PEAK Account

ทั้งหมด

บัญชี

ภาษี

ธุรกิจ

การใช้งานโปรแกรม

ข่าวสาร

10 มิ.ย. 2026

PEAK Account

3 min

อัปเดตฟังก์ชัน PEAK 10/06/2026

1. “บันทึกยอดยกมาช่องทางการเงิน” กรอกปุ๊บลงบัญชีอัตโนมัติ ไม่ต้องสร้างหน้าสมุดบัญชีรายวันเอง แพ็กเกจใช้งาน: ทุกแพ็กเกจใช้งาน เหมาะสำหรับ: ผู้ใช้งานที่ต้องการบันทึกยอดยกมาช่องทางการเงินต่าง ๆ สิ่งที่ระบบอัปเดต: ระบบได้เพิ่มปุ่ม “บันทึกยอดยกมา” ให้ผู้ใช้งานสามารถใส่ยอดเงินยกมาได้ตั้งแต่หน้าสร้างช่องทางการเงิน (ขั้นสูง) รองรับทั้งประเภทช่องทางการเงิน โดยระบบจะนำข้อมูลไปสร้างสมุดบัญชีรายวันอัตโนมัติ ประโยชน์ที่จะได้รับ: ช่วยลดเวลาในการทำงานให้กับผู้ใช้งาน จากเดิมต้องใส่ยอดยกมาที่สมุดรายวันสามารถใส่ที่หน้าช่องทางการเงินโดยตรงได้ด้วยตนเองทำงานได้จบในหน้าเดียว 2. อัปเกรด PEAK TAX เพิ่มการตั้งค่าติดตามความเคลื่อนไหวผู้ติดต่อและการตรวจสอบก่อนสร้างแบบยื่นภาษี ป้องกันตกหล่นในการทำแบบยื่นภาษี แพ็กเกจใช้งาน: ทุกแพ็กเกจใช้งาน เหมาะสำหรับ: ผู้ใช้งานที่ต้องสร้างแบบภ.พ.30 ที่ PEAK TAX สิ่งที่ระบบอัปเดต: ระบบเพิ่มการตั้งค่าติดตามความเคลื่อนไหวผู้ติดต่อใน PEAK TAX ให้ระบบช่วยตรวจสอบและแจ้งเตือน กรณีที่แบบยื่นภาษีมีผู้ติดต่อที่เคยยื่นภาษีต่อเนื่องในแบบรอบก่อน ๆ หน้า แต่ในรอบปัจจุบันไม่มีรายการหรือเป็นผู้ติดต่อใหม่ที่ไม่เคยยื่นภาษีมาก่อน เพื่อป้องกันการลืมสร้างเอกสาร ประโยชน์ที่จะได้รับ: ช่วยตรวจสอบความถูกต้องก่อนสร้างแบบยื่นภาษี หมดกังวลเรื่องการลืมลงรายการของลูกค้ารายประจำ และช่วยให้เห็นความเคลื่อนไหวของคู่ค้าหน้าใหม่ได้อย่างชัดเจน

10 มิ.ย. 2026

PEAK Account

2 min

Update Function PEAK 27/05/2026

PEAK with the new function designed to enhance efficiency. 1. “Record financial channel opening balances” – Fill in and automatically post to accounts instantly without having to create a Journal page yourself. Package: All active packages Suitable for: Users who want to record opening balances for various financial channels. System Updates: The system added a “Record Opening Balance” button for users to enter the opening balance directly from the financial channel creation page (Advanced). This supports financial channel types: The system will automatically use this information to create a journal entry. Benefits of Use: Helps reduce working time for users. Previously, users had to enter opening balances through journal entries. Now, users can enter them directly on the financial channel page by themselves, completing the task on a single page. 2. Upgrade PEAK TAX: Added contact movement tracking settings and verification before creating tax return forms, preventing omissions in making tax returns. Package: All active packages Suitable for: Users who need to create P.P.30 forms in PEAK TAX. System Updates: The system added Contact Movement Tracking settings in PEAK TAX. This feature helps check and notify users when a tax return form contains contacts that were regularly included in previous tax filings but have no transactions in the current filing period or new contacts that have never been included in tax filings before, helping to prevent forgetting to create documents. Benefits of Use: Helps check accuracy before creating tax return forms. Eliminates worries about forgetting to record transactions for regular customers and helps clearly see the movement of new trade partners.

4 มิ.ย. 2026

PEAK Account

18 min

ไทยช่วยไทยพลัส สรุปสำหรับร้านค้า รัฐจ่าย 60% คุณจ่าย 40% 

โครงการไทยช่วยไทยพลัส เริ่มใช้สิทธิ์แล้วตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2569 ร้านค้าหลายแห่งเริ่มรับเงินจากลูกค้าที่ใช้สิทธิ์ผ่านแอปเป๋าตัง แต่คำถามที่ตามมาคือ “รายได้ส่วนนี้ต้องเสียภาษีไหม?” และ “บันทึกบัญชียังไง?” บทความนี้ PEAK สรุปทุกเรื่องที่ร้านค้าและผู้ประกอบการ SME ต้องรู้ ตั้งแต่โครงการคืออะไร เงื่อนไขร้านค้า วิธีใช้สิทธิ์ เรื่องภาษีที่ต้องระวัง และวิธีบันทึกบัญชีรายรับจากโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส คืออะไร ไทยช่วยไทยพลัส คือโครงการช่วยลดค่าครองชีพจากรัฐบาล ในรูปแบบร่วมจ่าย 60/40 โดยรัฐจ่ายให้ 60% ของค่าสินค้าและบริการ ประชาชนจ่ายเอง 40% ใช้ผ่านแอป “เป๋าตัง” ฝั่งลูกค้า และแอป “ถุงเงิน” ฝั่งร้านค้า สิทธิ์ที่ได้: รัฐจ่ายให้สูงสุด 4,000 บาทต่อคนตลอดโครงการ  ใช้ได้ตั้งแต่ 1 มิถุนายน ถึง 30 กันยายน 2569 เวลา 06.00-23.00 น. รัฐจ่ายให้ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน ถ้าเดือนไหนใช้ไม่หมด วงเงินจะไม่ทบไปเดือนถัดไป (ข้อมูลจากกรมประชาสัมพันธ์) ไทยช่วยไทยพลัส ต่างจากคนละครึ่งพลัสยังไง  หลายคนสับสนว่าเป็นโครงการเดียวกันหรือไม่ จริงๆ แล้ว ไทยช่วยไทยพลัส คือการรวมโครงการคนละครึ่งพลัสกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเข้าด้วยกัน จุดต่างหลักคือ เปรียบเทียบ คนละครึ่งพลัส ไทยช่วยไทยพลัส สัดส่วนร่วมจ่าย 50/50 60/40 (รัฐจ่ายมากกว่า) วงเงินต่อคน 2,000 บาท 4,000 บาท ช่วงเวลาใช้สิทธิ์ สิ้นสุดแล้ว 1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 2569 แอปที่ใช้ เป๋าตัง + ถุงเงิน เป๋าตัง + ถุงเงิน (เหมือนกัน) เงื่อนไขร้านค้านิติบุคคล รายได้ ≤1.8 ล้าน รายได้ ≤1.8 ล้าน (เหมือนกัน) เงื่อนไขสำหรับร้านค้า ไทยช่วยไทยพลัส  ร้านค้าที่เข้าร่วมได้ ตามประกาศจากทำเนียบรัฐบาล ร้านค้าที่เข้าร่วมไม่ได้ ร้านสะดวกซื้อแฟรนไชส์ และร้านที่รับของจากคนอื่นมาวางขายแบบตัวแทน (ไม่ได้ซื้อขาดมาเป็นของตัวเอง) เช่น รับฝากขายสินค้าแล้วหักค่าคอมมิชชัน ร้านค้ารับเงินจากไทยช่วยไทยพลัส ต้องเสียภาษีไหม  ต้องนำมารวมเป็นรายได้ตามปกติ เงินที่ร้านค้าได้รับจากโครงการ (ทั้งส่วนที่ลูกค้าจ่าย 40% + ส่วนที่รัฐจ่าย 60%) ถือเป็นรายได้จากการขายสินค้าและบริการตามหลักภาษี ไม่ใช่เงินให้เปล่าจากรัฐ อย่างไรก็ตาม รองโฆษกรัฐบาลยืนยันว่า ข้อมูลจากแอปถุงเงินไม่ถูกส่งให้กรมสรรพากร (ข้อมูลจากกรมประชาสัมพันธ์) ถึงแม้ข้อมูลจะไม่ถูกส่งโดยตรง แต่สรรพากรมีสิทธิ์ตรวจสอบย้อนหลังหากพบความผิดปกติของบัญชีธนาคาร ดังนั้นการยื่นภาษีให้ถูกต้องตั้งแต่แรกจึงปลอดภัยที่สุด  ข้อมูลภาษีทั่วไป — ควรปรึกษานักบัญชีหรือสรรพากรพื้นที่สำหรับกรณีเฉพาะ  ร้านค้าบุคคลธรรมดา รายได้จากการขายผ่านโครงการ จัดเป็น เงินได้ประเภท 40(8) คือรายได้จากการค้า สิ้นปีต้องนำมายื่น ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.94 (ครึ่งปี) หักค่าใช้จ่ายได้ตามจริง หรือเหมา 60% แล้วแต่อย่างไหนประหยัดภาษีกว่า (ข้อมูลจากกรมสรรพากร) ตัวอย่าง: ร้านข้าวแกง (ชื่อสมมุติ) มีรายได้จากไทยช่วยไทยพลัส 80,000 บาท + รายได้นอกโครงการ 320,000 บาท รวมปีละ 400,000 บาท หักค่าใช้จ่ายเหมา 60% = 240,000 บาท เหลือเงินได้สุทธิ 160,000 บาท หักค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท เหลือ 100,000 บาท → เสียภาษี 5% = 5,000 บาท สิ่งที่ต้องเก็บ: หลักฐานรายรับรายจ่าย เช่น ประวัติรับเงินจากแอปถุงเงิน ใบเสร็จซื้อวัตถุดิบ เก็บไว้อย่างน้อย 5 ปี สำหรับกรณีสรรพากรขอตรวจ ร้านค้านิติบุคคล รายได้จากโครงการรวมเป็นรายได้ของกิจการ ยื่น ภ.ง.ด.50 (ปี) และ ภ.ง.ด.51 (ครึ่งปี) ตามปกติ สำหรับนิติบุคคลที่เข้าร่วมโครงการ รายได้ต้อง ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท/ปี (เงื่อนไขโครงการ) ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์ SME ที่เสียภาษีเงินได้อัตราพิเศษ อัตราภาษีนิติบุคคล SME (ทุนจดทะเบียน ≤5 ล้าน + รายได้ ≤30 ล้าน): กำไรสุทธิ 0-300,000 บาท = ยกเว้นภาษี / 300,001-3,000,000 บาท = 15% / เกิน 3 ล้าน = 20% ดังนั้นร้านค้านิติบุคคลที่รายได้ไม่เกิน 1.8 ล้าน หลังหักค่าใช้จ่ายแล้วมีกำไรไม่เกิน 300,000 บาท จะไม่ต้องเสียภาษีเงินได้เลย  ตัวอย่าง: ร้านขายเครื่องดื่ม (ชื่อสมมุติ) จดเป็นบริษัทจำกัด รายได้จากไทยช่วยไทยพลัส 200,000 บาท + รายได้อื่น 600,000 บาท รวม 800,000 บาท หักค่าใช้จ่ายจริง 550,000 บาท กำไรสุทธิ 250,000 บาท → ไม่ต้องเสียภาษี (กำไรไม่เกิน 300,000 บาท)   ต้องจด VAT ไหม ถ้ารายได้เกิน 1.8 ล้านบาท  ถ้ารายได้จากการขายทั้งหมด (ไม่ใช่แค่จากโครงการ) เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แต่เนื่องจากเงื่อนไขโครงการกำหนดให้นิติบุคคลที่เข้าร่วมต้องมีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้าน จึงส่วนใหญ่ยังไม่ถึงเกณฑ์จด VAT สำหรับร้านค้าบุคคลธรรมดาที่ขายดีมาก ถ้ารายได้รวมทั้งปี (จากโครงการ + นอกโครงการ) เกิน 1.8 ล้านบาท ให้ปรึกษาสรรพากรพื้นที่เรื่องการจด VAT เพราะถ้ารายได้เกินเกณฑ์แล้วไม่จด อาจถูกประเมินภาษีย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับ สรุปเรื่องภาษีสำหรับร้านค้า: รายได้จากไทยช่วยไทยพลัสไม่ใช่เงินให้เปล่า แต่เป็นค่าสินค้า/บริการที่รัฐจ่ายแทนลูกค้า ต้องบันทึกเป็นรายได้ตามปกติ ข้อดีคือข้อมูลจากถุงเงินไม่ถูกส่งให้สรรพากรโดยตรง แต่ร้านค้ายังมีหน้าที่ยื่นภาษีด้วยตัวเอง วิธีบันทึกบัญชีรายรับจากไทยช่วยไทยพลัส  ตัวอย่างบันทึกบัญชี สมมุติร้านขายของชำ (ชื่อสมมุติ) ขายสินค้าให้ลูกค้าที่ใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 500 บาท รายการ เดบิต เครดิต เงินสด/ธนาคาร (ส่วนลูกค้าจ่าย 40%) 300 ลูกหนี้โครงการรัฐ (ส่วนรัฐจ่าย 60%) 200 รายได้จากการขาย 500 เมื่อรัฐโอนเงินส่วน 60% เข้าบัญชี  รายการ เดบิต เครดิต เงินสด/ธนาคาร 200 ลูกหนี้โครงการรัฐ 200 จุดสำคัญ: บันทึกรายได้ เต็มจำนวน 500 บาท ณ วันที่ขาย ไม่ใช่บันทึกแค่ 200 บาทที่ได้เงินสดจริง เพราะร้านค้ามีสิทธิ์ได้รับเงินจากรัฐส่วนที่เหลืออยู่แล้ว เคล็ดลับสำหรับร้านค้าที่รับเงินจากหลายช่องทาง: ถ้าร้านรับทั้งเงินสด เงินโอน และเงินจากไทยช่วยไทยพลัส ควรแยกบันทึกให้ชัด เพื่อง่ายต่อการกระทบยอดและยื่นภาษี ใช้ PEAK บันทึกรายรับจากไทยช่วยไทยพลัส   PEAK Account รองรับการบันทึกรายรับจากหลายช่องทาง รวมถึงเงินที่รับผ่านโครงการรัฐ สร้างใบเสร็จรับเงินพร้อมเชื่อมโยงข้อมูลไปยังรายงานภาษีได้ในขั้นตอนเดียว สิ่งที่ PEAK ช่วยได้สำหรับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ: นอกจากนี้ยังเชื่อมโยงกับรายงานภาษีและใบกำกับภาษี ลดงานคีย์ซ้ำและลดข้อผิดพลาด วิธีใช้สิทธิ์ ไทยช่วยไทยพลัส (รัฐจ่าย 60% / คุณจ่าย 40%)  ขั้นตอนฝั่งร้านค้าง่ายมาก ข้อจำกัดที่ร้านค้าต้องรู้: ใช้สิทธิ์ได้เฉพาะเวลา 06.00-23.00 น. เท่านั้น ห้ามใช้ซื้อสลากกินแบ่ง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ และบัตรกำนัล วิธีคิด 60/40 คิดยังไง หลายคนงงว่า “รัฐจ่าย 60% ฉันจ่าย 40%” คำนวณยังไง วิธีคิดง่ายมาก สูตร: ยอดซื้อ × 0.4 = ส่วนที่ลูกค้าจ่าย / ยอดซื้อ × 0.6 = ส่วนที่รัฐจ่าย ยอดซื้อจริง ลูกค้าจ่าย (40%) รัฐจ่ายให้ (60%) ร้านค้าได้รับ 50 บาท 20 บาท 30 บาท 50 บาท 100 บาท 40 บาท 60 บาท 100 บาท 200 บาท 80 บาท 120 บาท 200 บาท 333 บาท 133 บาท 200 บาท (ชนเพดานวัน) 333 บาท 500 บาท 300 บาท 200 บาท (ชนเพดาน) 500 บาท จุดสำคัญ: รัฐจ่ายสูงสุด 200 บาท/วัน ถ้าซื้อเกิน 333 บาท ส่วนเกินลูกค้าต้องจ่ายเองทั้งหมด เช่น ซื้อ 500 บาท → รัฐจ่าย 200 (ชนเพดาน) + ลูกค้าจ่าย 300 พูดง่ายๆ: ซื้อไม่เกิน 333 บาท/วัน = คุ้มสุด เพราะรัฐจ่ายให้เต็ม 60% ตัวอย่างจริง: ลูกค้าซื้ออาหารจากร้านข้าวแกง (ชื่อสมมุติ) 200 บาท ลูกค้าควักกระเป๋าจ่ายแค่ 80 บาท รัฐจ่ายให้ร้านอีก 120 บาท ร้านได้รับเงินครบ 200 บาทเต็ม  ใช้สิทธิ์ได้วันละเท่าไหร่ กี่วันหมด  วงเงินที่รัฐจ่ายให้ 4,000 บาท/คน ตลอดโครงการ มีเพดานจำกัดดังนี้ (ข้อมูลจากกรมประชาสัมพันธ์) เพดาน รัฐจ่ายสูงสุด ลูกค้าจ่ายขั้นต่ำ ยอดซื้อรวมสูงสุด ต่อวัน 200 บาท ~133 บาท ~333 บาท ต่อเดือน 1,000 บาท ~667 บาท ~1,667 บาท ตลอดโครงการ 4,000 บาท ~2,667 บาท ~6,667 บาท ใช้กี่วันหมด? ถ้าซื้อวันละ 333 บาท (ใช้สิทธิ์รัฐเต็มวันละ 200) = 5 วันก็ครบเพดานเดือน (200 × 5 = 1,000) ใช้เต็มทุกเดือน 4 เดือน = หมดพอดี 4,000 บาท สิ่งที่ร้านค้าต้องรู้: ใช้ยังไงให้คุ้ม (มุมร้านค้า): รัฐจ่ายให้ลูกค้าสูงสุดวันละ 200 บาท ดังนั้นยอดซื้อที่คุ้มสุดคือ ไม่เกิน 333 บาท/วัน เพราะรัฐจ่ายเต็ม 60% ถ้าร้านตั้งราคาเซ็ตอาหารหรือสินค้าในช่วง 200-333 บาท ลูกค้าจะใช้สิทธิ์ได้เต็มที่และมีแนวโน้มกลับมาซื้อซ้ำ สรุป ไทยช่วยไทยพลัส สิ่งที่ร้านค้าต้องรู้  คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับไทยช่วยไทยพลัส  ไทยช่วยไทยพลัส ใช้ได้ถึงเมื่อไหร่ ใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่ 1 มิถุนายน ถึง 30 กันยายน 2569 เวลา 06.00-23.00 น. ทุกวัน สิทธิ์ 4,000 บาทต่อคนแบ่งเป็น 2 เฟส โดยเฟสแรกเริ่มแล้ว ถ้าเฟสแรกหมดก่อนต้องรอเฟสถัดไป ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่ www.ไทยช่วยไทยพลัส.th หรือโทร 0 2111 1122 รายได้จากไทยช่วยไทยพลัส นับรวมเป็นรายได้ 1.8 ล้านไหม นับรวม รายได้ทั้งหมดที่ร้านค้าได้รับ (ทั้งจากโครงการและนอกโครงการ) นำมารวมเป็นรายได้ทั้งปี ถ้าเกิน 1.8 ล้านบาท อาจต้องจด VAT ส่วนนิติบุคคลที่เข้าร่วมโครงการต้องมีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านอยู่แล้ว (เงื่อนไขโครงการ) สำหรับร้านค้าบุคคลธรรมดา ไม่มีเพดานรายได้ จึงอาจเกิน 1.8 ล้านได้ หากเกินต้องพิจารณาจด VAT รับเงินจากโครงการแล้ว ต้องออกใบเสร็จให้ลูกค้าไหม ร้านค้าควรออกใบเสร็จหรือหลักฐานการรับเงินเหมือนการขายปกติ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการบันทึกบัญชีและยื่นภาษี โดยระบุยอดขายเต็มจำนวน (เช่น 500 บาท) ไม่ใช่แค่ส่วนที่ลูกค้าจ่ายจริง (200 บาท) เพราะร้านค้าได้รับรายได้ครบ 500 บาทจริง แม้จะมาจาก 2 แหล่ง (ลูกค้า 40% + รัฐ 60%)

27 พ.ค. 2026

PEAK Account

2 min

Update Function PEAK 27/05/2026

PEAK with the new function designed to enhance efficiency. 1. PEAK SMART Key supports grid view display and purchase order (PO) creation, saving data entry time. 2. Supports “Working Paper” to check financial statements before actual issuance, closing accounts accurately without missing anything. 3. “PEAK to PEAK” on PEAK Application with a PEAK QR Code scanning system, making expense recording easy and document issuance more convenient. 4. More secure! Added a bot protection system (reCAPTCHA) on the login page. Subject Package System Updates Benefits of Use PEAK SMART Key supports grid view display and purchase order (PO) creation, saving data entry time. e-Document and above Supports displaying the document library (File Vault) in a grid layout (Grid View), helping to view document images more easily, as well as supporting the creation of purchase order (PO) documents directly from photos. PEAK SMART Key will help scan and read data from files to process it further on the website immediately. Significantly reduces steps and the number of clicks in creating documents. Just upload the document file and the system is ready to handle it next immediately, helping to save time and reduce errors in data entry. Supports “Working Paper” to check financial statements before actual issuance, closing accounts accurately without missing anything. Basic and above Added the “Working Paper” function, a document summary page at the main menu page. Accountants can check, adjust, and prove various account balances completely and systematically in one place before closing accounts. Helps accountants use the data and compare the accuracy of figures with confidence before using the data to issue actual financial statements. “PEAK to PEAK” on PEAK Application with a PEAK QR Code scanning system, making expense recording easy and document issuance more convenient. e-Document and above Added a QR Code scanning button on mobile to pull document data received from customers/sellers who use PEAK to create documents immediately, along with an intelligent system in the document library (File Vault) that helps automatically fill in data and recommend various items. Reduces data entry time and reduces errors in filling out numbers. Just pick up a mobile phone to scan, and data can be pulled to record expenses accurately and finished quickly in a few seconds. More secure! Added a bot protection system (reCAPTCHA) on the login page. All Packages Added a bot protection system (reCAPTCHA) from Google to the login page. If the system detects login behavior that has risks, it will require users to verify their identity before logging into the system immediately. Helps check logins that might be abnormal and increases security.

27 พ.ค. 2026

PEAK Account

4 min

อัปเดตฟังก์ชัน PEAK 27/05/2026

1. PEAK SMART Key รองรับการแสดงผลแบบตารางและสร้างเอกสารใบสั่งซื้อ (PO) ประหยัดเวลาคีย์ข้อมูล 2. รองรับ “กระดาษทำการ (Working Paper)” ตรวจสอบงบก่อนออกจริง ปิดงบเป๊ะไม่มีพลาด 3. “PEAK to PEAK” ที่ PEAK Application พร้อมระบบสแกน PEAK QR Code บันทึกรายจ่ายง่าย ออกเอกสารได้สะดวกขึ้น 4. ปลอดภัยยิ่งขึ้น! เพิ่มระบบป้องกันบอท (reCAPTCHA) ที่หน้าเข้าสู่ระบบ หัวข้อ แพ็กเกจใช้งาน สิ่งที่ระบบอัปเดต ประโยชน์ที่ท่านจะได้รับจากการใช้งาน PEAK SMARTKey  รองรับการแสดงผลแบบตารางและสร้างเอกสารใบสั่งซื้อ (PO) ประหยัดเวลาคีย์ข้อมูล e-Document ขึ้นไป รองรับการแสดงผลคลังเอกสาร (File Vault) รูปแบบตาราง (Grid View) ช่วยให้ดูรูปเอกสารได้ง่ายขึ้น ทั้งรองรับการสร้างเอกสารใบสั่งซื้อ (PO) จากรูปถ่ายได้โดยตรง โดย PEAK SMART Key จะช่วยสแกนและอ่านข้อมูลจากไฟล์ เพื่อนำไปประมวลผลต่อบนเว็บไซต์ได้ทันที ลดขั้นตอนและจำนวนคลิกในการสร้างเอกสารลงอย่างเห็นได้ชัด เพียงอัปโหลดไฟล์เอกสาร ระบบก็พร้อมจัดการต่อให้ทันที ช่วยประหยัดเวลาและลดความผิดพลาดในการคีย์ข้อมูล รองรับ “กระดาษทำการ (Working Paper)” ตรวจสอบงบก่อนออกจริง ปิดงบเป๊ะไม่มีพลาด Basic ขึ้นไป เพิ่มฟังก์ชัน “กระดาษทำการ” หน้ารวมเอกสารที่เมนูหน้าหลัก นักบัญชีสามารถตรวจเช็ก ปรับปรุง และพิสูจน์ยอดบัญชีต่าง ๆ ได้อย่างครบถ้วนและเป็นระบบในที่เดียวก่อนการปิดงบ ช่วยให้นักบัญชีสามารถนำข้อมูลไปใช้และเปรียบเทียบความถูกต้องของตัวเลขได้อย่างมั่นใจ ก่อนที่จะนำข้อมูลไปออกงบการเงินจริง “PEAK to PEAK” ที่ PEAK Application พร้อมระบบสแกน PEAK QR Code บันทึกรายจ่ายง่าย ออกเอกสารได้สะดวกขึ้น e-Document ขึ้นไป เพิ่มปุ่มสแกน QR Code บนมือถือเพื่อดึงข้อมูลเอกสารที่ได้รับจากลูกค้า/ผู้ขายที่ใช้ PEAK มาบันทึกสร้างเอกสารได้ทันที พร้อมระบบอัจฉริยะในคลังเอกสาร(File Vault) ที่ช่วยกรอกข้อมูลและแนะนำรายการต่าง ๆ ให้อัตโนมัติ ลดเวลาคีย์ข้อมูล และลดความผิดพลาดในการกรอกตัวเลข เพียงหยิบมือถือมาสแกนก็ดึงข้อมูลมาบันทึกบัญชีฝั่งรายจ่ายได้แม่นยำและเสร็จไวในไม่กี่วินาที ปลอดภัยยิ่งขึ้น! เพิ่มระบบป้องกันบอท (reCAPTCHA) ที่หน้าเข้าสู่ระบบ ทุกแพ็กเกจ เพิ่มระบบป้องกันบอท (reCAPTCHA) จาก Google เข้ามาหน้าเข้าสู่ระบบ หากระบบตรวจพบพฤติกรรมการเข้าใช้งานที่มีความเสี่ยง จะให้ผู้ใช้ยืนยันตัวตนก่อนเข้าสู่ระบบทันที ช่วยตรวจสอบการเข้าใช้งานที่อาจมีความผิดปกติ และเพิ่มความปลอดภัย

18 พ.ค. 2026

PEAK Account

18 min

จดบริษัทจำกัด (บจก.) vs ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) เลือกแบบไหนดีกว่ากัน?

