บริษัทหลายแห่งผ่อนรถกระบะหรือเครื่องจักรกับไฟแนนซ์ แล้วบันทึกค่างวดทั้งก้อนเป็นค่าใช้จ่ายทุกเดือน ผลคือรถไม่มีอยู่ในงบการเงิน หนี้ที่ยังต้องผ่อนก็ไม่ปรากฏ และกำไรแต่ละปีผิดไปจากความจริง บทความนี้ จะมาอธิบายว่าการเช่าซื้อคืออะไร บันทึกบัญชีเช่าซื้ออย่างไรให้ถูกตั้งแต่วันรับรถจนผ่อนหมด และภาษีที่ต้องรู้ เช่าซื้อ คืออะไร เช่าซื้อ คือ สัญญาที่เจ้าของทรัพย์สินให้ผู้เช่าซื้อนำทรัพย์สินไปใช้ก่อน แล้วผ่อนชำระเป็นงวด เมื่อจ่ายครบตามสัญญา กรรมสิทธิ์จึงโอนเป็นของผู้เช่าซื้อ ระหว่างผ่อน ไฟแนนซ์ยังเป็นเจ้าของตามกฎหมาย สัญญาเช่าซื้อต้องทำเป็นหนังสือ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 572 ทรัพย์สินที่ธุรกิจนิยมผ่อนแบบนี้ เช่น รถยนต์ รถบรรทุก เครื่องจักร และอุปกรณ์ราคาสูง เพราะไม่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ในวันเดียว การเช่าซื้อแม้จะยังไม่โอยกรรมสิทธิ์ แต่ในทางบัญชี บริษัทได้ใช้ประโยชน์และรับความเสี่ยงของทรัพย์สินแล้ว จึงต้องบันทึกเป็นสินทรัพย์ตั้งแต่วันรับมอบ เช่าซื้อ ลีสซิ่ง และกู้เงินซื้อ ต่างกันอย่างไร วิธีได้ทรัพย์สิน กรรมสิทธิ์ เช่าซื้อ โอนให้ผู้ผ่อนเมื่อจ่ายงวดสุดท้ายครบ ลีสซิ่ง เป็นของผู้ให้เช่า จนกว่าผู้เช่าใช้สิทธิซื้อเมื่อครบสัญญา กู้เงินซื้อ เป็นของผู้ซื้อตั้งแต่วันซื้อ ส่วนเงินกู้เป็นหนี้กับธนาคาร ทางบัญชี ทั้งสามแบบมักจบที่การบันทึกสินทรัพย์และหนี้สินเหมือนกัน ต่างกันที่ชื่อบัญชีหนี้สินและเอกสาร ส่วนลีสซิ่งต้องทดสอบเงื่อนไขก่อน ดูรายละเอียดได้ที่สัญญาเช่าเงินทุนกับสัญญาเช่าดำเนินงาน บัญชีเช่าซื้อ บันทึกเป็นสินทรัพย์หรือค่าใช้จ่าย บัญชีเช่าซื้อของผู้ผ่อน บันทึกเป็นสินทรัพย์ด้วยราคาเงินสดของทรัพย์สิน และบันทึกยอดที่ต้องผ่อนทั้งหมดเป็นเจ้าหนี้เช่าซื้อ ส่วนต่างระหว่างยอดผ่อนกับราคาเงินสดคือดอกเบี้ย ซึ่งพักไว้เป็นดอกเบี้ยเช่าซื้อรอตัดบัญชี แล้วทยอยรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายทุกงวด ค่างวดที่จ่ายไม่ใช่ค่าใช้จ่ายทั้งก้อน บันทึกผิดที่พบบ่อย บันทึกที่ถูก ค่างวดทุกเดือนเป็นค่าใช้จ่ายทั้งก้อน ค่างวดไปลดเจ้าหนี้ ไม่บันทึกรถเป็นสินทรัพย์ เพราะยังไม่ได้เล่มทะเบียน บันทึกสินทรัพย์ตั้งแต่วันรับมอบ บันทึกรถด้วยยอดผ่อนรวมดอกเบี้ย บันทึกรถด้วยราคาเงินสด ไม่คิดค่าเสื่อมราคา คิดค่าเสื่อมตั้งแต่วันเริ่มใช้งาน