PEAK Account

ทั้งหมด

บัญชี

ภาษี

ธุรกิจ

การใช้งานโปรแกรม

ข่าวสาร

18 พ.ค. 2026

PEAK Account

18 min

จดบริษัทจำกัด (บจก.) vs ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) เลือกแบบไหนดีกว่ากัน?

 ถ้าคุณกำลังจะจดทะเบียนนิติบุคคลครั้งแรก คำถามที่หลายคนสงสัยคือ “ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) กับบริษัทจำกัด (บจก.) ต่างกันยังไง แล้วธุรกิจของเราควรเลือกแบบไหนดี?” เพราะทั้งสองรูปแบบมีทั้งข้อดีและข้อจำกัดต่างกัน ไม่ว่าจะเรื่องค่าใช้จ่ายจดทะเบียน ภาษี ความรับผิดชอบหนี้สิน หรือแม้แต่ความน่าเชื่อถือในสายตาคู่ค้า บทความนี้จะพาคุณเปรียบเทียบ หจก. กับ บจก. แบบจบครบในที่เดียว พร้อมตัวอย่างตัวเลขจริง และแนวทางช่วยตัดสินใจว่าธุรกิจแบบไหนเหมาะกับรูปแบบไหน ไม่ต้องเสียเวลาอ่านหลายที่อีกต่อไป ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) คืออะไร?  ห้างหุ้นส่วนจำกัด คือ นิติบุคคลที่มีผู้ร่วมลงทุนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป โดยตามกฎหมายไทย หุ้นส่วนจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท: ตัวอย่างให้เห็นภาพ: สมชายกับสมหญิงเปิดร้านขายอุปกรณ์สำนักงานด้วยกัน สมชายเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ (ไม่จำกัดความรับผิด) ลงเงิน 500,000 บาท ส่วนสมหญิงลงเงิน 200,000 บาท เป็นหุ้นส่วนจำกัดความรับผิด สมมติวันหนึ่งกิจการมีหนี้ 1 ล้านบาท — สมชายต้องรับผิดชอบหนี้ทั้งหมด แม้จะเกินกว่าเงินที่ลงไป แต่สมหญิงเสียสูงสุดแค่ 200,000 บาท ที่ลงหุ้นไว้เท่านั้น จุดเด่นของ หจก. คือ จดง่าย ค่าธรรมเนียมถูก ไม่ต้องแบ่งทุนเป็นหุ้น และสามารถลงทุนด้วยเงิน ทรัพย์สิน หรือแรงงานก็ได้ บริษัทจำกัด (บจก.) คืออะไร? บริษัทจำกัด คือ นิติบุคคลที่แบ่งทุนออกเป็นหุ้น มีผู้ถือหุ้นตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป (กฎหมายปรับใหม่ตั้งแต่ปี 2566 — ก่อนหน้านี้ต้องใช้ 3 คน) ทุกคนที่ถือหุ้นใน บจก. รับผิดชอบจำกัดเฉพาะจำนวนเงินค่าหุ้นที่ยังไม่ได้ชำระเท่านั้น ไม่ต้องเอาทรัพย์สินส่วนตัวมาจ่ายหนี้บริษัท ตัวอย่างให้เห็นภาพ: บริษัท ABC จำกัด ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท มีผู้ถือหุ้น 2 คน คนละ 50% ตอนจดทะเบียน กฎหมายกำหนดให้จ่ายค่าหุ้นขั้นต่ำ 25% ก่อน เท่ากับคนละ 125,000 บาท ส่วนที่เหลืออีกคนละ 375,000 บาท ยังไม่ต้องจ่ายทันที ถ้าวันหนึ่งบริษัทเป็นหนี้ 5 ล้านบาท — ผู้ถือหุ้นแต่ละคนรับผิดสูงสุดแค่ 375,000 บาท (ส่วนที่ยังไม่ได้จ่าย) ไม่ต้องเอาบ้านหรือรถมาขายใช้หนี้ พูดง่ายๆ คือ จด บจก. แล้ว กระเป๋าส่วนตัวกับกระเป๋าบริษัทแยกจากกันชัดเจน บจก. มีโครงสร้างที่ชัดเจนกว่า มีคณะกรรมการ มีการประชุมผู้ถือหุ้น เหมาะกับธุรกิจที่วางแผนจะขยายตัวหรือระดมทุนในอนาคต เปรียบเทียบ หจก. กับ บจก. ต่างกันอย่างไร? รายการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) บริษัทจำกัด (บจก.) ผู้ก่อตั้งขั้นต่ำ 2 คน 2 คน (ตั้งแต่ปี 2566) ความรับผิด หุ้นส่วนผู้จัดการรับผิดไม่จำกัด ทุกคนรับผิดจำกัดเฉพาะค่าหุ้นที่ยังไม่ชำระ ค่าธรรมเนียมจดทะเบียน 1,000 บาท 5,500 บาท โครงสร้างทุน ไม่ต้องแบ่งเป็นหุ้น ลงทุนด้วยเงิน/ทรัพย์สิน/แรงงานได้ ต้องแบ่งเป็นหุ้น มูลค่าขั้นต่ำหุ้นละ 5 บาท ลงทุนด้วยเงินสดเท่านั้น ผู้บริหาร หุ้นส่วนผู้จัดการ (ต้องเป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด) คณะกรรมการ (เลือกจากผู้ถือหุ้นหรือบุคคลภายนอกก็ได้) อัตราภาษี เท่ากัน — ภาษีนิติบุคคล สูงสุด 20% (SME ได้ขั้นบันได) เท่ากัน — ภาษีนิติบุคคล สูงสุด 20% (SME ได้ขั้นบันได) ความน่าเชื่อถือ ปานกลาง — เหมาะกับคู่ค้ารายย่อย สูง — เป็นที่ยอมรับของธนาคาร คู่ค้ารายใหญ่ หน่วยงานรัฐ ระดมทุน ยาก — ไม่มีระบบหุ้น โอนหุ้นส่วนซับซ้อน ง่ายกว่า — โอนหุ้นสะดวก เพิ่มผู้ถือหุ้นได้ (ข้อมูลค่าธรรมเนียมอ้างอิงกรมพัฒนาธุรกิจการค้า)  โครงสร้างผู้ถือหุ้นและความรับผิด นี่คือจุดที่ต่างกันชัดที่สุด หจก. — หุ้นส่วนผู้จัดการ (คนที่บริหารกิจการ) ต้องเป็นประเภท “ไม่จำกัดความรับผิด” ซึ่งหมายความว่าถ้ากิจการล้มละลาย เจ้าหนี้เรียกหนี้จากทรัพย์สินส่วนตัวได้ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน รถ หรือเงินออม บจก. — ผู้ถือหุ้นทุกคนรับผิดจำกัดเท่าค่าหุ้นที่ยังไม่ชำระ ทรัพย์สินส่วนตัวแยกจากบริษัทชัดเจน สำหรับคนที่มีทรัพย์สินส่วนตัวมาก หรือทำธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูง การจด บจก. จึงปลอดภัยกว่า ด้านค่าใช้จ่ายจดทะเบียน สมมติทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท: จด หจก — ค่าใช้จ่ายรวมประมาณ 2,000-3,000 บาท: จด บจก — ค่าใช้จ่ายรวมประมาณ 6,000-8,000 บาท: ภาษี สิทธิประโยชน์ และการทำบัญชี หลายคนเข้าใจผิดว่า หจก. กับ บจก. เสียภาษีต่างกัน — จริงๆ แล้วอัตราภาษีนิติบุคคลเท่ากันทั้งคู่ ตามเกณฑ์ของกรมสรรพากร:  กำไรสุทธิ (รายได้ − ค่าใช้จ่าย) ทั้ง หจก. และ บจก. ต้อง จัดทำบัญชี ปิดงบการเงิน ส่ง DBD และยื่นภาษีกรมสรรพากร เหมือนกันทุกประการ ดังนั้น หลังจดทะเบียนแล้ว ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน สิ่งสำคัญคือต้องมี ระบบบัญชีที่ดี เพื่อจัดการเอกสาร ภาษี และงบการเงินให้ถูกต้องตั้งแต่วันแรก หลายธุรกิจ SME เลือกใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAK เพื่อออกเอกสาร บันทึกรายรับ-รายจ่าย และเตรียมข้อมูลยื่นภาษีให้เป็นระบบตั้งแต่เริ่มต้น ธุรกิจแบบไหนควรจด หจก.? แบบไหนควรจด บจก.? ไม่มีคำตอบตายตัวสำหรับทุกคน — ขึ้นอยู่กับลักษณะธุรกิจ เป้าหมาย และคนที่ร่วมทำธุรกิจด้วย: จด หจก. เหมาะกับ: จด บจก. เหมาะกับ: ตัวอย่าง: ร้านค้าเล็ก vs ธุรกิจที่ต้องระดมทุน กรณี 1 — ร้านเครื่องเขียน: พี่น้อง 2 คนเปิดร้านเครื่องเขียนใกล้มหาวิทยาลัย ยอดขายเดือนละ 80,000 บาท ยังไม่ต้องกู้ธนาคาร → จด หจก. ค่าใช้จ่ายจดทะเบียนถูกกว่า โครงสร้างเรียบง่ายพอสำหรับธุรกิจขนาดนี้ กรณี 2 — ธุรกิจขายสินค้าออนไลน์: เพื่อน 3 คน ร่วมทุนเปิดร้านออนไลน์ ยอดขายเดือนละ 500,000 บาท วางแผนจะขอสินเชื่อธนาคาร และอยากรับงาน B2B กับบริษัทใหญ่ → จด บจก. เพราะธนาคารและบริษัทใหญ่ส่วนมากต้องการคู่ค้าที่เป็น บจก. มากกว่า เปลี่ยนจาก หจก. เป็น บจก. ได้ไหม? ทำยังไง? ได้ — ไม่ต้องปิดกิจการเดิมแล้วเปิดใหม่ กฎหมายเปิดช่องให้เปลี่ยนจากจาก หจก. เป็น บจก. ได้เลย ข้อดีคืออายุกิจการนับต่อเนื่องจากเดิม ไม่เสียเครดิตที่สะสมมา ขั้นตอนหลักๆ ตามแนวปฏิบัติของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า: กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 1.5-2 เดือน หลายคนเลือกให้สำนักงานบัญชีดำเนินการให้เพราะเอกสารค่อนข้างเยอะ หลังจดทะเบียนแล้ว ต้องจัดการอะไรบ้าง? ไม่ว่าจะจด หจก. หรือ บจก. — สิ่งที่ต้องทำหลังจดทะเบียนเหมือนกัน: สิ่งที่ต้องทำทันที (ภายใน 30 วัน): สิ่งที่ต้องทำเป็นประจำ: ถ้าอยากอ่านเพิ่มเรื่องขั้นตอนจดทะเบียน สามารถอ่านได้ที่ 3 ขั้นตอน จดทะเบียนบริษัทออนไลน์ด้วยตัวเอง หรืออ่านเรื่องทุนจดทะเบียนบริษัทต้องมีเท่าไร เพิ่มเติม  จดทะเบียนเสร็จแล้ว อย่าลืมจัดการบัญชีให้เป็นระบบ ไม่ว่าจะเลือก หจก. หรือ บจก. สิ่งที่ต้องทำเหมือนกันคือ จัดการบัญชีและภาษีให้ถูกต้องตั้งแต่วันแรก ถ้าปล่อยให้บัญชียุ่งเหยิงตั้งแต่ต้น พอถึงเวลาปิดงบหรือยื่นภาษี จะเจอปัญหาหนักทั้ง 2 แบบเหมือนกัน PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ออกแบบมาสำหรับ SME ไทยโดยเฉพาะ ใช้งานง่ายแม้ไม่มีพื้นฐานบัญชี — ออกใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบกำกับภาษี บันทึกรายรับ-รายจ่าย เตรียมข้อมูลยื่นภาษี ครบจบในที่เดียว ทั้ง หจก. และ บจก. ใช้ได้ทันทีหลังจดทะเบียน นอกจากนี้ PEAK ยังจับมือกับพาร์ทเนอร์อย่าง OfficeMate (OFM) เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการด้วยโซลูชันอุปกรณ์สำนักงานและไอทีครบวงจร ไม่ว่าคุณจะต้องการกระดาษ เครื่องปริ้น อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล หรือสินค้าอื่นๆ ก็สามารถซื้อสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ หรือระบบจัดซื้อของ OFM และรับใบกำกับภาษีที่ถูกต้องเพื่อนำมาบันทึกรายจ่ายในระบบ PEAK ได้ทันที  คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับการจด หจก. และ บจก. จด หจก. คนเดียวได้ไหม? ไม่ได้ — ห้างหุ้นส่วนจำกัดต้องมีผู้ก่อตั้งอย่างน้อย 2 คน (หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดอย่างน้อย 1 คน + หุ้นส่วนจำกัดความรับผิดอย่างน้อย 1 คน) ส่วน บจก. ปัจจุบันก็ต้องมีอย่างน้อย 2 คนเช่นกัน หจก. กับ บจก. เสียภาษีต่างกันไหม? ไม่ต่างกัน ทั้งคู่เป็นนิติบุคคล เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราเดียวกัน (สูงสุด 20%) และถ้าเข้าเกณฑ์ SME ก็ได้รับสิทธิ์อัตราขั้นบันไดเหมือนกัน ถ้าจด หจก. แล้ว ภายหลังอยากเปลี่ยนเป็น บจก. ทำได้ไหม? ทำได้ โดยการยื่นแปรสภาพที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ใช้เวลาประมาณ 1.5-2 เดือน ค่าธรรมเนียม 5,000 บาท ไม่ต้องปิดกิจการเดิม ธนาคารปล่อยสินเชื่อให้ หจก. ไหม? ได้ แต่ในทางปฏิบัติธนาคารหลายแห่งให้ความเชื่อถือ บจก. มากกว่า เพราะโครงสร้างชัดเจนกว่าและมีระบบตรวจสอบที่เข้มงวดกว่า จดทะเบียนแล้วต้องทำบัญชีไหม? ต้องทำทั้ง หจก. และ บจก. — กฎหมายกำหนดให้นิติบุคคลทุกแห่งต้องจัดทำบัญชี ปิดงบการเงิน และส่งงบให้ DBD ทุกปี ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก ติดตาม OfficeMate ได้ที่ช่องทาง

13 พ.ค. 2026

PEAK Account

4 min

อัปเดตฟังก์ชัน PEAK 13/05/2026

1. ✨PEAK SMART Key เลือกบัญชีอัตโนมัติ ตรวจความครบถ้วนของใบกำกับภาษีและเอกสารที่ไม่ใช่ของกิจการ ป้องกันข้อผิดพลาด 2.✨ระบุผู้อนุมัติรายการบัญชีรายวันได้ทันที จัดการงานได้คล่องตัวกว่าเดิม 3.✨อัปเดตแจ้งเตือนสถานะการกระทบยอดธนาคาร พร้อมปุ่มเปลี่ยนสถานะกระทบยอดได้ด้วยตนเอง ทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้น 4.✨Lazada/TikTokShop/LineShopping Dashboard ดาวน์โหลดรายงานคำสั่งซื้อได้ง่ายในคลิกเดียว เหมาะสำหรับ สิ่งที่ระบบอัปเดต ประโยชน์ที่ท่านจะได้รับจากการใช้งาน 1. PEAK SMART Key เลือกบัญชีอัตโนมัติ ตรวจความครบถ้วนของใบกำกับภาษีและเอกสารที่ไม่ใช่ของกิจการ ป้องกันข้อผิดพลาด ผู้ใช้งานโปรแกรม PEAK ระบบเพิ่มการแจ้งเตือนกรณีอัปโหลดไฟล์เอกสารแล้วพบความผิดปกติ ได้แก่ เอกสารที่อัปโหลดไม่มีชื่อของกิจการในเอกสารใบกำกับภาษี มีข้อมูลที่สำคัญไม่ครบถ้วนตามที่กรมสรรพากรกำหนดเลือกผังบัญชีให้อัตโนมัติทันที ลดขั้นตอนการคีย์ข้อมูลและลดความเสี่ยงในการลงบัญชีผิด ช่วยให้ผู้ใช้งานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 2. เลือกคนอนุมัติบัญชีรายวันได้ดั่งใจ ทำงานได้สะดวกยิ่งกว่าเดิม นักบัญชี เมื่อสร้างสมุดรายวัน ผู้ใช้งานสามารถเลือกรายชื่อที่ต้องการให้อนุมัติได้ทันที ระบบจะทำการส่งการแจ้งเตือนไปยังผู้ใช้งานท่านนั้นให้อัตโนมัติ ช่วยให้ทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นระบบมากยิ่งขึ้น  3. อัปเดตแจ้งเตือนสถานะการกระทบยอดธนาคาร พร้อมปุ่มเปลี่ยนสถานะกระทบยอดได้ด้วยตนเอง ทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้น นักบัญชี ระบบปรับการแสดงข้อมูลหน้าช่องทางธนาคาร ดังนี้สถานะการกระทบยอดธนาคาร เห็นสถานะทำงานตั้งแต่แรก ไม่ต้องกดเข้าไปดู โดยมี 3 สถานะสถานะสีเทา ช่องทางธนาคารที่มีรายการแต่ยังไม่ได้กระทบยอดธนาคารสถานะสีฟ้า ช่องทางธนาคารที่มีรายการและมีการกระทบยอดแล้วบางส่วนสถานะสีเขียว ช่องทางธนาคารที่มีรายการและมีการกระทบยอดครบถ้วนทุกรายการกดเปลี่ยนสถานะกระทบยอดได้ด้วยตนเอง แม้ไม่ได้นำรายการเดินบัญชีเข้ามาในระบบพิมพ์รายงานกระทบยอดได้แล้วที่หน้ารวมช่องทางการเงิน พิมพ์รายงานและตรวจสอบสถานะการกระทบยอดแต่ละธนาคารได้ทันที โดยไม่ต้องกดเข้าไปดูทีละช่องทางธนาคาร 4. Lazada/TikTokShop/LineShopping Dashboard ดาวน์โหลดรายงานคำสั่งซื้อได้ง่ายในคลิกเดียว ลูกค้าที่เชื่อมต่อ API กับระบบ- Lazada- TikTokShop- LineShopping เพิ่ม “ฟังก์ชันดาวน์โหลดรายงานจาก Dashboard” ที่สามารถส่งออกข้อมูลคำสั่งซื้อที่สร้างเอกสารเรียบร้อยแล้วออกมาเป็นไฟล์ Excel ได้ทันที ประหยัดเวลาในการรวบรวมข้อมูลและนำข้อมูลไปใช้ในการกระทบยอดคำสั่งซื้อได้

13 พ.ค. 2026

PEAK Account

4 min

Update Function PEAK 13/05/2026

PEAK with the new function designed to enhance efficiency. ✨1. Supports “Product Sets”: Group products/services to be sold as a set. Complete everything in a single item Suitable for: Businesses that sell products/services as sets. PRO Plus package and above. Highlight: PEAK supports Product Sets, changing complicated work into a simple matter by reducing steps in issuing sales documents. From previously having to select products/services one by one, to just selecting a “Product Set” once. Helps work more conveniently and reduces errors in issuing documents. Note: Currently supports issuing documents on the income side and creating product sets one by one through the program only. Available at: Product Menu > Product Sets ✨2. PEAK to PEAK” recognizes document data received from other PEAK users, allowing you to record expenses easily in a single click and making document issuance more convenient Suitable for: Businesses that have buy-sell transactions and both use the PEAK program. Highlight: PEAK helps change documents from the seller’s side into your purchase information immediately. When a document is received from a partner, the user can click to record the document through the document page. The system will change the document file format from PDF to Digital File to help suggest accounting records, match contacts, and select the Chart of Accounts automatically (SMART Suggestion). Available at: Document Page (received from partners) ✨3. New format for Report Hub. Easy to export. Access data quickly Suitable for: Business owners and users who want to view reports. Highlight: The system has added a new report summary page that gathers every important report in one spot. Helping users access the information they want quickly and saving time in data management. Available at: Dashboard Menu ✨4. Create new contacts from File Vault in one click Suitable for: Users who want speed in recording documents and managing contact information through the file vault. Highlight: The system has upgraded Smart Suggestion when creating documents through the File Vault page to automatically detect contact information from attachments. Helps reduce work steps. Available at: File Vault Menu ✨5. Supports ReadyPlanet API connection. Instantly turn CRM data into quotations on PEAK Suitable for: Users looking for a CRM system to connect with PEAK to manage accounting and sales documents smarter than before. Highlight: Link data from the ReadyPlanet platform directly into the PEAK system via API. Automatically change sales information into Quotations on PEAK. Available at: Settings Menu > External System Integration > ReadyPlanet ✨6. Added Action Buttons on document pages. Helping to manage documents faster Suitable for: Every user who needs to check document details and wants to perform the next transaction quickly. Highlight: Pinned important command buttons at the bottom of the screen, helping users perform the next transaction (like accepting a quotation) immediately without scrolling up. Available at: Income and Expense Menus, Document Page ⚡️7. New PEAK TAX overhaul! Precise tax verification with AI and an intelligent notification system Suitable for: PEAK TAX feature users. Highlight: AI verification for edited/canceled documents, mismatched 7% tax, or duplicates. Includes special notifications when purchase tax invoices are near expiry. Available at: PEAK TAX  ⚡️8. Shopee Dashboard: Download order reports easily in one click Suitable for: Customers connected to Shopee API Highlight: Export order information already documented into an Excel file immediately. Helps in reconciling orders and online store management. Available at: Settings Menu > External System Integration > Shopee Report Example ⚡️9. Open API Dashboard: Check transaction usage volume by yourself Suitable for: Users who connect their own systems to PEAK Highlight: Download Dashboard reports from your own API to track and verify actual usage in Real-time for efficient planning. Available at: Settings Menu > External System Integration > Connect your application ⚡️10. Instant payment notifications with the QR Payment notification system Suitable for: Users connected to the QR Payment system who want to verify incoming amounts in Real-time Highlight: Real-time notifications when payment via QR Code is successful. Users can toggle notifications on-off as desired. Available at: Bell icon in the program

29 เม.ย. 2026

PEAK Account

4 min

Update Function PEAK 29/04/2026

PEAK with the new function designed to enhance efficiency. ✨1. Supports “Product Sets”: Group products/services to be sold as a set. Complete everything in a single item Suitable for: Businesses that sell products/services as sets. PRO Plus package and above. Highlight: PEAK supports Product Sets, changing complicated work into a simple matter by reducing steps in issuing sales documents. From previously having to select products/services one by one, to just selecting a “Product Set” once. Helps work more conveniently and reduces errors in issuing documents. Note: Currently supports issuing documents on the income side and creating product sets one by one through the program only. Available at: Product Menu > Product Sets ✨2. PEAK to PEAK” recognizes document data received from other PEAK users, allowing you to record expenses easily in a single click and making document issuance more convenient Suitable for: Businesses that have buy-sell transactions and both use the PEAK program. Highlight: PEAK helps change documents from the seller’s side into your purchase information immediately. When a document is received from a partner, the user can click to record the document through the document page. The system will change the document file format from PDF to Digital File to help suggest accounting records, match contacts, and select the Chart of Accounts automatically (SMART Suggestion). Available at: Document Page (received from partners) ✨3. New format for Report Hub. Easy to export. Access data quickly Suitable for: Business owners and users who want to view reports. Highlight: The system has added a new report summary page that gathers every important report in one spot. Helping users access the information they want quickly and saving time in data management. Available at: Dashboard Menu ✨4. Create new contacts from File Vault in one click Suitable for: Users who want speed in recording documents and managing contact information through the file vault. Highlight: The system has upgraded Smart Suggestion when creating documents through the File Vault page to automatically detect contact information from attachments. Helps reduce work steps. Available at: File Vault Menu ✨5. Supports ReadyPlanet API connection. Instantly turn CRM data into quotations on PEAK Suitable for: Users looking for a CRM system to connect with PEAK to manage accounting and sales documents smarter than before. Highlight: Link data from the ReadyPlanet platform directly into the PEAK system via API. Automatically change sales information into Quotations on PEAK. Available at: Settings Menu > External System Integration > ReadyPlanet ✨6. Added Action Buttons on document pages. Helping to manage documents faster Suitable for: Every user who needs to check document details and wants to perform the next transaction quickly. Highlight: Pinned important command buttons at the bottom of the screen, helping users perform the next transaction (like accepting a quotation) immediately without scrolling up. Available at: Income and Expense Menus, Document Page ⚡️7. New PEAK TAX overhaul! Precise tax verification with AI and an intelligent notification system Suitable for: PEAK TAX feature users. Highlight: AI verification for edited/canceled documents, mismatched 7% tax, or duplicates. Includes special notifications when purchase tax invoices are near expiry. Available at: PEAK TAX  ⚡️8. Shopee Dashboard: Download order reports easily in one click Suitable for: Customers connected to Shopee API Highlight: Export order information already documented into an Excel file immediately. Helps in reconciling orders and online store management. Available at: Settings Menu > External System Integration > Shopee Report Example ⚡️9. Open API Dashboard: Check transaction usage volume by yourself Suitable for: Users who connect their own systems to PEAK Highlight: Download Dashboard reports from your own API to track and verify actual usage in Real-time for efficient planning. Available at: Settings Menu > External System Integration > Connect your application ⚡️10. Instant payment notifications with the QR Payment notification system Suitable for: Users connected to the QR Payment system who want to verify incoming amounts in Real-time Highlight: Real-time notifications when payment via QR Code is successful. Users can toggle notifications on-off as desired. Available at: Bell icon in the program

29 เม.ย. 2026

PEAK Account

10 min

อัปเดตฟังก์ชัน PEAK 29/04/2026

✨1. รองรับ”รายการจัดชุด” รวมกลุ่มสินค้า/บริการขายเป็นเซ็ต ครบ จบได้ในรายการเดียว เหมาะสำหรับ: กิจการที่มีการขายสินค้า/บริการรายการจัดชุด แพ็กเกจ PRO Plus ขึ้นไป Highlight: PEAK รองรับรายการจัดชุด เปลี่ยนการทำงานที่ยุ่งยากให้เป็นเรื่องง่าย โดยการปรับลดขั้นตอนการออกเอกสารขาย จากเดิมที่ต้องเลือกสินค้า/บริการทีละอย่าง มาเป็นการเลือกเพียง “รายการจัดชุด” ครั้งเดียว ช่วยให้ทำงานได้สะดวกมากขึ้นและลดข้อผิดพลาดในการออกเอกสาร หมายเหตุ: ปัจจุบันรองรับออกเอกสารฝั่งรายรับและสร้างสินค้าจัดชุดทีละรายการผ่านหน้าโปรแกรมเท่านั้น สามารถใช้งานได้ที่: เมนูสินค้า > รายการจัดชุด ✨2. “PEAK to PEAK” จดจำข้อมูลเอกสารที่ได้รับจาก PEAK ด้วยกัน บันทึกรายจ่ายง่ายในคลิกเดียว ออกเอกสารได้สะดวกยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับ: กิจการที่มีการซื้อ-ขายและใช้งานโปรแกรม PEAK เหมือนกัน Highlight: PEAK ช่วยเปลี่ยนเอกสารจากฝั่งผู้ขายให้กลายเป็นข้อมูลฝั่งซื้อของคุณได้ทันที เมื่อได้รับเอกสารจากทางคู่ค้า ผู้ใช้งานสามารถกดบันทึกเอกสารผ่านหน้าเอกสาร โดยระบบจะเปลี่ยนรูปแบบไฟล์เอกสารจาก PDF เป็น Digital File เพื่อช่วยแนะนำข้อมูลการบันทึกบัญชี จับคู่ผู้ติดต่อ และเลือกผังบัญชีให้อัตโนมัติ (SMART Suggestion) เพื่อช่วยให้ผู้ใข้งานประหยัดเวลาในการคีย์ข้อมูล และจัดการเอกสารผ่านเมนูคลังเอกสาร (File Vault) ได้อย่างเป็นระบบ สามารถใช้งานได้ที่: หน้าเอกสาร (ที่ได้รับจากคู่ค้า) ✨3. หน้ารวมรายงานรูปแบบใหม่ Export ง่าย เข้าถึงข้อมูลที่ได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับ: เจ้าของกิจการ และผู้ใช้งานที่ต้องการเรียกดูรายงาน Highlight: ระบบเพิ่มหน้ารวมรายงานใหม่ ที่รวบรวมทุกรายงานสำคัญมาไว้ที่จุดเดียว ช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการได้รวดเร็ว ช่วยประหยัดเวลาในการบริหารจัดการข้อมูล  สามารถใช้งานได้ที่: เมนูหน้าหลัก ✨4. สร้างผู้ติดต่อใหม่จากคลังเอกสาร (File Vault) ได้ในคลิกเดียว เหมาะสำหรับ: ผู้ใช้งานที่ต้องการความรวดเร็วในการบันทึกเอกสารและจัดการข้อมูลผู้ติดต่อผ่านคลังไฟล์ Highlight: ระบบอัปเกรด Smart Suggestion เมื่อสร้างเอกสารผ่านหน้าคลังเอกสาร (File Vault) เพื่อตรวจจับข้อมูลผู้ติดต่อจากไฟล์แนบให้อัตโนมัติ ช่วยให้ผู้ใช้งานสร้างผู้ติดต่อใหม่ใน PEAK ได้ทันทีหากระบบตรวจไม่พบข้อมูล ช่วยลดขั้นตอนในการทำงาน สามารถใช้งานได้ที่: เมนูคลังเอกสาร ✨5. รองรับการเชื่อมต่อ API ReadyPlanet เปลี่ยนข้อมูล CRM เป็นใบเสนอราคาบน PEAK ได้ทันที เหมาะสำหรับ: ผู้ใช้งานที่มองหาระบบ CRM เชื่อมต่อกับ PEAK เพื่อจัดการงานบัญชีและเอกสารการขายให้สมาร์ทกว่าเดิม Highlight: ระบบรองรับการเชื่อมต่อ ReadyPlanet สามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากแพลตฟอร์ม ReadyPlanet เข้ากับระบบของ PEAK ได้โดยตรงผ่าน API  ช่วยเปลี่ยนข้อมูลการขายให้กลายเป็นใบเสนอราคา (Quotation) บน PEAK ได้โดยอัตโนมัติ ช่วยให้การทำงานบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าและงานเอกสารหลังบ้านลื่นไหลไม่มีสะดุด สามารถใช้งานได้ที่: เมนูตั้งค่า > ตั้งค่าเชื่อมต่อระบบภายนอก > ReadyPlanet ✨6. เพิ่มปุ่มคำสั่งหน้าเอกสาร ช่วยให้จัดการเอกสารได้ไวขึ้น เหมาะสำหรับ: ผู้ใช้งานทุกคนที่ต้องตรวจสอบรายละเอียดเอกสารและต้องการทำรายการต่ออย่างรวดเร็ว Highlight: ระบบเพิ่มปุ่ม Action Button หน้าแสดงรายละเอียดเอกสาร โดยระบบจะตรึงปุ่มคำสั่งสำคัญไว้ที่ด้านล่างของหน้าจอเสมอ ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถกดทำรายการถัดไป เช่น การตอบรับใบเสนอราคา และสามารถออกเอกสารที่เกี่ยวข้องได้ทันทีโดยไม่ต้องเลื่อนไปด้านบนเส้นไทม์ไลน์เอกสาร สามารถใช้งานได้ที่: เมนูรายรับและรายจ่าย หน้าเอกสาร ⚡️7. ปรับ PEAK TAX โฉมใหม่! ตรวจสอบภาษีแม่นยำด้วย AIพร้อมระบบแจ้งเตือนอัจฉริยะ เหมาะสำหรับ: ผู้ใช้งานฟีเจอร์ PEAK TAX Highlight: ระบบปรับการตรวจสอบข้อมูลและ Icon แจ้งเตือนใหม่ เพื่อให้ครอบคลุมทุกการใช้งานที่สำคัญ ตั้งแต่เอกสารถูกแก้ไข/ยกเลิก, ยอดภาษี 7% ไม่สัมพันธ์, หรือรายการซ้ำ โดยระบบจะทำการตรวจสอบรายการทั้งหมดให้ทันทีตั้งแต่ดึงข้อมูลมายัง PEAK TAX พร้อมเพิ่มคอลัมน์การแจ้งเตือนที่ชัดเจนตั้งแต่หน้าตารางรายการภาษี และระบบแจ้งเตือนพิเศษเมื่อใบกำกับภาษีซื้อใกล้หมดอายุ ช่วยให้ผู้ใช้งานลดเวลาในการตรวจสอบข้อมูลก่อนสร้างแบบภาษี โดยการแจ้งเตือน ผู้ใช้งานสามารถปรับการตั้งค่าการแจ้งเตือนให้เหมาะสมกับกับการใช้งานของกิจการ สามารถใช้งานได้ที่: ฟีเจอร์ PEAK TAX ⚡️8. Shopee Dashboard ดาวน์โหลดรายงานคำสั่งซื้อได้ง่ายในคลิกเดียว เหมาะสำหรับ: ลูกค้าที่เชื่อมต่อ API Shopee Highlight: เพิ่ม “ฟังก์ชันดาวน์โหลดรายงานจาก Dashboard” ที่สามารถส่งออกข้อมูลคำสั่งซื้อที่สร้างเอกสารเรียบร้อยแล้วออกมาเป็นไฟล์ Excel ได้ทันที ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานประหยัดเวลาในการรวบรวมข้อมูลและนำข้อมูลไปใช้ในการกระทบยอดคำสั่งซื้อได้ทันที ช่วยให้ภาพรวมการบริหารร้านค้าออนไลน์บน PEAK สะดวกและครบวงจรในที่เดียว สามารถใช้งานได้ที่: เมนูตั้งค่า > ตั้งค่าเชื่อมต่อระบบภายนอก > Shopee ตัวอย่างรายงาน ⚡️9. Open API Dashboard ตรวจสอบยอดการใช้งาน Transaction ได้ด้วยตนเอง เหมาะสำหรับ: ผู้ใช้งานที่เชื่อมต่อระบบเข้ากับ PEAK ด้วยตนเอง Highlight: เพิ่มฟีเจอร์ดาวน์โหลดรายงาน Dashboard จาก API ระบบตนเองที่เชื่อมต่อกับ PEAK ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเรียกดูข้อมูลการใช้งานผ่าน PEAK ได้โดยตรงทันที ช่วยให้สามารถติดตามและตรวจสอบการใช้งานจริงได้แบบ Real-time เพื่อนำไปใช้วางแผนการส่งข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถใช้งานได้ที่: เมนูตั้งค่า > ตั้งค่าเชื่อมต่อระบบภายนอก > เชื่อมต่อแอปพลิเคชันของคุณ ⚡️10. แจ้งเตือนรับเงินทันใจ กับระบบแจ้งเตือน QR Payment พร้อมตั้งค่าได้ตามต้องการ เหมาะสำหรับ: ผู้ใช้งานที่เชื่อมต่อระบบ QR Payment ที่ต้องการตรวจสอบยอดเงินเข้าได้แบบ Real-time Highlight: ระบบเพิ่มการแจ้งเตือนการเชื่อมต่อ QR Payment ให้ทราบทันทีที่มีการรับชำระเงินผ่าน QR Code สำเร็จ พร้อมเพิ่มการตั้งค่าที่ให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกเปิด-ปิดการแจ้งเตือนได้ตามต้องการ ช่วยให้ ทราบผลการชำระเงินของลูกค้าได้ทันที  สามารถใช้งานได้ที่: กระดิ่งหน้าโปรแกรม

1 เม.ย. 2026

PEAK Account

2 min

Update Function PEAK 01/04/2026

PEAK with the new function designed to enhance efficiency. Added barcode search for products/services on the document creation page, allowing users to find items and create documents faster and more conveniently. Suitable for: All package users Highlight: Users can now search for products/services using a barcode directly on the document creation page. This enhancement helps barcode users add items more quickly. The system also updates search suggestions to show available searchable fields. Previously, Search supported only product/service name, product/service code, and description. 2. Introduced a validation system that checks edited or voided transactions from the accounting system before approving tax forms in PEAK TAX, helping reduce errors and improve tax filing accuracy. Suitable for: BASIC package and above using PEAK TAXHighlight: Each time a tax form is created, the system automatically checks and updates transactions that were edited or voided in the accounting system (for users who do not enable automatic data synchronization). This ensures data accuracy before tax form approval. Note: 3. Improved contact creation, enabling users to instantly add contacts when connecting external applications or adding financial channels. Suitable for: All package users Highlight: When connecting external applications (API) or adding bank accounts and e-Wallet channels, the system automatically suggests related contacts to support potential accounting entries such as fees, interest expenses, VAT refunds, or withholding tax records. Note: 4. Added OCR data extraction from PDF files in the Document Library, allowing information to be captured and used for document creation more quickly. Suitable for: BASIC package and above using the Document Library Highlight: OCR capability now supports PDF files. The system reads data from uploaded files and suggests key information such as product details, document number, tax type, amounts, values, and tax rates, along with status indicators—helping reduce manual data entry time. Note:

1 เม.ย. 2026

PEAK Account

5 min

อัปเดตฟังก์ชัน PEAK 01/04/2026

เอาใจผู้ใช้งานโปรแกรม PEAK ด้วยฟังก์ชันใหม่ที่ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น 1. เพิ่มการค้นหาสินค้า/บริการด้วยรหัส Barcode บนหน้าสร้างเอกสาร ช่วยให้ผู้ใช้งานค้นหาสินค้าและสร้างเอกสารได้รวดเร็วและสะดวกยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับ : ผู้ใช้งานทุกแพ็กเกจ Highlight : เพิ่มความสามารถในการค้นหาสินค้า/บริการบนหน้าสร้างเอกสารด้วย “รหัสบาร์โค้ด” ช่วยให้ผู้ใช้งานที่ใช้รหัสบาร์โค้ดสามารถเพิ่มรายการสินค้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมปรับปุ่มคำแนะนำ โดยจะแนะนำข้อมูลที่สามารถใช้ในการค้นหาสินค้า/บริการได้เดิม : ค้นหาได้เฉพาะชื่อสินค้า/บริการ รหัสสินค้า/บริการ และคำบรรยาย  2. เพิ่มระบบตรวจสอบรายการที่ถูกแก้ไขหรือยกเลิกจากระบบบัญชี ก่อนอนุมัติแบบภาษีใน PEAK TAX ช่วยลดข้อผิดพลาด และทำให้การสร้างแบบภาษีมีความถูกต้องมากยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับ : ผู้ใช้งานแพ็กเกจ BASIC ขึ้นไป ที่ใช้งาน PEAK TAXHighlight : ทุกครั้งที่สร้างแบบภาษีระบบจะตรวจสอบและอัปเดตรายการที่ถูกแก้ไขหรือยกเลิกจากระบบบัญชีให้อัตโนมัติ ในกรณีที่ผู้ใช้งานไม่ได้เปิดใช้งานการดึงข้อมูลอัตโนมัติใน PEAK TAX เพื่อให้ข้อมูลตรงกันก่อนอนุมัติแบบภาษี หมายเหตุ 3. ปรับปรุงการเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อ โดยสามารถเพิ่มผู้ติดต่อได้ทันที เมื่อมีการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันภายนอก หรือเมื่อมีการเพิ่มช่องทางการเงิน ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเพิ่มผู้ติดต่อได้ทันที เหมาะสำหรับ : ผู้ใช้งานทุกแพ็กเกจ Highlight : เมื่อมีการเชื่อมต่อแอปพลิเคชันภายนอก(API) หรือเพิ่มช่องทางธนาคารและ e-Wallet ระบบจะแนะนำรายชื่อผู้ติดต่อที่เกี่ยวข้องให้อัตโนมัติ เพื่อรองรับการบันทึกบัญชีที่อาจเกิดขึ้น เช่น การบันทึกค่าธรรมเนียม, การบันทึกดอกเบี้ยจ่าย และการขอคืนภาษีซื้อ (VAT) หรือหัก ณ ที่จ่าย หมายเหตุ 4. เพิ่มการอ่านข้อมูล (OCR) จากไฟล์ PDF ในเมนูคลังเอกสาร ช่วยให้สามารถดึงข้อมูลมาใช้ในการสร้างเอกสารได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับ : ผู้ใช้งานแพ็กเกจ BASIC ขึ้นไป ที่ใช้งานคลังเอกสาร Highlight : พัฒนาระบบ  OCR ให้รองรับไฟล์ PDF โดยระบบตรวจสอบข้อมูลจากไฟล์รูปภาพในคลังเอกสารให้สามารถอ่านข้อมูลจากไฟล์ และแนะนำข้อมูลสำคัญ เช่น สินค้า เลขที่เอกสาร ประเภทภาษี จำนวนเงิน มูลค่า และอัตราภาษี พร้อมเพิ่มสัญลักษณ์แสดงสถานะ ช่วยลดเวลาการกรอกข้อมูลเอกสารด้วยตนเอง หมายเหตุ

30 มี.ค. 2026

PEAK Account

12 min

สรุปอัตราภาษีป้ายปี 2569 พร้อมกำหนดการยื่นภาษีที่ผู้ประกอบการควรรู้

ธุรกิจจำนวนมากใช้ ป้ายโฆษณา ป้ายหน้าร้าน หรือป้ายชื่อกิจการ เพื่อดึงดูดลูกค้าและสร้างการรับรู้แบรนด์ แต่สิ่งที่หลายคนอาจมองข้ามคือ ป้ายเหล่านี้เข้าข่ายต้องเสีย ภาษีป้าย ตามกฎหมาย หากไม่ยื่นภาษี หรือยื่นล่าช้า อาจมีค่าปรับหรือเงินเพิ่มตามมาได้โดยไม่รู้ตัว ดังนั้นการเข้าใจว่าป้ายแบบไหนต้องเสียภาษี อัตราเท่าไร และต้องยื่นเมื่อไร จึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้ประกอบการทุกคน ภาษีป้าย คืออะไร ภาษีป้าย คือ ภาษีที่จัดเก็บจากป้ายที่ใช้แสดงชื่อ ยี่ห้อ หรือโฆษณาสินค้าและบริการ โดยจัดเก็บโดย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น เทศบาล หรือ อบต. ไม่ใช่กรมสรรพากร วัตถุประสงค์ของภาษีป้าย ได้แก่ ป้ายแบบไหนต้องเสียภาษีป้าย สรุปง่าย ๆ คือ หากป้ายนั้นมีไว้เพื่อธุรกิจ ส่วนใหญ่จะเข้าข่ายต้องเสียภาษี ป้ายแบบไหนที่ได้รับการยกเว้นภาษีป้าย แม้ว่าป้ายส่วนใหญ่จะต้องเสียภาษี แต่ก็มีบางกรณีที่ป้ายบางประเภทได้รับการยกเว้น เช่น *ทั้งนี้รายละเอียดอาจแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ ควรตรวจสอบกับหน่วยงานท้องถิ่นอีกครั้ง อัตราภาษีป้ายปี 2569 การคำนวณภาษีป้ายจะคิดจาก ขนาดพื้นที่ของป้าย (ตารางเซนติเมตร) โดยมีหลักการคำนวณดังนี้ จากนั้นนำพื้นที่ที่ได้ไปคำนวณตามอัตราภาษีป้าย ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเภทตามลักษณะของป้าย (อ้างอิงอัตราภาษีป้ายล่าสุด จนถึงปัจจุบันในปี 2569 ) ประเภทที่ 1 : ป้ายที่มีอักษรไทยล้วน ก. ป้ายที่มีข้อความเคลื่อนที่หรือเปลี่ยนข้อความอื่นได้ 10 บาท ต่อ 500 ตร.ซม. ข. ป้ายทั่วๆไป ไม่มีข้อความเคลื่อนที่หรือเปลี่ยนข้อความอื่นได้ 5 บาท ต่อ 500 ตร.ซม. ประเภทที่ 2 : ป้ายไทยปนต่างประเทศ / รูปภาพ / สัญลักษณ์(โดยภาษาไทยต้องอยู่ด้านบน) ก. ป้ายที่มีข้อความ เครื่องหมาย หรือภาพที่เคลื่อนที่ หรือเปลี่ยนข้อความเครื่องหมายหรือภาพอื่นได้ 52 บาท ต่อ 500 ตร.ซม. ข. ป้ายทั่วๆไป ที่ไม่มีข้อความ เครื่องหมาย หรือภาพที่เคลื่อนที่ หรือเปลี่ยนข้อความเครื่องหมายหรือภาพอื่นได้ 26 บาท ต่อ 500 ตร.ซม. ประเภทที่ 3 : ป้ายไม่มีภาษาไทย / ไทยอยู่ต่ำกว่าต่างประเทศ ก. ป้ายที่มีข้อความ เครื่องหมาย หรือภาพที่เคลื่อนที่ หรือเปลี่ยนข้อความเครื่องหมายหรือภาพอื่นได้ 52 บาท ต่อ 500 ตร.ซม. ข. ป้ายทั่วๆไป ที่ไม่มีข้อความ เครื่องหมาย หรือภาพที่เคลื่อนที่ หรือเปลี่ยนข้อความเครื่องหมายหรือภาพอื่นได้ 50 บาท ต่อ 500 ตร.ซม. เงื่อนไขสำคัญที่ต้องรู้ กำหนดการยื่นภาษีป้าย ผู้ประกอบการต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายตามช่วงเวลาที่กำหนด คือ ยื่นภายในเดือนมีนาคมของทุกปี หรือหากติดป้ายใหม่ ต้องยื่นภายใน 15 วันนับจากวันที่ติดตั้ง สามารถติดต่อยื่นได้ที่ หากไม่ยื่นภาษีป้ายจะมีโทษอย่างไร หากพบว่ามีการจงใจไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย ต้องระวางโทษ ปรับตั้งแต่ 5,000-50,000 บาท และยังมีบทลงโทษในกรณีอื่นๆ ดังนี้ ขั้นตอนการ “แจ้งเลิกใช้ป้าย” เมื่อปิดกิจการหรือรื้อถอน หากมีการเลิกใช้ป้าย เช่น ปิดกิจการ หรือรื้อถอนป้าย ควรดำเนินการแจ้งกับหน่วยงานท้องถิ่น ขั้นตอนโดยทั่วไปคือ เพื่อป้องกันการถูกเรียกเก็บภาษีในปีถัดไปโดยไม่จำเป็น การจัดการข้อมูลธุรกิจและภาษีให้เป็นระบบ การจัดการภาษีป้ายให้ถูกต้องเป็นหน้าที่สำคัญที่เจ้าของธุรกิจไม่ควรมองข้าม เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกเรียกเก็บค่าปรับและเงินเพิ่มย้อนหลัง การหมั่นตรวจสอบขนาดประเภทของป้าย และยื่นแบบแสดงรายการตามกำหนดเวลา จะช่วยให้การบริหารจัดการต้นทุนธุรกิจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากภาษีป้ายแล้ว ในการทำธุรกิจยังมีภาษีอื่น ๆ ด้วยเช่น ภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)หรือภาษีหัก ณ ที่จ่าย หากไม่มีระบบจัดการข้อมูลที่ดี อาจทำให้ ข้อมูลตกหล่น ยื่นภาษีผิด หรือเสียค่าปรับโดยไม่จำเป็น โปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAK สามารถช่วยให้การจัดการภาษีและบัญชีเป็นเรื่องง่ายขึ้น เช่น เพื่อให้การจัดการค่าใช้จ่ายและภาษีของธุรกิจคุณครบวงจรยิ่งขึ้น PEAK ยังเป็นพาร์ทเนอร์กับ OfficeMate (OFM) ที่พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการด้วยสินค้าและบริการที่ครอบคลุมทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์สำนักงาน ปริ้นเตอร์ สินค้าไอที หรือเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งช่วยให้คุณควบคุมค่าใช้จ่ายได้ง่ายผ่านระบบจัดซื้อที่ทันสมัย พร้อมสิทธิประโยชน์ในการออกใบกำกับภาษีที่ถูกต้อง เพื่อนำไปบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายในโปรแกรมบัญชี PEAK ได้ทันที คำถามที่พบบ่อย (FAQs) 1. ป้ายขนาดเล็กต้องเสียภาษีป้ายหรือไม่ บางกรณีอาจได้รับการยกเว้น ขึ้นอยู่กับขนาดและเงื่อนไขของท้องถิ่น 2. ภาษีป้ายต้องยื่นทุกปีหรือไม่ จำเป็นต้องยื่นทุกปี หากยังคงใช้ป้ายอยู่ 3. หากติดป้ายใหม่ระหว่างปีต้องทำอย่างไร ต้องยื่นภาษีภายใน 15 วันนับจากวันที่ติดตั้งป้าย 4. สามารถชำระภาษีป้ายทางออนไลน์ได้หรือไม่ บางพื้นที่รองรับการชำระออนไลน์ ควรตรวจสอบกับหน่วยงานท้องถิ่น 5. ป้าย Digital Screen หรือป้ายไฟวิ่ง ต้องเสียภาษีอย่างไร ถือเป็นป้ายโฆษณาเช่นเดียวกัน และต้องเสียภาษีตามประเภทและขนาดของป้าย ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก ติดตาม OfficeMate ได้ที่ช่องทาง

30 มี.ค. 2026

PEAK Account

16 min

ทำธุรกิจส่วนตัวเสียภาษียังไง? เจ้าของกิจการมือใหม่ต้องรู้

การทำธุรกิจส่วนตัวเสียภาษียังไง? เป็นคำถามยอดฮิตที่เจ้าของกิจการมือใหม่มักสงสัย เพราะเมื่อมีรายได้เข้ามา สิ่งที่ตามมาคือหน้าที่ทางภาษีที่ต้องจัดการให้ถูกต้อง ในบทความนี้เราจะพาไปเจาะลึกว่าการเป็นเจ้าของธุรกิจนั้นมีภาษีอะไรที่ต้องเสียบ้าง ทำธุรกิจส่วนตัว ต้องเสียภาษียังไงบ้าง เรื่องภาษีนับว่าเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเจ้าของกิจการ ไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจในนามบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ตาม โดยภาษีหลักๆ ที่เกี่ยวข้องมีดังนี้: 1. ภาษีเงินได้ ภาษีแรกคือ ภาษีเงินได้ ซึ่งเป็นภาษีที่คิดจากเงินได้ทั้งหมดในการดำเนินธุรกิจของคุณ ซึ่งไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจในนามบุคคลธรรมดาหรือในนามนิติบุคคลก็ต้องเสียภาษีนี้ แต่จะมีอัตราภาษีที่แตกต่างกัน ภาษีเงินได้ต้องยื่นเมื่อไหร่: ยื่นภายใน 150 วันนับจากวันสิ้นรอบบัญชี ตารางอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล เงินได้สุทธิ / กำไรสุทธิ (บาท) อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล 0 – 150,000 ได้รับการยกเว้น ได้รับการยกเว้น 150,001 – 300,000 5% ได้รับการยกเว้น 300,001 – 500,000 10% 15% 500,001 – 750,000 15% 15% 750,001 – 1,000,000 20% 15% 1,000,001 – 2,000,000 25% 20% 2,000,001 – 3,000,000 30% 20% 3,000,001 – 5,000,000 30% 20% เกิน 5,000,000 ขึ้นไป 35% 20% 2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับธุรกิจที่จด VAT แล้ว จะต้องยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่กรมสรรพากรทุกเดือน ซึ่งภาษีนี้ไม่ใช่ภาษีที่ธุรกิจออกเอง แต่เป็นการเก็บจากลูกค้าเพิ่ม 7% ของราคาสินค้าหรือบริการ โดยธุรกิจที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทจำเป็นต้องจด VAT ตามกฎหมาย ภาษีมูลค่าเพิ่มต้องยื่นเมื่อไหร่: ยื่นภายในวันที่ 15 หรือ 23 ของเดือนถัดไปกรณียื่นออนไลน์ ข้อควรรู้! : ทำธุรกิจในนามบุคคลธรรมดาก็มีความจำเป็นต้องจด VAT หากรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท 3. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย เป็นภาษีที่กิจการต้องหักออกจากค่าบริการเพื่อนำส่งสรรพากร โดยการให้บริการแต่ละประเภทจะมีอัตราภาษีที่ต้องหักแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับประเภทเงินได้และสถานะของผู้ให้บริการ เช่น บริษัท A จ้าง นาย B รีวิวสินค้า ถือค่าจ้างอาชีพอิสระ หมายความว่า บริษัท A ต้องหัก ณ ที่จ่าย 3% จากค่าจ้าง ภาษีหัก ณ ที่จ่ายยื่นเมื่อไหร่: ยื่นภายในวันที่ 7 หรือ 15 ของเดือนถัดไปกรณียื่นออนไลน์ 4. ภาษีธุรกิจเฉพาะ นอกเหนือจากการทำธุรกิจทั่วไป จะมีธุรกิจบางประเภทที่ต้องเสียภาษีที่เรียกว่า ภาษีธุรกิจเฉพาะ ซึ่งไม่ว่าคุณจะประกอบกิจการในนามใดก็ตาม หากธุรกิจเข้าข่ายประเภทนี้ก็ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะนี้ด้วย โดยมีทั้งหมด 8 ประเภท ประเภทธุรกิจ อัตราภาษี ธุรกิจธนาคาร (รวมไปถึงการให้กู้ยืมเงิน) 3% ธุรกิจประกันชีวิต 3% ธุรกิจรับจำนำ 2.5% ธุรกิจค้าอสังหาริมทรัพย์ 0.1% ธุรกิจขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ 0.1% ธุรกิจการซื้อและขายคืนหลักทรัพย์ 3% ธุรกิจแฟ็กเตอริง (บริการทางการเงินช่วยเพิ่มสภาพคล่อง) 3% การประกอบกิจการตามพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 469 0.01% ถ้าทำธุรกิจส่วนตัวในนามบุคคลธรรมดาต้องเสียภาษียังไง สำหรับผู้ที่ทำธุรกิจค้าขาย เปิดร้านค้าออนไลน์ ฟรีแลนซ์ หรือมีรายได้มากกว่า 1 ทาง จะต้องยื่นภาษีแตกต่างจากบุคคลธรรมดาที่มีเงินเดือนเพียงอย่างเดียว ซึ่งต้องมีการยื่นดังนี้ ธุรกิจต้องจด VAT เมื่อไหร่ การจด VAT เป็นขั้นตอนทางกฎหมายที่สำคัญ หากธุรกิจของเราไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล เมื่อถึงเกณฑ์กำหนดจำเป็นต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คืออะไร และเกี่ยวกับธุรกิจอย่างไร ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคือ ภาษีที่จัดเก็บล่วงหน้าเมื่อมีการจ่ายค่าบริการหรือค่าจ้าง โดยผู้จ่ายต้องเป็นคนหักออกจากค่าจ้าง โดยอัตราภาษีขึ้นอยู่กับแต่ละประเภทเงินได้ กรณีที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย : ธุรกิจต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อมีการจ่ายเงินค่าจ้างในประเภทที่ตรงกับเงื่อนไขของกรมสรรพากร และยอดรวมเกิน 1,000 บาท โดยให้หักออกจากยอดรวมก่อนบวก VAT อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่พบบ่อย ประเภทเงินได้ อัตราภาษี เงินเดือน หักภาษี ณ ที่จ่ายตามอัตราก้าวหน้า ค่าจ้างฟรีแลนซ์ หักภาษี ณ ที่จ่ายตามอัตราก้าวหน้า ค่าจ้างรีวิวสินค้าลงบนช่องทางของอินฟลูเอนเซอร์เอง 2.00% ค่าส่งของบริษัทเอกชน 1.00% วิธีนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภาษีหัก ณ ที่จ่ายต้องนำส่งทุกเดือนด้วยแบบ ภ.ง.ด.3 (กรณีจ้างบุคคลธรรมดา) หรือ ภ.ง.ด.53 (กรณีจ้างนิติบุคคล) ภายในวันที่ 7 หรือ 15 ของเดือนถัดไป โดยสามารถยื่นได้ทั้งแบบออนไลน์ผ่านระบบ e-filling หรือสามารถเดินทางไปยื่นได้ด้วยตัวเองสำนักงานสรรพากรในพื้นที่ เจ้าของธุรกิจต้องยื่นภาษีอะไรบ้างในแต่ละปี สรุปอีกครั้งว่ามีแบบภาษีอะไรบ้างที่เจ้าของกิจการต้องยื่นในแต่ละปี โดยจะไม่รวมแบบภาษีรายเดือน ภาษีครึ่งปี (ภ.ง.ด.94) ภาษีที่ยื่นเมื่อรายได้รวมครึ่งปีตั้งแต่เดือน มกราคม – มิถุนายน ของเราที่อยู่ในประเภท 40(5) – 40(8) มีรายได้รวมเกิน 60,000 บาท (โสด) และ 120,000 บาท (สมรส) ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นรายได้จากการทำธุรกิจค้าขาย ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.94 ภายในเดือนกรกฎาคม – กันยายน ของปีภาษีนั้น ๆ  ภาษีประจำปี (ภ.ง.ด.90 / 91) สำหรับภาษีประจำปียื่นด้วยแบบ ภ.ง.ด.90 สำหรับเงินได้ทุกประเภท ส่วนใหญ่จะเป็นฟรีแลนซ์ที่มีงานเสริมนอกเหนือจากงานประจำอย่างเดียว และ ภ.ง.ด.91 ที่เป็นแบบรวมเงินได้เฉพาะเงินเดือนงานประจำเท่านั้น โดยต้องยื่นภายในเดือน มกราคม – มีนาคม ของปีถัดไป ภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.50 / 51) ใครจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแล้วต้องยื่นภาษีด้วยแบบ ภ.ง.ด.50 ภาษีรวมสิ้นปี และ ภ.ง.ด.51 ภาษีครึ่งปี วิธีจัดการภาษีให้ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจ การจัดการภาษีเป็นสิ่งที่สามารถวางแผนล่วงหน้าเพื่อวางระบบให้ดี เพื่อการจัดการที่ง่ายขึ้น ป้องกันข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น เราขอแนะนำให้ธุรกิจควรเริ่มต้นวางรากฐานที่ดีตั้งแต่ช่วงแรกของการทำธุรกิจ แยกบัญชีเงินส่วนตัวกับธุรกิจ เริ่มแรกควรแยกบัญชีเงินส่วนตัวกับบัญชีของธุรกิจ เพื่อให้เห็นความเคลื่อนไหวกระแสเงินสดจริง ๆ ของธุรกิจ ไม่มีค่าใช้จ่ายเงินส่วนตัวเข้ามาปะปน สามารถคำนวณรายรับ – รายจ่ายของธุรกิจเพื่อคำนวณภาษีได้ถูกต้องมากขึ้น เก็บเอกสารรายรับรายจ่ายให้ครบ เอกสารรายจ่ายใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการลดหย่อนภาษีได้ นอกจากนี้ถ้ามีการตรวจสอบจากกรมสรรพากรเราก็จะมีหลักฐานครบถ้วน โปร่งใส ตรวจสอบได้ ใช้โปรแกรมบัญชีช่วยจัดการข้อมูล การบริหารจัดการภาษีมาพร้อมกับข้อมูลมากมายที่ต้องจัดเก็บ การมีโปรแกรมบัญชีช่วยจัดการข้อมูลไม่ว่าจะเป็นรายรับ-รายจ่ายของธุรกิจ เอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ก็ช่วยให้เรื่องภาษีง่ายยิ่งขึ้น บริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ สุดท้ายนี้ทุกท่านน่าจะได้คำตอบกันแล้วว่าธุรกิจส่วนตัวเสียภาษียังไงบ้าง สามารถนำความรู้นี้ไปใช้สำหรับวางแผนจัดการด้านภาษีให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้เพื่อรากฐานที่แข็งแรงต่อการเติบโตในอนาคต PEAK พร้อมเป็นตัวช่วยจัดการภาษีและบัญชีอย่างมืออาชีพ มาพร้อมฟีเจอร์ PEAK Tax ที่ช่วยเตรียมแบบยื่นภาษีออนไลน์ได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ PEAK ยังจับมือกับ OfficeMate (OFM) พาร์ทเนอร์ที่ช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการด้วยอุปกรณ์สำนักงาน ไอที และเฟอร์นิเจอร์แบบครบวงจร  โดยคุณสามารถเลือกซื้อเก้าอี้สำนักงานเพื่อสุขภาพหรืออุปกรณ์ต่างๆ ผ่านระบบจัดซื้อที่ทันสมัยของ OfficeMate และรับใบกำกับภาษีที่ถูกต้องเพื่อนำมาบันทึกรายจ่ายในระบบ PEAK ได้ทันที ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก ติดตาม OfficeMate ได้ที่ช่องทาง

11 มี.ค. 2026

PEAK Account

3 min

อัปเดตฟังก์ชัน PEAK 11/03/2026

เอาใจผู้ใช้งานโปรแกรม PEAK ด้วยฟังก์ชันใหม่ที่ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น 1. เพิ่มปุ่ม “คัดลอกลิงก์” ที่ปุ่มส่งเอกสารในหน้าข้อมูลเอกสาร ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถส่งเอกสารให้คู่ค้าได้เร็วยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับ : ผู้ใช้งานทุกแพ็กเกจที่ส่งเอกสารด้วยการคัดลอกลิงก์ Highlight : ระบบได้เพิ่มตัวเลือก “คัดลอกลิงก์” ที่ปุ่มส่งเอกสารในหน้าข้อมูลเอกสาร เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถส่งลิงก์เอกสารได้ทันที โดยไม่ต้องเปิดหน้าพิมพ์เอกสาร(Online View) ช่วยลดขั้นตอนการทำงานและทำให้การส่งเอกสารสะดวกรวดเร็วมากขึ้น 2. เพิ่มตัวเลือก “ลืม PIN Code” เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถรีเซ็ตรหัสผ่านได้ด้วยตัวเอง ด้วยการยืนยันตัวตนผ่าน ThaiD ช่วยลดขั้นตอนในการเปลี่ยน PIN Code กรณีลืมรหัสผ่านได้สะดวกยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับ: ผู้ใช้งานที่เปิดใช้งาน PIN Code แล้วลืมรหัส PIN Code Highlight : เพิ่มช่องทางให้ผู้ใช้งานสามารถกด “ลืม PIN Code” เพื่อเปลี่ยนรหัส PIN Code ได้ด้วยตนเอง โดยเป็นการยืนยันตัวตนผ่าน ThaiD โดยการสแกน QR Code เพื่อยืนยันตัวตน และเมื่อยืนยันตัวตนแล้วระบบจะพาไปหน้าตั้งรหัสผ่านใหม่ ช่วยลดขั้นตอนในการเปลี่ยน PIN Code กรณีลืมรหัสผ่านได้สะดวกยิ่งขึ้น หมายเหตุ: 3. เพิ่มการแสดงผล “แยก” ในส่วนของข้อมูลที่อยู่ ในแบบ ภ.ง.ด. บน PEAK TAX ช่วยให้ข้อมูลในแบบภาษีครบถ้วนมากยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับ: ผู้ใช้งาน PEAK TAX Highlight : ปรับการแสดงผลข้อมูลในแบบ ภ.ง.ด. โดยเพิ่มการแสดงผลข้อมูล “แยก” ในข้อมูลที่อยู่ให้ตรงกับรูปแบบของเอกสารภาษี ช่วยให้การตรวจสอบข้อมูลก่อนยื่นแบบภาษีทำได้ง่ายมากยิ่งขึ้น หมายเหตุ: 

18 พ.ค. 2026

PEAK Account

18 min

จดบริษัทจำกัด (บจก.) vs ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) เลือกแบบไหนดีกว่ากัน?

 ถ้าคุณกำลังจะจดทะเบียนนิติบุคคลครั้งแรก คำถามที่หลายคนสงสัยคือ “ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) กับบริษัทจำกัด (บจก.) ต่างกันยังไง แล้วธุรกิจของเราควรเลือกแบบไหนดี?” เพราะทั้งสองรูปแบบมีทั้งข้อดีและข้อจำกัดต่างกัน ไม่ว่าจะเรื่องค่าใช้จ่ายจดทะเบียน ภาษี ความรับผิดชอบหนี้สิน หรือแม้แต่ความน่าเชื่อถือในสายตาคู่ค้า บทความนี้จะพาคุณเปรียบเทียบ หจก. กับ บจก. แบบจบครบในที่เดียว พร้อมตัวอย่างตัวเลขจริง และแนวทางช่วยตัดสินใจว่าธุรกิจแบบไหนเหมาะกับรูปแบบไหน ไม่ต้องเสียเวลาอ่านหลายที่อีกต่อไป ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) คืออะไร?  ห้างหุ้นส่วนจำกัด คือ นิติบุคคลที่มีผู้ร่วมลงทุนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป โดยตามกฎหมายไทย หุ้นส่วนจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท: ตัวอย่างให้เห็นภาพ: สมชายกับสมหญิงเปิดร้านขายอุปกรณ์สำนักงานด้วยกัน สมชายเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ (ไม่จำกัดความรับผิด) ลงเงิน 500,000 บาท ส่วนสมหญิงลงเงิน 200,000 บาท เป็นหุ้นส่วนจำกัดความรับผิด สมมติวันหนึ่งกิจการมีหนี้ 1 ล้านบาท — สมชายต้องรับผิดชอบหนี้ทั้งหมด แม้จะเกินกว่าเงินที่ลงไป แต่สมหญิงเสียสูงสุดแค่ 200,000 บาท ที่ลงหุ้นไว้เท่านั้น จุดเด่นของ หจก. คือ จดง่าย ค่าธรรมเนียมถูก ไม่ต้องแบ่งทุนเป็นหุ้น และสามารถลงทุนด้วยเงิน ทรัพย์สิน หรือแรงงานก็ได้ บริษัทจำกัด (บจก.) คืออะไร? บริษัทจำกัด คือ นิติบุคคลที่แบ่งทุนออกเป็นหุ้น มีผู้ถือหุ้นตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป (กฎหมายปรับใหม่ตั้งแต่ปี 2566 — ก่อนหน้านี้ต้องใช้ 3 คน) ทุกคนที่ถือหุ้นใน บจก. รับผิดชอบจำกัดเฉพาะจำนวนเงินค่าหุ้นที่ยังไม่ได้ชำระเท่านั้น ไม่ต้องเอาทรัพย์สินส่วนตัวมาจ่ายหนี้บริษัท ตัวอย่างให้เห็นภาพ: บริษัท ABC จำกัด ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท มีผู้ถือหุ้น 2 คน คนละ 50% ตอนจดทะเบียน กฎหมายกำหนดให้จ่ายค่าหุ้นขั้นต่ำ 25% ก่อน เท่ากับคนละ 125,000 บาท ส่วนที่เหลืออีกคนละ 375,000 บาท ยังไม่ต้องจ่ายทันที ถ้าวันหนึ่งบริษัทเป็นหนี้ 5 ล้านบาท — ผู้ถือหุ้นแต่ละคนรับผิดสูงสุดแค่ 375,000 บาท (ส่วนที่ยังไม่ได้จ่าย) ไม่ต้องเอาบ้านหรือรถมาขายใช้หนี้ พูดง่ายๆ คือ จด บจก. แล้ว กระเป๋าส่วนตัวกับกระเป๋าบริษัทแยกจากกันชัดเจน บจก. มีโครงสร้างที่ชัดเจนกว่า มีคณะกรรมการ มีการประชุมผู้ถือหุ้น เหมาะกับธุรกิจที่วางแผนจะขยายตัวหรือระดมทุนในอนาคต เปรียบเทียบ หจก. กับ บจก. ต่างกันอย่างไร? รายการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) บริษัทจำกัด (บจก.) ผู้ก่อตั้งขั้นต่ำ 2 คน 2 คน (ตั้งแต่ปี 2566) ความรับผิด หุ้นส่วนผู้จัดการรับผิดไม่จำกัด ทุกคนรับผิดจำกัดเฉพาะค่าหุ้นที่ยังไม่ชำระ ค่าธรรมเนียมจดทะเบียน 1,000 บาท 5,500 บาท โครงสร้างทุน ไม่ต้องแบ่งเป็นหุ้น ลงทุนด้วยเงิน/ทรัพย์สิน/แรงงานได้ ต้องแบ่งเป็นหุ้น มูลค่าขั้นต่ำหุ้นละ 5 บาท ลงทุนด้วยเงินสดเท่านั้น ผู้บริหาร หุ้นส่วนผู้จัดการ (ต้องเป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด) คณะกรรมการ (เลือกจากผู้ถือหุ้นหรือบุคคลภายนอกก็ได้) อัตราภาษี เท่ากัน — ภาษีนิติบุคคล สูงสุด 20% (SME ได้ขั้นบันได) เท่ากัน — ภาษีนิติบุคคล สูงสุด 20% (SME ได้ขั้นบันได) ความน่าเชื่อถือ ปานกลาง — เหมาะกับคู่ค้ารายย่อย สูง — เป็นที่ยอมรับของธนาคาร คู่ค้ารายใหญ่ หน่วยงานรัฐ ระดมทุน ยาก — ไม่มีระบบหุ้น โอนหุ้นส่วนซับซ้อน ง่ายกว่า — โอนหุ้นสะดวก เพิ่มผู้ถือหุ้นได้ (ข้อมูลค่าธรรมเนียมอ้างอิงกรมพัฒนาธุรกิจการค้า)  โครงสร้างผู้ถือหุ้นและความรับผิด นี่คือจุดที่ต่างกันชัดที่สุด หจก. — หุ้นส่วนผู้จัดการ (คนที่บริหารกิจการ) ต้องเป็นประเภท “ไม่จำกัดความรับผิด” ซึ่งหมายความว่าถ้ากิจการล้มละลาย เจ้าหนี้เรียกหนี้จากทรัพย์สินส่วนตัวได้ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน รถ หรือเงินออม บจก. — ผู้ถือหุ้นทุกคนรับผิดจำกัดเท่าค่าหุ้นที่ยังไม่ชำระ ทรัพย์สินส่วนตัวแยกจากบริษัทชัดเจน สำหรับคนที่มีทรัพย์สินส่วนตัวมาก หรือทำธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูง การจด บจก. จึงปลอดภัยกว่า ด้านค่าใช้จ่ายจดทะเบียน สมมติทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท: จด หจก — ค่าใช้จ่ายรวมประมาณ 2,000-3,000 บาท: จด บจก — ค่าใช้จ่ายรวมประมาณ 6,000-8,000 บาท: ภาษี สิทธิประโยชน์ และการทำบัญชี หลายคนเข้าใจผิดว่า หจก. กับ บจก. เสียภาษีต่างกัน — จริงๆ แล้วอัตราภาษีนิติบุคคลเท่ากันทั้งคู่ ตามเกณฑ์ของกรมสรรพากร:  กำไรสุทธิ (รายได้ − ค่าใช้จ่าย) ทั้ง หจก. และ บจก. ต้อง จัดทำบัญชี ปิดงบการเงิน ส่ง DBD และยื่นภาษีกรมสรรพากร เหมือนกันทุกประการ ดังนั้น หลังจดทะเบียนแล้ว ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน สิ่งสำคัญคือต้องมี ระบบบัญชีที่ดี เพื่อจัดการเอกสาร ภาษี และงบการเงินให้ถูกต้องตั้งแต่วันแรก หลายธุรกิจ SME เลือกใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAK เพื่อออกเอกสาร บันทึกรายรับ-รายจ่าย และเตรียมข้อมูลยื่นภาษีให้เป็นระบบตั้งแต่เริ่มต้น ธุรกิจแบบไหนควรจด หจก.? แบบไหนควรจด บจก.? ไม่มีคำตอบตายตัวสำหรับทุกคน — ขึ้นอยู่กับลักษณะธุรกิจ เป้าหมาย และคนที่ร่วมทำธุรกิจด้วย: จด หจก. เหมาะกับ: จด บจก. เหมาะกับ: ตัวอย่าง: ร้านค้าเล็ก vs ธุรกิจที่ต้องระดมทุน กรณี 1 — ร้านเครื่องเขียน: พี่น้อง 2 คนเปิดร้านเครื่องเขียนใกล้มหาวิทยาลัย ยอดขายเดือนละ 80,000 บาท ยังไม่ต้องกู้ธนาคาร → จด หจก. ค่าใช้จ่ายจดทะเบียนถูกกว่า โครงสร้างเรียบง่ายพอสำหรับธุรกิจขนาดนี้ กรณี 2 — ธุรกิจขายสินค้าออนไลน์: เพื่อน 3 คน ร่วมทุนเปิดร้านออนไลน์ ยอดขายเดือนละ 500,000 บาท วางแผนจะขอสินเชื่อธนาคาร และอยากรับงาน B2B กับบริษัทใหญ่ → จด บจก. เพราะธนาคารและบริษัทใหญ่ส่วนมากต้องการคู่ค้าที่เป็น บจก. มากกว่า เปลี่ยนจาก หจก. เป็น บจก. ได้ไหม? ทำยังไง? ได้ — ไม่ต้องปิดกิจการเดิมแล้วเปิดใหม่ กฎหมายเปิดช่องให้เปลี่ยนจากจาก หจก. เป็น บจก. ได้เลย ข้อดีคืออายุกิจการนับต่อเนื่องจากเดิม ไม่เสียเครดิตที่สะสมมา ขั้นตอนหลักๆ ตามแนวปฏิบัติของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า: กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 1.5-2 เดือน หลายคนเลือกให้สำนักงานบัญชีดำเนินการให้เพราะเอกสารค่อนข้างเยอะ หลังจดทะเบียนแล้ว ต้องจัดการอะไรบ้าง? ไม่ว่าจะจด หจก. หรือ บจก. — สิ่งที่ต้องทำหลังจดทะเบียนเหมือนกัน: สิ่งที่ต้องทำทันที (ภายใน 30 วัน): สิ่งที่ต้องทำเป็นประจำ: ถ้าอยากอ่านเพิ่มเรื่องขั้นตอนจดทะเบียน สามารถอ่านได้ที่ 3 ขั้นตอน จดทะเบียนบริษัทออนไลน์ด้วยตัวเอง หรืออ่านเรื่องทุนจดทะเบียนบริษัทต้องมีเท่าไร เพิ่มเติม  จดทะเบียนเสร็จแล้ว อย่าลืมจัดการบัญชีให้เป็นระบบ ไม่ว่าจะเลือก หจก. หรือ บจก. สิ่งที่ต้องทำเหมือนกันคือ จัดการบัญชีและภาษีให้ถูกต้องตั้งแต่วันแรก ถ้าปล่อยให้บัญชียุ่งเหยิงตั้งแต่ต้น พอถึงเวลาปิดงบหรือยื่นภาษี จะเจอปัญหาหนักทั้ง 2 แบบเหมือนกัน PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ออกแบบมาสำหรับ SME ไทยโดยเฉพาะ ใช้งานง่ายแม้ไม่มีพื้นฐานบัญชี — ออกใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบกำกับภาษี บันทึกรายรับ-รายจ่าย เตรียมข้อมูลยื่นภาษี ครบจบในที่เดียว ทั้ง หจก. และ บจก. ใช้ได้ทันทีหลังจดทะเบียน นอกจากนี้ PEAK ยังจับมือกับพาร์ทเนอร์อย่าง OfficeMate (OFM) เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการด้วยโซลูชันอุปกรณ์สำนักงานและไอทีครบวงจร ไม่ว่าคุณจะต้องการกระดาษ เครื่องปริ้น อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล หรือสินค้าอื่นๆ ก็สามารถซื้อสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ หรือระบบจัดซื้อของ OFM และรับใบกำกับภาษีที่ถูกต้องเพื่อนำมาบันทึกรายจ่ายในระบบ PEAK ได้ทันที  คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับการจด หจก. และ บจก. จด หจก. คนเดียวได้ไหม? ไม่ได้ — ห้างหุ้นส่วนจำกัดต้องมีผู้ก่อตั้งอย่างน้อย 2 คน (หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดอย่างน้อย 1 คน + หุ้นส่วนจำกัดความรับผิดอย่างน้อย 1 คน) ส่วน บจก. ปัจจุบันก็ต้องมีอย่างน้อย 2 คนเช่นกัน หจก. กับ บจก. เสียภาษีต่างกันไหม? ไม่ต่างกัน ทั้งคู่เป็นนิติบุคคล เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราเดียวกัน (สูงสุด 20%) และถ้าเข้าเกณฑ์ SME ก็ได้รับสิทธิ์อัตราขั้นบันไดเหมือนกัน ถ้าจด หจก. แล้ว ภายหลังอยากเปลี่ยนเป็น บจก. ทำได้ไหม? ทำได้ โดยการยื่นแปรสภาพที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ใช้เวลาประมาณ 1.5-2 เดือน ค่าธรรมเนียม 5,000 บาท ไม่ต้องปิดกิจการเดิม ธนาคารปล่อยสินเชื่อให้ หจก. ไหม? ได้ แต่ในทางปฏิบัติธนาคารหลายแห่งให้ความเชื่อถือ บจก. มากกว่า เพราะโครงสร้างชัดเจนกว่าและมีระบบตรวจสอบที่เข้มงวดกว่า จดทะเบียนแล้วต้องทำบัญชีไหม? ต้องทำทั้ง หจก. และ บจก. — กฎหมายกำหนดให้นิติบุคคลทุกแห่งต้องจัดทำบัญชี ปิดงบการเงิน และส่งงบให้ DBD ทุกปี ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก ติดตาม OfficeMate ได้ที่ช่องทาง

13 พ.ค. 2026

PEAK Account

4 min

อัปเดตฟังก์ชัน PEAK 13/05/2026

1. ✨PEAK SMART Key เลือกบัญชีอัตโนมัติ ตรวจความครบถ้วนของใบกำกับภาษีและเอกสารที่ไม่ใช่ของกิจการ ป้องกันข้อผิดพลาด 2.✨ระบุผู้อนุมัติรายการบัญชีรายวันได้ทันที จัดการงานได้คล่องตัวกว่าเดิม 3.✨อัปเดตแจ้งเตือนสถานะการกระทบยอดธนาคาร พร้อมปุ่มเปลี่ยนสถานะกระทบยอดได้ด้วยตนเอง ทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้น 4.✨Lazada/TikTokShop/LineShopping Dashboard ดาวน์โหลดรายงานคำสั่งซื้อได้ง่ายในคลิกเดียว เหมาะสำหรับ สิ่งที่ระบบอัปเดต ประโยชน์ที่ท่านจะได้รับจากการใช้งาน 1. PEAK SMART Key เลือกบัญชีอัตโนมัติ ตรวจความครบถ้วนของใบกำกับภาษีและเอกสารที่ไม่ใช่ของกิจการ ป้องกันข้อผิดพลาด ผู้ใช้งานโปรแกรม PEAK ระบบเพิ่มการแจ้งเตือนกรณีอัปโหลดไฟล์เอกสารแล้วพบความผิดปกติ ได้แก่ เอกสารที่อัปโหลดไม่มีชื่อของกิจการในเอกสารใบกำกับภาษี มีข้อมูลที่สำคัญไม่ครบถ้วนตามที่กรมสรรพากรกำหนดเลือกผังบัญชีให้อัตโนมัติทันที ลดขั้นตอนการคีย์ข้อมูลและลดความเสี่ยงในการลงบัญชีผิด ช่วยให้ผู้ใช้งานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 2. เลือกคนอนุมัติบัญชีรายวันได้ดั่งใจ ทำงานได้สะดวกยิ่งกว่าเดิม นักบัญชี เมื่อสร้างสมุดรายวัน ผู้ใช้งานสามารถเลือกรายชื่อที่ต้องการให้อนุมัติได้ทันที ระบบจะทำการส่งการแจ้งเตือนไปยังผู้ใช้งานท่านนั้นให้อัตโนมัติ ช่วยให้ทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นระบบมากยิ่งขึ้น  3. อัปเดตแจ้งเตือนสถานะการกระทบยอดธนาคาร พร้อมปุ่มเปลี่ยนสถานะกระทบยอดได้ด้วยตนเอง ทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้น นักบัญชี ระบบปรับการแสดงข้อมูลหน้าช่องทางธนาคาร ดังนี้สถานะการกระทบยอดธนาคาร เห็นสถานะทำงานตั้งแต่แรก ไม่ต้องกดเข้าไปดู โดยมี 3 สถานะสถานะสีเทา ช่องทางธนาคารที่มีรายการแต่ยังไม่ได้กระทบยอดธนาคารสถานะสีฟ้า ช่องทางธนาคารที่มีรายการและมีการกระทบยอดแล้วบางส่วนสถานะสีเขียว ช่องทางธนาคารที่มีรายการและมีการกระทบยอดครบถ้วนทุกรายการกดเปลี่ยนสถานะกระทบยอดได้ด้วยตนเอง แม้ไม่ได้นำรายการเดินบัญชีเข้ามาในระบบพิมพ์รายงานกระทบยอดได้แล้วที่หน้ารวมช่องทางการเงิน พิมพ์รายงานและตรวจสอบสถานะการกระทบยอดแต่ละธนาคารได้ทันที โดยไม่ต้องกดเข้าไปดูทีละช่องทางธนาคาร 4. Lazada/TikTokShop/LineShopping Dashboard ดาวน์โหลดรายงานคำสั่งซื้อได้ง่ายในคลิกเดียว ลูกค้าที่เชื่อมต่อ API กับระบบ- Lazada- TikTokShop- LineShopping เพิ่ม “ฟังก์ชันดาวน์โหลดรายงานจาก Dashboard” ที่สามารถส่งออกข้อมูลคำสั่งซื้อที่สร้างเอกสารเรียบร้อยแล้วออกมาเป็นไฟล์ Excel ได้ทันที ประหยัดเวลาในการรวบรวมข้อมูลและนำข้อมูลไปใช้ในการกระทบยอดคำสั่งซื้อได้

13 พ.ค. 2026

PEAK Account

4 min

Update Function PEAK 13/05/2026

PEAK with the new function designed to enhance efficiency. ✨1. Supports “Product Sets”: Group products/services to be sold as a set. Complete everything in a single item Suitable for: Businesses that sell products/services as sets. PRO Plus package and above. Highlight: PEAK supports Product Sets, changing complicated work into a simple matter by reducing steps in issuing sales documents. From previously having to select products/services one by one, to just selecting a “Product Set” once. Helps work more conveniently and reduces errors in issuing documents. Note: Currently supports issuing documents on the income side and creating product sets one by one through the program only. Available at: Product Menu > Product Sets ✨2. PEAK to PEAK” recognizes document data received from other PEAK users, allowing you to record expenses easily in a single click and making document issuance more convenient Suitable for: Businesses that have buy-sell transactions and both use the PEAK program. Highlight: PEAK helps change documents from the seller’s side into your purchase information immediately. When a document is received from a partner, the user can click to record the document through the document page. The system will change the document file format from PDF to Digital File to help suggest accounting records, match contacts, and select the Chart of Accounts automatically (SMART Suggestion). Available at: Document Page (received from partners) ✨3. New format for Report Hub. Easy to export. Access data quickly Suitable for: Business owners and users who want to view reports. Highlight: The system has added a new report summary page that gathers every important report in one spot. Helping users access the information they want quickly and saving time in data management. Available at: Dashboard Menu ✨4. Create new contacts from File Vault in one click Suitable for: Users who want speed in recording documents and managing contact information through the file vault. Highlight: The system has upgraded Smart Suggestion when creating documents through the File Vault page to automatically detect contact information from attachments. Helps reduce work steps. Available at: File Vault Menu ✨5. Supports ReadyPlanet API connection. Instantly turn CRM data into quotations on PEAK Suitable for: Users looking for a CRM system to connect with PEAK to manage accounting and sales documents smarter than before. Highlight: Link data from the ReadyPlanet platform directly into the PEAK system via API. Automatically change sales information into Quotations on PEAK. Available at: Settings Menu > External System Integration > ReadyPlanet ✨6. Added Action Buttons on document pages. Helping to manage documents faster Suitable for: Every user who needs to check document details and wants to perform the next transaction quickly. Highlight: Pinned important command buttons at the bottom of the screen, helping users perform the next transaction (like accepting a quotation) immediately without scrolling up. Available at: Income and Expense Menus, Document Page ⚡️7. New PEAK TAX overhaul! Precise tax verification with AI and an intelligent notification system Suitable for: PEAK TAX feature users. Highlight: AI verification for edited/canceled documents, mismatched 7% tax, or duplicates. Includes special notifications when purchase tax invoices are near expiry. Available at: PEAK TAX  ⚡️8. Shopee Dashboard: Download order reports easily in one click Suitable for: Customers connected to Shopee API Highlight: Export order information already documented into an Excel file immediately. Helps in reconciling orders and online store management. Available at: Settings Menu > External System Integration > Shopee Report Example ⚡️9. Open API Dashboard: Check transaction usage volume by yourself Suitable for: Users who connect their own systems to PEAK Highlight: Download Dashboard reports from your own API to track and verify actual usage in Real-time for efficient planning. Available at: Settings Menu > External System Integration > Connect your application ⚡️10. Instant payment notifications with the QR Payment notification system Suitable for: Users connected to the QR Payment system who want to verify incoming amounts in Real-time Highlight: Real-time notifications when payment via QR Code is successful. Users can toggle notifications on-off as desired. Available at: Bell icon in the program

29 เม.ย. 2026

PEAK Account

4 min

Update Function PEAK 29/04/2026

PEAK with the new function designed to enhance efficiency. ✨1. Supports “Product Sets”: Group products/services to be sold as a set. Complete everything in a single item Suitable for: Businesses that sell products/services as sets. PRO Plus package and above. Highlight: PEAK supports Product Sets, changing complicated work into a simple matter by reducing steps in issuing sales documents. From previously having to select products/services one by one, to just selecting a “Product Set” once. Helps work more conveniently and reduces errors in issuing documents. Note: Currently supports issuing documents on the income side and creating product sets one by one through the program only. Available at: Product Menu > Product Sets ✨2. PEAK to PEAK” recognizes document data received from other PEAK users, allowing you to record expenses easily in a single click and making document issuance more convenient Suitable for: Businesses that have buy-sell transactions and both use the PEAK program. Highlight: PEAK helps change documents from the seller’s side into your purchase information immediately. When a document is received from a partner, the user can click to record the document through the document page. The system will change the document file format from PDF to Digital File to help suggest accounting records, match contacts, and select the Chart of Accounts automatically (SMART Suggestion). Available at: Document Page (received from partners) ✨3. New format for Report Hub. Easy to export. Access data quickly Suitable for: Business owners and users who want to view reports. Highlight: The system has added a new report summary page that gathers every important report in one spot. Helping users access the information they want quickly and saving time in data management. Available at: Dashboard Menu ✨4. Create new contacts from File Vault in one click Suitable for: Users who want speed in recording documents and managing contact information through the file vault. Highlight: The system has upgraded Smart Suggestion when creating documents through the File Vault page to automatically detect contact information from attachments. Helps reduce work steps. Available at: File Vault Menu ✨5. Supports ReadyPlanet API connection. Instantly turn CRM data into quotations on PEAK Suitable for: Users looking for a CRM system to connect with PEAK to manage accounting and sales documents smarter than before. Highlight: Link data from the ReadyPlanet platform directly into the PEAK system via API. Automatically change sales information into Quotations on PEAK. Available at: Settings Menu > External System Integration > ReadyPlanet ✨6. Added Action Buttons on document pages. Helping to manage documents faster Suitable for: Every user who needs to check document details and wants to perform the next transaction quickly. Highlight: Pinned important command buttons at the bottom of the screen, helping users perform the next transaction (like accepting a quotation) immediately without scrolling up. Available at: Income and Expense Menus, Document Page ⚡️7. New PEAK TAX overhaul! Precise tax verification with AI and an intelligent notification system Suitable for: PEAK TAX feature users. Highlight: AI verification for edited/canceled documents, mismatched 7% tax, or duplicates. Includes special notifications when purchase tax invoices are near expiry. Available at: PEAK TAX  ⚡️8. Shopee Dashboard: Download order reports easily in one click Suitable for: Customers connected to Shopee API Highlight: Export order information already documented into an Excel file immediately. Helps in reconciling orders and online store management. Available at: Settings Menu > External System Integration > Shopee Report Example ⚡️9. Open API Dashboard: Check transaction usage volume by yourself Suitable for: Users who connect their own systems to PEAK Highlight: Download Dashboard reports from your own API to track and verify actual usage in Real-time for efficient planning. Available at: Settings Menu > External System Integration > Connect your application ⚡️10. Instant payment notifications with the QR Payment notification system Suitable for: Users connected to the QR Payment system who want to verify incoming amounts in Real-time Highlight: Real-time notifications when payment via QR Code is successful. Users can toggle notifications on-off as desired. Available at: Bell icon in the program