กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คืออะไร และสำคัญอย่างไร? กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund หรือ PVD) คือ กองทุนที่นายจ้างและลูกจ้างร่วมกันจัดตั้งขึ้นโดยสมัครใจ ลูกจ้างจ่าย “เงินสะสม” และนายจ้างจ่าย “เงินสมทบ” เข้ากองทุนทุกเดือน แล้วให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) นำไปลงทุน เงินก้อนนี้จะคืนให้ลูกจ้างเมื่อออกจากงาน เกษียณ หรือเสียชีวิต PVD จัดตั้งตามพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 และอยู่ภายใต้การกำกับของสำนักงาน ก.ล.ต. กองทุนแยกเป็นนิติบุคคลต่างหากจากบริษัท แม้บริษัทจะมีปัญหาทางการเงิน เงินในกองทุนก็ยังเป็นของสมาชิก เรื่องนี้สำคัญอย่างน้อย 3 ด้าน ตลอดบทความนี้จะใช้ตัวอย่างของคุณบี เจ้าของบริษัทรับออกแบบตกแต่งภายในที่มีพนักงาน 12 คน กำลังตัดสินใจว่าจะตั้ง PVD หรือไม่ และคุณแนน สถาปนิกของบริษัท เงินเดือน 30,000 บาท หรือปีละ 360,000 บาท เงินในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมาจากไหน? เงินในบัญชีของสมาชิกแต่ละคนแบ่งเป็น 4 ส่วน การแยก 4 ส่วนนี้ให้ออกเป็นพื้นฐานของเรื่องภาษีและเงินที่ได้ตอนลาออก ส่วนที่ ชื่อ มาจากไหน ลาออกแล้วได้เท่าไร 1 เงินสะสม ลูกจ้างหักจากเงินเดือนตัวเอง ได้ครบทุกกรณี 2 ผลประโยชน์ของเงินสะสม ผลตอบแทนจากการลงทุนเงินส่วนที่ 1 ได้ครบทุกกรณี 3 เงินสมทบ นายจ้างจ่ายเพิ่มให้ ตามอายุงานที่ข้อบังคับกองทุนกำหนด 4 ผลประโยชน์ของเงินสมทบ ผลตอบแทนจากการลงทุนเงินส่วนที่ 3 ตามอายุงานที่ข้อบังคับกองทุนกำหนด ส่วนที่ 1 และ 2 เป็นของลูกจ้างเสมอ ส่วนที่ 3 และ 4 ขึ้นกับว่าทำงานมานานพอตามเงื่อนไขของกองทุนหรือยัง เงินสะสมและเงินสมทบหักกี่เปอร์เซ็นต์? กฎหมายกำหนดให้ทั้งเงินสะสมและเงินสมทบอยู่ระหว่าง 2–15% ของค่าจ้าง ตามมาตรา 10 ของ พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ อัตราที่ใช้จริงในแต่ละบริษัทกำหนดไว้ในข้อบังคับของกองทุน หลายบทความเขียนว่านายจ้างต้องสมทบไม่น้อยกว่าที่ลูกจ้างสะสม แต่ตัวบทมาตรา 10 กำหนดเพียงช่วง 2–15% ของทั้ง 2 ฝ่าย ในทางปฏิบัติบริษัทส่วนใหญ่สมทบเท่ากับหรือมากกว่าเงินสะสม เพราะเป็นสวัสดิการที่ใช้ดึงคน แต่เป็นการตกลงในข้อบังคับกองทุน ไม่ใช่สิ่งที่กฎหมายบังคับ รายการ อัตราตามกฎหมาย ตัวอย่างคุณแนน (5% ทั้ง 2 ฝ่าย) เงินสะสม (ลูกจ้าง) 2–15% ของค่าจ้าง 30,000 × 5% = 1,500 บาท/เดือน เงินสมทบ (นายจ้าง) 2–15% ของค่าจ้าง 30,000 × 5% = 1,500 บาท/เดือน รวมเข้ากองทุน – 3,000 บาท/เดือน หรือ 36,000 บาท/ปี บางกองทุนให้ลูกจ้างเลือกอัตราเงินสะสมเองได้ เช่น 3% 5% 10% หรือ 15% และให้เปลี่ยนได้ปีละครั้ง ส่วนเงินสมทบมักผูกกับอายุงาน เช่น ทำงานครบ 5 ปีสมทบเพิ่มจาก 5% เป็น 7% ทำงานกี่ปีถึงได้เงินสมทบของนายจ้างครบ? ไม่มีกฎหมายกำหนดจำนวนปีตายตัว ทุกกองทุนเขียนเงื่อนไขไว้ในข้อบังคับ เรียกว่า Vesting ตัวอย่างข้อบังคับของบริษัทคุณบีเป็นดังนี้ อายุงาน สัดส่วนเงินสมทบ (ส่วนที่ 3 และ 4) ที่ได้รับ ไม่ถึง 1 ปี 0% 1 ปี แต่ไม่ถึง 3 ปี 50% 3 ปี แต่ไม่ถึง 5 ปี 75% 5 ปีขึ้นไป 100% ส่วนที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายคืนให้ลูกจ้างจะกลับเข้ากองทุนหรือคืนนายจ้างตามที่ข้อบังคับเขียนไว้ ลูกจ้างที่อยากรู้ตัวเลขของตัวเองควรขอดูข้อบังคับกองทุนจากฝ่ายบุคคล เพราะแต่ละบริษัทไม่เหมือนกัน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่? เงินสะสมที่ลูกจ้างจ่ายเข้า PVD ใช้ลดภาษีได้ 2 ชั้น และต้องดูเพดานรวมกับกองทุนเกษียณอื่นด้วย ชั้น สิทธิ เพดาน แหล่ง 1 หักลดหย่อน ตามจ่ายจริง ไม่เกิน 10,000 บาท กรมสรรพากร 2 ยกเว้นเงินได้ส่วนที่เกิน 10,000 บาท ไม่เกิน 15% ของค่าจ้าง และไม่เกิน 490,000 บาท กฎกระทรวงฉบับที่ 126 ข้อ 2 (35) เพดานรวม รวมกับ RMF ประกันชีวิตแบบบำนาญ และกองทุนเกษียณอื่นตามที่กฎหมายกำหนด ไม่เกิน 500,000 บาท กรมสรรพากร คุณแนนสะสมปีละ 18,000 บาท ใช้หักลดหย่อนได้ 10,000 บาท ส่วนที่เหลือ 8,000 บาทได้รับยกเว้น เพราะยังไม่เกิน 15% ของค่าจ้างทั้งปี (360,000 × 15% = 54,000 บาท) รวมแล้วเงินสะสมทั้ง 18,000 บาทไม่ต้องนำมาคิดภาษี ถ้าคุณแนนเพิ่มอัตราเงินสะสมเป็น 15% จะสะสมปีละ 54,000 บาท ลดหย่อนได้ 10,000 บาท และยกเว้นได้อีก 44,000 บาท ใช้สิทธิเต็มเพดาน 15% ของค่าจ้างพอดี เงินสมทบที่นายจ้างจ่ายให้ไม่ถือเป็นเงินได้ของลูกจ้างในปีที่จ่าย ภาษีจะไปเกิดตอนรับเงินออกจากกองทุนแทน ซึ่งอธิบายในหัวข้อถัดไป ลาออกจากงานได้เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเท่าไหร่? เมื่อลาออกจากงาน ลูกจ้างได้เงินส่วนที่ 1 และ 2 ครบ บวกส่วนที่ 3 และ 4 ตามสัดส่วน Vesting ส่วนภาษีขึ้นกับอายุงานและอายุตัว ตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. สรุปไว้ กรณี ภาษีของส่วนที่ 2–4 ส่วนที่ 1 (เงินสะสม) ทำงานไม่ถึง 5 ปี นำไปรวมคำนวณภาษีกับเงินได้ทั้งปี ไม่เสียภาษี ทำงาน 5 ปีขึ้นไป เลือกรวมกับเงินได้ทั้งปี หรือแยกคำนวณ โดยหัก 7,000 บาทคูณจำนวนปีที่ทำงาน แล้วหักอีกครึ่งหนึ่งของที่เหลือ ไม่เสียภาษี อายุ 55 ปีขึ้นไป และเป็นสมาชิกกองทุนต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือออกเพราะตาย ทุพพลภาพ ได้รับยกเว้นภาษีทั้งจำนวน ไม่เสียภาษี กรณีได้รับยกเว้นเป็นไปตามกฎกระทรวงฉบับที่ 126 ข้อ 2 (36) และหลักเกณฑ์ในประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 188) ซึ่งนับระยะเวลาสมาชิกรวมกองทุนเดิมที่โอนย้ายมาด้วย ตัวอย่างคุณแนนลาออกเมื่อทำงานครบ 4 ปี สมมติผลตอบแทนตลอด 4 ปีเป็นส่วนละ 4,000 บาท ส่วน ยอดในกองทุน ได้รับ 1 เงินสะสม 18,000 × 4 = 72,000 72,000 2 ผลประโยชน์เงินสะสม 4,000 4,000 3 เงินสมทบ 18,000 × 4 = 72,000 72,000 × 75% = 54,000 4 ผลประโยชน์เงินสมทบ 4,000 4,000 × 75% = 3,000 รวม 152,000 133,000 คุณแนนได้รับเงินรวม 133,000 บาท เพราะทำงานไม่ถึง 5 ปี ส่วนที่ 2–4 รวม 61,000 บาท (4,000 + 54,000 + 3,000) ต้องนำไปรวมกับเงินเดือนทั้งปีเพื่อคำนวณภาษี ส่วนเงินสะสม 72,000 บาทไม่ต้องเสียภาษี ถ้าคุณแนนทำงานครบ 6 ปีและส่วนที่ 2–4 รวมเป็น 130,000 บาท เลือกแยกคำนวณได้ โดยหัก 7,000 × 6 = 42,000 บาท เหลือ 88,000 บาท แล้วหักอีกครึ่งหนึ่ง เหลือเงินได้ที่ต้องคิดภาษีแยก 44,000 บาท ซึ่งมักเสียภาษีน้อยกว่ารวมกับเงินเดือน วิธีคิดภาษีเงินก้อนตอนออกจากงานแบบอื่นอ่านต่อได้ที่บทความ เกษียณอายุ เงินเกษียณได้เท่าไร เสียภาษียังไง ลาออกแล้วกี่วันได้เงิน และมีทางเลือกอะไรบ้าง? กองทุนต้องจ่ายเงินให้ครั้งเดียวภายใน 30 วันนับแต่วันสิ้นสมาชิกภาพ ตามมาตรา 23 ของ พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แต่ก่อนรับเงิน ลูกจ้างเลือกได้ 3 ทาง ทางเลือก เงื่อนไข ภาษี รับเงินออกมา ได้ภายใน 30 วัน ตามตารางข้างบน คงเงินไว้ในกองทุนเดิม ข้อบังคับต้องให้คงไว้ได้ไม่น้อยกว่า 90 วันนับแต่ออกจากงาน (มาตรา 23/3) อาจมีค่าธรรมเนียมรายปี ยังไม่เกิดภาษี จนกว่าจะรับเงิน โอนเงิน โอนเข้ากองทุนของนายจ้างใหม่ หรือกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพสำหรับเงิน PVD (RMF for PVD) (มาตรา 23/4) ยังไม่เกิดภาษี และนับอายุสมาชิกต่อเนื่อง ถ้าคุณแนนย้ายไปบริษัทใหม่ที่มี PVD การโอนเงินไปกองทุนใหม่ช่วยให้อายุสมาชิกนับต่อ และเมื่อครบอายุ 55 ปีกับเป็นสมาชิกครบ 5 ปี เงินทั้งหมดจะได้รับยกเว้นภาษี อีกกรณีที่คนสับสนบ่อยคือลาออกจากกองทุนแต่ยังทำงานอยู่ที่เดิม กรณีนี้ส่วนที่ 2–4 ที่ได้รับต้องนำไปรวมคำนวณภาษีทั้งปี และมักต้องรอระยะเวลาตามข้อบังคับก่อนสมัครกลับเข้ากองทุนได้ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพต่างจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างและประกันสังคมอย่างไร? ทั้ง 3 กองทุนหักจากเงินเดือนเหมือนกัน แต่มีหน้าที่และภาคบังคับต่างกัน ประเด็น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ประกันสังคม บังคับไหม สมัครใจ บังคับกิจการ 10 คนขึ้นไปที่ไม่มี PVD บังคับนายจ้างทุกรายที่มีลูกจ้าง อัตราต่อฝ่าย 2–15% ของค่าจ้าง 0.25% ใน 5 ปีแรก แล้วเป็น 0.5% (ตามมติ ครม. 14 ต.ค. 2569 เริ่ม 1 ม.ค. 2570 อยู่ระหว่างออกกฎหมาย) 5% ของค่าจ้าง ตามฐานค่าจ้างที่กฎหมายกำหนด ผู้ดูแล บลจ. ภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต. กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สำนักงานประกันสังคม ได้เงินเมื่อไร ออกจากงาน เกษียณ เสียชีวิต ออกจากงาน เสียชีวิต ตามสิทธิประโยชน์ 7 กรณี เช่น เจ็บป่วย ว่างงาน ชราภาพ สิทธิภาษีลูกจ้าง ลดหย่อน 10,000 + ยกเว้นส่วนเกิน – ลดหย่อนตามเงินสมทบที่จ่าย อัตรากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเดิมมาจากกฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสะสมและเงินสมทบ พ.ศ. 2568 ซึ่งให้เริ่ม 1 ตุลาคม 2569 ต่อมาครม. รับหลักการร่างกฎหมายใหม่เมื่อ 14 ตุลาคม 2569 ให้เลื่อนวันเริ่มออกไป 3 เดือน อัตราเท่าเดิม ร่างนี้ยังรอประกาศในราชกิจจานุเบกษา ส่วนเกณฑ์ 10 คนและข้อยกเว้นสำหรับกิจการที่มี PVD มาจากมาตรา 130 ของ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ถ้าลูกจ้างบางคนไม่ได้เป็นสมาชิก PVD เช่น ยังทดลองงานหรือเลือกไม่สมัคร ลูกจ้างกลุ่มนั้นยังต้องเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ตามแนวทางที่สำนักกฎหมายและสำนักบัญชีหลายแห่งอธิบายตรงกัน รายละเอียดอ่านต่อได้ที่บทความ กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง 2569 คืออะไร ประกันสังคมต้องจ่ายทุกกรณี ไม่ว่าบริษัทจะมี PVD หรือไม่ การตั้ง PVD จึงแทนได้เฉพาะกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง สิทธิประโยชน์ประกันสังคมแต่ละกรณีดูได้ที่บทความ เช็คสิทธิประกันสังคม มาตรา 33 39 40 นายจ้างควรตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไหม และต้นทุนเท่าไร? คำตอบขึ้นกับว่ากิจการต้องการใช้สวัสดิการดึงคนมากแค่ไหน เพราะต้นทุน PVD สูงกว่ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างหลายเท่า บริษัทคุณบีมีพนักงาน 12 คน ค่าจ้างรวมเดือนละ 300,000 บาท ต้นทุนของนายจ้างแต่ละทางเป็นดังนี้ ทางเลือก อัตราสมทบนายจ้าง ต่อเดือน ต่อปี กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง 0.25% 750 9,000 PVD สมทบ 3% 3% 9,000 108,000 PVD สมทบ 5% 5% 15,000 180,000 ต้นทุน PVD 5% สูงกว่ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง 20 เท่า แต่มีข้อดีที่ต้องชั่งด้วย ในทางกลับกัน ถ้าพนักงานส่วนใหญ่เป็นพนักงานชั่วคราวหรือเปลี่ยนงานเร็ว ประโยชน์เรื่องรักษาคนจะลดลง และกิจการที่กระแสเงินสดยังไม่นิ่งอาจเริ่มจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างก่อน แล้วค่อยตั้ง PVD เมื่อพร้อม คุณบีเลือกเริ่ม PVD ที่สมทบ 3% ก่อน เพราะต้นทุนปีละ 108,000 บาทยังรับได้ และวางแผนเพิ่มอัตราสมทบตามอายุงานในข้อบังคับ แทนการเริ่มที่ 5% แล้วลดไม่ได้ นายจ้างจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอย่างไร? SME ส่วนใหญ่ไม่ได้ตั้งกองทุนใหม่ของตัวเอง แต่เข้าร่วมกองทุนแบบหลายนายจ้าง (Pooled Fund) ที่ บลจ. จัดไว้แล้ว ซึ่งเริ่มได้เร็วกว่าและใช้เอกสารน้อยกว่า ขั้นตอนหลักเป็นดังนี้ ข้อที่นายจ้างพลาดบ่อยที่สุดคือกำหนดส่งเงิน มาตรา 10 ให้ส่งเงินสะสมและเงินสมทบเข้ากองทุนภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่จ่ายค่าจ้าง ถ้าส่งช้าหรือไม่ครบต้องจ่ายเงินเพิ่มร้อยละ 5 ต่อเดือนของยอดที่ค้าง บันทึกบัญชีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอย่างไร? ในแต่ละงวดเงินเดือนมี 3 รายการที่เกี่ยวกับ PVD ตัวอย่างนี้ใช้เงินเดือนคุณแนน 30,000 บาท และตัดรายการหักอื่น เช่น ประกันสังคมและภาษีหัก ณ ที่จ่าย ออกเพื่อให้ดูง่าย รายการ เดบิต เครดิต 1. จ่ายเงินเดือนและหักเงินสะสม เงินเดือน 30,000 กองทุนสำรองเลี้ยงชีพค้างจ่าย 1,500 · เงินฝากธนาคาร 28,500 2. บันทึกเงินสมทบของนายจ้าง เงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 1,500 กองทุนสำรองเลี้ยงชีพค้างจ่าย 1,500 3. นำส่งเข้ากองทุนภายใน 3 วันทำการ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพค้างจ่าย 3,000 เงินฝากธนาคาร 3,000 บัญชีเงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัท ส่วนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพค้างจ่ายเป็นหนี้สินที่ต้องเป็นศูนย์หลังนำส่ง ถ้าปลายเดือนยังมียอดค้าง แปลว่ามีงวดที่ยังไม่ได้ส่งเงิน เงินสะสมของลูกจ้างแสดงเป็นรายการหักในสลิปเงินเดือน รายละเอียดว่าสลิปต้องมีข้อมูลอะไรบ้างอ่านต่อได้ที่บทความ สลิปเงินเดือน และการหักภาษีจากเงินเดือนดูได้ที่บทความ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ข้อควรรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จากที่เห็นในทางปฏิบัติ ปัญหาของ PVD ใน SME ไม่ได้อยู่ที่ตอนตั้งกองทุน แต่อยู่ที่ไม่มีใครอธิบายข้อบังคับให้ลูกจ้างเข้าใจตั้งแต่วันแรก สรุป – กองทุนสำรองเลี้ยงชีพต้องจำอะไรบ้าง? PVD ให้ประโยชน์ทั้งลูกจ้างและนายจ้าง แต่ทั้ง 2 ฝ่ายต้องเข้าใจข้อบังคับกองทุนของตัวเอง เพราะตัวเลขที่ได้จริงตอนลาออกขึ้นกับข้อบังคับมากกว่ากฎหมาย ถ้าเป็นลูกจ้าง ลองขอข้อบังคับกองทุนจากฝ่ายบุคคลแล้วดูตาราง Vesting ของตัวเอง ถ้าเป็นนายจ้าง ลองคำนวณต้นทุน PVD ที่อัตรา 3% เทียบกับกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างแบบตารางของคุณบี