PEAK Account

ทั้งหมด

บัญชี

ภาษี

ธุรกิจ

การใช้งานโปรแกรม

ข่าวสาร

25 มิ.ย. 2026

PEAK Account

14 min

หนังสือรับรองเงินเดือน คืออะไร ตัวอย่าง แบบฟอร์ม พร้อมวิธีออกให้ลูกน้อง

พนักงานขอหนังสือรับรองเงินเดือนมาแต่ HR ไม่แน่ใจว่าต้องใส่อะไรบ้าง ออกผิดก็แก้ยาก ออกช้าพนักงานก็เสียโอกาส บทความนี้สรุปครบว่าเอกสารนี้คืออะไร ต่างจากสลิปเงินเดือนและ 50 ทวิยังไง ต้องมีข้อมูลอะไร พร้อมวิธีขอ วิธีออก และกรณีอาชีพอิสระ หนังสือรับรองเงินเดือน คืออะไร หนังสือรับรองเงินเดือน คือเอกสารที่นายจ้างออกให้พนักงาน เพื่อยืนยันว่าบุคคลนั้นทำงานอยู่จริงและได้รับเงินเดือนเท่าไร (ก่อนหักภาษี) ไม่มีกฎหมายบังคับรูปแบบ แต่ตามกฎหมายแรงงาน นายจ้างต้องออกให้เมื่อลูกจ้างร้องขอ ถ้าปฏิเสธอาจถูกร้องเรียนที่สำนักงานสวัสดิการแรงงาน ข้อมูลต้องตรงกับที่จ่ายจริง ห้ามระบุเกินหรือขาด ถ้าพนักงานพบว่าไม่ถูกต้อง ควรแจ้ง HR แก้ไขก่อนนำไปใช้ หนังสือรับรองเงินเดือน vs สลิปเงินเดือน vs 50 ทวิ 3 เอกสารนี้เกี่ยวกับเงินเดือนเหมือนกัน แต่ใช้คนละสถานการณ์ หนังสือรับรองเงินเดือน สลิปเงินเดือน 50 ทวิ ออกโดย นายจ้าง/บริษัท นายจ้าง/บริษัท นายจ้าง/บริษัท (บังคับตามกฎหมาย) ยืนยันอะไร เงินเดือนปัจจุบัน รายละเอียดรายเดือน (เงินได้ + เงินหัก) รายได้ทั้งปี + ภาษีที่ถูกหักไว้ ใช้สำหรับ กู้บ้าน/รถ บัตรเครดิต วีซ่า ตรวจสอบรายได้แต่ละเดือน ยื่นภาษีเงินได้ประจำปี ออกเมื่อ เมื่อพนักงานร้องขอ ทุกเดือนที่จ่ายเงินเดือน ทุกปี ภายใน ก.พ. สรุปง่ายๆ: หนังสือรับรองเงินเดือนใช้ทำอะไรได้บ้าง เอกสารนี้จำเป็นในหลายสถานการณ์ ด้านการเงิน: ด้านเอกสารราชการ: ตัวอย่างหนังสือรับรองเงินเดือน + ข้อมูลที่ต้องมี เอกสารที่สมบูรณ์ต้องมีข้อมูลเหล่านี้ เอกสารที่ดีควรพิมพ์บนหัวจดหมายของบริษัท (Letterhead) ที่มีโลโก้ชัดเจน ถ้าบริษัทไม่มีหัวจดหมาย ให้ระบุชื่อบริษัท ที่อยู่ เบอร์โทร และเลขทะเบียนนิติบุคคลไว้ด้านบนแทน แบบฟอร์มหนังสือรับรองเงินเดือน PEAK เตรียมแบบฟอร์มหนังสือรับรองเงินเดือนให้ ดาวน์โหลดได้ที่นี่ วิธีขอหนังสือรับรองเงินเดือน (มุมลูกจ้าง) ถ้าคุณเป็นพนักงานที่ต้องการเอกสารนี้ ทำตามนี้ ควรขอล่วงหน้าอย่างน้อย 3-5 วันทำการ เพราะบางบริษัทต้องผ่านหลายขั้นตอนอนุมัติ บางบริษัทมีระบบให้พนักงานขอเอกสารออนไลน์ผ่าน HR Portal ได้เลย พนักงานที่ลาออกแล้วยังมีสิทธิ์ขอจากบริษัทเดิมได้ บริษัทไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ เพราะเป็นเอกสารที่ยืนยันข้อมูลการทำงานในอดีต วิธีออกหนังสือรับรองเงินเดือนให้ลูกน้อง (มุมนายจ้าง/HR) นายจ้างและ HR ต้องออกเอกสารนี้เมื่อลูกจ้างร้องขอ ขั้นตอนมีดังนี้ ต้องระบุวันที่ออกเอกสารให้ชัดเจน และเก็บสำเนาไว้เป็นหลักฐาน ถ้าบริษัทมีพนักงานหลายคน ใช้ระบบ Payroll ช่วยจะสะดวกกว่าออกด้วยมือ หนังสือรับรองเงินเดือน สำหรับอาชีพอิสระ/ฟรีแลนซ์ ฟรีแลนซ์และเจ้าของกิจการที่ไม่มีนายจ้าง ไม่สามารถขอเอกสารนี้แบบพนักงานประจำได้ แต่ใช้หลักฐานอื่นยื่นแทนได้ หลักฐานที่ใช้แทนได้: ฟรีแลนซ์ที่จดทะเบียนนิติบุคคลสามารถออกเอกสารเหมือนบริษัททั่วไปได้ เพราะตัวเองเป็นทั้งนายจ้างและลูกจ้าง เคล็ดลับ: เปิดบัญชีธนาคารแยกสำหรับรายได้จากงาน ไม่ปนกับบัญชีส่วนตัว เก็บสัญญาจ้างทุกฉบับ ถ้ารายได้เกิน 1.8 ล้าน/ปี ควรจดทะเบียนนิติบุคคล หลักฐานรายได้สำหรับอาชีพอิสระอาจไม่ได้รับการยอมรับจากทุกสถาบัน ควรสอบถามก่อนยื่น ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย สำหรับนายจ้าง/HR: สำหรับลูกจ้าง: จัดการเงินเดือนด้วย PEAK Payroll PEAK Account มีระบบ PEAK Payroll ที่ช่วยจัดการเงินเดือนพนักงานครบวงจร เมื่อข้อมูลเงินเดือนอยู่ในระบบแล้ว HR สามารถดึงข้อมูลไปออกเอกสารได้ทันที ไม่ต้องค้นหาจากเอกสารกระดาษ สรุป คำถามที่พบบ่อย (FAQ) หนังสือรับรองเงินเดือน ภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร ภาษาอังกฤษคือ Salary Certificate หรือ Income Certificate บางแห่งใช้คำว่า Certificate of Employment and Compensation ถ้าต้องใช้ยื่นวีซ่าหรือติดต่อหน่วยงานต่างประเทศ ควรขอให้บริษัทออกเป็นภาษาอังกฤษด้วย โดยข้อมูลต้องตรงกับฉบับภาษาไทย หนังสือรับรองเงินเดือน มีอายุกี่วัน ไม่มีกฎหมายกำหนดอายุเอกสารตายตัว แต่สถาบันการเงินส่วนใหญ่รับเฉพาะเอกสารที่ออก ไม่เกิน 30 วัน บางแห่งกำหนดไม่เกิน 7 วัน ควรสอบถามก่อนยื่นทุกครั้ง ถ้าเอกสารหมดอายุต้องขอออกฉบับใหม่จาก HR อีกครั้ง ข้าราชการ/ครู ขอหนังสือรับรองเงินเดือนที่ไหน ข้าราชการขอได้ที่ ฝ่ายการเงินของหน่วยงานต้นสังกัด เช่น ครูขอที่ฝ่ายบุคคลของโรงเรียน ทหารขอที่ฝ่ายการเงินของกรม ตำรวจขอที่สถานีต้นสังกัด ถ้าย้ายหน่วยงานแล้วต้องใช้เอกสารจากที่เดิม ให้ติดต่อหน่วยงานเก่าโดยตรง ออกเอกสารรับรองเงินเดือนเกินจริง มีความผิดไหม มีความผิด ถือเป็นการปลอมแปลงเอกสาร ทั้งนายจ้างที่ออกและพนักงานที่นำไปใช้ อาจมีโทษทางอาญา ดังนั้นข้อมูลต้องตรงกับที่จ่ายจริงเท่านั้น ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก

24 มิ.ย. 2026

PEAK Account

16 min

ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) คืออะไร สรุปข้อดี-ข้อเสีย และเหมาะกับธุรกิจแบบไหนบ้าง

คนอยากเปิดธุรกิจมักสงสัยว่าควรจดเป็น หจก. หรือ บจก. ดี ทั้งสองแบบเป็นนิติบุคคลเหมือนกัน แต่ค่าใช้จ่าย ภาษี และความรับผิดชอบต่างกัน บทความนี้ PEAK สรุปว่า หจก. คืออะไร ข้อดี ข้อเสีย พร้อมตารางเปรียบเทียบ 3 รูปแบบและขั้นตอนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด คืออะไร ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) คือนิติบุคคลที่มีหุ้นส่วนอย่างน้อย 2 คนร่วมกันลงทุนทำธุรกิจ ต้องจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ภาษาอังกฤษเรียกว่า Limited Partnership ตัวย่อ Ltd.Part. หรือ LP ชื่อต้องขึ้นต้นด้วย “ห้างหุ้นส่วนจำกัด” ตามด้วยชื่อกิจการเสมอ จุดสำคัญที่สุดคือ หจก. มีหุ้นส่วน 2 ประเภท ที่รับผิดชอบต่างกัน หุ้นส่วน 2 ประเภทใน หจก. หุ้นส่วนผู้จัดการ คือคนที่บริหารกิจการจริง มีอำนาจตัดสินใจและลงนามแทน หจก. แต่ต้อง รับผิดชอบหนี้ไม่จำกัด รวมถึงทรัพย์สินส่วนตัว ต้องมีอย่างน้อย 1 คน หุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด คือคนที่ลงเงินอย่างเดียว ไม่มีสิทธิ์บริหาร แต่ข้อดีคือเสียได้มากสุดแค่เท่าที่ลงทุนไป ต้องมีอย่างน้อย 1 คนเช่นกัน หจก. ต่างจากห้างหุ้นส่วนสามัญยังไง ทั้งสองแบบคือ “ธุรกิจที่มีหุ้นส่วนร่วมลงทุนกัน” เหมือนกัน แต่ต่างกัน 3 เรื่องหลักตามตาราง ห้างหุ้นส่วนสามัญ หจก. ต้องจดทะเบียนไหม จดหรือไม่จดก็ได้ ต้องจดเท่านั้น ถ้าเป็นหนี้ ใครรับผิดชอบ ทุกคนรับผิดเท่ากัน ไม่มีข้อยกเว้น แบ่งได้ — คนบริหารรับผิดเต็ม คนลงเงินเสียแค่เท่าที่ลงทุน เปิดบัญชีธนาคารในนามห้างได้ไหม ถ้าไม่จดทะเบียน = ไม่ได้ ได้ ภาษี เสียในอัตราคนทั่วไป (สูงสุด 35%) เสียในอัตรานิติบุคคล (สูงสุด 20%) สรุป — ถ้าจริงจังกับธุรกิจ ควรจด หจก. เพราะน่าเชื่อถือกว่า เปิดบัญชีธนาคารได้ ออกใบกำกับภาษีได้ และเสียภาษีในอัตราที่ต่ำกว่าบุคคลธรรมดา ข้อดีของห้างหุ้นส่วนจำกัด ด้านการจดทะเบียน ด้านภาษี ตัวอย่าง กำไรยิ่งสูง ส่วนต่างภาษีระหว่างบุคคลธรรมดากับนิติบุคคลยิ่งมาก นอกจากนี้ หจก. ยังหักค่าใช้จ่ายได้ตามจริง ไม่ต้องใช้อัตราเหมาเหมือนบุคคลธรรมดา ทำให้กำไรสุทธิที่ต้องเสียภาษีต่ำลง ด้านการบริหาร ข้อเสียของห้างหุ้นส่วนจำกัด ด้านความรับผิด ด้านการเงินและความน่าเชื่อถือ ด้านโครงสร้าง ธุรกิจแบบไหนเหมาะกับ หจก. หจก. เหมาะกับธุรกิจที่มีหุ้นส่วนไม่กี่คนและต้องการเริ่มต้นด้วยต้นทุนต่ำ มักเป็นกิจการขนาดเล็กถึงกลางที่เน้นบริหารร่วมกัน ตัวอย่างเช่น หจก. ไม่เหมาะกับธุรกิจที่ต้องประมูลงานราชการ ระดมทุนจากนักลงทุนภายนอก หรือมีแผนเข้าตลาดหลักทรัพย์ในอนาคต กรณีเหล่านี้ควรจด บจก. ตั้งแต่แรก หจก. vs บจก. vs บุคคลธรรมดา เลือกแบบไหนดี บุคคลธรรมดา หจก. บจก. ต้องจดทะเบียนไหม ไม่ต้อง ต้องจด ต้องจด (ขั้นตอนมากกว่า) ค่าจด ไม่มี ~1,000 บาท ~5,500 บาทขึ้นไป ภาษีสูงสุด 35% 20% 20% ต้องจ้างผู้ตรวจสอบบัญชีไหม ไม่ต้อง ไม่ต้อง ต้องจ้างทุกปี หานักลงทุนเพิ่มได้ไหม ยาก ยาก ออกหุ้นขายได้ ความน่าเชื่อถือ ต่ำ ปานกลาง สูง เหมาะกับใคร: อ้างอิง: ค่าจด หจก. ~1,000 บาท (DBD) / บจก. ~5,500+ บาท (DBD) ผู้สอบบัญชี: บจก. ต้องมีทุกปี (พ.ร.บ.การบัญชี 2543) / หจก. ทุนไม่เกิน 5 ล้าน ยกเว้น (คู่มือ DBD) อ่านเปรียบเทียบเชิงลึกได้ที่ ทำธุรกิจรูปแบบบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลแบบไหนดี ขั้นตอนจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด จดทะเบียนได้ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ทั้งแบบ walk-in และออนไลน์ ใช้เวลาไม่นานถ้าเตรียมเอกสารครบ เอกสารที่ต้องเตรียม: หมายเหตุ : ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาอนุมัติอาจเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบกับ DBD โดยตรง ใช้ PEAK จัดการบัญชี หจก. หลังจดทะเบียนแล้ว ต้องจัดทำบัญชีให้ถูกต้อง PEAK Account ช่วยจัดการครบจบในที่เดียว ฟีเจอร์ SMART Suggestion แนะนำรายการบัญชีอัตโนมัติ แม้ไม่มีพื้นฐานบัญชีก็ใช้ได้ เหมาะสำหรับ หจก. ที่ไม่ต้องมีผู้สอบบัญชีแต่ยังต้องทำบัญชีให้ถูกต้อง สรุป คำถามที่พบบ่อย (FAQ) หจก. ย่อมาจากอะไร ภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร หจก. ย่อมาจาก ห้างหุ้นส่วนจำกัด ภาษาอังกฤษคือ Limited Partnership ตัวย่อ Ltd.Part. หรือ LP เปิด หจก. ต้องมีกี่คน อย่างน้อย 2 คน โดยต้องมีหุ้นส่วนผู้จัดการอย่างน้อย 1 คน และหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดอย่างน้อย 1 คน จดคนเดียวไม่ได้ หจก. ต้องมีผู้สอบบัญชีไหม ไม่ต้อง ต่างจาก บจก. ที่ต้องมีผู้สอบบัญชี (CPA) ทุกปี ทำให้ หจก. ประหยัดค่าใช้จ่ายตรงนี้ได้ปีละหลายพันถึงหลายหมื่นบาท อย่างไรก็ตาม หจก. ยังต้องจัดทำบัญชีและยื่นงบการเงินประจำปีตามปกติ อยากเปลี่ยนจาก หจก. เป็น บจก. ทำได้ไหม แปลงสภาพโดยตรงไม่ได้ ต้องเลิกกิจการ หจก. เดิมก่อน (ชำระบัญชี จ่ายหนี้ แบ่งทรัพย์สิน) แล้วจดจัดตั้ง บจก. ใหม่ ดังนั้นถ้าคิดว่าธุรกิจจะเติบโตมาก ควรพิจารณาจด บจก. ตั้งแต่แรก หจก. จ่ายส่วนแบ่งกำไรยังไง หุ้นส่วนแต่ละคนได้รับส่วนแบ่งกำไรตามสัดส่วนที่ตกลงไว้ในหนังสือหุ้นส่วน ถ้าไม่ได้ระบุจะแบ่งตามสัดส่วนเงินลงทุน ส่วนแบ่งกำไรที่ได้รับต้องนำไปรวมเป็นรายได้บุคคลธรรมดาเพื่อเสียภาษี ควรตกลงกันให้ชัดเจนตั้งแต่ตอนจดทะเบียน หจก. เปิดบัญชีธนาคารยังไง ใช้หนังสือรับรองจาก DBD (อายุไม่เกิน 6 เดือน) + บัตรประชาชนหุ้นส่วนผู้จัดการ + ตราประทับบริษัท ไปเปิดบัญชีที่ธนาคาร แนะนำเปิดบัญชีกระแสรายวันแยกจากบัญชีส่วนตัว เพื่อให้ทำบัญชีง่ายขึ้น หจก. ต้องส่งงบการเงินที่ไหน ต้องส่งงบการเงินประจำปีต่อ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ภายใน 5 เดือนนับจากวันสิ้นรอบบัญชี นอกจากนี้ต้องยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลต่อ กรมสรรพากร ปีละ 2 ครั้ง (ครึ่งปี ภ.ง.ด.51 + สิ้นปี ภ.ง.ด.50) หจก. ต้องทำบัญชีไหม ต้องทำบัญชี หจก. เป็นนิติบุคคลที่กฎหมายกำหนดให้จัดทำบัญชีและปิดงบทุกปี ดูรายละเอียดการส่งงบได้ที่ FAQ ด้านบน ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

24 มิ.ย. 2026

PEAK Account

10 min

VAT INFO คืออะไร? วิธีตรวจสอบคู่ค้าและเช็กใบกำกับภาษีให้ถูกต้อง

ก่อนรับใบกำกับภาษีจากคู่ค้า สิ่งแรกที่ต้องเช็ค คือคู่ค้ารายนั้นจดทะเบียน VAT จริงหรือเปล่า เพราะถ้ารับใบกำกับภาษีจากผู้ที่ไม่ได้จด VAT แล้วนำไปใช้เป็นภาษีซื้อ สรรพากรถือว่าเป็น ภาษีซื้อต้องห้าม — ใช้ลดภาษีไม่ได้ และอาจถูกเรียกเงินคืนพร้อมเบี้ยปรับ VAT INFO เป็นเครื่องมือฟรีจากกรมสรรพากรที่ช่วยตรวจสอบเรื่องนี้ได้ทันที ใช้ได้ทุกคน ไม่ต้องสมัครสมาชิก แค่มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลักของคู่ค้า บทความนี้ PEAK สรุปวิธีใช้ วิธีอ่านสถานะ และวิธีป้องกันปัญหาใบกำกับภาษีปลอม VAT INFO คืออะไร VAT INFO (หรือ VATINFO) คือระบบตรวจสอบข้อมูลผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มของกรมสรรพากร เปิดให้ใช้ฟรี ตรวจสอบได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ต้องไปสำนักงานสรรพากร  VAT INFO ใช้ทำอะไรได้บ้าง วิธีใช้งาน VAT INFO ตรวจสอบคู่ค้า เข้าใช้งานได้ที่ vsinter.rd.go.th หรือค้นหาคำว่า “vat info สรรพากร” ใน Google ตรวจสอบจากเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ตรวจสอบจากชื่อผู้ประกอบการ  ถ้าไม่มีเลข 13 หลัก สามารถค้นหาจากชื่อกิจการ หรือชื่อสาขาได้เช่นกัน แต่ต้องพิมพ์ชื่อให้ตรง เพราะระบบจะค้นหาตามตัวอักษรที่พิมพ์  สถานะ VAT แต่ละแบบหมายความว่าอะไร  เมื่อค้นหาแล้ว ระบบจะแสดงสถานะกิจการ ซึ่งหลายคนเจอแล้วงงว่าหมายความว่าอะไร สถานะ ความหมาย ออกใบกำกับภาษีได้ไหม ยังประกอบกิจการอยู่ กิจการยังเปิดปกติ จด VAT ถูกต้อง ได้ เลิกประกอบกิจการ กิจการปิดแล้ว แจ้งเลิกกับสรรพากรแล้ว ไม่ได้ อยู่ระหว่างชำระบัญชี กิจการกำลังปิด อยู่ระหว่างจัดการหนี้สินและทรัพย์สิน ระวัง ควรตรวจสอบก่อน ไม่พบข้อมูล ไม่ได้จดทะเบียน VAT ไม่ได้ ห้ามรับใบกำกับภาษี จุดสำคัญ: ถ้าสถานะเป็น “เลิกประกอบกิจการ” หรือ “ไม่พบข้อมูล” แต่คู่ค้าออกใบกำกับภาษีมาให้ ห้ามรับ เพราะจะกลายเป็นภาษีซื้อต้องห้ามทันที  ตัวอย่าง: ฝ่ายจัดซื้อของบริษัท (ชื่อสมมุติ) ได้ใบกำกับภาษีจากซัพพลายเออร์รายใหม่ เมื่อเช็ค VAT INFO พบว่าสถานะเป็น “เลิกประกอบกิจการ” ตั้งแต่ปีก่อน แสดงว่าใบกำกับภาษีฉบับนี้ออกมาหลังจากเลิกกิจการแล้ว ถ้านำไปใช้เป็นภาษีซื้อ สรรพากรตรวจพบจะถูกเรียกเงินคืนพร้อมเบี้ยปรับ ฝ่ายจัดซื้อจึงปฏิเสธรับและแจ้งให้ซัพพลายเออร์ชี้แจง  วิธีเช็กใบกำกับภาษีปลอม  นอกจากเช็กสถานะ VAT แล้ว ควรสังเกตสัญญาณเตือนเหล่านี้ เจอใบกำกับภาษีที่น่าสงสัย ต้องทำอย่างไร ใช้ PEAK ตรวจ VAT + SMART Key ตรวจใบกำกับภาษีอัตโนมัติ ถ้าธุรกิจของคุณรับใบกำกับภาษีจำนวนมากในแต่ละเดือน การเช็คทีละใบบน VAT INFO อาจใช้เวลานาน PEAK Account มีฟีเจอร์ที่ช่วยลดงานตรงนี้ SMART Key คือฟีเจอร์ AI + OCR บน PEAK ที่ถ่ายรูปหรืออัปโหลดใบกำกับภาษี แล้ว AI อ่านข้อมูลเข้าระบบบัญชีให้อัตโนมัติ พร้อมตรวจสอบความถูกต้องตามเกณฑ์กรมสรรพากร ถ้าข้อมูลไม่ครบหรือไม่ตรง ระบบแจ้งเตือนทันที ไม่ต้องเช็คเองทีละใบ ตัวอย่างเช่น นักบัญชีได้รับใบกำกับภาษีซื้อจากซัพพลายเออร์ 30 ใบในเดือนเดียว ถ้าเช็คทีละใบบน VAT INFO อาจใช้เวลาครึ่งวัน เมื่ออัปโหลดเข้า PEAK ผ่าน SMART Key ระบบ AI สแกนข้อมูลทุกใบ ตรวจว่าเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ชื่อ ที่อยู่ ครบถ้วนตามเกณฑ์กรมสรรพากรหรือไม่ ถ้าใบไหนมีปัญหาระบบแจ้งเตือนทันที นักบัญชีตีกลับเอกสารขอใบใหม่ได้ทันท่วงที นอกจากนี้ PEAK ยังเชื่อมโยงข้อมูลใบกำกับภาษีกับรายงานภาษีซื้อ-ขายอัตโนมัติ ลดงานคีย์ซ้ำและลดข้อผิดพลาด สรุป คำถามที่พบบ่อย (FAQ) VAT INFO ใช้ฟรีไหม ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ใช้ได้ทุกคนไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ประกอบการ เข้าใช้งานได้ที่ vsinter.rd.go.th ตลอด 24 ชั่วโมง คู่ค้าไม่ได้จด VAT แต่ออกใบกำกับภาษีมาให้ ต้องทำอย่างไร ห้ามนำไปใช้เป็นภาษีซื้อ เพราะจะกลายเป็นภาษีซื้อต้องห้าม ให้แจ้งคู่ค้าว่าไม่สามารถรับใบกำกับภาษีได้ และขอเอกสารอื่นแทน เช่น ใบเสร็จรับเงินปกติ ถ้าสงสัยว่าเป็นการปลอมแปลง ปรึกษาสรรพากรพื้นที่ ผลเสียของการใช้ภาษีซื้อต้องห้ามคือต้องจ่ายภาษีคืนพร้อมเบี้ยปรับ 1 เท่า + เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน  VAT INFO ข้อมูลอัปเดตบ่อยแค่ไหน ข้อมูลอัปเดตตามที่กรมสรรพากรบันทึกเข้าระบบ เมื่อกิจการจดทะเบียนหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลแล้ว ข้อมูลจะปรากฏในระบบหลังจากสรรพากรดำเนินการเสร็จ ถ้าต้องการความแน่ใจ ให้โทรสอบถามสรรพากรพื้นที่โดยตรง ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

24 มิ.ย. 2026

PEAK Account

8 min

SWIFT Code คืออะไร? รวมรหัส SWIFT Code ทุกธนาคารในไทย

ถ้าคุณต้องโอนเงินไปต่างประเทศหรือรับเงินจากต่างประเทศ สิ่งที่ธนาคารจะถามคือ “SWIFT Code” ของธนาคารปลายทาง บทความนี้ PEAK รวม SWIFT Code ของทุกธนาคารในไทยไว้ที่เดียว พร้อมวิธีเช็คและข้อควรรู้ก่อนโอน SWIFT Code คืออะไร SWIFT Code (หรือ BIC Code) คือรหัสประจำตัวของธนาคารที่ใช้ระบุตัวตนในระบบการเงินระหว่างประเทศ ย่อมาจาก Society for Worldwide Interbank Financial Telecommunication เป็นมาตรฐานกลางที่ธนาคารและสถาบันการเงินทั่วโลกใช้ร่วมกัน ถ้าใส่ SWIFT Code ผิด เงินอาจส่งไปผิดที่หรือถูกตีกลับ SWIFT Code ประกอบด้วยอะไรบ้าง  SWIFT Code มี 8 หรือ 11 ตัวอักษร แต่ละส่วนมีความหมายดังนี้  ตำแหน่ง ความหมาย ตัวอย่าง (กสิกรไทย) ตัวที่ 1-4 รหัสธนาคาร KASI (Kasikornbank) ตัวที่ 5-6 รหัสประเทศ TH (Thailand) ตัวที่ 7-8 รหัสที่ตั้ง (เมือง) BK (Bangkok) ตัวที่ 9-11 รหัสสาขา (ถ้ามี) XXX หรือไม่ระบุ = สำนักงานใหญ่ ดังนั้น SWIFT Code ของธนาคารกสิกรไทย คือ KASITHBK (8 หลัก = สำนักงานใหญ่) รวมรหัส SWIFT Code ทุกธนาคารในไทย  ธนาคารกรุงเทพ — SWIFT Code: BKKBTHBK ธนาคารกสิกรไทย — SWIFT Code: KASITHBK ธนาคารไทยพาณิชย์ — SWIFT Code: SICOTHBK ธนาคารกรุงไทย — SWIFT Code: KRTHTHBK ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) — SWIFT Code: TMBKTHBK ธนาคารกรุงศรีอยุธยา — SWIFT Code: AYUDTHBK ธนาคารเกียรตินาคินภัทร — SWIFT Code: KKPBTHBK ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย — SWIFT Code: UBOBTHBK ธนาคารยูโอบี — SWIFT Code: UOVBTHBK ธนาคารไทยเครดิต — SWIFT Code: THCETHB1 ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ — SWIFT Code: LAHRTHB1 ธนาคารไอซีบีซี (ไทย) — SWIFT Code: ICBKTHBK ธนาคารเฉพาะกิจ (ของรัฐ) ธนาคารออมสิน — SWIFT Code: GSBATHBK ธนาคารเพื่อการเกษตรฯ (ธ.ก.ส.) — SWIFT Code: BAABTHBK ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย — SWIFT Code: TIBTTHBK ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) — SWIFT Code: GHBATHBK หมายเหตุ : รหัสในตารางเป็นรหัสสำนักงานใหญ่ (8 หลัก) ใช้ได้กับการโอนเงินเข้าบัญชีทุกสาขาทั่วประเทศ ควรตรวจสอบกับธนาคารปลายทางอีกครั้งก่อนโอน  SWIFT Code ดูตรงไหน  ถ้าไม่แน่ใจว่า SWIFT Code ของธนาคารที่ใช้อยู่คืออะไร มี 3 วิธีเช็คได้ง่ายๆ โอนเงินผ่าน SWIFT ใช้เวลากี่วัน  การโอนเงินผ่านระบบ SWIFT ระยะเวลาขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ค่าธรรมเนียม แต่ละธนาคารคิดไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินและประเทศปลายทาง ควรสอบถามธนาคารโดยตรงก่อนทำรายการ สรุป ถ้าธุรกิจของคุณรับหรือจ่ายเงินต่างประเทศเป็นประจำ PEAK Account ช่วยบันทึกรายการโอนเงินต่างประเทศ กระทบยอดกับ Bank Statement และจัดทำรายงานภาษีให้อัตโนมัติ คำถามที่พบบ่อย (FAQ) SWIFT Code กับ BIC Code ต่างกันไหม เหมือนกัน SWIFT Code คือชื่อที่คนทั่วไปเรียก ส่วน BIC Code (Bank Identifier Code) คือชื่อทางการตามมาตรฐาน ISO 9362 ใช้แทนกันได้ ต้องใช้ SWIFT Code ทุกครั้งที่โอนเงินต่างประเทศไหม ใช่ ทุกครั้งที่โอนเงินระหว่างประเทศผ่านธนาคาร ต้องระบุ SWIFT Code ของธนาคารปลายทาง แต่ถ้าใช้บริการโอนเงินออนไลน์ เช่น Wise หรือ PayPal ระบบอาจกรอก SWIFT Code ให้อัตโนมัติ ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก

10 มิ.ย. 2026

PEAK Account

3 min

อัปเดตฟังก์ชัน PEAK 10/06/2026

1. “บันทึกยอดยกมาช่องทางการเงิน” กรอกปุ๊บลงบัญชีอัตโนมัติ ไม่ต้องสร้างหน้าสมุดบัญชีรายวันเอง แพ็กเกจใช้งาน: ทุกแพ็กเกจใช้งาน เหมาะสำหรับ: ผู้ใช้งานที่ต้องการบันทึกยอดยกมาช่องทางการเงินต่าง ๆ สิ่งที่ระบบอัปเดต: ระบบได้เพิ่มปุ่ม “บันทึกยอดยกมา” ให้ผู้ใช้งานสามารถใส่ยอดเงินยกมาได้ตั้งแต่หน้าสร้างช่องทางการเงิน (ขั้นสูง) รองรับทั้งประเภทช่องทางการเงิน โดยระบบจะนำข้อมูลไปสร้างสมุดบัญชีรายวันอัตโนมัติ ประโยชน์ที่จะได้รับ: ช่วยลดเวลาในการทำงานให้กับผู้ใช้งาน จากเดิมต้องใส่ยอดยกมาที่สมุดรายวันสามารถใส่ที่หน้าช่องทางการเงินโดยตรงได้ด้วยตนเองทำงานได้จบในหน้าเดียว 2. อัปเกรด PEAK TAX เพิ่มการตั้งค่าติดตามความเคลื่อนไหวผู้ติดต่อและการตรวจสอบก่อนสร้างแบบยื่นภาษี ป้องกันตกหล่นในการทำแบบยื่นภาษี แพ็กเกจใช้งาน: ทุกแพ็กเกจใช้งาน เหมาะสำหรับ: ผู้ใช้งานที่ต้องสร้างแบบภ.พ.30 ที่ PEAK TAX สิ่งที่ระบบอัปเดต: ระบบเพิ่มการตั้งค่าติดตามความเคลื่อนไหวผู้ติดต่อใน PEAK TAX ให้ระบบช่วยตรวจสอบและแจ้งเตือน กรณีที่แบบยื่นภาษีมีผู้ติดต่อที่เคยยื่นภาษีต่อเนื่องในแบบรอบก่อน ๆ หน้า แต่ในรอบปัจจุบันไม่มีรายการหรือเป็นผู้ติดต่อใหม่ที่ไม่เคยยื่นภาษีมาก่อน เพื่อป้องกันการลืมสร้างเอกสาร ประโยชน์ที่จะได้รับ: ช่วยตรวจสอบความถูกต้องก่อนสร้างแบบยื่นภาษี หมดกังวลเรื่องการลืมลงรายการของลูกค้ารายประจำ และช่วยให้เห็นความเคลื่อนไหวของคู่ค้าหน้าใหม่ได้อย่างชัดเจน

10 มิ.ย. 2026

PEAK Account

2 min

Update Function PEAK 10/06/2026

PEAK with the new function designed to enhance efficiency. 1. “Record financial channel opening balances” – Fill in and automatically post to accounts instantly without having to create a Journal page yourself. Package: All active packages Suitable for: Users who want to record opening balances for various financial channels. System Updates: The system added a “Record Opening Balance” button for users to enter the opening balance directly from the financial channel creation page (Advanced). This supports financial channel types: The system will automatically use this information to create a journal entry. Benefits of Use: Helps reduce working time for users. Previously, users had to enter opening balances through journal entries. Now, users can enter them directly on the financial channel page by themselves, completing the task on a single page. 2. Upgrade PEAK TAX: Added contact movement tracking settings and verification before creating tax return forms, preventing omissions in making tax returns. Package: All active packages Suitable for: Users who need to create P.P.30 forms in PEAK TAX. System Updates: The system added Contact Movement Tracking settings in PEAK TAX. This feature helps check and notify users when a tax return form contains contacts that were regularly included in previous tax filings but have no transactions in the current filing period or new contacts that have never been included in tax filings before, helping to prevent forgetting to create documents. Benefits of Use: Helps check accuracy before creating tax return forms. Eliminates worries about forgetting to record transactions for regular customers and helps clearly see the movement of new trade partners.

4 มิ.ย. 2026

PEAK Account

18 min

ไทยช่วยไทยพลัส สรุปสำหรับร้านค้า รัฐจ่าย 60% คุณจ่าย 40% 

โครงการไทยช่วยไทยพลัส เริ่มใช้สิทธิ์แล้วตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2569 ร้านค้าหลายแห่งเริ่มรับเงินจากลูกค้าที่ใช้สิทธิ์ผ่านแอปเป๋าตัง แต่คำถามที่ตามมาคือ “รายได้ส่วนนี้ต้องเสียภาษีไหม?” และ “บันทึกบัญชียังไง?” บทความนี้ PEAK สรุปทุกเรื่องที่ร้านค้าและผู้ประกอบการ SME ต้องรู้ ตั้งแต่โครงการคืออะไร เงื่อนไขร้านค้า วิธีใช้สิทธิ์ เรื่องภาษีที่ต้องระวัง และวิธีบันทึกบัญชีรายรับจากโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส คืออะไร ไทยช่วยไทยพลัส คือโครงการช่วยลดค่าครองชีพจากรัฐบาล ในรูปแบบร่วมจ่าย 60/40 โดยรัฐจ่ายให้ 60% ของค่าสินค้าและบริการ ประชาชนจ่ายเอง 40% ใช้ผ่านแอป “เป๋าตัง” ฝั่งลูกค้า และแอป “ถุงเงิน” ฝั่งร้านค้า สิทธิ์ที่ได้: รัฐจ่ายให้สูงสุด 4,000 บาทต่อคนตลอดโครงการ  ใช้ได้ตั้งแต่ 1 มิถุนายน ถึง 30 กันยายน 2569 เวลา 06.00-23.00 น. รัฐจ่ายให้ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน ถ้าเดือนไหนใช้ไม่หมด วงเงินจะไม่ทบไปเดือนถัดไป (ข้อมูลจากกรมประชาสัมพันธ์) ไทยช่วยไทยพลัส ต่างจากคนละครึ่งพลัสยังไง  หลายคนสับสนว่าเป็นโครงการเดียวกันหรือไม่ จริงๆ แล้ว ไทยช่วยไทยพลัส คือการรวมโครงการคนละครึ่งพลัสกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเข้าด้วยกัน จุดต่างหลักคือ เปรียบเทียบ คนละครึ่งพลัส ไทยช่วยไทยพลัส สัดส่วนร่วมจ่าย 50/50 60/40 (รัฐจ่ายมากกว่า) วงเงินต่อคน 2,000 บาท 4,000 บาท ช่วงเวลาใช้สิทธิ์ สิ้นสุดแล้ว 1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 2569 แอปที่ใช้ เป๋าตัง + ถุงเงิน เป๋าตัง + ถุงเงิน (เหมือนกัน) เงื่อนไขร้านค้านิติบุคคล รายได้ ≤1.8 ล้าน รายได้ ≤1.8 ล้าน (เหมือนกัน) เงื่อนไขสำหรับร้านค้า ไทยช่วยไทยพลัส  ร้านค้าที่เข้าร่วมได้ ตามประกาศจากทำเนียบรัฐบาล ร้านค้าที่เข้าร่วมไม่ได้ ร้านสะดวกซื้อแฟรนไชส์ และร้านที่รับของจากคนอื่นมาวางขายแบบตัวแทน (ไม่ได้ซื้อขาดมาเป็นของตัวเอง) เช่น รับฝากขายสินค้าแล้วหักค่าคอมมิชชัน ร้านค้ารับเงินจากไทยช่วยไทยพลัส ต้องเสียภาษีไหม  ต้องนำมารวมเป็นรายได้ตามปกติ เงินที่ร้านค้าได้รับจากโครงการ (ทั้งส่วนที่ลูกค้าจ่าย 40% + ส่วนที่รัฐจ่าย 60%) ถือเป็นรายได้จากการขายสินค้าและบริการตามหลักภาษี ไม่ใช่เงินให้เปล่าจากรัฐ อย่างไรก็ตาม รองโฆษกรัฐบาลยืนยันว่า ข้อมูลจากแอปถุงเงินไม่ถูกส่งให้กรมสรรพากร (ข้อมูลจากกรมประชาสัมพันธ์) ถึงแม้ข้อมูลจะไม่ถูกส่งโดยตรง แต่สรรพากรมีสิทธิ์ตรวจสอบย้อนหลังหากพบความผิดปกติของบัญชีธนาคาร ดังนั้นการยื่นภาษีให้ถูกต้องตั้งแต่แรกจึงปลอดภัยที่สุด  ข้อมูลภาษีทั่วไป — ควรปรึกษานักบัญชีหรือสรรพากรพื้นที่สำหรับกรณีเฉพาะ  ร้านค้าบุคคลธรรมดา รายได้จากการขายผ่านโครงการ จัดเป็น เงินได้ประเภท 40(8) คือรายได้จากการค้า สิ้นปีต้องนำมายื่น ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.94 (ครึ่งปี) หักค่าใช้จ่ายได้ตามจริง หรือเหมา 60% แล้วแต่อย่างไหนประหยัดภาษีกว่า (ข้อมูลจากกรมสรรพากร) ตัวอย่าง: ร้านข้าวแกง (ชื่อสมมุติ) มีรายได้จากไทยช่วยไทยพลัส 80,000 บาท + รายได้นอกโครงการ 320,000 บาท รวมปีละ 400,000 บาท หักค่าใช้จ่ายเหมา 60% = 240,000 บาท เหลือเงินได้สุทธิ 160,000 บาท หักค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท เหลือ 100,000 บาท → เสียภาษี 5% = 5,000 บาท สิ่งที่ต้องเก็บ: หลักฐานรายรับรายจ่าย เช่น ประวัติรับเงินจากแอปถุงเงิน ใบเสร็จซื้อวัตถุดิบ เก็บไว้อย่างน้อย 5 ปี สำหรับกรณีสรรพากรขอตรวจ ร้านค้านิติบุคคล รายได้จากโครงการรวมเป็นรายได้ของกิจการ ยื่น ภ.ง.ด.50 (ปี) และ ภ.ง.ด.51 (ครึ่งปี) ตามปกติ สำหรับนิติบุคคลที่เข้าร่วมโครงการ รายได้ต้อง ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท/ปี (เงื่อนไขโครงการ) ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์ SME ที่เสียภาษีเงินได้อัตราพิเศษ อัตราภาษีนิติบุคคล SME (ทุนจดทะเบียน ≤5 ล้าน + รายได้ ≤30 ล้าน): กำไรสุทธิ 0-300,000 บาท = ยกเว้นภาษี / 300,001-3,000,000 บาท = 15% / เกิน 3 ล้าน = 20% ดังนั้นร้านค้านิติบุคคลที่รายได้ไม่เกิน 1.8 ล้าน หลังหักค่าใช้จ่ายแล้วมีกำไรไม่เกิน 300,000 บาท จะไม่ต้องเสียภาษีเงินได้เลย  ตัวอย่าง: ร้านขายเครื่องดื่ม (ชื่อสมมุติ) จดเป็นบริษัทจำกัด รายได้จากไทยช่วยไทยพลัส 200,000 บาท + รายได้อื่น 600,000 บาท รวม 800,000 บาท หักค่าใช้จ่ายจริง 550,000 บาท กำไรสุทธิ 250,000 บาท → ไม่ต้องเสียภาษี (กำไรไม่เกิน 300,000 บาท)   ต้องจด VAT ไหม ถ้ารายได้เกิน 1.8 ล้านบาท  ถ้ารายได้จากการขายทั้งหมด (ไม่ใช่แค่จากโครงการ) เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แต่เนื่องจากเงื่อนไขโครงการกำหนดให้นิติบุคคลที่เข้าร่วมต้องมีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้าน จึงส่วนใหญ่ยังไม่ถึงเกณฑ์จด VAT สำหรับร้านค้าบุคคลธรรมดาที่ขายดีมาก ถ้ารายได้รวมทั้งปี (จากโครงการ + นอกโครงการ) เกิน 1.8 ล้านบาท ให้ปรึกษาสรรพากรพื้นที่เรื่องการจด VAT เพราะถ้ารายได้เกินเกณฑ์แล้วไม่จด อาจถูกประเมินภาษีย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับ สรุปเรื่องภาษีสำหรับร้านค้า: รายได้จากไทยช่วยไทยพลัสไม่ใช่เงินให้เปล่า แต่เป็นค่าสินค้า/บริการที่รัฐจ่ายแทนลูกค้า ต้องบันทึกเป็นรายได้ตามปกติ ข้อดีคือข้อมูลจากถุงเงินไม่ถูกส่งให้สรรพากรโดยตรง แต่ร้านค้ายังมีหน้าที่ยื่นภาษีด้วยตัวเอง วิธีบันทึกบัญชีรายรับจากไทยช่วยไทยพลัส  ตัวอย่างบันทึกบัญชี สมมุติร้านขายของชำ (ชื่อสมมุติ) ขายสินค้าให้ลูกค้าที่ใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 500 บาท รายการ เดบิต เครดิต เงินสด/ธนาคาร (ส่วนลูกค้าจ่าย 40%) 300 ลูกหนี้โครงการรัฐ (ส่วนรัฐจ่าย 60%) 200 รายได้จากการขาย 500 เมื่อรัฐโอนเงินส่วน 60% เข้าบัญชี  รายการ เดบิต เครดิต เงินสด/ธนาคาร 200 ลูกหนี้โครงการรัฐ 200 จุดสำคัญ: บันทึกรายได้ เต็มจำนวน 500 บาท ณ วันที่ขาย ไม่ใช่บันทึกแค่ 200 บาทที่ได้เงินสดจริง เพราะร้านค้ามีสิทธิ์ได้รับเงินจากรัฐส่วนที่เหลืออยู่แล้ว เคล็ดลับสำหรับร้านค้าที่รับเงินจากหลายช่องทาง: ถ้าร้านรับทั้งเงินสด เงินโอน และเงินจากไทยช่วยไทยพลัส ควรแยกบันทึกให้ชัด เพื่อง่ายต่อการกระทบยอดและยื่นภาษี ใช้ PEAK บันทึกรายรับจากไทยช่วยไทยพลัส   PEAK Account รองรับการบันทึกรายรับจากหลายช่องทาง รวมถึงเงินที่รับผ่านโครงการรัฐ สร้างใบเสร็จรับเงินพร้อมเชื่อมโยงข้อมูลไปยังรายงานภาษีได้ในขั้นตอนเดียว สิ่งที่ PEAK ช่วยได้สำหรับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ: นอกจากนี้ยังเชื่อมโยงกับรายงานภาษีและใบกำกับภาษี ลดงานคีย์ซ้ำและลดข้อผิดพลาด วิธีใช้สิทธิ์ ไทยช่วยไทยพลัส (รัฐจ่าย 60% / คุณจ่าย 40%)  ขั้นตอนฝั่งร้านค้าง่ายมาก ข้อจำกัดที่ร้านค้าต้องรู้: ใช้สิทธิ์ได้เฉพาะเวลา 06.00-23.00 น. เท่านั้น ห้ามใช้ซื้อสลากกินแบ่ง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ และบัตรกำนัล วิธีคิด 60/40 คิดยังไง หลายคนงงว่า “รัฐจ่าย 60% ฉันจ่าย 40%” คำนวณยังไง วิธีคิดง่ายมาก สูตร: ยอดซื้อ × 0.4 = ส่วนที่ลูกค้าจ่าย / ยอดซื้อ × 0.6 = ส่วนที่รัฐจ่าย ยอดซื้อจริง ลูกค้าจ่าย (40%) รัฐจ่ายให้ (60%) ร้านค้าได้รับ 50 บาท 20 บาท 30 บาท 50 บาท 100 บาท 40 บาท 60 บาท 100 บาท 200 บาท 80 บาท 120 บาท 200 บาท 333 บาท 133 บาท 200 บาท (ชนเพดานวัน) 333 บาท 500 บาท 300 บาท 200 บาท (ชนเพดาน) 500 บาท จุดสำคัญ: รัฐจ่ายสูงสุด 200 บาท/วัน ถ้าซื้อเกิน 333 บาท ส่วนเกินลูกค้าต้องจ่ายเองทั้งหมด เช่น ซื้อ 500 บาท → รัฐจ่าย 200 (ชนเพดาน) + ลูกค้าจ่าย 300 พูดง่ายๆ: ซื้อไม่เกิน 333 บาท/วัน = คุ้มสุด เพราะรัฐจ่ายให้เต็ม 60% ตัวอย่างจริง: ลูกค้าซื้ออาหารจากร้านข้าวแกง (ชื่อสมมุติ) 200 บาท ลูกค้าควักกระเป๋าจ่ายแค่ 80 บาท รัฐจ่ายให้ร้านอีก 120 บาท ร้านได้รับเงินครบ 200 บาทเต็ม  ใช้สิทธิ์ได้วันละเท่าไหร่ กี่วันหมด  วงเงินที่รัฐจ่ายให้ 4,000 บาท/คน ตลอดโครงการ มีเพดานจำกัดดังนี้ (ข้อมูลจากกรมประชาสัมพันธ์) เพดาน รัฐจ่ายสูงสุด ลูกค้าจ่ายขั้นต่ำ ยอดซื้อรวมสูงสุด ต่อวัน 200 บาท ~133 บาท ~333 บาท ต่อเดือน 1,000 บาท ~667 บาท ~1,667 บาท ตลอดโครงการ 4,000 บาท ~2,667 บาท ~6,667 บาท ใช้กี่วันหมด? ถ้าซื้อวันละ 333 บาท (ใช้สิทธิ์รัฐเต็มวันละ 200) = 5 วันก็ครบเพดานเดือน (200 × 5 = 1,000) ใช้เต็มทุกเดือน 4 เดือน = หมดพอดี 4,000 บาท สิ่งที่ร้านค้าต้องรู้: ใช้ยังไงให้คุ้ม (มุมร้านค้า): รัฐจ่ายให้ลูกค้าสูงสุดวันละ 200 บาท ดังนั้นยอดซื้อที่คุ้มสุดคือ ไม่เกิน 333 บาท/วัน เพราะรัฐจ่ายเต็ม 60% ถ้าร้านตั้งราคาเซ็ตอาหารหรือสินค้าในช่วง 200-333 บาท ลูกค้าจะใช้สิทธิ์ได้เต็มที่และมีแนวโน้มกลับมาซื้อซ้ำ สรุป ไทยช่วยไทยพลัส สิ่งที่ร้านค้าต้องรู้  คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับไทยช่วยไทยพลัส  ไทยช่วยไทยพลัส ใช้ได้ถึงเมื่อไหร่ ใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่ 1 มิถุนายน ถึง 30 กันยายน 2569 เวลา 06.00-23.00 น. ทุกวัน สิทธิ์ 4,000 บาทต่อคนแบ่งเป็น 2 เฟส โดยเฟสแรกเริ่มแล้ว ถ้าเฟสแรกหมดก่อนต้องรอเฟสถัดไป ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่ www.ไทยช่วยไทยพลัส.th หรือโทร 0 2111 1122 รายได้จากไทยช่วยไทยพลัส นับรวมเป็นรายได้ 1.8 ล้านไหม นับรวม รายได้ทั้งหมดที่ร้านค้าได้รับ (ทั้งจากโครงการและนอกโครงการ) นำมารวมเป็นรายได้ทั้งปี ถ้าเกิน 1.8 ล้านบาท อาจต้องจด VAT ส่วนนิติบุคคลที่เข้าร่วมโครงการต้องมีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านอยู่แล้ว (เงื่อนไขโครงการ) สำหรับร้านค้าบุคคลธรรมดา ไม่มีเพดานรายได้ จึงอาจเกิน 1.8 ล้านได้ หากเกินต้องพิจารณาจด VAT รับเงินจากโครงการแล้ว ต้องออกใบเสร็จให้ลูกค้าไหม ร้านค้าควรออกใบเสร็จหรือหลักฐานการรับเงินเหมือนการขายปกติ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการบันทึกบัญชีและยื่นภาษี โดยระบุยอดขายเต็มจำนวน (เช่น 500 บาท) ไม่ใช่แค่ส่วนที่ลูกค้าจ่ายจริง (200 บาท) เพราะร้านค้าได้รับรายได้ครบ 500 บาทจริง แม้จะมาจาก 2 แหล่ง (ลูกค้า 40% + รัฐ 60%)

27 พ.ค. 2026

PEAK Account

2 min

Update Function PEAK 27/05/2026

PEAK with the new function designed to enhance efficiency. 1. PEAK SMART Key supports grid view display and purchase order (PO) creation, saving data entry time. 2. Supports “Working Paper” to check financial statements before actual issuance, closing accounts accurately without missing anything. 3. “PEAK to PEAK” on PEAK Application with a PEAK QR Code scanning system, making expense recording easy and document issuance more convenient. 4. More secure! Added a bot protection system (reCAPTCHA) on the login page. Subject Package System Updates Benefits of Use PEAK SMART Key supports grid view display and purchase order (PO) creation, saving data entry time. e-Document and above Supports displaying the document library (File Vault) in a grid layout (Grid View), helping to view document images more easily, as well as supporting the creation of purchase order (PO) documents directly from photos. PEAK SMART Key will help scan and read data from files to process it further on the website immediately. Significantly reduces steps and the number of clicks in creating documents. Just upload the document file and the system is ready to handle it next immediately, helping to save time and reduce errors in data entry. Supports “Working Paper” to check financial statements before actual issuance, closing accounts accurately without missing anything. Basic and above Added the “Working Paper” function, a document summary page at the main menu page. Accountants can check, adjust, and prove various account balances completely and systematically in one place before closing accounts. Helps accountants use the data and compare the accuracy of figures with confidence before using the data to issue actual financial statements. “PEAK to PEAK” on PEAK Application with a PEAK QR Code scanning system, making expense recording easy and document issuance more convenient. e-Document and above Added a QR Code scanning button on mobile to pull document data received from customers/sellers who use PEAK to create documents immediately, along with an intelligent system in the document library (File Vault) that helps automatically fill in data and recommend various items. Reduces data entry time and reduces errors in filling out numbers. Just pick up a mobile phone to scan, and data can be pulled to record expenses accurately and finished quickly in a few seconds. More secure! Added a bot protection system (reCAPTCHA) on the login page. All Packages Added a bot protection system (reCAPTCHA) from Google to the login page. If the system detects login behavior that has risks, it will require users to verify their identity before logging into the system immediately. Helps check logins that might be abnormal and increases security.

27 พ.ค. 2026

PEAK Account

4 min

อัปเดตฟังก์ชัน PEAK 27/05/2026

1. PEAK SMART Key รองรับการแสดงผลแบบตารางและสร้างเอกสารใบสั่งซื้อ (PO) ประหยัดเวลาคีย์ข้อมูล 2. รองรับ “กระดาษทำการ (Working Paper)” ตรวจสอบงบก่อนออกจริง ปิดงบเป๊ะไม่มีพลาด 3. “PEAK to PEAK” ที่ PEAK Application พร้อมระบบสแกน PEAK QR Code บันทึกรายจ่ายง่าย ออกเอกสารได้สะดวกขึ้น 4. ปลอดภัยยิ่งขึ้น! เพิ่มระบบป้องกันบอท (reCAPTCHA) ที่หน้าเข้าสู่ระบบ หัวข้อ แพ็กเกจใช้งาน สิ่งที่ระบบอัปเดต ประโยชน์ที่ท่านจะได้รับจากการใช้งาน PEAK SMARTKey  รองรับการแสดงผลแบบตารางและสร้างเอกสารใบสั่งซื้อ (PO) ประหยัดเวลาคีย์ข้อมูล e-Document ขึ้นไป รองรับการแสดงผลคลังเอกสาร (File Vault) รูปแบบตาราง (Grid View) ช่วยให้ดูรูปเอกสารได้ง่ายขึ้น ทั้งรองรับการสร้างเอกสารใบสั่งซื้อ (PO) จากรูปถ่ายได้โดยตรง โดย PEAK SMART Key จะช่วยสแกนและอ่านข้อมูลจากไฟล์ เพื่อนำไปประมวลผลต่อบนเว็บไซต์ได้ทันที ลดขั้นตอนและจำนวนคลิกในการสร้างเอกสารลงอย่างเห็นได้ชัด เพียงอัปโหลดไฟล์เอกสาร ระบบก็พร้อมจัดการต่อให้ทันที ช่วยประหยัดเวลาและลดความผิดพลาดในการคีย์ข้อมูล รองรับ “กระดาษทำการ (Working Paper)” ตรวจสอบงบก่อนออกจริง ปิดงบเป๊ะไม่มีพลาด Basic ขึ้นไป เพิ่มฟังก์ชัน “กระดาษทำการ” หน้ารวมเอกสารที่เมนูหน้าหลัก นักบัญชีสามารถตรวจเช็ก ปรับปรุง และพิสูจน์ยอดบัญชีต่าง ๆ ได้อย่างครบถ้วนและเป็นระบบในที่เดียวก่อนการปิดงบ ช่วยให้นักบัญชีสามารถนำข้อมูลไปใช้และเปรียบเทียบความถูกต้องของตัวเลขได้อย่างมั่นใจ ก่อนที่จะนำข้อมูลไปออกงบการเงินจริง “PEAK to PEAK” ที่ PEAK Application พร้อมระบบสแกน PEAK QR Code บันทึกรายจ่ายง่าย ออกเอกสารได้สะดวกขึ้น e-Document ขึ้นไป เพิ่มปุ่มสแกน QR Code บนมือถือเพื่อดึงข้อมูลเอกสารที่ได้รับจากลูกค้า/ผู้ขายที่ใช้ PEAK มาบันทึกสร้างเอกสารได้ทันที พร้อมระบบอัจฉริยะในคลังเอกสาร(File Vault) ที่ช่วยกรอกข้อมูลและแนะนำรายการต่าง ๆ ให้อัตโนมัติ ลดเวลาคีย์ข้อมูล และลดความผิดพลาดในการกรอกตัวเลข เพียงหยิบมือถือมาสแกนก็ดึงข้อมูลมาบันทึกบัญชีฝั่งรายจ่ายได้แม่นยำและเสร็จไวในไม่กี่วินาที ปลอดภัยยิ่งขึ้น! เพิ่มระบบป้องกันบอท (reCAPTCHA) ที่หน้าเข้าสู่ระบบ ทุกแพ็กเกจ เพิ่มระบบป้องกันบอท (reCAPTCHA) จาก Google เข้ามาหน้าเข้าสู่ระบบ หากระบบตรวจพบพฤติกรรมการเข้าใช้งานที่มีความเสี่ยง จะให้ผู้ใช้ยืนยันตัวตนก่อนเข้าสู่ระบบทันที ช่วยตรวจสอบการเข้าใช้งานที่อาจมีความผิดปกติ และเพิ่มความปลอดภัย

25 มิ.ย. 2026

PEAK Account

14 min

หนังสือรับรองเงินเดือน คืออะไร ตัวอย่าง แบบฟอร์ม พร้อมวิธีออกให้ลูกน้อง

พนักงานขอหนังสือรับรองเงินเดือนมาแต่ HR ไม่แน่ใจว่าต้องใส่อะไรบ้าง ออกผิดก็แก้ยาก ออกช้าพนักงานก็เสียโอกาส บทความนี้สรุปครบว่าเอกสารนี้คืออะไร ต่างจากสลิปเงินเดือนและ 50 ทวิยังไง ต้องมีข้อมูลอะไร พร้อมวิธีขอ วิธีออก และกรณีอาชีพอิสระ หนังสือรับรองเงินเดือน คืออะไร หนังสือรับรองเงินเดือน คือเอกสารที่นายจ้างออกให้พนักงาน เพื่อยืนยันว่าบุคคลนั้นทำงานอยู่จริงและได้รับเงินเดือนเท่าไร (ก่อนหักภาษี) ไม่มีกฎหมายบังคับรูปแบบ แต่ตามกฎหมายแรงงาน นายจ้างต้องออกให้เมื่อลูกจ้างร้องขอ ถ้าปฏิเสธอาจถูกร้องเรียนที่สำนักงานสวัสดิการแรงงาน ข้อมูลต้องตรงกับที่จ่ายจริง ห้ามระบุเกินหรือขาด ถ้าพนักงานพบว่าไม่ถูกต้อง ควรแจ้ง HR แก้ไขก่อนนำไปใช้ หนังสือรับรองเงินเดือน vs สลิปเงินเดือน vs 50 ทวิ 3 เอกสารนี้เกี่ยวกับเงินเดือนเหมือนกัน แต่ใช้คนละสถานการณ์ หนังสือรับรองเงินเดือน สลิปเงินเดือน 50 ทวิ ออกโดย นายจ้าง/บริษัท นายจ้าง/บริษัท นายจ้าง/บริษัท (บังคับตามกฎหมาย) ยืนยันอะไร เงินเดือนปัจจุบัน รายละเอียดรายเดือน (เงินได้ + เงินหัก) รายได้ทั้งปี + ภาษีที่ถูกหักไว้ ใช้สำหรับ กู้บ้าน/รถ บัตรเครดิต วีซ่า ตรวจสอบรายได้แต่ละเดือน ยื่นภาษีเงินได้ประจำปี ออกเมื่อ เมื่อพนักงานร้องขอ ทุกเดือนที่จ่ายเงินเดือน ทุกปี ภายใน ก.พ. สรุปง่ายๆ: หนังสือรับรองเงินเดือนใช้ทำอะไรได้บ้าง เอกสารนี้จำเป็นในหลายสถานการณ์ ด้านการเงิน: ด้านเอกสารราชการ: ตัวอย่างหนังสือรับรองเงินเดือน + ข้อมูลที่ต้องมี เอกสารที่สมบูรณ์ต้องมีข้อมูลเหล่านี้ เอกสารที่ดีควรพิมพ์บนหัวจดหมายของบริษัท (Letterhead) ที่มีโลโก้ชัดเจน ถ้าบริษัทไม่มีหัวจดหมาย ให้ระบุชื่อบริษัท ที่อยู่ เบอร์โทร และเลขทะเบียนนิติบุคคลไว้ด้านบนแทน แบบฟอร์มหนังสือรับรองเงินเดือน PEAK เตรียมแบบฟอร์มหนังสือรับรองเงินเดือนให้ ดาวน์โหลดได้ที่นี่ วิธีขอหนังสือรับรองเงินเดือน (มุมลูกจ้าง) ถ้าคุณเป็นพนักงานที่ต้องการเอกสารนี้ ทำตามนี้ ควรขอล่วงหน้าอย่างน้อย 3-5 วันทำการ เพราะบางบริษัทต้องผ่านหลายขั้นตอนอนุมัติ บางบริษัทมีระบบให้พนักงานขอเอกสารออนไลน์ผ่าน HR Portal ได้เลย พนักงานที่ลาออกแล้วยังมีสิทธิ์ขอจากบริษัทเดิมได้ บริษัทไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ เพราะเป็นเอกสารที่ยืนยันข้อมูลการทำงานในอดีต วิธีออกหนังสือรับรองเงินเดือนให้ลูกน้อง (มุมนายจ้าง/HR) นายจ้างและ HR ต้องออกเอกสารนี้เมื่อลูกจ้างร้องขอ ขั้นตอนมีดังนี้ ต้องระบุวันที่ออกเอกสารให้ชัดเจน และเก็บสำเนาไว้เป็นหลักฐาน ถ้าบริษัทมีพนักงานหลายคน ใช้ระบบ Payroll ช่วยจะสะดวกกว่าออกด้วยมือ หนังสือรับรองเงินเดือน สำหรับอาชีพอิสระ/ฟรีแลนซ์ ฟรีแลนซ์และเจ้าของกิจการที่ไม่มีนายจ้าง ไม่สามารถขอเอกสารนี้แบบพนักงานประจำได้ แต่ใช้หลักฐานอื่นยื่นแทนได้ หลักฐานที่ใช้แทนได้: ฟรีแลนซ์ที่จดทะเบียนนิติบุคคลสามารถออกเอกสารเหมือนบริษัททั่วไปได้ เพราะตัวเองเป็นทั้งนายจ้างและลูกจ้าง เคล็ดลับ: เปิดบัญชีธนาคารแยกสำหรับรายได้จากงาน ไม่ปนกับบัญชีส่วนตัว เก็บสัญญาจ้างทุกฉบับ ถ้ารายได้เกิน 1.8 ล้าน/ปี ควรจดทะเบียนนิติบุคคล หลักฐานรายได้สำหรับอาชีพอิสระอาจไม่ได้รับการยอมรับจากทุกสถาบัน ควรสอบถามก่อนยื่น ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย สำหรับนายจ้าง/HR: สำหรับลูกจ้าง: จัดการเงินเดือนด้วย PEAK Payroll PEAK Account มีระบบ PEAK Payroll ที่ช่วยจัดการเงินเดือนพนักงานครบวงจร เมื่อข้อมูลเงินเดือนอยู่ในระบบแล้ว HR สามารถดึงข้อมูลไปออกเอกสารได้ทันที ไม่ต้องค้นหาจากเอกสารกระดาษ สรุป คำถามที่พบบ่อย (FAQ) หนังสือรับรองเงินเดือน ภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร ภาษาอังกฤษคือ Salary Certificate หรือ Income Certificate บางแห่งใช้คำว่า Certificate of Employment and Compensation ถ้าต้องใช้ยื่นวีซ่าหรือติดต่อหน่วยงานต่างประเทศ ควรขอให้บริษัทออกเป็นภาษาอังกฤษด้วย โดยข้อมูลต้องตรงกับฉบับภาษาไทย หนังสือรับรองเงินเดือน มีอายุกี่วัน ไม่มีกฎหมายกำหนดอายุเอกสารตายตัว แต่สถาบันการเงินส่วนใหญ่รับเฉพาะเอกสารที่ออก ไม่เกิน 30 วัน บางแห่งกำหนดไม่เกิน 7 วัน ควรสอบถามก่อนยื่นทุกครั้ง ถ้าเอกสารหมดอายุต้องขอออกฉบับใหม่จาก HR อีกครั้ง ข้าราชการ/ครู ขอหนังสือรับรองเงินเดือนที่ไหน ข้าราชการขอได้ที่ ฝ่ายการเงินของหน่วยงานต้นสังกัด เช่น ครูขอที่ฝ่ายบุคคลของโรงเรียน ทหารขอที่ฝ่ายการเงินของกรม ตำรวจขอที่สถานีต้นสังกัด ถ้าย้ายหน่วยงานแล้วต้องใช้เอกสารจากที่เดิม ให้ติดต่อหน่วยงานเก่าโดยตรง ออกเอกสารรับรองเงินเดือนเกินจริง มีความผิดไหม มีความผิด ถือเป็นการปลอมแปลงเอกสาร ทั้งนายจ้างที่ออกและพนักงานที่นำไปใช้ อาจมีโทษทางอาญา ดังนั้นข้อมูลต้องตรงกับที่จ่ายจริงเท่านั้น ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก

24 มิ.ย. 2026

PEAK Account

16 min

ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) คืออะไร สรุปข้อดี-ข้อเสีย และเหมาะกับธุรกิจแบบไหนบ้าง

คนอยากเปิดธุรกิจมักสงสัยว่าควรจดเป็น หจก. หรือ บจก. ดี ทั้งสองแบบเป็นนิติบุคคลเหมือนกัน แต่ค่าใช้จ่าย ภาษี และความรับผิดชอบต่างกัน บทความนี้ PEAK สรุปว่า หจก. คืออะไร ข้อดี ข้อเสีย พร้อมตารางเปรียบเทียบ 3 รูปแบบและขั้นตอนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด คืออะไร ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) คือนิติบุคคลที่มีหุ้นส่วนอย่างน้อย 2 คนร่วมกันลงทุนทำธุรกิจ ต้องจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ภาษาอังกฤษเรียกว่า Limited Partnership ตัวย่อ Ltd.Part. หรือ LP ชื่อต้องขึ้นต้นด้วย “ห้างหุ้นส่วนจำกัด” ตามด้วยชื่อกิจการเสมอ จุดสำคัญที่สุดคือ หจก. มีหุ้นส่วน 2 ประเภท ที่รับผิดชอบต่างกัน หุ้นส่วน 2 ประเภทใน หจก. หุ้นส่วนผู้จัดการ คือคนที่บริหารกิจการจริง มีอำนาจตัดสินใจและลงนามแทน หจก. แต่ต้อง รับผิดชอบหนี้ไม่จำกัด รวมถึงทรัพย์สินส่วนตัว ต้องมีอย่างน้อย 1 คน หุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด คือคนที่ลงเงินอย่างเดียว ไม่มีสิทธิ์บริหาร แต่ข้อดีคือเสียได้มากสุดแค่เท่าที่ลงทุนไป ต้องมีอย่างน้อย 1 คนเช่นกัน หจก. ต่างจากห้างหุ้นส่วนสามัญยังไง ทั้งสองแบบคือ “ธุรกิจที่มีหุ้นส่วนร่วมลงทุนกัน” เหมือนกัน แต่ต่างกัน 3 เรื่องหลักตามตาราง ห้างหุ้นส่วนสามัญ หจก. ต้องจดทะเบียนไหม จดหรือไม่จดก็ได้ ต้องจดเท่านั้น ถ้าเป็นหนี้ ใครรับผิดชอบ ทุกคนรับผิดเท่ากัน ไม่มีข้อยกเว้น แบ่งได้ — คนบริหารรับผิดเต็ม คนลงเงินเสียแค่เท่าที่ลงทุน เปิดบัญชีธนาคารในนามห้างได้ไหม ถ้าไม่จดทะเบียน = ไม่ได้ ได้ ภาษี เสียในอัตราคนทั่วไป (สูงสุด 35%) เสียในอัตรานิติบุคคล (สูงสุด 20%) สรุป — ถ้าจริงจังกับธุรกิจ ควรจด หจก. เพราะน่าเชื่อถือกว่า เปิดบัญชีธนาคารได้ ออกใบกำกับภาษีได้ และเสียภาษีในอัตราที่ต่ำกว่าบุคคลธรรมดา ข้อดีของห้างหุ้นส่วนจำกัด ด้านการจดทะเบียน ด้านภาษี ตัวอย่าง กำไรยิ่งสูง ส่วนต่างภาษีระหว่างบุคคลธรรมดากับนิติบุคคลยิ่งมาก นอกจากนี้ หจก. ยังหักค่าใช้จ่ายได้ตามจริง ไม่ต้องใช้อัตราเหมาเหมือนบุคคลธรรมดา ทำให้กำไรสุทธิที่ต้องเสียภาษีต่ำลง ด้านการบริหาร ข้อเสียของห้างหุ้นส่วนจำกัด ด้านความรับผิด ด้านการเงินและความน่าเชื่อถือ ด้านโครงสร้าง ธุรกิจแบบไหนเหมาะกับ หจก. หจก. เหมาะกับธุรกิจที่มีหุ้นส่วนไม่กี่คนและต้องการเริ่มต้นด้วยต้นทุนต่ำ มักเป็นกิจการขนาดเล็กถึงกลางที่เน้นบริหารร่วมกัน ตัวอย่างเช่น หจก. ไม่เหมาะกับธุรกิจที่ต้องประมูลงานราชการ ระดมทุนจากนักลงทุนภายนอก หรือมีแผนเข้าตลาดหลักทรัพย์ในอนาคต กรณีเหล่านี้ควรจด บจก. ตั้งแต่แรก หจก. vs บจก. vs บุคคลธรรมดา เลือกแบบไหนดี บุคคลธรรมดา หจก. บจก. ต้องจดทะเบียนไหม ไม่ต้อง ต้องจด ต้องจด (ขั้นตอนมากกว่า) ค่าจด ไม่มี ~1,000 บาท ~5,500 บาทขึ้นไป ภาษีสูงสุด 35% 20% 20% ต้องจ้างผู้ตรวจสอบบัญชีไหม ไม่ต้อง ไม่ต้อง ต้องจ้างทุกปี หานักลงทุนเพิ่มได้ไหม ยาก ยาก ออกหุ้นขายได้ ความน่าเชื่อถือ ต่ำ ปานกลาง สูง เหมาะกับใคร: อ้างอิง: ค่าจด หจก. ~1,000 บาท (DBD) / บจก. ~5,500+ บาท (DBD) ผู้สอบบัญชี: บจก. ต้องมีทุกปี (พ.ร.บ.การบัญชี 2543) / หจก. ทุนไม่เกิน 5 ล้าน ยกเว้น (คู่มือ DBD) อ่านเปรียบเทียบเชิงลึกได้ที่ ทำธุรกิจรูปแบบบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลแบบไหนดี ขั้นตอนจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด จดทะเบียนได้ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ทั้งแบบ walk-in และออนไลน์ ใช้เวลาไม่นานถ้าเตรียมเอกสารครบ เอกสารที่ต้องเตรียม: หมายเหตุ : ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาอนุมัติอาจเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบกับ DBD โดยตรง ใช้ PEAK จัดการบัญชี หจก. หลังจดทะเบียนแล้ว ต้องจัดทำบัญชีให้ถูกต้อง PEAK Account ช่วยจัดการครบจบในที่เดียว ฟีเจอร์ SMART Suggestion แนะนำรายการบัญชีอัตโนมัติ แม้ไม่มีพื้นฐานบัญชีก็ใช้ได้ เหมาะสำหรับ หจก. ที่ไม่ต้องมีผู้สอบบัญชีแต่ยังต้องทำบัญชีให้ถูกต้อง สรุป คำถามที่พบบ่อย (FAQ) หจก. ย่อมาจากอะไร ภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร หจก. ย่อมาจาก ห้างหุ้นส่วนจำกัด ภาษาอังกฤษคือ Limited Partnership ตัวย่อ Ltd.Part. หรือ LP เปิด หจก. ต้องมีกี่คน อย่างน้อย 2 คน โดยต้องมีหุ้นส่วนผู้จัดการอย่างน้อย 1 คน และหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดอย่างน้อย 1 คน จดคนเดียวไม่ได้ หจก. ต้องมีผู้สอบบัญชีไหม ไม่ต้อง ต่างจาก บจก. ที่ต้องมีผู้สอบบัญชี (CPA) ทุกปี ทำให้ หจก. ประหยัดค่าใช้จ่ายตรงนี้ได้ปีละหลายพันถึงหลายหมื่นบาท อย่างไรก็ตาม หจก. ยังต้องจัดทำบัญชีและยื่นงบการเงินประจำปีตามปกติ อยากเปลี่ยนจาก หจก. เป็น บจก. ทำได้ไหม แปลงสภาพโดยตรงไม่ได้ ต้องเลิกกิจการ หจก. เดิมก่อน (ชำระบัญชี จ่ายหนี้ แบ่งทรัพย์สิน) แล้วจดจัดตั้ง บจก. ใหม่ ดังนั้นถ้าคิดว่าธุรกิจจะเติบโตมาก ควรพิจารณาจด บจก. ตั้งแต่แรก หจก. จ่ายส่วนแบ่งกำไรยังไง หุ้นส่วนแต่ละคนได้รับส่วนแบ่งกำไรตามสัดส่วนที่ตกลงไว้ในหนังสือหุ้นส่วน ถ้าไม่ได้ระบุจะแบ่งตามสัดส่วนเงินลงทุน ส่วนแบ่งกำไรที่ได้รับต้องนำไปรวมเป็นรายได้บุคคลธรรมดาเพื่อเสียภาษี ควรตกลงกันให้ชัดเจนตั้งแต่ตอนจดทะเบียน หจก. เปิดบัญชีธนาคารยังไง ใช้หนังสือรับรองจาก DBD (อายุไม่เกิน 6 เดือน) + บัตรประชาชนหุ้นส่วนผู้จัดการ + ตราประทับบริษัท ไปเปิดบัญชีที่ธนาคาร แนะนำเปิดบัญชีกระแสรายวันแยกจากบัญชีส่วนตัว เพื่อให้ทำบัญชีง่ายขึ้น หจก. ต้องส่งงบการเงินที่ไหน ต้องส่งงบการเงินประจำปีต่อ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ภายใน 5 เดือนนับจากวันสิ้นรอบบัญชี นอกจากนี้ต้องยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลต่อ กรมสรรพากร ปีละ 2 ครั้ง (ครึ่งปี ภ.ง.ด.51 + สิ้นปี ภ.ง.ด.50) หจก. ต้องทำบัญชีไหม ต้องทำบัญชี หจก. เป็นนิติบุคคลที่กฎหมายกำหนดให้จัดทำบัญชีและปิดงบทุกปี ดูรายละเอียดการส่งงบได้ที่ FAQ ด้านบน ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

24 มิ.ย. 2026

PEAK Account

10 min

VAT INFO คืออะไร? วิธีตรวจสอบคู่ค้าและเช็กใบกำกับภาษีให้ถูกต้อง

ก่อนรับใบกำกับภาษีจากคู่ค้า สิ่งแรกที่ต้องเช็ค คือคู่ค้ารายนั้นจดทะเบียน VAT จริงหรือเปล่า เพราะถ้ารับใบกำกับภาษีจากผู้ที่ไม่ได้จด VAT แล้วนำไปใช้เป็นภาษีซื้อ สรรพากรถือว่าเป็น ภาษีซื้อต้องห้าม — ใช้ลดภาษีไม่ได้ และอาจถูกเรียกเงินคืนพร้อมเบี้ยปรับ VAT INFO เป็นเครื่องมือฟรีจากกรมสรรพากรที่ช่วยตรวจสอบเรื่องนี้ได้ทันที ใช้ได้ทุกคน ไม่ต้องสมัครสมาชิก แค่มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลักของคู่ค้า บทความนี้ PEAK สรุปวิธีใช้ วิธีอ่านสถานะ และวิธีป้องกันปัญหาใบกำกับภาษีปลอม VAT INFO คืออะไร VAT INFO (หรือ VATINFO) คือระบบตรวจสอบข้อมูลผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มของกรมสรรพากร เปิดให้ใช้ฟรี ตรวจสอบได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ต้องไปสำนักงานสรรพากร  VAT INFO ใช้ทำอะไรได้บ้าง วิธีใช้งาน VAT INFO ตรวจสอบคู่ค้า เข้าใช้งานได้ที่ vsinter.rd.go.th หรือค้นหาคำว่า “vat info สรรพากร” ใน Google ตรวจสอบจากเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ตรวจสอบจากชื่อผู้ประกอบการ  ถ้าไม่มีเลข 13 หลัก สามารถค้นหาจากชื่อกิจการ หรือชื่อสาขาได้เช่นกัน แต่ต้องพิมพ์ชื่อให้ตรง เพราะระบบจะค้นหาตามตัวอักษรที่พิมพ์  สถานะ VAT แต่ละแบบหมายความว่าอะไร  เมื่อค้นหาแล้ว ระบบจะแสดงสถานะกิจการ ซึ่งหลายคนเจอแล้วงงว่าหมายความว่าอะไร สถานะ ความหมาย ออกใบกำกับภาษีได้ไหม ยังประกอบกิจการอยู่ กิจการยังเปิดปกติ จด VAT ถูกต้อง ได้ เลิกประกอบกิจการ กิจการปิดแล้ว แจ้งเลิกกับสรรพากรแล้ว ไม่ได้ อยู่ระหว่างชำระบัญชี กิจการกำลังปิด อยู่ระหว่างจัดการหนี้สินและทรัพย์สิน ระวัง ควรตรวจสอบก่อน ไม่พบข้อมูล ไม่ได้จดทะเบียน VAT ไม่ได้ ห้ามรับใบกำกับภาษี จุดสำคัญ: ถ้าสถานะเป็น “เลิกประกอบกิจการ” หรือ “ไม่พบข้อมูล” แต่คู่ค้าออกใบกำกับภาษีมาให้ ห้ามรับ เพราะจะกลายเป็นภาษีซื้อต้องห้ามทันที  ตัวอย่าง: ฝ่ายจัดซื้อของบริษัท (ชื่อสมมุติ) ได้ใบกำกับภาษีจากซัพพลายเออร์รายใหม่ เมื่อเช็ค VAT INFO พบว่าสถานะเป็น “เลิกประกอบกิจการ” ตั้งแต่ปีก่อน แสดงว่าใบกำกับภาษีฉบับนี้ออกมาหลังจากเลิกกิจการแล้ว ถ้านำไปใช้เป็นภาษีซื้อ สรรพากรตรวจพบจะถูกเรียกเงินคืนพร้อมเบี้ยปรับ ฝ่ายจัดซื้อจึงปฏิเสธรับและแจ้งให้ซัพพลายเออร์ชี้แจง  วิธีเช็กใบกำกับภาษีปลอม  นอกจากเช็กสถานะ VAT แล้ว ควรสังเกตสัญญาณเตือนเหล่านี้ เจอใบกำกับภาษีที่น่าสงสัย ต้องทำอย่างไร ใช้ PEAK ตรวจ VAT + SMART Key ตรวจใบกำกับภาษีอัตโนมัติ ถ้าธุรกิจของคุณรับใบกำกับภาษีจำนวนมากในแต่ละเดือน การเช็คทีละใบบน VAT INFO อาจใช้เวลานาน PEAK Account มีฟีเจอร์ที่ช่วยลดงานตรงนี้ SMART Key คือฟีเจอร์ AI + OCR บน PEAK ที่ถ่ายรูปหรืออัปโหลดใบกำกับภาษี แล้ว AI อ่านข้อมูลเข้าระบบบัญชีให้อัตโนมัติ พร้อมตรวจสอบความถูกต้องตามเกณฑ์กรมสรรพากร ถ้าข้อมูลไม่ครบหรือไม่ตรง ระบบแจ้งเตือนทันที ไม่ต้องเช็คเองทีละใบ ตัวอย่างเช่น นักบัญชีได้รับใบกำกับภาษีซื้อจากซัพพลายเออร์ 30 ใบในเดือนเดียว ถ้าเช็คทีละใบบน VAT INFO อาจใช้เวลาครึ่งวัน เมื่ออัปโหลดเข้า PEAK ผ่าน SMART Key ระบบ AI สแกนข้อมูลทุกใบ ตรวจว่าเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ชื่อ ที่อยู่ ครบถ้วนตามเกณฑ์กรมสรรพากรหรือไม่ ถ้าใบไหนมีปัญหาระบบแจ้งเตือนทันที นักบัญชีตีกลับเอกสารขอใบใหม่ได้ทันท่วงที นอกจากนี้ PEAK ยังเชื่อมโยงข้อมูลใบกำกับภาษีกับรายงานภาษีซื้อ-ขายอัตโนมัติ ลดงานคีย์ซ้ำและลดข้อผิดพลาด สรุป คำถามที่พบบ่อย (FAQ) VAT INFO ใช้ฟรีไหม ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ใช้ได้ทุกคนไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ประกอบการ เข้าใช้งานได้ที่ vsinter.rd.go.th ตลอด 24 ชั่วโมง คู่ค้าไม่ได้จด VAT แต่ออกใบกำกับภาษีมาให้ ต้องทำอย่างไร ห้ามนำไปใช้เป็นภาษีซื้อ เพราะจะกลายเป็นภาษีซื้อต้องห้าม ให้แจ้งคู่ค้าว่าไม่สามารถรับใบกำกับภาษีได้ และขอเอกสารอื่นแทน เช่น ใบเสร็จรับเงินปกติ ถ้าสงสัยว่าเป็นการปลอมแปลง ปรึกษาสรรพากรพื้นที่ ผลเสียของการใช้ภาษีซื้อต้องห้ามคือต้องจ่ายภาษีคืนพร้อมเบี้ยปรับ 1 เท่า + เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน  VAT INFO ข้อมูลอัปเดตบ่อยแค่ไหน ข้อมูลอัปเดตตามที่กรมสรรพากรบันทึกเข้าระบบ เมื่อกิจการจดทะเบียนหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลแล้ว ข้อมูลจะปรากฏในระบบหลังจากสรรพากรดำเนินการเสร็จ ถ้าต้องการความแน่ใจ ให้โทรสอบถามสรรพากรพื้นที่โดยตรง ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

24 มิ.ย. 2026

PEAK Account

8 min

SWIFT Code คืออะไร? รวมรหัส SWIFT Code ทุกธนาคารในไทย

ถ้าคุณต้องโอนเงินไปต่างประเทศหรือรับเงินจากต่างประเทศ สิ่งที่ธนาคารจะถามคือ “SWIFT Code” ของธนาคารปลายทาง บทความนี้ PEAK รวม SWIFT Code ของทุกธนาคารในไทยไว้ที่เดียว พร้อมวิธีเช็คและข้อควรรู้ก่อนโอน SWIFT Code คืออะไร SWIFT Code (หรือ BIC Code) คือรหัสประจำตัวของธนาคารที่ใช้ระบุตัวตนในระบบการเงินระหว่างประเทศ ย่อมาจาก Society for Worldwide Interbank Financial Telecommunication เป็นมาตรฐานกลางที่ธนาคารและสถาบันการเงินทั่วโลกใช้ร่วมกัน ถ้าใส่ SWIFT Code ผิด เงินอาจส่งไปผิดที่หรือถูกตีกลับ SWIFT Code ประกอบด้วยอะไรบ้าง  SWIFT Code มี 8 หรือ 11 ตัวอักษร แต่ละส่วนมีความหมายดังนี้  ตำแหน่ง ความหมาย ตัวอย่าง (กสิกรไทย) ตัวที่ 1-4 รหัสธนาคาร KASI (Kasikornbank) ตัวที่ 5-6 รหัสประเทศ TH (Thailand) ตัวที่ 7-8 รหัสที่ตั้ง (เมือง) BK (Bangkok) ตัวที่ 9-11 รหัสสาขา (ถ้ามี) XXX หรือไม่ระบุ = สำนักงานใหญ่ ดังนั้น SWIFT Code ของธนาคารกสิกรไทย คือ KASITHBK (8 หลัก = สำนักงานใหญ่) รวมรหัส SWIFT Code ทุกธนาคารในไทย  ธนาคารกรุงเทพ — SWIFT Code: BKKBTHBK ธนาคารกสิกรไทย — SWIFT Code: KASITHBK ธนาคารไทยพาณิชย์ — SWIFT Code: SICOTHBK ธนาคารกรุงไทย — SWIFT Code: KRTHTHBK ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) — SWIFT Code: TMBKTHBK ธนาคารกรุงศรีอยุธยา — SWIFT Code: AYUDTHBK ธนาคารเกียรตินาคินภัทร — SWIFT Code: KKPBTHBK ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย — SWIFT Code: UBOBTHBK ธนาคารยูโอบี — SWIFT Code: UOVBTHBK ธนาคารไทยเครดิต — SWIFT Code: THCETHB1 ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ — SWIFT Code: LAHRTHB1 ธนาคารไอซีบีซี (ไทย) — SWIFT Code: ICBKTHBK ธนาคารเฉพาะกิจ (ของรัฐ) ธนาคารออมสิน — SWIFT Code: GSBATHBK ธนาคารเพื่อการเกษตรฯ (ธ.ก.ส.) — SWIFT Code: BAABTHBK ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย — SWIFT Code: TIBTTHBK ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) — SWIFT Code: GHBATHBK หมายเหตุ : รหัสในตารางเป็นรหัสสำนักงานใหญ่ (8 หลัก) ใช้ได้กับการโอนเงินเข้าบัญชีทุกสาขาทั่วประเทศ ควรตรวจสอบกับธนาคารปลายทางอีกครั้งก่อนโอน  SWIFT Code ดูตรงไหน  ถ้าไม่แน่ใจว่า SWIFT Code ของธนาคารที่ใช้อยู่คืออะไร มี 3 วิธีเช็คได้ง่ายๆ โอนเงินผ่าน SWIFT ใช้เวลากี่วัน  การโอนเงินผ่านระบบ SWIFT ระยะเวลาขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ค่าธรรมเนียม แต่ละธนาคารคิดไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินและประเทศปลายทาง ควรสอบถามธนาคารโดยตรงก่อนทำรายการ สรุป ถ้าธุรกิจของคุณรับหรือจ่ายเงินต่างประเทศเป็นประจำ PEAK Account ช่วยบันทึกรายการโอนเงินต่างประเทศ กระทบยอดกับ Bank Statement และจัดทำรายงานภาษีให้อัตโนมัติ คำถามที่พบบ่อย (FAQ) SWIFT Code กับ BIC Code ต่างกันไหม เหมือนกัน SWIFT Code คือชื่อที่คนทั่วไปเรียก ส่วน BIC Code (Bank Identifier Code) คือชื่อทางการตามมาตรฐาน ISO 9362 ใช้แทนกันได้ ต้องใช้ SWIFT Code ทุกครั้งที่โอนเงินต่างประเทศไหม ใช่ ทุกครั้งที่โอนเงินระหว่างประเทศผ่านธนาคาร ต้องระบุ SWIFT Code ของธนาคารปลายทาง แต่ถ้าใช้บริการโอนเงินออนไลน์ เช่น Wise หรือ PayPal ระบบอาจกรอก SWIFT Code ให้อัตโนมัติ ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก

10 มิ.ย. 2026

PEAK Account

3 min

อัปเดตฟังก์ชัน PEAK 10/06/2026

1. “บันทึกยอดยกมาช่องทางการเงิน” กรอกปุ๊บลงบัญชีอัตโนมัติ ไม่ต้องสร้างหน้าสมุดบัญชีรายวันเอง แพ็กเกจใช้งาน: ทุกแพ็กเกจใช้งาน เหมาะสำหรับ: ผู้ใช้งานที่ต้องการบันทึกยอดยกมาช่องทางการเงินต่าง ๆ สิ่งที่ระบบอัปเดต: ระบบได้เพิ่มปุ่ม “บันทึกยอดยกมา” ให้ผู้ใช้งานสามารถใส่ยอดเงินยกมาได้ตั้งแต่หน้าสร้างช่องทางการเงิน (ขั้นสูง) รองรับทั้งประเภทช่องทางการเงิน โดยระบบจะนำข้อมูลไปสร้างสมุดบัญชีรายวันอัตโนมัติ ประโยชน์ที่จะได้รับ: ช่วยลดเวลาในการทำงานให้กับผู้ใช้งาน จากเดิมต้องใส่ยอดยกมาที่สมุดรายวันสามารถใส่ที่หน้าช่องทางการเงินโดยตรงได้ด้วยตนเองทำงานได้จบในหน้าเดียว 2. อัปเกรด PEAK TAX เพิ่มการตั้งค่าติดตามความเคลื่อนไหวผู้ติดต่อและการตรวจสอบก่อนสร้างแบบยื่นภาษี ป้องกันตกหล่นในการทำแบบยื่นภาษี แพ็กเกจใช้งาน: ทุกแพ็กเกจใช้งาน เหมาะสำหรับ: ผู้ใช้งานที่ต้องสร้างแบบภ.พ.30 ที่ PEAK TAX สิ่งที่ระบบอัปเดต: ระบบเพิ่มการตั้งค่าติดตามความเคลื่อนไหวผู้ติดต่อใน PEAK TAX ให้ระบบช่วยตรวจสอบและแจ้งเตือน กรณีที่แบบยื่นภาษีมีผู้ติดต่อที่เคยยื่นภาษีต่อเนื่องในแบบรอบก่อน ๆ หน้า แต่ในรอบปัจจุบันไม่มีรายการหรือเป็นผู้ติดต่อใหม่ที่ไม่เคยยื่นภาษีมาก่อน เพื่อป้องกันการลืมสร้างเอกสาร ประโยชน์ที่จะได้รับ: ช่วยตรวจสอบความถูกต้องก่อนสร้างแบบยื่นภาษี หมดกังวลเรื่องการลืมลงรายการของลูกค้ารายประจำ และช่วยให้เห็นความเคลื่อนไหวของคู่ค้าหน้าใหม่ได้อย่างชัดเจน

10 มิ.ย. 2026

PEAK Account

2 min

Update Function PEAK 10/06/2026

PEAK with the new function designed to enhance efficiency. 1. “Record financial channel opening balances” – Fill in and automatically post to accounts instantly without having to create a Journal page yourself. Package: All active packages Suitable for: Users who want to record opening balances for various financial channels. System Updates: The system added a “Record Opening Balance” button for users to enter the opening balance directly from the financial channel creation page (Advanced). This supports financial channel types: The system will automatically use this information to create a journal entry. Benefits of Use: Helps reduce working time for users. Previously, users had to enter opening balances through journal entries. Now, users can enter them directly on the financial channel page by themselves, completing the task on a single page. 2. Upgrade PEAK TAX: Added contact movement tracking settings and verification before creating tax return forms, preventing omissions in making tax returns. Package: All active packages Suitable for: Users who need to create P.P.30 forms in PEAK TAX. System Updates: The system added Contact Movement Tracking settings in PEAK TAX. This feature helps check and notify users when a tax return form contains contacts that were regularly included in previous tax filings but have no transactions in the current filing period or new contacts that have never been included in tax filings before, helping to prevent forgetting to create documents. Benefits of Use: Helps check accuracy before creating tax return forms. Eliminates worries about forgetting to record transactions for regular customers and helps clearly see the movement of new trade partners.