 ถ้าคุณกำลังจะจดทะเบียนนิติบุคคลครั้งแรก คำถามที่หลายคนสงสัยคือ “ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) กับบริษัทจำกัด (บจก.) ต่างกันยังไง แล้วธุรกิจของเราควรเลือกแบบไหนดี?” เพราะทั้งสองรูปแบบมีทั้งข้อดีและข้อจำกัดต่างกัน ไม่ว่าจะเรื่องค่าใช้จ่ายจดทะเบียน ภาษี ความรับผิดชอบหนี้สิน หรือแม้แต่ความน่าเชื่อถือในสายตาคู่ค้า บทความนี้จะพาคุณเปรียบเทียบ หจก. กับ บจก. แบบจบครบในที่เดียว พร้อมตัวอย่างตัวเลขจริง และแนวทางช่วยตัดสินใจว่าธุรกิจแบบไหนเหมาะกับรูปแบบไหน ไม่ต้องเสียเวลาอ่านหลายที่อีกต่อไป ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) คืออะไร?  ห้างหุ้นส่วนจำกัด คือ นิติบุคคลที่มีผู้ร่วมลงทุนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป โดยตามกฎหมายไทย หุ้นส่วนจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท: ตัวอย่างให้เห็นภาพ: สมชายกับสมหญิงเปิดร้านขายอุปกรณ์สำนักงานด้วยกัน สมชายเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ (ไม่จำกัดความรับผิด) ลงเงิน 500,000 บาท ส่วนสมหญิงลงเงิน 200,000 บาท เป็นหุ้นส่วนจำกัดความรับผิด สมมติวันหนึ่งกิจการมีหนี้ 1 ล้านบาท — สมชายต้องรับผิดชอบหนี้ทั้งหมด แม้จะเกินกว่าเงินที่ลงไป แต่สมหญิงเสียสูงสุดแค่ 200,000 บาท ที่ลงหุ้นไว้เท่านั้น จุดเด่นของ หจก. คือ จดง่าย ค่าธรรมเนียมถูก ไม่ต้องแบ่งทุนเป็นหุ้น และสามารถลงทุนด้วยเงิน ทรัพย์สิน หรือแรงงานก็ได้ บริษัทจำกัด (บจก.) คืออะไร? บริษัทจำกัด คือ นิติบุคคลที่แบ่งทุนออกเป็นหุ้น มีผู้ถือหุ้นตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป (กฎหมายปรับใหม่ตั้งแต่ปี 2566 — ก่อนหน้านี้ต้องใช้ 3 คน) ทุกคนที่ถือหุ้นใน บจก. รับผิดชอบจำกัดเฉพาะจำนวนเงินค่าหุ้นที่ยังไม่ได้ชำระเท่านั้น ไม่ต้องเอาทรัพย์สินส่วนตัวมาจ่ายหนี้บริษัท ตัวอย่างให้เห็นภาพ: บริษัท ABC จำกัด ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท มีผู้ถือหุ้น 2 คน คนละ 50% ตอนจดทะเบียน กฎหมายกำหนดให้จ่ายค่าหุ้นขั้นต่ำ 25% ก่อน เท่ากับคนละ 125,000 บาท ส่วนที่เหลืออีกคนละ 375,000 บาท ยังไม่ต้องจ่ายทันที ถ้าวันหนึ่งบริษัทเป็นหนี้ 5 ล้านบาท — ผู้ถือหุ้นแต่ละคนรับผิดสูงสุดแค่ 375,000 บาท (ส่วนที่ยังไม่ได้จ่าย) ไม่ต้องเอาบ้านหรือรถมาขายใช้หนี้ พูดง่ายๆ คือ จด บจก. แล้ว กระเป๋าส่วนตัวกับกระเป๋าบริษัทแยกจากกันชัดเจน บจก. มีโครงสร้างที่ชัดเจนกว่า มีคณะกรรมการ มีการประชุมผู้ถือหุ้น เหมาะกับธุรกิจที่วางแผนจะขยายตัวหรือระดมทุนในอนาคต เปรียบเทียบ หจก. กับ บจก. ต่างกันอย่างไร? รายการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) บริษัทจำกัด (บจก.) ผู้ก่อตั้งขั้นต่ำ 2 คน 2 คน (ตั้งแต่ปี 2566) ความรับผิด หุ้นส่วนผู้จัดการรับผิดไม่จำกัด ทุกคนรับผิดจำกัดเฉพาะค่าหุ้นที่ยังไม่ชำระ ค่าธรรมเนียมจดทะเบียน 1,000 บาท 5,500 บาท โครงสร้างทุน ไม่ต้องแบ่งเป็นหุ้น ลงทุนด้วยเงิน/ทรัพย์สิน/แรงงานได้ ต้องแบ่งเป็นหุ้น มูลค่าขั้นต่ำหุ้นละ 5 บาท ลงทุนด้วยเงินสดเท่านั้น ผู้บริหาร หุ้นส่วนผู้จัดการ (ต้องเป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด) คณะกรรมการ (เลือกจากผู้ถือหุ้นหรือบุคคลภายนอกก็ได้) อัตราภาษี เท่ากัน — ภาษีนิติบุคคล สูงสุด 20% (SME ได้ขั้นบันได) เท่ากัน — ภาษีนิติบุคคล สูงสุด 20% (SME ได้ขั้นบันได) ความน่าเชื่อถือ ปานกลาง — เหมาะกับคู่ค้ารายย่อย สูง — เป็นที่ยอมรับของธนาคาร คู่ค้ารายใหญ่ หน่วยงานรัฐ ระดมทุน ยาก — ไม่มีระบบหุ้น โอนหุ้นส่วนซับซ้อน ง่ายกว่า — โอนหุ้นสะดวก เพิ่มผู้ถือหุ้นได้ (ข้อมูลค่าธรรมเนียมอ้างอิงกรมพัฒนาธุรกิจการค้า)  โครงสร้างผู้ถือหุ้นและความรับผิด นี่คือจุดที่ต่างกันชัดที่สุด หจก. — หุ้นส่วนผู้จัดการ (คนที่บริหารกิจการ) ต้องเป็นประเภท “ไม่จำกัดความรับผิด” ซึ่งหมายความว่าถ้ากิจการล้มละลาย เจ้าหนี้เรียกหนี้จากทรัพย์สินส่วนตัวได้ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน รถ หรือเงินออม บจก. — ผู้ถือหุ้นทุกคนรับผิดจำกัดเท่าค่าหุ้นที่ยังไม่ชำระ ทรัพย์สินส่วนตัวแยกจากบริษัทชัดเจน สำหรับคนที่มีทรัพย์สินส่วนตัวมาก หรือทำธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูง การจด บจก. จึงปลอดภัยกว่า ด้านค่าใช้จ่ายจดทะเบียน สมมติทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท: จด หจก — ค่าใช้จ่ายรวมประมาณ 2,000-3,000 บาท: จด บจก — ค่าใช้จ่ายรวมประมาณ 6,000-8,000 บาท: ภาษี สิทธิประโยชน์ และการทำบัญชี หลายคนเข้าใจผิดว่า หจก. กับ บจก. เสียภาษีต่างกัน — จริงๆ แล้วอัตราภาษีนิติบุคคลเท่ากันทั้งคู่ ตามเกณฑ์ของกรมสรรพากร:  กำไรสุทธิ (รายได้ − ค่าใช้จ่าย) ทั้ง หจก. และ บจก. ต้อง จัดทำบัญชี ปิดงบการเงิน ส่ง DBD และยื่นภาษีกรมสรรพากร เหมือนกันทุกประการ ดังนั้น หลังจดทะเบียนแล้ว ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน สิ่งสำคัญคือต้องมี ระบบบัญชีที่ดี เพื่อจัดการเอกสาร ภาษี และงบการเงินให้ถูกต้องตั้งแต่วันแรก หลายธุรกิจ SME เลือกใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAK เพื่อออกเอกสาร บันทึกรายรับ-รายจ่าย และเตรียมข้อมูลยื่นภาษีให้เป็นระบบตั้งแต่เริ่มต้น ธุรกิจแบบไหนควรจด หจก.? แบบไหนควรจด บจก.? ไม่มีคำตอบตายตัวสำหรับทุกคน — ขึ้นอยู่กับลักษณะธุรกิจ เป้าหมาย และคนที่ร่วมทำธุรกิจด้วย: จด หจก. เหมาะกับ: จด บจก. เหมาะกับ: ตัวอย่าง: ร้านค้าเล็ก vs ธุรกิจที่ต้องระดมทุน กรณี 1 — ร้านเครื่องเขียน: พี่น้อง 2 คนเปิดร้านเครื่องเขียนใกล้มหาวิทยาลัย ยอดขายเดือนละ 80,000 บาท ยังไม่ต้องกู้ธนาคาร → จด หจก. ค่าใช้จ่ายจดทะเบียนถูกกว่า โครงสร้างเรียบง่ายพอสำหรับธุรกิจขนาดนี้ กรณี 2 — ธุรกิจขายสินค้าออนไลน์: เพื่อน 3 คน ร่วมทุนเปิดร้านออนไลน์ ยอดขายเดือนละ 500,000 บาท วางแผนจะขอสินเชื่อธนาคาร และอยากรับงาน B2B กับบริษัทใหญ่ → จด บจก. เพราะธนาคารและบริษัทใหญ่ส่วนมากต้องการคู่ค้าที่เป็น บจก. มากกว่า เปลี่ยนจาก หจก. เป็น บจก. ได้ไหม? ทำยังไง? ได้ — ไม่ต้องปิดกิจการเดิมแล้วเปิดใหม่ กฎหมายเปิดช่องให้เปลี่ยนจากจาก หจก. เป็น บจก. ได้เลย ข้อดีคืออายุกิจการนับต่อเนื่องจากเดิม ไม่เสียเครดิตที่สะสมมา ขั้นตอนหลักๆ ตามแนวปฏิบัติของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า: กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 1.5-2 เดือน หลายคนเลือกให้สำนักงานบัญชีดำเนินการให้เพราะเอกสารค่อนข้างเยอะ หลังจดทะเบียนแล้ว ต้องจัดการอะไรบ้าง? ไม่ว่าจะจด หจก. หรือ บจก. — สิ่งที่ต้องทำหลังจดทะเบียนเหมือนกัน: สิ่งที่ต้องทำทันที (ภายใน 30 วัน): สิ่งที่ต้องทำเป็นประจำ: ถ้าอยากอ่านเพิ่มเรื่องขั้นตอนจดทะเบียน สามารถอ่านได้ที่ 3 ขั้นตอน จดทะเบียนบริษัทออนไลน์ด้วยตัวเอง หรืออ่านเรื่องทุนจดทะเบียนบริษัทต้องมีเท่าไร เพิ่มเติม  จดทะเบียนเสร็จแล้ว อย่าลืมจัดการบัญชีให้เป็นระบบ ไม่ว่าจะเลือก หจก. หรือ บจก. สิ่งที่ต้องทำเหมือนกันคือ จัดการบัญชีและภาษีให้ถูกต้องตั้งแต่วันแรก ถ้าปล่อยให้บัญชียุ่งเหยิงตั้งแต่ต้น พอถึงเวลาปิดงบหรือยื่นภาษี จะเจอปัญหาหนักทั้ง 2 แบบเหมือนกัน PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ออกแบบมาสำหรับ SME ไทยโดยเฉพาะ ใช้งานง่ายแม้ไม่มีพื้นฐานบัญชี — ออกใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบกำกับภาษี บันทึกรายรับ-รายจ่าย เตรียมข้อมูลยื่นภาษี ครบจบในที่เดียว ทั้ง หจก. และ บจก. ใช้ได้ทันทีหลังจดทะเบียน นอกจากนี้ PEAK ยังจับมือกับพาร์ทเนอร์อย่าง OfficeMate (OFM) เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการด้วยโซลูชันอุปกรณ์สำนักงานและไอทีครบวงจร ไม่ว่าคุณจะต้องการกระดาษ เครื่องปริ้น อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล หรือสินค้าอื่นๆ ก็สามารถซื้อสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ หรือระบบจัดซื้อของ OFM และรับใบกำกับภาษีที่ถูกต้องเพื่อนำมาบันทึกรายจ่ายในระบบ PEAK ได้ทันที  คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับการจด หจก. และ บจก. จด หจก. คนเดียวได้ไหม? ไม่ได้ — ห้างหุ้นส่วนจำกัดต้องมีผู้ก่อตั้งอย่างน้อย 2 คน (หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดอย่างน้อย 1 คน + หุ้นส่วนจำกัดความรับผิดอย่างน้อย 1 คน) ส่วน บจก. ปัจจุบันก็ต้องมีอย่างน้อย 2 คนเช่นกัน หจก. กับ บจก. เสียภาษีต่างกันไหม? ไม่ต่างกัน ทั้งคู่เป็นนิติบุคคล เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราเดียวกัน (สูงสุด 20%) และถ้าเข้าเกณฑ์ SME ก็ได้รับสิทธิ์อัตราขั้นบันไดเหมือนกัน ถ้าจด หจก. แล้ว ภายหลังอยากเปลี่ยนเป็น บจก. ทำได้ไหม? ทำได้ โดยการยื่นแปรสภาพที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ใช้เวลาประมาณ 1.5-2 เดือน ค่าธรรมเนียม 5,000 บาท ไม่ต้องปิดกิจการเดิม ธนาคารปล่อยสินเชื่อให้ หจก. ไหม? ได้ แต่ในทางปฏิบัติธนาคารหลายแห่งให้ความเชื่อถือ บจก. มากกว่า เพราะโครงสร้างชัดเจนกว่าและมีระบบตรวจสอบที่เข้มงวดกว่า จดทะเบียนแล้วต้องทำบัญชีไหม? ต้องทำทั้ง หจก. และ บจก. — กฎหมายกำหนดให้นิติบุคคลทุกแห่งต้องจัดทำบัญชี ปิดงบการเงิน และส่งงบให้ DBD ทุกปี ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก ติดตาม OfficeMate ได้ที่ช่องทาง