ถ้าบันทึกค่างวดเป็นค่าใช้จ่ายทั้งก้อน ปีแรกกำไรจะต่ำเกินไป และปีหลังผ่อนหมดกำไรจะสูงเกินไป เพราะไม่มีค่าเสื่อมราคามาหักเลย ดอกเบี้ยเช่าซื้อรอตัดบัญชี คืออะไร ดอกเบี้ยเช่าซื้อรอตัดบัญชี คือ ดอกเบี้ยทั้งสัญญาที่ยังไม่ถึงงวดรับรู้เป็นค่าใช้จ่าย คำนวณจากยอดผ่อนทั้งหมดหักราคาเงินสด บัญชีนี้แสดงเป็นรายการหักจากเจ้าหนี้ในงบแสดงฐานะการเงิน ทุกงวด ให้โอนดอกเบี้ยส่วนของงวดนั้นออกจากบัญชีนี้ไปเป็นดอกเบี้ยจ่าย จนเหลือศูนย์เมื่อผ่อนครบ สูตรหาดอกเบี้ยทั้งสัญญา: ดอกเบี้ยรอตัดบัญชี = ยอดผ่อนทั้งหมด – ราคาเงินสด ดอกเบี้ยแบบเส้นตรงกับวิธีอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง การแบ่งดอกเบี้ยแต่ละงวดทำได้ 2 วิธี วิธี หลักการ เส้นตรง แบ่งดอกเบี้ยเท่ากันทุกงวด อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง คิดดอกเบี้ยจากเงินต้นคงเหลือ งวดแรกสูง งวดหลังต่ำ TFRS for NPAEs ให้รับรู้ดอกเบี้ยตามวิธีอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง ซึ่งสะท้อนต้นทุนเงินจริงกว่า ถ้าผลต่างจากวิธีเส้นตรงไม่มีสาระสำคัญ หรือสัญญาสั้นไม่เกิน 1 ปี กิจการบางแห่งใช้วิธีเส้นตรง ควรตกลงวิธีกับผู้สอบบัญชีและใช้ต่อเนื่องทุกปี อัตราในสัญญามักเป็นอัตราคงที่ (flat rate) ซึ่งคิดจากเงินต้นเต็มจำนวนตลอดสัญญา อัตราที่แท้จริงจึงสูงกว่าอัตราในสัญญาเกือบเท่าตัว ตัวอย่างการบันทึกบัญชีเช่าซื้อ ตัวอย่างการบันทึกบัญชีเช่าซื้อของผู้ผ่อนมี 4 ขั้น คือวันรับมอบทรัพย์สิน วันจ่ายค่างวด ตัดดอกเบี้ยรอตัดบัญชีทุกงวด และคิดค่าเสื่อมราคา ตัวอย่างนี้ใช้รถกระบะ เพราะไม่ติดเพดานค่าเสื่อมของรถยนต์นั่ง และเครดิต VAT ได้ ส่วนดอกเบี้ยคิดตามวิธีอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตาม TFRS for NPAEs ตัวอย่าง: บริษัท ก จำกัด (ชื่อสมมุติ) จด VAT แล้ว ผ่อนรถกระบะราคาเงินสด 600,000 บาท (ไม่รวม VAT) กับไฟแนนซ์ ไม่มีเงินดาวน์ ผ่อนเดือนละ 14,000 บาท (ไม่รวม VAT) 48 งวด รวม 672,000 บาท อัตราในสัญญาแบบคงที่ 3% ต่อปี คิดเป็นอัตราที่แท้จริงประมาณ 0.47% ต่อเดือน หรือ 5.67% ต่อปี ดอกเบี้ยรอตัดบัญชี = 672,000 – 600,000 = 72,000 บาท 1. วันรับมอบรถ รายการ จำนวนเงิน เดบิต ยานพาหนะ 600,000 บาท เดบิต ดอกเบี้ยรอตัดบัญชี 72,000 บาท เครดิต เจ้าหนี้เช่าซื้อ 672,000 บาท 2. จ่ายค่างวดเดือนที่ 1 รายการ จำนวนเงิน เดบิต เจ้าหนี้เช่าซื้อ 14,000 บาท เดบิต ภาษีซื้อ 980 บาท เครดิต เงินฝากธนาคาร 14,980 บาท 3. ตัดดอกเบี้ยเดือนที่ 1 (600,000 × 0.4724%) รายการ จำนวนเงิน เดบิต ดอกเบี้ยจ่าย 2,834 บาท เครดิต ดอกเบี้ยรอตัดบัญชี 2,834 บาท 4. ค่าเสื่อมราคาเดือนที่ 1 (600,000 ÷ 5 ปี ÷ 12 เดือน) รายการ จำนวนเงิน เดบิต ค่าเสื่อมราคา 10,000 บาท เครดิต ค่าเสื่อมราคาสะสม 10,000 บาท ดอกเบี้ยรายปีของสัญญานี้ เทียบ 2 วิธี ปีที่ อัตราที่แท้จริง / เส้นตรง 1 30,474 / 18,000 2 22,473 / 18,000 3 14,006 / 18,000 4 5,047 / 18,000 รวม 72,000 / 72,000 ดอกเบี้ยรวมเท่ากันทั้งสองวิธี ต่างกันที่จังหวะรับรู้ วิธีอัตราที่แท้จริงทำให้ปีแรกมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า เพราะเงินต้นคงเหลือยังมาก ดูขั้นตอนบันทึกในโปรแกรมได้ที่คู่มือ PEAK บันทึกเช่าซื้อรถยนต์ และทบทวนหลักการบันทึกได้ที่บทความ เดบิต เครดิต กรณีจ่ายเงินดาวน์ และกรณีรถยนต์นั่ง ถ้าบริษัท ก จ่ายเงินดาวน์ 100,000 บาท แล้วจัดไฟแนนซ์ 500,000 บาท อัตราคงที่ 3% ต่อปี 4 ปี ดอกเบี้ยทั้งสัญญาคือ 500,000 × 3% × 4 = 60,000 บาท ยอดผ่อนรวม 560,000 บาท (เดือนละประมาณ 11,667 บาท) วันรับมอบรถให้บันทึกเงินดาวน์เป็นเครดิตเงินฝากธนาคาร แล้วตั้งเจ้าหนี้เฉพาะยอดที่ยังต้องผ่อน รายการ จำนวนเงิน เดบิต ยานพาหนะ (ราคาเงินสดเต็มคัน) 600,000 บาท เดบิต ดอกเบี้ยรอตัดบัญชี 60,000 บาท เครดิต เงินฝากธนาคาร (เงินดาวน์) 100,000 บาท เครดิต เจ้าหนี้เช่าซื้อ (ยอดผ่อนรวมดอกเบี้ย) 560,000 บาท เดบิตรวม 660,000 บาท เท่ากับเครดิตรวม 660,000 บาท ดอกเบี้ยคิดจากยอดจัดไฟแนนซ์ 500,000 บาท ไม่ใช่ราคาเต็มคัน ถ้าเป็นรถเก๋งหรือรถยนต์นั่งไม่เกิน 10 ที่นั่ง VAT ที่จ่ายพร้อมค่างวดเป็นภาษีซื้อต้องห้าม ให้บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายหรือต้นทุนแทนบัญชีภาษีซื้อ นอกจากนี้ทางภาษีค่าเสื่อมหักได้จากราคาทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ซื้อรถในนามบริษัท แสดงเจ้าหนี้เช่าซื้อในงบการเงินอย่างไร ในงบแสดงฐานะการเงิน ให้แสดงเจ้าหนี้สุทธิจากดอกเบี้ยรอตัดบัญชี แล้วแยกส่วนที่ถึงกำหนดชำระภายใน 1 ปีเป็นหนี้สินหมุนเวียน สิ้นปีที่ 1 ของบริษัท ก รายการ จำนวนเงิน เจ้าหนี้เช่าซื้อ (672,000 – 168,000) 504,000 บาท หัก ดอกเบี้ยรอตัดบัญชี (72,000 – 30,474) (41,526) บาท เจ้าหนี้สุทธิ 462,474 บาท แยกตามกำหนดชำระ จำนวนเงิน ส่วนที่ถึงกำหนดภายใน 1 ปี (168,000 – 22,473) 145,527 บาท ส่วนที่เกิน 1 ปี 316,947 บาท ฝั่งสินทรัพย์แสดงยานพาหนะ 600,000 บาท หักค่าเสื่อมราคาสะสม 120,000 บาท เหลือ 480,000 บาท ภาษีที่เกี่ยวกับการเช่าซื้อ ภาษีที่ผู้ผ่อนต้องรู้มี 2 เรื่อง คือ VAT และค่าเสื่อมราคา VAT เกิดเมื่อถึงกำหนดชำระแต่ละงวด ผู้ผ่อนจึงได้ใบกำกับภาษีและเครดิตภาษีซื้อเป็นรายงวด ส่วนค่าเสื่อมทางภาษี ราคาทุนคือยอดที่ต้องผ่อนทั้งหมดรวมดอกเบี้ย และค่าเสื่อมที่หักสะสมต้องไม่เกินค่างวดที่ถึงกำหนดชำระ เรื่อง หลักเกณฑ์ จุดเกิด VAT เมื่อถึงกำหนดชำระแต่ละงวด ตามมาตรา 78 (2) และคำสั่งกรมสรรพากร ป.36/2536 ภาษีซื้อรถกระบะ เครื่องจักร เครดิตได้ตามใบกำกับภาษีรายงวด ภาษีซื้อรถยนต์นั่งไม่เกิน 10 ที่นั่ง ภาษีซื้อต้องห้าม แต่นำไปเป็นรายจ่ายได้ ราคาทุนทางภาษี ยอดผ่อนทั้งหมดรวมดอกเบี้ย ตามข้อหารือ กค 0706/5750 ค่าเสื่อมทางภาษี สะสมแล้วไม่เกินค่างวดที่ถึงกำหนดชำระในรอบบัญชีนั้น รถยนต์นั่ง ค่าเสื่อมคิดจากราคาทุนส่วนที่ไม่เกิน 1,000,000 บาท ตามหลักเกณฑ์ค่าเสื่อมราคา ทางบัญชีบันทึกรถ 600,000 บาท และดอกเบี้ยจ่ายแยก ส่วนทางภาษีใช้ราคาทุน 672,000 บาท ตัวเลขจึงต่างกัน นักบัญชีต้องปรับปรุงตอนยื่น ภ.ง.ด.50 ไม่ให้หักดอกเบี้ยซ้ำ ดูหลักคิดค่าเสื่อมเพิ่มเติมที่ค่าเสื่อมราคา ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการบันทึกเช่าซื้อ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย คือการบันทึกค่างวดเป็นค่าใช้จ่ายทั้งก้อน การไม่ตั้งดอกเบี้ยรอตัดบัญชี และการลืมแยกภาษีซื้อออกจากค่างวด ทั้งสามเรื่องทำให้สินทรัพย์ หนี้สิน และกำไรในงบการเงินผิด และทำให้ตัวเลขภาษีไม่ตรงกับเอกสารที่สรรพากรใช้ตรวจ ข้อผิดพลาด ผลกระทบ บันทึกค่างวดเป็นค่าใช้จ่ายทั้งก้อน ไม่มีสินทรัพย์และหนี้สินในงบ กำไรผิดทุกปี ไม่ตั้งดอกเบี้ยรอตัดบัญชี ดอกเบี้ยจ่ายไม่ถูกงวด รวม VAT ในค่างวดแล้วบันทึกลดเจ้าหนี้ทั้งหมด เสียสิทธิเครดิตภาษีซื้อ และเจ้าหนี้เหลือผิด เริ่มคิดค่าเสื่อมเมื่อผ่อนครบ ค่าเสื่อมต่ำในปีแรก สูงในปีหลัง ปิดบัญชีก่อนกำหนดแล้วไม่ล้างดอกเบี้ยรอตัดบัญชีที่เหลือ ดอกเบี้ยรอตัดบัญชีค้างในงบ สรุป – การเช่าซื้อ ไม่ได้เข้าใจยากอย่างที่คิด