พอมีพนักงานเกิน 10 คน การหักเงินสะสม บันทึกเงินสมทบ และส่งเงินให้ทันภายใน 3 วันทำการทุกงวดด้วย Excel พลาดง่าย และพลาดแต่ละครั้งมีเงินเพิ่มร้อยละ 5 ต่อเดือน PEAK Payroll มีรายการหักกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้เปิดใช้ในระบบเงินเดือน หักเงินสะสมพร้อมคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายในงวดเดียวกัน และบันทึกเงินสมทบกับยอดค้างจ่ายเข้าบัญชีได้ต่อเนื่อง ดูภาพรวมระบบได้ที่คู่มือระบบเงินเดือนใน PEAK Payroll และขั้นตอนกรณีมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ที่ศูนย์ช่วยเหลือ PEAK ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่บทความด้านบัญชี บทความด้านภาษี และบทความด้านธุรกิจ ของ PEAK แหล่งอ้างอิง: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ PVD ย่อมาจากอะไร และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาษาอังกฤษคืออะไร? PVD ย่อมาจาก Provident Fund ซึ่งเป็นชื่อภาษาอังกฤษของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คำว่า Provident แปลว่าการเตรียมไว้สำหรับอนาคต กองทุนสำรองเลี้ยงชีพเหมาะกับใคร? เหมาะกับลูกจ้างที่ตั้งใจทำงานกับบริษัทนานพอจะได้เงินสมทบเต็มตาม Vesting และต้องการลดภาษี ส่วนคนที่วางแผนย้ายงานเร็ว ยังควรสมัครเพราะได้ทั้งสิทธิลดหย่อนและเงินสะสมคืนครบ เพียงได้เงินสมทบไม่เต็ม ลาออกจากกองทุนแต่ไม่ลาออกจากงานได้ไหม? ได้ ถ้าข้อบังคับกองทุนอนุญาต แต่ส่วนที่ 2–4 ที่ได้รับต้องนำไปรวมคำนวณภาษีทั้งปี และส่วนใหญ่ต้องรอระยะเวลาตามข้อบังคับก่อนสมัครกลับเข้ากองทุน เปลี่ยนงานแล้วโอนเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไปที่ใหม่ได้ไหม? ได้ ถ้าบริษัทใหม่มี PVD ให้แจ้งโอนเงินเข้ากองทุนใหม่ อายุสมาชิกจะนับต่อเนื่อง ถ้าบริษัทใหม่ไม่มี PVD ให้คงเงินไว้ในกองทุนเดิมหรือโอนเข้า RMF for PVD เพื่อยังไม่ต้องเสียภาษี บริษัทที่มีลูกจ้างไม่ถึง 10 คนต้องจ่ายกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างไหม? ยังไม่ต้อง มาตรา 130 ของ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน บังคับกิจการที่มีลูกจ้าง 10 คนขึ้นไปก่อน ส่วนกิจการที่เล็กกว่าจะบังคับเมื่อมีพระราชกฤษฎีกากำหนด แต่ยังสมัครเข้าร่วมแบบสมัครใจได้ถ้านายจ้างยินยอม เช็คยอดเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ที่ไหน? ดูได้จากใบแจ้งยอดเงินที่ บลจ. ส่งให้สมาชิก หรือเข้าระบบออนไลน์ของ บลจ. ที่ดูแลกองทุนของบริษัท ถ้าไม่รู้ว่าบริษัทใช้ บลจ. ไหน ให้สอบถามฝ่ายบุคคลเพื่อขอรหัสนายจ้างและช่องทางเข้าระบบ ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก