PEAK Tax สร้างแบบ ภ.ง.ด.3 ภ.ง.ด.53 และหนังสือรับรอง 50 ทวิ และนำออกไฟล์เพื่อยื่นออนไลน์ได้ เตรียมข้อมูลให้พร้อมก่อนนัดปรึกษาครั้งถัดไป ทดลองใช้ PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ฟรี 30 วัน อ่านเรื่องภาษีธุรกิจเพิ่มเติม แหล่งอ้างอิงข้อมูล คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับที่ปรึกษาภาษี ค่าที่ปรึกษาเป็นเงินได้มาตราไหน ส่วนใหญ่เป็นเงินได้ตามมาตรา 40(2) กรมสรรพากรตอบข้อหารือว่าค่าที่ปรึกษาภาษีและบัญชีที่บุคคลธรรมดาได้รับเป็นเงินได้จากการรับทำงานให้ และศาลฎีกาเคยวินิจฉัยว่าค่าที่ปรึกษารายเดือนไม่ใช่ 40(6) ถ้าลักษณะงานต่างไป ให้ตรวจกับกรมสรรพากร ดูประเภทเงินได้ทั้งหมดที่เงินได้พึงประเมิน 8 ประเภท ที่ปรึกษาภาษีกับนักบัญชีทำงานต่างกันอย่างไร นักบัญชีบันทึกรายการ ปิดงบ และยื่นแบบตามกำหนด ส่วนผู้เชี่ยวชาญภาษีดูการตัดสินใจและปัญหาเฉพาะเรื่อง เช่น วางแผนก่อนลงทุน หรือตอบหนังสือจากสรรพากร กิจการส่วนใหญ่ใช้นักบัญชีเป็นหลัก แล้วจ้างผู้เชี่ยวชาญเป็นครั้งคราว ธุรกิจขนาดเล็กต้องจ้างผู้เชี่ยวชาญภาษีไหม ไม่จำเป็นเสมอไป ถ้าธุรกิจไม่ซับซ้อนและมีผู้ทำบัญชีดูแลอยู่แล้ว เริ่มจากช่องทางฟรีของกรมสรรพากรได้ แต่เมื่อมีธุรกรรมต่างประเทศ ได้รับหนังสือจากสรรพากร หรือกำลังเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญอย่างน้อยหนึ่งครั้ง ค่าที่ปรึกษาภาษีหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ไหม ได้ ถ้าเป็นรายจ่ายเพื่อกิจการและมีหลักฐานครบ เช่น ใบเสนอราคา ใบกำกับภาษีหรือใบเสร็จ และหลักฐานการหักภาษี ณ ที่จ่าย ค่าที่ปรึกษาเรื่องส่วนตัวของกรรมการไม่เกี่ยวกับกิจการ จึงหักไม่ได้ ปรึกษาภาษีกับกรมสรรพากรฟรีได้จริงไหม ได้ ผ่านระบบ e-Appointment และศูนย์ RD Intelligence Center 1161 คำตอบเป็นความเห็นเบื้องต้นตามข้อเท็จจริงที่แจ้ง เหมาะกับคำถามข้อกฎหมายทั่วไป ถ้าต้องการให้ดูเอกสารจริงหรือวางแผนหลายปี ควรใช้ผู้เชี่ยวชาญเพิ่ม ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

26 ต.ค. 2026

PEAK Account

27 min

เครดิตเทอม (Credit Term) คืออะไร นับวันอย่างไร กติกาใหม่ กขค.

เครดิตเทอม (Credit Term) คืออะไร และสำคัญอย่างไร เครดิตเทอม (Credit Term) หรือสินเชื่อการค้า คือ ระยะเวลาที่ผู้ขายยอมให้ผู้ซื้อจ่ายเงินหลังได้รับสินค้าหรือบริการแล้ว เช่น ส่งของวันนี้ แล้วให้จ่ายภายใน 30 วัน ระยะเวลานี้มาจากการตกลงกันระหว่างคู่ค้า และควรเขียนไว้เป็นหนังสือ การขายแบบให้เครดิตพบได้ทั่วไปในธุรกิจที่ขายให้ธุรกิจด้วยกัน (B2B) เพราะผู้ซื้อองค์กรจ่ายเงินตามรอบบัญชี ส่วนการขายหน้าร้านให้ลูกค้าทั่วไปมักรับเงินทันที สำหรับเจ้าของกิจการ เรื่องนี้สำคัญอย่างน้อย 3 ด้าน ตลอดบทความนี้ใช้ตัวอย่าง บริษัท ไทยพาเลทแพ็ค จำกัด (ชื่อสมมุติ) ผลิตพาเลทไม้ พนักงาน 45 คน รายได้ปีล่าสุด 60 ล้านบาท และขายพาเลทให้โรงงานอาหารที่มีรายได้ 3,000 ล้านบาทต่อปี Credit Term กับ Payment Term ต่างกันอย่างไร Payment Term คือเงื่อนไขการชำระเงินทั้งหมดในการซื้อขาย เช่น มัดจำกี่เปอร์เซ็นต์ แบ่งจ่ายกี่งวด จ่ายผ่านช่องทางไหน ส่วน credit term คือ ส่วนหนึ่งของ Payment Term ที่บอกว่าหลังส่งของแล้วผู้ซื้อมีเวลาจ่ายเงินกี่วัน ใบเสนอราคาของไทยพาเลทแพ็คจึงเขียน Payment Term ว่า “ไม่มีมัดจำ ชำระโดยโอนเข้าบัญชีบริษัท Credit Term 45 วัน” ลูกค้าเห็นครบทั้งวิธีจ่ายและกำหนดจ่ายในบรรทัดเดียว เครดิตเทอม 30 วัน หมายถึงอะไร และเริ่มนับวันไหน เครดิตเทอม 30 วัน หมายถึง ผู้ซื้อต้องจ่ายเงินภายใน 30 วันนับจากวันเริ่มนับที่ตกลงกัน ภาษาอังกฤษมักเขียนว่า Net 30 หรือ Credit Term 30 Days ส่วนวันเริ่มนับ ถ้าไม่ได้ตกลงไว้เป็นอย่างอื่น ประกาศ กขค. ใช้วันที่ส่งมอบครบและส่งเอกสารถูกต้องครบถ้วน ตามประกาศ กขค. ข้อ 5(2) การนับเริ่มเมื่อผู้ขายส่งมอบสินค้าหรือบริการครบตามจำนวน ประเภท และคุณภาพที่ตกลง และส่งเอกสารถูกต้องครบถ้วน ส่วนการฝากขายให้นับจากวันที่ขายสินค้าได้ครบตามจำนวนหรืออัตราที่ตกลง ตัวอย่าง ไทยพาเลทแพ็คส่งพาเลท 400 ชิ้น ชิ้นละ 500 บาท พร้อมใบแจ้งหนี้และใบกำกับภาษีครบในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 จุดที่มักพลาดคือ เอกสารไม่ครบในวันส่งของ สมมติใบแจ้งหนี้ไม่มีเลขใบสั่งซื้อ (PO) ของลูกค้า แล้วไทยพาเลทแพ็คส่งใบใหม่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2569 วันครบกำหนดจะเลื่อนเป็น 25 ธันวาคม 2569 เงินเข้าช้าไป 7 วันเพราะเอกสารใบเดียว เครดิต 15 วัน 45 วัน 60 วัน ต่างกันอย่างไร ต่างกันที่จำนวนวันที่ผู้ขายรอเงิน ยิ่งยาว ผู้ซื้อได้เปรียบเรื่องเงินสด ส่วนผู้ขายรับความเสี่ยงมากขึ้น การเลือกจึงขึ้นกับประวัติลูกค้าและเงินสดของผู้ขายเอง รูปแบบ หมายถึง เหมาะกับ Cash / COD จ่ายทันที หรือจ่ายตอนรับของ ลูกค้าใหม่ที่ยังไม่มีประวัติ Net 15 จ่ายภายใน 15 วัน ลูกค้ารายเล็ก ยอดซื้อไม่สูง Net 30 จ่ายภายใน 30 วัน ลูกค้าประจำที่จ่ายตรงเวลา Net 45 จ่ายภายใน 45 วัน ลูกค้าองค์กรที่มีรอบจ่ายเดือนละครั้ง Net 60 ขึ้นไป จ่ายภายใน 60 วันหรือมากกว่า งานโครงการ หรือกรณีมีเหตุผลทางธุรกิจรองรับ อ่านตารางนี้อย่างไร กติกาเครดิตเทอมใหม่ของ กขค. ที่มีผล 2 พฤศจิกายน 2569 คืออะไร คือประกาศที่กำหนดให้ผู้ซื้อรายใหญ่จ่ายเงิน SME ภายใน 45 วันสำหรับการค้า การผลิต และบริการ และภายใน 30 วันสำหรับสินค้าเกษตร เว้นแต่ตกลงระยะเวลาสั้นกว่าไว้แล้ว ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาวันที่ 2 ตุลาคม 2569 และมีผลเมื่อพ้น 30 วัน คือวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ชื่อเต็มคือ “ประกาศคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เรื่อง การปฏิบัติทางการค้าที่เป็นธรรมเกี่ยวกับระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้า (Credit Term) ระหว่างผู้ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่หรือผู้ประกอบธุรกิจค้าส่งค้าปลีกขนาดใหญ่ กับผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)” ประกาศนี้ออกตามพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มาตรา 17(2) และ 57(4) ลงนามวันที่ 21 กันยายน 2569 ระยะเวลาตามข้อ 5(1) ของประกาศ สรุปได้ตามตารางนี้ ประเภทสินค้าหรือบริการ ระยะเวลาสูงสุด เงื่อนไข การค้า การผลิต และบริการ ไม่เกิน 45 วัน เว้นแต่ตกลงสั้นกว่าไว้ก่อนแล้ว สินค้าเกษตร และผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปขั้นต้นที่ไม่ซับซ้อน ไม่เกิน 30 วัน เว้นแต่ตกลงสั้นกว่าไว้ก่อนแล้ว ประกาศเปิดให้กำหนดต่างจากนี้ได้ ถ้ามีเหตุผลอันสมควรที่รับฟังได้ทางธุรกิจ การตลาด หรือเศรษฐศาสตร์ และอยู่ในกรอบสัญญา การจ่ายเกิน 45 วันจึงไม่ได้ผิดทันที แต่ผู้ซื้อต้องอธิบายเหตุผลได้ โรงงานอาหารที่ซื้อจากไทยพาเลทแพ็คเคยใช้สัญญามาตรฐาน 90 วัน ถ้านับจาก 3 พฤศจิกายน 2569 จะครบกำหนด 1 กุมภาพันธ์ 2570 หลังประกาศมีผล ถ้าไม่มีเหตุผลอันสมควร กรอบที่ควรใช้คือไม่เกิน 18 ธันวาคม 2569 ใครต้องทำตามกติกานี้ ผู้ซื้อที่เป็นผู้ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่ หรือผู้ประกอบธุรกิจค้าส่งค้าปลีกขนาดใหญ่ ซึ่งซื้อจาก SME ตามข้อ 2 ของประกาศ ผู้ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่หมายถึงผู้ที่มีรายได้ในปีบัญชีที่ผ่านมาตั้งแต่ 500 ล้านบาทขึ้นไป รายได้นี้นับรวมผู้ประกอบธุรกิจที่มีความสัมพันธ์ทางนโยบายหรืออำนาจสั่งการ เช่น บริษัทในเครือเดียวกัน ส่วนค้าส่งค้าปลีกขนาดใหญ่ รวมถึงไฮเปอร์มาร์เก็ต ค้าส่งแบบบริการตนเอง (Cash and Carry) ซูเปอร์มาร์เก็ต ห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ ธุรกิจแบบไหนนับเป็น SME ตามประกาศนี้ นับจากประเภทกิจการ จำนวนการจ้างงาน และรายได้ต่อปี โดยต้องผ่านทั้ง 2 เงื่อนไขพร้อมกัน ประเภทกิจการ จ้างงาน รายได้ต่อปี ผลิตสินค้า ไม่เกิน 200 คน และไม่เกิน 500 ล้านบาท บริการ ค้าส่ง หรือค้าปลีก ไม่เกิน 100 คน และไม่เกิน 300 ล้านบาท ไทยพาเลทแพ็คเป็นกิจการผลิต พนักงาน 45 คน รายได้ 60 ล้านบาท จึงเป็น SME ส่วนโรงงานอาหารรายได้ 3,000 ล้านบาท เป็นผู้ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่ การซื้อขายคู่นี้จึงอยู่ในขอบเขตประกาศ จุดที่ต้องระวังคือ แนวทางฉบับปี 2564 ใช้คำว่า “หรือ” ระหว่างจ้างงานกับรายได้ แต่ฉบับใหม่ใช้คำว่า “และ” บทความเก่าที่ยังเขียนเกณฑ์แบบ “หรือ” จึงอาจไม่ตรงกับประกาศฉบับนี้ แนวทางเดิมปี 2564 ยังใช้อยู่ไหม ประกาศฉบับใหม่ไม่ได้เขียนข้อยกเลิกแนวทางเดิมไว้ แนวทางเดิมลงราชกิจจานุเบกษาวันที่ 18 มิถุนายน 2564 และใช้กับผู้ประกอบธุรกิจรายใดก็ตามที่เป็นคู่ค้ากับ SME ผู้ขาย บทนำของฉบับใหม่ระบุว่าแนวทางเดิมใช้มากว่า 4 ปีแล้ว แต่ยังมีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับผู้ซื้อรายใหญ่ ฉบับใหม่จึงกำหนดเฉพาะคู่ค้ารายใหญ่ไว้ชัดขึ้น ถ้าคู่ค้าไม่ใช่รายใหญ่และต้องการรู้ว่าแนวทางเดิมยังใช้กับกรณีของตนอย่างไร ควรสอบถามสำนักงาน กขค. โดยตรง ผู้ซื้อรายใหญ่ทำอะไรไม่ได้ และมีโทษอย่างไร ทำไม่ได้ 3 เรื่องหลักตามข้อ 7 คือ ประวิงการจ่ายเงินเกินกำหนดโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เปลี่ยนเงื่อนไขโดยไม่มีเหตุผลหรือแจ้งล่วงหน้าน้อยกว่า 60 วัน และบังคับเงื่อนไขพิเศษที่เพิ่มภาระให้ SME โดยไม่จำเป็น ผู้ฝ่าฝืนเสี่ยงโทษปรับทางปกครองไม่เกินร้อยละ 10 ของรายได้ หน้าที่และข้อห้ามของผู้ซื้อรายใหญ่สรุปได้ตามตารางนี้ ข้อในประกาศ สาระสำคัญ ข้อ 5(3) ต้องแจ้งให้ SME รู้สิทธิรับเงินภายในเครดิตเทอม และแสดงขั้นตอนจ่ายเงินให้ชัดเจน ข้อ 6 ห้ามใช้สัญญาสำเร็จรูป (Standard Form Contract) แบบเดียวกันกับ SME ทุกรายในเรื่องระยะเวลาจ่ายเงินอย่างไม่เป็นธรรม ข้อ 7(1) ห้ามประวิงจ่ายเงินเกินระยะเวลาที่กำหนดโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ข้อ 7(2) ห้ามเปลี่ยนระยะเวลาหรือเงื่อนไขในสัญญาโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หรือไม่แจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 60 วัน ข้อ 7(3) ห้ามบังคับเงื่อนไขพิเศษเกี่ยวกับเครดิตที่สร้างภาระเกินจำเป็น ข้อ 8 ถ้าต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงที่รู้เฉพาะฝั่งผู้ซื้อ ผู้ซื้อมีหน้าที่แสดงหลักฐาน ข้อ 9 กำหนดว่า ผู้ซื้อรายใหญ่ที่ฝ่าฝืนถือเป็นการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมตามมาตรา 57(4) ต้องรับโทษตามมาตรา 82 คือปรับทางปกครองไม่เกินร้อยละ 10 ของรายได้ในปีที่ทำผิด ถ้าทำผิดในปีแรกของการประกอบธุรกิจ ปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท ข้อ 10 ยังระบุว่า การฝ่าฝืนอาจเป็นความผิดตามมาตรา 50 54 และ 55 ของพระราชบัญญัติเดียวกันด้วย การตัดสินแต่ละกรณีเป็นอำนาจของคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า SME ถูกจ่ายช้ากว่าเครดิตเทอม ทำอะไรได้บ้าง ทำได้ 3 ขั้น คือ ติดตามทวงถามพร้อมหลักฐาน เก็บเอกสารให้ครบ และร้องเรียนต่อสำนักงาน กขค. ถ้าผู้ซื้อเป็นรายใหญ่และยังประวิงโดยไม่มีเหตุผล สมมติวันที่ 18 ธันวาคม 2569 ผ่านไปแล้ว โรงงานอาหารยังไม่จ่าย 214,000 บาท และอ้างว่าสัญญาเดิมให้ 90 วัน ไทยพาเลทแพ็คมีใบส่งของที่ลงวันที่ 3 พฤศจิกายน และอีเมลส่งใบแจ้งหนี้ในวันเดียวกัน หลักฐานสองชิ้นนี้ยืนยันวันเริ่มนับได้ ให้เครดิตเทอมลูกค้ากี่วันดี หลักจำง่าย ๆ คือ วันที่ให้ลูกค้าไม่ควรยาวกว่าวันที่ได้จากซัพพลายเออร์ ถ้าให้ลูกค้านานกว่า กิจการต้องหาเงินมาสำรองจ่ายค่าวัตถุดิบในช่วงที่ยังไม่ได้เงินจากลูกค้า ตัวอย่าง ไม้ที่ใช้ทำพาเลท 400 ชิ้นมีต้นทุน 130,000 บาท ซัพพลายเออร์ให้เครดิต 30 วัน ไทยพาเลทแพ็คจึงต้องจ่ายค่าไม้วันที่ 3 ธันวาคม 2569 เครดิตที่ให้โรงงานอาหาร วันรับเงิน วันจ่ายค่าไม้ เงินสดขาด ระยะเวลาที่ขาด 45 วัน 18 ธ.ค. 2569 3 ธ.ค. 2569 130,000 บาท 15 วัน 90 วัน 1 ก.พ. 2570 3 ธ.ค. 2569 130,000 บาท 60 วัน ส่วนต่างของสองแบบอยู่ที่ระยะเวลา ยอดเงินขาดเท่ากัน แต่แบบ 90 วันต้องหาเงินมาหมุนนานกว่า 4 เท่า ถ้ามีคำสั่งซื้อแบบนี้ทุกเดือน ยอดเงินจมจะซ้อนกันหลายก้อน วิธีคิดช่องว่างเงินสดแบบเต็มอ่านได้ที่กระแสเงินสด (Cash Flow) ส่วนการดูว่ากิจการมีเงินพอรองรับการให้เครดิตหรือไม่ ใช้ตัวเลขเงินทุนหมุนเวียน ก่อนให้ลูกค้าใหม่ซื้อเชื่อ ต้องเช็กอะไร เช็ก 3 เรื่อง คือ ข้อมูลนิติบุคคลและงบการเงิน ประวัติการชำระหนี้ และวงเงินที่จะให้ เริ่มด้วยยอดเล็กหรือเงินสดก่อน แล้วค่อยขยายเครดิตเมื่อลูกค้าจ่ายตรงเวลา ไทยพาเลทแพ็คใช้นโยบายนี้กับลูกค้ารายย่อยของตัวเอง ลูกค้าใหม่ทุกรายจ่ายเงินสดตอนรับของ และจะได้เครดิต 30 วันเมื่อซื้อครบ 6 เดือนโดยไม่เคยค้างชำระ นโยบายนี้เป็นการตัดสินใจทางธุรกิจ ไม่ใช่ข้อกำหนดทางกฎหมาย ต้องเขียนระยะเวลาชำระเงินไว้ในเอกสารอะไรบ้าง ควรเขียนไว้ใน 4 เอกสาร คือ ใบเสนอราคา ใบสั่งซื้อหรือสัญญา ใบแจ้งหนี้ และใบวางบิล เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายใช้วันครบกำหนดเดียวกัน และมีหลักฐานเมื่อเกิดข้อโต้แย้ง เอกสาร สิ่งที่ควรระบุ ใบเสนอราคา Credit Term เช่น 45 วัน และวิธีชำระเงิน ใบสั่งซื้อ / สัญญา ระยะเวลาเดียวกับใบเสนอราคา และวันเริ่มนับ ใบแจ้งหนี้ วันที่ออก วันครบกำหนด และเลขใบสั่งซื้อของลูกค้า ใบวางบิล รายการใบแจ้งหนี้ที่รวม และวันนัดชำระ ใบแจ้งหนี้ของไทยพาเลทแพ็คจึงเขียนว่า “Credit Term 45 วัน ครบกำหนด 18 ธันวาคม 2569” พร้อมเลขใบสั่งซื้อของโรงงานอาหารทุกใบ ฝ่ายบัญชีของลูกค้าเห็นวันจ่ายตรงกันตั้งแต่วันรับเอกสาร ลำดับว่าเอกสารใบไหนออกก่อนหลังดูได้ที่ลำดับเอกสารหลังปิดการขาย รายการที่ควรมีบนใบแจ้งหนี้ เช่น วันครบกำหนดและเลขใบสั่งซื้อ ดูได้ที่ใบแจ้งหนี้ (Invoice) คืออะไร ประกาศ กขค. ไม่ได้บังคับรูปแบบเอกสารของผู้ขาย แต่การเขียนวันครบกำหนดไว้ชัดช่วยให้ใช้สิทธิตามข้อ 5(3) ได้ง่ายขึ้น เพราะผู้ซื้อรายใหญ่ต้องแจ้งสิทธิและขั้นตอนจ่ายเงินให้ SME ทราบอยู่แล้ว ข้อควรรู้เกี่ยวกับเครดิตเทอม สรุป – เครดิตเทอมต้องจำอะไรบ้าง กติกาใหม่ช่วยได้เฉพาะ SME ที่มีหลักฐานครบ เริ่มได้วันนี้ด้วยการเปิดสัญญาและใบสั่งซื้อของลูกค้ารายใหญ่ทุกราย จดระยะเวลาชำระที่ใช้อยู่ แล้วเทียบกับกรอบ 45 วันที่ใช้ตั้งแต่ 2 พฤศจิกายน 2569 ตั้งวงเงินขายเชื่อและติดตามลูกหนี้ด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยกำหนดวงเงินขายเชื่อและเครดิตเทอมแยกตามลูกค้า ออกใบแจ้งหนี้และใบวางบิล พร้อมรายงานลูกหนี้ตามอายุหนี้ (Aging AR) ให้เจ้าของกิจการและผู้ทำบัญชีเห็นยอดค้างของลูกค้าแต่ละรายชุดเดียวกัน ทดลองใช้ PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ฟรี 30 วัน ธุรกิจที่ต้องการขอเครดิตเทอมในการซื้ออุปกรณ์สำนักงาน ดูขั้นตอนและเงื่อนไขได้ที่ OfficeMate ขอเครดิตเทอมออนไลน์ ลูกค้า OfficeMate (OFM) รับส่วนลดพิเศษเมื่อสมัคร PEAK แพ็กเกจรายปี ลงทะเบียนรับสิทธิ์ที่ ติดตาม OfficeMate ได้ที่ อ่านเรื่องลูกหนี้และเงินสดของธุรกิจ B2B เพิ่มเติม แหล่งอ้างอิงข้อมูล คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเครดิตเทอม ระยะเวลาให้เครดิตเริ่มนับตอนไหน เริ่มนับตามที่ตกลงในสัญญา ถ้าเป็นกรณีผู้ซื้อรายใหญ่กับ SME ประกาศ กขค. ข้อ 5(2) ให้นับจากวันที่ส่งมอบสินค้าหรือบริการครบตามที่ตกลง และส่งเอกสารถูกต้องครบถ้วน เครดิตเทอมห้ามกำหนดเกินกี่วัน ไม่มีตัวเลขห้ามเด็ดขาด ประกาศ กขค. ให้ผู้ซื้อรายใหญ่จ่าย SME ภายใน 45 วัน หรือ 30 วันสำหรับสินค้าเกษตร แต่กำหนดต่างจากนี้ได้ถ้ามีเหตุผลอันสมควรทางธุรกิจ การตลาด หรือเศรษฐศาสตร์ ใครบ้างที่ต้องทำตามกติกาจ่ายเงิน SME ผู้ประกอบธุรกิจที่มีรายได้ปีบัญชีก่อนตั้งแต่ 500 ล้านบาทขึ้นไป รวมบริษัทในเครือ และค้าส่งค้าปลีกขนาดใหญ่ ที่ซื้อสินค้าหรือบริการจาก SME ตามประกาศที่มีผล 2 พฤศจิกายน 2569 ผู้ซื้อเป็น SME ด้วยกัน ต้องทำตามกรอบ 45 วันไหม ไม่อยู่ในประกาศฉบับใหม่ เพราะฉบับนี้ใช้กับผู้ซื้อรายใหญ่ แต่แนวทางเดิมปี 2564 ซึ่งกำหนดกรอบ 30 ถึง 45 วันเช่นกัน เขียนให้ใช้กับคู่ค้าของ SME ทุกขนาด และยังลงอยู่ในหน้าประกาศของ กขค. กรณีผู้ซื้อเป็น SME ด้วยกันจึงควรสอบถามสำนักงาน กขค. ก่อนยึดตามสัญญาอย่างเดียว เครดิต 30 วัน ภาษาอังกฤษเขียนอย่างไร เขียนได้ว่า Net 30 หรือ Credit Term 30 Days ในใบแจ้งหนี้มักเขียนคู่กับวันครบกำหนด เช่น “Net 30 Due Date 3 Dec 2026” เพื่อไม่ให้ลูกค้านับวันต่างกัน ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

26 ต.ค. 2026

PEAK Account

20 min

ปิดงบเสร็จ ต้องขอเอกสารอะไรคืน เช็กลิสต์สำหรับเปลี่ยนสำนักงานบัญชี

การขอเอกสารคืนเมื่อเปลี่ยนสำนักงานบัญชี ต้องขออะไรบ้าง เมื่อเจ้าของกิจการจ้างสำหนักงานบัญชี ย่อมมีการส่งมอบเอกสารการเงิน และภาษีเป็นเรื่องปกติ โดยสำนักงานบัญชีมักจะส่งคืน ในช่วงหลังจากปิดงบเสร็จแล้ว หรือเมื่อเจ้าของกิจการต้องการเปลี่ยนสำนักงานบัญชีที่ใช้อยู่ โดยตามกฎหมาย เจ้าของกิจการมีหน้าที่จัดเก็บเอกสาร โดยสำนักงานบัญชีเป็นเพียงผู้รับจ้างจัดทำ ดังนั้น หากเอกสารค้างอยู่ที่สำนักงานบัญชีเป็นเวลานาน ถ้าเจ้าของต้องรีบใช้ อาจจะหาไม่เจอ สำหรับเจ้าของกิจการ เรื่องนี้สำคัญอย่างน้อย 3 ด้าน ตลอดบทความนี้ใช้ตัวอย่าง บริษัท สยามเทคซัพพลาย จำกัด (ชื่อสมมุติ) ค้าส่งอะไหล่เครื่องจักรให้โรงงาน จด VAT มีรอบบัญชี 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม และตัดสินใจเปลี่ยนสำนักงานบัญชีตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569 ใครมีหน้าที่เก็บเอกสารบัญชี และต้องเก็บไว้ที่ไหน กิจการเป็นผู้มีหน้าที่เก็บ และต้องเก็บไว้ที่สถานที่ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 13 ถ้าจะเก็บไว้ที่อื่น เช่น ที่สำนักงานบัญชี ต้องยื่นขออนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อน ระยะเวลาเก็บกำหนดไว้ในมาตรา 14 คือไม่น้อยกว่า 5 ปีนับจากวันปิดบัญชี และอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี สั่งให้ธุรกิจบางประเภทเก็บนานกว่านั้นได้ แต่ไม่เกิน 7 ปี ส่วนรายงานภาษีซื้อ ภาษีขาย และใบกำกับภาษี ประมวลรัษฎากรมาตรา 87/3 ให้เก็บไม่น้อยกว่า 5 ปีเช่นกัน และอธิบดีกรมสรรพากรอาจสั่งให้เก็บถึง 7 ปี จุดที่มักเข้าใจผิดคือ คิดว่าสำนักงานบัญชีต้องเก็บเอกสารแทนลูกค้าตามกฎหมาย ถ้าเอกสารสูญหายหรือเสียหาย มาตรา 15 ให้กิจการแจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ทราบหรือควรทราบ รายละเอียดว่าเอกสารแต่ละประเภทเก็บกี่ปีและทำลายอย่างไร อ่านต่อที่เอกสารบัญชีต้องเก็บกี่ปี ปิดงบเสร็จแล้ว ควรได้เอกสารคืนเมื่อไร ควรได้คืนครบหลังงานปลายปีชิ้นสุดท้ายเสร็จ คือหลังส่งงบการเงิน ยื่นบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น และยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 (แบบยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี ยื่นภายใน 150 วันนับจากวันสุดท้ายของรอบบัญชี) เพราะผู้ทำบัญชียังต้องใช้เอกสารจนถึงวันนั้น สำหรับบริษัทจำกัด มาตรา 11 ของพระราชบัญญัติการบัญชีให้ส่งงบการเงินภายใน 1 เดือนนับจากวันที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติงบ ไทม์ไลน์ปิดงบปี 2568 ของสยามเทคซัพพลายเป็นแบบนี้ วันที่ งาน เอกสารที่เกิดขึ้น 31 ธ.ค. 2568 ปิดบัญชีรอบปี 2568 งบทดลอง 28 เม.ย. 2569 ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นอนุมัติงบ รายงานการประชุม งบการเงินที่ผู้สอบบัญชีลงนาม 5 พ.ค. 2569 ยื่นบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) บอจ.5 และหลักฐานการยื่น 20 พ.ค. 2569 ส่งงบการเงินผ่าน DBD e-Filing (ส่งได้ถึง 28 พ.ค. 2569) แบบ ส.บช.3 และหลักฐานการนำส่ง 25 พ.ค. 2569 ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 แบบ ภ.ง.ด.50 ใบเสร็จค่าภาษี มิ.ย. 2569 ขอเอกสารปี 2568 คืนครบชุด หนังสือรับเอกสาร อ่านตารางนี้อย่างไร เอกสารปิดงบการเงินที่ต้องขอคืนมีอะไรบ้าง แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ บัญชีและงบการเงิน แบบภาษีและหลักฐานการนำส่ง และเอกสารรายการค้าต้นฉบับ ให้ตรวจทีละกลุ่มตามตารางด้านล่าง แล้วเซ็นรับพร้อมระบุปีที่ครอบคลุม บัญชีและงบการเงิน มีอะไรบ้าง กลุ่มนี้คือผลงานที่ผู้ทำบัญชีจัดทำจากเอกสารของกิจการทั้งปี เอกสาร ใช้ทำอะไร ควรได้แบบไหน สมุดรายวัน (รับ จ่าย ซื้อ ขาย ทั่วไป) ดูรายการค้าที่บันทึกแต่ละวัน ไฟล์หรือพิมพ์ บัญชีแยกประเภท ดูยอดแยกตามบัญชี เช่น เงินสด ลูกหนี้ ไฟล์หรือพิมพ์ งบทดลอง ณ วันสิ้นปี ตั้งยอดยกมาปีถัดไป ไฟล์ งบการเงินและหมายเหตุประกอบงบ ยื่นธนาคาร แสดงต่อผู้ลงทุน ฉบับที่ผู้สอบบัญชีลงนาม รายงานของผู้สอบบัญชี แสดงความเห็นของผู้สอบต่องบ ฉบับลงนาม ทะเบียนทรัพย์สิน และตารางค่าเสื่อมราคา ใช้คำนวณค่าเสื่อมปีถัดไป ไฟล์ รายละเอียดลูกหนี้ เจ้าหนี้ และสินค้าคงเหลือ ใช้ติดตามหนี้และตรวจนับสต๊อก ไฟล์ แบบภาษีและหลักฐานการนำส่ง มีอะไรบ้าง กลุ่มนี้เป็นหลักฐานว่ากิจการยื่นแบบและจ่ายภาษีครบ ควรได้ทั้งแบบ ใบแนบ และใบเสร็จหรือหลักฐานการยื่นออนไลน์ เอกสาร ความถี่ ควรได้อะไรบ้าง ภ.พ.30 (แบบยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือน) ทุกเดือน แบบ รายงานภาษีซื้อและภาษีขาย ใบเสร็จ ภ.ง.ด.1 ภ.ง.ด.3 ภ.ง.ด.53 (แบบยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่าย) ทุกเดือนที่มีการจ่าย แบบ ใบแนบ ใบเสร็จ ภ.ง.ด.1ก (แบบสรุปเงินเดือนและภาษีที่หักทั้งปี) ปีละครั้ง แบบและหลักฐานการยื่น ภ.ง.ด.51 (แบบยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี) ปีละครั้ง แบบ ประมาณการ ใบเสร็จ ภ.ง.ด.50 ปีละครั้ง แบบ ใบเสร็จ แบบ ส.บช.3 (แบบนำส่งงบการเงิน) ปีละครั้ง หลักฐานการนำส่งผ่าน DBD e-Filing บอจ.5 (บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น) ปีละครั้ง ฉบับที่ยื่นและหลักฐานการยื่น รายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ปีละครั้ง ฉบับที่อนุมัติงบ รายงานการประชุมที่ใช้ยื่นคู่กับงบควรมีรายละเอียดครบ ดูวิธีเขียนได้ที่รายงานการประชุม ถ้ามีลูกจ้าง ให้ขอแบบนำส่งเงินสมทบประกันสังคมรายเดือนพร้อมหลักฐานการจ่ายด้วย เอกสารรายการค้าต้นฉบับ มีอะไรบ้าง คือเอกสารที่กิจการส่งให้ผู้ทำบัญชีตลอดปี เช่น ใบกำกับภาษีซื้อและขาย ใบเสร็จรับเงิน ใบสำคัญจ่าย หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ที่ได้รับ สัญญา และ Bank Statement พร้อมงบกระทบยอด เอกสารกลุ่มนี้เป็นต้นฉบับของกิจการ ถ้าเคยส่งเป็นกระดาษ ควรได้กระดาษคืน ไม่ใช่แค่ไฟล์สแกน สยามเทคซัพพลายใช้วิธีจัดเป็นแฟ้มรายเดือน 12 แฟ้ม ตรวจนับจำนวนแฟ้มก่อนเซ็นรับ เปลี่ยนสำนักงานบัญชีกลางปี ต้องส่งต่องานอะไรเพิ่ม ต้องส่งต่อ 4 อย่าง คือ งบทดลอง ณ วันเปลี่ยน ผังบัญชีและไฟล์ข้อมูลในโปรแกรม สถานะแบบภาษีรายเดือนที่ยื่นแล้ว และข้อตกลงว่าใครยื่นแบบที่ครบกำหนดหลังวันเปลี่ยน สยามเทคซัพพลายเปลี่ยนสำนักงานวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 จึงขอให้สำนักงานเดิมส่งงบทดลอง ณ 30 มิถุนายน 2569 และยืนยันว่าแบบ ภ.พ.30 ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 ของเดือนมิถุนายนยื่นครบแล้ว งานที่ต้องตกลงให้ชัดคือ ภ.ง.ด.51 ของรอบมกราคม ถึง มิถุนายน 2569 ซึ่งต้องยื่นภายใน 2 เดือนนับจากวันสุดท้ายของรอบหกเดือนแรก ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร ฉบับที่ 107 คือภายใน 31 สิงหาคม 2569 สยามเทคซัพพลายตกลงให้สำนักงานใหม่เป็นผู้ยื่น และให้สำนักงานเดิมส่งข้อมูลรายได้ครึ่งปีมาให้ครบ งาน ใครรับผิดชอบ หลักฐานที่ต้องได้ แบบรายเดือนถึงเดือนมิถุนายน สำนักงานเดิม แบบและใบเสร็จครบ 6 เดือน งบทดลอง ณ 30 มิ.ย. 2569 สำนักงานเดิม ไฟล์งบทดลองและรายละเอียดยอด ภ.ง.ด.51 ครึ่งปี 2569 สำนักงานใหม่ ข้อมูลรายได้และค่าใช้จ่ายครึ่งปีจากสำนักงานเดิม แบบรายเดือนตั้งแต่เดือนกรกฎาคม สำนักงานใหม่ แบบและใบเสร็จ ส่งให้กิจการทุกเดือน ก่อนเซ็นสัญญากับสำนักงานใหม่ ควรถามวิธีรับช่วงงานกลางปีให้ชัด ดูเกณฑ์อื่นได้ที่วิธีเลือกสำนักงานบัญชีที่ดี ต้องเปลี่ยนรหัสผ่านและสิทธิ์ระบบอะไรบ้าง ต้องเปลี่ยนทุกระบบที่สำนักงานเดิมเคยเข้าใช้แทนกิจการ หลัก ๆ มี 4 ระบบ คือ ระบบยื่นแบบของกรมสรรพากร DBD e-Filing ระบบประกันสังคม และโปรแกรมบัญชี ถ้าเคยให้สิทธิ์ธนาคารออนไลน์ ให้ยกเลิกด้วย ฝั่งผู้รับทำบัญชีมีขั้นตอนของตัวเองด้วย ผู้ทำบัญชี ต้องแจ้งการเป็นผู้ทำบัญชีผ่านระบบ e-Accountant ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ควรถามสำนักงานใหม่ว่าแจ้งแล้วหรือยัง หนังสือส่งมอบงานบัญชีควรมีอะไรบ้าง ควรมี 5 ส่วน คือ รายการเอกสารที่ส่ง ปีที่ครอบคลุม งานที่ยังค้าง วันที่ส่งและรับ และลายเซ็นของทั้งสองฝ่าย หนังสือนี้เป็นหลักฐานว่าเอกสารออกจากมือสำนักงานเดิมครบแล้ว สยามเทคซัพพลายทำหนังสือส่งมอบลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2569 มี 12 รายการ ครอบคลุมเอกสารปี 2564 ถึง 2568 และระบุว่าไม่มีแบบภาษีค้างยื่นถึงเดือนมิถุนายน 2569 สิ่งที่ต้องส่งให้สำนักงานใหม่ทุกเดือนหลังจากนี้ ดูได้ที่เช็กลิสต์ทำงานร่วมกับสำนักงานบัญชี ข้อควรรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนสำนักงานบัญชี สรุป – เปลี่ยนสำนักงานบัญชีต้องจำอะไรบ้าง การเปลี่ยนสำนักงานบัญชีไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่หลายคนกังวล หัวใจอยู่ที่รายการเอกสารที่ครบ เริ่มได้วันนี้ด้วยการพิมพ์ตาราง 3 กลุ่มในบทความนี้ แล้วติ๊กว่ามีเอกสารปีล่าสุดอยู่ในมือแล้วกี่รายการ เก็บเอกสารบัญชีไว้กับกิจการด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ มีคลังเอกสารที่แนบไฟล์คู่กับรายการบัญชี และล็อกข้อมูลของปีที่ปิดงบแล้วได้ ตัวเลขในงบจึงไม่ถูกแก้ย้อนหลังระหว่างส่งต่องานให้สำนักงานใหม่ ถ้ากำลังมองหาผู้รับทำบัญชีรายใหม่ ดูสำนักงานบัญชีพาร์ตเนอร์ของ PEAK อ่านเรื่องงานปลายปีและการตรวจสอบเพิ่มเติม แหล่งอ้างอิงข้อมูล คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเปลี่ยนสำนักงานบัญชี สำนักงานบัญชีไม่ยอมคืนเอกสาร ทำอย่างไร เริ่มจากทำหนังสือขอคืนอย่างเป็นทางการ ระบุรายการและวันที่ต้องการ แล้วตรวจสัญญาจ้างว่าเขียนเรื่องการคืนเอกสารไว้อย่างไร เอกสารต้นฉบับเป็นของกิจการ และกิจการมีหน้าที่เก็บตามมาตรา 14 ถ้ายังไม่ได้คืน ควรปรึกษานักกฎหมาย ขอเอกสารย้อนหลังหลายปีได้ไหม ได้ ขอได้ทุกปีที่เคยฝากไว้ ควรขอให้ครบอย่างน้อย 5 ปีนับจากวันปิดบัญชี เพราะเป็นระยะเวลาที่กิจการต้องเก็บตามพระราชบัญญัติการบัญชี ขอเอกสารเป็นไฟล์ดิจิทัลแทนกระดาษได้ไหม ได้สำหรับบัญชี งบทดลอง และรายงานที่ผู้ทำบัญชีออกจากโปรแกรม แต่เอกสารต้นฉบับที่กิจการเคยส่งเป็นกระดาษ ควรได้กระดาษคืน และงบการเงินควรได้ฉบับที่ผู้สอบบัญชีลงนาม เปลี่ยนสำนักงานบัญชีต้องแจ้งหน่วยงานรัฐไหม มีขั้นตอนฝั่งผู้ทำบัญชี ผู้ทำบัญชีของสำนักงานใหม่ต้องแจ้งการเป็นผู้ทำบัญชีผ่านระบบ e-Accountant ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ส่วนฝั่งกิจการให้เปลี่ยนรหัสผ่านและข้อมูลผู้ติดต่อในระบบยื่นแบบเอง ถ้าไม่แน่ใจกรณีของตน ควรสอบถามกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

26 ต.ค. 2026

PEAK Account

19 min

ซื้อทรัพย์สินปลายปี ลดหย่อนภาษีนิติบุคคลได้อย่างไร วิธีคิดค่าเสื่อมราคา

ซื้อทรัพย์สินปลายปี ลดหย่อนภาษีนิติบุคคลได้จริงไหม และสำคัญอย่างไร ซื้อทรัพย์สินปลายปี (Year-end Asset Purchase) คือ การซื้อเครื่องจักร คอมพิวเตอร์ ยานพาหนะ หรืออาคารเข้ากิจการก่อนวันปิดรอบบัญชี เพื่อให้เริ่มหักค่าเสื่อมราคาได้ในรอบนั้น ลดภาษีได้จริงแต่ลดผ่านค่าเสื่อมราคา ไม่ใช่หักราคาซื้อทั้งก้อน หลายคนเข้าใจว่าซื้อของ 1 ล้านบาทเดือนธันวาคม กำไรจะลดลง 1 ล้านบาททันที ความจริงคือค่าเสื่อมราคาทางภาษีคิดตามจำนวนวันที่ได้ทรัพย์สินมาในรอบบัญชี เว้นแต่กิจการเข้าเกณฑ์ค่าเสื่อมเบื้องต้นของ SME เรื่องนี้สำคัญอย่างน้อย 3 ด้าน ตลอดบทความนี้ใช้ตัวอย่าง บริษัท ไทยเมทัลพาร์ท จำกัด (ชื่อสมมุติ) รับจ้างกลึงชิ้นส่วนโลหะให้โรงงาน รอบบัญชี 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม 2569 มีสินทรัพย์ถาวรไม่รวมที่ดิน 45 ล้านบาท ลูกจ้าง 80 คน และวางแผนซื้อเครื่องกลึงใหม่วันที่ 20 ธันวาคม 2569 ทำไมซื้อทรัพย์สินแล้วหักเป็นค่าใช้จ่ายทั้งก้อนไม่ได้ เพราะเป็นรายจ่ายลงทุน ประมวลรัษฎากรมาตรา 65 ตรี (5) ห้ามนำรายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการลงทุนมาหักเป็นรายจ่ายในปีที่จ่าย ทรัพย์สินที่ใช้ได้หลายปีจึงต้องทยอยหักผ่านค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาตามพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 145 ถ้าบันทึกราคาซื้อเครื่องจักรเป็นค่าใช้จ่ายทั้งก้อน ต้องบวกกลับเมื่อคำนวณกำไรสุทธิทางภาษี เหมือนค่าใช้จ่ายต้องห้ามรายการอื่น กิจการเลือกวิธีและอัตราค่าเสื่อมได้ตามวิธีการทางบัญชีที่รับรองทั่วไป แต่เมื่อเลือกแล้วต้องใช้ต่อเนื่อง จะเปลี่ยนได้เมื่ออธิบดีอนุมัติ ตามมาตรา 3 ของพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ ค่าเสื่อมราคาทางภาษีของทรัพย์สินที่ซื้อปลายปีคิดอย่างไร คิดตามระยะเวลาที่ได้ทรัพย์สินมาในรอบบัญชี และต้องไม่เกินอัตราสูงสุดตามประเภททรัพย์สินในมาตรา 4 ของพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 145 ทรัพย์สินที่ได้มาปลายปีจึงได้ค่าเสื่อมรอบแรกเพียงไม่กี่วัน ประเภททรัพย์สิน อัตราสูงสุดต่อปี อาคารถาวร ร้อยละ 5 อาคารชั่วคราว ร้อยละ 100 ทรัพย์สินอื่นที่สึกหรอได้ เช่น เครื่องจักร ยานพาหนะ (นอกจากที่ดินและสินค้า) ร้อยละ 20 ที่ดิน หักค่าเสื่อมไม่ได้ ตัวอย่าง ไทยเมทัลพาร์ทซื้อเครื่องกลึง CNC ราคา 1,000,000 บาท ได้มาวันที่ 20 ธันวาคม 2569 ถือครองในรอบบัญชี 12 วัน ถ้าใช้อัตราปกติ ร้อยละ 20 ต่อปี รายการ การคำนวณ จำนวนเงิน (บาท) ค่าเสื่อมรอบบัญชี 2569 1,000,000 × 20% × 12 ÷ 365 6,575.34 ภาษีที่ลดได้ (อัตรา 20%) 6,575.34 × 20% 1,315.07 จ่ายเงิน 1 ล้านบาทเพื่อลดภาษีปีนี้ราว 1,315 บาท ส่วนที่เหลือของต้นทุนหักต่อในรอบถัดไป วิธีคำนวณแบบอื่นอ่านได้ที่วิธีคิดค่าเสื่อมราคา SME หักค่าเสื่อมเบื้องต้นในวันที่ได้มาได้เท่าไร บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีสินทรัพย์ถาวรไม่รวมที่ดินไม่เกิน 200 ล้านบาท และจ้างลูกจ้างไม่เกิน 200 คน หักค่าเสื่อมเบื้องต้นในวันที่ได้ทรัพย์สินมาได้ 3 ประเภท ส่วนที่เหลือของต้นทุนหักตามเงื่อนไขและอัตราปกติ ทรัพย์สิน หักเบื้องต้นในวันที่ได้มา มาตรา (พ.ร.ฎ. 145) คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ร้อยละ 40 ของต้นทุน มาตรา 4 จัตวา อาคารโรงงาน ร้อยละ 25 ของต้นทุน มาตรา 4 เบญจ เครื่องจักรและอุปกรณ์ของเครื่องจักร ร้อยละ 40 ของต้นทุน มาตรา 4 ฉ ไทยเมทัลพาร์ทเข้าเกณฑ์ เครื่องกลึง 1,000,000 บาทจึงหักเบื้องต้น 1,000,000 × 40% = 400,000 บาทในวันที่ 20 ธันวาคม ลดภาษีได้ 400,000 × 20% = 80,000 บาท ส่วนที่เหลือ 600,000 บาทหักตามมาตรา 4 ในรอบต่อไป เกณฑ์ SME ด้านค่าเสื่อมต่างจากเกณฑ์อัตราภาษี SME อย่างไร เป็นคนละเกณฑ์ เกณฑ์ค่าเสื่อมเบื้องต้นดูสินทรัพย์ถาวรและจำนวนลูกจ้าง ส่วนเกณฑ์อัตราภาษีขั้นบันไดดูทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาทและรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท กิจการหนึ่งอาจเข้าเกณฑ์เดียวและไม่เข้าอีกเกณฑ์ ไทยเมทัลพาร์ทมีทุน 10 ล้านบาท รายได้ 60 ล้านบาท จึงเสียภาษีอัตราปกติร้อยละ 20 แต่ยังใช้ค่าเสื่อมเบื้องต้นได้ สิทธิอื่นของกิจการขนาดเล็กดูได้ที่ลดหย่อนภาษีนิติบุคคลครบทุกรายการ ทรัพย์สินแต่ละประเภทหักได้ต่างกันอย่างไร ต่างกันที่อัตรา ระยะเวลา และเพดานต้นทุน เครื่องจักรและคอมพิวเตอร์มีสิทธิเบื้องต้นสำหรับ SME รถยนต์นั่งมีเพดานต้นทุน ส่วนอาคารหักได้ช้ากว่าและที่ดินหักไม่ได้ เครื่องจักรและอุปกรณ์หักได้อย่างไร หักตามอัตราปกติไม่เกินร้อยละ 20 ต่อปีตามระยะเวลาที่ได้มา ถ้าเป็น SME ตามเกณฑ์ข้างต้น หักเบื้องต้นร้อยละ 40 ในวันที่ได้มา สิทธินี้ใช้กับเครื่องจักรที่ได้มาตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม 2545 เป็นต้นไป คอมพิวเตอร์และโปรแกรมหักได้เร็วแค่ไหน หักได้ภายในสามรอบระยะเวลาบัญชีนับแต่วันที่ได้มา และต้องเป็นทรัพย์สินที่ได้มาและอยู่ในสภาพพร้อมใช้ได้ตามประสงค์ ถ้าเป็น SME หักเบื้องต้นร้อยละ 40 ในวันที่ได้มา ไทยเมทัลพาร์ทซื้อคอมพิวเตอร์และโปรแกรม CAD 300,000 บาท ติดตั้งพร้อมใช้วันที่ 20 ธันวาคม จึงหักเบื้องต้น 120,000 บาท ลดภาษีได้ 24,000 บาท รถยนต์นั่งมีข้อจำกัดอะไร รถยนต์นั่งหรือรถโดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน หักค่าเสื่อมจากต้นทุนเฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 1 ล้านบาท เว้นแต่กิจการให้เช่ารถยนต์ รถราคา 1.5 ล้านบาทจึงใช้ฐานค่าเสื่อมเพียง 1 ล้านบาท และไม่มีสิทธิค่าเสื่อมเบื้องต้นแบบ SME ภาษีมูลค่าเพิ่มของรถยนต์นั่งยังเป็นภาษีซื้อต้องห้าม นำไปหักภาษีขายไม่ได้ เว้นแต่กิจการขายหรือให้เช่ารถ อาคารและที่ดินหักได้หรือไม่ อาคารถาวรหักได้ไม่เกินร้อยละ 5 ต่อปี ถ้าเป็นอาคารโรงงานของ SME หักเบื้องต้นร้อยละ 25 ในวันที่ได้มา ส่วนที่ดินไม่เสื่อมสภาพ จึงหักค่าเสื่อมราคาไม่ได้ ซื้อที่ดินพร้อมอาคารต้องแยกราคาที่ดินออกก่อนคำนวณ ซื้อทรัพย์สินปลายปีคุ้มไหม เทียบเงินสดกับภาษีที่ลด คุ้มเมื่อเป็นของที่กิจการต้องซื้ออยู่แล้ว และซื้อให้ทันก่อนปิดรอบเพื่อเริ่มหักค่าเสื่อม ไม่คุ้มถ้าซื้อเพียงเพื่อลดภาษี เพราะเงินสดที่จ่ายออกไปมากกว่าภาษีที่ลดได้หลายเท่า ทรัพย์สินของไทยเมทัลพาร์ท (ซื้อ 20 ธ.ค. 2569) ราคา (บาท) ค่าเสื่อมรอบ 2569 ที่ใช้ในตัวอย่าง (บาท) ภาษีที่ลดได้ 20% (บาท) เครื่องกลึง CNC (ใช้สิทธิ SME) 1,000,000 400,000 80,000 เครื่องกลึง CNC (ถ้าไม่เข้าเกณฑ์ SME) 1,000,000 6,575.34 1,315.07 คอมพิวเตอร์และโปรแกรม CAD (ใช้สิทธิ SME) 300,000 120,000 24,000 รถยนต์นั่ง 5 ที่นั่ง 1,500,000 1,000,000 × 20% × 12 ÷ 365 = 6,575.34 1,315.07 ตารางนี้นับเฉพาะส่วนเบื้องต้นหรือค่าเสื่อม 12 วัน ไม่รวมส่วนที่เหลือที่หักในรอบต่อไป แม้ใช้สิทธิ SME ครบ เงินที่จ่าย 1 ล้านบาทก็ลดภาษีปีนี้ได้ 80,000 บาท ต้องเตรียมเอกสารอะไรให้หักค่าเสื่อมได้ เตรียมหลักฐาน 3 อย่าง และบันทึกเหตุผลทางธุรกิจไว้ด้วย ให้พิสูจน์ได้ว่ากิจการได้ทรัพย์สินมาเมื่อไร ราคาทุนเท่าไร และใช้ในกิจการ วันที่ในเอกสารคือตัวกำหนดว่าค่าเสื่อมเริ่มในรอบไหน การบริหารสินทรัพย์ถาวรให้ครบวงจรอ่านต่อได้ในบทความนี้ ไทยเมทัลพาร์ทนัดผู้ขายส่งมอบและติดตั้งเครื่องกลึงวันที่ 20 ธันวาคม และให้ผู้ขายออกใบกำกับภาษีวันเดียวกัน เพื่อให้วันที่ได้มาอยู่ในรอบบัญชี 2569 ชัดเจน วางแผนภาษีนิติบุคคลก่อนปิดงบปลายปีควรทำอะไร เริ่มจากประมาณกำไรทั้งปี แล้วดูว่าทรัพย์สินที่จำเป็นต้องซื้ออยู่แล้วควรซื้อก่อนหรือหลังปิดรอบ จากนั้นคุยกับผู้ทำบัญชีเรื่องวิธีค่าเสื่อม สิทธิ SME และเอกสาร ควรทำตั้งแต่เดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายน ไม่ใช่วันสุดท้ายของปี เทคนิคประหยัดภาษีอื่นที่ใช้ร่วมกันได้อ่านที่วิธีประหยัดภาษีนิติบุคคล ไทยเมทัลพาร์ทตัดสินใจซื้อเครื่องกลึงและคอมพิวเตอร์ก่อนปิดงบ เพราะต้องใช้กับงานใหม่ต้นปี 2570 อยู่แล้ว ส่วนรถยนต์นั่งเลื่อนไปปีหน้า เพราะภาษีที่ลดได้น้อยและภาษีซื้อขอคืนไม่ได้ ข้อควรรู้เกี่ยวกับการซื้อทรัพย์สินก่อนปิดงบ สรุป – ซื้อทรัพย์สินปลายปีต้องจำอะไรบ้าง ถ้าเหลือเวลาก่อนปิดงบปีนี้ เริ่มวันนี้ด้วยการเขียนรายการทรัพย์สินที่ต้องซื้อจริง ใส่ราคาและวันส่งมอบที่ผู้ขายทำได้ แล้วส่งให้ผู้ทำบัญชีประเมินค่าเสื่อมและภาษีที่ลดได้ก่อนตัดสินใจ ติดตามทรัพย์สินและค่าเสื่อมราคาด้วย PEAK PEAK Asset ช่วยเก็บทะเบียนและติดตามสินทรัพย์ขององค์กร ผู้ทำบัญชีจึงเห็นราคาทุน วันที่ได้มา และค่าเสื่อมของทรัพย์สินที่ซื้อปลายปีในระบบเดียว ดูวิธีเรียกรายงานค่าเสื่อมราคาได้ที่ดูข้อมูลและพิมพ์รายงานค่าเสื่อมราคาแบบรายเดือนใน PEAK เริ่มบันทึกทรัพย์สินให้พร้อมก่อนปิดงบ ทดลองใช้ PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ฟรี 30 วัน อ่านเรื่องภาษีนิติบุคคลเพิ่มเติม แหล่งอ้างอิงข้อมูล คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการซื้อทรัพย์สินก่อนปิดงบ ซื้อทรัพย์สินวันที่ 31 ธันวาคม ได้ค่าเสื่อมไหม ได้ ถ้าได้ทรัพย์สินมาในวันนั้นจริงและรอบบัญชีสิ้นสุด 31 ธันวาคม อัตราปกติจะได้ค่าเสื่อมเพียง 1 วัน ส่วน SME ที่เข้าเกณฑ์ได้ค่าเสื่อมเบื้องต้นเต็มจำนวนในวันที่ได้มา สั่งซื้อแล้วแต่ยังไม่ได้รับของภายในสิ้นปี หักค่าเสื่อมได้หรือไม่ ยังไม่ได้ ค่าเสื่อมคิดตามระยะเวลาที่ได้ทรัพย์สินมา และคอมพิวเตอร์ต้องอยู่ในสภาพพร้อมใช้ เงินมัดจำที่จ่ายก่อนส่งมอบจึงยังไม่ใช่ค่าเสื่อม ให้เริ่มหักในรอบที่ได้รับทรัพย์สิน บริษัทไม่ใช่ SME ใช้ค่าเสื่อมเบื้องต้น 40% ได้ไหม ไม่ได้ ถ้าสินทรัพย์ถาวรไม่รวมที่ดินเกิน 200 ล้านบาทหรือจ้างลูกจ้างเกิน 200 คน ต้องหักตามอัตราปกติตามจำนวนวัน ส่วนคอมพิวเตอร์ยังหักได้ภายในสามรอบบัญชีตามมาตรา 4 จัตวา ซื้อปลายปีแล้วต้องใช้วิธีค่าเสื่อมเดิมตลอดไหม ต้องใช้ต่อเนื่อง เมื่อเลือกวิธีการทางบัญชีและอัตราสำหรับทรัพย์สินแล้ว จะเปลี่ยนได้เมื่อได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากร ควรตกลงวิธีกับผู้ทำบัญชีก่อนบันทึกรายการแรก ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

26 ต.ค. 2026

PEAK Account

34 min

เอกสารทางธุรกิจ มีอะไรบ้าง รู้จักทั้ง 3 ประเภท พร้อมวิธีจัดเก็บ

เอกสารทางธุรกิจ คืออะไร และสำคัญอย่างไร เอกสารทางธุรกิจ (Business Documents) หรือเอกสารธุรกิจ คือ เอกสารที่กิจการออกให้หรือได้รับจากคู่ค้าในการซื้อขาย เพื่อยืนยันเงื่อนไข เรียกเก็บเงิน และเป็นหลักฐานทางบัญชีและภาษี แบ่งประเภทเอกสารได้ 3 กลุ่ม คือเอกสารป้องกันความเสี่ยง เอกสารหลักฐานทางการเงิน และเอกสารประกอบข้อมูลภาษี เอกสารหลายใบมีกฎหมายกำกับโดยตรง เช่น ใบกำกับภาษีและใบรับตามประมวลรัษฎากร และการเก็บเอกสารประกอบการลงบัญชีตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 ทุกกิจการที่ซื้อขายจึงต้องมี ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล สำหรับเจ้าของกิจการ เรื่องนี้สำคัญอย่างน้อย 3 ด้าน ตลอดบทความนี้ใช้ตัวอย่าง บริษัท ไทยคูลแอร์ซิสเต็ม จำกัด (ชื่อสมมุติ) จด VAT แล้ว ขายเครื่องปรับอากาศพร้อมรับติดตั้งให้บริษัทลูกค้าที่เปิดสำนักงานใหม่ และให้เครดิตลูกค้า 30 วัน เอกสารทางธุรกิจ ต่างจากเอกสารทางบัญชีอย่างไร เอกสารทางธุรกิจเป็นคำกว้าง ครอบคลุมทุกเอกสารที่เกิดจากการทำธุรกรรม ส่วนเอกสารทางบัญชี หรือเอกสารประกอบการลงบัญชี คือเฉพาะเอกสารที่ผู้ทำบัญชีใช้บันทึกรายการ เช่น ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี ใบสำคัญจ่าย ใบเสนอราคาเป็นเอกสารทางธุรกิจ แต่ยังไม่ใช่เอกสารประกอบการลงบัญชี เพราะยังไม่เกิดรายการซื้อขายจริง ใบเสนอราคาที่ไทยคูลแอร์ซิสเต็มส่งให้ลูกค้าจึงยังไม่ต้องบันทึกบัญชี จนกว่าจะส่งของหรือรับเงิน หากต้องการอ่านบทความเอกสารบัญชี อ่านได้ที่นี่ : เอกสารบัญชีมีอะไรบ้างและต้องเก็บกี่ปี ลำดับเอกสารหลังปิดการขาย ออกใบไหนก่อนหลัง ลำดับหลักคือ ใบเสนอราคา → ใบสั่งซื้อ → ใบส่งของ → ใบแจ้งหนี้หรือใบวางบิล → ใบเสร็จรับเงิน ส่วนใบกำกับภาษีจะออกตอนไหนขึ้นกับว่าขายสินค้าหรือให้บริการ เพราะประมวลรัษฎากรกำหนดจุดที่ภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นต่างกัน เอกสารแต่ละใบมีจังหวะของตัวเอง ถ้าเรียงถูก ลูกค้าจ่ายเงินเร็ว และผู้ทำบัญชีปิดงบได้โดยไม่ต้องตามเอกสารย้อนหลัง ช่องทางปิดการขายไม่เปลี่ยนหน้าที่นี้ ตกลงกันทางแชท โทรศัพท์ หรือเจอหน้า ก็ต้องออกเอกสารชุดเดียวกัน ขายสินค้า ต้องออกใบกำกับภาษีเมื่อไร ออกเมื่อส่งมอบสินค้า ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78 ภาษีของการขายสินค้าเกิดขึ้นเมื่อส่งมอบ เว้นแต่โอนกรรมสิทธิ์ ได้รับชำระราคา หรือออกใบกำกับภาษีไปก่อน ภาษีจะเกิดตั้งแต่เหตุการณ์ที่มาก่อนนั้น และมาตรา 86 ให้ออกใบกำกับภาษีทันทีที่ภาษีเกิด ไทยคูลแอร์ซิสเต็มส่งแอร์ 4 เครื่องในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 จึงออกใบส่งของพร้อมใบกำกับภาษีในวันนั้น ขั้นตอน (ขายสินค้า) เอกสาร ใครออก ตัวอย่างไทยคูลแอร์ซิสเต็ม 1. ลูกค้าถามราคา ใบเสนอราคา ผู้ขาย เสนอราคาแอร์ 4 เครื่อง 100,000 บาท ไม่รวม VAT 2. ลูกค้าตกลงซื้อ ใบสั่งซื้อ ผู้ซื้อ ลูกค้าส่งใบสั่งซื้อ 3. ส่งสินค้า ใบส่งของ ใบกำกับภาษี ผู้ขาย 5 พ.ย. 2569 ยอด 107,000 บาท 4. เรียกเก็บเงิน ใบแจ้งหนี้ ใบวางบิล ผู้ขาย วางบิลรวมกับค่าติดตั้ง 5. รับชำระเงิน ใบเสร็จรับเงิน ผู้ขาย 4 ธ.ค. 2569 หลายกิจการรวมขั้นตอน 3 และ 4 ไว้ในเอกสารชุดเดียว เช่น ใบส่งของ ใบแจ้งหนี้ ใบกำกับภาษี ผู้ซื้อจึงใช้ใบเดียวตรวจรับของและตั้งหนี้ได้พร้อมกัน ให้บริการ ต้องออกใบกำกับภาษีเมื่อไร ออกเมื่อได้รับชำระค่าบริการ ตามมาตรา 78/1 ภาษีของการให้บริการเกิดเมื่อได้รับชำระราคา เว้นแต่ออกใบกำกับภาษีไปก่อน หรือมีกรณีอื่นตามที่มาตรานี้กำหนด งานบริการที่ให้เครดิตจึงวางบิลด้วยใบแจ้งหนี้ก่อน แล้วออกใบกำกับภาษีคู่กับใบเสร็จตอนรับเงิน ค่าติดตั้งของไทยคูลแอร์ซิสเต็มเป็นค่าบริการ 20,000 บาท บวก VAT 1,400 บาท ติดตั้งเสร็จวันที่ 8 พฤศจิกายน 2569 แต่ลูกค้าจ่ายวันที่ 4 ธันวาคม 2569 ใบกำกับภาษีค่าติดตั้งจึงลงวันที่ 4 ธันวาคม ขั้นตอน (ให้บริการ) เอกสาร ใครออก ตัวอย่างไทยคูลแอร์ซิสเต็ม 1. ตกลงขอบเขตงาน ใบเสนอราคา สัญญาจ้าง ผู้ขาย / ทั้งสองฝ่าย ค่าติดตั้ง 20,000 บาท 2. ลูกค้ายืนยัน ใบสั่งซื้อหรือใบสั่งจ้าง ผู้ซื้อ ลูกค้าส่งใบสั่งจ้าง 3. งานเสร็จ เรียกเก็บเงิน ใบแจ้งหนี้ ใบวางบิล ผู้ขาย 8 พ.ย. 2569 ยอด 21,400 บาท 4. รับชำระเงิน ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี ผู้ขาย 4 ธ.ค. 2569 5. ผู้ซื้อหักภาษี ณ ที่จ่าย หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ผู้ซื้อ 600 บาท อ่านสองตารางนี้อย่างไร ขายเงินสด รวมเอกสารเป็นชุดเดียวได้ไหม ได้ กิจการที่รับเงินทันทีมักรวมใบกำกับภาษีกับใบเสร็จรับเงินไว้ในฉบับเดียว เพราะจุดส่งของ จุดรับเงิน และจุดเกิดภาษีตรงกันในวันเดียว ไม่ต้องออกใบแจ้งหนี้และใบวางบิล ส่วนการขายที่ให้เครดิตเทอม (Credit Term คือระยะเวลาที่ให้ลูกค้าจ่ายเงินหลังรับสินค้าหรือบริการ เช่น 30 วัน) ต้องแยกเอกสารตามลำดับในตาราง เพราะวันส่งของ วันวางบิล และวันรับเงินห่างกัน 1. เอกสารป้องกันความเสี่ยง เอกสารกลุ่มแรกช่วยลดข้อพิพาทและความเข้าใจผิดระหว่างทำธุรกิจ ใช้ยืนยันว่าตกลงราคา เงื่อนไข และการส่งมอบกันไว้อย่างไร จึงต้องเก็บให้ดีไม่แพ้เอกสารการเงิน ตารางนี้สรุปเอกสารป้องกันความเสี่ยงที่ใช้บ่อย เอกสาร ใช้ทำอะไร ใบเสนอราคา (Quotation) แจ้งราคาและเงื่อนไขให้ลูกค้าพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อ ใบสั่งซื้อ (Purchase Order) ผู้ซื้อยืนยันรายการที่ต้องการซื้อ สัญญาซื้อขาย สัญญาจ้าง ระบุหน้าที่ ระยะเวลา และความรับผิดชอบของแต่ละฝ่าย ใบส่งสินค้า ใบรับสินค้า ยืนยันว่าส่งและรับสินค้าครบ ควรให้ผู้รับเซ็นทุกครั้ง ใบเสนอราคาควรระบุวันหมดอายุ และบอกชัดว่าราคารวมหรือไม่รวม VAT ดูตัวอย่างฟอร์มและรายละเอียดที่ต้องมีได้ที่ใบเสนอราคา คืออะไร จุดที่มักเข้าใจผิดคือ ใบเสนอราคาไม่มีผลผูกพันเลย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) มาตรา 354 คำเสนอที่กำหนดระยะเวลาให้ตอบรับ ผู้เสนอจะถอนในระหว่างเวลานั้นไม่ได้ ใบเสนอราคาที่ระบุว่ายืนราคา 30 วัน จึงอาจผูกพันผู้ขายตลอด 30 วันนั้น ไทยคูลแอร์ซิสเต็มจึงเขียนในใบเสนอราคาว่ายืนราคา 15 วัน และแยกราคาแอร์กับค่าติดตั้งเป็นคนละบรรทัด ลูกค้าเห็นชัดว่าส่วนไหนเป็นค่าสินค้า ส่วนไหนเป็นค่าบริการที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 2. เอกสารหลักฐานทางการเงิน เอกสารทางการเงินคือหลักฐานที่ใช้บันทึกบัญชี ตรวจสอบต้นทุน และกระทบยอดกับบัญชีธนาคาร แบ่งเป็น 3 ส่วน คือเอกสารด้านรายรับ เอกสารด้านรายจ่าย และหลักฐานจากธนาคาร กลุ่มนี้ใช้บ่อยที่สุด และเป็นกลุ่มที่ผู้ทำบัญชีขอจากเจ้าของกิจการมากที่สุดตอนปิดงบ ใบแจ้งหนี้ หรือใบอินวอย (Invoice) ใบแจ้งหนี้ คือเอกสารที่ผู้ขายออกหลังส่งสินค้าหรือให้บริการแล้ว เพื่อแจ้งลูกค้าว่าต้องจ่ายค่าอะไร เท่าไร และภายในวันไหน ใบแจ้งหนี้ไม่ใช่หลักฐานว่าได้รับเงินแล้ว และไม่ควรใช้แทนใบเสนอราคาในช่วงที่ยังตกลงราคากันอยู่ ใบแจ้งหนี้ที่ให้เครดิตต้องระบุเครดิตเทอมและวันครบกำหนดให้ชัด เช่น Net 30 ใบแจ้งหนี้ค่าติดตั้งของไทยคูลแอร์ซิสเต็มลงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2569 จึงเขียนวันครบกำหนดไว้ที่ 8 ธันวาคม 2569 กิจการที่จด VAT และขายสินค้านิยมออกเป็นชุด ใบแจ้งหนี้ ใบกำกับภาษี ในฉบับเดียว ข้อมูลที่ต้องมีและตัวอย่างดูได้ที่ใบแจ้งหนี้ (Invoice) คืออะไร ใบวางบิล (Billing Note) ใบวางบิลใช้รวบรวมใบแจ้งหนี้หลายใบในช่วงเวลาหนึ่ง เพื่อนัดให้ลูกค้าจ่ายครั้งเดียว เหมาะกับลูกค้าประจำที่มีรอบจ่ายเงินชัดเจน เช่น วางบิลทุกสิ้นเดือน ไทยคูลแอร์ซิสเต็มวางบิลค่าแอร์ 107,000 บาท รวมกับค่าติดตั้ง 21,400 บาท เป็นยอด 128,400 บาทในใบวางบิลใบเดียว ใบวางบิลเป็นเอกสารแจ้งเตือนการชำระเท่านั้น ใช้แทนใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษีไม่ได้ ใบเสร็จรับเงินที่ถูกต้องต้องมีอะไรบ้าง ใบเสร็จรับเงินคือเอกสารที่ผู้ขายออกเพื่อยืนยันว่าได้รับชำระเงินแล้ว ประมวลรัษฎากร มาตรา 105 กำหนดให้ผู้ขายต้องออกใบรับให้ผู้ซื้อเมื่อรับเงินตั้งแต่จำนวนที่อธิบดีกำหนด และมาตรา 105 ทวิ กำหนดข้อมูลขั้นต่ำที่ต้องมี (ประมวลรัษฎากร มาตรา 103 ถึง 129) ข้อมูลขั้นต่ำตามมาตรา 105 ทวิ สรุปได้ตามตารางนี้ ข้อมูลขั้นต่ำตามมาตรา 105 ทวิ ตัวอย่าง เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ออก 13 หลักของบริษัท ชื่อผู้ออก หรือชื่อที่ใช้ในการประกอบการ บริษัท ไทยคูลแอร์ซิสเต็ม จำกัด เลขที่เล่มและเลขที่ใบ RE2612-0004 วัน เดือน ปี ที่ออก ตรงกับวันที่รับเงินจริง จำนวนเงินที่รับ ระบุตัวเลขให้ชัด ชนิด ชื่อ จำนวน และราคาสินค้า กรณีขายสินค้า ในทางปฏิบัติควรใส่ชื่อและที่อยู่ของผู้ซื้อ ช่องทางชำระเงิน และลายเซ็นผู้รับเงินเพิ่ม เพื่อให้ลูกค้าที่เป็นนิติบุคคลใช้เป็นหลักฐานรายจ่ายได้ วิธีออกใบเสร็จแต่ละแบบอ่านต่อที่ใบเสร็จรับเงิน คืออะไร ต้องมีอะไรบ้าง ใบลดหนี้ และใบเพิ่มหนี้ ใบลดหนี้ออกเมื่อมูลค่าที่เรียกเก็บไปสูงกว่าที่ควร เช่น ลูกค้าคืนสินค้า หรือคำนวณราคาผิด ส่วนใบเพิ่มหนี้ออกเมื่อเรียกเก็บต่ำกว่าที่ควร ทั้งสองใบออกได้เฉพาะผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และต้องอ้างอิงใบกำกับภาษีเดิมที่ออกไปแล้ว (ประมวลรัษฎากร มาตรา 86/9 และมาตรา 86/10) เอกสารด้านรายจ่าย เอกสารรายจ่ายใช้ยืนยันต้นทุนจริงของกิจการ และใช้หักเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ ถ้าเอกสารไม่ครบ รายจ่ายนั้นอาจหักไม่ได้ หลักฐานจากธนาคาร Bank Statement หรือรายการเดินบัญชี ใช้เทียบกับรายรับรายจ่ายที่บันทึกไว้ว่าตรงกับเงินเข้าออกจริงหรือไม่ เป็นเอกสารหลักในขั้นตอนกระทบยอดเงินฝากธนาคาร ยอดโอนค่าติดตั้งของลูกค้าไทยคูลแอร์ซิสเต็มจะเข้าบัญชี 20,800 บาท ไม่ใช่ 21,400 บาท ผู้ทำบัญชีจะจับคู่ส่วนต่าง 600 บาทกับหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายที่ลูกค้าส่งมา 3. เอกสารประกอบข้อมูลภาษี เอกสารกลุ่มนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการยื่นแบบภาษีและการตรวจสอบของกรมสรรพากร ถ้าจัดเก็บไม่ครบ อาจเสียสิทธิเครดิตภาษีซื้อ หรือถูกประเมินภาษีย้อนหลังได้ กิจการที่จด VAT จะมีเอกสารกลุ่มนี้มากกว่ากิจการทั่วไป เพราะต้องออกใบกำกับภาษีและทำรายงานภาษีทุกเดือน เอกสาร ใช้ทำอะไร ใบกำกับภาษี หลักฐานภาษีขาย (Output Tax คือ VAT ที่เราเก็บจากลูกค้า) ของผู้ขาย และภาษีซื้อของผู้ซื้อ รายงานภาษีซื้อ รายงานภาษีขาย สรุปใบกำกับภาษีทั้งเดือน ใช้ยื่น ภ.พ.30 หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ผู้จ่ายเงินออกให้ผู้รับเงินเมื่อหักภาษีไว้ ใบเสร็จรับเงินค่าภาษีจากกรมสรรพากร หลักฐานว่านำส่งภาษีแล้ว จุดที่คนพลาดบ่อยคือ เก็บใบกำกับภาษีขายครบ แต่ไม่ได้ทวงหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากลูกค้า ภาษีที่ถูกหักไว้จึงนำไปเครดิตตอนยื่นภาษีเงินได้ปลายปีไม่ได้เต็มจำนวน ใบกำกับภาษีมีรายการที่กฎหมายกำหนดไว้เฉพาะ อ่านสรุปได้ที่ใบกำกับภาษี คืออะไร ใบแจ้งหนี้ ใบวางบิล ใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน ต่างกันอย่างไร ต่างกันที่จังหวะออกและการใช้เป็นหลักฐานภาษี ใบแจ้งหนี้และใบวางบิลออกก่อนรับเงิน ใบเสร็จออกหลังรับเงิน ส่วนใบกำกับภาษีออกเมื่อภาษีเกิด และออกได้เฉพาะกิจการที่จด VAT 4 เอกสารนี้ถูกใช้สลับกันบ่อยที่สุด เพราะออกในช่วงเวลาใกล้กันและบางครั้งรวมอยู่ในฉบับเดียว ตารางเปรียบเทียบด้านล่างใช้แยกได้เร็ว เอกสาร ออกเมื่อไร ใช้เป็นหลักฐานภาษีได้ไหม ใบแจ้งหนี้ หลังส่งสินค้าหรือบริการ ก่อนรับเงิน ได้ ถ้าออกคู่กับใบกำกับภาษี ใบวางบิล ก่อนรับเงิน รวมหลายใบแจ้งหนี้ ไม่ได้ ใบกำกับภาษี เมื่อภาษีเกิด (ขายสินค้า: ส่งมอบ / ให้บริการ: รับเงิน) ได้ เฉพาะกิจการที่จด VAT ใบเสร็จรับเงิน เมื่อรับเงินแล้ว ได้ เป็นหลักฐานรายรับรายจ่าย หลักจำง่าย ๆ คือ ใบแจ้งหนี้กับใบเสร็จรับเงินเป็นคู่ “ก่อนจ่าย” กับ “หลังจ่าย” ส่วนใบส่งของกับใบแจ้งหนี้เป็นคู่ “ส่งของ” กับ “เรียกเก็บเงิน” ซึ่งมักรวมเป็นใบเดียวในการขายสินค้า บันทึกบัญชีจากเอกสารหลังปิดการขายอย่างไร บันทึก 2 จังหวะ คือ ตอนตั้งลูกหนี้จากใบกำกับภาษีหรือใบแจ้งหนี้ และตอนรับเงินจากใบเสร็จรับเงิน งานบริการที่ภาษีเกิดตอนรับเงินมีขั้นเพิ่ม คือย้ายภาษีขายยังไม่ถึงกำหนดชำระไปเป็นภาษีขาย ตัวเลขทั้งหมดในหัวข้อนี้เป็นของไทยคูลแอร์ซิสเต็ม (ข้อมูลสมมติ) ค่าแอร์และค่าติดตั้งแยกบรรทัดกันตั้งแต่ใบเสนอราคา ตอนส่งแอร์ บันทึกบัญชีอย่างไร ตั้งลูกหนี้เต็มยอดรวม VAT และรับรู้ภาษีขายทันที เพราะใบกำกับภาษีออกในวันส่งของ ค่าแอร์ 100,000 บาท × 7% = VAT 7,000 บาท รวม 107,000 บาท รายการ (5 พ.ย. 2569) เดบิต เครดิต ลูกหนี้การค้า 107,000 รายได้จากการขาย 100,000 ภาษีขาย 7,000 ตอนวางบิลค่าติดตั้ง บันทึกบัญชีอย่างไร ตั้งลูกหนี้เต็มยอด แต่ VAT ยังเป็นภาษีขายยังไม่ถึงกำหนดชำระ เพราะยังไม่ได้รับเงินและยังไม่ได้ออกใบกำกับภาษี ค่าติดตั้ง 20,000 บาท × 7% = VAT 1,400 บาท รวม 21,400 บาท รายการ (8 พ.ย. 2569) เดบิต เครดิต ลูกหนี้การค้า 21,400 รายได้ค่าบริการ 20,000 ภาษีขายยังไม่ถึงกำหนดชำระ 1,400 ตอนรับเงิน และถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย บันทึกบัญชีอย่างไร ล้างลูกหนี้ทั้งสองก้อน บันทึกภาษีถูกหักเป็นสินทรัพย์ และย้าย VAT ค่าติดตั้งเป็นภาษีขายในเดือนที่รับเงิน ลูกค้าจ่ายวันที่ 4 ธันวาคม 2569 ค่าแอร์เป็นการซื้อสินค้า จึงโอนเต็ม 107,000 บาท ส่วนค่าติดตั้งเป็นค่าบริการที่จ่ายให้นิติบุคคล ลูกค้าหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ของยอดก่อน VAT ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 รายการ (4 ธ.ค. 2569) เดบิต เครดิต เงินฝากธนาคาร 127,800 ภาษีเงินได้ถูกหัก ณ ที่จ่าย 600 ลูกหนี้การค้า 128,400 ภาษีขายยังไม่ถึงกำหนดชำระ 1,400 ภาษีขาย 1,400 ภาษีถูกหัก 600 บาทใช้เครดิตตอนยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลปลายปี โดยมีหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) จากลูกค้าเป็นหลักฐาน ส่วนภาษีขาย 1,400 บาทไปอยู่ในแบบ ภ.พ.30 เดือนธันวาคม 2569 ข้อผิดพลาดเรื่องเอกสารที่ทำให้ได้เงินช้ามีอะไรบ้าง มี 4 เรื่องหลัก คือ ส่งใบเสนอราคาช้า ข้อมูลในเอกสารไม่ตรงกัน ไม่ระบุเครดิตเทอม และออกใบกำกับภาษีผิดจังหวะ ทุกเรื่องทำให้บิลไม่ผ่านรอบจ่ายของลูกค้า ลูกค้าองค์กรจ่ายเงินตามรอบ ถ้าเอกสารหลุดรอบไปหนึ่งครั้ง เงินมักเลื่อนไปอีกหนึ่งเดือน สมมติไทยคูลแอร์ซิสเต็มพิมพ์เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของลูกค้าผิด 1 หลักในใบกำกับภาษีค่าแอร์ ลูกค้าใช้เป็นภาษีซื้อไม่ได้ ต้องให้ผู้ขายยกเลิกใบเดิมและออกใบใหม่ บิลจึงพลาดรอบจ่ายวันที่ 4 ธันวาคม และเลื่อนไปรอบถัดไป วิธีจัดเก็บเอกสารให้เป็นระบบ ทำอย่างไร ทำได้ด้วย 3 ข้อ คือ แยกหมวดหมู่ ใส่เลขที่เอกสารต่อเนื่อง และเก็บไฟล์ในระบบที่ค้นหาได้ ทำครบตั้งแต่วันแรก จะไม่ต้องรื้อเอกสารตอนสิ้นปี และหาเจอได้เร็วเมื่อผู้ทำบัญชีหรือสรรพากรขอดู ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 14 ต้องเก็บบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันปิดบัญชี ส่วนรายงานภาษีและเอกสาร VAT อธิบดีกรมสรรพากรอาจสั่งให้เก็บถึง 7 ปี (มาตรา 87/3) ไทยคูลแอร์ซิสเต็มใช้เลข IV2611-0012 กับใบแจ้งหนี้ค่าติดตั้ง และ RE2612-0004 กับใบเสร็จ พอลูกค้าโทรถามยอดค้าง ฝ่ายบัญชีค้นจากเลขที่เดียวก็เห็นทั้งใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ และ 50 ทวิ ที่ผูกกันอยู่ ข้อควรรู้เกี่ยวกับเอกสารทางธุรกิจ สรุป – เอกสารทางธุรกิจต้องจำอะไรบ้าง เอกสารทางธุรกิจไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่หลายคนกังวล หัวใจอยู่ที่ลำดับและวันที่ เริ่มได้วันนี้ด้วยการเปิดบิลขายเดือนล่าสุด แยกว่ารายการไหนเป็นสินค้า รายการไหนเป็นบริการ แล้วเช็กว่าวันที่ในใบกำกับภาษีตรงกับวันส่งของหรือวันรับเงินหรือไม่ ออกเอกสารขายครบทั้งวงจรด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยออกใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบวางบิล ใบเสร็จรับเงิน และใบกำกับภาษีจากระบบเดียว พร้อมคลังเอกสารที่เก็บไฟล์คู่กับรายการบัญชี ให้เจ้าของกิจการและผู้ทำบัญชีเห็นเอกสารชุดเดียวกัน ทดลองใช้ PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ฟรี 30 วัน อ่านเรื่องเอกสารและภาษีจากการขายเพิ่มเติม แหล่งอ้างอิงข้อมูล คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเอกสารทางธุรกิจ Business Documents หมายถึงอะไร หมายถึงเอกสารทางธุรกิจ คือเอกสารที่เกิดจากการทำธุรกรรมของกิจการ เช่น ใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี ใช้ยืนยันรายการระหว่างคู่ค้าและเป็นหลักฐานทางบัญชี เอกสารทางบัญชีมีอะไรบ้าง หลัก ๆ คือใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี ใบแจ้งหนี้ ใบลดหนี้ ใบเพิ่มหนี้ ใบสำคัญจ่าย ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย และ Bank Statement ซึ่งเป็นเอกสารที่ผู้ทำบัญชีใช้บันทึกรายการจริง เอกสารบริษัทมีอะไรบ้าง มีเอกสารแสดงตัวตนของกิจการ เช่น หนังสือรับรองบริษัท บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น และใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ใช้เปิดบัญชีธนาคารหรือทำสัญญากับคู่ค้า อ่านเพิ่มที่ หนังสือรับรองบริษัท คืออะไร ออกเอกสารทางธุรกิจเป็นไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ได้ไหม ได้ เอกสารหลายประเภทออกและเก็บเป็นไฟล์ได้ ส่วนใบกำกับภาษีและใบรับแบบอิเล็กทรอนิกส์ต้องทำตามระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt ของกรมสรรพากร อ่านภาพรวมได้ที่ E-Document คืออะไร ไม่จด VAT ออกใบกำกับภาษีได้ไหม ไม่ได้ ใบกำกับภาษีออกได้เฉพาะผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 86/13 ผู้ที่ออกโดยไม่มีสิทธิมีโทษตาม มาตรา 90/4 จำคุก 3 เดือนถึง 7 ปี และปรับ 2,000 ถึง 200,000 บาท กิจการที่ยังไม่จด VAT จึงออกใบเสร็จรับเงินแทน ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

26 ต.ค. 2026

PEAK Account

27 min

Dropship คืออะไร เทียบพรีออเดอร์ รับรู้รายได้ยังไง

Dropship คืออะไร Dropship (Dropshipping หรือ ดรอปชิป) คือ รูปแบบการขายของออนไลน์ที่ผู้ขายไม่ต้องสต๊อกสินค้าเอง เมื่อลูกค้าสั่งซื้อ ผู้ขายส่งคำสั่งซื้อต่อให้ซัพพลายเออร์ แล้วซัพพลายเออร์จัดส่งถึงลูกค้าโดยตรง ผู้ขายได้กำไรจากส่วนต่างราคา พูดง่าย ๆ คือ ร้านทำหน้าที่หน้าร้านและการตลาด ส่วนโกดังและการแพ็กของเป็นงานของซัพพลายเออร์ คนที่ทำ Dropship ในไทยมักขายผ่าน marketplace เว็บไซต์ของตัวเอง หรือโซเชียลมีเดีย สำหรับเจ้าของร้าน เรื่องนี้สำคัญอย่างน้อย 3 ด้าน ตลอดบทความนี้ใช้ตัวอย่าง บริษัท ไทยโฮมเดคคอร์ จำกัด (ชื่อสมมุติ) ขายของแต่งบ้านผ่านเว็บไซต์และ marketplace จดภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ไม่มีโกดัง ขายแบบดรอปชิปเฉลี่ย 200 ออเดอร์ต่อเดือน Dropship ทำงานอย่างไร มีกี่ขั้นตอน ขั้นตอนหลักมี 5 ขั้น และทุกขั้นมีทั้งเรื่องสินค้าและเรื่องเงิน ถ้าแยกสองเรื่องนี้ได้ตั้งแต่ต้น การลงบัญชีในภายหลังจะง่ายขึ้นมาก ตัวอย่าง ลูกค้าของไทยโฮมเดคคอร์สั่งชั้นวางของ จ่าย 1,605 บาท (ราคา 1,500 บาท บวกภาษีมูลค่าเพิ่ม 105 บาท) ซัพพลายเออร์เรียกเก็บจากบริษัท 1,284 บาท (ราคาส่ง 1,200 บาท บวกภาษี 84 บาท) แล้วส่งของถึงลูกค้าภายใน 3 วัน ขายแบบไม่สต๊อกต่างจาก Reseller และ Fulfillment อย่างไร ต่างกันที่ใครถือสินค้า Reseller ซื้อสินค้ามาเก็บเองก่อนขาย ส่วน Fulfillment คือการจ้างคลังสินค้าเก็บและแพ็กของที่ร้านเป็นเจ้าของ ร้านจึงยังต้องลงทุนซื้อสินค้า มีเพียงดรอปชิปที่ร้านไม่ต้องซื้อสินค้าล่วงหน้าเลย เรื่อง Dropship Reseller Fulfillment ใครเป็นเจ้าของสต๊อก ซัพพลายเออร์ ร้าน ร้าน (ฝากคลังภายนอก) เงินลงทุนสินค้า ต่ำ สูง สูง ความเสี่ยงสินค้าค้าง แทบไม่มี มี มี ควบคุมคุณภาพก่อนส่ง ยาก ทำได้ ทำได้บางส่วน ต้องนับและตีมูลค่าสต๊อก ไม่ต้อง ต้อง ต้อง ร้านที่เริ่มจากดรอปชิปแล้วยอดโตจนอยากคุมคุณภาพเอง มักขยับไปซื้อสินค้าขายดีมาเก็บเอง ช่วงนั้นต้องวางระบบการจัดการสต๊อกสินค้าให้พร้อมก่อน ทำดรอปชิปได้เงินจริงไหม คิดกำไรต่อออเดอร์อย่างไร ได้เงินจริง ถ้าคิดกำไรหลังหักค่าใช้จ่ายครบ ส่วนต่างระหว่างราคาขายกับราคาส่งยังไม่ใช่กำไร เพราะยังมีค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ค่าโฆษณา และความเสียหายจากของคืนรออยู่ รายการต่อออเดอร์ จำนวนเงิน (บาท) ราคาขาย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) 1,500 หัก ราคาส่งจากซัพพลายเออร์ 1,200 ส่วนต่างราคา 300 หัก ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม (สมมติร้อยละ 8 ของราคาขาย) 120 หัก ค่าโฆษณาเฉลี่ยต่อออเดอร์ (สมมติ) 50 กำไรก่อนค่าใช้จ่ายคงที่ 130 ส่วนต่าง 300 บาทจึงเหลือจริง 130 บาท หรือไม่ถึงครึ่ง ถ้าไทยโฮมเดคคอร์ขาย 200 ออเดอร์ต่อเดือน กำไรก่อนค่าใช้จ่ายคงที่คือ 200 × 130 = 26,000 บาท ยังไม่รวมเงินเดือนแอดมินและค่าเว็บไซต์ วิธีคิดแบบนี้ใช้ตอบคำถามว่าทำดรอปชิปดีไหมได้ตรงกว่าการดูส่วนต่างอย่างเดียว ให้ใส่อัตราค่าธรรมเนียมจริงของแพลตฟอร์มที่ใช้ และงบโฆษณาจริงหารด้วยจำนวนออเดอร์ แล้วดูว่ากำไรต่อออเดอร์ยังเป็นบวกหรือไม่ ข้อดี ข้อเสีย และวิธีเลือกซัพพลายเออร์มีอะไรบ้าง ข้อดีหลักคือเริ่มเร็วและไม่มีสต๊อกค้าง ข้อเสียหลักคือร้านต้องพึ่งซัพพลายเออร์ทั้งเรื่องคุณภาพ ความเร็ว และของคืน ทั้งที่ลูกค้ามองว่าร้านเป็นผู้รับผิดชอบ เรื่อง ข้อดี ข้อเสีย เงินทุน ไม่ต้องซื้อสินค้าล่วงหน้า กำไรต่อชิ้นต่ำ สินค้า ลองขายได้หลายรายการ ตรวจคุณภาพก่อนส่งไม่ได้ การส่งของ ไม่ต้องแพ็กเอง ส่งช้าหรือส่งผิด ร้านโดนรีวิวแย่ การแข่งขัน เปิดร้านง่าย ร้านอื่นขายสินค้าเดียวกันได้ จึงมักแข่งราคา ขายแบบนี้โกงไหม ตรวจซัพพลายเออร์อย่างไร ไม่โกงในตัวโมเดล การขายแบบดรอปชิปเป็นการค้าปกติ ความเสี่ยงอยู่ที่ซัพพลายเออร์บางรายหรือคอร์สที่ขายฝัน ก่อนเริ่มงาน ควรตรวจอย่างน้อย 4 เรื่อง ไทยโฮมเดคคอร์ขอสำเนา ภ.พ.20 ของซัพพลายเออร์ และให้ระบุในข้อตกลงว่าสินค้าชำรุดจากโรงงาน ซัพพลายเออร์รับค่าส่งคืนเอง ข้อตกลงนี้ยังใช้ตัดสินเรื่องบัญชีในหัวข้อตัวการและตัวแทนด้านล่างด้วย Dropship กับพรีออเดอร์ (Pre-order) ต่างกันอย่างไร ต่างกันที่จังหวะของสินค้าและเงิน พรีออเดอร์ (Pre-order) คือ การรับคำสั่งซื้อล่วงหน้าก่อนมีสินค้า ลูกค้าจ่ายมัดจำหรือจ่ายเต็มก่อน แล้วผู้ขายค่อยสั่งของมาส่ง ส่วนดรอปชิปมีสินค้าพร้อมส่งอยู่ที่ซัพพลายเออร์แล้ว พรีออเดอร์นิยมกับสินค้านำเข้า สินค้าทำมือ และสินค้าจำนวนจำกัด ผู้ขายมักรับของเข้ามาตรวจเองก่อนส่งต่อ จึงถือสินค้าไว้ช่วงหนึ่ง ต่างจากดรอปชิปที่ไม่เคยแตะตัวสินค้าเลย เรื่อง Dropship พรีออเดอร์ สินค้าตอนลูกค้าสั่ง มีพร้อมส่งที่ซัพพลายเออร์ ยังไม่มี ต้องสั่งผลิตหรือสั่งนำเข้า เวลารอของ สั้น นาน หลายสัปดาห์ได้ ผู้ขายถือสินค้าไหม ไม่ถือ มักถือช่วงสั้น ๆ ก่อนส่ง เงินที่รับจากลูกค้า ราคาเต็มตอนสั่ง มัดจำหรือเต็มจำนวนล่วงหน้า คำถามบัญชีหลัก ลงรายได้เต็มหรือส่วนต่าง เงินที่รับมาเป็นรายได้แล้วหรือยัง ไทยโฮมเดคคอร์ทำทั้งสองแบบ นอกจากดรอปชิปของแต่งบ้าน บริษัทเปิดพรีออเดอร์โคมไฟนำเข้าราคา 3,000 บาท บวกภาษีมูลค่าเพิ่ม 210 บาท รวม 3,210 บาท ลูกค้าจ่ายมัดจำร้อยละ 50 ตอนสั่ง และจ่ายส่วนที่เหลือเมื่อได้รับของ ร้านแบบไม่สต๊อกรับรู้รายได้เต็มจำนวนหรือแค่ส่วนต่าง ขึ้นกับว่าร้านเป็นตัวการ (Principal) หรือตัวแทน (Agent) ถ้าเป็นตัวการ ลงรายได้เต็มราคาขายและลงต้นทุนขายแยก ถ้าเป็นตัวแทน ลงรายได้เฉพาะค่านายหน้าหรือส่วนต่าง กิจการส่วนใหญ่ที่ไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ใช้ มาตรฐาน TFRS for NPAEs ซึ่งบทที่ 18 เรื่องรายได้ ย่อหน้า 18.32 กำหนดเรื่องตัวการและตัวแทนไว้ ส่วนกิจการที่ใช้ TFRS ฉบับเต็มจะพิจารณาตาม TFRS 15 ซึ่งใช้หลักการคล้ายกัน ตัวการกับตัวแทนดูจากอะไร ดูว่าร้านรับความเสี่ยงและผลตอบแทนที่มีนัยสำคัญจากการขายหรือไม่ มาตรฐาน NPAEs ให้ข้อบ่งชี้ว่าร้านเป็นตัวการ 4 ข้อ ส่วนข้อบ่งชี้ว่าเป็นตัวแทน คือร้านไม่ได้รับความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญ และรายได้ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าเป็นค่าธรรมเนียมต่อรายการหรือร้อยละของยอดขาย ร้านดรอปชิปจึงไม่ได้เป็นตัวแทนเสมอไป ต้องดูข้อตกลงกับซัพพลายเออร์และวิธีขายจริง ไทยโฮมเดคคอร์ตั้งราคาขายเอง รับเรื่องคืนสินค้าจากลูกค้า และออกใบกำกับภาษีในนามบริษัท ผู้ทำบัญชีจึงประเมินว่าบริษัทเป็นตัวการ แม้จะไม่เคยแตะตัวสินค้าเลย ตัวอย่างบันทึกบัญชีทั้ง 2 แบบ ใช้ออเดอร์เดิม ลูกค้าจ่าย 1,605 บาท ซัพพลายเออร์ได้รับ 1,284 บาท กรณีตัวการ ลงรายได้เต็ม 1,500 บาท และลงต้นทุนขาย 1,200 บาท รายการ เดบิต เครดิต เงินฝากธนาคาร 1,605 รายได้จากการขาย 1,500 ภาษีขาย 105 ต้นทุนขาย 1,200 ภาษีซื้อ 84 เจ้าหนี้การค้า (ซัพพลายเออร์) 1,284 กรณีตัวแทน ซัพพลายเออร์เป็นผู้ขายให้ลูกค้า ร้านเก็บเงินแทนและได้ค่านายหน้า 300 บาท บวกภาษีมูลค่าเพิ่ม 21 บาท รายการ เดบิต เครดิต เงินฝากธนาคาร 1,605 เจ้าหนี้ซัพพลายเออร์ (เงินรับแทน) 1,284 รายได้ค่านายหน้า 300 ภาษีขาย 21 ทั้งสองกรณีเงินเหลือในมือเท่ากันที่ 321 บาท และกำไรขั้นต้นเท่ากันที่ 300 บาท แต่รายได้ในงบต่างกันมาก ทั้งปี 200 ออเดอร์ต่อเดือน กรณีตัวการมีรายได้ 200 × 1,500 × 12 = 3,600,000 บาท ส่วนกรณีตัวแทนมีรายได้ 200 × 300 × 12 = 720,000 บาท เงินมัดจำพรีออเดอร์เป็นรายได้หรือหนี้สิน เป็นหนี้สิน เงินที่ลูกค้าจ่ายก่อนได้รับสินค้ายังไม่ใช่รายได้ เพราะร้านยังมีภาระต้องส่งของ จึงบันทึกเป็นเงินรับล่วงหน้าจากลูกค้า ซึ่งเป็นหนี้สินหมุนเวียน แล้วโอนเป็นรายได้เมื่อส่งมอบสินค้า มาตรฐาน NPAEs ย่อหน้า 18.6 ให้รับรู้รายได้จากการขายสินค้าเมื่อเข้าเงื่อนไขทุกข้อ เช่น โอนความเสี่ยงและผลตอบแทนที่มีนัยสำคัญให้ผู้ซื้อแล้ว และวัดมูลค่ารายได้ได้อย่างน่าเชื่อถือ สำหรับพรีออเดอร์ จุดนั้นคือวันที่ลูกค้าได้รับของ ฝั่งร้านเองก็อาจต้องจ่ายมัดจำให้โรงงานก่อนเช่นกัน เงินก้อนนั้นบันทึกเป็นสินทรัพย์ ดูวิธีลงบัญชีได้ที่เงินจ่ายล่วงหน้าให้ซัพพลายเออร์ ตัวอย่างบันทึกบัญชีพรีออเดอร์ ไทยโฮมเดคคอร์รับมัดจำโคมไฟ 1,605 บาท (1,500 บาท บวกภาษี 105 บาท) และออกใบกำกับภาษีค่ามัดจำในวันรับเงิน เหตุผลเรื่องภาษีอธิบายในหัวข้อถัดไป วันรับมัดจำ รายการ เดบิต เครดิต เงินฝากธนาคาร 1,605 เงินรับล่วงหน้าจากลูกค้า 1,500 ภาษีขาย 105 วันรับสินค้าเข้าจากต่างประเทศ ต้นทุนโคมไฟ 1,760 บาท และภาษีมูลค่าเพิ่มที่จ่ายตอนนำเข้า 123.20 บาท (ที่มาของตัวเลขอยู่ในหัวข้อภาษีนำเข้า) รายการ เดบิต เครดิต สินค้าคงเหลือ 1,760 ภาษีซื้อ 123.20 เงินฝากธนาคาร 1,883.20 วันส่งมอบและรับเงินส่วนที่เหลือ รายการ เดบิต เครดิต เงินฝากธนาคาร 1,605 เงินรับล่วงหน้าจากลูกค้า 1,500 รายได้จากการขาย 3,000 ภาษีขาย 105 ต้นทุนขาย 1,760 สินค้าคงเหลือ 1,760 รายได้ 3,000 บาทรับรู้ครั้งเดียวในวันส่งมอบ ส่วนภาษีขายแบ่งเกิด 2 ครั้งตามวันที่ได้รับเงิน กำไรขั้นต้นของโคมไฟชิ้นนี้คือ 3,000 − 1,760 = 1,240 บาท ต้องจด VAT และออกใบกำกับภาษีเมื่อไร ต้องจดภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อรายรับจากการขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี และเมื่อจดแล้ว ต้องออกใบกำกับภาษีทุกครั้งที่ความรับผิดเกิดขึ้น เรื่องที่ร้านออนไลน์พลาดบ่อยคือวันที่ความรับผิดเกิด ซึ่งไม่ใช่วันส่งของเสมอไป ภาษีขายลบภาษีซื้อของแต่ละเดือนต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 ไทยโฮมเดคคอร์ในกรณีตัวการมีภาษีขาย 105 บาท ลบภาษีซื้อ 84 บาท เหลือภาษีที่ต้องชำระ 21 บาทต่อออเดอร์ ซึ่งเท่ากับภาษีของค่านายหน้าในกรณีตัวแทน รับเงินก่อนส่งของ จุดภาษีอยู่ตรงไหน อยู่ที่วันรับเงิน ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78(1) ความรับผิดจากการขายสินค้าเกิดเมื่อส่งมอบสินค้า เว้นแต่ได้โอนกรรมสิทธิ์ ได้รับชำระราคา หรือได้ออกใบกำกับภาษีก่อนส่งมอบ ถ้าเหตุใดเกิดก่อน ความรับผิดเกิดในวันนั้น กรมสรรพากรยังมีคำสั่ง ที่ ป. 73/2541 กำหนดให้ผู้ขายสินค้านำเงินล่วงหน้าและเงินมัดจำมารวมเป็นฐานภาษี และถ้าคืนเงินภายหลัง ให้ออกใบลดหนี้ ร้านพรีออเดอร์ที่จด VAT จึงต้องออกใบกำกับภาษีค่ามัดจำในวันรับเงิน กติกาเดียวกันใช้กับดรอปชิปด้วย ลูกค้าออนไลน์ส่วนใหญ่จ่ายเงินก่อนของถึงมือ จุดภาษีของออเดอร์ส่วนใหญ่จึงเป็นวันที่ร้านได้รับเงิน ไม่ใช่วันที่ซัพพลายเออร์ส่งของ เกณฑ์ 1.8 ล้านบาทนับจากยอดไหน นับจากรายรับของสิ่งที่ร้านขายหรือให้บริการจริงตามกฎหมาย ถ้าร้านขายสินค้าในนามตัวเอง รายรับคือยอดขายเต็ม ถ้าร้านเป็นนายหน้าที่รับค่าตอบแทนจากซัพพลายเออร์ รายรับคือค่านายหน้า ถ้าไทยโฮมเดคคอร์ยังไม่ได้จด VAT แบบตัวการมียอดขาย 3,600,000 บาทต่อปี เกินเกณฑ์ไปมาก ส่วนแบบตัวแทนมีค่านายหน้า 720,000 บาท ต่ำกว่าเกณฑ์ ตัวเลขต่างกันจนเปลี่ยนหน้าที่ภาษีของร้านได้ การจัดประเภทตามมาตรฐานบัญชีกับการเป็นผู้ขายตามกฎหมายภาษีเป็นคนละเรื่องกัน ก่อนสรุปว่าร้านนับเฉพาะค่านายหน้า ควรมีสัญญากับซัพพลายเออร์ที่ระบุชัดว่าใครเป็นผู้ขาย และสอบถามสรรพากรพื้นที่หรือผู้ทำบัญชี สั่งสินค้าจากต่างประเทศมาขาย เสียภาษีนำเข้าอย่างไร เสียอากรขาเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่มตั้งแต่บาทแรก ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ประกาศกรมศุลกากรที่ 219/2568 ยกเลิกการยกเว้นอากรของนำเข้าราคาไม่เกิน 1,500 บาท เหลือยกเว้นเฉพาะของที่ราคาไม่เกิน 1 บาท ฐานภาษีมูลค่าเพิ่มตอนนำเข้าตามมาตรา 79/2 คือราคา CIF (ราคาสินค้า บวกค่าประกันภัยและค่าขนส่ง) บวกอากรขาเข้า และภาษีอื่นที่เกี่ยวข้อง อัตราอากรขึ้นกับพิกัดของสินค้าแต่ละชนิด ดูวิธีคำนวณภาษีนำเข้าเพิ่มเติม ตัวอย่าง โคมไฟของไทยโฮมเดคคอร์มีราคา CIF 1,600 บาท สมมติอัตราอากรร้อยละ 10 อากรคือ 160 บาท ภาษีมูลค่าเพิ่มคือ (1,600 + 160) × 7% = 123.20 บาท บริษัทจ่ายรวม 1,883.20 บาท และใช้ 1,760 บาทเป็นต้นทุนสินค้า ผู้นำเข้าที่จด VAT นำภาษีที่จ่ายตอนนำเข้ามาใช้เป็นภาษีซื้อได้ จึงต้องเก็บใบเสร็จรับเงินของกรมศุลกากรไว้ทุกใบ ราคาพรีออเดอร์ที่เสนอลูกค้าควรรวมอากรไว้ตั้งแต่แรก เพราะเป็นต้นทุนที่เครดิตคืนไม่ได้ ข้อควรรู้เกี่ยวกับ Dropship สรุป – Dropship ต้องจำอะไรบ้าง ตัวเลขที่ร้านส่วนใหญ่ยังไม่เคยคิดคือกำไรต่อออเดอร์หลังหักทุกอย่าง เริ่มได้วันนี้ด้วยการเปิดออเดอร์ 10 รายการล่าสุด ใส่ค่าธรรมเนียมและค่าโฆษณาจริงลงตารางแบบในบทความ แล้วดูว่าแต่ละออเดอร์เหลือกำไรเท่าไร บันทึกเงินมัดจำและออกใบกำกับภาษีด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ เชื่อมต่อข้อมูลร้านค้าออนไลน์โดยไม่ต้องคีย์ซ้ำ และออกใบเสร็จรับเงินพร้อมใบกำกับภาษีค่ามัดจำได้ โดยลงเข้าบัญชีเงินรับล่วงหน้า แล้วหักล้างในเอกสารงวดสุดท้าย ดูขั้นตอนได้ที่บันทึกรับเงินมัดจำใน PEAK ร้านที่อยากให้ผู้ทำบัญชีเห็นเอกสารขายและมัดจำครบในที่เดียว ทดลองใช้ PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ฟรี 30 วัน อ่านเรื่องภาษีและบัญชีของร้านออนไลน์เพิ่มเติม แหล่งอ้างอิงข้อมูล คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Dropship ขายแบบดรอปชิปต้องจดทะเบียนพาณิชย์ไหม ส่วนใหญ่ต้องจด ถ้าขายเป็นประจำในนามบุคคลธรรมดา พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 มาตรา 11 ให้ผู้ประกอบพาณิชยกิจยื่นจดภายใน 30 วันนับจากวันเริ่มประกอบกิจการ ดูขั้นตอนได้ที่ทะเบียนพาณิชย์ คืออะไร และตรวจประเภทกิจการกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ลูกค้ายกเลิกพรีออเดอร์ต้องลงบัญชีอย่างไร กลับรายการเงินรับล่วงหน้า โดยเดบิตเงินรับล่วงหน้าจากลูกค้า และเครดิตเงินฝากธนาคาร ถ้าออกใบกำกับภาษีค่ามัดจำไปแล้ว ต้องออกใบลดหนี้เพื่อลดภาษีขายด้วย ส่วนที่หักไว้เป็นค่าธรรมเนียมยกเลิกให้รับรู้เป็นรายได้ ขายผ่าน Shopee หรือ Lazada ต้องออกใบกำกับภาษีเองไหม ต้องออกเอง ถ้าร้านจดภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว แพลตฟอร์มเป็นผู้ให้บริการพื้นที่ขาย ไม่ได้ออกใบกำกับภาษีขายสินค้าแทนร้าน ถ้าแพลตฟอร์มออกใบกำกับภาษีค่าธรรมเนียมให้ร้าน ร้านที่จด VAT ใช้เป็นภาษีซื้อได้ ทำดรอปชิปดีไหม เหมาะกับใคร เหมาะกับคนที่อยากทดลองตลาดด้วยเงินทุนน้อย และพร้อมทำการตลาดกับบริการหลังการขายเอง ไม่เหมาะกับคนที่หวังกำไรต่อชิ้นสูง หรือขายสินค้าที่ต้องคุมคุณภาพเข้มงวด ให้คำนวณกำไรต่อออเดอร์ก่อนตัดสินใจ ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

26 ต.ค. 2026

PEAK Account

19 min

RPA คืออะไร เข้าใจ Robotic Process Automation ฉบับ SME 2026

RPA (Robotic Process Automation) คืออะไร และสำคัญอย่างไร RPA (Robotic Process Automation) คือ ซอฟต์แวร์ที่จำลองการทำงานของคนบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ เช่น คลิก พิมพ์ คัดลอกข้อมูล หรือกรอกแบบฟอร์ม โดยทำงานตามกฎที่ตั้งไว้ล่วงหน้า (Rule-based) และเครื่องมือส่วนใหญ่ตั้งค่าแบบลากวางได้ พูดง่าย ๆ คือ แทนที่พนักงานจะพิมพ์ตัวเลขจากใบแจ้งหนี้ลงระบบทีละรายการ บอทจะเปิดไฟล์ หยิบข้อมูล แล้วกรอกให้ตามขั้นตอนเดิมทุกครั้ง ส่วนคนเปลี่ยนไปเป็นผู้ตรวจและตัดสินใจ สำหรับเจ้าของกิจการ เรื่องนี้สำคัญอย่างน้อย 3 ด้าน ตลอดบทความนี้ใช้ตัวอย่าง บริษัท ไทยเฟรทโลจิสติกส์ จำกัด (ชื่อสมมุติ) รับขนส่งสินค้าให้โรงงาน มีพนักงานบัญชี 3 คน และได้รับใบแจ้งหนี้ค่าน้ำมัน ค่าซ่อมรถ และค่าทางด่วนจากซัพพลายเออร์ทางอีเมลเดือนละ 900 ใบ RPA ทำงานอย่างไร และมีกี่ประเภท ทำงาน 3 ขั้น คือ บันทึกขั้นตอน ตั้งกฎ และสั่งรัน หลักการคล้ายการบันทึกมาโครใน Excel แต่ทำข้ามโปรแกรมได้ เช่น จากอีเมลไปโปรแกรมบัญชี จุดที่มักเข้าใจผิดคือ บอทอ่านได้ทุกไฟล์ บอทอ่านข้อความจาก PDF ที่ส่งออกจากระบบได้ แต่ถ้าเป็นไฟล์สแกนหรือภาพถ่าย ต้องใช้ OCR (Optical Character Recognition คือเทคโนโลยีแปลงภาพตัวอักษรเป็นข้อความ) ช่วยก่อน ไทยเฟรทโลจิสติกส์จึงออกแบบให้บอทดึง PDF จากอีเมล อ่านข้อความจากไฟล์ที่ออกจากระบบของซัพพลายเออร์ และส่งไฟล์สแกนเข้า OCR ก่อนกรอกเลขที่ วันที่ และยอดเงินลงโปรแกรมบัญชี พนักงานตรวจเทียบกับไฟล์ใบละประมาณ 30 วินาที ถ้าซัพพลายเออร์ส่งเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (E-Document) ที่เป็นข้อมูลอยู่แล้ว ขั้น OCR ก็ตัดออกได้ Attended Unattended และ Hybrid ต่างกันอย่างไร ต่างกันที่ต้องมีคนอยู่ด้วยตอนบอททำงานหรือไม่ ตารางนี้สรุปทั้ง 3 แบบ ประเภท ลักษณะ เหมาะกับงาน Attended ทำงานร่วมกับคน เริ่มเมื่อคนสั่ง งานที่ต้องตัดสินใจบางขั้น เช่น พนักงานกดให้บอทดึงข้อมูลลูกค้ามาแสดง Unattended ทำงานเองตามเวลาที่ตั้งไว้ งานที่ขั้นตอนชัด เช่น ดึงใบแจ้งหนี้จากอีเมลทุกคืน Hybrid ผสมทั้งสองแบบ งานที่เริ่มอัตโนมัติ แล้วส่งให้คนอนุมัติในบางจุด สำหรับ SME ที่เพิ่งเริ่ม แบบ Attended ควบคุมง่ายที่สุด เพราะคนเห็นทุกครั้งว่าบอททำอะไร ก่อนขยับไปตั้งเวลาให้ทำงานเอง RPA ในงานบัญชีคืออะไร ใช้กับงานไหนได้บ้าง RPA ในงานบัญชี คือการให้บอททำงานคีย์ ย้าย และเทียบข้อมูลที่มีขั้นตอนตายตัว เช่น บันทึกใบแจ้งหนี้ซื้อ เทียบยอดธนาคาร และรวมรายงาน ส่วนการตัดสินใจทางบัญชียังเป็นหน้าที่ของผู้ทำบัญชี งานบัญชีเหมาะกับบอทเพราะมีปริมาณมากและรูปแบบซ้ำ ตารางนี้แยกให้เห็นว่าบอทช่วยตรงไหน และคนต้องตรวจตรงไหน งาน บอทช่วยทำอะไร คนต้องตรวจตรงไหน บันทึกใบแจ้งหนี้ซื้อ ดึงไฟล์จากอีเมล กรอกเลขที่ วันที่ ยอดเงิน ผังบัญชีที่เลือก และ VAT กระทบยอดธนาคาร ดาวน์โหลด Statement แล้วจับคู่กับรายการในระบบ รายการที่จับคู่ไม่ได้ ส่งเตือนลูกหนี้ค้างชำระ ส่งอีเมลเตือนตามวันครบกำหนด ลูกค้าที่ต้องโทรตามเอง สรุปรายงานผู้บริหาร รวมข้อมูลจาก Excel และหลายระบบเป็นรายงานรายสัปดาห์ ตัวเลขที่ผิดปกติ เงินเดือน รวมข้อมูลเวลาทำงานจากระบบลงเวลา ค่าล่วงเวลาและรายการหัก ไทยเฟรทโลจิสติกส์เลือกเริ่มจากแถวแรก เพราะใบแจ้งหนี้ 900 ใบต่อเดือนกินเวลาฝ่ายบัญชีมากที่สุด และกฎการกรอกชัดเจน ส่วนการเลือกผังบัญชียังให้พนักงานเป็นผู้ยืนยัน สำหรับกิจการอื่น การกระทบยอดธนาคารเป็นงานที่มักเริ่มก่อน เพราะกฎชัด ดูขั้นตอนทำด้วยมือได้ที่งบกระทบยอดเงินฝากธนาคาร แล้วค่อยแปลงแต่ละขั้นเป็นกฎให้บอท ใช้บอทลดงานซ้ำคุ้มไหม คิดอย่างไร คุ้มเมื่อชั่วโมงที่ลดได้ต่อเดือนมากพอจะคืนเวลาตั้งค่าและค่าเครื่องมือภายในเวลาไม่นาน วิธีคิดคือ นับเวลาต่อรายการก่อนและหลังใช้บอท คูณจำนวนรายการ แล้วเทียบกับเวลาที่ต้องลงไปตั้งค่า ตัวอย่าง ไทยเฟรทโลจิสติกส์คีย์ใบแจ้งหนี้ใบละ 3 นาที หลังใช้บอทเหลือแค่ตรวจใบละ 30 วินาที รายการ ก่อนใช้บอท หลังใช้บอท เวลาต่อใบ 3 นาที 0.5 นาที (ตรวจ) เวลาต่อเดือน 900 × 3 = 2,700 นาที = 45 ชั่วโมง 900 × 0.5 = 450 นาที = 7.5 ชั่วโมง ชั่วโมงที่ลดได้ 45 − 7.5 = 37.5 ชั่วโมงต่อเดือน คิดเป็นต้นทุนพนักงาน (200 บาทต่อชั่วโมง) 37.5 × 200 = 7,500 บาทต่อเดือน อ่านตารางนี้อย่างไร จุดที่คนพลาดบ่อยคือ เลือกงานปริมาณน้อยมาทำบอท สมมติงานเดียวกันมีแค่ 50 ใบต่อเดือน ชั่วโมงที่ลดได้เหลือราว 2 ชั่วโมงต่อเดือน เวลาตั้งค่า 40 ชั่วโมงจะใช้ราว 19 เดือนกว่าจะคืน RPA กับ AI ต่างกันอย่างไร ต่างกันที่วิธีทำงาน RPA ทำตามกฎที่คนตั้งไว้ ส่วน AI (Artificial Intelligence คือระบบที่เรียนรู้จากข้อมูลแล้วคาดการณ์หรือจำแนกได้) ใช้กับข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้างชัด ทั้งสองใช้ร่วมกันได้ เกณฑ์ RPA AI หลักการ ทำตามกฎที่ตั้งไว้ เรียนรู้จากข้อมูล ข้อมูลที่เหมาะ ข้อมูลมีโครงสร้าง เช่น ตาราง แบบฟอร์ม ข้อมูลไม่มีโครงสร้าง เช่น ภาพ ข้อความอิสระ ตัวอย่าง คัดลอกยอดจาก Excel ลงระบบ จำแนกประเภทค่าใช้จ่ายจากภาพใบเสร็จ การเริ่มใช้ ตั้งกฎตามขั้นตอนงาน ต้องมีข้อมูลตัวอย่างและการตรวจผล เมื่อนำมาใช้ร่วมกันเรียกว่า Intelligent Automation เช่น ใช้ OCR และ AI อ่านใบเสร็จ แล้วให้บอทกรอกข้อมูลต่อ ถ้างานของกิจการมีขั้นตอนชัดอยู่แล้ว เริ่มจากบอทตามกฎได้โดยไม่ต้องรอ AI RPA ใช้โปรแกรมอะไรได้บ้าง เครื่องมือที่ใช้กันแพร่หลายมี 4 ตัว คือ Power Automate UiPath Automation Anywhere และ Blue Prism แต่ละตัวมีเงื่อนไขการใช้งานและราคาต่างกัน ควรเช็กกับผู้ให้บริการก่อนเลือก เครื่องมือ จุดที่ควรรู้ เหมาะกับ Power Automate (Microsoft) Microsoft เปิดให้ผู้ใช้ Windows 10 ดาวน์โหลด Power Automate Desktop โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มตั้งแต่ 2 มีนาคม 2564 กิจการที่ใช้ Microsoft 365 อยู่แล้ว UiPath มีแผน Community ใช้ฟรีสำหรับบุคคลและองค์กรขนาดเล็กที่เข้าเงื่อนไข จำกัดผู้ใช้และบอทต่อองค์กร ทดลองสร้างบอทก่อนซื้อแผนเสียเงิน Automation Anywhere เครื่องมือ RPA สำหรับองค์กร ดูรูปแบบการติดตั้งและราคาที่เว็บผู้ให้บริการ องค์กรที่มีหลายระบบและทีมดูแลบอท Blue Prism เครื่องมือ RPA สำหรับองค์กร ดูรูปแบบการติดตั้งและราคาที่เว็บผู้ให้บริการ องค์กรที่มีทีม IT ดูแลระบบ เงื่อนไขแผนฟรีเปลี่ยนได้ตามนโยบายผู้ให้บริการ ตามเอกสารของ UiPath แผน Community มีผู้ใช้ Pro 1 คน ผู้ใช้ Plus 1 คน และบอททำงานเอง 1 ตัวต่อองค์กร ถ้าต้องการมากกว่านี้ต้องอัปเกรด ข้อจำกัดและความเสี่ยงของบอทอัตโนมัติมีอะไรบ้าง มี 4 เรื่องหลัก คือ บอทหยุดเมื่อหน้าจอหรือแบบฟอร์มเปลี่ยน บอททำผิดซ้ำถ้าข้อมูลต้นทางผิด รหัสผ่านที่บอทใช้ต้องดูแล และต้องมีคนรับผิดชอบกระบวนการ สมมติซัพพลายเออร์น้ำมันรายใหญ่ของไทยเฟรทโลจิสติกส์เปลี่ยนแบบฟอร์มใบแจ้งหนี้ บอทจะอ่านยอดผิดช่อง บริษัทจึงตั้งกฎให้พนักงานเทียบยอดรวมทุกใบ ไม่ใช่สุ่มตรวจ SME ต้องซื้อโปรแกรมแยก หรือใช้ฟีเจอร์ในโปรแกรมบัญชี เริ่มจากฟีเจอร์ในโปรแกรมบัญชีก่อน แล้วซื้อเครื่องมือแยกเฉพาะงานที่โปรแกรมบัญชีทำไม่ได้ เพราะโปรแกรมบัญชีออนไลน์หลายตัวมีระบบอัตโนมัติในตัวแล้ว เช่น สแกนใบเสร็จ ช่วยคีย์ และกระทบยอด เครื่องมือแยกเหมาะเมื่อกิจการมีหลายระบบที่ไม่เชื่อมกัน เช่น ระบบขนส่ง ระบบลงเวลา และโปรแกรมบัญชีคนละเจ้า ทางเลือกอีกทางคือเชื่อมต่อ ERP กับระบบบัญชี ให้ข้อมูลไหลถึงกันโดยไม่ต้องใช้บอทคัดลอก ไทยเฟรทโลจิสติกส์ใช้วิธีผสม ให้โปรแกรมบัญชีจัดการการสแกนและการกระทบยอด แล้วใช้บอทเฉพาะขั้นดึงไฟล์ใบแจ้งหนี้จากกล่องอีเมล 3 กล่องมารวมไว้ที่เดียว ข้อควรรู้เกี่ยวกับ RPA สรุป – RPA ต้องจำอะไรบ้าง บอทไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่หลายคนกังวล หัวใจอยู่ที่การเลือกงานให้ถูก เริ่มได้วันนี้ด้วยการจดงานที่ทีมบัญชีทำซ้ำทุกวัน 3 งาน นับจำนวนรายการและเวลาต่อรายการ แล้วคำนวณชั่วโมงต่อเดือนแบบตารางในบทความนี้ ลดงานคีย์ซ้ำด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ มีฟีเจอร์ OCR สแกนใบเสร็จผ่านแอปบนมือถือ ตัวช่วยคีย์อัตโนมัติ กระทบยอดอัตโนมัติ และเชื่อมต่อข้อมูลร้านค้าออนไลน์โดยไม่ต้องคีย์ซ้ำ ให้ผู้ทำบัญชีใช้เวลากับการตรวจมากขึ้น ทดลองใช้ PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ฟรี 30 วัน อ่านเรื่องการทำงานแบบดิจิทัลของ SME เพิ่มเติม แหล่งอ้างอิงข้อมูล คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ RPA RPA Developer คืออะไร RPA Developer คือ ผู้ออกแบบและสร้างบอทให้ทำงานตามขั้นตอนที่ธุรกิจต้องการ ใช้เครื่องมืออย่าง UiPath หรือ Power Automate สร้างลำดับงาน (Workflow) ส่วนใหญ่ไม่ต้องเขียนโค้ดจากศูนย์ เพราะเครื่องมือรองรับการลากวาง ใช้บอทอัตโนมัติต้องเขียนโค้ดเองไหม ไม่จำเป็นในงานพื้นฐาน เครื่องมือส่วนใหญ่ออกแบบแบบ Low-code หรือ No-code คือตั้งค่าด้วยการลากวาง แต่ถ้าต้องเชื่อมกับระบบของบริษัทผ่าน API (ช่องทางให้โปรแกรมแลกข้อมูลกัน) อาจต้องเขียนโค้ดบางส่วน RPA เหมาะกับธุรกิจขนาดไหน เหมาะกับทุกขนาดที่มีงานซ้ำปริมาณมาก ขนาดธุรกิจสำคัญน้อยกว่าจำนวนรายการต่อเดือน กิจการเล็กที่มีใบแจ้งหนี้หลายร้อยใบต่อเดือนอาจคุ้มกว่ากิจการใหญ่ที่งานซ้ำน้อย บอททำงานตอนกลางคืนได้ไหม ได้ ถ้าใช้แบบ Unattended ซึ่งตั้งเวลาให้บอททำงานเองโดยไม่มีคนเฝ้า เครื่องมือบางตัวต้องใช้แผนเสียเงินสำหรับการทำงานแบบนี้ ควรเช็กเงื่อนไขกับผู้ให้บริการ ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

26 ต.ค. 2026

PEAK Account

25 min

ตีตราสารออนไลน์ วิธียื่นและชำระอากรแสตมป์ผ่าน e-Stamp

ตีตราสารออนไลน์ (e-Stamp) คือ การยื่นขอเสียอากรแสตมป์เป็นตัวเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร แทนการซื้อดวงแสตมป์มาปิดบนเอกสาร เมื่อชำระครบ ระบบออกใบเสร็จรับเงินและรหัสรับรองการเสียอากรให้ใช้เป็นหลักฐาน ระบบนี้รับทั้งตราสารกระดาษและตราสารอิเล็กทรอนิกส์ หรือที่หลายคนเรียกว่าตราสารออนไลน์ เช่น สัญญาที่เซ็นผ่าน e-Signature ซึ่งไม่มีกระดาษให้ปิดแสตมป์ตั้งแต่แรก สำหรับเจ้าของกิจการ เรื่องนี้สำคัญอย่างน้อย 3 ด้าน ตลอดบทความนี้ใช้ตัวอย่าง บริษัท ไทยคราฟท์แพ็ค จำกัด (ชื่อสมมุติ) ผลิตกล่องกระดาษลูกฟูกให้โรงงาน ในเดือนเดียวบริษัททำสัญญา 3 ฉบับ และยังไม่มีใครในทีมเคยตีตราสารออนไลน์มาก่อน ตีตราสาร คืออะไร ตีตราสาร คือ การขอเสียอากรแสตมป์เป็นตัวเงิน แทนการซื้อดวงแสตมป์มาปิดติดบนเอกสาร คำนี้ใช้กันมาก่อนมีระบบออนไลน์ เพราะเดิมเจ้าหน้าที่จะประทับตราบนตราสารเพื่อแสดงว่าเสียอากรแล้ว อากรแสตมป์เป็นภาษีที่เก็บจากการทำตราสาร 28 ลักษณะตามประมวลรัษฎากร ดูภาพรวมทั้งหมดได้ที่บทความอากรแสตมป์ อากรแสตมป์ออนไลน์ต่างจากแบบดวงอย่างไร อากรแสตมป์ออนไลน์ หรือ e-Stamp คือการชำระค่าอากรแสตมป์เป็นตัวเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร แทนการซื้อดวงแสตมป์มาติดบนเอกสาร อัตราอากรเท่ากันทั้งสองแบบ ต่างกันที่วิธีจ่ายและหลักฐาน เรื่อง แบบดวง อากรแสตมป์ออนไลน์ (e-Stamp) วิธีชำระ ซื้อดวงแสตมป์ ปิดบนเอกสาร แล้วขีดฆ่า ยื่นแบบในระบบ ชำระเป็นตัวเงิน หลักฐาน ดวงแสตมป์บนกระดาษ ใบเสร็จรับเงินและรหัสรับรองการเสียอากร ใช้กับตราสารอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ได้ ได้ การตรวจสอบย้อนหลัง ต้องดูเอกสารตัวจริง ตรวจรหัสรับรองกับระบบได้ เวลาทำรายการ ตามเวลาทำการของสำนักงาน ตามเวลาเปิดของช่องทางชำระแต่ละช่องทาง ตราสารบางประเภทกฎหมายกำหนดให้ชำระอากรเป็นตัวเงิน ถ้าใช้วิธีปิดดวงแสตมป์แทน กรมสรรพากรถือว่ายังไม่ได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ต้องชำระเป็นตัวเงินใหม่พร้อมเงินเพิ่มอากรร้อยละ 1.5 ต่อเดือน ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.84/2542 ตราสารอิเล็กทรอนิกส์กับตราสารกระดาษต่างกันอย่างไร ต่างกันที่รูปแบบเอกสาร ตราสารอิเล็กทรอนิกส์ คือเอกสารที่ทำเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ส่วนตราสารกระดาษคือเอกสารที่พิมพ์และเซ็นบนกระดาษ ไทยคราฟท์แพ็คมีตราสารทั้งสองแบบ สัญญาเช่าโกดังและสัญญาจ้างรีโนเวทโรงงานเป็นกระดาษ ส่วนสัญญาจ้างออกแบบกล่องเซ็นผ่านระบบ e-Signature จึงเป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (E-Document) แบบที่ต้องยื่นจึงต่างกันด้วย ตราสารที่ SME ต้องเสียอากรแสตมป์มีอะไรบ้าง อัตราเท่าไร ตราสารที่ SME เจอบ่อยคือสัญญาเช่า สัญญาจ้างทำของ สัญญากู้ยืมเงิน และใบมอบอำนาจ ระบบ e-Stamp รองรับ 24 ลักษณะตราสาร ยกเว้นลักษณะ 22 และ 24 ถึง 26 ซึ่งหน่วยงานอื่นจัดเก็บแทน ดูอัตราครบทุกลักษณะได้ที่บัญชีอัตราอากรแสตมป์ของกรมสรรพากร ตราสาร อัตราอากร ผู้มีหน้าที่เสีย ตัวอย่าง เช่าที่ดิน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง 1 บาท ต่อค่าเช่าทุก 1,000 บาท หรือเศษ ตลอดอายุสัญญา ผู้ให้เช่า เช่าออฟฟิศ เช่าโกดัง จ้างทำของ 1 บาท ต่อทุก 1,000 บาท หรือเศษ ผู้รับจ้าง จ้างรีโนเวท จ้างออกแบบ กู้ยืมเงิน 1 บาท ต่อทุก 2,000 บาท หรือเศษ สูงสุด 10,000 บาท ผู้ให้กู้ กู้ยืมเงินกรรมการ ใบมอบอำนาจ ทำการครั้งเดียว 10 บาท · มากกว่าครั้งเดียว 30 บาท ผู้มอบอำนาจ มอบอำนาจยื่นเอกสาร ตัวอย่าง ไทยคราฟท์แพ็คเช่าโกดังเดือนละ 30,000 บาท 3 ปี ค่าเช่าตลอดสัญญาคือ 30,000 × 36 = 1,080,000 บาท อากรคือ 1,080 บาท ก่อนเซ็นสัญญาเช่าที่ดินหรืออาคาร ควรตกลงให้ชัดว่าใครจ่ายอากร สัญญาจ้างรีโนเวทโรงงาน 250,000 บาท เสียอากร 250 บาท ส่วนสัญญาจ้างออกแบบ 48,500 บาท เศษ 500 บาทนับเป็น 1,000 บาท จึงเสียอากร 49 บาท รวมสามฉบับ 1,379 บาท วิธีตีตราสารออนไลน์ผ่านระบบ e-Filing มีขั้นตอนอย่างไร ขั้นตอนหลักมี 4 ขั้น คือเข้าระบบ เลือกแบบและกรอกข้อมูล ชำระเงิน แล้วรับรหัสรับรองเก็บไว้กับตราสาร ทั้งหมดทำผ่านเว็บไซต์ e-Stamp Duty ของกรมสรรพากร ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรม สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนยื่นมีอะไรบ้าง เตรียม 4 อย่างก่อนเข้าระบบ จะกรอกได้ในครั้งเดียว ขั้นตอนที่ 1 เข้าสู่ระบบ e-Filing เข้าเว็บไซต์ ระบบชำระอากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ แล้วเข้าสู่ระบบด้วยบัญชี e-Filing หรือ Digital ID นิติบุคคลกำหนดสิทธิ์ผู้ใช้ได้ 3 ระดับ คือ Super Admin ผู้ดูแลระบบ และผู้ใช้งานทั่วไป ขั้นตอนที่ 2 เลือกแบบฟอร์มและกรอกข้อมูล เลือกเมนู อ.ส.9 สำหรับตราสารอิเล็กทรอนิกส์ หรือเมนู อ.ส.4 อ.ส.4ก อ.ส.4ข สำหรับตราสารกระดาษ แล้วกรอกประเภทตราสาร คู่สัญญา วันที่ทำ และจำนวนเงิน ระบบคำนวณค่าอากรให้ ตรวจยอดกับสัญญาต้นฉบับก่อนยืนยัน ขั้นตอนที่ 3 ชำระเงินค่าอากรแสตมป์ ชำระผ่านช่องทางที่ระบบรองรับ เช่น E-Payment ผ่านธนาคาร บัตรเครดิตทางอินเทอร์เน็ต Direct Debit หรือพิมพ์ชุดชำระเงิน (Pay in Slip) และ QR Code ไปจ่ายผ่าน Mobile Banking ATM หรือเคาน์เตอร์ ขั้นตอนที่ 4 รับรหัสรับรองและเก็บหลักฐาน เมื่อกรมสรรพากรได้รับเงินครบ ระบบออกใบเสร็จรับเงินและรหัสรับรองการเสียอากรแสตมป์ ให้ดาวน์โหลดเก็บไว้ และนำรหัสรับรองไปอ้างอิงหรือผนวกกับตราสาร ตราสารจึงถือว่าปิดแสตมป์บริบูรณ์ ตรวจสถานะย้อนหลังได้ที่เมนูตรวจสอบการเสียอากรแสตมป์ ไทยคราฟท์แพ็คพิมพ์ใบเสร็จและรหัสรับรองแนบกับสัญญาเช่าและสัญญารีโนเวทที่เป็นกระดาษ ส่วนสัญญาออกแบบ ใส่รหัสรับรองไว้ในไฟล์สัญญาอิเล็กทรอนิกส์ เวลาผู้สอบบัญชีขอดูหลักฐาน หยิบได้ทันที แบบ อ.ส.4, อ.ส.4ก, อ.ส.4ข และ อ.ส.9 ต่างกันอย่างไร ต่างกันที่รูปแบบและลักษณะของตราสาร อ.ส.9 ใช้กับตราสารอิเล็กทรอนิกส์ทุกประเภท ส่วนตราสารกระดาษแยกเป็น 3 แบบตามลักษณะตราสาร ถ้าเลือกแบบผิด ระบบจะไม่ตรงกับประเภทตราสารที่กรอก แบบ ใช้กับ ตัวอย่างตราสาร อ.ส.4 ตราสารกระดาษ กลุ่มเช่าที่ดิน จ้างทำของ และอื่น ๆ สัญญาเช่าอาคาร สัญญาจ้างรีโนเวท อ.ส.4ก ตราสารกระดาษ กลุ่มตั๋วแลกเงิน ใบหุ้น เช็ค ใบรับฝากเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน เช็ค อ.ส.4ข ตราสารกระดาษ กลุ่มเช่าซื้อ กู้ยืมเงิน กรมธรรม์ประกันภัย สัญญาเช่าซื้อ สัญญากู้ยืมเงิน อ.ส.9 ตราสารอิเล็กทรอนิกส์ทุกลักษณะที่ระบบรองรับ สัญญาที่เซ็นผ่าน e-Signature ไทยคราฟท์แพ็คยื่นสัญญาเช่าโกดังและสัญญารีโนเวทด้วย อ.ส.4 และยื่นสัญญาออกแบบที่เซ็นออนไลน์ด้วย อ.ส.9 กิจการที่มีตราสารอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก ขอใช้บริการ API กับกรมสรรพากรเพื่อส่งข้อมูลจากระบบของตัวเองได้ ตีตราสาร สัญญาจ้าง ออนไลน์ ทำอย่างไร ทำเหมือนตราสารอื่น สิ่งที่ต้องดูเพิ่มคือสัญญานั้นเป็นจ้างทำของหรือจ้างแรงงาน เพราะจ้างทำของต้องเสียอากร ส่วนจ้างแรงงานไม่อยู่ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ สัญญาจ้างเหมาบริการ (จ้างทำของ) เสียอากรเท่าไร เสีย 1 บาท ต่อทุก 1,000 บาท หรือเศษของ 1,000 บาท ของสินจ้าง สัญญาจ้างเหมาบริการ จ้างออกแบบ จ้างซ่อม และจ้างผลิตตามสั่ง ส่วนใหญ่เป็นจ้างทำของ เพราะผู้ว่าจ้างจ่ายเงินเพื่อผลสำเร็จของงาน สัญญาจ้างแรงงานต้องเสียอากรไหม ไม่ต้องเสีย สัญญาจ้างงานพนักงานประจำเป็นจ้างแรงงาน ไม่อยู่ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ถ้าสัญญาเดียวมีทั้งการจ้างพนักงานและการจ้างทำงานให้สำเร็จเป็นชิ้น ควรให้ผู้ทำบัญชีดูว่าส่วนใดเป็นจ้างทำของ เพราะอากรคิดตามลักษณะตราสารตามบัญชีอัตรา ใครต้องเสียอากร และใครยื่นแทนได้ ผู้มีหน้าที่เสียคือผู้กระทำตราสารตามบัญชีอัตรา เช่น ผู้รับจ้าง ผู้ให้เช่า ผู้ให้กู้ และผู้มอบอำนาจ คู่สัญญาตกลงกันได้ว่าใครเป็นผู้จ่าย แต่ความรับผิดตามกฎหมายยังอยู่กับผู้มีหน้าที่เสีย ตราสารอิเล็กทรอนิกส์ คู่สัญญาฝ่ายใดเข้าระบบยื่นได้ตามมาตรา 107 และใบเสร็จออกในนามผู้ที่เข้าระบบ ไทยคราฟท์แพ็คเป็นผู้ว่าจ้างงานออกแบบ แต่ตกลงยื่นแทนนักออกแบบ ใบเสร็จค่าอากร 49 บาทจึงออกในนามบริษัท ต้องยื่นภายในกี่วัน และช่องทางชำระเปิดกี่โมง ตราสารที่ SME ใช้บ่อย ต้องยื่นก่อนทำหรือภายใน 15 วันนับแต่วันถัดจากวันทำตราสาร แต่บางประเภทต้องยื่นทันที และบางประเภทยื่นเป็นงวดครึ่งเดือน กำหนดจึงขึ้นกับลักษณะตราสาร กลุ่มตราสาร กำหนดยื่นและชำระ ตราสารกระดาษ เช่าที่ดินหรือโรงเรือน จ้างทำของ ก่อนทำตราสาร หรือภายใน 15 วันนับแต่วันถัดจากวันทำ ตราสารกระดาษ ใบมอบอำนาจ โอนหุ้น ใบรับเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ก่อนทำ หรือทันทีที่ทำตราสาร ตราสารกระดาษ ตั๋วเงิน เช็ค เช่าซื้อ กู้ยืมเงิน กรมธรรม์ประกันภัย งวดวันที่ 1 ถึง 15 ยื่นภายในวันที่ 22 · งวดวันที่ 16 ถึงสิ้นเดือน ยื่นภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป ตราสารอิเล็กทรอนิกส์ ก่อนทำ หรือภายใน 15 วันนับแต่วันถัดจากวันทำ ไม่เว้นวันหยุดราชการ ตราสารที่ทำในต่างประเทศ ผู้นำมาใช้ในไทยยื่นภายใน 30 วันนับแต่วันได้รับตราสาร ไทยคราฟท์แพ็คเซ็นสัญญาเช่าวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 วันถัดไปคือวันที่ 2 จึงต้องยื่นภายในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2569 ถ้าวันสุดท้ายของตราสารอิเล็กทรอนิกส์ตรงกับวันหยุดราชการ ยื่นได้ในวันทำการถัดไป ช่องทางชำระไม่ได้เปิด 24 ชั่วโมง E-Payment ส่วนใหญ่เปิด 06.00 ถึง 22.00 น. ส่วน Mobile Banking Internet Banking ATM และ QR Code รับชำระถึง 22.50 น. บางธนาคารปิดเร็วกว่านี้ จึงไม่ควรรอยื่นคืนสุดท้าย ยื่นช้าหรือปิดแสตมป์ไม่ครบ เสียเงินเพิ่มเท่าไร ขึ้นกับว่ายื่นเองหรือถูกตรวจพบ ถ้ายื่นเองภายในกำหนด 15 วัน เสียเฉพาะอากร ยื่นเองช้าไม่เกิน 90 วัน เสียเงินเพิ่ม 2 เท่า เกิน 90 วัน เสีย 5 เท่า และถ้าเจ้าพนักงานตรวจพบ เสียเงินเพิ่ม 6 เท่า กรณี เงินเพิ่มอากร ฐานกฎหมาย ยื่นเองภายใน 15 วันนับแต่วันต้องปิดแสตมป์ ไม่มี มาตรา 113 ยื่นเองเกินกำหนด แต่ไม่เกิน 90 วัน 2 เท่าของอากร หรือ 4 บาท แล้วแต่จำนวนใดมากกว่า มาตรา 113 ยื่นเองเกิน 90 วัน 5 เท่าของอากร หรือ 10 บาท แล้วแต่จำนวนใดมากกว่า มาตรา 113 เจ้าพนักงานตรวจพบว่าไม่ปิดหรือปิดไม่ครบ 6 เท่าของอากรที่ขาด หรือ 25 บาท แล้วแต่จำนวนใดมากกว่า มาตรา 114 ตัวอย่าง ไทยคราฟท์แพ็คลืมสัญญารีโนเวท อากร 250 บาท ถ้านึกได้และยื่นเองเมื่อผ่านไป 40 วัน เงินเพิ่มคือ 250 × 2 = 500 บาท รวม 750 บาท แต่ถ้าถูกตรวจพบก่อน เงินเพิ่มคือ 250 × 6 = 1,500 บาท รวม 1,750 บาท ผู้ที่ไม่ได้เจตนาหลีกเลี่ยง ยื่นคำร้องขอลดเงินเพิ่มเป็นหนังสือต่อเจ้าพนักงานได้ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 129 และต้องชำระภายใน 10 วันนับแต่ได้รับแจ้ง ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อตีตราสารออนไลน์ และวิธีแก้ไข ข้อผิดพลาดส่วนใหญ่เกิดก่อนกดชำระ ตรวจ 4 จุดนี้ทุกครั้งจะลดงานแก้ภายหลังได้มาก บันทึกบัญชีค่าอากรแสตมป์อย่างไร บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายของกิจการในบัญชีค่าอากรแสตมป์ ในวันที่ชำระ และเก็บใบเสร็จจากระบบ e-Stamp เป็นเอกสารประกอบ ค่าอากรที่เป็นภาระของกิจการเองนำมาหักเป็นรายจ่ายได้ ส่วนกรณีจ่ายแทนคู่สัญญาตามข้อตกลง ให้ผู้ทำบัญชีตรวจเงื่อนไขก่อนลงเป็นรายจ่ายทางภาษี ไทยคราฟท์แพ็คตกลงในสัญญาว่าบริษัทเป็นผู้จ่ายอากรทั้งสามฉบับ รวม 1,379 บาท รายการ เดบิต เครดิต ค่าอากรแสตมป์ 1,379 เงินฝากธนาคาร 1,379 สัญญาเช่ายังมีเรื่องภาษีต่อจากอากร เช่น การหักภาษีเมื่อจ่ายค่าเช่าทุกเดือน ดูรายละเอียดได้ที่ค่าเช่า หัก ณ ที่จ่าย ข้อควรรู้เกี่ยวกับการตีตราสารออนไลน์ สรุป – ตีตราสารออนไลน์ต้องจำอะไรบ้าง ก่อนสิ้นวันนี้ ลองเปิดสัญญาเช่าและสัญญาจ้างที่เซ็นในเดือนนี้ทุกฉบับ จดวันที่ทำตราสาร จำนวนเงิน และผู้มีหน้าที่เสีย แล้วเทียบกับตารางกำหนดเวลาในบทความ ฉบับไหนใกล้ครบ 15 วันให้ยื่นก่อน บันทึกค่าอากรแสตมป์ด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ บันทึกค่าอากรแสตมป์เป็นค่าใช้จ่ายในผังบัญชีอากรแสตมป์ได้จากเมนูรายจ่าย ระบุว่าชำระแล้วหรือตั้งหนี้ไว้ก่อนก็ได้ ดูขั้นตอนทีละหน้าจอได้ที่บันทึกค่าอากรแสตมป์ใน PEAK ให้ผู้ทำบัญชีเห็นค่าอากรของทุกสัญญาในที่เดียว ทดลองใช้ PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ฟรี 30 วัน อ่านเรื่องภาษีของนิติบุคคลเพิ่มเติม แหล่งอ้างอิงข้อมูล คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับตีตราสารออนไลน์ ซื้ออากรแสตมป์ได้ที่ไหน ดวงแสตมป์ซื้อได้ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ ส่วนการซื้ออากรแสตมป์ออนไลน์ไม่ได้ซื้อเป็นดวง แต่เป็นการยื่นขอเสียอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบ e-Stamp แล้วชำระตามช่องทางที่ระบบรองรับ ตีตราสารออนไลน์ต้องสมัคร e-Filing ก่อนไหม ต้องมีบัญชีเข้าระบบก่อน ใช้บัญชีสมาชิก e-Filing ของกรมสรรพากร Digital ID ที่รองรับ หรือ Tax Single Sign On ของกระทรวงการคลังก็ได้ บัญชีเดียวกันนี้ใช้ยื่นภาษีออนไลน์อื่นได้ด้วย ชำระอากรออนไลน์แล้ว ยังต้องติดดวงแสตมป์บนสัญญาอีกไหม ไม่ต้อง เมื่อชำระครบและได้ใบเสร็จกับรหัสรับรองการเสียอากรแล้ว ให้นำรหัสรับรองไปอ้างอิงหรือผนวกกับตราสาร ตราสารนั้นถือว่าปิดแสตมป์บริบูรณ์ สำหรับสัญญากระดาษ ควรพิมพ์ใบเสร็จแนบไว้กับต้นฉบับ ค่าอากรแสตมป์หักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ไหม ได้ ถ้าเป็นค่าอากรที่เป็นภาระของกิจการเพื่อการทำธุรกิจ ถ้าจ่ายแทนคู่สัญญาตามข้อตกลง ให้ผู้ทำบัญชีตรวจเงื่อนไขก่อน และเก็บใบเสร็จจากระบบ e-Stamp เป็นหลักฐาน e-Stamp ต่างจาก e-Tax Invoice อย่างไร เป็นคนละระบบกัน e-Stamp ใช้ชำระอากรแสตมป์ของตราสาร ส่วน e-Tax Invoice คือใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แทนใบกำกับภาษีกระดาษในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม กิจการหนึ่งอาจต้องใช้ทั้งสองระบบ ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

26 ต.ค. 2026

PEAK Account

20 min

นับสต๊อก คืออะไร วิธีนับ จัดการ และบันทึกบัญชีสินค้าคงคลัง

นับสต๊อก คืออะไร และสำคัญอย่างไร นับสต๊อก (Stock Count) คือ การตรวจนับจำนวนสินค้าที่มีอยู่จริงในคลังสินค้า แล้วนำไปเทียบกับตัวเลขในระบบบัญชีหรือสต๊อกการ์ด ถ้าตัวเลขไม่ตรงกัน แสดงว่ามีบางอย่างเกิดขึ้น เช่น สินค้าสูญหาย บันทึกผิด หรือสินค้าเสียหาย หลายคนเรียกว่านับสต็อกหรือตรวจนับสต๊อก ความหมายเหมือนกัน คือการเช็กสต๊อกจริงกับตัวเลขในบัญชีสต๊อกสินค้า สำหรับเจ้าของกิจการ การนับสต๊อกสินค้าสำคัญอย่างน้อย 3 ด้าน ตลอดบทความนี้ใช้ตัวอย่าง บริษัท ไทยฮาร์ดแวร์เทรด จำกัด (ชื่อสมมุติ) ขายส่งน็อต สกรู และเครื่องมือช่างให้โรงงาน จดภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว มีสินค้าประมาณ 1,200 รายการ และปิดบัญชีทุกวันที่ 31 ธันวาคม สต๊อก สินค้าคงคลัง และสินค้าคงเหลือ ต่างกันอย่างไร สามคำนี้ใช้สลับกันบ่อย แต่ความหมายต่างกันเล็กน้อย สต๊อกเป็นคำเรียกทั่วไป สินค้าคงคลังรวมทุกอย่างที่ถือไว้ ส่วนสินค้าคงเหลือคือมูลค่าที่เหลือ ณ วันสิ้นงวด คำศัพท์ ความหมาย ตัวอย่าง สต๊อก (Stock) คำเรียกรวมสินค้าที่เก็บไว้ในคลัง “สต๊อก Bolt M10 เหลือ 5,000 ตัว” สินค้าคงคลัง (Inventory) สินค้าทุกประเภทที่ธุรกิจถือไว้ รวมวัตถุดิบและสินค้าระหว่างผลิต วัตถุดิบ สินค้าระหว่างผลิต สินค้าสำเร็จรูป สินค้าคงเหลือ (Ending Inventory) มูลค่าสินค้าที่เหลือ ณ วันสิ้นงวดบัญชี ยอดที่แสดงในงบแสดงฐานะการเงิน ภาพรวมของการดูแลสต๊อกตั้งแต่รับเข้าถึงจ่ายออก อ่านได้ที่การจัดการสต๊อกสินค้า วิธีนับสต๊อกสินค้ามีกี่แบบ เลือกแบบไหนดี วิธีนับสต๊อกสินค้าที่นิยมมี 4 แบบ คือนับทั้งหมด นับแบบวน นับตามกลุ่มมูลค่า (ABC) และใช้ Barcode หรือ RFID ช่วยนับ การเลือกขึ้นกับจำนวนรายการสินค้า ความถี่ที่ต้องการ และงบลงทุน วิธี เหมาะกับ ข้อดี ข้อจำกัด นับทั้งหมด (Physical Count) ทุกกิจการ โดยเฉพาะตอนปิดงบ ได้ตัวเลขครบทุกรายการ ต้องหยุดรับจ่ายชั่วคราว นับแบบวน (Cycle Count) กิจการที่มีสินค้าหลายรายการ ไม่ต้องหยุดขาย ต้องติดตามว่ากลุ่มไหนนับแล้ว ABC Analysis สินค้ามูลค่าต่างกันมาก เน้นสินค้ามูลค่าสูง กลุ่มมูลค่าต่ำนับห่าง Barcode / RFID กิจการที่รับจ่ายถี่ เร็ว ลดการจดผิด ต้องลงทุนอุปกรณ์และติดฉลาก ไทยฮาร์ดแวร์เทรดใช้ 2 วิธีร่วมกัน ปลายปีนับทั้งหมดเพื่อปิดงบ ส่วนระหว่างปีนับแบบวนเฉพาะสินค้ามูลค่าสูงทุกเดือน นับทั้งหมด (Physical Inventory Count) ใช้เมื่อไร ใช้เมื่อต้องการตัวเลขครบทุกรายการ ณ วันใดวันหนึ่ง เช่น วันปิดงบประจำปี วิธีนี้หยุดรับจ่ายสินค้าชั่วคราว แล้วให้ทีมนับทุกชิ้นในคลัง กิจการที่ใช้ระบบบันทึกแบบนับปลายงวดต้องนับทั้งหมดทุกครั้งที่ปิดงวด นับแบบวน (Cycle Counting) ทำอย่างไร แบ่งสินค้าเป็นกลุ่ม แล้วนับหมุนเวียนวันละกลุ่มหรือสัปดาห์ละกลุ่มจนครบ เช่น วันจันทร์นับหมวดน็อต วันอังคารนับหมวดสกรู ข้อดีคือคลังยังรับจ่ายได้ เหมาะกับระบบบันทึกสินค้าแบบ Perpetualที่มียอดในระบบให้เทียบตลอดเวลา นับตามมูลค่าด้วย ABC Analysis ต่างอย่างไร ต่างที่ความถี่ แบ่งสินค้าเป็น 3 กลุ่มตามมูลค่า กลุ่ม A มูลค่าสูงนับบ่อยที่สุด กลุ่ม B นับรองลงมา กลุ่ม C นับห่างที่สุด สัดส่วนของแต่ละกลุ่มให้กำหนดจากข้อมูลมูลค่าสินค้าจริงของกิจการ ใช้ Barcode และ RFID ช่วยนับได้แค่ไหน ช่วยได้มากในขั้นบันทึก เครื่องสแกนอ่านรหัสสินค้าแล้วบันทึกจำนวนเข้าระบบ ลดการจดผิดและการพิมพ์ซ้ำ แต่ยังต้องมีคนตรวจสินค้าที่ฉลากหลุดหรือวางผิดที่ ขั้นตอนการนับสต๊อกสินค้า มีอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเลือกวิธีไหน ขั้นตอนการนับสต๊อกสินค้ามี 3 ช่วง คือเตรียมตัวก่อนนับ ระหว่างนับ และหลังนับ ช่วงที่คนมักข้ามคือการตัดยอดเอกสารก่อนนับ ซึ่งเป็นต้นเหตุของผลต่างจำนวนมาก เตรียมตัวก่อนนับ ต้องทำอะไร เตรียม 5 เรื่องก่อนวันนับ ไทยฮาร์ดแวร์เทรดหยุดรับจ่ายวันที่ 31 ธันวาคม 2569 หลังปิดคลัง และให้ฝ่ายบัญชีบันทึกเอกสารรับจ่ายของวันนั้นให้ครบก่อนพิมพ์ใบนับ ระหว่างนับ ทำอย่างไรให้แม่นยำ นับ 2 รอบโดยคนละคน ถ้ารอบ 1 กับรอบ 2 ไม่ตรงกัน ให้นับรอบ 3 ทันที บันทึกผลลงใบนับเมื่อนับเสร็จแต่ละชั้นวาง และให้ผู้นับลงชื่อกำกับ อย่าจดรวมไว้แล้วค่อยกรอกทีหลัง หลังนับ ต้องตรวจและบันทึกอะไร ปิดงาน 4 ขั้น คือเทียบยอดที่นับได้กับยอดในระบบ หาสาเหตุของผลต่างทุกรายการที่เกินเกณฑ์ที่กำหนด ปรับยอดในระบบให้ตรงของจริง และบันทึกบัญชีรายการปรับปรุงพร้อมเหตุผล ใบนับสต๊อกสินค้าต้องมีอะไรบ้าง แบบฟอร์มนับสต๊อกสินค้าที่ใช้งานได้ ควรมีข้อมูลระบุสินค้า ช่องนับอย่างน้อย 2 รอบ และช่องลงชื่อผู้นับกับผู้ตรวจ ช่องยอดระบบให้ฝ่ายบัญชีกรอกหลังนับเสร็จ ไม่พิมพ์ให้ผู้นับเห็น รหัสสินค้า ชื่อสินค้า ตำแหน่ง หน่วย นับรอบ 1 นับรอบ 2 ยอดระบบ ผลต่าง ผู้นับ / ผู้ตรวจ HW-0101 Bolt M10 ชั้น A-03 ตัว 4,880 4,880 5,000 −120 สมชาย / วิภา HW-0457 ดอกสว่าน 8 มม. ชั้น C-11 ดอก 430 430 400 +30 สมชาย / วิภา ตารางนี้คือตัวอย่างสต๊อกสินค้า 2 รายการของไทยฮาร์ดแวร์เทรด (ข้อมูลสมมติ) กิจการที่มีคลังหลายแห่ง ควรเพิ่มช่องรหัสคลัง และใส่วันเวลาที่นับไว้หัวกระดาษทุกแผ่น นับประจำปีต่างจากนับระหว่างปีอย่างไร ต่างกันที่จุดประสงค์ การนับระหว่างปีใช้ควบคุมและหาปัญหาเร็ว ส่วนการตรวจนับสินค้าคงเหลือประจำปีใช้เป็นตัวเลขปิดงบการเงิน จึงต้องนับครบทุกรายการ ณ วันสิ้นรอบบัญชี หรือวันที่ใกล้ที่สุดแล้วปรับยอดให้ถึงวันสิ้นรอบ ผู้สอบบัญชีมักขอเข้าสังเกตการณ์การนับปลายปีและสุ่มนับซ้ำ ไทยฮาร์ดแวร์เทรดจึงนัดผู้สอบบัญชีล่วงหน้า และเก็บใบนับต้นฉบับทุกแผ่นไว้ให้ตรวจ หลังได้จำนวนแล้ว ต้องตีมูลค่าสินค้า มาตรฐาน TFRS for NPAEs ย่อหน้า 8.4 ให้วัดมูลค่าด้วยราคาทุนหรือมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ (NRV)แล้วแต่ราคาใดจะต่ำกว่า และย่อหน้า 8.9 ให้คำนวณต้นทุนด้วยวิธีราคาเจาะจง เข้าก่อนออกก่อน หรือถัวเฉลี่ย ไม่มีวิธีเข้าหลังออกก่อน (LIFO) นับแล้วไม่ตรงระบบ เกิดจากอะไร และบันทึกบัญชีอย่างไร สาเหตุที่พบบ่อยมี 4 กลุ่ม คือบันทึกเอกสารรับจ่ายตกหล่นหรือผิดวัน สินค้าวางผิดที่หรือนับผิด สินค้าเสียหายที่ยังไม่ได้ตัดออก และสินค้าหาย ก่อนปรับยอด ให้ไล่หาสาเหตุทุกรายการ เพราะวิธีบันทึกบัญชีขึ้นกับสาเหตุ ถ้าผลต่างซ้ำในสินค้ากลุ่มเดิมหรือโซนเดิม ควรทบทวนการควบคุมคลัง เช่น สิทธิ์เข้าคลังและการเซ็นรับจ่าย ตามแนวทางการตรวจสอบภายใน สินค้าขาด ไทยฮาร์ดแวร์เทรดตรวจแล้วไม่พบเอกสารที่ตกหล่นของ Bolt M10 ที่ขาด 120 ตัว ต้นทุนตัวละ 12 บาท จึงบันทึกผลขาด 120 × 12 = 1,440 บาท รายการ เดบิต เครดิต ขาดทุนจากสินค้าขาด (หรือต้นทุนขาย ตามนโยบายบัญชี) 1,440 สินค้าคงเหลือ 1,440 สินค้าเกิน ดอกสว่านเกิน 30 ดอก ฝ่ายบัญชีพบว่าลูกค้าส่งคืนแล้วแต่ยังไม่ได้บันทึกใบลดหนี้ เมื่อบันทึกรับคืนตามเอกสาร ยอดในระบบก็ตรงกับของจริงโดยไม่ต้องปรับยอดลอย ๆ สินค้าขาดจากการตรวจนับ มีผลทางภาษีอย่างไร มีผลทั้งภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีเงินได้ ผู้ประกอบการจดภาษีมูลค่าเพิ่มที่ขายสินค้าต้องทำรายงานสินค้าและวัตถุดิบ ตามมาตรา 87(3) และถ้าสินค้าขาดจากรายงานนี้ คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.86/2542 ระบุว่าถือเป็นการขายสินค้าตามมาตรา 77/1(8)(จ) ความรับผิดในการเสียภาษีของสินค้าขาดเกิดเมื่อตรวจพบ ตามมาตรา 78/3 ไทยฮาร์ดแวร์เทรดจึงให้ผู้ทำบัญชีพิจารณาว่า Bolt M10 ที่ขาด 120 ตัว ต้องออกใบกำกับภาษีและรวมเป็นภาษีขายของเดือนที่ตรวจพบหรือไม่ และคำนวณฐานภาษีตามที่กฎหมายกำหนด ด้านภาษีเงินได้ มาตรา 65 ทวิ (6) ให้คำนวณสินค้าคงเหลือสิ้นรอบด้วยราคาทุนหรือราคาตลาดแล้วแต่อย่างใดจะน้อยกว่า และเมื่อเลือกหลักเกณฑ์คำนวณราคาทุนแล้ว จะเปลี่ยนได้เมื่อได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากร ใช้ Excel หรือโปรแกรมจัดการสินค้าดี ขึ้นกับจำนวนรายการและความถี่ของการรับจ่าย Excel พอใช้ได้เมื่อสินค้าน้อยและมีคนดูแลคนเดียว แต่เมื่อรายการเพิ่มหรือขายหลายช่องทาง ตัวเลขในไฟล์จะตามการรับจ่ายจริงไม่ทัน โปรแกรมที่เชื่อมสต๊อกกับเอกสารซื้อขาย ทำให้ยอดระบบที่ใช้เทียบตอนนับเป็นยอดล่าสุด และลดงานคีย์ซ้ำ ไทยฮาร์ดแวร์เทรดเปลี่ยนจาก Excel เมื่อสินค้าเกิน 1,000 รายการ เพราะใช้เวลาเทียบยอดหลังนับนานเกินไป ดูวิธีบริหารสต๊อกไม่ให้เงินจมเพิ่มเติม ข้อควรรู้เกี่ยวกับการนับสต๊อก สรุป – นับสต๊อกต้องจำอะไรบ้าง ถ้ากำลังจะปิดบัญชีสิ้นปี เริ่มวันนี้ด้วยการกำหนดวันนับ แบ่งโซน และพิมพ์ใบนับตามตัวอย่างในบทความให้ทีมคลังลองนับชั้นวางเดียวก่อน จะเห็นว่าขั้นตอนไหนต้องปรับก่อนวันจริง ปรับยอดสินค้าหลังตรวจนับด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ มีเมนูปรับปรุงจำนวนสินค้า ให้กรอกวันที่ตรวจนับและจำนวนที่นับได้ กรณีจำนวนลดลง ระบบบันทึกบัญชีเดบิตต้นทุนขายและเครดิตสินค้าให้ ส่วนกรณีจำนวนเพิ่มขึ้น ผู้ทำบัญชีบันทึกเองผ่านสมุดรายวัน ดูขั้นตอนทีละหน้าจอได้ที่ปรับปรุงจำนวนสินค้าใน PEAK ให้ยอดสต๊อกกับบัญชีอยู่ในระบบเดียวกันก่อนนับรอบถัดไป ทดลองใช้ PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ฟรี 30 วัน อ่านเรื่องสินค้าคงเหลือเพิ่มเติม แหล่งอ้างอิงข้อมูล คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการนับสต๊อก ควรนับสต๊อกบ่อยแค่ไหน ขึ้นกับความเร็วในการหมุนของสินค้า สินค้าที่รับจ่ายทุกวันหรือมูลค่าสูงควรนับแบบวนทุกสัปดาห์หรือทุกเดือน สินค้าหมุนช้านับทุกไตรมาสได้ และทุกกิจการควรนับทั้งหมดอย่างน้อยปีละครั้งตอนปิดงบ ยอดของจริงไม่ตรงกับระบบ ต้องทำอย่างไร หาสาเหตุก่อนปรับยอด ตรวจเอกสารรับจ่ายที่ยังไม่บันทึก นับซ้ำจุดที่ต่างมาก แล้วค่อยปรับยอดในระบบพร้อมบันทึกบัญชีและเหตุผล ถ้าผลต่างเกิดซ้ำ ให้ทบทวนการควบคุมคลัง FIFO กับถัวเฉลี่ยต่างกันอย่างไรในแง่ภาษี ต่างกันที่ต้นทุนขายในแต่ละงวด ช่วงราคาสินค้าขึ้น FIFO มักให้ต้นทุนต่ำกว่าและกำไรสูงกว่า เมื่อเลือกวิธีแล้วต้องใช้ต่อเนื่อง การเปลี่ยนวิธีทางภาษีต้องได้รับอนุมัติจากอธิบดี ดูเปรียบเทียบได้ที่วิธีตีราคาสินค้าคงเหลือ ธุรกิจขนาดเล็กจำเป็นต้องใช้โปรแกรมจัดการสต๊อกไหม ไม่จำเป็นเสมอไป ถ้าสินค้าน้อยและรับจ่ายไม่ถี่ Excel ยังพอใช้ได้ แต่เมื่อรายการเพิ่มหรือขายหลายช่องทาง โปรแกรมที่เชื่อมกับเอกสารซื้อขายและบัญชีจะลดงานเทียบยอดหลังนับได้มาก ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

26 ต.ค. 2026

PEAK Account

24 min

หนี้สิน คืออะไร ประเภท ตัวอย่าง และวิธีจัดการหนี้สินสำหรับธุรกิจ

หนี้สิน (Liabilities) คืออะไร และสำคัญอย่างไร หนี้สิน (Liabilities) คือ ภาระผูกพันทางการเงินที่กิจการต้องจ่ายคืนให้ผู้อื่นในอนาคต เช่น ซื้อสินค้ามาแต่ยังไม่ได้จ่าย หรือกู้เงินธนาคารมาขยายกิจการ ภาระเหล่านี้เป็นเรื่องปกติของธุรกิจทุกขนาด มาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ (TFRS for NPAEs) ปรับปรุง 2565 ย่อหน้า 3.18.2 นิยามว่าเป็นภาระผูกพันปัจจุบันที่เกิดจากเหตุการณ์ในอดีต และการชำระจะทำให้กิจการสูญเสียทรัพยากรเชิงเศรษฐกิจ กิจการรับรู้รายการนี้ในงบเมื่อเข้าเกณฑ์ครบ 2 ข้อ คือ ค่อนข้างแน่ว่าประโยชน์เชิงเศรษฐกิจจะออกจากกิจการ และวัดมูลค่าที่ต้องชำระได้อย่างน่าเชื่อถือ เรื่องนี้สำคัญอย่างน้อย 3 ด้าน ตลอดบทความนี้ใช้ตัวอย่าง บริษัท ลำปางเซรามิกเทรด จำกัด (ชื่อสมมุติ) ขายส่งกระเบื้องเซรามิกให้ผู้รับเหมา จด VAT แล้ว ณ 31 ธันวาคม 2569 มีสินทรัพย์รวม 5 ล้านบาท และภาระหนี้รวม 2 ล้านบาท ความหมายทางบัญชีต่างจากหนี้ส่วนตัวอย่างไร หนี้สิน หมายถึง ภาระของกิจการในทางบัญชี ไม่ใช่ภาระของเจ้าของ คำเดียวกันจึงใช้ได้ 2 บริบท และต้องแยกให้ออก โดยเฉพาะเจ้าของกิจการที่เคยใช้เงินส่วนตัวหมุนในธุรกิจ มุมมอง หนี้สินทางบัญชี (Liabilities) หนี้สินส่วนบุคคล (Personal Debt) ใครเป็นหนี้ บริษัท หรือกิจการ ตัวบุคคล ตัวอย่าง เจ้าหนี้การค้า เงินกู้ธนาคาร ภาษีค้างจ่าย หนี้บัตรเครดิต สินเชื่อบ้าน หนี้ กยศ. แสดงที่ไหน งบแสดงฐานะการเงิน (งบดุล) ข้อมูลเครดิตบูโร มองอย่างไร เป็นเรื่องปกติ ทุกธุรกิจมี ขึ้นกับเป้าหมายการกู้และกำลังจ่ายคืน ประเภทของหนี้สิน มีอะไรบ้าง หนี้สินมีกี่ประเภท ตอบสั้น ๆ คือ 2 ประเภทหลัก ได้แก่ หนี้สินหมุนเวียน และหนี้สินไม่หมุนเวียน มาตรฐาน NPAEs ย่อหน้า 4.8 กำหนดให้แยกแสดง 2 กลุ่มนี้ในงบแสดงฐานะการเงิน ตัวแบ่งหลักคือระยะเวลาที่ต้องชำระ นับจากวันสิ้นรอบระยะเวลารายงาน ไม่ใช่วันที่เกิดหนี้ หนี้สินหมุนเวียน มีอะไรบ้าง หนี้สินหมุนเวียน คือ หนี้ที่ต้องจ่ายคืนภายใน 12 เดือน หรือภายในรอบการดำเนินงานปกติ ภาษาอังกฤษเรียกว่า Current Liabilities เป็นภาระที่ส่งผลต่อสภาพคล่องของธุรกิจโดยตรง ตัวอย่างที่ SME พบบ่อย ได้แก่ เจ้าหนี้การค้า (ค่าสินค้าที่ซื้อมาแต่ยังไม่ได้จ่าย) ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย เช่น เงินเดือน ค่าเช่า ค่าสาธารณูปโภค ภาษีค้างนำส่ง และเงินกู้ระยะสั้น มาตรฐาน NPAEs ย่อหน้า 4.8.2 ให้จัดเป็นหนี้สินหมุนเวียนเมื่อเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง ข้อสุดท้ายมีผลกับเงินกู้ระยะยาวด้วย ถ้ากิจการผิดเงื่อนไขสัญญาเงินกู้ก่อนหรือ ณ วันสิ้นงวดจนเจ้าหนี้เรียกคืนได้ทันที ยอดนั้นต้องย้ายมาเป็นหนี้สินหมุนเวียน แม้เจ้าหนี้จะผ่อนผันให้ภายหลัง ลำปางเซรามิกเทรดมีภาษีมูลค่าเพิ่มค้างจ่ายและภาษีหัก ณ ที่จ่ายค้างนำส่ง 80,000 บาท กับเงินประกันสังคมค้างนำส่ง 20,000 บาท ทั้ง 2 รายการต้องจ่ายในเดือนถัดไป จึงอยู่ในกลุ่มนี้ เงินกู้ระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระใน 12 เดือน แสดงตรงไหน แสดงเป็นหนี้สินหมุนเวียน มาตรฐาน NPAEs ย่อหน้า 4.9.18 กำหนดให้แยกบรรทัด “เงินกู้ยืมระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี” ออกจากยอดเงินกู้ระยะยาวที่เหลือ ลำปางเซรามิกเทรดมีเงินกู้ธนาคารคงเหลือ 1,000,000 บาท ผ่อนปีละ 200,000 บาท งบสิ้นปี 2569 จึงแสดง 200,000 บาทเป็นหนี้สินหมุนเวียน และ 800,000 บาทเป็นหนี้สินไม่หมุนเวียน หนี้สินไม่หมุนเวียน มีอะไรบ้าง หนี้สินไม่หมุนเวียน คือ หนี้ที่ครบกำหนดชำระเกิน 12 เดือนนับจากวันสิ้นรอบระยะเวลารายงาน ภาษาอังกฤษเรียกว่า Non-current Liabilities มักเป็นหนี้ก้อนใหญ่ที่ใช้ลงทุนขยายธุรกิจ ตัวอย่างเช่น เงินกู้ระยะยาวจากธนาคาร (กู้ซื้อเครื่องจักร ที่ดิน อาคาร) หนี้สินตามสัญญาเช่าเงินทุน (ลีสซิ่งรถยนต์ เช่าเครื่องจักร) หุ้นกู้ที่บริษัทออก และประมาณการหนี้สินระยะยาว เช่น ผลประโยชน์พนักงานที่จะจ่ายในอนาคต TFRS for NPAEs ฉบับปรับปรุง 2565 ใช้คำว่า “สัญญาเช่าเงินทุน” แทนคำเดิม “สัญญาเช่าการเงิน” ดูวิธีจัดประเภทและรายการหนี้สินระยะยาวแบบละเอียดได้ในบทความเฉพาะเรื่อง รายการไหนที่ SME มักลืมบันทึก รายการที่หลุดบ่อยคือภาระที่ยังไม่มีใบแจ้งหนี้มาเตือน เพราะเกิดขึ้นแล้วแต่ยังไม่ถึงวันจ่าย ถ้าไม่บันทึก งบจะแสดงภาระต่ำกว่าความจริง หนี้สินธุรกิจ มีอะไรบ้าง 10 ตัวอย่างที่พบบ่อยใน SME รายการที่พบบ่อยมี 10 รายการตามตารางนี้ 8 รายการเป็นหนี้สินหมุนเวียน อีก 2 รายการเป็นหนี้สินไม่หมุนเวียน # รายการหนี้สิน ประเภท ตัวอย่างสถานการณ์ 1 เจ้าหนี้การค้า หมุนเวียน สั่งซื้อสินค้าจากซัพพลายเออร์ เครดิต 30 วัน 2 ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย หมุนเวียน เงินเดือนพนักงานสิ้นเดือนที่ยังไม่ได้จ่าย 3 ภาษีมูลค่าเพิ่มค้างจ่าย หมุนเวียน VAT ที่เก็บจากลูกค้าแล้ว รอยื่นแบบ ภ.พ.30 4 ภาษีหัก ณ ที่จ่ายค้างนำส่ง หมุนเวียน หักภาษีจากค่าจ้างฟรีแลนซ์ รอนำส่งสรรพากร 5 เงินกู้ยืมระยะสั้น หมุนเวียน วงเงิน OD หรือเงินกู้หมุนเวียนจากธนาคาร 6 เงินรับล่วงหน้า หมุนเวียน ลูกค้าจ่ายมัดจำก่อนรับสินค้า 7 เงินกู้ยืมระยะยาว ไม่หมุนเวียน กู้ธนาคารซื้อเครื่องจักร ผ่อน 5 ปี 8 หนี้สินตามสัญญาเช่าเงินทุน ไม่หมุนเวียน ลีสซิ่งรถกระบะใช้ในกิจการ 9 เงินประกันสังคมค้างนำส่ง หมุนเวียน สมทบทั้งฝั่งนายจ้างและลูกจ้าง รอนำส่ง 10 ดอกเบี้ยค้างจ่าย หมุนเวียน ดอกเบี้ยเงินกู้ที่เกิดแล้วแต่ยังไม่ถึงกำหนดจ่าย รายการที่ยอดมักสูงสุดใน SME คือเจ้าหนี้การค้า เพราะเกิดทุกครั้งที่ซื้อสินค้าแบบให้เครดิต ส่วนลีสซิ่งรถหรือเครื่องจักร ต้องดูเนื้อหาสัญญาก่อนว่าเป็นสัญญาเช่าเงินทุนหรือสัญญาเช่าดำเนินงาน เพราะแบบหลังไม่ได้แสดงเป็นหนี้สินในงบ งบของลำปางเซรามิกเทรดมี 8 จาก 10 รายการนี้ ขาดเพียงเงินกู้ยืมระยะสั้นกับดอกเบี้ยค้างจ่าย เพราะบริษัทไม่ได้ใช้วงเงิน OD และจ่ายดอกเบี้ยตรงงวดทุกเดือน หนี้สินในงบการเงิน แสดงอย่างไร แสดงในงบแสดงฐานะการเงิน (งบดุล) คู่กับส่วนของเจ้าของ และยอดรวม 2 ส่วนนี้ต้องเท่ากับสินทรัพย์รวมเสมอ ภายในส่วนหนี้สินแยกเป็นหมุนเวียนก่อน แล้วตามด้วยไม่หมุนเวียน ผู้อ่านงบมักดู 2 จุดแรก คือยอดหนี้สินหมุนเวียนเทียบสินทรัพย์หมุนเวียน และยอดหนี้รวมเทียบส่วนของเจ้าของ ภาพรวมการอ่านงบการเงินทั้งชุดดูต่อได้ในบทความเฉพาะ สมการบัญชีพื้นฐาน ใช้ตรวจงบอย่างไร ใช้ตรวจว่างบสมดุล สูตรคือ สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจ้าของ มาตรฐาน NPAEs ย่อหน้า 3.18.3 นิยามส่วนของเจ้าของว่าเป็นส่วนได้เสียคงเหลือในสินทรัพย์หลังหักภาระหนี้ทั้งสิ้น รายการของลำปางเซรามิกเทรด จำนวนเงิน (บาท) สินทรัพย์รวม 5,000,000 หนี้สินรวม 2,000,000 ส่วนของเจ้าของ 3,000,000 ตรวจสอบได้จาก 2,000,000 + 3,000,000 = 5,000,000 บาท ถ้ายอดไม่เท่ากัน แปลว่ามีรายการบันทึกตกหล่นหรือบันทึกผิดฝั่ง ตัวอย่างงบแสดงฐานะการเงิน ส่วนหนี้สินเป็นอย่างไร ส่วนหนี้สินของลำปางเซรามิกเทรด ณ 31 ธันวาคม 2569 แยกเป็นหมุนเวียน 1,000,000 บาท และไม่หมุนเวียน 1,000,000 บาท ตามตารางนี้ (ข้อมูลสมมติ) รายการ จำนวนเงิน (บาท) หนี้สินหมุนเวียน เจ้าหนี้การค้า 450,000 ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย 150,000 ภาษีมูลค่าเพิ่มค้างจ่ายและภาษีหัก ณ ที่จ่ายค้างนำส่ง 80,000 เงินประกันสังคมค้างนำส่ง 20,000 เงินรับล่วงหน้าจากลูกค้า 100,000 เงินกู้ยืมระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี 200,000 รวมหนี้สินหมุนเวียน 1,000,000 หนี้สินไม่หมุนเวียน เงินกู้ยืมระยะยาว (สุทธิจากส่วนที่ถึงกำหนดภายในหนึ่งปี) 800,000 หนี้สินตามสัญญาเช่าเงินทุน (รถกระบะส่งของ) 200,000 รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน 1,000,000 รวมหนี้สินทั้งสิ้น 2,000,000 D/E Ratio ใช้ดูภาระหนี้ของธุรกิจอย่างไร อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Debt to Equity Ratio หรือ D/E Ratio) ใช้ดูว่าธุรกิจพึ่งเงินกู้มากแค่ไหนเมื่อเทียบกับเงินของเจ้าของ สูตรคือ D/E Ratio = หนี้สินรวม ÷ ส่วนของเจ้าของ รายการ การคำนวณ ผล หนี้สินรวม 2,000,000 บาท ส่วนของเจ้าของ 3,000,000 บาท D/E Ratio 2,000,000 ÷ 3,000,000 0.67 เท่า ผล 0.67 เท่าหมายความว่าเงินทุนของเจ้าของทุก 1 บาท ธุรกิจมีภาระหนี้ 0.67 บาท ตัวเลขนี้ไม่มีเกณฑ์เดียวที่ใช้ได้ทุกธุรกิจ ให้เทียบกับเงื่อนไขในสัญญาเงินกู้ ค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม และแนวโน้มของกิจการเอง ธนาคารแต่ละแห่งอาจกำหนดเพดาน D/E Ratio ไว้ในสัญญาไม่เท่ากัน ก่อนกู้เพิ่มจึงควรเปิดสัญญาเดิมดูว่ามีเงื่อนไขนี้หรือไม่ ดูหนี้ระยะสั้นเทียบสินทรัพย์หมุนเวียนอย่างไร ใช้ Current Ratio คือสินทรัพย์หมุนเวียน ÷ หนี้สินหมุนเวียน ถ้ามากกว่า 1 แปลว่าสินทรัพย์ที่จะกลายเป็นเงินสดใน 12 เดือนมีมากกว่าภาระที่ต้องจ่ายในช่วงเดียวกัน ลำปางเซรามิกเทรดมีสินทรัพย์หมุนเวียน 1,500,000 บาท หารด้วยหนี้สินหมุนเวียน 1,000,000 บาท ได้ 1.5 เท่า และมีเงินทุนหมุนเวียน 1,500,000 − 1,000,000 = 500,000 บาท หนี้ดีกับหนี้เสีย ต่างกันอย่างไร ต่างกันที่เงินกู้สร้างรายได้กลับมามากกว่าดอกเบี้ยหรือไม่ หนี้ที่ดีช่วยให้ธุรกิจเติบโต ส่วนหนี้ที่เสียดึงกระแสเงินสดลงทุกเดือน เกณฑ์ หนี้ดี หนี้เสีย จุดประสงค์ ลงทุนสร้างรายได้เพิ่ม ใช้จ่ายที่ไม่สร้างรายได้ ตัวอย่าง กู้ซื้อเครื่องจักรเพิ่มกำลังผลิต กู้ขยายสาขา กู้มาจ่ายค่าใช้จ่ายประจำเพราะรายได้ไม่พอ ผลลัพธ์ ผลตอบแทนมากกว่าดอกเบี้ยที่จ่าย ดอกเบี้ยสะสมจนจ่ายไม่ไหว สัญญาณ ธุรกิจเติบโตหลังกู้ ต้องกู้เพิ่มเรื่อย ๆ เพื่อจ่ายหนี้เก่า ลำปางเซรามิกเทรดกำลังพิจารณากู้อีก 1,000,000 บาทสร้างโกดัง D/E จะขึ้นจาก 0.67 เป็น (2,000,000 + 1,000,000) ÷ 3,000,000 = 1.0 เท่า บริษัทจึงตั้งเงื่อนไขว่าจะกู้ต่อเมื่อค่าเช่าโกดังภายนอกที่ประหยัดได้และยอดขายที่เพิ่มขึ้น ครอบคลุมค่างวดและดอกเบี้ยรายปี ถ้าไม่ถึง ให้เช่าโกดังต่อไปก่อน วิธีจัดการและลดหนี้สินสำหรับธุรกิจทำอย่างไร เริ่มจากสำรวจหนี้ทั้งหมด จัดลำดับตามดอกเบี้ย เจรจากับเจ้าหนี้ ตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น แล้วติดตามตัวเลขสม่ำเสมอ ธุรกิจที่จัดการหนี้เป็นระบบจะเห็นปัญหาสภาพคล่องก่อนถึงวันที่ต้องจ่าย ธุรกิจมีภาระหนี้มาก ทำอย่างไรดี ทำตาม 5 ขั้นตอนนี้ตามลำดับ ลำปางเซรามิกเทรดทำตารางหนี้ 8 รายการตามงบ แล้วพบว่าเจ้าหนี้การค้า 450,000 บาทครบกำหนดพร้อมกันในเดือนมกราคม บริษัทจึงขอเลื่อนเครดิตกับซัพพลายเออร์ 2 รายจาก 30 วันเป็น 45 วัน ข้อควรรู้เกี่ยวกับหนี้สิน สรุป – หนี้สินต้องจำอะไรบ้าง เริ่มวันนี้ด้วยการเปิดงบเดือนล่าสุด ทำตารางหนี้ทุกรายการพร้อมวันครบกำหนด แล้วทำเครื่องหมายรายการที่ต้องจ่ายภายใน 3 เดือนข้างหน้า เพื่อเตรียมเงินสดหรือเจรจากับเจ้าหนี้ล่วงหน้า ติดตามเจ้าหนี้และงบแสดงฐานะการเงินด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ กำหนดบัญชีเจ้าหนี้แยกรายคู่ค้า บันทึกจ่ายชำระเงินให้เจ้าหนี้ และออกงบฐานะการเงินจากข้อมูลชุดเดียวกัน PEAK Board วิเคราะห์อัตราส่วนทางการเงินรายเดือน ไตรมาส หรือรายปี เจ้าของกิจการกับผู้ทำบัญชีจึงเห็นภาระหนี้ชุดเดียวกันก่อนตัดสินใจกู้เพิ่ม เริ่มจัดตารางหนี้ให้เป็นระบบ ทดลองใช้ PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ฟรี 30 วัน อ่านเรื่องงบการเงินเพิ่มเติม แหล่งอ้างอิงข้อมูล คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหนี้สิน หนี้สินกับค่าใช้จ่ายต่างกันอย่างไร ต่างกันที่ความหมายในงบ ค่าใช้จ่ายคือต้นทุนที่ใช้ไปในงวดและอยู่ในงบกำไรขาดทุน ส่วนภาระหนี้คือยอดที่ยังต้องจ่ายและอยู่ในงบแสดงฐานะการเงิน เงินเดือนธันวาคมที่ยังไม่จ่ายจึงเป็นทั้งค่าใช้จ่ายและค่าใช้จ่ายค้างจ่ายพร้อมกัน เงินกู้ยืมกรรมการจัดเป็นหมุนเวียนหรือไม่หมุนเวียน ขึ้นกับข้อตกลง ถ้าไม่มีกำหนดชำระหรือกรรมการเรียกคืนเมื่อใดก็ได้ กิจการไม่มีสิทธิเลื่อนชำระอย่างไม่มีเงื่อนไขอย่างน้อย 12 เดือน จึงจัดเป็นหนี้สินหมุนเวียน ถ้าสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะไม่เรียกคืนก่อน 12 เดือน จัดเป็นไม่หมุนเวียน เงินมัดจำที่รับจากลูกค้าเป็นรายได้หรือภาระที่ต้องคืน เป็นภาระก่อน กิจการบันทึกเป็นเงินรับล่วงหน้าในหนี้สินหมุนเวียนจนกว่าจะส่งสินค้าหรือให้บริการ แล้วจึงโอนเป็นรายได้ ถ้าไม่ส่งของตามสัญญา กิจการต้องคืนเงินก้อนนั้น นำสินเชื่อส่วนบุคคลมาใช้ในกิจการได้ไหม ได้ แต่ต้องแยกบัญชีให้ชัด สินเชื่อเป็นหนี้ของเจ้าของ ไม่ใช่ของบริษัท เมื่อนำเงินเข้าบริษัท ให้ตกลงก่อนว่าเป็นเงินให้กู้ยืมจากกรรมการหรือเงินเพิ่มทุน แล้วทำเอกสารรองรับ ผลทางภาษีของดอกเบี้ยให้ปรึกษาผู้ทำบัญชี ภาษีมูลค่าเพิ่มค้างจ่ายอยู่หมวดไหนในงบ อยู่ในหนี้สินหมุนเวียน เพราะต้องยื่นแบบและนำส่งภายในเดือนถัดไป ในงบมักแสดงรวมในเจ้าหนี้อื่นหรือหนี้สินหมุนเวียนอื่น ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

26 ต.ค. 2026

PEAK Account

17 min

ของขวัญลูกค้า หักภาษีได้ไหม มาดูกฎหมาย VAT และวิธีบันทึกบัญชี

ของขวัญลูกค้า คืออะไรในทางภาษี และสำคัญอย่างไร ของขวัญลูกค้า คือ สิ่งของที่กิจการให้ลูกค้าหรือคู่ค้าเพื่อรักษาความสัมพันธ์ทางธุรกิจ เช่น กระเช้าปีใหม่ ปฏิทิน หรือของที่ระลึก ในทางภาษีจัดเป็นค่ารับรอง จึงหักเป็นรายจ่ายได้เมื่อเข้าหลักเกณฑ์ในกฎกระทรวง ฉบับที่ 143 หลักเกณฑ์ปัจจุบันแก้ไขโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 222 (พ.ศ. 2542) ส่วนที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์เป็นรายจ่ายต้องห้ามตามประมวลรัษฎากรมาตรา 65 ตรี (4) เรื่องนี้สำคัญอย่างน้อย 3 ด้าน ตลอดบทความนี้ใช้ตัวอย่าง บริษัท ชลบุรีอะไหล่ยนต์ จำกัด (ชื่อสมมุติ) ขายส่งอะไหล่ให้อู่ซ่อมรถ จดภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว รายได้ปี 2569 รวม 25 ล้านบาท ทุนชำระแล้ว 5 ล้านบาท และวางแผนแจกกระเช้าปีใหม่ให้ลูกค้า 40 ราย ของขวัญลูกค้าหักภาษีได้ภายใต้เงื่อนไขอะไรบ้าง หักได้เมื่อครบ 7 เงื่อนไขตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 143 และที่แก้ไขโดยฉบับที่ 222 ขาดข้อใดข้อหนึ่ง รายจ่ายส่วนนั้นจะไม่เป็นค่ารับรองที่หักได้ เงื่อนไข รายละเอียด ลักษณะรายจ่าย จำเป็นตามธรรมเนียมทางการค้าทั่วไป และให้เพื่อประโยชน์ของกิจการ ผู้รับ ต้องไม่ใช่ลูกจ้างของกิจการ เว้นแต่ลูกจ้างที่มีหน้าที่เข้าร่วมรับรอง ผู้อนุมัติ กรรมการ หุ้นส่วน ผู้จัดการ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ต้องอนุมัติหรือสั่งจ่าย มูลค่าสิ่งของ ไม่เกินคนละ 2,000 บาทในแต่ละคราว เพดานทั้งปี ไม่เกินร้อยละ 0.3 ของยอดรายได้หรือยอดขาย หรือทุนที่ชำระแล้ว ณ วันสุดท้ายของรอบบัญชี แล้วแต่อย่างใดมากกว่า เพดานสูงสุด ไม่เกิน 10 ล้านบาท หลักฐาน มีใบรับหรือหลักฐานของผู้รับเงิน เว้นแต่ผู้รับไม่ต้องออกใบรับตามประมวลรัษฎากร ของที่มูลค่าเกิน 2,000 บาทต่อคนต่อคราวไม่เข้าหลักเกณฑ์ค่ารับรอง และส่วนที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์เป็นรายจ่ายต้องห้าม ส่วนวิธีบวกกลับให้ตรวจกับผู้ทำบัญชีของกิจการ ตัวอย่าง ชลบุรีอะไหล่ยนต์ตั้งใจให้ไวน์ราคา 3,210 บาทแก่เจ้าของอู่รายใหญ่ 1 ราย ของชิ้นนี้เกิน 2,000 บาท จึงต้องแยกพิจารณาจากกระเช้าที่ให้ลูกค้ารายอื่น เพดานร้อยละ 0.3 คิดอย่างไร คิดจากฐานที่มากกว่าระหว่างยอดรายได้หรือยอดขาย กับทุนที่ชำระแล้ว แล้วคูณร้อยละ 0.3 ยอดนี้เป็นวงเงินรวมของค่ารับรองทั้งปี ทั้งค่าเลี้ยง ค่าที่พัก และของขวัญ ไม่ใช่วงเงินของขวัญอย่างเดียว รายการของชลบุรีอะไหล่ยนต์ การคำนวณ จำนวนเงิน (บาท) เพดานจากยอดรายได้ 25,000,000 × 0.3% 75,000 เพดานจากทุนชำระแล้ว 5,000,000 × 0.3% 15,000 เพดานที่ใช้ (ฐานที่มากกว่า) 75,000 กระเช้าลูกค้า 40 ชุด 40 × 1,605 64,200 เลี้ยงรับรองลูกค้าปีใหม่ 18,000 ค่ารับรองรวม 64,200 + 18,000 82,200 ส่วนที่เกินเพดาน 82,200 − 75,000 7,200 ส่วนเกิน 7,200 บาทยังบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทางบัญชีได้ แต่ต้องบวกกลับตอนคำนวณกำไรสุทธิทางภาษี เหมือนค่าใช้จ่ายต้องห้ามรายการอื่น หลักเกณฑ์ค่ารับรองแบบครบทุกรายการ เช่น ค่าเลี้ยงและค่าที่พัก อ่านต่อได้ที่ค่ารับรอง ภาษีซื้อของขวัญลูกค้า นำมาเครดิตได้ไหม ไม่ได้ ภาษีซื้อที่เกิดจากรายจ่ายเพื่อการรับรอง รวมถึงค่าสิ่งของที่ให้ผู้ได้รับการรับรอง เป็นภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5 (4) ประกอบประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม ฉบับที่ 17 ข้อ 5 ข่าวดีคือภาษีซื้อต้องห้ามกลุ่มนี้นำไปรวมเป็นรายจ่ายได้ ประมวลรัษฎากรมาตรา 65 ตรี (6 ทวิ) ยกเว้นให้ภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5 (4) ไม่ต้องห้ามในการคำนวณกำไรสุทธิ กระเช้าของชลบุรีอะไหล่ยนต์ราคาชุดละ 1,500 บาท บวก VAT 105 บาท รวม 1,605 บาท ภาษีซื้อทั้ง 40 ชุดคือ 4,200 บาท บริษัทบันทึกยอด 64,200 บาททั้งก้อนเป็นค่ารับรอง ไม่แยก 4,200 บาทไปเครดิต ดูประเภทอื่นได้ที่ภาษีซื้อต้องห้าม ซื้อของขวัญให้ลูกค้า บันทึกบัญชีอย่างไร บันทึกเป็นค่ารับรองในหมวดค่าใช้จ่าย ด้วยยอดที่รวม VAT แล้ว แยกตามวิธีจ่ายเงิน และตอนปิดงบให้เทียบยอดรวมกับเพดานร้อยละ 0.3 เพื่อหาส่วนที่ต้องบวกกลับ จ่ายเงินสดหรือโอนทันที บัญชี เดบิต เครดิต ค่ารับรอง 64,200 เงินสด / เงินฝากธนาคาร 64,200 ซื้อเชื่อจากร้านค้า บัญชี เดบิต เครดิต ค่ารับรอง 64,200 เจ้าหนี้การค้า 64,200 ตอนยื่น ภ.ง.ด.50 (แบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี) ชลบุรีอะไหล่ยนต์บวกกลับ 7,200 บาทในรายการรายจ่ายที่ไม่ให้ถือเป็นรายจ่าย ตัวเลขทางบัญชีไม่ต้องแก้ ต้องเก็บเอกสารอะไรไว้รับรองค่าใช้จ่าย เก็บเอกสาร 3 อย่าง และหลักฐานเสริมอีก 1 อย่าง ให้พิสูจน์ได้ว่าซื้อจริง ให้ใคร มูลค่าต่อคนเท่าไร และใครอนุมัติ การอนุมัติหรือสั่งจ่ายโดยผู้มีอำนาจเป็นเงื่อนไขในกฎกระทรวงโดยตรง เอกสารลงนามจึงเป็นหลักฐานที่ดีที่สุด ชลบุรีอะไหล่ยนต์ให้ฝ่ายขายจัดทำรายชื่อลูกค้า 40 รายพร้อมลายมือชื่อผู้รับ แล้วให้กรรมการผู้จัดการลงนามอนุมัติก่อนสั่งซื้อ ของขวัญปีใหม่ให้พนักงาน ต่างจากให้ลูกค้าอย่างไร ต่างกันตั้งแต่ประเภทรายจ่าย ของขวัญที่ให้พนักงานไม่ใช่ค่ารับรอง เพราะผู้รับเป็นลูกจ้าง บริษัทบันทึกเป็นค่าสวัสดิการ ซึ่งไม่อยู่ในเพดานร้อยละ 0.3 ฝั่งพนักงาน กรมสรรพากรเคยตอบข้อหารือว่าค่าเลี้ยงงานปีใหม่เป็นการให้ตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณี ได้รับยกเว้นภาษีตามมาตรา 42 (10) แต่เงินสวัสดิการที่จ่ายเป็นเงินเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (1) ส่วนบริษัทหักเป็นรายจ่ายได้ เรื่อง ของขวัญลูกค้า ของขวัญพนักงาน ประเภทรายจ่าย ค่ารับรอง ค่าสวัสดิการ วงเงิน คนละไม่เกิน 2,000 บาทต่อคราว และเพดานร้อยละ 0.3 ไม่อยู่ในเพดานค่ารับรอง ฝั่งผู้รับ ไม่เกี่ยวกับภาษีของกิจการ ต้องดูว่าเป็นเงินได้หรือได้รับยกเว้น ของขวัญที่เป็นสิ่งของมูลค่าสูงหรือให้เฉพาะบางคน ให้ปรึกษาผู้ทำบัญชีว่าต้องรวมเป็นเงินได้ของพนักงานหรือไม่ รายการสวัสดิการอื่นอ่านได้ที่สวัสดิการพนักงาน ชลบุรีอะไหล่ยนต์แจกกระเช้าให้พนักงาน 25 คน คนละ 800 บาท รวม 20,000 บาท บันทึกเป็นค่าสวัสดิการแยกจากค่ารับรอง ยอดนี้จึงไม่ทำให้เพดาน 75,000 บาทเต็มเร็วขึ้น เลือกของขวัญปีใหม่ให้ลูกค้าอย่างไรให้หักภาษีได้ เลือกจากงบต่อคนไม่เกิน 2,000 บาท ทำรายชื่อผู้รับตั้งแต่ก่อนซื้อ และแยกของลูกค้าออกจากของพนักงาน จากนั้นค่อยเลือกประเภทของที่ลูกค้าใช้ได้จริง ชลบุรีอะไหล่ยนต์ตัดสินใจลดงบเลี้ยงรับรองปีหน้าลง เพราะปีนี้ค่ารับรองรวมเกินเพดาน 7,200 บาท ส่วนไวน์ 3,210 บาทเปลี่ยนเป็นกระเช้าราคาไม่เกิน 2,000 บาท ข้อควรรู้เกี่ยวกับของขวัญลูกค้า สรุป – ของขวัญลูกค้าต้องจำอะไรบ้าง ก่อนสั่งซื้อของขวัญปีใหม่ เริ่มวันนี้ด้วยการเปิดยอดค่ารับรองที่ใช้ไปแล้วทั้งปี คำนวณเพดานร้อยละ 0.3 แล้วทำรายชื่อลูกค้าพร้อมงบต่อคนไม่เกิน 2,000 บาท ส่งให้ผู้มีอำนาจอนุมัติก่อนสั่งซื้อ บันทึกค่ารับรองและแนบเอกสารด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ บันทึกค่าใช้จ่ายและแนบไฟล์เอกสาร ทั้งใบกำกับภาษี รายชื่อผู้รับ และเอกสารอนุมัติไว้กับรายการเดียวกัน ผู้ทำบัญชีจึงหยิบยอดค่ารับรองทั้งปีมาเทียบเพดานได้จากรายงานแยกประเภทตอนปิดงบ ให้เอกสารของขวัญปีใหม่ครบตั้งแต่วันซื้อ ทดลองใช้ PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ฟรี 30 วัน อ่านเรื่องภาษีนิติบุคคลเพิ่มเติม แหล่งอ้างอิงข้อมูล คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับของขวัญลูกค้า ของขวัญต้องมีโลโก้บริษัทถึงจะหักค่าใช้จ่ายได้ไหม ไม่ต้อง กฎกระทรวงไม่ได้กำหนดเรื่องโลโก้ เงื่อนไขอยู่ที่ผู้รับ ผู้อนุมัติ มูลค่าต่อคน เพดานทั้งปี และหลักฐาน โลโก้ช่วยให้เห็นว่าเป็นของเพื่อธุรกิจ แต่ไม่ใช่เงื่อนไขทางภาษี จัดงานเลี้ยงปีใหม่ที่มีทั้งลูกค้าและพนักงาน บันทึกอย่างไร แยกยอดตามผู้เข้าร่วม ส่วนของลูกค้าบันทึกเป็นค่ารับรองและอยู่ในเพดานร้อยละ 0.3 ส่วนของพนักงานบันทึกเป็นค่าสวัสดิการ พนักงานที่มีหน้าที่ต้อนรับลูกค้าในงานนับรวมในค่ารับรองได้ ซื้อเหล้าให้ลูกค้า บันทึกบัญชีอย่างไร บันทึกเป็นค่ารับรองเหมือนของขวัญอื่น ทั้งเหล้าและไวน์ต้องมีมูลค่าไม่เกินคนละ 2,000 บาทต่อคราว และนับรวมในเพดานร้อยละ 0.3 ภาษีซื้อเครดิตไม่ได้ แต่รวมเป็นค่าใช้จ่ายได้ ถ้าราคาใกล้ 2,000 บาท ให้ตรวจกับผู้ทำบัญชีว่านับมูลค่าก่อนหรือหลัง VAT ของขวัญเกิน 2,000 บาทต่อคน ต้องทำอย่างไร ของชิ้นนั้นไม่เข้าหลักเกณฑ์ค่ารับรอง และส่วนที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์เป็นรายจ่ายต้องห้าม ถ้ายังต้องการให้ ให้แจ้งผู้ทำบัญชีตั้งแต่ตอนบันทึก เพื่อบวกกลับตอนยื่น ภ.ง.ด.50 ให้ถูกต้อง ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

26 ต.ค. 2026

PEAK Account

21 min

ภาษีมรดก คืออะไร คิดยังไง อัตราภาษี วิธีคำนวณ และการยื่น ภ.ม.60

ภาษีมรดก คืออะไร และสำคัญอย่างไร ภาษีมรดก (Inheritance Tax) คือ ภาษีการรับมรดกที่เก็บจากผู้ได้รับมรดก เมื่อมรดกที่ได้รับจากเจ้ามรดกแต่ละรายรวมกันเกิน 100 ล้านบาท โดยเสียเฉพาะส่วนที่เกิน ผู้เสียคือผู้รับ ไม่ใช่กองมรดกหรือผู้ตาย กฎหมายที่ใช้คือพระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 ใช้กับมรดกของเจ้ามรดกที่ตายตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559 เป็นต้นไป และกรมสรรพากรอธิบายว่าเกณฑ์นี้ดูจากมูลค่าที่ทายาทแต่ละคนได้รับ สำหรับเจ้าของกิจการ เรื่องนี้สำคัญอย่างน้อย 3 ด้าน ตลอดบทความนี้ใช้ตัวอย่าง ครอบครัวผู้ก่อตั้ง บริษัท ศรีนครพลาสติก จำกัด (ชื่อสมมุติ) ผู้ก่อตั้งเสียชีวิต ทิ้งหุ้นบริษัท ที่ดินโรงงาน และเงินฝาก หลังหักหนี้ที่ตกทอดและส่วนที่ภรรยาได้รับแล้ว เหลือมรดกที่ส่งต่อให้ลูก 2 คนรวม 150 ล้านบาท ใครเป็นผู้เสียภาษี และใครไม่อยู่ในบังคับ ผู้เสียคือผู้ได้รับมรดกจากเจ้ามรดกแต่ละราย ได้แก่ บุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทยหรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย และนิติบุคคลที่ถือว่ามีสัญชาติไทย ตามมาตรา 11 และ 12 ของกฎหมายนี้ ผู้รับมรดกบางกลุ่มไม่อยู่ในบังคับ ที่สำคัญที่สุดสำหรับครอบครัวคือคู่สมรสของเจ้ามรดก มรดกที่คู่สมรสได้รับไม่ต้องเสียภาษีการรับมรดก ไม่ว่ามูลค่าจะเท่าไร ในกรณีศรีนครพลาสติก ภรรยาของผู้ก่อตั้งไม่ต้องเสียภาษีส่วนที่ตัวเองได้รับ ส่วนลูกทั้ง 2 คนเป็นผู้สืบสันดาน จึงต้องดูว่าแต่ละคนได้รับเกิน 100 ล้านบาทหรือไม่ ทรัพย์สินที่ต้องเสียภาษีมรดก มีอะไรบ้าง มี 5 ประเภท คือ อสังหาริมทรัพย์ หลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เงินฝากในประเทศไทย ยานพาหนะที่มีทะเบียน และทรัพย์สินทางการเงินที่กำหนดเพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกา ทรัพย์สินที่อยู่นอก 5 ประเภทนี้ไม่ถูกนำมารวมในฐานภาษี ภาษีมรดกที่ดิน คิดอย่างไร ที่ดิน บ้าน อาคาร และคอนโดมิเนียมรวมอยู่ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ นำมูลค่ามารวมกับทรัพย์สินอื่นที่ได้รับจากเจ้ามรดกคนเดียวกัน แล้วเสียภาษีเฉพาะส่วนที่เกิน 100 ล้านบาท ที่ดินจึงไม่ได้มีอัตราภาษีมรดกแยกต่างหาก มูลค่าอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ไม่ใช่ราคาซื้อขายจริง ทายาทที่ได้ที่ดินมายังมีภาษีรายปีของตัวเองด้วย อ่านเพิ่มที่ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หุ้นบริษัทครอบครัวนับรวมด้วยไหม นับรวม หุ้นของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ใช้มูลค่าทางบัญชีของรอบบัญชีก่อนรอบที่ได้รับกรรมสิทธิ์ ส่วนหุ้นในตลาดใช้ค่าที่สูงกว่าระหว่างมูลค่าทางบัญชีกับราคาเมื่อตลาดปิดในวันที่ได้รับมรดก กองมรดกของศรีนครพลาสติกจึงต้องนับทั้งหุ้นบริษัทที่ผู้ก่อตั้งถือ ที่ดินโรงงาน และเงินฝาก ส่วนที่ส่งต่อให้ลูกหลังหักหนี้และส่วนของภรรยาคือ 150 ล้านบาท สิทธิและหน้าที่ของผู้ถือหุ้นรายใหม่อ่านได้ที่ผู้ถือหุ้น เงินฝาก ยานพาหนะ และทรัพย์สินอื่นนับอย่างไร นับเฉพาะเงินฝากหรือเงินลักษณะเดียวกันที่อยู่ในประเทศไทย และยานพาหนะที่มีหลักฐานทางทะเบียน เช่น รถยนต์ ส่วนทรัพย์สินทางการเงินประเภทอื่นต้องมีพระราชกฤษฎีกากำหนดเพิ่มก่อน จึงจะนับรวม อัตราภาษีมรดกกี่เปอร์เซ็นต์ และคิดอย่างไร อัตราภาษีมรดกมี 2 อัตรา คือ ร้อยละ 10 สำหรับผู้รับทั่วไป และร้อยละ 5 เมื่อผู้รับเป็นบุพการีหรือผู้สืบสันดานของเจ้ามรดก ตามมาตรา 16 คิดเฉพาะมูลค่าส่วนที่เกิน 100 ล้านบาท ผู้รับมรดก อัตรา บุพการี (พ่อ แม่) หรือผู้สืบสันดาน (ลูก หลาน) ร้อยละ 5 ผู้รับอื่น เช่น พี่น้อง ญาติ เพื่อน ร้อยละ 10 คู่สมรสของเจ้ามรดก ไม่อยู่ในบังคับ สูตรคือ ภาษีมรดก = (มูลค่ามรดกที่ได้รับ − หนี้สินที่ตกทอด − 100,000,000) × อัตราภาษี ตัวอย่าง ศรีนครพลาสติกมีมรดกสุทธิที่ส่งต่อให้ลูก 150 ล้านบาท ภาระภาษีต่างกันมากตามวิธีแบ่ง วิธีแบ่ง การคำนวณ ภาษีที่ต้องเสีย ลูกคนโตรับทั้งหมด 150 ล้านบาท (150,000,000 − 100,000,000) × 5% 2,500,000 บาท ลูก 2 คนรับคนละ 75 ล้านบาท แต่ละคนไม่เกิน 100 ล้านบาท 0 บาท ถ้าผู้รับเป็นน้องของเจ้ามรดก 150 ล้านบาท (150,000,000 − 100,000,000) × 10% 5,000,000 บาท การแบ่งมรดกต้องเป็นไปตามพินัยกรรมหรือกฎหมายว่าด้วยมรดก ตัวอย่างนี้จึงแสดงผลทางภาษีของแต่ละแบบ ไม่ใช่คำแนะนำให้เลือกแบ่งเพื่อเลี่ยงภาษี กรณีไหนได้รับยกเว้น หรือไม่ต้องเสียภาษี ไม่ต้องเสียเมื่อมรดกที่ได้รับจากเจ้ามรดกรายเดียวรวมกันไม่เกิน 100 ล้านบาท และมีกรณีที่กฎหมายยกเว้นหรือไม่ใช้บังคับอีก 4 กลุ่ม ในกรณีศรีนครพลาสติก ส่วนที่ภรรยาได้รับไม่ต้องเสียภาษี ส่วนลูกต้องดูแยกรายคน ภาษีการรับให้ต่างจากภาษีมรดกอย่างไร ต่างกันที่จังหวะเวลา ภาษีมรดกเกิดเมื่อเจ้าของทรัพย์สินเสียชีวิต ส่วนภาษีการรับให้เกิดเมื่อโอนให้กันขณะยังมีชีวิต และอยู่ในประมวลรัษฎากร ไม่ใช่ใน พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดก เรื่อง ภาษีมรดก ภาษีการรับให้ เกิดเมื่อ เจ้ามรดกเสียชีวิต ให้กันขณะผู้ให้ยังมีชีวิต เกณฑ์ รับจากเจ้ามรดกแต่ละรายเกิน 100 ล้านบาท อสังหาฯ ให้บุตรชอบด้วยกฎหมาย ส่วนที่เกิน 20 ล้านบาท · เงินได้จากบุพการี ผู้สืบสันดาน คู่สมรส ส่วนที่เกิน 20 ล้านบาทต่อปี · จากผู้อื่นตามประเพณี ส่วนที่เกิน 10 ล้านบาทต่อปี อัตรา ร้อยละ 5 หรือ 10 เลือกเสียร้อยละ 5 แยกจากเงินได้อื่น หรือรวมคำนวณตามปกติ ผู้เสีย ผู้รับมรดก ผู้รับ ยกเว้นอสังหาฯ ที่ให้บุตร ผู้โอนเป็นผู้เสีย แบบที่ยื่น ภ.ม.60 ภ.ง.ด.94 (ครึ่งปี) หรือ ภ.ง.ด.90 (ทั้งปี) ตัวอย่างสมมติ ถ้าผู้ก่อตั้งศรีนครพลาสติกโอนที่ดินมูลค่า 30 ล้านบาทให้ลูกตอนยังมีชีวิต ส่วนที่เกิน 20 ล้านบาทคือ 10 ล้านบาท ภาษีร้อยละ 5 เท่ากับ 500,000 บาท และผู้โอนเป็นผู้เสีย การให้ที่ไม่เกินเกณฑ์ได้รับยกเว้นเป็นเงินได้ที่ได้รับการยกเว้นภาษีตามมาตรา 42 ของประมวลรัษฎากร ยื่นแบบ ภ.ม.60 และชำระภาษีอย่างไร ผู้มีหน้าที่เสียภาษีต้องยื่นแบบ ภ.ม.60 และชำระภาษีภายใน 150 วันนับแต่วันที่ได้รับมรดกที่เป็นเหตุให้มีหน้าที่เสียภาษี ยื่นได้ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาแห่งใดก็ได้ หรือสถานที่อื่นที่อธิบดีกำหนด ถ้าเงินก้อนไม่พอ ขอผ่อนชำระได้ไม่เกิน 5 ปี โดยยื่นคำร้องพร้อมแบบ เงื่อนไขหลักมีดังนี้ ยื่นช้าหรือยื่นขาดมีภาระเพิ่ม 3 แบบ คือ เบี้ยปรับ 1 เท่าของภาษีเมื่อไม่ยื่นภายในกำหนด เบี้ยปรับ 0.5 เท่าเมื่อยื่นขาด และเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนแต่ไม่เกินภาษีที่ต้องชำระ ถ้าไม่ยื่นโดยไม่มีเหตุอันสมควรมีโทษปรับไม่เกิน 500,000 บาท ถ้าลูกคนโตของศรีนครพลาสติกรับทั้ง 150 ล้านบาท ต้องยื่น ภ.ม.60 ภายใน 150 วัน และขอผ่อนภาษี 2,500,000 บาทภายใน 2 ปีได้โดยไม่เสียเงินเพิ่ม ช่องทางยื่นออนไลน์ให้ตรวจล่าสุดกับกรมสรรพากรก่อนยื่น เจ้าของกิจการควรเตรียมอะไรก่อนส่งต่อธุรกิจ เตรียม 3 เรื่อง ได้แก่ บัญชีทรัพย์สินทั้งหมด การแยกทรัพย์สินของบริษัทออกจากของส่วนตัว และการเทียบภาระภาษีระหว่างส่งต่อเป็นมรดกกับโอนให้ขณะมีชีวิต ยิ่งเริ่มเร็ว ทางเลือกยิ่งมาก หลักการวางแผนทั่วไปอ่านได้ที่การวางแผนภาษี ครอบครัวศรีนครพลาสติกพบว่าที่ดินโรงงานเป็นชื่อผู้ก่อตั้ง ไม่ใช่ชื่อบริษัท จึงต้องนับเป็นมรดกส่วนตัว เรื่องที่มีหลายทางเลือกแบบนี้ควรให้ที่ปรึกษาภาษีและผู้จัดการมรดกดูเอกสารจริง เมื่อผู้ถือหุ้นใหญ่เสียชีวิต บริษัทต้องทำอะไรบ้าง บริษัทยังเป็นนิติบุคคลเดิม งบการเงินและภาษีของบริษัทดำเนินต่อตามปกติ สิ่งที่เปลี่ยนคือผู้ถือหุ้นและอาจรวมถึงกรรมการ งานหลักจึงเป็นการโอนหุ้นตามมรดกและแก้ทะเบียนให้ตรงกับความจริง ขั้นตอนและเอกสารอ่านได้ที่เปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น ศรีนครพลาสติกแก้ทะเบียนผู้ถือหุ้นหลังผู้จัดการมรดกโอนหุ้นให้ลูก 2 คน และใช้มูลค่าทางบัญชีจากงบของรอบบัญชีก่อนรอบที่ลูกได้รับหุ้นเป็นฐานคำนวณมูลค่า ข้อควรรู้เกี่ยวกับภาษีมรดก สรุป – ภาษีมรดกต้องจำอะไรบ้าง ถ้าเป็นเจ้าของกิจการที่ถือหุ้นและที่ดินมูลค่าสูง เริ่มวันนี้ด้วยการทำรายการทรัพย์สินว่าอะไรเป็นชื่อบริษัท อะไรเป็นชื่อตัวเอง พร้อมมูลค่าโดยประมาณ แล้วนำรายการนี้ไปคุยกับผู้เชี่ยวชาญภาษี เตรียมข้อมูลบริษัทให้ทายาทใช้ต่อด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ออกรายงานบัญชีและงบการเงินจากรายการที่บันทึกตลอดปี ทายาทและผู้ทำบัญชีจึงมีงบล่าสุดของบริษัทพร้อมใช้ เมื่อต้องประเมินมูลค่าหุ้นหรือจัดการเรื่องผู้ถือหุ้น ส่วนทรัพย์สินที่เป็นชื่อบริษัท PEAK Asset ช่วยเก็บทะเบียนและติดตามสินทรัพย์ขององค์กรไว้ในระบบเดียว เริ่มจัดข้อมูลบริษัทให้เป็นระบบตั้งแต่วันนี้ ทดลองใช้ PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ฟรี 30 วัน อ่านเรื่องภาษีและเงินได้เพิ่มเติม แหล่งอ้างอิงข้อมูล คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาษีมรดก ที่ดินมรดกเสียภาษีกี่เปอร์เซ็นต์ ไม่มีอัตราแยกสำหรับที่ดิน มูลค่าที่ดินรวมกับมรดกอื่นจากเจ้ามรดกคนเดียวกัน ถ้าเกิน 100 ล้านบาท ส่วนที่เกินเสียร้อยละ 5 เมื่อผู้รับเป็นบุพการีหรือผู้สืบสันดาน และร้อยละ 10 สำหรับคนอื่น ถ้าภายหลังขายที่ดินนั้น ให้ดูขายที่ดินต้องเสียภาษีอะไรบ้าง มรดกไม่ถึง 100 ล้านบาท ต้องยื่นแบบไหม กฎหมายกำหนดให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีการรับมรดกเป็นผู้ยื่น ภ.ม.60 ผู้ที่ได้รับรวมไม่เกิน 100 ล้านบาทจึงไม่มีภาษีต้องชำระ ถ้าไม่แน่ใจเรื่องมูลค่าทรัพย์สินที่ได้รับ ให้สอบถามสำนักงานสรรพากรพื้นที่ รับมรดกเป็นหุ้นบริษัทครอบครัว ต้องเสียภาษีไหม ต้องนับรวม หุ้นของบริษัทจำกัดเป็นทรัพย์สินที่อยู่ในฐานภาษี และกรมสรรพากรมีหลักเกณฑ์คำนวณมูลค่า ถ้ามูลค่าหุ้นรวมกับมรดกอื่นจากเจ้ามรดกคนเดียวกันเกิน 100 ล้านบาท ต้องเสียภาษีส่วนที่เกิน จ่ายภาษีมรดกไม่ไหว ผ่อนได้ไหม ได้ ยื่นคำร้องขอผ่อนพร้อมแบบ ภ.ม.60 ผ่อนได้ไม่เกิน 5 ปี ผ่อนภายใน 2 ปีไม่เสียเงินเพิ่ม เกิน 2 ปีเสียเงินเพิ่มร้อยละ 0.50 ต่อเดือน และต้องวางหลักประกันภายใน 30 วัน โอนธุรกิจให้ลูกตอนยังมีชีวิต ต้องเสียภาษีมรดกไหม ไม่ใช่ภาษีมรดก แต่เข้าเรื่องภาษีการรับให้ เช่น โอนอสังหาริมทรัพย์ให้บุตรชอบด้วยกฎหมาย ส่วนที่เกิน 20 ล้านบาทเสียร้อยละ 5 โดยผู้โอนเป็นผู้เสีย ส่วนเงินหรือทรัพย์สินอื่นมีเกณฑ์ต่อปีของผู้รับ ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

26 ต.ค. 2026

PEAK Account

24 min

ที่ปรึกษาภาษี คืออะไร หน้าที่ วิธีเลือก ค่าบริการ และช่องทางปรึกษาฟรี

ที่ปรึกษาภาษี คืออะไร และสำคัญอย่างไร ที่ปรึกษาภาษี (Tax Consultant หรือ Tax Advisor) คือ บุคคลหรือบริษัทที่มีความรู้เฉพาะทางด้านกฎหมายภาษี ทำหน้าที่ให้คำแนะนำ วางแผน และจัดการเรื่องภาษีให้กับธุรกิจหรือบุคคลธรรมดา ช่วยให้เสียภาษีถูกต้องและไม่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด กฎหมายภาษีหลักของไทยคือประมวลรัษฎากร ผู้ที่ทำงานด้านนี้มักเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) นักบัญชีที่ชำนาญภาษี หรือทนายความด้านภาษี แต่ละกลุ่มมีใบอนุญาตและขอบเขตงานต่างกัน สำหรับเจ้าของกิจการ การมีคนช่วยดูเรื่องภาษีสำคัญอย่างน้อย 3 ด้าน ตลอดบทความนี้ใช้ตัวอย่าง บริษัท สยามแพ็คซัพพลาย จำกัด (ชื่อสมมุติ) จัดจำหน่ายบรรจุภัณฑ์ให้โรงงาน จดภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว รายได้ปีละ 38 ล้านบาท และเพิ่งเริ่มจ่ายค่าซอฟต์แวร์ให้ผู้ให้บริการต่างประเทศ หน้าที่ของที่ปรึกษาภาษี มีอะไรบ้าง งานหลักมี 3 ด้าน คือ วางแผนภาษีล่วงหน้า ตอบคำถามและเตรียมยื่นแบบ และช่วยแก้ปัญหาเมื่อมีข้อพิพาทกับกรมสรรพากร บางรายรับครบทั้ง 3 ด้าน บางรายรับเฉพาะเรื่อง จึงควรถามขอบเขตก่อนจ้าง วางแผนภาษี (Tax Planning) ช่วยธุรกิจอย่างไร ช่วยให้เห็นภาระภาษีก่อนตัดสินใจ การวางแผนภาษีคือการดูโครงสร้างรายได้ รายจ่าย และธุรกรรมที่กำลังจะเกิด แล้วเลือกทางที่ถูกกฎหมายและภาระภาษีเหมาะสม เช่น จังหวะการซื้อสินทรัพย์ หรือรายจ่ายที่หักได้เพิ่ม ดูตัวอย่างเทคนิคที่ใช้ได้จริงในวิธีประหยัดภาษีนิติบุคคล ถ้าธุรกิจกำลังลงทุนขยายกิจการ ที่ปรึกษาอาจช่วยดูว่าเข้าเงื่อนไขสิทธิประโยชน์ BOI หรือไม่ สิทธิแบบนี้เป็นการยกเว้นหรือลดภาษีตามเงื่อนไขการส่งเสริม ไม่ใช่การลดหย่อนทั่วไป ให้คำปรึกษาและเตรียมยื่นแบบทำอะไรบ้าง ตอบคำถามที่ผู้ประกอบการไม่แน่ใจ เช่น ต้องจด VAT หรือยัง จ่ายเงินแบบนี้ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายเท่าไร หรือรายจ่ายนี้หักได้ไหม บางรายช่วยตรวจเอกสารและเตรียมแบบภาษีก่อนยื่น กรณีสยามแพ็คซัพพลาย คำถามแรกคือค่าซอฟต์แวร์ที่จ่ายไปต่างประเทศต้องดูเรื่องภาษีอะไรบ้าง ที่ปรึกษาจะดูทั้งภาษีที่ผู้จ่ายต้องนำส่งและอนุสัญญาภาษีซ้อนของประเทศผู้รับเงิน ตรวจสอบและแก้ปัญหาเมื่อสรรพากรเรียกตรวจอย่างไร ทบทวนแบบที่ยื่นไปแล้ว หาจุดที่ผิด และเตรียมคำชี้แจงพร้อมเอกสาร ถ้าเจอข้อผิดพลาดจริง จะแนะนำให้ยื่นแบบเพิ่มเติมโดยเร็ว เพราะภาษีที่ชำระขาดมีเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนตามมาตรา 27 ยิ่งช้ายิ่งสะสม จ้างสำนักงานบัญชี ผู้สอบบัญชี หรือผู้เชี่ยวชาญภาษี ต่างกันอย่างไร ต่างกันที่งานหลัก ผู้เชี่ยวชาญภาษีเน้นการตัดสินใจและปัญหาเฉพาะเรื่อง สำนักงานบัญชีดูแลการบันทึกบัญชีและยื่นแบบประจำ ผู้สอบบัญชีตรวจและรับรองงบการเงิน ส่วนโปรแกรมบัญชีเป็นเครื่องมือเก็บข้อมูล เกณฑ์ ที่ปรึกษาภาษี สำนักงานบัญชี ผู้สอบบัญชี (CPA / TA) โปรแกรมบัญชี งานหลัก วางแผนภาษี ตอบคำถามเฉพาะเรื่อง ช่วยเมื่อถูกตรวจ บันทึกบัญชี ปิดงบ ยื่นแบบรายเดือนและรายปี ตรวจสอบและแสดงความเห็นต่องบการเงิน บันทึกรายการ ออกเอกสาร ดูรายงาน ช่วงที่ใช้ ก่อนตัดสินใจ หรือเมื่อมีปัญหา ทุกเดือน ปีละครั้งหลังปิดงบ ทุกวัน รูปแบบค่าบริการ รายครั้ง รายเดือน หรือรายโปรเจกต์ รายเดือน ต่องานตรวจสอบ ค่าใช้งานตามแพ็กเกจ สามบทบาทนี้ทำงานร่วมกันได้ หลายกิจการจ้างสำนักงานบัญชีดูงานประจำ แล้วจ้างผู้เชี่ยวชาญภาษีเฉพาะเรื่องที่ซับซ้อน ส่วนผู้สอบบัญชีเข้ามาตรวจและแสดงความเห็นต่องบปีละครั้ง เมื่อไรธุรกิจควรปรึกษาภาษีกับผู้เชี่ยวชาญ เมื่อการตัดสินใจครั้งนั้นมีผลภาษีมากหรือผิดแล้วแก้ยาก ไม่ใช่ทุกกิจการต้องจ้างประจำ สัญญาณที่ควรเริ่มปรึกษาภาษีมี 5 แบบ สยามแพ็คซัพพลายเข้าข่าย 2 ข้อพร้อมกัน คือจ่ายเงินไปต่างประเทศ และได้รับหนังสือเชิญพบจากสรรพากรพื้นที่ จึงตัดสินใจหาผู้เชี่ยวชาญช่วยดูเอกสารก่อนวันนัด ถ้าปล่อยไว้จนถูกประเมิน ภาระจะย้อนไปหลายปี ดูความเสี่ยงได้ที่ภาษีย้อนหลัง วิธีเลือกที่ปรึกษาภาษีที่ดี ควรดูอะไรบ้าง ดู 3 เรื่อง ได้แก่ ใบอนุญาตที่ตรวจสอบได้ ประสบการณ์ในธุรกิจแบบเดียวกัน และขอบเขตงานที่เขียนไว้ชัด เลือกผิดคนอาจเสียทั้งค่าบริการและเวลา โดยปัญหาเดิมยังไม่จบ ใบอนุญาตและคุณสมบัติที่ต้องเช็ก มีอะไรบ้าง ให้ขอดูใบอนุญาตที่ตรวจสอบได้ ตำแหน่งที่ปรึกษาเป็นชื่อเรียกงาน ส่วนใบอนุญาตที่ใช้ยืนยันความรู้มีหลายแบบ แต่ละแบบออกโดยหน่วยงานต่างกัน ความต่างของ CPA และ TA อ่านเพิ่มได้ที่ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ประสบการณ์ในอุตสาหกรรมสำคัญแค่ไหน สำคัญมาก เพราะแต่ละธุรกิจมีจุดเสี่ยงทางภาษีต่างกัน ร้านค้าออนไลน์มีเรื่องค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มและ VAT ธุรกิจก่อสร้างมีเรื่องภาษีหัก ณ ที่จ่ายหลายขั้น ส่วนธุรกิจนำเข้ามีเรื่องภาษีศุลกากร ให้ถามตรง ๆ ว่าเคยดูแลธุรกิจแบบเดียวกันกี่ราย และเคยช่วยลูกค้าตอบหนังสือจากกรมสรรพากรหรือไม่ สยามแพ็คซัพพลายเลือกผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาต CPA และเคยดูแลธุรกิจจัดจำหน่าย ต้องตกลงขอบเขตงานอะไรก่อนจ้าง ต้องเขียนให้ชัดว่าที่ปรึกษาทำอะไร และกิจการต้องทำอะไรเอง เช่น ใครเป็นคนยื่นแบบ ใครลงนาม คำแนะนำส่งเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ และถ้าต้องไปพบเจ้าหน้าที่ คิดค่าบริการเพิ่มอย่างไร เก็บใบเสนอราคาและสัญญาไว้กับเอกสารบัญชี ภาระภาษียังเป็นของกิจการ คำแนะนำที่เป็นลายลักษณ์อักษรจึงช่วยให้ย้อนดูได้ว่าตัดสินใจจากข้อมูลอะไร ก่อนเริ่มปรึกษาภาษี ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง เตรียมเอกสาร 4 กลุ่ม จะช่วยให้การคุยครั้งแรกตรงประเด็นและไม่ต้องนัดซ้ำ ยิ่งเอกสารครบ ผู้เชี่ยวชาญยิ่งประเมินงานและค่าบริการได้แม่นขึ้น สยามแพ็คซัพพลายเตรียมงบการเงิน 2 ปี แบบ ภ.พ.30 ครบ 12 เดือน แบบ ภ.ง.ด.50 ปีล่าสุด สัญญาซอฟต์แวร์ และหนังสือเชิญพบฉบับจริงไปในวันแรก ค่าบริการที่ปรึกษาภาษีคิดอย่างไร คิดได้ 3 แบบ คือ รายครั้งหรือรายชั่วโมง รายเดือน และรายโปรเจกต์ ราคาขึ้นกับความซับซ้อน ปริมาณเอกสาร ความเร่งด่วน และต้องไปพบเจ้าหน้าที่หรือไม่ จึงควรขอใบเสนอราคาจาก 2 ถึง 3 รายด้วยขอบเขตงานเดียวกัน รูปแบบ เหมาะกับ สิ่งที่ควรระบุในใบเสนอราคา รายครั้งหรือรายชั่วโมง คำถามเฉพาะเรื่อง ต้องการความเห็นเร็ว จำนวนชั่วโมง คำตอบเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ รายเดือน กิจการที่มีคำถามภาษีต่อเนื่อง จำนวนครั้งที่ปรึกษาได้ งานที่รวมและไม่รวม รายโปรเจกต์ ถูกเรียกตรวจ ปรับโครงสร้าง ธุรกรรมต่างประเทศ ขอบเขต ระยะเวลา ค่าใช้จ่ายเพิ่มเมื่องานเกินขอบเขต สำหรับงานตรวจบัญชีของ TA กรมสรรพากรกำหนดว่าตกลงค่าธรรมเนียมกันได้ แต่ห้ามคิดเป็นอัตราจากยอดรายได้หรือมูลค่าสินทรัพย์ของกิจการ สยามแพ็คซัพพลายได้รับใบเสนอราคาแบบโปรเจกต์ 40,000 บาท ครอบคลุมการตรวจเอกสาร เตรียมคำชี้แจง และไปพบเจ้าหน้าที่ 1 ครั้ง จ่ายค่าที่ปรึกษาภาษี ต้องหัก ณ ที่จ่ายและลงบัญชีอย่างไร ขึ้นกับผู้รับเงิน ถ้าจ่ายให้บุคคลธรรมดา กรมสรรพากรตอบข้อหารือว่าค่าที่ปรึกษาภาษีและบัญชีเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(2) ผู้จ่ายต้องหักภาษีตามมาตรา 50(1) ถ้าจ่ายให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ให้หักร้อยละ 3 ตามคำสั่ง ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 หลักการหักและนำส่งทั่วไปอ่านได้ที่ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ตัวอย่าง สยามแพ็คซัพพลายจ่ายค่าที่ปรึกษาให้บริษัทที่ปรึกษาที่จด VAT ยอดโอนจริงคำนวณได้ดังนี้ รายการ จำนวนเงิน (บาท) ค่าที่ปรึกษาตามใบเสนอราคา 40,000 ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% (40,000 × 7%) 2,800 หักภาษี ณ ที่จ่าย 3% (40,000 × 3%) (1,200) ยอดโอนจริง (40,000 + 2,800 − 1,200) 41,600 ค่าที่ปรึกษาที่เกี่ยวกับกิจการและมีหลักฐานครบเป็นรายจ่ายที่หักได้ ส่วนรายจ่ายที่ไม่เกี่ยวกับกิจการเป็นค่าใช้จ่ายต้องห้าม บริษัทนี้รายได้เกินเกณฑ์ SME จึงเสียภาษีร้อยละ 20 รายจ่าย 40,000 บาทลดภาษีได้ประมาณ 8,000 บาท ภาษีซื้อ 2,800 บาทนำไปเครดิตใน ภ.พ.30 ได้เมื่อได้รับใบกำกับภาษีที่ถูกต้อง และบริษัทต้องออกหนังสือรับรอง 50 ทวิ พร้อมยื่น ภ.ง.ด.53 สำหรับเงินที่หักไว้ ปรึกษาเรื่องภาษีฟรีได้ที่ไหนบ้าง ปรึกษาเรื่องภาษีฟรีได้ผ่านช่องทางของกรมสรรพากร 2 ช่องทางหลัก คือระบบนัดหมาย e-Appointment และศูนย์ RD Intelligence Center 1161 เหมาะกับคำถามข้อกฎหมายเบื้องต้นก่อนตัดสินใจจ้างผู้เชี่ยวชาญ นัดหมายผ่าน e-Appointment กรมสรรพากร ทำอย่างไร กรอกข้อมูลในระบบให้ครบ แล้วรอเจ้าหน้าที่ติดต่อตามวันและรอบเวลาที่นัด ระบบนี้ให้ความเห็นข้อกฎหมายภาษีอากรเบื้องต้นแก่บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ตามข้อเท็จจริงที่ผู้ขอแจ้งเท่านั้น ข้อมูลที่ต้องกรอกตามหน้าe-Appointment ของกรมสรรพากร มีดังนี้ ถ้าเจ้าหน้าที่ติดต่อไม่ได้ตามนัด ระบบถือว่าไม่ประสงค์รับความเห็น และห้ามบันทึกเสียงหรือภาพระหว่างรับบริการ สยามแพ็คซัพพลายใช้ช่องทางนี้ถามเรื่องภาษีของค่าซอฟต์แวร์ต่างประเทศก่อนวันพบที่ปรึกษา โทรถาม RD Intelligence Center 1161 ได้ไหม ได้ หมายเลข 1161 คือศูนย์ RD Intelligence Center ของกรมสรรพากร เหมาะกับคำถามสั้น ๆ เช่น กำหนดยื่นแบบ หรือขั้นตอนการยื่นออนไลน์ ระวังสายแอบอ้าง กรมสรรพากรเตือนว่าไม่มีเจ้าหน้าที่โทรติดตามชำระภาษีหรือแจ้งคืนเงิน คำตอบจากทั้งสองช่องทางเป็นความเห็นเบื้องต้นจากข้อเท็จจริงที่แจ้ง ถ้าเรื่องซับซ้อนหรือมีเงินภาษีจำนวนมาก ควรให้ผู้ทำบัญชีหรือผู้เชี่ยวชาญดูเอกสารจริงอีกครั้ง ข้อควรรู้ก่อนจ้างผู้เชี่ยวชาญภาษี สรุป – ที่ปรึกษาภาษีต้องจำอะไรบ้าง ถ้ามีเรื่องภาษีค้างใจอยู่ เริ่มวันนี้ด้วยการเขียนคำถาม 3 ข้อที่สำคัญที่สุด รวบรวมงบการเงินและแบบภาษีปีล่าสุด แล้วจองคิว e-Appointment ก่อน ถ้าคำตอบยังไม่พอ ค่อยนำชุดเอกสารนี้ไปขอใบเสนอราคาจากผู้เชี่ยวชาญ ส่งข้อมูลบัญชีให้ผู้เชี่ยวชาญได้ครบด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ออกรายงานบัญชีและงบการเงินจากรายการที่บันทึกตลอดปี ผู้ทำบัญชีและที่ปรึกษาจึงดูข้อมูลชุดเดียวกัน ไม่ต้องรวบรวมไฟล์ใหม่ทุกครั้งที่มีคำถาม ส่วนภาษีหัก ณ ที่จ่ายของค่าบริการที่จ่ายออก PEAK Tax สร้างแบบ ภ.ง.ด.3 ภ.ง.ด.53 และหนังสือรับรอง 50 ทวิ และนำออกไฟล์เพื่อยื่นออนไลน์ได้ เตรียมข้อมูลให้พร้อมก่อนนัดปรึกษาครั้งถัดไป ทดลองใช้ PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ฟรี 30 วัน อ่านเรื่องภาษีธุรกิจเพิ่มเติม แหล่งอ้างอิงข้อมูล คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับที่ปรึกษาภาษี ค่าที่ปรึกษาเป็นเงินได้มาตราไหน ส่วนใหญ่เป็นเงินได้ตามมาตรา 40(2) กรมสรรพากรตอบข้อหารือว่าค่าที่ปรึกษาภาษีและบัญชีที่บุคคลธรรมดาได้รับเป็นเงินได้จากการรับทำงานให้ และศาลฎีกาเคยวินิจฉัยว่าค่าที่ปรึกษารายเดือนไม่ใช่ 40(6) ถ้าลักษณะงานต่างไป ให้ตรวจกับกรมสรรพากร ดูประเภทเงินได้ทั้งหมดที่เงินได้พึงประเมิน 8 ประเภท ที่ปรึกษาภาษีกับนักบัญชีทำงานต่างกันอย่างไร นักบัญชีบันทึกรายการ ปิดงบ และยื่นแบบตามกำหนด ส่วนผู้เชี่ยวชาญภาษีดูการตัดสินใจและปัญหาเฉพาะเรื่อง เช่น วางแผนก่อนลงทุน หรือตอบหนังสือจากสรรพากร กิจการส่วนใหญ่ใช้นักบัญชีเป็นหลัก แล้วจ้างผู้เชี่ยวชาญเป็นครั้งคราว ธุรกิจขนาดเล็กต้องจ้างผู้เชี่ยวชาญภาษีไหม ไม่จำเป็นเสมอไป ถ้าธุรกิจไม่ซับซ้อนและมีผู้ทำบัญชีดูแลอยู่แล้ว เริ่มจากช่องทางฟรีของกรมสรรพากรได้ แต่เมื่อมีธุรกรรมต่างประเทศ ได้รับหนังสือจากสรรพากร หรือกำลังเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญอย่างน้อยหนึ่งครั้ง ค่าที่ปรึกษาภาษีหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ไหม ได้ ถ้าเป็นรายจ่ายเพื่อกิจการและมีหลักฐานครบ เช่น ใบเสนอราคา ใบกำกับภาษีหรือใบเสร็จ และหลักฐานการหักภาษี ณ ที่จ่าย ค่าที่ปรึกษาเรื่องส่วนตัวของกรรมการไม่เกี่ยวกับกิจการ จึงหักไม่ได้ ปรึกษาภาษีกับกรมสรรพากรฟรีได้จริงไหม ได้ ผ่านระบบ e-Appointment และศูนย์ RD Intelligence Center 1161 คำตอบเป็นความเห็นเบื้องต้นตามข้อเท็จจริงที่แจ้ง เหมาะกับคำถามข้อกฎหมายทั่วไป ถ้าต้องการให้ดูเอกสารจริงหรือวางแผนหลายปี ควรใช้ผู้เชี่ยวชาญเพิ่ม ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

26 ต.ค. 2026

PEAK Account

27 min

เครดิตเทอม (Credit Term) คืออะไร นับวันอย่างไร กติกาใหม่ กขค.

เครดิตเทอม (Credit Term) คืออะไร และสำคัญอย่างไร เครดิตเทอม (Credit Term) หรือสินเชื่อการค้า คือ ระยะเวลาที่ผู้ขายยอมให้ผู้ซื้อจ่ายเงินหลังได้รับสินค้าหรือบริการแล้ว เช่น ส่งของวันนี้ แล้วให้จ่ายภายใน 30 วัน ระยะเวลานี้มาจากการตกลงกันระหว่างคู่ค้า และควรเขียนไว้เป็นหนังสือ การขายแบบให้เครดิตพบได้ทั่วไปในธุรกิจที่ขายให้ธุรกิจด้วยกัน (B2B) เพราะผู้ซื้อองค์กรจ่ายเงินตามรอบบัญชี ส่วนการขายหน้าร้านให้ลูกค้าทั่วไปมักรับเงินทันที สำหรับเจ้าของกิจการ เรื่องนี้สำคัญอย่างน้อย 3 ด้าน ตลอดบทความนี้ใช้ตัวอย่าง บริษัท ไทยพาเลทแพ็ค จำกัด (ชื่อสมมุติ) ผลิตพาเลทไม้ พนักงาน 45 คน รายได้ปีล่าสุด 60 ล้านบาท และขายพาเลทให้โรงงานอาหารที่มีรายได้ 3,000 ล้านบาทต่อปี Credit Term กับ Payment Term ต่างกันอย่างไร Payment Term คือเงื่อนไขการชำระเงินทั้งหมดในการซื้อขาย เช่น มัดจำกี่เปอร์เซ็นต์ แบ่งจ่ายกี่งวด จ่ายผ่านช่องทางไหน ส่วน credit term คือ ส่วนหนึ่งของ Payment Term ที่บอกว่าหลังส่งของแล้วผู้ซื้อมีเวลาจ่ายเงินกี่วัน ใบเสนอราคาของไทยพาเลทแพ็คจึงเขียน Payment Term ว่า “ไม่มีมัดจำ ชำระโดยโอนเข้าบัญชีบริษัท Credit Term 45 วัน” ลูกค้าเห็นครบทั้งวิธีจ่ายและกำหนดจ่ายในบรรทัดเดียว เครดิตเทอม 30 วัน หมายถึงอะไร และเริ่มนับวันไหน เครดิตเทอม 30 วัน หมายถึง ผู้ซื้อต้องจ่ายเงินภายใน 30 วันนับจากวันเริ่มนับที่ตกลงกัน ภาษาอังกฤษมักเขียนว่า Net 30 หรือ Credit Term 30 Days ส่วนวันเริ่มนับ ถ้าไม่ได้ตกลงไว้เป็นอย่างอื่น ประกาศ กขค. ใช้วันที่ส่งมอบครบและส่งเอกสารถูกต้องครบถ้วน ตามประกาศ กขค. ข้อ 5(2) การนับเริ่มเมื่อผู้ขายส่งมอบสินค้าหรือบริการครบตามจำนวน ประเภท และคุณภาพที่ตกลง และส่งเอกสารถูกต้องครบถ้วน ส่วนการฝากขายให้นับจากวันที่ขายสินค้าได้ครบตามจำนวนหรืออัตราที่ตกลง ตัวอย่าง ไทยพาเลทแพ็คส่งพาเลท 400 ชิ้น ชิ้นละ 500 บาท พร้อมใบแจ้งหนี้และใบกำกับภาษีครบในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 จุดที่มักพลาดคือ เอกสารไม่ครบในวันส่งของ สมมติใบแจ้งหนี้ไม่มีเลขใบสั่งซื้อ (PO) ของลูกค้า แล้วไทยพาเลทแพ็คส่งใบใหม่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2569 วันครบกำหนดจะเลื่อนเป็น 25 ธันวาคม 2569 เงินเข้าช้าไป 7 วันเพราะเอกสารใบเดียว เครดิต 15 วัน 45 วัน 60 วัน ต่างกันอย่างไร ต่างกันที่จำนวนวันที่ผู้ขายรอเงิน ยิ่งยาว ผู้ซื้อได้เปรียบเรื่องเงินสด ส่วนผู้ขายรับความเสี่ยงมากขึ้น การเลือกจึงขึ้นกับประวัติลูกค้าและเงินสดของผู้ขายเอง รูปแบบ หมายถึง เหมาะกับ Cash / COD จ่ายทันที หรือจ่ายตอนรับของ ลูกค้าใหม่ที่ยังไม่มีประวัติ Net 15 จ่ายภายใน 15 วัน ลูกค้ารายเล็ก ยอดซื้อไม่สูง Net 30 จ่ายภายใน 30 วัน ลูกค้าประจำที่จ่ายตรงเวลา Net 45 จ่ายภายใน 45 วัน ลูกค้าองค์กรที่มีรอบจ่ายเดือนละครั้ง Net 60 ขึ้นไป จ่ายภายใน 60 วันหรือมากกว่า งานโครงการ หรือกรณีมีเหตุผลทางธุรกิจรองรับ อ่านตารางนี้อย่างไร กติกาเครดิตเทอมใหม่ของ กขค. ที่มีผล 2 พฤศจิกายน 2569 คืออะไร คือประกาศที่กำหนดให้ผู้ซื้อรายใหญ่จ่ายเงิน SME ภายใน 45 วันสำหรับการค้า การผลิต และบริการ และภายใน 30 วันสำหรับสินค้าเกษตร เว้นแต่ตกลงระยะเวลาสั้นกว่าไว้แล้ว ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาวันที่ 2 ตุลาคม 2569 และมีผลเมื่อพ้น 30 วัน คือวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ชื่อเต็มคือ “ประกาศคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เรื่อง การปฏิบัติทางการค้าที่เป็นธรรมเกี่ยวกับระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้า (Credit Term) ระหว่างผู้ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่หรือผู้ประกอบธุรกิจค้าส่งค้าปลีกขนาดใหญ่ กับผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)” ประกาศนี้ออกตามพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มาตรา 17(2) และ 57(4) ลงนามวันที่ 21 กันยายน 2569 ระยะเวลาตามข้อ 5(1) ของประกาศ สรุปได้ตามตารางนี้ ประเภทสินค้าหรือบริการ ระยะเวลาสูงสุด เงื่อนไข การค้า การผลิต และบริการ ไม่เกิน 45 วัน เว้นแต่ตกลงสั้นกว่าไว้ก่อนแล้ว สินค้าเกษตร และผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปขั้นต้นที่ไม่ซับซ้อน ไม่เกิน 30 วัน เว้นแต่ตกลงสั้นกว่าไว้ก่อนแล้ว ประกาศเปิดให้กำหนดต่างจากนี้ได้ ถ้ามีเหตุผลอันสมควรที่รับฟังได้ทางธุรกิจ การตลาด หรือเศรษฐศาสตร์ และอยู่ในกรอบสัญญา การจ่ายเกิน 45 วันจึงไม่ได้ผิดทันที แต่ผู้ซื้อต้องอธิบายเหตุผลได้ โรงงานอาหารที่ซื้อจากไทยพาเลทแพ็คเคยใช้สัญญามาตรฐาน 90 วัน ถ้านับจาก 3 พฤศจิกายน 2569 จะครบกำหนด 1 กุมภาพันธ์ 2570 หลังประกาศมีผล ถ้าไม่มีเหตุผลอันสมควร กรอบที่ควรใช้คือไม่เกิน 18 ธันวาคม 2569 ใครต้องทำตามกติกานี้ ผู้ซื้อที่เป็นผู้ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่ หรือผู้ประกอบธุรกิจค้าส่งค้าปลีกขนาดใหญ่ ซึ่งซื้อจาก SME ตามข้อ 2 ของประกาศ ผู้ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่หมายถึงผู้ที่มีรายได้ในปีบัญชีที่ผ่านมาตั้งแต่ 500 ล้านบาทขึ้นไป รายได้นี้นับรวมผู้ประกอบธุรกิจที่มีความสัมพันธ์ทางนโยบายหรืออำนาจสั่งการ เช่น บริษัทในเครือเดียวกัน ส่วนค้าส่งค้าปลีกขนาดใหญ่ รวมถึงไฮเปอร์มาร์เก็ต ค้าส่งแบบบริการตนเอง (Cash and Carry) ซูเปอร์มาร์เก็ต ห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ ธุรกิจแบบไหนนับเป็น SME ตามประกาศนี้ นับจากประเภทกิจการ จำนวนการจ้างงาน และรายได้ต่อปี โดยต้องผ่านทั้ง 2 เงื่อนไขพร้อมกัน ประเภทกิจการ จ้างงาน รายได้ต่อปี ผลิตสินค้า ไม่เกิน 200 คน และไม่เกิน 500 ล้านบาท บริการ ค้าส่ง หรือค้าปลีก ไม่เกิน 100 คน และไม่เกิน 300 ล้านบาท ไทยพาเลทแพ็คเป็นกิจการผลิต พนักงาน 45 คน รายได้ 60 ล้านบาท จึงเป็น SME ส่วนโรงงานอาหารรายได้ 3,000 ล้านบาท เป็นผู้ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่ การซื้อขายคู่นี้จึงอยู่ในขอบเขตประกาศ จุดที่ต้องระวังคือ แนวทางฉบับปี 2564 ใช้คำว่า “หรือ” ระหว่างจ้างงานกับรายได้ แต่ฉบับใหม่ใช้คำว่า “และ” บทความเก่าที่ยังเขียนเกณฑ์แบบ “หรือ” จึงอาจไม่ตรงกับประกาศฉบับนี้ แนวทางเดิมปี 2564 ยังใช้อยู่ไหม ประกาศฉบับใหม่ไม่ได้เขียนข้อยกเลิกแนวทางเดิมไว้ แนวทางเดิมลงราชกิจจานุเบกษาวันที่ 18 มิถุนายน 2564 และใช้กับผู้ประกอบธุรกิจรายใดก็ตามที่เป็นคู่ค้ากับ SME ผู้ขาย บทนำของฉบับใหม่ระบุว่าแนวทางเดิมใช้มากว่า 4 ปีแล้ว แต่ยังมีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับผู้ซื้อรายใหญ่ ฉบับใหม่จึงกำหนดเฉพาะคู่ค้ารายใหญ่ไว้ชัดขึ้น ถ้าคู่ค้าไม่ใช่รายใหญ่และต้องการรู้ว่าแนวทางเดิมยังใช้กับกรณีของตนอย่างไร ควรสอบถามสำนักงาน กขค. โดยตรง ผู้ซื้อรายใหญ่ทำอะไรไม่ได้ และมีโทษอย่างไร ทำไม่ได้ 3 เรื่องหลักตามข้อ 7 คือ ประวิงการจ่ายเงินเกินกำหนดโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เปลี่ยนเงื่อนไขโดยไม่มีเหตุผลหรือแจ้งล่วงหน้าน้อยกว่า 60 วัน และบังคับเงื่อนไขพิเศษที่เพิ่มภาระให้ SME โดยไม่จำเป็น ผู้ฝ่าฝืนเสี่ยงโทษปรับทางปกครองไม่เกินร้อยละ 10 ของรายได้ หน้าที่และข้อห้ามของผู้ซื้อรายใหญ่สรุปได้ตามตารางนี้ ข้อในประกาศ สาระสำคัญ ข้อ 5(3) ต้องแจ้งให้ SME รู้สิทธิรับเงินภายในเครดิตเทอม และแสดงขั้นตอนจ่ายเงินให้ชัดเจน ข้อ 6 ห้ามใช้สัญญาสำเร็จรูป (Standard Form Contract) แบบเดียวกันกับ SME ทุกรายในเรื่องระยะเวลาจ่ายเงินอย่างไม่เป็นธรรม ข้อ 7(1) ห้ามประวิงจ่ายเงินเกินระยะเวลาที่กำหนดโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ข้อ 7(2) ห้ามเปลี่ยนระยะเวลาหรือเงื่อนไขในสัญญาโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หรือไม่แจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 60 วัน ข้อ 7(3) ห้ามบังคับเงื่อนไขพิเศษเกี่ยวกับเครดิตที่สร้างภาระเกินจำเป็น ข้อ 8 ถ้าต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงที่รู้เฉพาะฝั่งผู้ซื้อ ผู้ซื้อมีหน้าที่แสดงหลักฐาน ข้อ 9 กำหนดว่า ผู้ซื้อรายใหญ่ที่ฝ่าฝืนถือเป็นการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมตามมาตรา 57(4) ต้องรับโทษตามมาตรา 82 คือปรับทางปกครองไม่เกินร้อยละ 10 ของรายได้ในปีที่ทำผิด ถ้าทำผิดในปีแรกของการประกอบธุรกิจ ปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท ข้อ 10 ยังระบุว่า การฝ่าฝืนอาจเป็นความผิดตามมาตรา 50 54 และ 55 ของพระราชบัญญัติเดียวกันด้วย การตัดสินแต่ละกรณีเป็นอำนาจของคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า SME ถูกจ่ายช้ากว่าเครดิตเทอม ทำอะไรได้บ้าง ทำได้ 3 ขั้น คือ ติดตามทวงถามพร้อมหลักฐาน เก็บเอกสารให้ครบ และร้องเรียนต่อสำนักงาน กขค. ถ้าผู้ซื้อเป็นรายใหญ่และยังประวิงโดยไม่มีเหตุผล สมมติวันที่ 18 ธันวาคม 2569 ผ่านไปแล้ว โรงงานอาหารยังไม่จ่าย 214,000 บาท และอ้างว่าสัญญาเดิมให้ 90 วัน ไทยพาเลทแพ็คมีใบส่งของที่ลงวันที่ 3 พฤศจิกายน และอีเมลส่งใบแจ้งหนี้ในวันเดียวกัน หลักฐานสองชิ้นนี้ยืนยันวันเริ่มนับได้ ให้เครดิตเทอมลูกค้ากี่วันดี หลักจำง่าย ๆ คือ วันที่ให้ลูกค้าไม่ควรยาวกว่าวันที่ได้จากซัพพลายเออร์ ถ้าให้ลูกค้านานกว่า กิจการต้องหาเงินมาสำรองจ่ายค่าวัตถุดิบในช่วงที่ยังไม่ได้เงินจากลูกค้า ตัวอย่าง ไม้ที่ใช้ทำพาเลท 400 ชิ้นมีต้นทุน 130,000 บาท ซัพพลายเออร์ให้เครดิต 30 วัน ไทยพาเลทแพ็คจึงต้องจ่ายค่าไม้วันที่ 3 ธันวาคม 2569 เครดิตที่ให้โรงงานอาหาร วันรับเงิน วันจ่ายค่าไม้ เงินสดขาด ระยะเวลาที่ขาด 45 วัน 18 ธ.ค. 2569 3 ธ.ค. 2569 130,000 บาท 15 วัน 90 วัน 1 ก.พ. 2570 3 ธ.ค. 2569 130,000 บาท 60 วัน ส่วนต่างของสองแบบอยู่ที่ระยะเวลา ยอดเงินขาดเท่ากัน แต่แบบ 90 วันต้องหาเงินมาหมุนนานกว่า 4 เท่า ถ้ามีคำสั่งซื้อแบบนี้ทุกเดือน ยอดเงินจมจะซ้อนกันหลายก้อน วิธีคิดช่องว่างเงินสดแบบเต็มอ่านได้ที่กระแสเงินสด (Cash Flow) ส่วนการดูว่ากิจการมีเงินพอรองรับการให้เครดิตหรือไม่ ใช้ตัวเลขเงินทุนหมุนเวียน ก่อนให้ลูกค้าใหม่ซื้อเชื่อ ต้องเช็กอะไร เช็ก 3 เรื่อง คือ ข้อมูลนิติบุคคลและงบการเงิน ประวัติการชำระหนี้ และวงเงินที่จะให้ เริ่มด้วยยอดเล็กหรือเงินสดก่อน แล้วค่อยขยายเครดิตเมื่อลูกค้าจ่ายตรงเวลา ไทยพาเลทแพ็คใช้นโยบายนี้กับลูกค้ารายย่อยของตัวเอง ลูกค้าใหม่ทุกรายจ่ายเงินสดตอนรับของ และจะได้เครดิต 30 วันเมื่อซื้อครบ 6 เดือนโดยไม่เคยค้างชำระ นโยบายนี้เป็นการตัดสินใจทางธุรกิจ ไม่ใช่ข้อกำหนดทางกฎหมาย ต้องเขียนระยะเวลาชำระเงินไว้ในเอกสารอะไรบ้าง ควรเขียนไว้ใน 4 เอกสาร คือ ใบเสนอราคา ใบสั่งซื้อหรือสัญญา ใบแจ้งหนี้ และใบวางบิล เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายใช้วันครบกำหนดเดียวกัน และมีหลักฐานเมื่อเกิดข้อโต้แย้ง เอกสาร สิ่งที่ควรระบุ ใบเสนอราคา Credit Term เช่น 45 วัน และวิธีชำระเงิน ใบสั่งซื้อ / สัญญา ระยะเวลาเดียวกับใบเสนอราคา และวันเริ่มนับ ใบแจ้งหนี้ วันที่ออก วันครบกำหนด และเลขใบสั่งซื้อของลูกค้า ใบวางบิล รายการใบแจ้งหนี้ที่รวม และวันนัดชำระ ใบแจ้งหนี้ของไทยพาเลทแพ็คจึงเขียนว่า “Credit Term 45 วัน ครบกำหนด 18 ธันวาคม 2569” พร้อมเลขใบสั่งซื้อของโรงงานอาหารทุกใบ ฝ่ายบัญชีของลูกค้าเห็นวันจ่ายตรงกันตั้งแต่วันรับเอกสาร ลำดับว่าเอกสารใบไหนออกก่อนหลังดูได้ที่ลำดับเอกสารหลังปิดการขาย รายการที่ควรมีบนใบแจ้งหนี้ เช่น วันครบกำหนดและเลขใบสั่งซื้อ ดูได้ที่ใบแจ้งหนี้ (Invoice) คืออะไร ประกาศ กขค. ไม่ได้บังคับรูปแบบเอกสารของผู้ขาย แต่การเขียนวันครบกำหนดไว้ชัดช่วยให้ใช้สิทธิตามข้อ 5(3) ได้ง่ายขึ้น เพราะผู้ซื้อรายใหญ่ต้องแจ้งสิทธิและขั้นตอนจ่ายเงินให้ SME ทราบอยู่แล้ว ข้อควรรู้เกี่ยวกับเครดิตเทอม สรุป – เครดิตเทอมต้องจำอะไรบ้าง กติกาใหม่ช่วยได้เฉพาะ SME ที่มีหลักฐานครบ เริ่มได้วันนี้ด้วยการเปิดสัญญาและใบสั่งซื้อของลูกค้ารายใหญ่ทุกราย จดระยะเวลาชำระที่ใช้อยู่ แล้วเทียบกับกรอบ 45 วันที่ใช้ตั้งแต่ 2 พฤศจิกายน 2569 ตั้งวงเงินขายเชื่อและติดตามลูกหนี้ด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยกำหนดวงเงินขายเชื่อและเครดิตเทอมแยกตามลูกค้า ออกใบแจ้งหนี้และใบวางบิล พร้อมรายงานลูกหนี้ตามอายุหนี้ (Aging AR) ให้เจ้าของกิจการและผู้ทำบัญชีเห็นยอดค้างของลูกค้าแต่ละรายชุดเดียวกัน ทดลองใช้ PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ฟรี 30 วัน ธุรกิจที่ต้องการขอเครดิตเทอมในการซื้ออุปกรณ์สำนักงาน ดูขั้นตอนและเงื่อนไขได้ที่ OfficeMate ขอเครดิตเทอมออนไลน์ ลูกค้า OfficeMate (OFM) รับส่วนลดพิเศษเมื่อสมัคร PEAK แพ็กเกจรายปี ลงทะเบียนรับสิทธิ์ที่ ติดตาม OfficeMate ได้ที่ อ่านเรื่องลูกหนี้และเงินสดของธุรกิจ B2B เพิ่มเติม แหล่งอ้างอิงข้อมูล คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเครดิตเทอม ระยะเวลาให้เครดิตเริ่มนับตอนไหน เริ่มนับตามที่ตกลงในสัญญา ถ้าเป็นกรณีผู้ซื้อรายใหญ่กับ SME ประกาศ กขค. ข้อ 5(2) ให้นับจากวันที่ส่งมอบสินค้าหรือบริการครบตามที่ตกลง และส่งเอกสารถูกต้องครบถ้วน เครดิตเทอมห้ามกำหนดเกินกี่วัน ไม่มีตัวเลขห้ามเด็ดขาด ประกาศ กขค. ให้ผู้ซื้อรายใหญ่จ่าย SME ภายใน 45 วัน หรือ 30 วันสำหรับสินค้าเกษตร แต่กำหนดต่างจากนี้ได้ถ้ามีเหตุผลอันสมควรทางธุรกิจ การตลาด หรือเศรษฐศาสตร์ ใครบ้างที่ต้องทำตามกติกาจ่ายเงิน SME ผู้ประกอบธุรกิจที่มีรายได้ปีบัญชีก่อนตั้งแต่ 500 ล้านบาทขึ้นไป รวมบริษัทในเครือ และค้าส่งค้าปลีกขนาดใหญ่ ที่ซื้อสินค้าหรือบริการจาก SME ตามประกาศที่มีผล 2 พฤศจิกายน 2569 ผู้ซื้อเป็น SME ด้วยกัน ต้องทำตามกรอบ 45 วันไหม ไม่อยู่ในประกาศฉบับใหม่ เพราะฉบับนี้ใช้กับผู้ซื้อรายใหญ่ แต่แนวทางเดิมปี 2564 ซึ่งกำหนดกรอบ 30 ถึง 45 วันเช่นกัน เขียนให้ใช้กับคู่ค้าของ SME ทุกขนาด และยังลงอยู่ในหน้าประกาศของ กขค. กรณีผู้ซื้อเป็น SME ด้วยกันจึงควรสอบถามสำนักงาน กขค. ก่อนยึดตามสัญญาอย่างเดียว เครดิต 30 วัน ภาษาอังกฤษเขียนอย่างไร เขียนได้ว่า Net 30 หรือ Credit Term 30 Days ในใบแจ้งหนี้มักเขียนคู่กับวันครบกำหนด เช่น “Net 30 Due Date 3 Dec 2026” เพื่อไม่ให้ลูกค้านับวันต่างกัน ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

26 ต.ค. 2026

PEAK Account

20 min

ปิดงบเสร็จ ต้องขอเอกสารอะไรคืน เช็กลิสต์สำหรับเปลี่ยนสำนักงานบัญชี

การขอเอกสารคืนเมื่อเปลี่ยนสำนักงานบัญชี ต้องขออะไรบ้าง เมื่อเจ้าของกิจการจ้างสำหนักงานบัญชี ย่อมมีการส่งมอบเอกสารการเงิน และภาษีเป็นเรื่องปกติ โดยสำนักงานบัญชีมักจะส่งคืน ในช่วงหลังจากปิดงบเสร็จแล้ว หรือเมื่อเจ้าของกิจการต้องการเปลี่ยนสำนักงานบัญชีที่ใช้อยู่ โดยตามกฎหมาย เจ้าของกิจการมีหน้าที่จัดเก็บเอกสาร โดยสำนักงานบัญชีเป็นเพียงผู้รับจ้างจัดทำ ดังนั้น หากเอกสารค้างอยู่ที่สำนักงานบัญชีเป็นเวลานาน ถ้าเจ้าของต้องรีบใช้ อาจจะหาไม่เจอ สำหรับเจ้าของกิจการ เรื่องนี้สำคัญอย่างน้อย 3 ด้าน ตลอดบทความนี้ใช้ตัวอย่าง บริษัท สยามเทคซัพพลาย จำกัด (ชื่อสมมุติ) ค้าส่งอะไหล่เครื่องจักรให้โรงงาน จด VAT มีรอบบัญชี 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม และตัดสินใจเปลี่ยนสำนักงานบัญชีตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569 ใครมีหน้าที่เก็บเอกสารบัญชี และต้องเก็บไว้ที่ไหน กิจการเป็นผู้มีหน้าที่เก็บ และต้องเก็บไว้ที่สถานที่ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 13 ถ้าจะเก็บไว้ที่อื่น เช่น ที่สำนักงานบัญชี ต้องยื่นขออนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อน ระยะเวลาเก็บกำหนดไว้ในมาตรา 14 คือไม่น้อยกว่า 5 ปีนับจากวันปิดบัญชี และอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี สั่งให้ธุรกิจบางประเภทเก็บนานกว่านั้นได้ แต่ไม่เกิน 7 ปี ส่วนรายงานภาษีซื้อ ภาษีขาย และใบกำกับภาษี ประมวลรัษฎากรมาตรา 87/3 ให้เก็บไม่น้อยกว่า 5 ปีเช่นกัน และอธิบดีกรมสรรพากรอาจสั่งให้เก็บถึง 7 ปี จุดที่มักเข้าใจผิดคือ คิดว่าสำนักงานบัญชีต้องเก็บเอกสารแทนลูกค้าตามกฎหมาย ถ้าเอกสารสูญหายหรือเสียหาย มาตรา 15 ให้กิจการแจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ทราบหรือควรทราบ รายละเอียดว่าเอกสารแต่ละประเภทเก็บกี่ปีและทำลายอย่างไร อ่านต่อที่เอกสารบัญชีต้องเก็บกี่ปี ปิดงบเสร็จแล้ว ควรได้เอกสารคืนเมื่อไร ควรได้คืนครบหลังงานปลายปีชิ้นสุดท้ายเสร็จ คือหลังส่งงบการเงิน ยื่นบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น และยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 (แบบยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี ยื่นภายใน 150 วันนับจากวันสุดท้ายของรอบบัญชี) เพราะผู้ทำบัญชียังต้องใช้เอกสารจนถึงวันนั้น สำหรับบริษัทจำกัด มาตรา 11 ของพระราชบัญญัติการบัญชีให้ส่งงบการเงินภายใน 1 เดือนนับจากวันที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติงบ ไทม์ไลน์ปิดงบปี 2568 ของสยามเทคซัพพลายเป็นแบบนี้ วันที่ งาน เอกสารที่เกิดขึ้น 31 ธ.ค. 2568 ปิดบัญชีรอบปี 2568 งบทดลอง 28 เม.ย. 2569 ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นอนุมัติงบ รายงานการประชุม งบการเงินที่ผู้สอบบัญชีลงนาม 5 พ.ค. 2569 ยื่นบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) บอจ.5 และหลักฐานการยื่น 20 พ.ค. 2569 ส่งงบการเงินผ่าน DBD e-Filing (ส่งได้ถึง 28 พ.ค. 2569) แบบ ส.บช.3 และหลักฐานการนำส่ง 25 พ.ค. 2569 ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 แบบ ภ.ง.ด.50 ใบเสร็จค่าภาษี มิ.ย. 2569 ขอเอกสารปี 2568 คืนครบชุด หนังสือรับเอกสาร อ่านตารางนี้อย่างไร เอกสารปิดงบการเงินที่ต้องขอคืนมีอะไรบ้าง แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ บัญชีและงบการเงิน แบบภาษีและหลักฐานการนำส่ง และเอกสารรายการค้าต้นฉบับ ให้ตรวจทีละกลุ่มตามตารางด้านล่าง แล้วเซ็นรับพร้อมระบุปีที่ครอบคลุม บัญชีและงบการเงิน มีอะไรบ้าง กลุ่มนี้คือผลงานที่ผู้ทำบัญชีจัดทำจากเอกสารของกิจการทั้งปี เอกสาร ใช้ทำอะไร ควรได้แบบไหน สมุดรายวัน (รับ จ่าย ซื้อ ขาย ทั่วไป) ดูรายการค้าที่บันทึกแต่ละวัน ไฟล์หรือพิมพ์ บัญชีแยกประเภท ดูยอดแยกตามบัญชี เช่น เงินสด ลูกหนี้ ไฟล์หรือพิมพ์ งบทดลอง ณ วันสิ้นปี ตั้งยอดยกมาปีถัดไป ไฟล์ งบการเงินและหมายเหตุประกอบงบ ยื่นธนาคาร แสดงต่อผู้ลงทุน ฉบับที่ผู้สอบบัญชีลงนาม รายงานของผู้สอบบัญชี แสดงความเห็นของผู้สอบต่องบ ฉบับลงนาม ทะเบียนทรัพย์สิน และตารางค่าเสื่อมราคา ใช้คำนวณค่าเสื่อมปีถัดไป ไฟล์ รายละเอียดลูกหนี้ เจ้าหนี้ และสินค้าคงเหลือ ใช้ติดตามหนี้และตรวจนับสต๊อก ไฟล์ แบบภาษีและหลักฐานการนำส่ง มีอะไรบ้าง กลุ่มนี้เป็นหลักฐานว่ากิจการยื่นแบบและจ่ายภาษีครบ ควรได้ทั้งแบบ ใบแนบ และใบเสร็จหรือหลักฐานการยื่นออนไลน์ เอกสาร ความถี่ ควรได้อะไรบ้าง ภ.พ.30 (แบบยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือน) ทุกเดือน แบบ รายงานภาษีซื้อและภาษีขาย ใบเสร็จ ภ.ง.ด.1 ภ.ง.ด.3 ภ.ง.ด.53 (แบบยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่าย) ทุกเดือนที่มีการจ่าย แบบ ใบแนบ ใบเสร็จ ภ.ง.ด.1ก (แบบสรุปเงินเดือนและภาษีที่หักทั้งปี) ปีละครั้ง แบบและหลักฐานการยื่น ภ.ง.ด.51 (แบบยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี) ปีละครั้ง แบบ ประมาณการ ใบเสร็จ ภ.ง.ด.50 ปีละครั้ง แบบ ใบเสร็จ แบบ ส.บช.3 (แบบนำส่งงบการเงิน) ปีละครั้ง หลักฐานการนำส่งผ่าน DBD e-Filing บอจ.5 (บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น) ปีละครั้ง ฉบับที่ยื่นและหลักฐานการยื่น รายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ปีละครั้ง ฉบับที่อนุมัติงบ รายงานการประชุมที่ใช้ยื่นคู่กับงบควรมีรายละเอียดครบ ดูวิธีเขียนได้ที่รายงานการประชุม ถ้ามีลูกจ้าง ให้ขอแบบนำส่งเงินสมทบประกันสังคมรายเดือนพร้อมหลักฐานการจ่ายด้วย เอกสารรายการค้าต้นฉบับ มีอะไรบ้าง คือเอกสารที่กิจการส่งให้ผู้ทำบัญชีตลอดปี เช่น ใบกำกับภาษีซื้อและขาย ใบเสร็จรับเงิน ใบสำคัญจ่าย หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ที่ได้รับ สัญญา และ Bank Statement พร้อมงบกระทบยอด เอกสารกลุ่มนี้เป็นต้นฉบับของกิจการ ถ้าเคยส่งเป็นกระดาษ ควรได้กระดาษคืน ไม่ใช่แค่ไฟล์สแกน สยามเทคซัพพลายใช้วิธีจัดเป็นแฟ้มรายเดือน 12 แฟ้ม ตรวจนับจำนวนแฟ้มก่อนเซ็นรับ เปลี่ยนสำนักงานบัญชีกลางปี ต้องส่งต่องานอะไรเพิ่ม ต้องส่งต่อ 4 อย่าง คือ งบทดลอง ณ วันเปลี่ยน ผังบัญชีและไฟล์ข้อมูลในโปรแกรม สถานะแบบภาษีรายเดือนที่ยื่นแล้ว และข้อตกลงว่าใครยื่นแบบที่ครบกำหนดหลังวันเปลี่ยน สยามเทคซัพพลายเปลี่ยนสำนักงานวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 จึงขอให้สำนักงานเดิมส่งงบทดลอง ณ 30 มิถุนายน 2569 และยืนยันว่าแบบ ภ.พ.30 ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 ของเดือนมิถุนายนยื่นครบแล้ว งานที่ต้องตกลงให้ชัดคือ ภ.ง.ด.51 ของรอบมกราคม ถึง มิถุนายน 2569 ซึ่งต้องยื่นภายใน 2 เดือนนับจากวันสุดท้ายของรอบหกเดือนแรก ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร ฉบับที่ 107 คือภายใน 31 สิงหาคม 2569 สยามเทคซัพพลายตกลงให้สำนักงานใหม่เป็นผู้ยื่น และให้สำนักงานเดิมส่งข้อมูลรายได้ครึ่งปีมาให้ครบ งาน ใครรับผิดชอบ หลักฐานที่ต้องได้ แบบรายเดือนถึงเดือนมิถุนายน สำนักงานเดิม แบบและใบเสร็จครบ 6 เดือน งบทดลอง ณ 30 มิ.ย. 2569 สำนักงานเดิม ไฟล์งบทดลองและรายละเอียดยอด ภ.ง.ด.51 ครึ่งปี 2569 สำนักงานใหม่ ข้อมูลรายได้และค่าใช้จ่ายครึ่งปีจากสำนักงานเดิม แบบรายเดือนตั้งแต่เดือนกรกฎาคม สำนักงานใหม่ แบบและใบเสร็จ ส่งให้กิจการทุกเดือน ก่อนเซ็นสัญญากับสำนักงานใหม่ ควรถามวิธีรับช่วงงานกลางปีให้ชัด ดูเกณฑ์อื่นได้ที่วิธีเลือกสำนักงานบัญชีที่ดี ต้องเปลี่ยนรหัสผ่านและสิทธิ์ระบบอะไรบ้าง ต้องเปลี่ยนทุกระบบที่สำนักงานเดิมเคยเข้าใช้แทนกิจการ หลัก ๆ มี 4 ระบบ คือ ระบบยื่นแบบของกรมสรรพากร DBD e-Filing ระบบประกันสังคม และโปรแกรมบัญชี ถ้าเคยให้สิทธิ์ธนาคารออนไลน์ ให้ยกเลิกด้วย ฝั่งผู้รับทำบัญชีมีขั้นตอนของตัวเองด้วย ผู้ทำบัญชี ต้องแจ้งการเป็นผู้ทำบัญชีผ่านระบบ e-Accountant ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ควรถามสำนักงานใหม่ว่าแจ้งแล้วหรือยัง หนังสือส่งมอบงานบัญชีควรมีอะไรบ้าง ควรมี 5 ส่วน คือ รายการเอกสารที่ส่ง ปีที่ครอบคลุม งานที่ยังค้าง วันที่ส่งและรับ และลายเซ็นของทั้งสองฝ่าย หนังสือนี้เป็นหลักฐานว่าเอกสารออกจากมือสำนักงานเดิมครบแล้ว สยามเทคซัพพลายทำหนังสือส่งมอบลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2569 มี 12 รายการ ครอบคลุมเอกสารปี 2564 ถึง 2568 และระบุว่าไม่มีแบบภาษีค้างยื่นถึงเดือนมิถุนายน 2569 สิ่งที่ต้องส่งให้สำนักงานใหม่ทุกเดือนหลังจากนี้ ดูได้ที่เช็กลิสต์ทำงานร่วมกับสำนักงานบัญชี ข้อควรรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนสำนักงานบัญชี สรุป – เปลี่ยนสำนักงานบัญชีต้องจำอะไรบ้าง การเปลี่ยนสำนักงานบัญชีไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่หลายคนกังวล หัวใจอยู่ที่รายการเอกสารที่ครบ เริ่มได้วันนี้ด้วยการพิมพ์ตาราง 3 กลุ่มในบทความนี้ แล้วติ๊กว่ามีเอกสารปีล่าสุดอยู่ในมือแล้วกี่รายการ เก็บเอกสารบัญชีไว้กับกิจการด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ มีคลังเอกสารที่แนบไฟล์คู่กับรายการบัญชี และล็อกข้อมูลของปีที่ปิดงบแล้วได้ ตัวเลขในงบจึงไม่ถูกแก้ย้อนหลังระหว่างส่งต่องานให้สำนักงานใหม่ ถ้ากำลังมองหาผู้รับทำบัญชีรายใหม่ ดูสำนักงานบัญชีพาร์ตเนอร์ของ PEAK อ่านเรื่องงานปลายปีและการตรวจสอบเพิ่มเติม แหล่งอ้างอิงข้อมูล คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเปลี่ยนสำนักงานบัญชี สำนักงานบัญชีไม่ยอมคืนเอกสาร ทำอย่างไร เริ่มจากทำหนังสือขอคืนอย่างเป็นทางการ ระบุรายการและวันที่ต้องการ แล้วตรวจสัญญาจ้างว่าเขียนเรื่องการคืนเอกสารไว้อย่างไร เอกสารต้นฉบับเป็นของกิจการ และกิจการมีหน้าที่เก็บตามมาตรา 14 ถ้ายังไม่ได้คืน ควรปรึกษานักกฎหมาย ขอเอกสารย้อนหลังหลายปีได้ไหม ได้ ขอได้ทุกปีที่เคยฝากไว้ ควรขอให้ครบอย่างน้อย 5 ปีนับจากวันปิดบัญชี เพราะเป็นระยะเวลาที่กิจการต้องเก็บตามพระราชบัญญัติการบัญชี ขอเอกสารเป็นไฟล์ดิจิทัลแทนกระดาษได้ไหม ได้สำหรับบัญชี งบทดลอง และรายงานที่ผู้ทำบัญชีออกจากโปรแกรม แต่เอกสารต้นฉบับที่กิจการเคยส่งเป็นกระดาษ ควรได้กระดาษคืน และงบการเงินควรได้ฉบับที่ผู้สอบบัญชีลงนาม เปลี่ยนสำนักงานบัญชีต้องแจ้งหน่วยงานรัฐไหม มีขั้นตอนฝั่งผู้ทำบัญชี ผู้ทำบัญชีของสำนักงานใหม่ต้องแจ้งการเป็นผู้ทำบัญชีผ่านระบบ e-Accountant ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ส่วนฝั่งกิจการให้เปลี่ยนรหัสผ่านและข้อมูลผู้ติดต่อในระบบยื่นแบบเอง ถ้าไม่แน่ใจกรณีของตน ควรสอบถามกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก