ทำธุรกิจส่วนตัวเสียภาษียังไง? เจ้าของกิจการมือใหม่ต้องรู้
การทำธุรกิจส่วนตัวเสียภาษียังไง? เป็นคำถามยอดฮิตที่เจ้าของกิจการมือใหม่มักสงสัย เพราะเมื่อมีรายได้เข้ามา สิ่งที่ตามมาคือหน้าที่ทางภาษีที่ต้องจัดการให้ถูกต้อง ในบทความนี้เราจะพาไปเจาะลึกว่าการเป็นเจ้าของธุรกิจนั้นมีภาษีอะไรที่ต้องเสียบ้าง ทำธุรกิจส่วนตัว ต้องเสียภาษียังไงบ้าง เรื่องภาษีนับว่าเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเจ้าของกิจการ ไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจในนามบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ตาม โดยภาษีหลักๆ ที่เกี่ยวข้องมีดังนี้: 1. ภาษีเงินได้ ภาษีแรกคือ ภาษีเงินได้ ซึ่งเป็นภาษีที่คิดจากเงินได้ทั้งหมดในการดำเนินธุรกิจของคุณ ซึ่งไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจในนามบุคคลธรรมดาหรือในนามนิติบุคคลก็ต้องเสียภาษีนี้ แต่จะมีอัตราภาษีที่แตกต่างกัน ภาษีเงินได้ต้องยื่นเมื่อไหร่: ยื่นภายใน 150 วันนับจากวันสิ้นรอบบัญชี ตารางอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล เงินได้สุทธิ / กำไรสุทธิ (บาท) อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล 0 – 150,000 ได้รับการยกเว้น ได้รับการยกเว้น 150,001 – 300,000 5% ได้รับการยกเว้น 300,001 – 500,000 10% 15% 500,001 – 750,000 15% 15% 750,001 – 1,000,000 20% 15% 1,000,001 – 2,000,000 25% 20% 2,000,001 – 3,000,000 30% 20% 3,000,001 – 5,000,000 30% 20% เกิน 5,000,000 ขึ้นไป 35% 20% 2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับธุรกิจที่จด VAT แล้ว จะต้องยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่กรมสรรพากรทุกเดือน ซึ่งภาษีนี้ไม่ใช่ภาษีที่ธุรกิจออกเอง แต่เป็นการเก็บจากลูกค้าเพิ่ม 7% ของราคาสินค้าหรือบริการ โดยธุรกิจที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทจำเป็นต้องจด VAT ตามกฎหมาย ภาษีมูลค่าเพิ่มต้องยื่นเมื่อไหร่: ยื่นภายในวันที่ 15 หรือ 23 ของเดือนถัดไปกรณียื่นออนไลน์ ข้อควรรู้! : ทำธุรกิจในนามบุคคลธรรมดาก็มีความจำเป็นต้องจด VAT หากรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท 3. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย เป็นภาษีที่กิจการต้องหักออกจากค่าบริการเพื่อนำส่งสรรพากร โดยการให้บริการแต่ละประเภทจะมีอัตราภาษีที่ต้องหักแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับประเภทเงินได้และสถานะของผู้ให้บริการ เช่น บริษัท A จ้าง นาย B รีวิวสินค้า ถือค่าจ้างอาชีพอิสระ หมายความว่า บริษัท A ต้องหัก ณ ที่จ่าย 3% จากค่าจ้าง ภาษีหัก ณ ที่จ่ายยื่นเมื่อไหร่: ยื่นภายในวันที่ 7 หรือ 15 ของเดือนถัดไปกรณียื่นออนไลน์ 4. ภาษีธุรกิจเฉพาะ นอกเหนือจากการทำธุรกิจทั่วไป จะมีธุรกิจบางประเภทที่ต้องเสียภาษีที่เรียกว่า ภาษีธุรกิจเฉพาะ ซึ่งไม่ว่าคุณจะประกอบกิจการในนามใดก็ตาม หากธุรกิจเข้าข่ายประเภทนี้ก็ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะนี้ด้วย โดยมีทั้งหมด 8 ประเภท ประเภทธุรกิจ อัตราภาษี ธุรกิจธนาคาร (รวมไปถึงการให้กู้ยืมเงิน) 3% ธุรกิจประกันชีวิต 3% ธุรกิจรับจำนำ 2.5% ธุรกิจค้าอสังหาริมทรัพย์ 0.1% ธุรกิจขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ 0.1% ธุรกิจการซื้อและขายคืนหลักทรัพย์ 3% ธุรกิจแฟ็กเตอริง (บริการทางการเงินช่วยเพิ่มสภาพคล่อง) 3% การประกอบกิจการตามพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 469 0.01% ถ้าทำธุรกิจส่วนตัวในนามบุคคลธรรมดาต้องเสียภาษียังไง สำหรับผู้ที่ทำธุรกิจค้าขาย เปิดร้านค้าออนไลน์ ฟรีแลนซ์ หรือมีรายได้มากกว่า 1 ทาง จะต้องยื่นภาษีแตกต่างจากบุคคลธรรมดาที่มีเงินเดือนเพียงอย่างเดียว ซึ่งต้องมีการยื่นดังนี้ ธุรกิจต้องจด VAT เมื่อไหร่ การจด VAT เป็นขั้นตอนทางกฎหมายที่สำคัญ หากธุรกิจของเราไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล เมื่อถึงเกณฑ์กำหนดจำเป็นต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คืออะไร และเกี่ยวกับธุรกิจอย่างไร ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคือ ภาษีที่จัดเก็บล่วงหน้าเมื่อมีการจ่ายค่าบริการหรือค่าจ้าง โดยผู้จ่ายต้องเป็นคนหักออกจากค่าจ้าง โดยอัตราภาษีขึ้นอยู่กับแต่ละประเภทเงินได้ กรณีที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย : ธุรกิจต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อมีการจ่ายเงินค่าจ้างในประเภทที่ตรงกับเงื่อนไขของกรมสรรพากร และยอดรวมเกิน 1,000 บาท โดยให้หักออกจากยอดรวมก่อนบวก VAT อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่พบบ่อย ประเภทเงินได้ อัตราภาษี เงินเดือน หักภาษี ณ ที่จ่ายตามอัตราก้าวหน้า ค่าจ้างฟรีแลนซ์ หักภาษี ณ ที่จ่ายตามอัตราก้าวหน้า ค่าจ้างรีวิวสินค้าลงบนช่องทางของอินฟลูเอนเซอร์เอง 2.00% ค่าส่งของบริษัทเอกชน 1.00% วิธีนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภาษีหัก ณ ที่จ่ายต้องนำส่งทุกเดือนด้วยแบบ ภ.ง.ด.3 (กรณีจ้างบุคคลธรรมดา) หรือ ภ.ง.ด.53 (กรณีจ้างนิติบุคคล) ภายในวันที่ 7 หรือ 15 ของเดือนถัดไป โดยสามารถยื่นได้ทั้งแบบออนไลน์ผ่านระบบ e-filling หรือสามารถเดินทางไปยื่นได้ด้วยตัวเองสำนักงานสรรพากรในพื้นที่ เจ้าของธุรกิจต้องยื่นภาษีอะไรบ้างในแต่ละปี สรุปอีกครั้งว่ามีแบบภาษีอะไรบ้างที่เจ้าของกิจการต้องยื่นในแต่ละปี โดยจะไม่รวมแบบภาษีรายเดือน ภาษีครึ่งปี (ภ.ง.ด.94) ภาษีที่ยื่นเมื่อรายได้รวมครึ่งปีตั้งแต่เดือน มกราคม – มิถุนายน ของเราที่อยู่ในประเภท 40(5) – 40(8) มีรายได้รวมเกิน 60,000 บาท (โสด) และ 120,000 บาท (สมรส) ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นรายได้จากการทำธุรกิจค้าขาย ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.94 ภายในเดือนกรกฎาคม – กันยายน ของปีภาษีนั้น ๆ ภาษีประจำปี (ภ.ง.ด.90 / 91) สำหรับภาษีประจำปียื่นด้วยแบบ ภ.ง.ด.90 สำหรับเงินได้ทุกประเภท ส่วนใหญ่จะเป็นฟรีแลนซ์ที่มีงานเสริมนอกเหนือจากงานประจำอย่างเดียว และ ภ.ง.ด.91 ที่เป็นแบบรวมเงินได้เฉพาะเงินเดือนงานประจำเท่านั้น โดยต้องยื่นภายในเดือน มกราคม – มีนาคม ของปีถัดไป ภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.50 / 51) ใครจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแล้วต้องยื่นภาษีด้วยแบบ ภ.ง.ด.50 ภาษีรวมสิ้นปี และ ภ.ง.ด.51 ภาษีครึ่งปี วิธีจัดการภาษีให้ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจ การจัดการภาษีเป็นสิ่งที่สามารถวางแผนล่วงหน้าเพื่อวางระบบให้ดี เพื่อการจัดการที่ง่ายขึ้น ป้องกันข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น เราขอแนะนำให้ธุรกิจควรเริ่มต้นวางรากฐานที่ดีตั้งแต่ช่วงแรกของการทำธุรกิจ แยกบัญชีเงินส่วนตัวกับธุรกิจ เริ่มแรกควรแยกบัญชีเงินส่วนตัวกับบัญชีของธุรกิจ เพื่อให้เห็นความเคลื่อนไหวกระแสเงินสดจริง ๆ ของธุรกิจ ไม่มีค่าใช้จ่ายเงินส่วนตัวเข้ามาปะปน สามารถคำนวณรายรับ – รายจ่ายของธุรกิจเพื่อคำนวณภาษีได้ถูกต้องมากขึ้น เก็บเอกสารรายรับรายจ่ายให้ครบ เอกสารรายจ่ายใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการลดหย่อนภาษีได้ นอกจากนี้ถ้ามีการตรวจสอบจากกรมสรรพากรเราก็จะมีหลักฐานครบถ้วน โปร่งใส ตรวจสอบได้ ใช้โปรแกรมบัญชีช่วยจัดการข้อมูล การบริหารจัดการภาษีมาพร้อมกับข้อมูลมากมายที่ต้องจัดเก็บ การมีโปรแกรมบัญชีช่วยจัดการข้อมูลไม่ว่าจะเป็นรายรับ-รายจ่ายของธุรกิจ เอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ก็ช่วยให้เรื่องภาษีง่ายยิ่งขึ้น บริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ สุดท้ายนี้ทุกท่านน่าจะได้คำตอบกันแล้วว่าธุรกิจส่วนตัวเสียภาษียังไงบ้าง สามารถนำความรู้นี้ไปใช้สำหรับวางแผนจัดการด้านภาษีให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้เพื่อรากฐานที่แข็งแรงต่อการเติบโตในอนาคต PEAK พร้อมเป็นตัวช่วยจัดการภาษีและบัญชีอย่างมืออาชีพ มาพร้อมฟีเจอร์ PEAK Tax ที่ช่วยเตรียมแบบยื่นภาษีออนไลน์ได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ PEAK ยังจับมือกับ OfficeMate (OFM) พาร์ทเนอร์ที่ช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการด้วยอุปกรณ์สำนักงาน ไอที และเฟอร์นิเจอร์แบบครบวงจร โดยคุณสามารถเลือกซื้อเก้าอี้สำนักงานเพื่อสุขภาพหรืออุปกรณ์ต่างๆ ผ่านระบบจัดซื้อที่ทันสมัยของ OfficeMate และรับใบกำกับภาษีที่ถูกต้องเพื่อนำมาบันทึกรายจ่ายในระบบ PEAK ได้ทันที ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก ติดตาม OfficeMate ได้ที่ช่องทาง