13 พ.ค. 2026

PEAK Account

4 min

อัปเดตฟังก์ชัน PEAK 13/05/2026

1. ✨PEAK SMART Key เลือกบัญชีอัตโนมัติ ตรวจความครบถ้วนของใบกำกับภาษีและเอกสารที่ไม่ใช่ของกิจการ ป้องกันข้อผิดพลาด 2.✨ระบุผู้อนุมัติรายการบัญชีรายวันได้ทันที จัดการงานได้คล่องตัวกว่าเดิม 3.✨อัปเดตแจ้งเตือนสถานะการกระทบยอดธนาคาร พร้อมปุ่มเปลี่ยนสถานะกระทบยอดได้ด้วยตนเอง ทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้น 4.✨Lazada/TikTokShop/LineShopping Dashboard ดาวน์โหลดรายงานคำสั่งซื้อได้ง่ายในคลิกเดียว เหมาะสำหรับ สิ่งที่ระบบอัปเดต ประโยชน์ที่ท่านจะได้รับจากการใช้งาน 1. PEAK SMART Key เลือกบัญชีอัตโนมัติ ตรวจความครบถ้วนของใบกำกับภาษีและเอกสารที่ไม่ใช่ของกิจการ ป้องกันข้อผิดพลาด ผู้ใช้งานโปรแกรม PEAK ระบบเพิ่มการแจ้งเตือนกรณีอัปโหลดไฟล์เอกสารแล้วพบความผิดปกติ ได้แก่ เอกสารที่อัปโหลดไม่มีชื่อของกิจการในเอกสารใบกำกับภาษี มีข้อมูลที่สำคัญไม่ครบถ้วนตามที่กรมสรรพากรกำหนดเลือกผังบัญชีให้อัตโนมัติทันที ลดขั้นตอนการคีย์ข้อมูลและลดความเสี่ยงในการลงบัญชีผิด ช่วยให้ผู้ใช้งานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 2. เลือกคนอนุมัติบัญชีรายวันได้ดั่งใจ ทำงานได้สะดวกยิ่งกว่าเดิม นักบัญชี เมื่อสร้างสมุดรายวัน ผู้ใช้งานสามารถเลือกรายชื่อที่ต้องการให้อนุมัติได้ทันที ระบบจะทำการส่งการแจ้งเตือนไปยังผู้ใช้งานท่านนั้นให้อัตโนมัติ ช่วยให้ทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นระบบมากยิ่งขึ้น  3. อัปเดตแจ้งเตือนสถานะการกระทบยอดธนาคาร พร้อมปุ่มเปลี่ยนสถานะกระทบยอดได้ด้วยตนเอง ทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้น นักบัญชี ระบบปรับการแสดงข้อมูลหน้าช่องทางธนาคาร ดังนี้สถานะการกระทบยอดธนาคาร เห็นสถานะทำงานตั้งแต่แรก ไม่ต้องกดเข้าไปดู โดยมี 3 สถานะสถานะสีเทา ช่องทางธนาคารที่มีรายการแต่ยังไม่ได้กระทบยอดธนาคารสถานะสีฟ้า ช่องทางธนาคารที่มีรายการและมีการกระทบยอดแล้วบางส่วนสถานะสีเขียว ช่องทางธนาคารที่มีรายการและมีการกระทบยอดครบถ้วนทุกรายการกดเปลี่ยนสถานะกระทบยอดได้ด้วยตนเอง แม้ไม่ได้นำรายการเดินบัญชีเข้ามาในระบบพิมพ์รายงานกระทบยอดได้แล้วที่หน้ารวมช่องทางการเงิน พิมพ์รายงานและตรวจสอบสถานะการกระทบยอดแต่ละธนาคารได้ทันที โดยไม่ต้องกดเข้าไปดูทีละช่องทางธนาคาร 4. Lazada/TikTokShop/LineShopping Dashboard ดาวน์โหลดรายงานคำสั่งซื้อได้ง่ายในคลิกเดียว ลูกค้าที่เชื่อมต่อ API กับระบบ- Lazada- TikTokShop- LineShopping เพิ่ม “ฟังก์ชันดาวน์โหลดรายงานจาก Dashboard” ที่สามารถส่งออกข้อมูลคำสั่งซื้อที่สร้างเอกสารเรียบร้อยแล้วออกมาเป็นไฟล์ Excel ได้ทันที ประหยัดเวลาในการรวบรวมข้อมูลและนำข้อมูลไปใช้ในการกระทบยอดคำสั่งซื้อได้

13 พ.ค. 2026

PEAK Account

2 min

Update Function PEAK 13/05/2026

PEAK with the new function designed to enhance efficiency. 1. PEAK SMART Key: Automatically selects accounts, checks the completeness of tax invoices and non-business documents to prevent errors. 2. Specify approvers for journal entries immediately: Manage tasks more flexibly than before. 3.  Updated bank reconciliation status notifications: Along with a manual reconciliation status change button, making work more convenient. 4. Lazada/TikTok Shop/Line Shopping Dashboard: Download order reports easily in one click. Suitable For System Updates Benefits of Use 1. PEAK SMART Key: Automatically selects accounts, checks the completeness of tax invoices and non-business documents to prevent errors. PEAK Users The system added notifications in case a file is uploaded and abnormalities are found, including:Uploaded documents do not have the business name in the document.Tax invoices have incomplete essential information as required by the Revenue Department.Automatically selects the chart of accounts immediately. Reduces data entry steps and reduces the risk of incorrect accounting. Helps users work much more efficiently. 2. Specify approvers for journal entries immediately: Manage tasks more flexibly than before. Accountants When creating a journal, users can immediately select the names of those they want to approve. The system will automatically send a notification to that user. Helps teamwork become much more systematic. 3. Updated bank reconciliation status notifications: Along with a manual reconciliation status change button, making work more convenient. Accountants The system adjusted the data display on the bank channel page as follows:Bank reconciliation status: See the work status from the start without clicking to view. There are 3 statuses:Grey status: Bank channels that have transactions but have not yet been reconciled.Blue status: Bank channels that have transactions and have been partially reconciled.Green status: Bank channels that have transactions and have been fully reconciled for all items.Manually change reconciliation status even if bank statements have not been imported into the system.Print reconciliation reports available now on the finance channel summary page. Print reports and check the reconciliation status of each bank immediately without having to click into each bank channel. 4. Lazada/TikTok Shop/Line Shopping Dashboard: Download order reports easily in one click. Customers connected via API to the system:- Lazada- TikTokShop- LineShopping Added “Download report from Dashboard function” which can export order data that has already been documented into an Excel file immediately. Saves time in gathering information and using data for order reconciliation.

29 เม.ย. 2026

PEAK Account

4 min

Update Function PEAK 29/04/2026

PEAK with the new function designed to enhance efficiency. ✨1. Supports “Product Sets”: Group products/services to be sold as a set. Complete everything in a single item Suitable for: Businesses that sell products/services as sets. PRO Plus package and above. Highlight: PEAK supports Product Sets, changing complicated work into a simple matter by reducing steps in issuing sales documents. From previously having to select products/services one by one, to just selecting a “Product Set” once. Helps work more conveniently and reduces errors in issuing documents. Note: Currently supports issuing documents on the income side and creating product sets one by one through the program only. Available at: Product Menu > Product Sets ✨2. PEAK to PEAK” recognizes document data received from other PEAK users, allowing you to record expenses easily in a single click and making document issuance more convenient Suitable for: Businesses that have buy-sell transactions and both use the PEAK program. Highlight: PEAK helps change documents from the seller’s side into your purchase information immediately. When a document is received from a partner, the user can click to record the document through the document page. The system will change the document file format from PDF to Digital File to help suggest accounting records, match contacts, and select the Chart of Accounts automatically (SMART Suggestion). Available at: Document Page (received from partners) ✨3. New format for Report Hub. Easy to export. Access data quickly Suitable for: Business owners and users who want to view reports. Highlight: The system has added a new report summary page that gathers every important report in one spot. Helping users access the information they want quickly and saving time in data management. Available at: Dashboard Menu ✨4. Create new contacts from File Vault in one click Suitable for: Users who want speed in recording documents and managing contact information through the file vault. Highlight: The system has upgraded Smart Suggestion when creating documents through the File Vault page to automatically detect contact information from attachments. Helps reduce work steps. Available at: File Vault Menu ✨5. Supports ReadyPlanet API connection. Instantly turn CRM data into quotations on PEAK Suitable for: Users looking for a CRM system to connect with PEAK to manage accounting and sales documents smarter than before. Highlight: Link data from the ReadyPlanet platform directly into the PEAK system via API. Automatically change sales information into Quotations on PEAK. Available at: Settings Menu > External System Integration > ReadyPlanet ✨6. Added Action Buttons on document pages. Helping to manage documents faster Suitable for: Every user who needs to check document details and wants to perform the next transaction quickly. Highlight: Pinned important command buttons at the bottom of the screen, helping users perform the next transaction (like accepting a quotation) immediately without scrolling up. Available at: Income and Expense Menus, Document Page ⚡️7. New PEAK TAX overhaul! Precise tax verification with AI and an intelligent notification system Suitable for: PEAK TAX feature users. Highlight: AI verification for edited/canceled documents, mismatched 7% tax, or duplicates. Includes special notifications when purchase tax invoices are near expiry. Available at: PEAK TAX  ⚡️8. Shopee Dashboard: Download order reports easily in one click Suitable for: Customers connected to Shopee API Highlight: Export order information already documented into an Excel file immediately. Helps in reconciling orders and online store management. Available at: Settings Menu > External System Integration > Shopee Report Example ⚡️9. Open API Dashboard: Check transaction usage volume by yourself Suitable for: Users who connect their own systems to PEAK Highlight: Download Dashboard reports from your own API to track and verify actual usage in Real-time for efficient planning. Available at: Settings Menu > External System Integration > Connect your application ⚡️10. Instant payment notifications with the QR Payment notification system Suitable for: Users connected to the QR Payment system who want to verify incoming amounts in Real-time Highlight: Real-time notifications when payment via QR Code is successful. Users can toggle notifications on-off as desired. Available at: Bell icon in the program

10 มิ.ย. 2026

PEAK Account

3 min

อัปเดตฟังก์ชัน PEAK 10/06/2026

1. “บันทึกยอดยกมาช่องทางการเงิน” กรอกปุ๊บลงบัญชีอัตโนมัติ ไม่ต้องสร้างหน้าสมุดบัญชีรายวันเอง แพ็กเกจใช้งาน: ทุกแพ็กเกจใช้งาน เหมาะสำหรับ: ผู้ใช้งานที่ต้องการบันทึกยอดยกมาช่องทางการเงินต่าง ๆ สิ่งที่ระบบอัปเดต: ระบบได้เพิ่มปุ่ม “บันทึกยอดยกมา” ให้ผู้ใช้งานสามารถใส่ยอดเงินยกมาได้ตั้งแต่หน้าสร้างช่องทางการเงิน (ขั้นสูง) รองรับทั้งประเภทช่องทางการเงิน โดยระบบจะนำข้อมูลไปสร้างสมุดบัญชีรายวันอัตโนมัติ ประโยชน์ที่จะได้รับ: ช่วยลดเวลาในการทำงานให้กับผู้ใช้งาน จากเดิมต้องใส่ยอดยกมาที่สมุดรายวันสามารถใส่ที่หน้าช่องทางการเงินโดยตรงได้ด้วยตนเองทำงานได้จบในหน้าเดียว 2. อัปเกรด PEAK TAX เพิ่มการตั้งค่าติดตามความเคลื่อนไหวผู้ติดต่อและการตรวจสอบก่อนสร้างแบบยื่นภาษี ป้องกันตกหล่นในการทำแบบยื่นภาษี แพ็กเกจใช้งาน: ทุกแพ็กเกจใช้งาน เหมาะสำหรับ: ผู้ใช้งานที่ต้องสร้างแบบภ.พ.30 ที่ PEAK TAX สิ่งที่ระบบอัปเดต: ระบบเพิ่มการตั้งค่าติดตามความเคลื่อนไหวผู้ติดต่อใน PEAK TAX ให้ระบบช่วยตรวจสอบและแจ้งเตือน กรณีที่แบบยื่นภาษีมีผู้ติดต่อที่เคยยื่นภาษีต่อเนื่องในแบบรอบก่อน ๆ หน้า แต่ในรอบปัจจุบันไม่มีรายการหรือเป็นผู้ติดต่อใหม่ที่ไม่เคยยื่นภาษีมาก่อน เพื่อป้องกันการลืมสร้างเอกสาร ประโยชน์ที่จะได้รับ: ช่วยตรวจสอบความถูกต้องก่อนสร้างแบบยื่นภาษี หมดกังวลเรื่องการลืมลงรายการของลูกค้ารายประจำ และช่วยให้เห็นความเคลื่อนไหวของคู่ค้าหน้าใหม่ได้อย่างชัดเจน

10 มิ.ย. 2026

PEAK Account

2 min

Update Function PEAK 27/05/2026

PEAK with the new function designed to enhance efficiency. 1. “Record financial channel opening balances” – Fill in and automatically post to accounts instantly without having to create a Journal page yourself. Package: All active packages Suitable for: Users who want to record opening balances for various financial channels. System Updates: The system added a “Record Opening Balance” button for users to enter the opening balance directly from the financial channel creation page (Advanced). This supports financial channel types: The system will automatically use this information to create a journal entry. Benefits of Use: Helps reduce working time for users. Previously, users had to enter opening balances through journal entries. Now, users can enter them directly on the financial channel page by themselves, completing the task on a single page. 2. Upgrade PEAK TAX: Added contact movement tracking settings and verification before creating tax return forms, preventing omissions in making tax returns. Package: All active packages Suitable for: Users who need to create P.P.30 forms in PEAK TAX. System Updates: The system added Contact Movement Tracking settings in PEAK TAX. This feature helps check and notify users when a tax return form contains contacts that were regularly included in previous tax filings but have no transactions in the current filing period or new contacts that have never been included in tax filings before, helping to prevent forgetting to create documents. Benefits of Use: Helps check accuracy before creating tax return forms. Eliminates worries about forgetting to record transactions for regular customers and helps clearly see the movement of new trade partners.

4 มิ.ย. 2026

PEAK Account

18 min

ไทยช่วยไทยพลัส สรุปสำหรับร้านค้า รัฐจ่าย 60% คุณจ่าย 40% 

โครงการไทยช่วยไทยพลัส เริ่มใช้สิทธิ์แล้วตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2569 ร้านค้าหลายแห่งเริ่มรับเงินจากลูกค้าที่ใช้สิทธิ์ผ่านแอปเป๋าตัง แต่คำถามที่ตามมาคือ “รายได้ส่วนนี้ต้องเสียภาษีไหม?” และ “บันทึกบัญชียังไง?” บทความนี้ PEAK สรุปทุกเรื่องที่ร้านค้าและผู้ประกอบการ SME ต้องรู้ ตั้งแต่โครงการคืออะไร เงื่อนไขร้านค้า วิธีใช้สิทธิ์ เรื่องภาษีที่ต้องระวัง และวิธีบันทึกบัญชีรายรับจากโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส คืออะไร ไทยช่วยไทยพลัส คือโครงการช่วยลดค่าครองชีพจากรัฐบาล ในรูปแบบร่วมจ่าย 60/40 โดยรัฐจ่ายให้ 60% ของค่าสินค้าและบริการ ประชาชนจ่ายเอง 40% ใช้ผ่านแอป “เป๋าตัง” ฝั่งลูกค้า และแอป “ถุงเงิน” ฝั่งร้านค้า สิทธิ์ที่ได้: รัฐจ่ายให้สูงสุด 4,000 บาทต่อคนตลอดโครงการ  ใช้ได้ตั้งแต่ 1 มิถุนายน ถึง 30 กันยายน 2569 เวลา 06.00-23.00 น. รัฐจ่ายให้ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน ถ้าเดือนไหนใช้ไม่หมด วงเงินจะไม่ทบไปเดือนถัดไป (ข้อมูลจากกรมประชาสัมพันธ์) ไทยช่วยไทยพลัส ต่างจากคนละครึ่งพลัสยังไง  หลายคนสับสนว่าเป็นโครงการเดียวกันหรือไม่ จริงๆ แล้ว ไทยช่วยไทยพลัส คือการรวมโครงการคนละครึ่งพลัสกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเข้าด้วยกัน จุดต่างหลักคือ เปรียบเทียบ คนละครึ่งพลัส ไทยช่วยไทยพลัส สัดส่วนร่วมจ่าย 50/50 60/40 (รัฐจ่ายมากกว่า) วงเงินต่อคน 2,000 บาท 4,000 บาท ช่วงเวลาใช้สิทธิ์ สิ้นสุดแล้ว 1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 2569 แอปที่ใช้ เป๋าตัง + ถุงเงิน เป๋าตัง + ถุงเงิน (เหมือนกัน) เงื่อนไขร้านค้านิติบุคคล รายได้ ≤1.8 ล้าน รายได้ ≤1.8 ล้าน (เหมือนกัน) เงื่อนไขสำหรับร้านค้า ไทยช่วยไทยพลัส  ร้านค้าที่เข้าร่วมได้ ตามประกาศจากทำเนียบรัฐบาล ร้านค้าที่เข้าร่วมไม่ได้ ร้านสะดวกซื้อแฟรนไชส์ และร้านที่รับของจากคนอื่นมาวางขายแบบตัวแทน (ไม่ได้ซื้อขาดมาเป็นของตัวเอง) เช่น รับฝากขายสินค้าแล้วหักค่าคอมมิชชัน ร้านค้ารับเงินจากไทยช่วยไทยพลัส ต้องเสียภาษีไหม  ต้องนำมารวมเป็นรายได้ตามปกติ เงินที่ร้านค้าได้รับจากโครงการ (ทั้งส่วนที่ลูกค้าจ่าย 40% + ส่วนที่รัฐจ่าย 60%) ถือเป็นรายได้จากการขายสินค้าและบริการตามหลักภาษี ไม่ใช่เงินให้เปล่าจากรัฐ อย่างไรก็ตาม รองโฆษกรัฐบาลยืนยันว่า ข้อมูลจากแอปถุงเงินไม่ถูกส่งให้กรมสรรพากร (ข้อมูลจากกรมประชาสัมพันธ์) ถึงแม้ข้อมูลจะไม่ถูกส่งโดยตรง แต่สรรพากรมีสิทธิ์ตรวจสอบย้อนหลังหากพบความผิดปกติของบัญชีธนาคาร ดังนั้นการยื่นภาษีให้ถูกต้องตั้งแต่แรกจึงปลอดภัยที่สุด  ข้อมูลภาษีทั่วไป — ควรปรึกษานักบัญชีหรือสรรพากรพื้นที่สำหรับกรณีเฉพาะ  ร้านค้าบุคคลธรรมดา รายได้จากการขายผ่านโครงการ จัดเป็น เงินได้ประเภท 40(8) คือรายได้จากการค้า สิ้นปีต้องนำมายื่น ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.94 (ครึ่งปี) หักค่าใช้จ่ายได้ตามจริง หรือเหมา 60% แล้วแต่อย่างไหนประหยัดภาษีกว่า (ข้อมูลจากกรมสรรพากร) ตัวอย่าง: ร้านข้าวแกง (ชื่อสมมุติ) มีรายได้จากไทยช่วยไทยพลัส 80,000 บาท + รายได้นอกโครงการ 320,000 บาท รวมปีละ 400,000 บาท หักค่าใช้จ่ายเหมา 60% = 240,000 บาท เหลือเงินได้สุทธิ 160,000 บาท หักค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท เหลือ 100,000 บาท → เสียภาษี 5% = 5,000 บาท สิ่งที่ต้องเก็บ: หลักฐานรายรับรายจ่าย เช่น ประวัติรับเงินจากแอปถุงเงิน ใบเสร็จซื้อวัตถุดิบ เก็บไว้อย่างน้อย 5 ปี สำหรับกรณีสรรพากรขอตรวจ ร้านค้านิติบุคคล รายได้จากโครงการรวมเป็นรายได้ของกิจการ ยื่น ภ.ง.ด.50 (ปี) และ ภ.ง.ด.51 (ครึ่งปี) ตามปกติ สำหรับนิติบุคคลที่เข้าร่วมโครงการ รายได้ต้อง ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท/ปี (เงื่อนไขโครงการ) ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์ SME ที่เสียภาษีเงินได้อัตราพิเศษ อัตราภาษีนิติบุคคล SME (ทุนจดทะเบียน ≤5 ล้าน + รายได้ ≤30 ล้าน): กำไรสุทธิ 0-300,000 บาท = ยกเว้นภาษี / 300,001-3,000,000 บาท = 15% / เกิน 3 ล้าน = 20% ดังนั้นร้านค้านิติบุคคลที่รายได้ไม่เกิน 1.8 ล้าน หลังหักค่าใช้จ่ายแล้วมีกำไรไม่เกิน 300,000 บาท จะไม่ต้องเสียภาษีเงินได้เลย  ตัวอย่าง: ร้านขายเครื่องดื่ม (ชื่อสมมุติ) จดเป็นบริษัทจำกัด รายได้จากไทยช่วยไทยพลัส 200,000 บาท + รายได้อื่น 600,000 บาท รวม 800,000 บาท หักค่าใช้จ่ายจริง 550,000 บาท กำไรสุทธิ 250,000 บาท → ไม่ต้องเสียภาษี (กำไรไม่เกิน 300,000 บาท)   ต้องจด VAT ไหม ถ้ารายได้เกิน 1.8 ล้านบาท  ถ้ารายได้จากการขายทั้งหมด (ไม่ใช่แค่จากโครงการ) เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แต่เนื่องจากเงื่อนไขโครงการกำหนดให้นิติบุคคลที่เข้าร่วมต้องมีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้าน จึงส่วนใหญ่ยังไม่ถึงเกณฑ์จด VAT สำหรับร้านค้าบุคคลธรรมดาที่ขายดีมาก ถ้ารายได้รวมทั้งปี (จากโครงการ + นอกโครงการ) เกิน 1.8 ล้านบาท ให้ปรึกษาสรรพากรพื้นที่เรื่องการจด VAT เพราะถ้ารายได้เกินเกณฑ์แล้วไม่จด อาจถูกประเมินภาษีย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับ สรุปเรื่องภาษีสำหรับร้านค้า: รายได้จากไทยช่วยไทยพลัสไม่ใช่เงินให้เปล่า แต่เป็นค่าสินค้า/บริการที่รัฐจ่ายแทนลูกค้า ต้องบันทึกเป็นรายได้ตามปกติ ข้อดีคือข้อมูลจากถุงเงินไม่ถูกส่งให้สรรพากรโดยตรง แต่ร้านค้ายังมีหน้าที่ยื่นภาษีด้วยตัวเอง วิธีบันทึกบัญชีรายรับจากไทยช่วยไทยพลัส  ตัวอย่างบันทึกบัญชี สมมุติร้านขายของชำ (ชื่อสมมุติ) ขายสินค้าให้ลูกค้าที่ใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 500 บาท รายการ เดบิต เครดิต เงินสด/ธนาคาร (ส่วนลูกค้าจ่าย 40%) 300 ลูกหนี้โครงการรัฐ (ส่วนรัฐจ่าย 60%) 200 รายได้จากการขาย 500 เมื่อรัฐโอนเงินส่วน 60% เข้าบัญชี  รายการ เดบิต เครดิต เงินสด/ธนาคาร 200 ลูกหนี้โครงการรัฐ 200 จุดสำคัญ: บันทึกรายได้ เต็มจำนวน 500 บาท ณ วันที่ขาย ไม่ใช่บันทึกแค่ 200 บาทที่ได้เงินสดจริง เพราะร้านค้ามีสิทธิ์ได้รับเงินจากรัฐส่วนที่เหลืออยู่แล้ว เคล็ดลับสำหรับร้านค้าที่รับเงินจากหลายช่องทาง: ถ้าร้านรับทั้งเงินสด เงินโอน และเงินจากไทยช่วยไทยพลัส ควรแยกบันทึกให้ชัด เพื่อง่ายต่อการกระทบยอดและยื่นภาษี ใช้ PEAK บันทึกรายรับจากไทยช่วยไทยพลัส   PEAK Account รองรับการบันทึกรายรับจากหลายช่องทาง รวมถึงเงินที่รับผ่านโครงการรัฐ สร้างใบเสร็จรับเงินพร้อมเชื่อมโยงข้อมูลไปยังรายงานภาษีได้ในขั้นตอนเดียว สิ่งที่ PEAK ช่วยได้สำหรับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ: นอกจากนี้ยังเชื่อมโยงกับรายงานภาษีและใบกำกับภาษี ลดงานคีย์ซ้ำและลดข้อผิดพลาด วิธีใช้สิทธิ์ ไทยช่วยไทยพลัส (รัฐจ่าย 60% / คุณจ่าย 40%)  ขั้นตอนฝั่งร้านค้าง่ายมาก ข้อจำกัดที่ร้านค้าต้องรู้: ใช้สิทธิ์ได้เฉพาะเวลา 06.00-23.00 น. เท่านั้น ห้ามใช้ซื้อสลากกินแบ่ง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ และบัตรกำนัล วิธีคิด 60/40 คิดยังไง หลายคนงงว่า “รัฐจ่าย 60% ฉันจ่าย 40%” คำนวณยังไง วิธีคิดง่ายมาก สูตร: ยอดซื้อ × 0.4 = ส่วนที่ลูกค้าจ่าย / ยอดซื้อ × 0.6 = ส่วนที่รัฐจ่าย ยอดซื้อจริง ลูกค้าจ่าย (40%) รัฐจ่ายให้ (60%) ร้านค้าได้รับ 50 บาท 20 บาท 30 บาท 50 บาท 100 บาท 40 บาท 60 บาท 100 บาท 200 บาท 80 บาท 120 บาท 200 บาท 333 บาท 133 บาท 200 บาท (ชนเพดานวัน) 333 บาท 500 บาท 300 บาท 200 บาท (ชนเพดาน) 500 บาท จุดสำคัญ: รัฐจ่ายสูงสุด 200 บาท/วัน ถ้าซื้อเกิน 333 บาท ส่วนเกินลูกค้าต้องจ่ายเองทั้งหมด เช่น ซื้อ 500 บาท → รัฐจ่าย 200 (ชนเพดาน) + ลูกค้าจ่าย 300 พูดง่ายๆ: ซื้อไม่เกิน 333 บาท/วัน = คุ้มสุด เพราะรัฐจ่ายให้เต็ม 60% ตัวอย่างจริง: ลูกค้าซื้ออาหารจากร้านข้าวแกง (ชื่อสมมุติ) 200 บาท ลูกค้าควักกระเป๋าจ่ายแค่ 80 บาท รัฐจ่ายให้ร้านอีก 120 บาท ร้านได้รับเงินครบ 200 บาทเต็ม  ใช้สิทธิ์ได้วันละเท่าไหร่ กี่วันหมด  วงเงินที่รัฐจ่ายให้ 4,000 บาท/คน ตลอดโครงการ มีเพดานจำกัดดังนี้ (ข้อมูลจากกรมประชาสัมพันธ์) เพดาน รัฐจ่ายสูงสุด ลูกค้าจ่ายขั้นต่ำ ยอดซื้อรวมสูงสุด ต่อวัน 200 บาท ~133 บาท ~333 บาท ต่อเดือน 1,000 บาท ~667 บาท ~1,667 บาท ตลอดโครงการ 4,000 บาท ~2,667 บาท ~6,667 บาท ใช้กี่วันหมด? ถ้าซื้อวันละ 333 บาท (ใช้สิทธิ์รัฐเต็มวันละ 200) = 5 วันก็ครบเพดานเดือน (200 × 5 = 1,000) ใช้เต็มทุกเดือน 4 เดือน = หมดพอดี 4,000 บาท สิ่งที่ร้านค้าต้องรู้: ใช้ยังไงให้คุ้ม (มุมร้านค้า): รัฐจ่ายให้ลูกค้าสูงสุดวันละ 200 บาท ดังนั้นยอดซื้อที่คุ้มสุดคือ ไม่เกิน 333 บาท/วัน เพราะรัฐจ่ายเต็ม 60% ถ้าร้านตั้งราคาเซ็ตอาหารหรือสินค้าในช่วง 200-333 บาท ลูกค้าจะใช้สิทธิ์ได้เต็มที่และมีแนวโน้มกลับมาซื้อซ้ำ สรุป ไทยช่วยไทยพลัส สิ่งที่ร้านค้าต้องรู้  คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับไทยช่วยไทยพลัส  ไทยช่วยไทยพลัส ใช้ได้ถึงเมื่อไหร่ ใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่ 1 มิถุนายน ถึง 30 กันยายน 2569 เวลา 06.00-23.00 น. ทุกวัน สิทธิ์ 4,000 บาทต่อคนแบ่งเป็น 2 เฟส โดยเฟสแรกเริ่มแล้ว ถ้าเฟสแรกหมดก่อนต้องรอเฟสถัดไป ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่ www.ไทยช่วยไทยพลัส.th หรือโทร 0 2111 1122 รายได้จากไทยช่วยไทยพลัส นับรวมเป็นรายได้ 1.8 ล้านไหม นับรวม รายได้ทั้งหมดที่ร้านค้าได้รับ (ทั้งจากโครงการและนอกโครงการ) นำมารวมเป็นรายได้ทั้งปี ถ้าเกิน 1.8 ล้านบาท อาจต้องจด VAT ส่วนนิติบุคคลที่เข้าร่วมโครงการต้องมีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านอยู่แล้ว (เงื่อนไขโครงการ) สำหรับร้านค้าบุคคลธรรมดา ไม่มีเพดานรายได้ จึงอาจเกิน 1.8 ล้านได้ หากเกินต้องพิจารณาจด VAT รับเงินจากโครงการแล้ว ต้องออกใบเสร็จให้ลูกค้าไหม ร้านค้าควรออกใบเสร็จหรือหลักฐานการรับเงินเหมือนการขายปกติ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการบันทึกบัญชีและยื่นภาษี โดยระบุยอดขายเต็มจำนวน (เช่น 500 บาท) ไม่ใช่แค่ส่วนที่ลูกค้าจ่ายจริง (200 บาท) เพราะร้านค้าได้รับรายได้ครบ 500 บาทจริง แม้จะมาจาก 2 แหล่ง (ลูกค้า 40% + รัฐ 60%)

27 พ.ค. 2026

PEAK Account

2 min

Update Function PEAK 27/05/2026

PEAK with the new function designed to enhance efficiency. 1. PEAK SMART Key supports grid view display and purchase order (PO) creation, saving data entry time. 2. Supports “Working Paper” to check financial statements before actual issuance, closing accounts accurately without missing anything. 3. “PEAK to PEAK” on PEAK Application with a PEAK QR Code scanning system, making expense recording easy and document issuance more convenient. 4. More secure! Added a bot protection system (reCAPTCHA) on the login page. Subject Package System Updates Benefits of Use PEAK SMART Key supports grid view display and purchase order (PO) creation, saving data entry time. e-Document and above Supports displaying the document library (File Vault) in a grid layout (Grid View), helping to view document images more easily, as well as supporting the creation of purchase order (PO) documents directly from photos. PEAK SMART Key will help scan and read data from files to process it further on the website immediately. Significantly reduces steps and the number of clicks in creating documents. Just upload the document file and the system is ready to handle it next immediately, helping to save time and reduce errors in data entry. Supports “Working Paper” to check financial statements before actual issuance, closing accounts accurately without missing anything. Basic and above Added the “Working Paper” function, a document summary page at the main menu page. Accountants can check, adjust, and prove various account balances completely and systematically in one place before closing accounts. Helps accountants use the data and compare the accuracy of figures with confidence before using the data to issue actual financial statements. “PEAK to PEAK” on PEAK Application with a PEAK QR Code scanning system, making expense recording easy and document issuance more convenient. e-Document and above Added a QR Code scanning button on mobile to pull document data received from customers/sellers who use PEAK to create documents immediately, along with an intelligent system in the document library (File Vault) that helps automatically fill in data and recommend various items. Reduces data entry time and reduces errors in filling out numbers. Just pick up a mobile phone to scan, and data can be pulled to record expenses accurately and finished quickly in a few seconds. More secure! Added a bot protection system (reCAPTCHA) on the login page. All Packages Added a bot protection system (reCAPTCHA) from Google to the login page. If the system detects login behavior that has risks, it will require users to verify their identity before logging into the system immediately. Helps check logins that might be abnormal and increases security.

27 พ.ค. 2026

PEAK Account

4 min

อัปเดตฟังก์ชัน PEAK 27/05/2026

1. PEAK SMART Key รองรับการแสดงผลแบบตารางและสร้างเอกสารใบสั่งซื้อ (PO) ประหยัดเวลาคีย์ข้อมูล 2. รองรับ “กระดาษทำการ (Working Paper)” ตรวจสอบงบก่อนออกจริง ปิดงบเป๊ะไม่มีพลาด 3. “PEAK to PEAK” ที่ PEAK Application พร้อมระบบสแกน PEAK QR Code บันทึกรายจ่ายง่าย ออกเอกสารได้สะดวกขึ้น 4. ปลอดภัยยิ่งขึ้น! เพิ่มระบบป้องกันบอท (reCAPTCHA) ที่หน้าเข้าสู่ระบบ หัวข้อ แพ็กเกจใช้งาน สิ่งที่ระบบอัปเดต ประโยชน์ที่ท่านจะได้รับจากการใช้งาน PEAK SMARTKey  รองรับการแสดงผลแบบตารางและสร้างเอกสารใบสั่งซื้อ (PO) ประหยัดเวลาคีย์ข้อมูล e-Document ขึ้นไป รองรับการแสดงผลคลังเอกสาร (File Vault) รูปแบบตาราง (Grid View) ช่วยให้ดูรูปเอกสารได้ง่ายขึ้น ทั้งรองรับการสร้างเอกสารใบสั่งซื้อ (PO) จากรูปถ่ายได้โดยตรง โดย PEAK SMART Key จะช่วยสแกนและอ่านข้อมูลจากไฟล์ เพื่อนำไปประมวลผลต่อบนเว็บไซต์ได้ทันที ลดขั้นตอนและจำนวนคลิกในการสร้างเอกสารลงอย่างเห็นได้ชัด เพียงอัปโหลดไฟล์เอกสาร ระบบก็พร้อมจัดการต่อให้ทันที ช่วยประหยัดเวลาและลดความผิดพลาดในการคีย์ข้อมูล รองรับ “กระดาษทำการ (Working Paper)” ตรวจสอบงบก่อนออกจริง ปิดงบเป๊ะไม่มีพลาด Basic ขึ้นไป เพิ่มฟังก์ชัน “กระดาษทำการ” หน้ารวมเอกสารที่เมนูหน้าหลัก นักบัญชีสามารถตรวจเช็ก ปรับปรุง และพิสูจน์ยอดบัญชีต่าง ๆ ได้อย่างครบถ้วนและเป็นระบบในที่เดียวก่อนการปิดงบ ช่วยให้นักบัญชีสามารถนำข้อมูลไปใช้และเปรียบเทียบความถูกต้องของตัวเลขได้อย่างมั่นใจ ก่อนที่จะนำข้อมูลไปออกงบการเงินจริง “PEAK to PEAK” ที่ PEAK Application พร้อมระบบสแกน PEAK QR Code บันทึกรายจ่ายง่าย ออกเอกสารได้สะดวกขึ้น e-Document ขึ้นไป เพิ่มปุ่มสแกน QR Code บนมือถือเพื่อดึงข้อมูลเอกสารที่ได้รับจากลูกค้า/ผู้ขายที่ใช้ PEAK มาบันทึกสร้างเอกสารได้ทันที พร้อมระบบอัจฉริยะในคลังเอกสาร(File Vault) ที่ช่วยกรอกข้อมูลและแนะนำรายการต่าง ๆ ให้อัตโนมัติ ลดเวลาคีย์ข้อมูล และลดความผิดพลาดในการกรอกตัวเลข เพียงหยิบมือถือมาสแกนก็ดึงข้อมูลมาบันทึกบัญชีฝั่งรายจ่ายได้แม่นยำและเสร็จไวในไม่กี่วินาที ปลอดภัยยิ่งขึ้น! เพิ่มระบบป้องกันบอท (reCAPTCHA) ที่หน้าเข้าสู่ระบบ ทุกแพ็กเกจ เพิ่มระบบป้องกันบอท (reCAPTCHA) จาก Google เข้ามาหน้าเข้าสู่ระบบ หากระบบตรวจพบพฤติกรรมการเข้าใช้งานที่มีความเสี่ยง จะให้ผู้ใช้ยืนยันตัวตนก่อนเข้าสู่ระบบทันที ช่วยตรวจสอบการเข้าใช้งานที่อาจมีความผิดปกติ และเพิ่มความปลอดภัย