เช่าซื้อ คือการได้ใช้ทรัพย์สินก่อนแล้วผ่อนจนได้กรรมสิทธิ์ ทางบัญชีให้บันทึกเป็นสินทรัพย์ด้วยราคาเงินสดตั้งแต่วันรับมอบ บันทึกเจ้าหนี้เต็มยอดผ่อน และพักส่วนต่างเป็นดอกเบี้ยรอตัดบัญชี จากนั้นทยอยตัดดอกเบี้ยและคิดค่าเสื่อมทุกงวด บันทึกเช่าซื้อและตัดดอกเบี้ยรายงวดในระบบเดียว PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยให้ SME จัดการเอกสาร รายรับรายจ่าย และรายงานการเงินได้ครบในที่เดียว บันทึกสินทรัพย์ ตั้งเจ้าหนี้และดอกเบี้ยรอตัดบัญชี แล้วให้ระบบคิดค่าเสื่อมราคาทุกเดือน ดูขั้นตอนได้ที่คู่มือ PEAK บันทึกเช่าซื้อรถยนต์ – ทดลองใช้ PEAK ฟรี คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเช่าซื้อ เช่าซื้อกับลีสซิ่งต่างกันอย่างไร เช่าซื้อโอนกรรมสิทธิ์อัตโนมัติเมื่อผ่อนครบ แต่ลีสซิ่งเป็นการเช่าที่ผู้เช่ามีสิทธิเลือกซื้อเมื่อครบสัญญา ทางบัญชีลีสซิ่งต้องทดสอบเงื่อนไขสัญญาเช่าเงินทุนก่อน ปิดบัญชีเช่าซื้อก่อนกำหนด บันทึกอย่างไร บันทึกเดบิตเจ้าหนี้ด้วยยอดคงเหลือ เครดิตเงินฝากด้วยยอดที่จ่ายปิด และเครดิตดอกเบี้ยรอตัดบัญชีที่เหลือ ถ้าจ่ายปิดน้อยกว่ายอดสุทธิ ส่วนต่างเป็นส่วนลดดอกเบี้ย บันทึกลดดอกเบี้ยจ่าย ถ้าจ่ายมากกว่า ส่วนเกินเป็นดอกเบี้ยจ่ายหรือค่าธรรมเนียม ดอกเบี้ยเช่าซื้อหักเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ไหม ทางภาษี ดอกเบี้ยรวมอยู่ในราคาทุนของทรัพย์สิน แล้วหักผ่านค่าเสื่อมราคา ไม่ได้หักแยกอีกรอบ ถ้าเป็นรถยนต์นั่ง ยอดรวมดอกเบี้ยอยู่ในเพดาน 1 ล้านบาท ผ่อนไม่ถึง 1 ปี ต้องใช้วิธีอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงไหม สัญญาสั้นไม่เกิน 1 ปี ดอกเบี้ยมักมีสาระสำคัญน้อย หลายกิจการบันทึกแบบเส้นตรงหรือรับรู้ตามงวดที่จ่าย ควรตกลงกับผู้สอบบัญชีก่อน ภาษีซื้อของสัญญาเช่าซื้อ เครดิตได้ตอนไหน เครดิตได้ในเดือนภาษีตามวันที่ในใบกำกับภาษีของงวดนั้น ถ้ามีเหตุจำเป็น ยื่นเครดิตในเดือนถัดไปได้ไม่เกิน 6 เดือนตามมาตรา 82/3 เพราะความรับผิดในการเสีย VAT ของไฟแนนซ์เกิดเมื่อถึงกำหนดชำระแต่ละงวด ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป อ้างอิง TFRS for NPAEs และแนววินิจฉัยของกรมสรรพากร ตัวเลขตัวอย่างใช้เพื่ออธิบาย การบันทึกจริงควรใช้ตารางผ่อนจากสัญญาและปรึกษาผู้สอบบัญชี ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก