Table of Contents

คลังความรู้บัญชี ภาษี และโปรแกรมบัญชีออนไลน์

ติดตามข้อมูลข่าวสาร บทความน่ารู้ด้านบัญชี ภาษี การเงิน และธุรกิจที่เป็นประโยชน์ สำหรับผู้ประกอบการและนักบัญชี

ทั้งหมด

บัญชี

ภาษี

ธุรกิจ

การใช้งานโปรแกรม

ข่าวสาร

ล่าสุด

14 Oct 2026

PEAK Account

20 min

เงินสดย่อย (Petty Cash) คืออะไร วิธีตั้งวงเงิน เบิกชดเชย บันทึกบัญชี

เงินสดย่อย คืออะไร และสำคัญอย่างไร? เงินสดย่อย คือ เงินสดจำนวนไม่มากที่บริษัทกันไว้ในสำนักงาน เพื่อจ่ายค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไม่คุ้มจะออกเช็คหรือรอรอบโอนเงิน เช่น ค่าเมสเซนเจอร์ ค่าน้ำดื่ม และวัสดุสำนักงานเร่งด่วน ภาษาอังกฤษเรียกว่า Petty Cash ซึ่ง petty แปลว่า เล็กน้อย ในงบแสดงฐานะการเงิน เงินก้อนนี้รวมอยู่ในเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด เพราะเป็นเงินสดในมือที่บริษัทใช้ได้ทันที สำหรับเจ้าของธุรกิจ เรื่องนี้สำคัญอย่างน้อย 3 ด้าน ระบบเงินสดย่อยแบบวงเงินคงที่ (Imprest System) ทำงานอย่างไร? ระบบเงินสดย่อยที่นิยมที่สุดคือระบบวงเงินคงที่ (Imprest System คือการกำหนดวงเงินไว้ตายตัว แล้วเบิกชดเชยเท่ายอดที่ใช้ไปทุกรอบ) หลักการคือ เงินสดในกล่องบวกใบเสร็จที่จ่ายไป ต้องเท่ากับวงเงินเสมอ ถ้าไม่เท่า แปลว่ามีเงินขาดหรือเกิน ระบบนี้ทำงาน 4 จังหวะ อีกแบบคือระบบไม่กำหนดวงเงิน ซึ่งเติมเงินเท่าไรก็ได้ตามสะดวก แบบนี้ตรวจยากกว่ามาก เพราะไม่มียอดตั้งต้นให้เทียบ SME ส่วนใหญ่จึงควรเริ่มจากแบบวงเงินคงที่ ควรตั้งวงเงินสดย่อยเท่าไร? วงเงินที่เหมาะคือ ยอดใช้จ่ายเงินสดเฉลี่ยต่อรอบ คูณจำนวนรอบที่จะเบิกชดเชย แล้วบวกเผื่อเล็กน้อย ไม่มีกฎหมายกำหนดตัวเลขนี้ ตัวเลขที่ดีที่สุดจึงมาจากยอดใช้จริงของบริษัทเอง สมมติคุณแพรเป็นเจ้าของบริษัทรับออกแบบตกแต่งภายใน มีพนักงาน 8 คน และจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ย้อนดูค่าใช้จ่ายเงินสด 3 เดือนที่ผ่านมาเฉลี่ยราว 2,750 บาทต่อสัปดาห์ และอยากเบิกชดเชยทุก 2 สัปดาห์ ถ้าตั้งสูงเกินไป เงินสดกองอยู่ในลิ้นชักโดยไม่จำเป็นและเสี่ยงหาย ถ้าตั้งต่ำเกินไป ต้องเบิกชดเชยถี่จนเสียเวลาทั้งผู้รักษาเงินและฝ่ายบัญชี เบิกเงินสดย่อยต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง? เบิกเงินสดย่อยแต่ละครั้งต้องมี 2 อย่างคู่กัน คือ ใบเบิกเงินสดย่อยซึ่งเป็นเอกสารภายใน และหลักฐานจากผู้ขาย เช่น ใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน หรือบิลเงินสด ใบเบิกบอกว่าใครเบิกไปทำอะไร ส่วนหลักฐานจากผู้ขายพิสูจน์ว่าจ่ายให้ใครจริง ทั้งสองอย่างใช้แทนกันไม่ได้ ใบเบิกเงินสดย่อยต้องมีรายการอะไร? ใบเบิกเงินสดย่อยไม่มีกฎหมายกำหนดรูปแบบ แต่ควรมีข้อมูลพอให้ผู้ตรวจย้อนดูได้ แบบฟอร์มเบิกเงินสดย่อยที่ใช้งานได้จริงควรมีรายการตามตารางนี้ รายการในใบเบิกตัวอย่างที่กรอกทำไมต้องมีเลขที่ใบเบิกและวันที่PC-2610-014 / 14 ต.ค. 2569เรียงลำดับและหาย้อนหลังได้ชื่อผู้เบิกและแผนกคุณมิ้นท์ / ฝ่ายออกแบบรู้ว่าใครรับเงินไปรายละเอียดค่าใช้จ่ายค่าเมสเซนเจอร์ส่งแบบให้ลูกค้าใช้แยกประเภทค่าใช้จ่ายตอนบันทึกบัญชีจำนวนเงิน320 บาทใช้รวมยอดตอนเบิกชดเชยเลขที่หลักฐานที่แนบใบเสร็จเลขที่ 0457ผูกใบเบิกกับหลักฐานจากผู้ขายลายเซ็นผู้เบิก ผู้อนุมัติ ผู้จ่ายเงิน3 ช่องแยกหน้าที่ ไม่ให้คนเดียวทำทุกขั้น ใบเบิกทุกใบควรถูกจดลงสมุดเงินสดย่อย (ทะเบียนที่บันทึกรายการรับจ่ายเงินสดย่อยเรียงตามวันที่) ซึ่งทำใน Excel หรือโปรแกรมบัญชีก็ได้ ยอดคงเหลือในสมุดต้องตรงกับเงินในกล่องทุกครั้งที่ตรวจนับ ไม่มีใบเสร็จ ใช้เอกสารอะไรแทนได้? ใช้ได้ 2 แบบ ตามว่าผู้ขายออกเอกสารให้ได้แค่ไหน และทั้งสองแบบต้องพิสูจน์ได้ว่าจ่ายให้ใครจริง ข้อควรระวังคือ ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงินใช้แทนใบกำกับภาษีไม่ได้ ถ้ารายจ่ายนั้นมี VAT และต้องการใช้ภาษีซื้อ ต้องขอใบกำกับภาษีเต็มรูปในชื่อบริษัทเท่านั้น ใบกำกับภาษีที่ไม่ใช่ชื่อบริษัทเป็นภาษีซื้อต้องห้าม (มาตรา 82/5 (1)) บันทึกบัญชีเงินสดย่อยอย่างไร? บันทึกบัญชีเงินสดย่อยในระบบวงเงินคงที่มีเพียง 2 จังหวะหลัก คือ ตอนตั้งวงเงิน และตอนเบิกชดเชย ระหว่างรอบที่จ่ายเงินทีละใบ ผู้รักษาเงินจดในสมุดอย่างเดียว ยังไม่ต้องลงบัญชีแยกประเภท ตัวเลขต่อไปนี้ใช้กรณีบริษัทของคุณแพร จังหวะที่ 1 ตั้งวงเงิน 6,000 บาท บัญชีเดบิตเครดิตเงินสดย่อย6,000เงินฝากธนาคาร6,000 จังหวะที่ 2 เบิกชดเชยหลังครบ 2 สัปดาห์ ใบเสร็จรวม 4,445 บาท ได้แก่ ค่าเมสเซนเจอร์ 1,280 บาท ค่าน้ำดื่มสำนักงาน 950 บาท และวัสดุสำนักงาน 2,215 บาท ซึ่งเป็นราคาก่อนภาษี 2,070 บาท บวกภาษีมูลค่าเพิ่ม 145 บาท ตามใบกำกับภาษีเต็มรูปในชื่อบริษัท ตอนตรวจนับ เงินในกล่องเหลือ 1,495 บาท ขณะที่ควรเหลือ 6,000 − 4,445 = 1,555 บาท จึงมีเงินขาดบัญชี 60 บาท ยอดเบิกชดเชยต้องเท่ากับ 6,000 − 1,495 = 4,505 บาท เพื่อให้กลับมาเต็มวงเงิน บัญชีเดบิตเครดิตค่าขนส่งเอกสาร1,280ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดสำนักงาน950วัสดุสำนักงาน2,070ภาษีซื้อ145เงินขาดบัญชี60เงินฝากธนาคาร4,505 ตรวจยอด 1,280 + 950 + 2,070 + 145 + 60 = 4,505 บาท และเงินในกล่องหลังเติม 1,495 + 4,505 = 6,000 บาท เท่ากับวงเงินพอดี สังเกตว่าในจังหวะนี้ไม่ได้แตะบัญชีเงินสดย่อยเลย เพราะวงเงินยังเท่าเดิม จังหวะเสริมที่ใช้ไม่บ่อย ควบคุมเงินสดย่อยไม่ให้รั่วไหลอย่างไร? วิธีที่ได้ผลที่สุดคือ แยกคนถือเงิน คนอนุมัติ และคนบันทึกบัญชีออกจากกัน แล้วตรวจนับแบบไม่แจ้งล่วงหน้าเป็นครั้งคราว 2 ข้อนี้ทำให้การหยิบเงินไปใช้ก่อนหรือสร้างใบเสร็จขึ้นเองทำได้ยากมาก แม้ในบริษัทเล็ก บทบาทหน้าที่ไม่ควรทำผู้รักษาเงินถือเงิน จ่ายตามใบเบิก จดสมุดอนุมัติใบเบิกของตัวเองผู้อนุมัติเซ็นอนุมัติใบเบิกและใบขอเบิกชดเชยถือเงินสดเองผู้ทำบัญชีตรวจใบเสร็จและบันทึกบัญชีจ่ายเงินสดย่อย จุดที่ต้องแยกให้ออกจากตารางนี้คือ ในบริษัทที่มีพนักงานไม่กี่คน เจ้าของมักเป็นผู้อนุมัติเอง ซึ่งใช้ได้ ขอแค่ผู้ถือเงินกับผู้บันทึกบัญชีไม่ใช่คนเดียวกัน นโยบายเพิ่มเติมที่ช่วยได้มาก จากที่เคยเห็น เงินที่หายส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากการทุจริตก้อนใหญ่ แต่มาจากการยืมเงินในกล่องไปใช้ก่อนแล้วลืมคืน การตรวจนับแบบไม่แจ้งล่วงหน้าเดือนละครั้งช่วยปิดช่องนี้ได้เกือบทั้งหมด เงินสดย่อยต่างจากเงินทดรองจ่ายอย่างไร? เงินสดย่อยเป็นวงเงินคงที่ที่อยู่ในสำนักงานสำหรับค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดประจำวัน ส่วนเงินทดรองจ่ายเป็นเงินที่ให้พนักงานถือออกไปใช้ในงานเฉพาะครั้ง แล้วเคลียร์ปิดยอดเป็นรายครั้ง ประเด็นเงินสดย่อยเงินทดรองจ่ายใช้เมื่อไรค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดประจำวันงานเฉพาะครั้ง เช่น เดินทาง ซื้อของหน้างานใครถือเงินผู้รักษาเงินพนักงานที่ออกไปทำงานนั้นปิดยอดอย่างไรเบิกชดเชยให้เต็มวงเงินเป็นรอบเคลียร์รายครั้ง คืนเงินที่เหลือหมวดในงบเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดสินทรัพย์หมุนเวียน (ลูกหนี้อื่น) ขั้นตอนเบิก เคลียร์ และบันทึกบัญชีเงินทดรองจ่ายพร้อมการแยกภาษีซื้อ อ่านต่อได้ที่บทความเงินทดรองจ่าย คืออะไร ข้อควรรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเงินสดย่อย เรื่องนี้ดูเล็ก แต่เป็นรายการที่ทั้งผู้สอบบัญชีและสรรพากรมักสุ่มตรวจ เพราะเอกสารมักไม่ครบ เรื่องที่ช่วยให้ระบบเรียบร้อยมีดังนี้ สรุป – เงินสดย่อยต้องจำอะไรบ้าง? เงินสดย่อยเป็นระบบเล็ก ๆ ที่บอกได้ทุกวันว่าเงินสดของบริษัทไปไหน ถ้าเงินในกล่องบวกใบเสร็จเท่ากับวงเงินทุกครั้งที่ตรวจนับ ก็มั่นใจได้ว่าระบบทำงาน เรื่องที่ต้องจำมี 4 ข้อ ถ้าจะเริ่มจากวันนี้ ลองนับเงินในกล่องตอนนี้เลย แล้วรวมกับใบเสร็จที่ยังไม่ได้เบิกชดเชย ถ้าไม่เท่ากับวงเงิน นั่นคือจุดแรกที่ต้องตามหาคำตอบ ถ้าอยากให้การเทียบยอดแบบนี้ทำได้ทุกวันโดยไม่ต้องนับมือ PEAK Account ให้ตั้งช่องทางเงินสดย่อยแยกในเมนูการเงิน เติมเงินและบันทึกค่าใช้จ่ายจากช่องทางนั้น ยอดคงเหลือในระบบจึงใช้เทียบกับเงินในกล่องได้ทันที ดูขั้นตอนการบันทึกเงินสดย่อยใน PEAK สำหรับใครที่อยากเรียนรู้เรื่องบัญชีและภาษีเพิ่มเติม PEAK มีบทความให้อ่านต่อทั้งบทความด้านบัญชี บทความด้านภาษี บทความด้านธุรกิจ และบทความอัปเดตฟีเจอร์โปรแกรมบัญชี แหล่งอ้างอิง: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเงินสดย่อย เงินสดย่อยอยู่หมวดไหนในงบการเงิน? อยู่ในสินทรัพย์หมุนเวียน รวมในบรรทัดเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ยอดที่แสดงคือเงินที่มีอยู่จริง ณ วันสิ้นงวด จึงควรเบิกชดเชยก่อนปิดบัญชีเพื่อให้ยอดตรงกับเงินจริง เงินสดย่อยเป็นเงินสดไหม? เป็น เพราะเป็นเงินสดในมือของบริษัทที่แยกไว้ใช้เฉพาะเรื่อง จึงนับรวมกับเงินสดในงบ ต่างจากเงินทดรองจ่ายที่ยังเป็นสิทธิเรียกร้องจากพนักงาน เงินสดย่อย ภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร? เรียกว่า Petty Cash ส่วนกองทุนเงินสดย่อยแบบวงเงินคงที่เรียกว่า Imprest Fund และสมุดเงินสดย่อยเรียกว่า Petty Cash Book เงินสดย่อยขาด ผู้รักษาเงินต้องชดใช้ไหม? ไม่เสมอไป ขึ้นกับสาเหตุ ถ้าขาดเพราะทอนเงินผิดเล็กน้อย บริษัทมักบันทึกเป็นเงินขาดบัญชี แต่ถ้าจะหักจากค่าจ้าง พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานอนุญาตเฉพาะค่าเสียหายจากการจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงและลูกจ้างยินยอม หักได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของค่าจ้างเว้นแต่ลูกจ้างยินยอม (มาตรา 76) ร้านเล็กที่เจ้าของทำเองคนเดียว ต้องมีเงินสดย่อยไหม? ไม่บังคับ กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ต้องมีระบบนี้ แต่ถ้าเป็นนิติบุคคล การแยกเงินก้อนนี้ออกจากเงินส่วนตัวช่วยให้ค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ มีหลักฐานครบและใช้หักภาษีได้ ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

14 Oct 2026

PEAK Account

23 min

เงินทดรองจ่าย คืออะไร สรุปวิธีเบิก บันทึกบัญชี พร้อมตัวอย่าง

เงินทดรองจ่าย คืออะไร และสำคัญอย่างไร? เงินทดรองจ่าย คือ เงินที่บริษัทจ่ายล่วงหน้าให้พนักงานถือไปใช้จ่ายในงานของบริษัท แล้วพนักงานต้องนำใบเสร็จมาเคลียร์พร้อมคืนเงินที่เหลือภายหลัง ภาษาอังกฤษนิยมเรียกว่า Cash Advance หรือ Employee Advance คำว่า ทดรองจ่าย หมายถึง การออกเงินให้ไปก่อน แล้วค่อยมาสะสางกันทีหลัง บางที่ใช้คำว่า Advance Payment ซึ่งต้องระวัง เพราะในงานบัญชีคำนี้มักหมายถึงเงินจ่ายล่วงหน้าค่าสินค้าให้ผู้ขาย ไม่ใช่เงินที่ให้พนักงานถือไปใช้ สำหรับเจ้าของธุรกิจ เรื่องนี้สำคัญอย่างน้อย 3 ด้าน เงินทดรองจ่าย อยู่หมวดไหนในงบการเงิน? เงินทดรองจ่าย อยู่หมวดสินทรัพย์หมุนเวียน ในงบแสดงฐานะการเงิน โดยมักแสดงรวมในลูกหนี้อื่นหรือแยกบรรทัดเป็น “เงินทดรองจ่ายพนักงาน” เหตุผลคือ ระหว่างที่ยังไม่เคลียร์ บริษัทมีสิทธิเรียกเงินคืนหรือเรียกหลักฐานการใช้จ่ายจากพนักงาน จึงเป็นสิทธิเรียกร้อง ยังไม่ใช่ค่าใช้จ่าย พอเคลียร์แล้ว ส่วนที่ใช้จริงจะย้ายไปเป็นค่าใช้จ่ายหรือต้นทุนตามประเภท ส่วนที่เหลือกลับเป็นเงินสด ความหมายและประเภทของสินทรัพย์กลุ่มนี้อ่านเพิ่มได้ที่บทความสินทรัพย์หมุนเวียน คืออะไร สถานะของเงิน หมวดในงบ ตัวอย่างชื่อบัญชี จ่ายให้พนักงานแล้ว ยังไม่เคลียร์ สินทรัพย์หมุนเวียน เงินทดรองจ่ายพนักงาน / ลูกหนี้อื่น เคลียร์แล้ว ส่วนที่ใช้จริง ค่าใช้จ่ายหรือต้นทุน วัสดุสิ้นเปลือง ค่าเดินทาง ค่าที่พัก เคลียร์แล้ว ส่วนที่คืนบริษัท สินทรัพย์หมุนเวียน เงินสด / เงินฝากธนาคาร ตารางนี้บอกว่าเงินทดรองจ่ายไม่เคยเป็นค่าใช้จ่ายตั้งแต่วันที่จ่าย จุดที่มักเข้าใจผิดคือ บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทั้งก้อนตั้งแต่วันเบิก ทำให้กำไรของงวดนั้นต่ำกว่าความจริง และตามไม่ได้ว่าเงินส่วนที่ไม่ได้ใช้หายไปไหน ขั้นตอนเบิกและเคลียร์เงินทดรองจ่ายมีอะไรบ้าง? ขั้นตอนหลักมี 4 ขั้น คือ ขอเบิก อนุมัติและจ่ายเงิน ใช้จ่ายพร้อมเก็บหลักฐาน และเคลียร์เงินทดรองจ่ายภายในเวลาที่นโยบายกำหนด ทุกขั้นควรมีเอกสารรองรับ เพื่อให้ผู้ทำบัญชีบันทึกได้ถูกงวดและภาษีไม่ตกหล่น สมมติคุณบอยเป็นเจ้าของบริษัทรับติดตั้งแอร์ วันหนึ่งช่างต้องออกไปหน้างานต่างอำเภอและอาจต้องซื้ออะไหล่เพิ่มหน้างาน คุณบอยจึงอนุมัติเงินทดรองจ่ายให้หัวหน้าช่าง 12,000 บาท ใบเบิกเงินทดรองจ่ายควรมีรายการอะไร? ใบเบิกเงินทดรองจ่ายควรมีข้อมูลพอให้คนที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ตรวจย้อนได้ว่าใครเบิก เบิกไปทำอะไร และต้องเคลียร์เมื่อไร รายการขั้นต่ำสรุปได้ตามตารางนี้ รายการในใบเบิก ทำไมต้องมี เลขที่ใบเบิกและวันที่ ใช้อ้างอิงตอนเคลียร์และตามยอดค้าง ชื่อ ตำแหน่ง แผนกผู้เบิก ระบุว่าใครต้องรับผิดชอบเงินก้อนนี้ วัตถุประสงค์และงานหรือโครงการ ใช้ตรวจว่าค่าใช้จ่ายตอนเคลียร์ตรงกับงานที่ขอ จำนวนเงินเป็นตัวเลขและตัวอักษร ป้องกันการแก้ไขตัวเลข กำหนดวันเคลียร์ ใช้ติดตามยอดค้างเกินกำหนด ลายเซ็นผู้เบิก ผู้อนุมัติ และผู้จ่ายเงิน แยกหน้าที่ ไม่ให้คนเดียวเบิกเองอนุมัติเอง สิ่งที่ต้องรู้คือ ใบเบิกเป็นเอกสารภายใน ใช้พิสูจน์การจ่ายเงินให้พนักงาน แต่ใช้แทนใบเสร็จของร้านค้าไม่ได้ ตอนเคลียร์ยังต้องมีหลักฐานจากผู้ขายเสมอ ใช้เงินไม่หมดหรือใช้เกิน ต้องทำอย่างไร? ใช้ไม่หมด พนักงานคืนเงินส่วนที่เหลือพร้อมใบเสร็จ ใช้เกิน บริษัทจ่ายส่วนต่างคืนให้พนักงานหลังตรวจหลักฐานแล้ว ทั้งสองกรณีต้องปิดยอดเงินทดรองจ่ายของพนักงานคนนั้นให้เป็นศูนย์ ถ้าเงินที่เหลือไม่ได้คืนในวันเคลียร์ ยอดนั้นยังค้างอยู่ในบัญชีเงินทดรองจ่ายพนักงาน และควรถูกติดตามจนกว่าจะคืนครบ บันทึกบัญชีเงินทดรองจ่ายอย่างไร? เงินทดรองจ่าย บันทึกบัญชี 2 จังหวะ คือ ตอนจ่ายให้พนักงานบันทึกเป็นสินทรัพย์ และตอนเคลียร์ล้างบัญชีนั้นออก แยกเป็นค่าใช้จ่าย ภาษีซื้อ และเงินที่คืน ตัวเลขต่อไปนี้ใช้กรณีร้านของคุณบอย จังหวะที่ 1 จ่ายเงินทดรอง 12,000 บาท บัญชี เดบิต เครดิต เงินทดรองจ่ายพนักงาน 12,000 เงินฝากธนาคาร 12,000 จังหวะที่ 2 เคลียร์ ใช้จริง 10,165 บาท ซึ่งเป็นค่าอะไหล่ 9,500 บาท บวกภาษีมูลค่าเพิ่ม 9,500 × 7% = 665 บาท และคืนเงิน 1,835 บาท บัญชี เดบิต เครดิต อะไหล่และวัสดุติดตั้ง 9,500 ภาษีซื้อ 665 เงินสด 1,835 เงินทดรองจ่ายพนักงาน 12,000 รวมเดบิต 9,500 + 665 + 1,835 = 12,000 บาท เท่ากับยอดที่ล้างออกพอดี จุดที่คนพลาดบ่อยคือ บันทึกค่าอะไหล่ 10,165 บาททั้งก้อน ทำให้เสียสิทธิใช้ภาษีซื้อ 665 บาทไปโดยไม่รู้ตัว กรณีใช้เกิน สมมติงานถัดไปใช้จริงค่าอะไหล่ 12,500 บาท ภาษีซื้อ 875 บาท รวม 13,375 บาท บริษัทต้องจ่ายเพิ่มให้ช่าง 13,375 − 12,000 = 1,375 บาท บัญชี เดบิต เครดิต อะไหล่และวัสดุติดตั้ง 12,500 ภาษีซื้อ 875 เงินทดรองจ่ายพนักงาน 12,000 เงินสด 1,375 ถ้าพนักงานใช้เงินทดรองไปจ่ายค่าบริการที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย เช่น จ้างผู้รับเหมาช่วงยกของขึ้นตึก หน้าที่หักและนำส่งยังเป็นของบริษัทในฐานะผู้จ่ายตัวจริง ไม่ใช่ของพนักงาน อัตราที่ต้องหักขึ้นกับประเภทเงินได้ จึงควรให้พนักงานแจ้งฝ่ายบัญชีก่อนจ่ายทุกครั้ง ทดรองจ่ายแทนลูกค้าคืออะไร และบันทึกต่างกันอย่างไร? ทดรองจ่ายแทนลูกค้า คือ กรณีที่ธุรกิจออกเงินจ่ายค่าใช้จ่ายที่เป็นของลูกค้าไปก่อน แล้วเรียกเก็บคืนเท่ากับที่จ่ายจริง ต่างจากเงินทดรองพนักงานตรงที่เงินก้อนนี้ไม่ได้ใช้ในงานของเราเอง จึงไม่ควรบันทึกเป็นรายได้หรือค่าใช้จ่ายของเรา แต่บันทึกเป็นลูกหนี้ลูกค้า ธุรกิจที่เจอกรณีนี้บ่อยคือ ชิปปิ้งที่จ่ายค่าภาระท่าเรือแทนผู้นำเข้า สำนักงานบัญชีที่จ่ายค่าธรรมเนียมราชการแทนลูกค้า และเอเจนซีที่จ่ายค่าสถานที่แทนลูกค้า ตัวอย่าง: บริษัทชิปปิ้งของคุณต้นจ่ายค่าภาระท่าเรือแทนผู้นำเข้า 8,640 บาท ตามใบเสร็จที่ออกในชื่อผู้นำเข้า แล้วเรียกเก็บคืนพร้อมค่าบริการของตัวเอง หลักที่ช่วยแยกคือ ใครเป็นผู้ได้ประโยชน์จากค่าใช้จ่ายนั้น และเอกสารออกในชื่อใคร มาตรฐาน TFRS for NPAEs ฉบับปรับปรุง 2565 ยังเพิ่มแนวทางพิจารณาว่ากิจการเป็นตัวการหรือตัวแทน ซึ่งใช้ตัดสินเรื่องนี้ได้ตรง ๆ ภาระภาษีของกรณีนี้ขึ้นกับรูปแบบสัญญาและชื่อในเอกสารเป็นหลัก วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือ ให้ผู้ขายออกเอกสารในชื่อลูกค้า เรียกเก็บคืนเท่ายอดจริงโดยแยกจากค่าบริการ และถ้าธุรกิจทำรายการแบบนี้เป็นประจำ ควรให้ผู้สอบบัญชีหรือสรรพากรพื้นที่ยืนยันวิธีปฏิบัติก่อน กรรมการหรือพนักงานออกเงินส่วนตัวจ่ายแทนบริษัท บันทึกอย่างไร? กรณีนี้กลับด้านกับเงินทดรองจ่าย บริษัทไม่ได้ให้เงินไปก่อน แต่กรรมการหรือพนักงานควักเงินส่วนตัวจ่ายแทน บางที่เรียกว่าเงินสำรองจ่าย หรือทดรองจ่ายจากเงินส่วนตัว บริษัทจึงเป็นหนี้คนนั้น ต้องบันทึกเป็นหนี้สินหมุนเวียน เช่น เจ้าหนี้กรรมการหรือเจ้าหนี้พนักงาน ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย สมมติคุณบอยรูดบัตรเครดิตส่วนตัวซื้อเครื่องมือให้บริษัท 4,280 บาท (ราคาก่อนภาษี 4,000 บาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม 280 บาท) และขอใบกำกับภาษีในชื่อบริษัท ถ้ากรรมการจ่ายแทนบ่อยและไม่โอนคืน ยอดเจ้าหนี้กรรมการจะโตจนกลายเป็นเงินกู้ยืมกรรมการในงบ ควรสรุปและโอนคืนเป็นรอบ เช่น ทุกสิ้นเดือน เงินทดรองจ่ายต่างจากเงินสดย่อยอย่างไร? เงินทดรองจ่ายให้ไปเป็นครั้ง ๆ ตามงาน แล้วเคลียร์ปิดยอดเป็นรายครั้ง ส่วนเงินสดย่อยเป็นวงเงินคงที่ที่เก็บไว้ในบริษัทเพื่อจ่ายค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ น้อย ๆ ประจำวัน แล้วเบิกชดเชยให้กลับมาเต็มวงเงิน ระบบวงเงินคงที่นี้เรียกว่า Imprest System ซึ่งเป็นของเงินสดย่อย ไม่ใช่ชื่อเรียกอื่นของเงินทดรองจ่าย ประเด็น เงินทดรองจ่าย เงินสดย่อย ใช้เมื่อไร งานเฉพาะครั้ง เช่น เดินทาง ซื้อของหน้างาน ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดประจำวัน ใครถือเงิน พนักงานที่ออกไปทำงานนั้น ผู้รักษาเงินสดย่อยที่ได้รับแต่งตั้ง ปิดยอดอย่างไร เคลียร์รายครั้ง คืนเงินที่เหลือ เบิกชดเชยให้เต็มวงเงินเป็นรอบ หมวดในงบ สินทรัพย์หมุนเวียน (ลูกหนี้อื่น) เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด วิธีตั้งวงเงิน เบิกชดเชย และบันทึกบัญชีเงินสดย่อยแบบละเอียด อ่านต่อได้ที่บทความ เงินสดย่อย (Petty Cash) คืออะไร วางนโยบายควบคุมเงินทดรองจ่ายอย่างไร? นโยบายที่ใช้ได้จริงควรตอบ 4 เรื่อง คือ ใครเบิกได้เท่าไร ต้องเคลียร์ภายในกี่วัน ถ้ายังค้างจะเบิกใหม่ได้ไหม และถ้าไม่เคลียร์จะทำอย่างไร กฎหมายไม่ได้กำหนดตัวเลขเหล่านี้ไว้ บริษัทจึงต้องเขียนเองให้ชัดและแจ้งพนักงานล่วงหน้า เรื่องหักเงินเดือนเมื่อพนักงานไม่เคลียร์ต้องระวังเป็นพิเศษ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ห้ามหักค่าจ้าง เว้นแต่เข้ากรณีที่กฎหมายกำหนด เช่น หนี้เพื่อสวัสดิการที่ลูกจ้างยินยอมล่วงหน้า หรือค่าเสียหายจากการจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงที่ลูกจ้างยินยอม กรณีเหล่านี้แต่ละกรณีหักได้ไม่เกินร้อยละ 10 รวมกันไม่เกินหนึ่งในห้าของค่าจ้าง เว้นแต่ลูกจ้างยินยอม (มาตรา 76) เงินทดรองที่ค้างเคลียร์ไม่ได้อยู่ในรายการเหล่านี้โดยตรง วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือ ให้พนักงานเซ็นหนังสือยินยอมเฉพาะเรื่องไว้ตั้งแต่ตอนเบิก และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญกฎหมายแรงงานก่อนหักจริง ข้อควรรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเงินทดรองจ่าย เงินทดรองจ่ายเป็นเรื่องเล็กในแต่ละครั้ง แต่ถ้าปล่อยหลวมจะกลายเป็นยอดค้างที่ตรวจย้อนไม่ได้ เรื่องที่ช่วยให้คุมได้ง่ายขึ้นมีดังนี้ เงินทดรองจ่ายไม่ได้ยากที่การบันทึกบัญชี แต่ยากที่การตามเอกสารกลับมาให้ครบและทันงวด หัวใจอยู่ที่ 3 เรื่อง คือ จ่ายแบบมีหลักฐาน ขอใบกำกับภาษีในชื่อบริษัท และกำหนดวันเคลียร์ที่ทุกคนรู้ ถ้าจะเริ่มจากวันนี้ ลองดึงรายการเงินทดรองจ่ายที่ยังค้างอยู่ทั้งหมดออกมาดูสักครั้ง เรียงตามวันที่เบิก แล้วตามเคลียร์รายการที่เก่าที่สุดก่อน สำหรับใครที่อยากเรียนรู้เรื่องบัญชีและภาษีเพิ่มเติม PEAK มีบทความให้อ่านต่อทั้งบทความด้านบัญชี บทความด้านภาษี บทความด้านธุรกิจ และบทความอัปเดตฟีเจอร์โปรแกรมบัญชี แหล่งอ้างอิง: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ เงินทดรองจ่าย ทดรองจ่าย หรือ ทดลองจ่าย คำไหนถูก? “ทดรองจ่าย” ถูกต้อง ทดรอง หมายถึงออกเงินให้ไปก่อน ส่วน “ทดลอง” หมายถึงลองทำดู คนจำนวนมากสะกดสลับกันเพราะออกเสียงใกล้กัน เอกสารทางการ เช่น ระเบียบเรื่องเงินทดรองราชการ ก็ใช้คำว่าทดรอง เงินทดรองจ่ายต้องมีใบกำกับภาษีไหม? ต้องมี ถ้าร้านค้าจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและบริษัทต้องการใช้ภาษีซื้อ ใบกำกับภาษีต้องออกในชื่อบริษัท ถ้าร้านค้าไม่ได้จด VAT ให้ใช้ใบเสร็จรับเงินหรือบิลเงินสดที่มีชื่อผู้ขายครบเป็นหลักฐานรายจ่ายแทน เงินทดรองจ่ายของบริษัทเหมือนกับเงินทดรองราชการไหม? ไม่เหมือน เงินทดรองราชการเป็นเงินที่ส่วนราชการถือไว้จ่ายล่วงหน้าตามระเบียบของทางราชการ มีขั้นตอนและกำหนดเวลาตามระเบียบนั้น ส่วนเงินทดรองจ่ายของบริษัทเอกชนใช้นโยบายที่บริษัทกำหนดเอง ภายใต้กฎหมายบัญชีและภาษี เงินทดรองจ่าย ภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร? นิยมใช้ Cash Advance หรือ Employee Advance ถ้าเขียนว่า Advance Payment ควรมีคำอธิบายกำกับ เพราะคำนี้มักหมายถึงเงินจ่ายล่วงหน้าค่าสินค้าให้ผู้ขาย เงินทดรองจ่ายที่ค้างข้ามปีต้องทำอย่างไร? ยอดที่ยังไม่เคลียร์จะแสดงเป็นสินทรัพย์หมุนเวียนในงบสิ้นปี แต่ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นแล้วควรตามเอกสารมาบันทึกให้ทันงวดที่เกิด ถ้ารอข้ามปี ค่าใช้จ่ายจะไปตกอยู่ผิดปีและกระทบกำไรทั้งสองปี ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

12 Oct 2026

PEAK Account

23 min

ตัน ภาสกรนที บทเรียนธุรกิจนอกตำรา – สรุปเนื้อหา ลงทุนแมน Summit 2026

ถ้าอยากรู้สภาพเศรษฐกิจ ไม่ต้องรอดูข่าวเที่ยง แค่มองข้างทางก็รู้ได้แล้ว นี่คืออีกหนึ่งบทเรียนจาก ‘คุณตัน ภาสกรนที’ หรือ ตัน อิชิตัน ผู้ก่อตั้งแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มชั้นนำของไทย ได้ร่วมแบ่งปันบนเวที ลงทุนแมน Summit 2026 ถ่ายทอดเรื่องราวจากต้นทุนชีวิตที่เคยติดลบ จนพลิกผันกลายเป็นเศรษฐีระดับหมื่นล้าน บทเรียนของคุณตันไม่ได้มาจากทฤษฎีในห้องเรียน แต่เกิดจากการลงมือทำจริง เจ็บจริง และการมองเห็นโอกาสในจังหวะที่มหาชนเห็นเพียงแค่วิกฤต ซึ่ง ‘วิชาชีวิต’ เหล่านี้เอง ที่เปรียบเสมือนเข็มทิศชี้นำให้คุณตันกลายเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ สรุป 5 ประเด็นสำคัญจากเวที Life-Long MBA วิชาธุรกิจที่ในตำราไม่มีสอน อ่านเศรษฐกิจจริงจากตลาดนัด ไม่ต้องรอตัวเลข GDP คุณตันดูสัญญาณเศรษฐกิจจากธุรกิจที่ตัวเองทำ เช่น ตลาดนัดไม่มีผู้ค้า โรงแรมลดราคาห้อง หรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล ราคา 10-15 บาทขายดีขึ้น เป็นสัญญาณเศรษฐกิจที่ชัดเจนกว่าตัวเลข GDP เพราะเป็นสัญญาณแบบ Real-Time ที่ไม่ได้อ้างอิงจากอดีต และยังสามารถใช้คาดการณ์เศรษฐกิจล่วงหน้าได้ 1-2 ปีอีกด้วย สถานการณ์ ความหมาย ตลาดนัดไม่มีผู้ค้า คนไม่กล้าใช้เงิน ไม่มาเดินตลาด ทำให้พ่อค้าแม่ค้าจ่ายค่าเช่าไม่ไหว เกิดสภาวะสภาพคล่องตึงตัวรุนแรงจนต้องพึ่งพาหนี้นอกระบบ โรงแรมลดราคาห้อง เศรษฐกิจชะลอตัว ส่งผลให้อัตราการเข้าพักลดลง โรงแรมลดค่าห้องอย่างหนัก เพื่อแข่งขันด้านราคา ยอดขายเครื่องดื่มน้ำตาลราคาถูกสูงขึ้น ผู้บริโภคระดับฐานรากเกิดความเครียด ต้องการพลังงานราคาถูกจากน้ำตาล โดยไม่มีงบเพียงพอที่จะซื้อกาแฟหรือชา โมเดลธุรกิจ ขายไส้กรอกไม่เลี้ยงหมู ในยุคที่เศรษฐกิจมีความผันผวน การแบกรับสินทรัพย์ขนาดใหญ่ถือเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่องค์กรควรหลีกเลี่ยง แม้โรงงานผลิตเครื่องดื่มของคุณตันจะมียอดการผลิตมหาศาลจนคนส่วนใหญ่มองว่า การลงทุนซื้อเครื่องจักรเพื่อผลิตขวด พิมพ์ฉลาก หรือทำกล่องบรรจุภัณฑ์เองคือวิธีลดต้นทุนระยะยาวที่ดีที่สุด ทว่าในมุมมองของคุณตัน การทำเช่นนั้นคือการแบกรับความเสี่ยงที่เกินจำเป็น ปัจจุบันทิศทางการบริหารของอิชิตันจึงเลือกที่จะไม่เป็นเจ้าของโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก แต่หันไปโฟกัสสิ่งที่ตนเชี่ยวชาญ นั่นคือการผลิตและทำยอดขายปริมาณมากเพื่อกดต้นทุนต่อหน่วยให้ต่ำที่สุด กลยุทธ์การไม่ผูกมัดตัวเองไว้กับสินทรัพย์เหล่านี้ยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นทางธุรกิจได้อย่างมหาศาล ตัวอย่างเช่น เมื่อมีเทคโนโลยีเครื่องผลิตขวดรุ่นใหม่ที่คุ้มค่ากว่า ในขณะที่แบรนด์อื่นอาจต้องปวดหัวกับการหาทางปลดระวางเครื่องจักรเก่า คุณตันเพียงแค่ยกหูโทรศัพท์เจรจากับซัพพลายเออร์ ก็สามารถอัปเกรดเทคโนโลยีและลดต้นทุนได้ทันทีโดยไม่ต้องลงทุนเองให้เจ็บตัว ค่าเสื่อม = ค่าโง่ที่จ่ายไปแล้ว ผู้ประกอบการหลายคนมักนำ “ค่าเสื่อมราคา” มาบวกรวมเป็นต้นทุนในการตั้งราคาจนสินค้าแพงเกินไป แต่คุณตันกลับมีมุมมองที่สวนทางอย่างสิ้นเชิง โดยมองว่าค่าเสื่อมราคาเปรียบเสมือน “ค่าโง่” หรือเงินก้อนที่จ่ายไปแล้วตั้งแต่ตอนซื้อเครื่องจักร ไม่ว่าจะเดินเครื่องผลิตหรือไม่ธุรกิจก็ต้องแบกรับภาระส่วนนี้เท่าเดิม ดังนั้น แทนที่จะนำค่าเสื่อมมาบวกจนเสียเปรียบทางการแข่งขัน ควรหันมาตั้งราคาให้สู้ในตลาดได้เพื่อเร่งสร้างยอดการผลิต (Volume) ให้ได้มากที่สุด ในมุมมองทางบัญชี แนวคิดนี้ถือเป็นกลยุทธ์ที่ถูกต้องสำหรับการตัดสินใจระยะสั้น เนื่องจากค่าเสื่อมเป็นต้นทุนคงที่ ขอเพียงราคาขายครอบคลุมต้นทุนผันแปรต่อชิ้นธุรกิจก็สามารถเดินหน้าต่อได้ ส่วนในระยะยาวนั้น ธุรกิจยังคงจำเป็นต้องสร้างกำไรรวมให้มากพอเพื่อเตรียมกระแสเงินสดไว้สำหรับซื้อเครื่องจักรใหม่ทดแทน ในอนาคต ซึ่งทฤษฎีของคุณตันตอบโจทย์ข้อนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะเมื่อโรงงานเดินเครื่องผลิตเต็มกำลัง ต้นทุนต่อหน่วยจะลดฮวบลงอย่างมหาศาล แม้กำไรต่อชิ้นจะบางลง แต่ด้วยปริมาณยอดขายที่สูงถึงระดับร้อยล้านต่อเดือน กำไรจากยอดขายมหาศาลนี้ก็จะหมุนกลับมาครอบคลุมค่าเสื่อมราคาในงบการเงินได้เองในที่สุด การลงทุนในระบบ Automation สำหรับโรงงานขนาดใหญ่ แม้การสร้างระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ (Auto Warehouse) จะเป็นการลงทุนก้อนใหญ่จนนักบัญชีของบริษัทไม่เห็นด้วย แต่ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งลดต้นทุนด้านเวลา คุณตันจึงตัดสินใจเดินหน้าสร้างคลังสินค้าสูง 12 ชั้น บนพื้นที่ 120,000 ตารางเมตร เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน ระบบนี้นอกจากจะช่วยให้เบิกจ่ายสินค้าได้รวดเร็วภายใน 20 นาทีแล้ว ยังทำให้ผู้สอบบัญชีสามารถตรวจนับสต็อกได้อย่างแม่นยำถึง 100% ในมุมของการบริหาร หากไม่มีระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ โรงงานจะต้องหยุดสายการผลิตอย่างน้อย 2 วันเต็มเพื่อตรวจนับสินค้า ซึ่งสำหรับอิชิตันแล้ว การหยุดเครื่องจักรหมายถึงการสูญเสียโอกาสในการผลิตที่สูงถึง 600 ขวดต่อนาทีต่อเครื่อง ดังนั้น การลงทุนกับเทคโนโลยีอัตโนมัติในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การลดภาระค่าแรง แต่เป็นการอุดรอยรั่วและป้องกันความสูญเสียเชิงโอกาสทางการค้าได้อย่างมหาศาล แนวคิดการลงทุนแบบสวนทางตลาด และการสะสมเครดิตกับธนาคาร การสร้างความมั่งคั่งที่ยั่งยืนไม่ได้เกิดจากการวิ่งตามกระแสมหาชน แต่เกิดจากการมีกรอบคิดแบบสวนทาง ควบคู่กับวินัยทางการเงินที่เคร่งครัดเพื่อเตรียมสภาพคล่องให้พร้อมช้อนซื้อสินทรัพย์ในจังหวะวิกฤต การเข้าซื้อสินทรัพย์แบบสวนทาง ปรัชญาการลงทุนที่ถือเป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับความสำเร็จของคุณตัน คือแนวคิดที่ว่า “ดี = ไม่ดี, รวย = เจ๊ง” เพราะเมื่อใดที่สินทรัพย์ชิ้นหนึ่งได้รับความนิยมจนถึงขีดสุด ราคามักจะพุ่งสูงเกินจริงและใกล้ถึงจุดที่ต้องปรับตัวลงมา ในทางกลับกัน ช่วงเวลาที่เศรษฐกิจซบเซาจนนักลงทุนหลายคนต้องยอมตัดใจขายขาดทุน กลับเป็น “โอกาสทอง” ในการเข้าช้อนซื้อสินทรัพย์ที่มีศักยภาพสูง ด้วยวิสัยทัศน์ที่กล้าคิดสวนกระแสนี้ คุณตันจึงมักอาศัยจังหวะที่ตลาดตกต่ำเข้าไปกว้านซื้อที่ดินในทำเลทอง ไม่ว่าจะเป็นย่านสุขุมวิท ทองหล่อ หรือถนนนิมมานเหมินท์ กลยุทธ์นี้เองที่ทำให้เขาสามารถครอบครองสินทรัพย์คุณภาพเยี่ยมได้ในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าความเป็นจริงอย่างมหาศาล ตรรกะไม่เก็บเงินสดระยะยาว เพื่อชนะเงินเฟ้อ การฝากเงินสดทิ้งไว้ในธนาคารเฉยๆ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ทำให้เราเสียเปรียบในระยะยาว เพราะดอกเบี้ยเงินฝากที่ได้รับมักจะเติบโตไม่ทันอัตราเงินเฟ้อที่แท้จริง ส่งผลให้มูลค่าของเงินลดลงเรื่อยๆ จนในอนาคตอาจไม่สามารถซื้อสินทรัพย์ชิ้นเดิมในราคาเดิมได้อีกต่อไป ดังนั้น ทางออกที่ดีที่สุดคือการนำเงินสดไปแปลงสภาพให้กลายเป็น “สินทรัพย์ที่ไม่เป็นภาระและสามารถสร้างรายได้” อย่างเช่น การลงทุนในที่ดินบนทำเลที่มีศักยภาพ ซึ่งนอกจากจะช่วยรักษามูลค่าของเงินไม่ให้หดหายไปตามกาลเวลาแล้ว ยังมีโอกาสเติบโตและสร้างผลตอบแทนทวีคูณในอนาคตได้อีกด้วย จากหนี้ช่วงต้มยำกุ้ง สู่เครดิตที่ธนาคารแข่งกันให้กู้ ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 คุณตันเลือกใช้วิธี “ตัดแขนขารักษาชีวิต” โดยยอมขายตึกแถวเพื่อนำเงินสดมาโปะลดหนี้ พร้อมเข้าไปเจรจากับธนาคารกรุงศรีเพื่อขอยืดระยะเวลาผ่อนชำระออกไปเป็น 5 ปี สิ่งสำคัญคือเขาไม่เคยเอ่ยปากขอแฮร์คัท (Haircut) หรือขอลดหนี้เลยแม้แต่บาทเดียว และด้วยความมุ่งมั่นนี้เอง คุณตันสามารถปลดหนี้ทั้งหมดได้ก่อนกำหนดภายในเวลาเพียง 2 ปีเท่านั้น ซึ่งประวัติทางการเงินที่ใสสะอาดนี้ได้กลายเป็นเครดิตความน่าเชื่อถือระดับสูงสุด ที่ติดตัวเขามาตลอด เครดิตที่สะสมมานี้ส่งผลอย่างชัดเจนในปัจจุบัน เมื่อคุณตันตัดสินใจเข้าซื้อกิจการโรงแรมมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาทในย่านทำเลทองอย่างสุขุมวิทและทองหล่อ ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งต่างแย่งกันเสนอวงเงินกู้ให้แบบเต็มจำนวน 100% แถมยังให้อัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษเพียง 3.5% โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันเพิ่มเติม และด้วยศักยภาพในการทำกำไรของธุรกิจที่สร้างกระแสเงินสดก่อนภาษีและดอกเบี้ย (EBITDA) ได้สูงถึงเดือนละประมาณ 100 ล้านบาท คุณตันจึงสามารถชำระหนี้ก้อนโตระดับพันล้านนี้ได้หมดเกลี้ยงภายในเวลาแค่ 1–2 ปี และกลับสู่สถานะปลอดหนี้ได้อย่างรวดเร็วเช่นเคย การบริหารคนสไตล์คุณตัน แบบยิ่งให้ก็ยิ่งได้ ย้อนกลับไปก่อนที่จะประสบความสำเร็จกับธุรกิจเครื่องดื่มชาเขียว คุณตันเคยเริ่มต้นจากการเปิดสตูดิโอถ่ายภาพแต่งงานย่านทองหล่อ แม้จะเป็นเพียงกิจการเล็กๆ แต่เขากลับมีวิสัยทัศน์ในการบริหารที่ล้ำลึกด้วยการปลูกฝังแนวคิดการเป็น “เจ้าของร่วมกัน” (Co-Ownership) ให้กับพนักงานทุกคน โดยแทนที่จะจ่ายแค่เงินเดือนประจำซึ่งอาจทำให้พนักงานทำงานแค่ให้จบไปวันๆ หรือเกี่ยงงานกัน คุณตันเลือกใช้วิธีนำกำไรจากรูปภาพที่ลูกค้าซื้อเพิ่มมาแบ่งให้กับทีมงานทุกตำแหน่งอย่างทั่วถึง ตำแหน่ง ส่วนแบ่ง ช่างภาพ 40 บาทต่อรูป ผู้ช่วยช่างภาพ 10 บาทต่อรูป แม่บ้าน 5 บาทต่อรูป ช่างแต่งหน้า 500 บาทต่อคู่ กลยุทธ์นี้ทำให้พนักงานทุกคนหันมาร่วมมือร่วมใจกันดูแลลูกค้าเสมือนเป็นหุ้นส่วนของร้านอย่างแท้จริง แม่บ้านคอยดูแลเสิร์ฟน้ำอย่างแข็งขัน ในขณะที่ช่างแต่งหน้าและช่างภาพก็ช่วยกันสร้างความประทับใจและเชียร์ขายอย่างเต็มที่ ผลลัพธ์ที่ได้คือ ลูกค้าหลายรายที่เดิมตั้งใจมาซื้อแพ็กเกจเพียง 40 รูป กลับประทับใจการบริการจนยอมจ่ายเงินซื้อรูปเพิ่มเป็นหลักร้อยรูป แม้คุณตันจะต้องแบ่งกำไรราวครึ่งหนึ่งให้กับทีมงาน แต่วิธีนี้กลับช่วยสร้างยอดขายรวมให้เติบโตขึ้นหลายเท่าตัว โดยที่เจ้าของกิจการไม่ต้องคอยสั่งงานเลยแม้แต่น้อย แมวสีอะไรก็ได้ ขอให้จับหนูได้ ก็เป็นแมวที่ดี ในการบริหารธุรกิจ คุณตันยึดมั่นในวาทะของ เติ้ง เสี่ยวผิง ที่ว่า “แมวสีอะไรก็ได้ ขอให้จับหนูได้ ก็เป็นแมวที่ดี” ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการทำธุรกิจไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวหรือตำราใดที่สามารถตอบได้ทุกคำถาม สิ่งสำคัญที่สุดคือการลงมือทำและเลือกใช้วิธีที่ได้ผลจริง พร้อมทั้งหมั่นเรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์หลากหลาย เช่น การลงพื้นที่สำรวจตลาดอย่างใกล้ชิดในแบบของ ดร.เทียม โชควัฒนา แห่งเครือสหพัฒน์ ส่วน ความหมาย เขาเหมือนกระทิง ไว้ใช้ขวิด กล้าสู้ กล้าคว้าโอกาส ตาเหมือนนกเค้าแมว มองเห็นโอกาสในจังหวะที่คนอื่นมองไม่เห็น หลังเหมือนอูฐ ขยัน อดทน ขาเหมือนม้า เคลื่อนที่เร็ว ปรับเปลี่ยนไว หางเหมือนวัว มีประโยชน์หลากหลาย ในด้านของการตอบแทนสังคม คุณตันได้พิสูจน์ให้เห็นถึงพลังของการให้ โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตมหาอุทกภัยปี 2554 แม้โรงงานของตนเองจะถูกน้ำท่วมอย่างหนัก แต่เขากลับตัดสินใจบริจาคเงินช่วยเหลือรวมกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงการมอบเงิน 40 ล้านบาทให้กองทัพนำไปจัดหาน้ำดื่มแจกจ่ายประชาชน ผลจากความเสียสละในครั้งนั้น ทำให้ผู้บริโภคทั่วประเทศประทับใจและพร้อมใจกันอุดหนุนเครื่องดื่มอิชิตันจนเกลี้ยงแผง ปัจจุบันบริษัทอิชิตันยังคงยึดมั่นในนโยบายการแบ่งปัน ด้วยการตั้งเป้าบริจาคเงินราว 10% ของกำไรสุทธิเป็นประจำทุกปี อย่างเช่นการจัดสรรงบกว่า 40 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดโรคซับซ้อนให้กับโรงพยาบาล สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดที่ว่าธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนเมื่อก้าวเดินไปพร้อมกับการดูแลสังคม บทเรียนที่ SME นำไปใช้ได้ทันที คุณตันเล่าว่าหลังอุบัติเหตุตกเวทีที่เขาชีจรรย์ เขาเลิกยึดแผน 5-10 ปี และหันมาโฟกัสสิ่งที่ทำได้ใน 3-6 เดือน สำหรับ SME คือ ดูสัญญาณเตือนจากลูกค้าตัวเอง ทบทวนสินทรัพย์ที่ไม่สร้างรายได้ ตั้งราคาจากต้นทุนจริง รักษาเครดิต และออกแบบค่าตอบแทนที่ทำให้ทีมอยากขาย บทเรียนจากเวที สิ่งที่ SME ทำได้ ค่าเช่าค้างคือสัญญาณแรก ดูรายงานลูกหนี้ค้างชำระทุกเดือน ลูกค้าที่เริ่มจ่ายช้าคือสัญญาณเตือนก่อนยอดขายตก ขายไส้กรอก ไม่เลี้ยงหมู เทียบต้นทุนทำเองกับจ้างภายนอก รวมค่าเสื่อมและเงินลงทุนที่จม ค่าเสื่อมกับราคาขาย แยกต้นทุนคงที่และผันแปรก่อนตัดสินใจลดราคาเพื่อเพิ่มปริมาณ ตัดแขนขารักษาชีวิต ทบทวนสินทรัพย์ที่ไม่สร้างรายได้ แล้วเปลี่ยนเป็นเงินสดเมื่อจำเป็น เครดิตคือทุน จ่ายหนี้ตรงเวลา และทำงบการเงินให้ถูกต้อง ธนาคารใช้ตัวเลขนี้พิจารณาวงเงิน แบ่งกำไรให้ทีม ตั้งสูตรค่าคอมให้ชัดและคำนวณได้จริง แล้วบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายให้ครบ สรุป – Life-Long MBA วิชาธุรกิจที่ในตำราไม่มีสอน หัวใจสำคัญของ Life-Long MBA จากประสบการณ์ของคุณตัน ภาสกรนที คือการรักษาวินัย ความอดทน และการมองเห็นโอกาสในสภาวะที่ผู้อื่นเห็นแต่วิกฤต การทำธุรกิจภาคสนามไม่มีคำว่าล้มเหลว ตราบใดที่ไม่ยอมแพ้และพร้อมปรับเปลี่ยนวิธีการอย่างยืดหยุ่น “ไม่มีใครทำธุรกิจไปทั้งชีวิตแล้วตั้งใจจริงแล้วจะไม่สำเร็จ แต่สำคัญที่ต้องทำให้เป็น ถ้าดีเท่ากับไม่ดี รวยเท่ากับเจ๊ง จงมองสวนทางตลาด รักษาเครดิตยิ่งชีพ และจำไว้ว่า แมวสีอะไรก็ได้ ขอให้จับหนูได้ก็คือแมวที่ดี” ดูลูกหนี้ค้างชำระและต้นทุนจริงได้ทุกเดือน PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยให้ SME จัดการเอกสาร รายรับรายจ่าย และรายงานการเงินได้ครบในที่เดียว ดูรายงานลูกหนี้ค้างชำระ ค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์ และงบกำไรขาดทุนได้ทุกเดือน ใช้เป็นสัญญาณเตือนและข้อมูลประกอบการตั้งราคาได้ทันที – ทดลองใช้ PEAK ฟรี ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

อ่านบทความเพิ่มเติม

บัญชี

ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับบัญชี

อ่านบทความเพิ่มเติม

14 Oct 2026

PEAK Account

20 min

เงินสดย่อย (Petty Cash) คืออะไร วิธีตั้งวงเงิน เบิกชดเชย บันทึกบัญชี

เงินสดย่อย คืออะไร และสำคัญอย่างไร? เงินสดย่อย คือ เงินสดจำนวนไม่มากที่บริษัทกันไว้ในสำนักงาน เพื่อจ่ายค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไม่คุ้มจะออกเช็คหรือรอรอบโอนเงิน เช่น ค่าเมสเซนเจอร์ ค่าน้ำดื่ม และวัสดุสำนักงานเร่งด่วน ภาษาอังกฤษเรียกว่า Petty Cash ซึ่ง petty แปลว่า เล็กน้อย ในงบแสดงฐานะการเงิน เงินก้อนนี้รวมอยู่ในเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด เพราะเป็นเงินสดในมือที่บริษัทใช้ได้ทันที สำหรับเจ้าของธุรกิจ เรื่องนี้สำคัญอย่างน้อย 3 ด้าน ระบบเงินสดย่อยแบบวงเงินคงที่ (Imprest System) ทำงานอย่างไร? ระบบเงินสดย่อยที่นิยมที่สุดคือระบบวงเงินคงที่ (Imprest System คือการกำหนดวงเงินไว้ตายตัว แล้วเบิกชดเชยเท่ายอดที่ใช้ไปทุกรอบ) หลักการคือ เงินสดในกล่องบวกใบเสร็จที่จ่ายไป ต้องเท่ากับวงเงินเสมอ ถ้าไม่เท่า แปลว่ามีเงินขาดหรือเกิน ระบบนี้ทำงาน 4 จังหวะ อีกแบบคือระบบไม่กำหนดวงเงิน ซึ่งเติมเงินเท่าไรก็ได้ตามสะดวก แบบนี้ตรวจยากกว่ามาก เพราะไม่มียอดตั้งต้นให้เทียบ SME ส่วนใหญ่จึงควรเริ่มจากแบบวงเงินคงที่ ควรตั้งวงเงินสดย่อยเท่าไร? วงเงินที่เหมาะคือ ยอดใช้จ่ายเงินสดเฉลี่ยต่อรอบ คูณจำนวนรอบที่จะเบิกชดเชย แล้วบวกเผื่อเล็กน้อย ไม่มีกฎหมายกำหนดตัวเลขนี้ ตัวเลขที่ดีที่สุดจึงมาจากยอดใช้จริงของบริษัทเอง สมมติคุณแพรเป็นเจ้าของบริษัทรับออกแบบตกแต่งภายใน มีพนักงาน 8 คน และจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ย้อนดูค่าใช้จ่ายเงินสด 3 เดือนที่ผ่านมาเฉลี่ยราว 2,750 บาทต่อสัปดาห์ และอยากเบิกชดเชยทุก 2 สัปดาห์ ถ้าตั้งสูงเกินไป เงินสดกองอยู่ในลิ้นชักโดยไม่จำเป็นและเสี่ยงหาย ถ้าตั้งต่ำเกินไป ต้องเบิกชดเชยถี่จนเสียเวลาทั้งผู้รักษาเงินและฝ่ายบัญชี เบิกเงินสดย่อยต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง? เบิกเงินสดย่อยแต่ละครั้งต้องมี 2 อย่างคู่กัน คือ ใบเบิกเงินสดย่อยซึ่งเป็นเอกสารภายใน และหลักฐานจากผู้ขาย เช่น ใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน หรือบิลเงินสด ใบเบิกบอกว่าใครเบิกไปทำอะไร ส่วนหลักฐานจากผู้ขายพิสูจน์ว่าจ่ายให้ใครจริง ทั้งสองอย่างใช้แทนกันไม่ได้ ใบเบิกเงินสดย่อยต้องมีรายการอะไร? ใบเบิกเงินสดย่อยไม่มีกฎหมายกำหนดรูปแบบ แต่ควรมีข้อมูลพอให้ผู้ตรวจย้อนดูได้ แบบฟอร์มเบิกเงินสดย่อยที่ใช้งานได้จริงควรมีรายการตามตารางนี้ รายการในใบเบิก ตัวอย่างที่กรอก ทำไมต้องมี เลขที่ใบเบิกและวันที่ PC-2610-014 / 14 ต.ค. 2569 เรียงลำดับและหาย้อนหลังได้ ชื่อผู้เบิกและแผนก คุณมิ้นท์ / ฝ่ายออกแบบ รู้ว่าใครรับเงินไป รายละเอียดค่าใช้จ่าย ค่าเมสเซนเจอร์ส่งแบบให้ลูกค้า ใช้แยกประเภทค่าใช้จ่ายตอนบันทึกบัญชี จำนวนเงิน 320 บาท ใช้รวมยอดตอนเบิกชดเชย เลขที่หลักฐานที่แนบ ใบเสร็จเลขที่ 0457 ผูกใบเบิกกับหลักฐานจากผู้ขาย ลายเซ็นผู้เบิก ผู้อนุมัติ ผู้จ่ายเงิน 3 ช่อง แยกหน้าที่ ไม่ให้คนเดียวทำทุกขั้น ใบเบิกทุกใบควรถูกจดลงสมุดเงินสดย่อย (ทะเบียนที่บันทึกรายการรับจ่ายเงินสดย่อยเรียงตามวันที่) ซึ่งทำใน Excel หรือโปรแกรมบัญชีก็ได้ ยอดคงเหลือในสมุดต้องตรงกับเงินในกล่องทุกครั้งที่ตรวจนับ ไม่มีใบเสร็จ ใช้เอกสารอะไรแทนได้? ใช้ได้ 2 แบบ ตามว่าผู้ขายออกเอกสารให้ได้แค่ไหน และทั้งสองแบบต้องพิสูจน์ได้ว่าจ่ายให้ใครจริง ข้อควรระวังคือ ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงินใช้แทนใบกำกับภาษีไม่ได้ ถ้ารายจ่ายนั้นมี VAT และต้องการใช้ภาษีซื้อ ต้องขอใบกำกับภาษีเต็มรูปในชื่อบริษัทเท่านั้น ใบกำกับภาษีที่ไม่ใช่ชื่อบริษัทเป็นภาษีซื้อต้องห้าม (มาตรา 82/5 (1)) บันทึกบัญชีเงินสดย่อยอย่างไร? บันทึกบัญชีเงินสดย่อยในระบบวงเงินคงที่มีเพียง 2 จังหวะหลัก คือ ตอนตั้งวงเงิน และตอนเบิกชดเชย ระหว่างรอบที่จ่ายเงินทีละใบ ผู้รักษาเงินจดในสมุดอย่างเดียว ยังไม่ต้องลงบัญชีแยกประเภท ตัวเลขต่อไปนี้ใช้กรณีบริษัทของคุณแพร จังหวะที่ 1 ตั้งวงเงิน 6,000 บาท บัญชี เดบิต เครดิต เงินสดย่อย 6,000 เงินฝากธนาคาร 6,000 จังหวะที่ 2 เบิกชดเชยหลังครบ 2 สัปดาห์ ใบเสร็จรวม 4,445 บาท ได้แก่ ค่าเมสเซนเจอร์ 1,280 บาท ค่าน้ำดื่มสำนักงาน 950 บาท และวัสดุสำนักงาน 2,215 บาท ซึ่งเป็นราคาก่อนภาษี 2,070 บาท บวกภาษีมูลค่าเพิ่ม 145 บาท ตามใบกำกับภาษีเต็มรูปในชื่อบริษัท ตอนตรวจนับ เงินในกล่องเหลือ 1,495 บาท ขณะที่ควรเหลือ 6,000 − 4,445 = 1,555 บาท จึงมีเงินขาดบัญชี 60 บาท ยอดเบิกชดเชยต้องเท่ากับ 6,000 − 1,495 = 4,505 บาท เพื่อให้กลับมาเต็มวงเงิน บัญชี เดบิต เครดิต ค่าขนส่งเอกสาร 1,280 ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดสำนักงาน 950 วัสดุสำนักงาน 2,070 ภาษีซื้อ 145 เงินขาดบัญชี 60 เงินฝากธนาคาร 4,505 ตรวจยอด 1,280 + 950 + 2,070 + 145 + 60 = 4,505 บาท และเงินในกล่องหลังเติม 1,495 + 4,505 = 6,000 บาท เท่ากับวงเงินพอดี สังเกตว่าในจังหวะนี้ไม่ได้แตะบัญชีเงินสดย่อยเลย เพราะวงเงินยังเท่าเดิม จังหวะเสริมที่ใช้ไม่บ่อย ควบคุมเงินสดย่อยไม่ให้รั่วไหลอย่างไร? วิธีที่ได้ผลที่สุดคือ แยกคนถือเงิน คนอนุมัติ และคนบันทึกบัญชีออกจากกัน แล้วตรวจนับแบบไม่แจ้งล่วงหน้าเป็นครั้งคราว 2 ข้อนี้ทำให้การหยิบเงินไปใช้ก่อนหรือสร้างใบเสร็จขึ้นเองทำได้ยากมาก แม้ในบริษัทเล็ก บทบาท หน้าที่ ไม่ควรทำ ผู้รักษาเงิน ถือเงิน จ่ายตามใบเบิก จดสมุด อนุมัติใบเบิกของตัวเอง ผู้อนุมัติ เซ็นอนุมัติใบเบิกและใบขอเบิกชดเชย ถือเงินสดเอง ผู้ทำบัญชี ตรวจใบเสร็จและบันทึกบัญชี จ่ายเงินสดย่อย จุดที่ต้องแยกให้ออกจากตารางนี้คือ ในบริษัทที่มีพนักงานไม่กี่คน เจ้าของมักเป็นผู้อนุมัติเอง ซึ่งใช้ได้ ขอแค่ผู้ถือเงินกับผู้บันทึกบัญชีไม่ใช่คนเดียวกัน นโยบายเพิ่มเติมที่ช่วยได้มาก จากที่เคยเห็น เงินที่หายส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากการทุจริตก้อนใหญ่ แต่มาจากการยืมเงินในกล่องไปใช้ก่อนแล้วลืมคืน การตรวจนับแบบไม่แจ้งล่วงหน้าเดือนละครั้งช่วยปิดช่องนี้ได้เกือบทั้งหมด เงินสดย่อยต่างจากเงินทดรองจ่ายอย่างไร? เงินสดย่อยเป็นวงเงินคงที่ที่อยู่ในสำนักงานสำหรับค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดประจำวัน ส่วนเงินทดรองจ่ายเป็นเงินที่ให้พนักงานถือออกไปใช้ในงานเฉพาะครั้ง แล้วเคลียร์ปิดยอดเป็นรายครั้ง ประเด็น เงินสดย่อย เงินทดรองจ่าย ใช้เมื่อไร ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดประจำวัน งานเฉพาะครั้ง เช่น เดินทาง ซื้อของหน้างาน ใครถือเงิน ผู้รักษาเงิน พนักงานที่ออกไปทำงานนั้น ปิดยอดอย่างไร เบิกชดเชยให้เต็มวงเงินเป็นรอบ เคลียร์รายครั้ง คืนเงินที่เหลือ หมวดในงบ เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด สินทรัพย์หมุนเวียน (ลูกหนี้อื่น) ขั้นตอนเบิก เคลียร์ และบันทึกบัญชีเงินทดรองจ่ายพร้อมการแยกภาษีซื้อ อ่านต่อได้ที่บทความเงินทดรองจ่าย คืออะไร ข้อควรรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเงินสดย่อย เรื่องนี้ดูเล็ก แต่เป็นรายการที่ทั้งผู้สอบบัญชีและสรรพากรมักสุ่มตรวจ เพราะเอกสารมักไม่ครบ เรื่องที่ช่วยให้ระบบเรียบร้อยมีดังนี้ สรุป – เงินสดย่อยต้องจำอะไรบ้าง? เงินสดย่อยเป็นระบบเล็ก ๆ ที่บอกได้ทุกวันว่าเงินสดของบริษัทไปไหน ถ้าเงินในกล่องบวกใบเสร็จเท่ากับวงเงินทุกครั้งที่ตรวจนับ ก็มั่นใจได้ว่าระบบทำงาน เรื่องที่ต้องจำมี 4 ข้อ ถ้าจะเริ่มจากวันนี้ ลองนับเงินในกล่องตอนนี้เลย แล้วรวมกับใบเสร็จที่ยังไม่ได้เบิกชดเชย ถ้าไม่เท่ากับวงเงิน นั่นคือจุดแรกที่ต้องตามหาคำตอบ ถ้าอยากให้การเทียบยอดแบบนี้ทำได้ทุกวันโดยไม่ต้องนับมือ PEAK Account ให้ตั้งช่องทางเงินสดย่อยแยกในเมนูการเงิน เติมเงินและบันทึกค่าใช้จ่ายจากช่องทางนั้น ยอดคงเหลือในระบบจึงใช้เทียบกับเงินในกล่องได้ทันที ดูขั้นตอนการบันทึกเงินสดย่อยใน PEAK สำหรับใครที่อยากเรียนรู้เรื่องบัญชีและภาษีเพิ่มเติม PEAK มีบทความให้อ่านต่อทั้งบทความด้านบัญชี บทความด้านภาษี บทความด้านธุรกิจ และบทความอัปเดตฟีเจอร์โปรแกรมบัญชี แหล่งอ้างอิง: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเงินสดย่อย เงินสดย่อยอยู่หมวดไหนในงบการเงิน? อยู่ในสินทรัพย์หมุนเวียน รวมในบรรทัดเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ยอดที่แสดงคือเงินที่มีอยู่จริง ณ วันสิ้นงวด จึงควรเบิกชดเชยก่อนปิดบัญชีเพื่อให้ยอดตรงกับเงินจริง เงินสดย่อยเป็นเงินสดไหม? เป็น เพราะเป็นเงินสดในมือของบริษัทที่แยกไว้ใช้เฉพาะเรื่อง จึงนับรวมกับเงินสดในงบ ต่างจากเงินทดรองจ่ายที่ยังเป็นสิทธิเรียกร้องจากพนักงาน เงินสดย่อย ภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร? เรียกว่า Petty Cash ส่วนกองทุนเงินสดย่อยแบบวงเงินคงที่เรียกว่า Imprest Fund และสมุดเงินสดย่อยเรียกว่า Petty Cash Book เงินสดย่อยขาด ผู้รักษาเงินต้องชดใช้ไหม? ไม่เสมอไป ขึ้นกับสาเหตุ ถ้าขาดเพราะทอนเงินผิดเล็กน้อย บริษัทมักบันทึกเป็นเงินขาดบัญชี แต่ถ้าจะหักจากค่าจ้าง พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานอนุญาตเฉพาะค่าเสียหายจากการจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงและลูกจ้างยินยอม หักได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของค่าจ้างเว้นแต่ลูกจ้างยินยอม (มาตรา 76) ร้านเล็กที่เจ้าของทำเองคนเดียว ต้องมีเงินสดย่อยไหม? ไม่บังคับ กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ต้องมีระบบนี้ แต่ถ้าเป็นนิติบุคคล การแยกเงินก้อนนี้ออกจากเงินส่วนตัวช่วยให้ค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ มีหลักฐานครบและใช้หักภาษีได้ ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

14 Oct 2026

PEAK Account

23 min

เงินทดรองจ่าย คืออะไร สรุปวิธีเบิก บันทึกบัญชี พร้อมตัวอย่าง

เงินทดรองจ่าย คืออะไร และสำคัญอย่างไร? เงินทดรองจ่าย คือ เงินที่บริษัทจ่ายล่วงหน้าให้พนักงานถือไปใช้จ่ายในงานของบริษัท แล้วพนักงานต้องนำใบเสร็จมาเคลียร์พร้อมคืนเงินที่เหลือภายหลัง ภาษาอังกฤษนิยมเรียกว่า Cash Advance หรือ Employee Advance คำว่า ทดรองจ่าย หมายถึง การออกเงินให้ไปก่อน แล้วค่อยมาสะสางกันทีหลัง บางที่ใช้คำว่า Advance Payment ซึ่งต้องระวัง เพราะในงานบัญชีคำนี้มักหมายถึงเงินจ่ายล่วงหน้าค่าสินค้าให้ผู้ขาย ไม่ใช่เงินที่ให้พนักงานถือไปใช้ สำหรับเจ้าของธุรกิจ เรื่องนี้สำคัญอย่างน้อย 3 ด้าน เงินทดรองจ่าย อยู่หมวดไหนในงบการเงิน? เงินทดรองจ่าย อยู่หมวดสินทรัพย์หมุนเวียน ในงบแสดงฐานะการเงิน โดยมักแสดงรวมในลูกหนี้อื่นหรือแยกบรรทัดเป็น “เงินทดรองจ่ายพนักงาน” เหตุผลคือ ระหว่างที่ยังไม่เคลียร์ บริษัทมีสิทธิเรียกเงินคืนหรือเรียกหลักฐานการใช้จ่ายจากพนักงาน จึงเป็นสิทธิเรียกร้อง ยังไม่ใช่ค่าใช้จ่าย พอเคลียร์แล้ว ส่วนที่ใช้จริงจะย้ายไปเป็นค่าใช้จ่ายหรือต้นทุนตามประเภท ส่วนที่เหลือกลับเป็นเงินสด ความหมายและประเภทของสินทรัพย์กลุ่มนี้อ่านเพิ่มได้ที่บทความสินทรัพย์หมุนเวียน คืออะไร สถานะของเงิน หมวดในงบ ตัวอย่างชื่อบัญชี จ่ายให้พนักงานแล้ว ยังไม่เคลียร์ สินทรัพย์หมุนเวียน เงินทดรองจ่ายพนักงาน / ลูกหนี้อื่น เคลียร์แล้ว ส่วนที่ใช้จริง ค่าใช้จ่ายหรือต้นทุน วัสดุสิ้นเปลือง ค่าเดินทาง ค่าที่พัก เคลียร์แล้ว ส่วนที่คืนบริษัท สินทรัพย์หมุนเวียน เงินสด / เงินฝากธนาคาร ตารางนี้บอกว่าเงินทดรองจ่ายไม่เคยเป็นค่าใช้จ่ายตั้งแต่วันที่จ่าย จุดที่มักเข้าใจผิดคือ บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทั้งก้อนตั้งแต่วันเบิก ทำให้กำไรของงวดนั้นต่ำกว่าความจริง และตามไม่ได้ว่าเงินส่วนที่ไม่ได้ใช้หายไปไหน ขั้นตอนเบิกและเคลียร์เงินทดรองจ่ายมีอะไรบ้าง? ขั้นตอนหลักมี 4 ขั้น คือ ขอเบิก อนุมัติและจ่ายเงิน ใช้จ่ายพร้อมเก็บหลักฐาน และเคลียร์เงินทดรองจ่ายภายในเวลาที่นโยบายกำหนด ทุกขั้นควรมีเอกสารรองรับ เพื่อให้ผู้ทำบัญชีบันทึกได้ถูกงวดและภาษีไม่ตกหล่น สมมติคุณบอยเป็นเจ้าของบริษัทรับติดตั้งแอร์ วันหนึ่งช่างต้องออกไปหน้างานต่างอำเภอและอาจต้องซื้ออะไหล่เพิ่มหน้างาน คุณบอยจึงอนุมัติเงินทดรองจ่ายให้หัวหน้าช่าง 12,000 บาท ใบเบิกเงินทดรองจ่ายควรมีรายการอะไร? ใบเบิกเงินทดรองจ่ายควรมีข้อมูลพอให้คนที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ตรวจย้อนได้ว่าใครเบิก เบิกไปทำอะไร และต้องเคลียร์เมื่อไร รายการขั้นต่ำสรุปได้ตามตารางนี้ รายการในใบเบิก ทำไมต้องมี เลขที่ใบเบิกและวันที่ ใช้อ้างอิงตอนเคลียร์และตามยอดค้าง ชื่อ ตำแหน่ง แผนกผู้เบิก ระบุว่าใครต้องรับผิดชอบเงินก้อนนี้ วัตถุประสงค์และงานหรือโครงการ ใช้ตรวจว่าค่าใช้จ่ายตอนเคลียร์ตรงกับงานที่ขอ จำนวนเงินเป็นตัวเลขและตัวอักษร ป้องกันการแก้ไขตัวเลข กำหนดวันเคลียร์ ใช้ติดตามยอดค้างเกินกำหนด ลายเซ็นผู้เบิก ผู้อนุมัติ และผู้จ่ายเงิน แยกหน้าที่ ไม่ให้คนเดียวเบิกเองอนุมัติเอง สิ่งที่ต้องรู้คือ ใบเบิกเป็นเอกสารภายใน ใช้พิสูจน์การจ่ายเงินให้พนักงาน แต่ใช้แทนใบเสร็จของร้านค้าไม่ได้ ตอนเคลียร์ยังต้องมีหลักฐานจากผู้ขายเสมอ ใช้เงินไม่หมดหรือใช้เกิน ต้องทำอย่างไร? ใช้ไม่หมด พนักงานคืนเงินส่วนที่เหลือพร้อมใบเสร็จ ใช้เกิน บริษัทจ่ายส่วนต่างคืนให้พนักงานหลังตรวจหลักฐานแล้ว ทั้งสองกรณีต้องปิดยอดเงินทดรองจ่ายของพนักงานคนนั้นให้เป็นศูนย์ ถ้าเงินที่เหลือไม่ได้คืนในวันเคลียร์ ยอดนั้นยังค้างอยู่ในบัญชีเงินทดรองจ่ายพนักงาน และควรถูกติดตามจนกว่าจะคืนครบ บันทึกบัญชีเงินทดรองจ่ายอย่างไร? เงินทดรองจ่าย บันทึกบัญชี 2 จังหวะ คือ ตอนจ่ายให้พนักงานบันทึกเป็นสินทรัพย์ และตอนเคลียร์ล้างบัญชีนั้นออก แยกเป็นค่าใช้จ่าย ภาษีซื้อ และเงินที่คืน ตัวเลขต่อไปนี้ใช้กรณีร้านของคุณบอย จังหวะที่ 1 จ่ายเงินทดรอง 12,000 บาท บัญชี เดบิต เครดิต เงินทดรองจ่ายพนักงาน 12,000 เงินฝากธนาคาร 12,000 จังหวะที่ 2 เคลียร์ ใช้จริง 10,165 บาท ซึ่งเป็นค่าอะไหล่ 9,500 บาท บวกภาษีมูลค่าเพิ่ม 9,500 × 7% = 665 บาท และคืนเงิน 1,835 บาท บัญชี เดบิต เครดิต อะไหล่และวัสดุติดตั้ง 9,500 ภาษีซื้อ 665 เงินสด 1,835 เงินทดรองจ่ายพนักงาน 12,000 รวมเดบิต 9,500 + 665 + 1,835 = 12,000 บาท เท่ากับยอดที่ล้างออกพอดี จุดที่คนพลาดบ่อยคือ บันทึกค่าอะไหล่ 10,165 บาททั้งก้อน ทำให้เสียสิทธิใช้ภาษีซื้อ 665 บาทไปโดยไม่รู้ตัว กรณีใช้เกิน สมมติงานถัดไปใช้จริงค่าอะไหล่ 12,500 บาท ภาษีซื้อ 875 บาท รวม 13,375 บาท บริษัทต้องจ่ายเพิ่มให้ช่าง 13,375 − 12,000 = 1,375 บาท บัญชี เดบิต เครดิต อะไหล่และวัสดุติดตั้ง 12,500 ภาษีซื้อ 875 เงินทดรองจ่ายพนักงาน 12,000 เงินสด 1,375 ถ้าพนักงานใช้เงินทดรองไปจ่ายค่าบริการที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย เช่น จ้างผู้รับเหมาช่วงยกของขึ้นตึก หน้าที่หักและนำส่งยังเป็นของบริษัทในฐานะผู้จ่ายตัวจริง ไม่ใช่ของพนักงาน อัตราที่ต้องหักขึ้นกับประเภทเงินได้ จึงควรให้พนักงานแจ้งฝ่ายบัญชีก่อนจ่ายทุกครั้ง ทดรองจ่ายแทนลูกค้าคืออะไร และบันทึกต่างกันอย่างไร? ทดรองจ่ายแทนลูกค้า คือ กรณีที่ธุรกิจออกเงินจ่ายค่าใช้จ่ายที่เป็นของลูกค้าไปก่อน แล้วเรียกเก็บคืนเท่ากับที่จ่ายจริง ต่างจากเงินทดรองพนักงานตรงที่เงินก้อนนี้ไม่ได้ใช้ในงานของเราเอง จึงไม่ควรบันทึกเป็นรายได้หรือค่าใช้จ่ายของเรา แต่บันทึกเป็นลูกหนี้ลูกค้า ธุรกิจที่เจอกรณีนี้บ่อยคือ ชิปปิ้งที่จ่ายค่าภาระท่าเรือแทนผู้นำเข้า สำนักงานบัญชีที่จ่ายค่าธรรมเนียมราชการแทนลูกค้า และเอเจนซีที่จ่ายค่าสถานที่แทนลูกค้า ตัวอย่าง: บริษัทชิปปิ้งของคุณต้นจ่ายค่าภาระท่าเรือแทนผู้นำเข้า 8,640 บาท ตามใบเสร็จที่ออกในชื่อผู้นำเข้า แล้วเรียกเก็บคืนพร้อมค่าบริการของตัวเอง หลักที่ช่วยแยกคือ ใครเป็นผู้ได้ประโยชน์จากค่าใช้จ่ายนั้น และเอกสารออกในชื่อใคร มาตรฐาน TFRS for NPAEs ฉบับปรับปรุง 2565 ยังเพิ่มแนวทางพิจารณาว่ากิจการเป็นตัวการหรือตัวแทน ซึ่งใช้ตัดสินเรื่องนี้ได้ตรง ๆ ภาระภาษีของกรณีนี้ขึ้นกับรูปแบบสัญญาและชื่อในเอกสารเป็นหลัก วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือ ให้ผู้ขายออกเอกสารในชื่อลูกค้า เรียกเก็บคืนเท่ายอดจริงโดยแยกจากค่าบริการ และถ้าธุรกิจทำรายการแบบนี้เป็นประจำ ควรให้ผู้สอบบัญชีหรือสรรพากรพื้นที่ยืนยันวิธีปฏิบัติก่อน กรรมการหรือพนักงานออกเงินส่วนตัวจ่ายแทนบริษัท บันทึกอย่างไร? กรณีนี้กลับด้านกับเงินทดรองจ่าย บริษัทไม่ได้ให้เงินไปก่อน แต่กรรมการหรือพนักงานควักเงินส่วนตัวจ่ายแทน บางที่เรียกว่าเงินสำรองจ่าย หรือทดรองจ่ายจากเงินส่วนตัว บริษัทจึงเป็นหนี้คนนั้น ต้องบันทึกเป็นหนี้สินหมุนเวียน เช่น เจ้าหนี้กรรมการหรือเจ้าหนี้พนักงาน ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย สมมติคุณบอยรูดบัตรเครดิตส่วนตัวซื้อเครื่องมือให้บริษัท 4,280 บาท (ราคาก่อนภาษี 4,000 บาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม 280 บาท) และขอใบกำกับภาษีในชื่อบริษัท ถ้ากรรมการจ่ายแทนบ่อยและไม่โอนคืน ยอดเจ้าหนี้กรรมการจะโตจนกลายเป็นเงินกู้ยืมกรรมการในงบ ควรสรุปและโอนคืนเป็นรอบ เช่น ทุกสิ้นเดือน เงินทดรองจ่ายต่างจากเงินสดย่อยอย่างไร? เงินทดรองจ่ายให้ไปเป็นครั้ง ๆ ตามงาน แล้วเคลียร์ปิดยอดเป็นรายครั้ง ส่วนเงินสดย่อยเป็นวงเงินคงที่ที่เก็บไว้ในบริษัทเพื่อจ่ายค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ น้อย ๆ ประจำวัน แล้วเบิกชดเชยให้กลับมาเต็มวงเงิน ระบบวงเงินคงที่นี้เรียกว่า Imprest System ซึ่งเป็นของเงินสดย่อย ไม่ใช่ชื่อเรียกอื่นของเงินทดรองจ่าย ประเด็น เงินทดรองจ่าย เงินสดย่อย ใช้เมื่อไร งานเฉพาะครั้ง เช่น เดินทาง ซื้อของหน้างาน ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดประจำวัน ใครถือเงิน พนักงานที่ออกไปทำงานนั้น ผู้รักษาเงินสดย่อยที่ได้รับแต่งตั้ง ปิดยอดอย่างไร เคลียร์รายครั้ง คืนเงินที่เหลือ เบิกชดเชยให้เต็มวงเงินเป็นรอบ หมวดในงบ สินทรัพย์หมุนเวียน (ลูกหนี้อื่น) เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด วิธีตั้งวงเงิน เบิกชดเชย และบันทึกบัญชีเงินสดย่อยแบบละเอียด อ่านต่อได้ที่บทความ เงินสดย่อย (Petty Cash) คืออะไร วางนโยบายควบคุมเงินทดรองจ่ายอย่างไร? นโยบายที่ใช้ได้จริงควรตอบ 4 เรื่อง คือ ใครเบิกได้เท่าไร ต้องเคลียร์ภายในกี่วัน ถ้ายังค้างจะเบิกใหม่ได้ไหม และถ้าไม่เคลียร์จะทำอย่างไร กฎหมายไม่ได้กำหนดตัวเลขเหล่านี้ไว้ บริษัทจึงต้องเขียนเองให้ชัดและแจ้งพนักงานล่วงหน้า เรื่องหักเงินเดือนเมื่อพนักงานไม่เคลียร์ต้องระวังเป็นพิเศษ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ห้ามหักค่าจ้าง เว้นแต่เข้ากรณีที่กฎหมายกำหนด เช่น หนี้เพื่อสวัสดิการที่ลูกจ้างยินยอมล่วงหน้า หรือค่าเสียหายจากการจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงที่ลูกจ้างยินยอม กรณีเหล่านี้แต่ละกรณีหักได้ไม่เกินร้อยละ 10 รวมกันไม่เกินหนึ่งในห้าของค่าจ้าง เว้นแต่ลูกจ้างยินยอม (มาตรา 76) เงินทดรองที่ค้างเคลียร์ไม่ได้อยู่ในรายการเหล่านี้โดยตรง วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือ ให้พนักงานเซ็นหนังสือยินยอมเฉพาะเรื่องไว้ตั้งแต่ตอนเบิก และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญกฎหมายแรงงานก่อนหักจริง ข้อควรรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเงินทดรองจ่าย เงินทดรองจ่ายเป็นเรื่องเล็กในแต่ละครั้ง แต่ถ้าปล่อยหลวมจะกลายเป็นยอดค้างที่ตรวจย้อนไม่ได้ เรื่องที่ช่วยให้คุมได้ง่ายขึ้นมีดังนี้ เงินทดรองจ่ายไม่ได้ยากที่การบันทึกบัญชี แต่ยากที่การตามเอกสารกลับมาให้ครบและทันงวด หัวใจอยู่ที่ 3 เรื่อง คือ จ่ายแบบมีหลักฐาน ขอใบกำกับภาษีในชื่อบริษัท และกำหนดวันเคลียร์ที่ทุกคนรู้ ถ้าจะเริ่มจากวันนี้ ลองดึงรายการเงินทดรองจ่ายที่ยังค้างอยู่ทั้งหมดออกมาดูสักครั้ง เรียงตามวันที่เบิก แล้วตามเคลียร์รายการที่เก่าที่สุดก่อน สำหรับใครที่อยากเรียนรู้เรื่องบัญชีและภาษีเพิ่มเติม PEAK มีบทความให้อ่านต่อทั้งบทความด้านบัญชี บทความด้านภาษี บทความด้านธุรกิจ และบทความอัปเดตฟีเจอร์โปรแกรมบัญชี แหล่งอ้างอิง: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ เงินทดรองจ่าย ทดรองจ่าย หรือ ทดลองจ่าย คำไหนถูก? “ทดรองจ่าย” ถูกต้อง ทดรอง หมายถึงออกเงินให้ไปก่อน ส่วน “ทดลอง” หมายถึงลองทำดู คนจำนวนมากสะกดสลับกันเพราะออกเสียงใกล้กัน เอกสารทางการ เช่น ระเบียบเรื่องเงินทดรองราชการ ก็ใช้คำว่าทดรอง เงินทดรองจ่ายต้องมีใบกำกับภาษีไหม? ต้องมี ถ้าร้านค้าจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและบริษัทต้องการใช้ภาษีซื้อ ใบกำกับภาษีต้องออกในชื่อบริษัท ถ้าร้านค้าไม่ได้จด VAT ให้ใช้ใบเสร็จรับเงินหรือบิลเงินสดที่มีชื่อผู้ขายครบเป็นหลักฐานรายจ่ายแทน เงินทดรองจ่ายของบริษัทเหมือนกับเงินทดรองราชการไหม? ไม่เหมือน เงินทดรองราชการเป็นเงินที่ส่วนราชการถือไว้จ่ายล่วงหน้าตามระเบียบของทางราชการ มีขั้นตอนและกำหนดเวลาตามระเบียบนั้น ส่วนเงินทดรองจ่ายของบริษัทเอกชนใช้นโยบายที่บริษัทกำหนดเอง ภายใต้กฎหมายบัญชีและภาษี เงินทดรองจ่าย ภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร? นิยมใช้ Cash Advance หรือ Employee Advance ถ้าเขียนว่า Advance Payment ควรมีคำอธิบายกำกับ เพราะคำนี้มักหมายถึงเงินจ่ายล่วงหน้าค่าสินค้าให้ผู้ขาย เงินทดรองจ่ายที่ค้างข้ามปีต้องทำอย่างไร? ยอดที่ยังไม่เคลียร์จะแสดงเป็นสินทรัพย์หมุนเวียนในงบสิ้นปี แต่ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นแล้วควรตามเอกสารมาบันทึกให้ทันงวดที่เกิด ถ้ารอข้ามปี ค่าใช้จ่ายจะไปตกอยู่ผิดปีและกระทบกำไรทั้งสองปี ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ภาษี

ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับภาษี

อ่านบทความเพิ่มเติม

29 Sep 2026

PEAK Account

14 min

ค.21 คืออะไร ได้รับหนังสือแจ้งคืนภาษีแล้ว ต้องทำอย่างไร

เปิดตู้จดหมายแล้วเจอซองจากกรมสรรพากร ข้างในเป็นเอกสารหัวมุมเขียนว่า ค.21 หลายคนตกใจคิดว่าโดนเรียกเก็บภาษีเพิ่ม ความจริงตรงกันข้าม เอกสารนี้แปลว่าคุณได้เงินคืน แค่ต้องนำหนังสือไปรับเงินเองที่ธนาคาร ในบทความนี้ จะมาไขข้อข้องใจเรื่องเอกสาร ค.21 รอบด้าน ค.21 คืออะไร ค.21 หรือหนังสือ ค.21 คือหนังสือแจ้งคืนเงินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ที่กรมสรรพากรออกให้เมื่ออนุมัติคืนภาษีแล้ว แต่โอนเงินเข้าพร้อมเพย์ไม่ได้ จึงส่งหนังสือทางไปรษณีย์ตามที่อยู่ในแบบ ภ.ง.ด.90 หรือ 91 ให้นำไปรับเงินที่ธนาคาร (กรมสรรพากร) ถ้าคุณได้รับหนังสือนี้ แปลว่าการขอคืนภาษีของคุณผ่านการตรวจสอบแล้ว ไม่ต้องยื่นเอกสารเพิ่ม เหลือแค่ขั้นตอนไปรับเงิน ค.21 ต่างจาก ค.10 และ ค.20 อย่างไร ทั้งสามเป็นแบบของกรมสรรพากรที่เกี่ยวกับการคืนภาษี แต่ทำหน้าที่ต่างกัน ค.10 เป็นแบบคำร้องที่ผู้เสียภาษียื่นเพื่อขอคืน ส่วน ค.20 และ ค.21 เป็นหนังสือที่กรมสรรพากรส่งกลับมาหลังอนุมัติคืนแล้ว ต่างกันที่ ค.20 ใช้กับภาษีฝั่งธุรกิจ เช่น VAT ส่วน ค.21 ใช้กับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แบบ ใครเป็นผู้ออก ใช้ทำอะไร ค.10 ผู้เสียภาษียื่นต่อกรมสรรพากร คำร้องขอคืนเงินภาษีอากร เช่น นิติบุคคลขอคืนภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย ค.20 กรมสรรพากรส่งให้ผู้ประกอบการ แจ้งว่าอนุมัติคืนภาษีฝั่งธุรกิจแล้ว เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม ค.21 กรมสรรพากรส่งให้ผู้เสียภาษีบุคคลธรรมดา แจ้งว่าอนุมัติคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแล้ว ใช้รับเงินที่ธนาคาร กรณีขอคืน VAT แล้วถูกปฏิเสธ กรมสรรพากรจะส่งหนังสือ ค.30 แทน เจ้าของกิจการที่ต้องขอคืนภาษีในนามบริษัท ดูขั้นตอนได้ที่วิธีขอคืนภาษีนิติบุคคล ทำไมได้ ค.21 แทนเงินเข้าพร้อมเพย์ สาเหตุหลักคือผู้ขอคืนไม่ได้ผูกพร้อมเพย์กับเลขบัตรประจำตัวประชาชน กรมสรรพากรจึงโอนเงินเข้าบัญชีอัตโนมัติไม่ได้ และต้องส่งหนังสือแจ้งคืนให้ไปรับเงินแทน ปัจจุบันกรมสรรพากรคืนเงินภาษีได้ 3 ช่องทาง ขึ้นกับสถานะของผู้ขอคืน ช่องทาง ใครได้รับช่องทางนี้ โอนเข้าพร้อมเพย์ ผู้ที่ผูกพร้อมเพย์กับเลขบัตรประจำตัวประชาชน หนังสือ ค.21 รับเงินที่ธนาคารกรุงไทยหรือ ธ.ก.ส. ผู้ที่ไม่ได้ผูกพร้อมเพย์ด้วยเลขบัตรประจำตัวประชาชน เช็คคืนภาษี กรณีเฉพาะ เช่น คนต่างด้าว ห้างหุ้นส่วนสามัญ กองมรดก ข้อยกเว้นที่ควรรู้คือ ผู้ที่ได้เงินคืนเกิน 2 ล้านบาทรับได้เฉพาะช่องทางเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร (กรมสรรพากร ช่องทางรับเงินคืนภาษี) ได้รับ ค.21 แล้วต้องทำอย่างไร เมื่อได้รับหนังสือแจ้งคืน ให้นำหนังสือตัวจริงพร้อมบัตรประจำตัวประชาชนไปที่ธนาคารกรุงไทยหรือ ธ.ก.ส. เพื่อรับเงินคืนภาษี ขั้นตอนทั้งหมดใช้เวลาไม่นาน ก่อนไปให้ตรวจข้อมูลบนหนังสือให้ตรงกับบัตร และไม่ควรเก็บหนังสือไว้นาน เพราะถ้าหายต้องเสียเวลาขอฉบับใหม่ เช็กลิสต์เอกสาร ใช้เมื่อ หนังสือ ค.21 ตัวจริง ทุกกรณี บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง ผู้มีสัญชาติไทย บัตรที่ออกโดยกรมการปกครอง หรือหนังสือเดินทาง คนต่างด้าว บัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากร ถ้ามี ที่มา: กรมสรรพากร ช่องทางรับเงินคืนภาษี ค.21 แจ้งคืนภาษีทางไปรษณีย์ ใช้เวลากี่วัน ระยะเวลาแบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกคือการพิจารณาคืนภาษี กรมสรรพากรระบุว่าคืนภายใน 3 เดือนนับจากวันรับเรื่อง ถ้าเอกสารชัดเจน ช่วงที่สองคือการส่งหนังสือทางไปรษณีย์หลังอนุมัติ ซึ่งขึ้นกับพื้นที่และการจัดส่ง ถ้าสถานะในระบบขึ้นว่าอนุมัติแล้วแต่รอนานยังไม่ได้รับ ควรติดต่อกรมสรรพากร วิธีเช็กว่าการขอคืนภาษีอยู่ขั้นไหน ขั้นตอนเช็กสถานะแบบละเอียด อ่านได้ที่เช็กสถานะคืนภาษีออนไลน์ ไม่ได้รับ ค.21 หรือทำหาย ต้องทำอย่างไร ถ้าระบบแจ้งว่าอนุมัติคืนภาษีและส่งหนังสือแล้ว แต่ไม่ได้รับ หรือได้รับแล้วทำหาย ชำรุด ให้ขอหนังสือแจ้งคืนฉบับใหม่ผ่านบริการของกรมสรรพากร ไม่ต้องยื่นขอคืนภาษีใหม่ทั้งหมด สาเหตุที่พบบ่อยของการไม่ได้รับคือที่อยู่ในแบบไม่ตรงกับที่อยู่ปัจจุบัน ถ้าต้องการเพียงสำเนาหนังสือแจ้งคืนไว้เป็นหลักฐาน ใช้แบบ ค.33 คำขอสำเนาหนังสือแจ้งคืนเงินภาษีอากร ดาวน์โหลดแบบทั้งสองได้ที่หน้าแบบฟอร์มของกรมสรรพากร ถ้าหนังสือเก่าเลยกำหนดรับเงินไปแล้ว ให้ใช้ขั้นตอนเดียวกันนี้ และสอบถาม 1161 ว่าต้องใช้เอกสารใดเพิ่ม ทำอย่างไรให้ครั้งหน้าได้เงินคืนเร็วโดยไม่ต้องรอ ค.21 วิธีที่ได้ผลที่สุดคือผูกพร้อมเพย์กับเลขบัตรประจำตัวประชาชนก่อนยื่นแบบ กรมสรรพากรจะโอนเงินคืนเข้าบัญชีที่ผูกไว้โดยตรง ไม่ต้องรอไปรษณีย์และไม่ต้องไปธนาคาร การยื่นแบบออนไลน์และส่งเอกสารประกอบครบตั้งแต่แรกช่วยให้การพิจารณาไม่สะดุด สรุป – ค.21 คือเงินของคุณที่รอให้ไปรับ ค.21 ไม่ใช่หนังสือเรียกเก็บภาษี แต่เป็นใบยืนยันว่ากรมสรรพากรอนุมัติคืนเงินให้คุณแล้ว สิ่งที่ต้องทำมีไม่มาก เจ้าของกิจการเก็บเอกสารภาษีให้พร้อมทุกปี PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยให้ SME จัดการเอกสาร รายรับรายจ่าย และรายงานการเงินได้ครบในที่เดียว เอกสารรายได้และหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายอยู่เป็นระบบ พอถึงฤดูยื่นภาษีก็หยิบใช้ได้ทันที – ทดลองใช้ PEAK ฟรี คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ค.21 เอกสาร ค.21 จากสรรพากรคืออะไร คือหนังสือแจ้งคืนเงินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรมสรรพากรส่งให้ผู้ที่ได้รับอนุมัติคืนภาษีแต่รับเงินผ่านพร้อมเพย์ไม่ได้ ใช้นำไปรับเงินที่ธนาคารกรุงไทยหรือ ธ.ก.ส. ได้ ค.21 แปลว่าต้องจ่ายภาษีเพิ่มไหม ไม่ใช่ หนังสือนี้แจ้งว่าคุณได้รับเงินคืน ถ้ากรมสรรพากรต้องการเรียกเก็บภาษีเพิ่ม จะใช้หนังสือแจ้งประเมินหรือหนังสือแจ้งให้ชำระภาษีซึ่งเป็นคนละฉบับ ไม่มีบัตรประชาชนตัวจริง ใช้สำเนาไปรับเงินได้ไหม ควรใช้ตัวจริง กรมสรรพากรระบุเอกสารที่ใช้รับเงินคือหนังสือแจ้งคืนและบัตรประจำตัวประชาชน ถ้าบัตรหมดอายุหรือหาย ควรทำบัตรใหม่ก่อนไปธนาคาร โทร 1161 เสียค่าโทรไหม ค่าโทรเป็นไปตามอัตราของผู้ให้บริการโทรศัพท์ที่ใช้ ถ้าไม่อยากเสียค่าโทร สอบถามผ่าน LINE ทางการของศูนย์สารนิเทศสรรพากร @rdintelligence ได้ ค.21 หายต้องยื่นขอคืนภาษีใหม่ไหม ไม่ต้อง การคืนภาษีอนุมัติแล้ว เพียงขอหนังสือแจ้งคืนฉบับใหม่ด้วยแบบ ค.39 ผ่านบริการของกรมสรรพากร หรือโทรสอบถาม 1161 ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ณ วันที่เผยแพร่ ขั้นตอนและช่องทางรับเงินคืนอาจเปลี่ยนตามประกาศของกรมสรรพากร ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดได้ที่ rd.go.th หรือศูนย์สารนิเทศสรรพากร 1161 ข้อมูลคืนภาษีของคุณควรตรวจสอบผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากรโดยตรงเท่านั้น ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

28 Sep 2026

PEAK Account

17 min

ภาษีศุลกากร คืออะไร มีกี่ประเภท พร้อมวิธีคำนวณภาษีนำเข้า

ภาษีศุลกากรคือภาษีที่กรมศุลกากรเก็บจากสินค้าที่ข้ามพรมแดน ทั้งขาเข้าและขาออก สำหรับ SME ที่สั่งสินค้าจากต่างประเทศ ภาษีตัวนี้กระทบต้นทุนโดยตรง ถ้าคำนวณไม่ถูกตั้งแต่ก่อนสั่งซื้อ ราคาขายที่ตั้งไว้อาจไม่เหลือกำไร และตั้งแต่ 1 ม.ค. 2569 สินค้านำเข้าราคาต่ำก็ไม่ได้รับยกเว้นอากรแบบเดิมแล้ว ภาษีศุลกากร คืออะไร ภาษีศุลกากร หรือที่กฎหมายเรียกว่าอากรศุลกากร คือภาษีที่รัฐเก็บเมื่อมีการนำสินค้าเข้าหรือส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักร ผู้จัดเก็บคือกรมศุลกากร สังกัดกระทรวงการคลัง อัตราที่เก็บกำหนดตามพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 ซึ่งแยกอัตราตามชนิดของสินค้าแต่ละรายการ ภาษีศุลกากรมีบทบาทหลัก 3 อย่าง ศุลกากร คืออะไร และกรมศุลกากรเก็บภาษีอะไรบ้าง ศุลกากรคือหน่วยงานที่ดูแลการผ่านเข้าออกของสินค้าที่ด่านชายแดน ท่าเรือ และท่าอากาศยาน ในไทยคือกรมศุลกากร นอกจากเก็บอากรขาเข้าและอากรขาออกแล้ว กรมศุลกากรยังเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีสรรพสามิต และภาษีเพื่อมหาดไทยของสินค้านำเข้าแทนหน่วยงานอื่นไปพร้อมกันในขั้นตอนเดียว ผู้นำเข้าจึงจ่ายภาษีทุกตัวครั้งเดียวตอนผ่านพิธีการ ภาษีศุลกากรมีกี่ประเภท ภาษีศุลกากรแบ่งตามทิศทางของสินค้าได้ 2 ประเภท คืออากรขาเข้าที่เก็บเมื่อนำสินค้าเข้ามาในไทย และอากรขาออกที่เก็บเมื่อส่งสินค้าออกไปต่างประเทศ ในทางปฏิบัติอากรขาเข้าคือภาษีที่ธุรกิจเจอบ่อยกว่ามาก เพราะอากรขาออกเก็บเฉพาะสินค้าไม่กี่รายการ ประเภท เก็บเมื่อ สินค้าที่ต้องเสีย อากรขาเข้า (Import Duty) นำสินค้าเข้ามาในไทย สินค้าเกือบทุกชนิด ยกเว้นรายการที่กฎหมายยกเว้น อากรขาออก (Export Duty) ส่งสินค้าออกนอกไทย เฉพาะบางรายการ เช่น ไม้ หนังดิบ อากรขาเข้า (Import Duty) อากรขาเข้าคือภาษีที่ผู้นำเข้าต้องจ่ายก่อนรับสินค้าออกจากด่าน คำนวณจากราคา CIF ซึ่งรวมราคาสินค้า ค่าประกันภัย และค่าขนส่งจนถึงไทย คูณด้วยอัตราอากรของพิกัดสินค้านั้น อัตรามีตั้งแต่ 0% ไปจนถึงหลายสิบเปอร์เซ็นต์ บางรายการเก็บตามปริมาณ เช่น ต่อกิโลกรัม หรือเก็บตามอัตราที่สูงกว่าระหว่างมูลค่ากับปริมาณ คำว่า duty tax หรือ import duty ที่เห็นในใบแจ้งค่าบริการของบริษัทขนส่ง หมายถึงอากรขาเข้าตัวนี้ รายละเอียดอัตราและตัวอย่างตามประเภทสินค้า อ่านเพิ่มเติมได้ที่ภาษีนำเข้า อัตราเท่าไร วิธีคำนวณ อากรขาออก อากรขาออกคืออากรที่เก็บเมื่อส่งสินค้าออกนอกประเทศ ปัจจุบันเก็บเฉพาะสินค้าบางรายการที่รัฐต้องการควบคุมการส่งออก ตามพิกัดอัตราอากรภาค 3 เช่น ไม้ส่งออกที่เก็บ 10% ของราคา FOB สินค้าส่งออกส่วนใหญ่จึงไม่มีอากรขาออก ภาษีตัวที่ผู้ส่งออกต้องใส่ใจจริง ๆ คือ VAT 0% ซึ่งมีเงื่อนไขเรื่องเอกสาร อ่านต่อได้ที่ภาษีส่งออก มีอะไรบ้าง นำเข้าสินค้าต้องเสียภาษีอะไรบ้าง การนำเข้าสินค้ามีภาษีได้สูงสุด 4 ตัว ได้แก่ อากรขาเข้า ภาษีสรรพสามิต ภาษีเพื่อมหาดไทย และภาษีมูลค่าเพิ่ม สินค้าทั่วไปมักเสียแค่อากรขาเข้ากับ VAT 7% ส่วนสรรพสามิตเกิดเฉพาะสินค้าในบัญชีของกรมสรรพสามิต เช่น รถยนต์ เครื่องดื่ม น้ำหอม ทุกตัวจ่ายรวมกันที่กรมศุลกากร ภาษี ฐานคำนวณ เสียเมื่อไร อากรขาเข้า ราคา CIF สินค้าเกือบทุกชนิด ภาษีสรรพสามิต ตามพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต สินค้าในบัญชีสรรพสามิตเท่านั้น ภาษีเพื่อมหาดไทย 10% ของภาษีสรรพสามิต เมื่อมีภาษีสรรพสามิต ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% CIF บวกอากรขาเข้า สรรพสามิต และภาษีอื่น สินค้าเกือบทุกชนิด ฐาน VAT ของสินค้านำเข้ากำหนดไว้ในประมวลรัษฎากร มาตรา 79/2 คือราคา CIF บวกอากรขาเข้า ภาษีสรรพสามิต และภาษีหรือค่าธรรมเนียมอื่นตามที่กำหนด (rd.go.th) VAT จึงคิดทับบนอากรอีกชั้นหนึ่ง ส่วนภาษีสรรพสามิตตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 คำนวณตามมูลค่า ตามปริมาณ หรือทั้งสองแบบ แล้วแต่ชนิดสินค้า สูตรเก่าที่ยังเห็นในบทความหลายแห่งเป็นวิธีตามกฎหมายเดิม ก่อนนำเข้าสินค้ากลุ่มนี้ควรเช็กอัตรากับกรมสรรพสามิตหรือตัวแทนออกของ วิธีคำนวณภาษีศุลกากรขาเข้า พร้อมตัวอย่าง การคำนวณภาษีนำเข้ามี 3 ขั้น เริ่มจากหาราคา CIF เป็นเงินบาท จากนั้นคูณอัตราอากรขาเข้าตามพิกัดสินค้า แล้วนำ CIF บวกอากรมาคูณ 7% เป็น VAT ผลรวมของอากรและ VAT คือเงินที่ต้องจ่ายให้กรมศุลกากรก่อนรับของ ถ้ามีสรรพสามิตให้บวกเข้าฐาน VAT ด้วย ขั้นที่ 1 หาราคา CIF และพิกัดสินค้า ราคา CIF คือราคาสินค้า (Cost) บวกค่าประกันภัย (Insurance) และค่าขนส่ง (Freight) จนถึงด่านไทย แปลงเป็นเงินบาทด้วยอัตราแลกเปลี่ยนที่กรมศุลกากรประกาศ ถ้าซื้อแบบ FOB ต้องบวกค่าขนส่งและค่าประกันเองก่อนคำนวณ พิกัดสินค้า (HS Code) เป็นตัวกำหนดอัตราอากร เช็กได้ที่ระบบค้นหาพิกัดอัตราศุลกากร ของกรมศุลกากร ถ้าใส่พิกัดผิด อัตราอากรผิดทั้งหมด ขั้นที่ 2 ตัวอย่างการคำนวณ บริษัท ก จำกัด (ชื่อสมมุติ) นำเข้าอุปกรณ์ครัวจากต่างประเทศ ราคา CIF 100,000 บาท สมมุติอัตราอากรขาเข้า 10% และไม่อยู่ในบัญชีสรรพสามิต รายการ จำนวนเงิน ราคา CIF 100,000 บาท อากรขาเข้า 10% 10,000 บาท VAT 7% 7,700 บาท รวมจ่ายกรมศุลกากร 17,700 บาท ต้นทุนสินค้าที่ต้องบันทึกคือ 110,000 บาท (CIF บวกอากร) ส่วน VAT 7,700 บาท ถ้าบริษัทจด VAT นำไปเป็นภาษีซื้อได้ ไม่ต้องรวมในต้นทุน ขั้นที่ 3 นำ VAT นำเข้ามาเครดิตเป็นภาษีซื้อ ผู้นำเข้าที่จด VAT ใช้ใบเสร็จรับเงินของกรมศุลกากรเป็นหลักฐานภาษีซื้อ นำไปหักกับภาษีขายในแบบ ภ.พ.30 ของเดือนนั้นได้ วิธีบันทึกภาษีซื้อและภาษีขายอ่านได้ที่ภาษีซื้อ ภาษีขาย คืออะไร ส่วนค่าขนส่งและค่าออกของที่จ่ายให้ชิปปิ้ง ดูการบันทึกบัญชีค่าขนส่ง สินค้านำเข้าราคาไม่เกิน 1,500 บาท ต้องเสียภาษีไหม ต้องเสียแล้ว ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2569 สินค้านำเข้าที่มีมูลค่าตั้งแต่ 1 บาทขึ้นไปต้องเสียทั้งอากรขาเข้าและ VAT 7% ตามประกาศกรมศุลกากร ที่ 219/2568 เดิมสินค้ามูลค่าไม่เกิน 1,500 บาทได้รับยกเว้นอากร และก่อนกลางปี 2567 ได้รับยกเว้น VAT ด้วย ข้อนี้กระทบร้านออนไลน์ที่สั่งสินค้าล็อตเล็กจากแพลตฟอร์มต่างประเทศมาขายต่อโดยตรง ต้นทุนต่อชิ้นจะสูงขึ้นทั้งจากอากรและ VAT ยังมีสินค้าบางประเภทที่ได้รับยกเว้นอากรตามภาค 4 ของพิกัดอัตราศุลกากร ควรตรวจสอบกับกรมศุลกากรหรือบริษัทขนส่งก่อนตั้งราคาขาย ลดภาษีศุลกากรได้อย่างไร ผู้นำเข้าลดอากรได้ถูกกฎหมายหลายทาง ที่ใช้บ่อยคือขอสิทธิลดอากรตามความตกลงการค้าเสรี (FTA) โดยแสดงหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า เช่น Form D สำหรับอาเซียน และ Form E สำหรับจีน นอกจากนี้ยังมีสิทธิประโยชน์ BOI เขตปลอดอากร และคลังสินค้าทัณฑ์บน วิธี เหมาะกับ สิ่งที่ต้องเตรียม สิทธิ FTA สินค้าจากประเทศคู่สัญญา หนังสือรับรองถิ่นกำเนิด (Form D, Form E ฯลฯ) BOI กิจการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน บัตรส่งเสริมและอนุมัติบัญชีวัตถุดิบ เขตปลอดอากร หรือคลังทัณฑ์บน ผลิตหรือพักสินค้าเพื่อส่งออก อนุมัติจากกรมศุลกากร คืนอากรเมื่อส่งออก นำเข้าวัตถุดิบมาผลิตแล้วส่งออก หลักฐานการนำเข้าและส่งออกตามเวลาที่กำหนด อัตรา FTA ของแต่ละสินค้าไม่เท่ากัน บางรายการเหลือ 0% บางรายการลดเพียงบางส่วน ให้เช็กในระบบพิกัดของกรมศุลกากรโดยเลือกความตกลงที่ใช้ ข้อผิดพลาดที่ทำให้จ่ายภาษีศุลกากรเกินหรือโดนปรับ ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดคือสำแดงพิกัดหรือราคาไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจถูกเรียกเก็บอากรเพิ่มพร้อมเบี้ยปรับ รองลงมาคือลืมรวมค่าขนส่งและค่าประกันในราคา CIF และไม่ได้นำ VAT นำเข้าไปเครดิตภาษีซื้อ ทำให้ต้นทุนสูงเกินจริงโดยไม่จำเป็น ข้อผิดพลาด ผลที่ตามมา ใช้พิกัดสินค้าผิด อัตราอากรผิด อาจถูกประเมินเพิ่มและปรับ สำแดงราคาต่ำกว่าจริง ถือเป็นความผิดตามกฎหมายศุลกากร คำนวณจากราคาสินค้าอย่างเดียว ไม่ใช่ CIF ตั้งงบภาษีต่ำไป ต้นทุนจริงสูงกว่าที่คิด ไม่ขอสิทธิ FTA ทั้งที่มีสิทธิ จ่ายอากรเต็มอัตรา รวม VAT นำเข้าเป็นต้นทุนสินค้า เสียสิทธิเครดิตภาษีซื้อ กำไรทางบัญชีต่ำไป สรุป ภาษีศุลกากรคือต้นทุนที่ต้องคำนวณก่อนสั่งซื้อ ภาษีศุลกากรแบ่งเป็นอากรขาเข้าและอากรขาออก ธุรกิจส่วนใหญ่เจอแค่อากรขาเข้าที่คิดจากราคา CIF แล้วมี VAT 7% คิดทับอีกชั้น สิ่งที่ควรทำก่อนนำเข้าคือ จัดการต้นทุนนำเข้าและภาษีซื้อด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยให้ SME จัดการเอกสาร รายรับรายจ่าย และรายงานการเงินได้ครบในที่เดียว บันทึกต้นทุนนำเข้า แยก VAT นำเข้าเป็นภาษีซื้อ และออกรายงานภาษีซื้อสำหรับยื่น ภ.พ.30 ได้ในระบบเดียว – ทดลองใช้ PEAK ฟรี คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาษีศุลกากร ภาษีศุลกากร หมายถึงอะไร ภาษีศุลกากรหมายถึงอากรที่กรมศุลกากรเก็บจากสินค้าที่นำเข้าหรือส่งออกนอกราชอาณาจักร แบ่งเป็นอากรขาเข้าและอากรขาออก อัตรากำหนดตามพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 ภาษีศุลกากรกับภาษีนำเข้าต่างกันอย่างไร ภาษีศุลกากรเป็นคำรวมของอากรขาเข้าและอากรขาออก ส่วนคำว่าภาษีนำเข้าที่คนทั่วไปใช้ มักหมายถึงภาษีทั้งหมดที่จ่ายตอนนำเข้า ได้แก่ อากรขาเข้า VAT และสรรพสามิตถ้ามี ภาษีศุลกากรนำไปเป็นค่าใช้จ่ายได้ไหม อากรขาเข้าถือเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนสินค้า บันทึกรวมกับราคา CIF และทยอยเป็นค่าใช้จ่ายเมื่อขายสินค้าออกไป ส่วน VAT นำเข้าถ้าจด VAT ให้บันทึกเป็นภาษีซื้อ ไม่รวมในต้นทุน ซื้อของจากเว็บต่างประเทศมาใช้เอง ต้องเสียภาษีศุลกากรไหม ต้องเสีย ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2569 สินค้านำเข้ามูลค่าตั้งแต่ 1 บาทขึ้นไปต้องเสียอากรขาเข้าและ VAT 7% ไม่ว่าจะซื้อมาใช้เองหรือขายต่อ เว้นแต่สินค้าที่อยู่ในรายการยกเว้นอากรตามกฎหมาย ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ณ วันที่เผยแพร่ อัตราอากรและหลักเกณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศของกรมศุลกากร กรมสรรพากร และกรมสรรพสามิต ก่อนนำเข้าสินค้าจริงควรตรวจสอบพิกัดและอัตรากับหน่วยงานหรือตัวแทนออกของ และปรึกษาผู้สอบบัญชีสำหรับกรณีเฉพาะ ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ธุรกิจ

ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกิจ

อ่านบทความเพิ่มเติม

12 Oct 2026

PEAK Account

23 min

ตัน ภาสกรนที บทเรียนธุรกิจนอกตำรา – สรุปเนื้อหา ลงทุนแมน Summit 2026

ถ้าอยากรู้สภาพเศรษฐกิจ ไม่ต้องรอดูข่าวเที่ยง แค่มองข้างทางก็รู้ได้แล้ว นี่คืออีกหนึ่งบทเรียนจาก ‘คุณตัน ภาสกรนที’ หรือ ตัน อิชิตัน ผู้ก่อตั้งแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มชั้นนำของไทย ได้ร่วมแบ่งปันบนเวที ลงทุนแมน Summit 2026 ถ่ายทอดเรื่องราวจากต้นทุนชีวิตที่เคยติดลบ จนพลิกผันกลายเป็นเศรษฐีระดับหมื่นล้าน บทเรียนของคุณตันไม่ได้มาจากทฤษฎีในห้องเรียน แต่เกิดจากการลงมือทำจริง เจ็บจริง และการมองเห็นโอกาสในจังหวะที่มหาชนเห็นเพียงแค่วิกฤต ซึ่ง ‘วิชาชีวิต’ เหล่านี้เอง ที่เปรียบเสมือนเข็มทิศชี้นำให้คุณตันกลายเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ สรุป 5 ประเด็นสำคัญจากเวที Life-Long MBA วิชาธุรกิจที่ในตำราไม่มีสอน อ่านเศรษฐกิจจริงจากตลาดนัด ไม่ต้องรอตัวเลข GDP คุณตันดูสัญญาณเศรษฐกิจจากธุรกิจที่ตัวเองทำ เช่น ตลาดนัดไม่มีผู้ค้า โรงแรมลดราคาห้อง หรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล ราคา 10-15 บาทขายดีขึ้น เป็นสัญญาณเศรษฐกิจที่ชัดเจนกว่าตัวเลข GDP เพราะเป็นสัญญาณแบบ Real-Time ที่ไม่ได้อ้างอิงจากอดีต และยังสามารถใช้คาดการณ์เศรษฐกิจล่วงหน้าได้ 1-2 ปีอีกด้วย สถานการณ์ ความหมาย ตลาดนัดไม่มีผู้ค้า คนไม่กล้าใช้เงิน ไม่มาเดินตลาด ทำให้พ่อค้าแม่ค้าจ่ายค่าเช่าไม่ไหว เกิดสภาวะสภาพคล่องตึงตัวรุนแรงจนต้องพึ่งพาหนี้นอกระบบ โรงแรมลดราคาห้อง เศรษฐกิจชะลอตัว ส่งผลให้อัตราการเข้าพักลดลง โรงแรมลดค่าห้องอย่างหนัก เพื่อแข่งขันด้านราคา ยอดขายเครื่องดื่มน้ำตาลราคาถูกสูงขึ้น ผู้บริโภคระดับฐานรากเกิดความเครียด ต้องการพลังงานราคาถูกจากน้ำตาล โดยไม่มีงบเพียงพอที่จะซื้อกาแฟหรือชา โมเดลธุรกิจ ขายไส้กรอกไม่เลี้ยงหมู ในยุคที่เศรษฐกิจมีความผันผวน การแบกรับสินทรัพย์ขนาดใหญ่ถือเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่องค์กรควรหลีกเลี่ยง แม้โรงงานผลิตเครื่องดื่มของคุณตันจะมียอดการผลิตมหาศาลจนคนส่วนใหญ่มองว่า การลงทุนซื้อเครื่องจักรเพื่อผลิตขวด พิมพ์ฉลาก หรือทำกล่องบรรจุภัณฑ์เองคือวิธีลดต้นทุนระยะยาวที่ดีที่สุด ทว่าในมุมมองของคุณตัน การทำเช่นนั้นคือการแบกรับความเสี่ยงที่เกินจำเป็น ปัจจุบันทิศทางการบริหารของอิชิตันจึงเลือกที่จะไม่เป็นเจ้าของโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก แต่หันไปโฟกัสสิ่งที่ตนเชี่ยวชาญ นั่นคือการผลิตและทำยอดขายปริมาณมากเพื่อกดต้นทุนต่อหน่วยให้ต่ำที่สุด กลยุทธ์การไม่ผูกมัดตัวเองไว้กับสินทรัพย์เหล่านี้ยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นทางธุรกิจได้อย่างมหาศาล ตัวอย่างเช่น เมื่อมีเทคโนโลยีเครื่องผลิตขวดรุ่นใหม่ที่คุ้มค่ากว่า ในขณะที่แบรนด์อื่นอาจต้องปวดหัวกับการหาทางปลดระวางเครื่องจักรเก่า คุณตันเพียงแค่ยกหูโทรศัพท์เจรจากับซัพพลายเออร์ ก็สามารถอัปเกรดเทคโนโลยีและลดต้นทุนได้ทันทีโดยไม่ต้องลงทุนเองให้เจ็บตัว ค่าเสื่อม = ค่าโง่ที่จ่ายไปแล้ว ผู้ประกอบการหลายคนมักนำ “ค่าเสื่อมราคา” มาบวกรวมเป็นต้นทุนในการตั้งราคาจนสินค้าแพงเกินไป แต่คุณตันกลับมีมุมมองที่สวนทางอย่างสิ้นเชิง โดยมองว่าค่าเสื่อมราคาเปรียบเสมือน “ค่าโง่” หรือเงินก้อนที่จ่ายไปแล้วตั้งแต่ตอนซื้อเครื่องจักร ไม่ว่าจะเดินเครื่องผลิตหรือไม่ธุรกิจก็ต้องแบกรับภาระส่วนนี้เท่าเดิม ดังนั้น แทนที่จะนำค่าเสื่อมมาบวกจนเสียเปรียบทางการแข่งขัน ควรหันมาตั้งราคาให้สู้ในตลาดได้เพื่อเร่งสร้างยอดการผลิต (Volume) ให้ได้มากที่สุด ในมุมมองทางบัญชี แนวคิดนี้ถือเป็นกลยุทธ์ที่ถูกต้องสำหรับการตัดสินใจระยะสั้น เนื่องจากค่าเสื่อมเป็นต้นทุนคงที่ ขอเพียงราคาขายครอบคลุมต้นทุนผันแปรต่อชิ้นธุรกิจก็สามารถเดินหน้าต่อได้ ส่วนในระยะยาวนั้น ธุรกิจยังคงจำเป็นต้องสร้างกำไรรวมให้มากพอเพื่อเตรียมกระแสเงินสดไว้สำหรับซื้อเครื่องจักรใหม่ทดแทน ในอนาคต ซึ่งทฤษฎีของคุณตันตอบโจทย์ข้อนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะเมื่อโรงงานเดินเครื่องผลิตเต็มกำลัง ต้นทุนต่อหน่วยจะลดฮวบลงอย่างมหาศาล แม้กำไรต่อชิ้นจะบางลง แต่ด้วยปริมาณยอดขายที่สูงถึงระดับร้อยล้านต่อเดือน กำไรจากยอดขายมหาศาลนี้ก็จะหมุนกลับมาครอบคลุมค่าเสื่อมราคาในงบการเงินได้เองในที่สุด การลงทุนในระบบ Automation สำหรับโรงงานขนาดใหญ่ แม้การสร้างระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ (Auto Warehouse) จะเป็นการลงทุนก้อนใหญ่จนนักบัญชีของบริษัทไม่เห็นด้วย แต่ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งลดต้นทุนด้านเวลา คุณตันจึงตัดสินใจเดินหน้าสร้างคลังสินค้าสูง 12 ชั้น บนพื้นที่ 120,000 ตารางเมตร เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน ระบบนี้นอกจากจะช่วยให้เบิกจ่ายสินค้าได้รวดเร็วภายใน 20 นาทีแล้ว ยังทำให้ผู้สอบบัญชีสามารถตรวจนับสต็อกได้อย่างแม่นยำถึง 100% ในมุมของการบริหาร หากไม่มีระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ โรงงานจะต้องหยุดสายการผลิตอย่างน้อย 2 วันเต็มเพื่อตรวจนับสินค้า ซึ่งสำหรับอิชิตันแล้ว การหยุดเครื่องจักรหมายถึงการสูญเสียโอกาสในการผลิตที่สูงถึง 600 ขวดต่อนาทีต่อเครื่อง ดังนั้น การลงทุนกับเทคโนโลยีอัตโนมัติในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การลดภาระค่าแรง แต่เป็นการอุดรอยรั่วและป้องกันความสูญเสียเชิงโอกาสทางการค้าได้อย่างมหาศาล แนวคิดการลงทุนแบบสวนทางตลาด และการสะสมเครดิตกับธนาคาร การสร้างความมั่งคั่งที่ยั่งยืนไม่ได้เกิดจากการวิ่งตามกระแสมหาชน แต่เกิดจากการมีกรอบคิดแบบสวนทาง ควบคู่กับวินัยทางการเงินที่เคร่งครัดเพื่อเตรียมสภาพคล่องให้พร้อมช้อนซื้อสินทรัพย์ในจังหวะวิกฤต การเข้าซื้อสินทรัพย์แบบสวนทาง ปรัชญาการลงทุนที่ถือเป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับความสำเร็จของคุณตัน คือแนวคิดที่ว่า “ดี = ไม่ดี, รวย = เจ๊ง” เพราะเมื่อใดที่สินทรัพย์ชิ้นหนึ่งได้รับความนิยมจนถึงขีดสุด ราคามักจะพุ่งสูงเกินจริงและใกล้ถึงจุดที่ต้องปรับตัวลงมา ในทางกลับกัน ช่วงเวลาที่เศรษฐกิจซบเซาจนนักลงทุนหลายคนต้องยอมตัดใจขายขาดทุน กลับเป็น “โอกาสทอง” ในการเข้าช้อนซื้อสินทรัพย์ที่มีศักยภาพสูง ด้วยวิสัยทัศน์ที่กล้าคิดสวนกระแสนี้ คุณตันจึงมักอาศัยจังหวะที่ตลาดตกต่ำเข้าไปกว้านซื้อที่ดินในทำเลทอง ไม่ว่าจะเป็นย่านสุขุมวิท ทองหล่อ หรือถนนนิมมานเหมินท์ กลยุทธ์นี้เองที่ทำให้เขาสามารถครอบครองสินทรัพย์คุณภาพเยี่ยมได้ในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าความเป็นจริงอย่างมหาศาล ตรรกะไม่เก็บเงินสดระยะยาว เพื่อชนะเงินเฟ้อ การฝากเงินสดทิ้งไว้ในธนาคารเฉยๆ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ทำให้เราเสียเปรียบในระยะยาว เพราะดอกเบี้ยเงินฝากที่ได้รับมักจะเติบโตไม่ทันอัตราเงินเฟ้อที่แท้จริง ส่งผลให้มูลค่าของเงินลดลงเรื่อยๆ จนในอนาคตอาจไม่สามารถซื้อสินทรัพย์ชิ้นเดิมในราคาเดิมได้อีกต่อไป ดังนั้น ทางออกที่ดีที่สุดคือการนำเงินสดไปแปลงสภาพให้กลายเป็น “สินทรัพย์ที่ไม่เป็นภาระและสามารถสร้างรายได้” อย่างเช่น การลงทุนในที่ดินบนทำเลที่มีศักยภาพ ซึ่งนอกจากจะช่วยรักษามูลค่าของเงินไม่ให้หดหายไปตามกาลเวลาแล้ว ยังมีโอกาสเติบโตและสร้างผลตอบแทนทวีคูณในอนาคตได้อีกด้วย จากหนี้ช่วงต้มยำกุ้ง สู่เครดิตที่ธนาคารแข่งกันให้กู้ ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 คุณตันเลือกใช้วิธี “ตัดแขนขารักษาชีวิต” โดยยอมขายตึกแถวเพื่อนำเงินสดมาโปะลดหนี้ พร้อมเข้าไปเจรจากับธนาคารกรุงศรีเพื่อขอยืดระยะเวลาผ่อนชำระออกไปเป็น 5 ปี สิ่งสำคัญคือเขาไม่เคยเอ่ยปากขอแฮร์คัท (Haircut) หรือขอลดหนี้เลยแม้แต่บาทเดียว และด้วยความมุ่งมั่นนี้เอง คุณตันสามารถปลดหนี้ทั้งหมดได้ก่อนกำหนดภายในเวลาเพียง 2 ปีเท่านั้น ซึ่งประวัติทางการเงินที่ใสสะอาดนี้ได้กลายเป็นเครดิตความน่าเชื่อถือระดับสูงสุด ที่ติดตัวเขามาตลอด เครดิตที่สะสมมานี้ส่งผลอย่างชัดเจนในปัจจุบัน เมื่อคุณตันตัดสินใจเข้าซื้อกิจการโรงแรมมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาทในย่านทำเลทองอย่างสุขุมวิทและทองหล่อ ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งต่างแย่งกันเสนอวงเงินกู้ให้แบบเต็มจำนวน 100% แถมยังให้อัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษเพียง 3.5% โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันเพิ่มเติม และด้วยศักยภาพในการทำกำไรของธุรกิจที่สร้างกระแสเงินสดก่อนภาษีและดอกเบี้ย (EBITDA) ได้สูงถึงเดือนละประมาณ 100 ล้านบาท คุณตันจึงสามารถชำระหนี้ก้อนโตระดับพันล้านนี้ได้หมดเกลี้ยงภายในเวลาแค่ 1–2 ปี และกลับสู่สถานะปลอดหนี้ได้อย่างรวดเร็วเช่นเคย การบริหารคนสไตล์คุณตัน แบบยิ่งให้ก็ยิ่งได้ ย้อนกลับไปก่อนที่จะประสบความสำเร็จกับธุรกิจเครื่องดื่มชาเขียว คุณตันเคยเริ่มต้นจากการเปิดสตูดิโอถ่ายภาพแต่งงานย่านทองหล่อ แม้จะเป็นเพียงกิจการเล็กๆ แต่เขากลับมีวิสัยทัศน์ในการบริหารที่ล้ำลึกด้วยการปลูกฝังแนวคิดการเป็น “เจ้าของร่วมกัน” (Co-Ownership) ให้กับพนักงานทุกคน โดยแทนที่จะจ่ายแค่เงินเดือนประจำซึ่งอาจทำให้พนักงานทำงานแค่ให้จบไปวันๆ หรือเกี่ยงงานกัน คุณตันเลือกใช้วิธีนำกำไรจากรูปภาพที่ลูกค้าซื้อเพิ่มมาแบ่งให้กับทีมงานทุกตำแหน่งอย่างทั่วถึง ตำแหน่ง ส่วนแบ่ง ช่างภาพ 40 บาทต่อรูป ผู้ช่วยช่างภาพ 10 บาทต่อรูป แม่บ้าน 5 บาทต่อรูป ช่างแต่งหน้า 500 บาทต่อคู่ กลยุทธ์นี้ทำให้พนักงานทุกคนหันมาร่วมมือร่วมใจกันดูแลลูกค้าเสมือนเป็นหุ้นส่วนของร้านอย่างแท้จริง แม่บ้านคอยดูแลเสิร์ฟน้ำอย่างแข็งขัน ในขณะที่ช่างแต่งหน้าและช่างภาพก็ช่วยกันสร้างความประทับใจและเชียร์ขายอย่างเต็มที่ ผลลัพธ์ที่ได้คือ ลูกค้าหลายรายที่เดิมตั้งใจมาซื้อแพ็กเกจเพียง 40 รูป กลับประทับใจการบริการจนยอมจ่ายเงินซื้อรูปเพิ่มเป็นหลักร้อยรูป แม้คุณตันจะต้องแบ่งกำไรราวครึ่งหนึ่งให้กับทีมงาน แต่วิธีนี้กลับช่วยสร้างยอดขายรวมให้เติบโตขึ้นหลายเท่าตัว โดยที่เจ้าของกิจการไม่ต้องคอยสั่งงานเลยแม้แต่น้อย แมวสีอะไรก็ได้ ขอให้จับหนูได้ ก็เป็นแมวที่ดี ในการบริหารธุรกิจ คุณตันยึดมั่นในวาทะของ เติ้ง เสี่ยวผิง ที่ว่า “แมวสีอะไรก็ได้ ขอให้จับหนูได้ ก็เป็นแมวที่ดี” ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการทำธุรกิจไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวหรือตำราใดที่สามารถตอบได้ทุกคำถาม สิ่งสำคัญที่สุดคือการลงมือทำและเลือกใช้วิธีที่ได้ผลจริง พร้อมทั้งหมั่นเรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์หลากหลาย เช่น การลงพื้นที่สำรวจตลาดอย่างใกล้ชิดในแบบของ ดร.เทียม โชควัฒนา แห่งเครือสหพัฒน์ ส่วน ความหมาย เขาเหมือนกระทิง ไว้ใช้ขวิด กล้าสู้ กล้าคว้าโอกาส ตาเหมือนนกเค้าแมว มองเห็นโอกาสในจังหวะที่คนอื่นมองไม่เห็น หลังเหมือนอูฐ ขยัน อดทน ขาเหมือนม้า เคลื่อนที่เร็ว ปรับเปลี่ยนไว หางเหมือนวัว มีประโยชน์หลากหลาย ในด้านของการตอบแทนสังคม คุณตันได้พิสูจน์ให้เห็นถึงพลังของการให้ โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตมหาอุทกภัยปี 2554 แม้โรงงานของตนเองจะถูกน้ำท่วมอย่างหนัก แต่เขากลับตัดสินใจบริจาคเงินช่วยเหลือรวมกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงการมอบเงิน 40 ล้านบาทให้กองทัพนำไปจัดหาน้ำดื่มแจกจ่ายประชาชน ผลจากความเสียสละในครั้งนั้น ทำให้ผู้บริโภคทั่วประเทศประทับใจและพร้อมใจกันอุดหนุนเครื่องดื่มอิชิตันจนเกลี้ยงแผง ปัจจุบันบริษัทอิชิตันยังคงยึดมั่นในนโยบายการแบ่งปัน ด้วยการตั้งเป้าบริจาคเงินราว 10% ของกำไรสุทธิเป็นประจำทุกปี อย่างเช่นการจัดสรรงบกว่า 40 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดโรคซับซ้อนให้กับโรงพยาบาล สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดที่ว่าธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนเมื่อก้าวเดินไปพร้อมกับการดูแลสังคม บทเรียนที่ SME นำไปใช้ได้ทันที คุณตันเล่าว่าหลังอุบัติเหตุตกเวทีที่เขาชีจรรย์ เขาเลิกยึดแผน 5-10 ปี และหันมาโฟกัสสิ่งที่ทำได้ใน 3-6 เดือน สำหรับ SME คือ ดูสัญญาณเตือนจากลูกค้าตัวเอง ทบทวนสินทรัพย์ที่ไม่สร้างรายได้ ตั้งราคาจากต้นทุนจริง รักษาเครดิต และออกแบบค่าตอบแทนที่ทำให้ทีมอยากขาย บทเรียนจากเวที สิ่งที่ SME ทำได้ ค่าเช่าค้างคือสัญญาณแรก ดูรายงานลูกหนี้ค้างชำระทุกเดือน ลูกค้าที่เริ่มจ่ายช้าคือสัญญาณเตือนก่อนยอดขายตก ขายไส้กรอก ไม่เลี้ยงหมู เทียบต้นทุนทำเองกับจ้างภายนอก รวมค่าเสื่อมและเงินลงทุนที่จม ค่าเสื่อมกับราคาขาย แยกต้นทุนคงที่และผันแปรก่อนตัดสินใจลดราคาเพื่อเพิ่มปริมาณ ตัดแขนขารักษาชีวิต ทบทวนสินทรัพย์ที่ไม่สร้างรายได้ แล้วเปลี่ยนเป็นเงินสดเมื่อจำเป็น เครดิตคือทุน จ่ายหนี้ตรงเวลา และทำงบการเงินให้ถูกต้อง ธนาคารใช้ตัวเลขนี้พิจารณาวงเงิน แบ่งกำไรให้ทีม ตั้งสูตรค่าคอมให้ชัดและคำนวณได้จริง แล้วบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายให้ครบ สรุป – Life-Long MBA วิชาธุรกิจที่ในตำราไม่มีสอน หัวใจสำคัญของ Life-Long MBA จากประสบการณ์ของคุณตัน ภาสกรนที คือการรักษาวินัย ความอดทน และการมองเห็นโอกาสในสภาวะที่ผู้อื่นเห็นแต่วิกฤต การทำธุรกิจภาคสนามไม่มีคำว่าล้มเหลว ตราบใดที่ไม่ยอมแพ้และพร้อมปรับเปลี่ยนวิธีการอย่างยืดหยุ่น “ไม่มีใครทำธุรกิจไปทั้งชีวิตแล้วตั้งใจจริงแล้วจะไม่สำเร็จ แต่สำคัญที่ต้องทำให้เป็น ถ้าดีเท่ากับไม่ดี รวยเท่ากับเจ๊ง จงมองสวนทางตลาด รักษาเครดิตยิ่งชีพ และจำไว้ว่า แมวสีอะไรก็ได้ ขอให้จับหนูได้ก็คือแมวที่ดี” ดูลูกหนี้ค้างชำระและต้นทุนจริงได้ทุกเดือน PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยให้ SME จัดการเอกสาร รายรับรายจ่าย และรายงานการเงินได้ครบในที่เดียว ดูรายงานลูกหนี้ค้างชำระ ค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์ และงบกำไรขาดทุนได้ทุกเดือน ใช้เป็นสัญญาณเตือนและข้อมูลประกอบการตั้งราคาได้ทันที – ทดลองใช้ PEAK ฟรี ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

12 Oct 2026

PEAK Account

16 min

ขยายธุรกิจ จากสิ่งที่รัก กับซารต์ Bearhouse – สรุปเนื้อหา ลงทุนแมน Summit 2026

ทำในสิ่งที่รักแล้วเงินจะตามมา เป็นประโยคที่หลายคนเคยได้ยิน แต่คนที่ทำธุรกิจจริงรู้ดีว่า ใจรักอย่างเดียวพาบริษัทไปถึงจุดขาดทุนได้เหมือนกัน คำพูดนี้เป็นบทเรียนเล่มใหญ่ ของคุณซารต์ Bearhouse ยูทูปเบอร์สายอาหารและท่องเที่ยวจากช่อง Bearhug ที่ปัจจุบัน ผันตัวมาเป็น CEO บริษัทขนม 21 ซันแพสชั่น จำกัด เจ้าของสินค้ายอดฮิตอย่างหมึกกรุบ ถั่วแสบ และเยลลี่ซันซุ ในเซสชัน Scale Up from Passion ในงานลงทุนแมน Summit 2026 คุณซารต์ ปัทมพร ปรีชาวุฒิเดช ได้มาแบ่งปันประสบการณ์การทำธุรกิจ เส้นทางอาชีพของตนเองจากการเป็นนักบัญชี สู่การเป็นยูทูปเบอร์ ตลอดจนการเริ่มต้นธุรกิจหลายอย่าง ก่อนจะมาสำเร็จกับซันซุ และร้านชานมไข่มุก ในปัจจุบัน สรุป 5 ประเด็นสำคัญจากเวที Scale Up from Passion จุดเริ่มต้นของซารต์ Bearhouse : จากนักบัญชี/ยูทูปเบอร์ สู่ผู้ก่อตั้งอาณาจักรขนมพันล้าน คุณซารต์จบจากคณะบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมเกียรตินิยมอันดับ 1 โดยหลักจากเรียนจบ ได้เริ่มทำงานเป็นผู้สอบบัญชีอยู่ 3 เดือน ก่อนจะย้ายมาทำบริษัทหลักทรัพย์ได้อีก 3 เดือน และค้นพบว่าตัวเองไม่มีความสุขกับการทำงานตรงสาย จึงได้หันมาทำช่องยูทูป มุ่งเน้นคอนเทนต์เด็ก รีวิวขนมตามกระแส ซึ่งมีความสุขในช่วงแรก แต่สุดท้ายก็หมดไฟอีกครั้ง จนได้เดินทางไปถ่ายคลิปให้กับสายการบินหนึ่ง ที่เมืองต้าเหลียน ประเทศจีน แล้วค้นพบว่าตนชอบการรีวิวอาหาร และการถ่ายคลิปท่องเที่ยว คุณซารต์บอกว่าตลอดกว่า 10 ปี ช่องของเธอไม่เคยมีช่วงดังพุ่งหรือคลิปไวรัลข้ามคืน แต่โตจากความสม่ำเสมอและความไว้ใจที่ผู้ชมสะสมให้ทีละนิด จากเดิมที่เคยรีวิวขนมเด็ก ได้ยอดวิวหลักล้าน กลายเป็นเหลือยอดวิวแค่หลักหมื่น แต่ในทางกลับกัน เธอกลับรู้สึกมีความสุข และรู้สึกใกล้ชิดกับฐานแฟนคลับใหม่นี้มากขึ้น เพราะซื้อแฟรนไชส์ไม่สำเร็จ เลยเริ่มธุรกิจ Bearhouse เอง ในวัย 25 ปี คุณซารต์ไปไต้หวันเพื่อซื้อแฟรนไชส์ชานมไข่มุก แต่เมื่อได้เจรจาธุรกิจ คุณซารต์พบว่าสัญญามีความเข้มงวดหลายๆ อย่าง ที่ถ้าทำไม่สำเร็จ จะต้องโดนเบี้ยปรับเป็นเงินจำนวนมาก จึงเลือกตัดสินใจไม่เซ็นสัญญานั้น ก่อนจะกลับประเทศไทย ไปศึกษาวิธีต้มไข่มุกกับคนรู้จักที่เคยเปิดร้านชานมแต่ไม่สำเร็จ ก่อนจะพัฒนามาเป็นไข่มุกโมจิ ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของร้าน Bearhouse ในทุกวันนี้ ร้านชานมไข่มุก Bearhouse เปิดสาขาแรกในปี 2019 โดยเลือกทำเลเป็นสยามสแควร์ ด้วยเหตุผลว่าเป็นแหล่งรวมตัวของวัยรุ่น ซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริโภคหลัก ที่เธอมีความคุ้นชินด้วยมากที่สุด แม้จะมีค่าเช่าสูงถึงหลักแสนบาทต่อเดือน แต่คุณซารต์มองว่า “อยากขายวัยรุ่น ต้องเป็นสยามเท่านั้น ถ้าจะเจ๊ง ก็ให้มันรู้กันไป” ด้วยความมั่นใจอันแรงกล้า เธอเลือกที่จะไม่บอกฐานแฟนคลับ ผลสุดท้ายคือ ร้านแทบไม่มีลูกค้าเลยในช่วงแรก ภายหลัง คุณซารต์เริ่มเข้าใจวิธีทำการตลาดมากขึ้น แต่ตนเองไม่มีงบเพียงพอกับการจ้างพรีเซนเตอร์ จึงเลือกปัดฝุ่นช่องยูทูปเก่าของตนเอง ถ่ายคลิปง่ายๆ ตั้งใจเก็บเป็นไดอารี่ส่วนตัว ที่ให้แฟนคลับได้เข้ามารับชมด้วย ในตัววิดีโอ คุณซารต์และทีมงานได้เล่าถึงความตั้งใจ ความยากลำบากกว่าจะพัฒนาสูตรไข่มุกโมจิได้สำเร็จ จนท้ายที่สุด ร้านขายชานมไข่มุกเล็กๆ นี้ ได้รับความสนใจจากผู้คนจำนวนมาก คิวยาวจากหน้าร้านจนถึงสยามพารากอนเลยทีเดียว เคยเจ๊งมาก่อน ทั้งจากชานมกระป๋องและร้านไอศกรีม ในคืนหนึ่ง คุณซารต์รู้สึกอยากดื่มชานมขึ้นมากลางดึก แต่ในเวลานั้น ร้านชาหลายร้านปิดทำการหมดแล้ว เธอจึงเกิดไอเดียว่า ทำไม ยังไม่มีใครทำชานมกระป๋องที่ดื่มได้ทุกเวลา จึงเกิดเป็นแบรนด์ชานมกระป๋อง แบรนด์ซันซุ โดยในช่วงแรก กระแสตอบรับของชานมกระป๋องนี้ดีมาก ด้วยความอ่อนประสบการณ์ทางด้านธุรกิจ และความต้องการให้ผู้บริโภคได้ประสบการณ์ที่ดีที่สุด คุณซารต์เลือกที่จะไม่ลดต้นทุนหรือเปลี่ยนส่วนผสมใดๆ แม้ว่าจะไม่กระทบต่อคุณภาพของสินค้า ต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นในทุกวัน บวกกับการคาดการณ์ความต้องการที่ผิดพลาด ทำให้ทุกกระป๋องที่ซันซุขาย เปรียบเสมือนการควักเนื้อเจ้าของอยู่ตลอดเวลา จนสุดท้าย เมื่อตัดสินใจสั่งผลิตล็อตใหญ่ กระแสชานมไข่มุกในบ้านเรากลับลดฮวบ ส่งผลให้ขาดทุนหนัก เช่นเดียวกันกับร้านไอศกรีมที่เปิดขึ้นมาพร้อมกับกิจการ Bearhouse ที่ยอดขายไม่ได้เป็นที่น่าพอใจ คุณซารต์จึงตัดสินใจยุบทั้งสองแบรนด์ เพื่อรักษาเส้นเลือดใหญ่อย่างร้านชานมเอาไว้ เยลลี่ศูนย์แคล ฮีโร่ช่วยให้บริษัทรอดจากการล้มละลาย ด้วยความที่เป็นคนชอบทานขนม คุณซารต์จึงมักมองหาโอกาสสร้างสินค้าใหม่ๆ ในตลาดที่ยังไม่มีคู่แข่งรายใหญ่อยู่เสมอ จังหวะที่เธอเริ่มสนใจทำเยลลี่ศูนย์แคล ดันเป็นช่วงเวลาที่กระแสชานมกระป๋องเริ่มซาลง และเทรนด์รักสุขภาพกำลังกลับมาบูมพอดี คุณซารต์เล่าติดตลกว่าความสำเร็จนี้ส่วนหนึ่งมาจากโชคและ “ความไม่รู้” เพราะตอนที่ตัดสินใจทำเยลลี่ เธอไม่ทราบเลยว่าแบรนด์ชานมซันซุกำลังขาดทุนหนักจนเกือบต้องปิดตัวลง ซึ่งถ้าหากรู้สถานการณ์การเงินที่ย่ำแย่ในตอนนั้น เธอคงไม่กล้าเสี่ยงลงทุนต่อ และอาจไม่มีชื่อของ ซารต์ Bearhouse อย่างในทุกวันนี้ การทำธุรกิจด้วย Passion สู่การสร้างปรากฏการณ์หมึกกรุบ จุดเริ่มต้นของขนมบุกรสหม่าล่าอย่าง “หมึกกรุบ” เกิดจากความบังเอิญเมื่อคุณซารต์อยากมอบของขวัญให้ผู้จัดการส่วนตัวที่ทำงานร่วมกันมานานนับสิบปี ทางผู้จัดการจึงยื่นขนมบุกจีนที่พกติดตัวมาให้ชิม วันหนึ่งขณะที่คุณซารต์กำลังคุมอาหารและต้องทนทานสลัดผักที่ไร้รสชาติ เธอได้ลองนำขนมบุกซองนั้นมาทานคู่กัน แล้วพบว่ามันช่วยเปลี่ยนมื้ออาหารที่น่าเบื่อให้กลายเป็นมื้อที่อร่อยจัดจ้านขึ้นมาทันที ด้วยความอยากทำธุรกิจจากสิ่งที่ชอบ คุณซารต์จึงตัดสินใจปั้นแบรนด์ “หมึกกรุบ” ขึ้นมาเอง แทนที่จะเป็นเพียงผู้นำเข้าสินค้า เธอตระเวนชิมขนมบุกหลายยี่ห้อจนพบจุดอ่อน เช่น กลิ่นเครื่องเทศที่ฉุนเกินไป และรสเผ็ดที่ไม่ค่อยถูกปากคนไทย ก่อนจะนำข้อบกพร่องเหล่านั้นมาพัฒนาปรับปรุง จนได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นขนมประเภทใหม่ในตลาดประเทศไทย ในด้านการตลาด คุณซารต์ใช้ประโยชน์จากช่อง YouTube ของตัวเองที่มีฐานแฟนคลับเหนียวแน่นเป็นทุนเดิม บวกกับงบการตลาดที่มากขึ้นจึงสามารถจ้างพรีเซนเตอร์ระดับประเทศได้ ทำให้ผู้บริโภคเชื่อมั่นและกล้าเปิดใจลองชิมทันทีที่วางขาย ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังโชคดีซ้ำสองเมื่อศิลปินระดับโลกอย่าง โรเซ่ BLACKPINK ได้โพสต์ภาพซองหมึกกรุบลงโซเชียลระหว่างมาทัวร์คอนเสิร์ตที่ไทย ส่งผลให้ “หมึกกรุบ” ไม่ได้เป็นแค่ขนมยอดฮิต แต่กลายเป็นปรากฏการณ์ที่โด่งดังไปไกลถึงระดับโลก 4 หลักคิด Scale Up from Passion ที่ SME นำไปใช้ได้ทันที ประสบการณ์ด้านธุรกิจของคุณซารต์ สามารถสรุปออกมาเป็นแนวคิด 4 ข้อ ที่ผู้ประกอบการ SME สามารถนำไปปรับใช้กับธุรกิจของตนเองได้ในทันที สรุป – ทำธุรกิจด้วยใจ ยังไงก็ไปต่อได้ เส้นทางของคุณซารต์แสดงให้เราเห็นว่า Passion สามารถนำพาธุรกิจไปได้ไกล เมื่อมาพร้อมความจริงใจและวินัยเรื่องตัวเลข Bearhouse เกิดจากความล้มเหลวที่ซื้อแฟรนไชส์ไม่ได้ แบรนด์ซันซุรอดได้เพราะกล้าปิดแบรนด์ชานมกระป๋องที่ขาดทุน เยลลี่ศูนย์แคลที่มาพร้อมโชค ตลอดจนหมึกกรุบที่เกิดจากความสงสัยส่วนตัว นำไปสู่การสร้างอาณาจักรขนม มูลค่าพันล้าน รู้ต้นทุนและกำไรรายสินค้าก่อนตัดสินใจขยาย PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยให้ SME เข้าใจสถานการณ์ธุรกิจของตนเอง ผ่านระบบ PEAK Board พร้อมจัดการเอกสาร รายรับรายจ่าย และรายงานการเงินได้ครบในที่เดียว บันทึกซื้อขายและสต๊อกแยกตามสินค้า ดูต้นทุนและกำไรได้ทุกเดือน รู้เร็วว่าสินค้าตัวไหนควรไปต่อ และตัวไหนควรหยุด – ทดลองใช้ PEAK ฟรี ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

อ่านบทความเพิ่มเติม

การใช้โปรแกรม

ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งาน PEAK

อ่านบทความเพิ่มเติม

30 Sep 2026

PEAK Account

6 min

อัปเดตฟังก์ชัน PEAK 30/09/2026

1. อัปเดตเมนูคลังเอกสาร ดูไฟล์เอกสารได้ชัดขึ้น สร้างเอกสารรายรับ-รายจ่ายได้ทันที แพ็กเกจใช้งาน: แพ็กเกจ e-Document ขึ้นไปเหมาะสำหรับ: ผู้ใช้งานที่ต้องการจัดการเอกสารสแกนหรือรูปภาพเข้าโปรแกรม PEAKสิ่งที่ระบบอัปเดต: ระบบปรับโฉมหน้าจอแสดงผล สามารถขยายการดูรูปภาพเอกสารได้เต็มหน้าจอ มองเห็นรายละเอียด ตัวเลข และข้อความได้ชัดเจนยิ่งขึ้นรองรับการสร้างเอกสารครอบคลุมยิ่งขึ้น ทั้งฝั่งรายรับ ได้แก่ ใบเสนอราคา, ใบแจ้งหนี้, ใบเสร็จรับเงิน, ใบรับเงินมัดจำ และฝั่งรายจ่าย ได้แก่ ใบซื้อสินทรัพย์ และใบจ่ายเงินมัดจำเพิ่มช่องเลือก “กลุ่มจัดประเภท” ในโหมดสร้างเอกสารขั้นสูง ช่วยให้จัดหมวดหมู่หรือระบุโครงการ/สาขาได้ทันทีSMART Key อ่านข้อมูลอัตโนมัติ ช่วยดึงรายละเอียดเอกสารมาใส่ลงในช่องให้อัตโนมัติ ลดเวลาการคีย์ข้อมูลลงประโยชน์ที่จะได้รับ: ทำงานได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น ตรวจสอบไฟล์ต้นฉบับพร้อมกรอกข้อมูลได้จบในหน้าเดียว ลดข้อผิดพลาดในการบันทึกเอกสาร 2. เพิ่มตัวเลือกแสดงเลขที่ผังบัญชีเมื่อพิมพ์รายงานงบการเงิน ตรวจสอบข้อมูลได้สะดวกขึ้น แพ็กเกจใช้งาน: แพ็กเกจ Basic ขึ้นไป เหมาะสำหรับ: นักบัญชีที่ต้องการนำข้อมูลรายงานงบการเงินไปใช้งานต่อหรือตรวจสอบรายละเอียดร่วมกับผังบัญชีอย่างถูกต้องแม่นยำ สิ่งที่ระบบอัปเดต:  ประโยชน์ที่จะได้รับ: ช่วยให้เห็นโครงสร้างและเลขที่ผังบัญชีควบคู่กับรายการงบการเงินได้ทันที ตรวจสอบข้อมูลสะดวกรวดเร็ว นำไฟล์ Excel ไปวิเคราะห์หรือทำงานต่อได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลาค้นหาเลขผังบัญชีย้อนหลัง 3. เพิ่มปุ่มแสดงรายละเอียดใน Dashboard งบกำไรขาดทุน ดูข้อมูลเปรียบเทียบสะดวกขึ้น แพ็กเกจใช้งาน: แพ็กเกจ Basic ขึ้นไป เหมาะสำหรับ: ผู้ใช้งานที่ต้องการเจาะลึกวิเคราะห์โครงสร้างรายได้และค่าใช้จ่ายของธุรกิจในรูปแบบแผนภาพที่เข้าใจง่าย สิ่งที่ระบบอัปเดต: ระบบเพิ่มปุ่ม Drilldown ให้ผู้ใช้งานสามารถกด เพื่อเปิดดูรายละเอียดตัวเลข เปรียบเทียบกับงวดก่อนหรือปีก่อนหน้าได้ทันที โดยระบบจะช่วยวิเคราะห์แสดงการเติบโต สัดส่วนค่าใช้จ่ายเทียบกับรายได้รวม ช่วยให้เห็นแนวโน้มทางเงินได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ใน Dashboard ยังมีการจัดเรียงลำดับรายการที่มีมูลค่าสูงสุดไปหาน้อยที่สุดให้อัตโนมัติ ช่วยให้ผู้ใช้งานมองเห็นจุดสำคัญของงบการเงินได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งปรับการตั้งค่าเริ่มต้นให้แสดงผลเป็นช่วงเวลาของ “เดือนปัจจุบัน” เพื่อให้ผู้ใช้งานเปิดเข้ามาเช็กงบการเงินช่วงล่าสุดได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาปรับเลือกช่วงเวลาใหม่ ประโยชน์ที่จะได้รับ: ช่วยให้เห็นภาพรวมและเจาะลึกงบการเงินได้จบในที่เดียว เข้าใจที่มาที่ไปของรายได้และค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น วางแผนการเงินและตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

30 Sep 2026

PEAK Account

3 min

PEAK Function Update 30/09/2026

1. Updated File Vault menu, view document files more clearly, create revenue-expense documents immediately. Package: e-Document package and above Suitable for: Users who want to manage scanned documents or images in the PEAK program. System Updates: Benefits of Use: Work more conveniently and quickly, review original files along with filling in data all on a single page, reducing errors in document recording. 2. Added option to display chart of accounts numbers when printing financial statement reports, checking data more conveniently. Package: Basic package and above Suitable for: Accountants who want to use financial statement report data further or accurately check details alongside the chart of accounts. System Updates: Benefits of Use: Helps users view account structures and account numbers alongside financial statement items at a glance, making it easier to check data quickly and conveniently. It also makes Excel files easier to analyze and use for further work, without wasting time searching for account numbers later. 3. Added show details button in Income Statement Dashboard, viewing comparative data more conveniently. Package: Basic package and above Suitable for: Users who want an in-depth analysis of business revenue and expense structures in an easy-to-understand visualizations. System Updates: The system added a Drill down button allowing users to click to open and view numerical details compared to previous periods or previous years immediately. The system also analyzes and displays revenue growth and expense proportions relative to total revenue, helping users identify financial trends more clearly. Furthermore, the Dashboard automatically sorts items from highest to lowest value, helping users see key financial statement points quickly. Default settings have also been adjusted to display the “Current Month” period so users opening the page can check the latest financial statement period immediately without wasting time setting new periods. Benefits of Use: Helps view the overview and drill down into financial statements all in one place, understanding the sources of revenue and expenses more easily, planning finances and making business decisions more precisely.

อ่านบทความเพิ่มเติม

ข่าวสาร

อัปเดตข่าวประชาสัมพันธ์ โปรโมชั่น และเรื่องต่างๆ ที่น่าสนใจ

อ่านบทความเพิ่มเติม

12 Oct 2026

PEAK Account

5 min

PEAK ผนึกกำลังตลาดหลักทรัพย์ฯ ยกระดับวิสาหกิจเพื่อสังคม

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ณ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้มีการจัดงานแถลงข่าว “โครงการส่งเสริมโอกาสทางธุรกิจ SE ด้วยระบบจัดการบัญชี” ซึ่งเป็นการผนึกกำลังระหว่าง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม (สวส.) และพันธมิตรผู้ให้บริการระบบบัญชีออนไลน์ ได้แก่ PEAK Account และ FlowAccount โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเพื่อสังคม (SE) เข้าถึงระบบบัญชีออนไลน์ที่ได้มาตรฐาน พร้อมพัฒนาทักษะด้านบัญชี การเงิน และภาษีอย่างเป็นระบบ นายภีม เพชรเกตุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งโปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAK ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ภายในงานว่า “การเติบโตอย่างยั่งยืนไม่ได้วัดกันที่กำไรเพียงอย่างเดียว PEAK เราเอาความเชี่ยวชาญด้านบัญชีและเทคโนโลยี AI เข้ามาจัดการงานหลังบ้าน เพื่อปลดล็อกให้ผู้ประกอบการ SE ได้เอาเวลาและพลังงานไปโฟกัสการสร้าง Impact ให้กับสังคมได้อย่างเต็มที่” ในฐานะ Tech Company สัญชาติไทย PEAK เล็งเห็นเสมอว่าวิสาหกิจเพื่อสังคมคือกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ และมุ่งมั่นที่จะนำเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือช่วยให้ SE สามารถเดินหน้าต่อได้ด้วยตัวเอง ทั้งนี้ เพื่อช่วยแก้ปัญหาความซับซ้อนของงานหลังบ้าน PEAK ได้นำเสนอกระบวนการเพื่อยกระดับธุรกิจ SE ให้ทำงานได้ง่ายและเป็นระบบมากขึ้น ผ่านแนวคิด 3 ขั้นตอนหลัก (CCC) ได้แก่: สำหรับการสนับสนุนในโครงการนี้ PEAK มุ่งเน้นการแชร์ความรู้ในการวางระบบบัญชีที่ดี พร้อมทั้งมอบเครื่องมือสนับสนุนผ่านส่วนลดโปรแกรม PEAK ให้กับผู้ประกอบการ SE ที่เข้าร่วมโครงการ โดยผู้ประกอบการที่สนใจสามารถศึกษาเงื่อนไขการใช้งานและดูรายละเอียดแพ็กเกจเพิ่มเติมได้ที่ นอกจากนี้ ภายในงาน PEAK ยังได้จัดกิจกรรมเวิร์กชอปโดยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ผู้ประกอบการ SE ได้ยกระดับความรู้และการใช้งานระบบบัญชี ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาธุรกิจและชุมชนอย่างยั่งยืน PEAK, Building SMART Business ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

7 Aug 2026

PEAK Account

10 min

สรุป Workshop : Claude Cowork for SME ทำไมธุรกิจต้องใช้งาน Claude Cowork

Speaker : ตรีภพ เที่ยงตรง – ผู้ก่อตั้ง AI Thailand CommunitySession : Claude Cowork for SME ทำไมธุรกิจต้องใช้งาน Claude CoworkEvent : PEAK BIZSPHERE 2026 : Thailand’s B2B SME Conference 5 ไฮไลท์สำคัญที่ต้องรู้จาก Workshop : Claude Cowork for SME การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI Agent : จาก “การสนทนา” สู่ “การลงมือทำ” โลกของ AI กำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญ (Shift) จากเดิมที่เป็นยุคของ “Smart Chatbot” ที่เราเน้นการพิมพ์ถาม-ตอบ เข้าสู่ยุค “Agentic Process” อย่างเต็มตัวในปี 2026 ซึ่ง AI จะทำหน้าที่เป็น “Agent” ที่สามารถ “ดำเนินการ (Operate)” กระบวนการทางธุรกิจแทนมนุษย์ได้โดยอัตโนมัติ สำหรับ SME นี่คือโอกาสสำคัญในการลดภาระงานธุรการและงานเอกสารที่ซ้ำซ้อน (Bureaucratic Burden) ผ่านระบบ Claude Cowork ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือช่วยคิด แต่เป็นพนักงานดิจิทัลที่ช่วยจัดการงาน Batch Processing ขนาดใหญ่ ช่วยให้องค์กรสามารถขยายตัวได้โดยไม่ต้องเพิ่มจำนวนพนักงานในสัดส่วนที่เท่ากัน วิเคราะห์ 3 โหมดการทำงาน : การเลือกเครื่องมือตามความเหมาะสมเชิงต้นทุน การเลือกโหมดที่ผิดคือการเสียต้นทุนโดยใช่เหตุ SME ควรเข้าใจการเลือกใช้โหมดให้สอดคล้องกับขั้นตอนของงาน โหมดการทำงาน ลักษณะเด่น วัตถุประสงค์หลัก ระดับการใช้ Token Chat รวดเร็ว, คล่องตัว การวางแผน (Planning), ระดมสมอง ต่ำ (Low) Code Interface สำหรับเทคนิค สร้างแอป, แก้ไข Bug, จัดการไฟล์เชิงลึก กลาง (Medium) Cowork เข้าถึง Local Files, รันอัตโนมัติ ทำงาน Batch ขนาดใหญ่, สรุปรายงานบัญชี สูง (High) คำแนะนำเชิงกลยุทธ์ : ให้เริ่มที่โหมด Chat เพื่อวางแผนโครงสร้างงาน เมื่อได้แผนที่ชัดเจนแล้วจึงค่อยส่งต่อไปรันงานจริงในโหมด Cowork เพื่อลดการ “หมุน” (Spinning) ของ AI ที่จะสูบ Token โดยเปล่าประโยชน์ กลยุทธ์การเลือกโมเดลและการบริหารจัดการ Token (Cost Optimization) ในโลกของ AI Agent “คุณภาพของงาน” มักผันแปรตาม “ต้นทุน (Token)” ผู้ประกอบการต้องบริหารจัดการดังนี้ เทคนิคการประหยัดต้นทุน : AI จะย้อนอ่านประวัติการสนทนาทั้งหมดทุกครั้งที่เราสั่งงานใหม่ หากงานชิ้นใหม่ไม่จำเป็นต้องใช้บริบทเก่า “ควรเปิด Session ใหม่เสมอ” เพื่อป้องกันภาวะ Token Drain ที่จะทำให้โควตาการใช้งานหมดภายในเวลาอันรวดเร็ว การจัดโครงสร้างสารสนเทศ (Folder Structure) เพื่อลดความผิดพลาด อาการหลอนของ AI (Hallucination) มักเกิดจากข้อมูลที่กระจัดกระจาย การจัด “Clean Structure” จะช่วยลดข้อผิดพลาดได้มหาศาล โดยควรแบ่งโฟลเดอร์เป็น 4 ประเภท ในการตั้งค่า Project Instruction ควรเขียนด้วยตนเองให้ “สั้นและกระชับที่สุด” หลีกเลี่ยงการให้ AI เขียนให้เพราะจะทำให้คำสั่ง “บวม” และทำให้ AI หลุดโฟกัสจากเป้าหมายหลัก อาวุธ 3 ชิ้นของ Anthropic : กลยุทธ์การประกอบร่าง AI เปรียบเทียบการใช้งาน AI เหมือนการประกอบเฟอร์นิเจอร์ IKEA TSOX Framework : มาตรฐานการสั่งงาน AI Agent ขั้นสูง การสั่งงานระบบ Cowork ต้องการความชัดเจนกว่า Chatbot ทั่วไป เพื่อลดต้นทุนแฝงจากการที่ AI ทำงานผิดพลาด รับชมวิดิโอบรรยายย้อนหลัง บทสรุปเชิงกลยุทธ์ : การสร้าง Digital IP สำหรับ SME Claude Cowork มอบพลัง 3 ประการที่ SME ไม่เคยมีมาก่อน ได้แก่ Batch Processing (จัดการไฟล์จำนวนมากพร้อมกัน), Multi-Sourcing (ดึงข้อมูลหลายแหล่งในคำสั่งเดียว) และ Scheduling (การตั้งเวลาทำงานอัตโนมัติ) รวมถึงฟีเจอร์ Dispatch (Beta) ที่เปรียบเสมือนรีโมทคอนโทรลให้คุณสั่งงานคอมพิวเตอร์ที่ออฟฟิศผ่านสมาร์ทโฟนได้จากทุกที่ ข้อแนะนำด้านความปลอดภัย เป้าหมายสูงสุดของผู้ประกอบการคือการสร้าง “Marketplace ของทักษะ” ภายในองค์กร การเปลี่ยนความรู้ของพนักงานให้กลายเป็น Skills ในระบบ AI คือการสร้าง สินทรัพย์ทางปัญญาดิจิทัล (Digital IP) ที่จะอยู่คู่กับบริษัทตลอดไป แม้พนักงานจะมีการผลัดเปลี่ยนก็ตาม นี่คือหัวใจสำคัญของการทำ Digital Transformation ที่แท้จริง ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

อ่านบทความเพิ่มเติม