
Speaker : ธีร์ธวัช ลิขิตกิจวรกุล นายกสมาคมนักบัญชีไทย, ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี บริษัท อัลเทอร์เนแท็กส์ จำกัด
Session : Tax to Wealth เทคนิคประหยัดภาษีฉบับ SME
Event : PEAK BIZSPHERE 2026 : Thailand’s B2B SME Conference
5 ไฮไลท์สำคัญที่ต้องรู้จาก Workshop : Tax to Wealth
- ยุทธศาสตร์ค่าตอบแทนกรรมการ : การรับเงินเดือนในอัตราก้าวหน้าที่เหมาะสม ประหยัดภาษีได้มากกว่าการปล่อยให้เป็นกำไรบริษัทแล้วจ่ายปันผล (ซึ่งมีภาระภาษีรวมสูงถึง 28%)
- การเช่าสินทรัพย์ส่วนตัว (Tax-Free Cash Flow) : เทคนิคการนำรถยนต์หรือที่ดินส่วนตัวให้บริษัทเช่า เพื่อรับสิทธิหักค่าใช้จ่ายเหมา 30% แบบไม่มีเพดาน 100,000 บาท
- Keyman Insurance : การใช้สวัสดิการประกันชีวิตสร้างเงินออมให้กรรมการ แต่ต้องระวังกฎ “ความเท่าเทียมในระดับเดียวกัน” (Leveled Benefit Rule)
- การบริหารหนี้และดอกเบี้ย (Arbitrage Profit) : การเปลี่ยนเงินปันผลเป็นเงินกู้ยืมเพื่อสร้าง “ดอกเบี้ยจ่าย” ซึ่งสร้างกำไรส่วนต่างจากภาษีได้ทันที 5%
- โครงสร้าง Holding Company : เครื่องมือชะลอการเสียภาษีและวางแผนส่งต่อมรดกโดยการ “ล็อคต้นทุนสินทรัพย์” ผ่านการถือหุ้น
ความสำคัญเชิงกลยุทธ์ของการบริหารภาษี
หัวใจของการเป็น Business Architect คือการมองว่า การบริหารภาษี (Tax Management) = การบริหารกำไร (Profit Management) การที่บริษัทมีภาระภาษีสูงเกินจำเป็น หมายความว่าคุณกำลังสูญเสีย “กระแสเงินสดภายใน” (Internal Capital) ที่ควรจะนำไปต่อยอดธุรกิจได้

ยุทธศาสตร์สองกระเป๋า : Corporate vs. Owner
การวางแผนภาษีที่แท้จริงต้องวิเคราะห์ภาพรวมทั้งระดับบริษัทและระดับบุคคล การบริหารจัดการรายจ่ายอย่างเป็นระบบจะช่วยเปลี่ยน “เงินบริษัท” ให้กลายเป็น “ความมั่งคั่งส่วนตัว” ของเจ้าของอย่างถูกต้องตามกฎหมาย 100%
การใช้วิธีสีเทา เช่น การซื้อบิลเท็จ นอกจากจะเสี่ยงต่อการถูกตรวจสอบย้อนหลังและค่าปรับมหาศาลแล้ว ยังทำให้งบการเงินบิดเบือน เสียความน่าเชื่อถือในการระดมทุนหรือขยายธุรกิจในอนาคต
กลยุทธ์ที่ 1 : การบริหารค่าตอบแทนกรรมการและโบนัส (Tax to Wealth Foundation)
ความเชื่อที่ว่า “ตั้งเงินเดือนน้อยเพื่อประหยัดภาษีบุคคล” คือกับดักที่ทำลายความมั่งคั่งของเจ้าของ SME พิจารณาการเปรียบเทียบเชิงวิเคราะห์ระหว่างนาย A และนาย B
| รายการเปรียบเทียบ | นาย A (เงินเดือนน้อย) | นาย B (เงินเดือนสูง) |
|---|---|---|
| เงินเดือนต่อปี | 300,000 บาท | 2,400,000 บาท |
| ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (เฉลี่ย) | 0% | 430,000 บาท (ประมาณ 17.9%) |
| ภาษีที่บริษัทประหยัดได้ (20% CIT) | 60,000 บาท | 480,000 บาท |
| ผลประโยชน์สุทธิระดับเจ้าของ | ขาดทุนโอกาส | กำไรภาษีส่วนต่างชัดเจน |
Strategist’s Note : หากคุณไม่ตั้งเงินเดือน แต่เลือกรับเป็นเงินปันผลแทน ภาระภาษีรวมคือ 28% (ภาษีนิติบุคคล 20% + ภาษีหัก ณ ที่จ่ายปันผล 10% ของกำไรหลังภาษี) ในขณะที่การรับเงินเดือน 200,000 บาท มีอัตราภาษีเฉลี่ยเพียง 18% การตั้งเงินเดือนสูงในระดับที่เหมาะสมจึงเป็นการสร้าง “Internal Capital” ที่คุ้มค่ากว่า
Checklist สำหรับการดำเนินการ :
- ตรวจสอบรายงานการประชุมสามัญประจำปี (AGM) ต้องมีวาระ “การกำหนดค่าตอบแทนกรรมการ” อย่างชัดเจน
- ประเมินความสมเหตุสมผลของเงินเดือนเทียบกับรายได้ธุรกิจและภาระงานจริง (Substance over Form)
กลยุทธ์ที่ 2 : การใช้สินทรัพย์ส่วนตัวสร้างรายจ่าย (Leasing Strategy)
การนำรถยนต์หรือที่ดินส่วนตัวมาให้บริษัทเช่า คือการสร้าง Tax-Free Cash Flow ที่ทรงพลังที่สุด
- วิเคราะห์นัยสำคัญ : รายได้ค่าเช่า (40(5)) หักค่าใช้จ่ายเหมาได้ 30% โดยไม่มีเพดาน ในขณะที่เงินเดือนหักได้ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท หากคุณต้องการกระแสเงินสดเพิ่ม 1 ล้านบาท การรับเป็นค่าเช่าจะเสียภาษีต่ำกว่าการรับเป็นเงินเดือนอย่างมาก
- กับดักรถยนต์หรู : หากบริษัทซื้อรถยนต์มูลค่าเกิน 1 ล้านบาท ส่วนเกินนั้นไม่สามารถนำมาคิดค่าเสื่อมราคาได้ (Sunk Tax Benefit) การที่กรรมการซื้อเองแล้วให้บริษัทเช่ากลับในราคาตลาด นอกจากบริษัทจะบันทึกค่าเช่าได้เต็มจำนวนแล้ว บริษัทยังสามารถเป็นผู้รับภาระค่าน้ำมัน ค่าซ่อมแซม และค่าประกันภัยได้ทั้งหมดอย่างถูกกฎหมาย
กลยุทธ์ที่ 3 : Keyman Insurance และเงื่อนไขความสอดคล้อง
Keyman Insurance คือการบริหารความเสี่ยงที่เปลี่ยนเบี้ยประกันเป็นรายจ่ายบริษัท แต่มี “จุดตาย” ที่ต้องระวัง
- Leveled Benefit Rule : กฎหมายระบุว่าสวัสดิการนี้ต้องมอบให้แก่ “ทุกคนในระดับเดียวกัน” เช่น หากให้กรรมการคนหนึ่ง คนที่เป็นกรรมการเหมือนกันทุกคนต้องได้รับสิทธิ์นี้ (แม้จะปฏิเสธสิทธิ์ภายหลังด้วยเหตุผลสุขภาพก็ตาม)
- การเชื่อมโยงข้อมูล : เบี้ยประกันต้องปรากฏในสลิปเงินเดือนกรรมการและรวมคำนวณภาษีบุคคลธรรมดา ข้อมูลใน 50 ทวิ ต้องตรงกับงบการเงิน
- ความเสี่ยง Unit Link : แนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้ประกันประเภท Unit Link เนื่องจากสรรพากรมักมองว่าเป็นการนำเงินบริษัทไปลงทุนส่วนตัว ให้เลือกแบบออมทรัพย์หรือตลอดชีพเพื่อความปลอดภัยสูงสุดทางภาษี
กลยุทธ์ที่ 4 : การเปลี่ยนทุนเป็นหนี้และการบริหารดอกเบี้ย
นี่คือกลยุทธ์ “Arbitrage Profit” หรือการทำกำไรจากส่วนต่างอัตราภาษี
- กลไก : แทนที่จะใส่เงินเพิ่มทุน ให้เปลี่ยนเป็น “เงินกู้ยืมกรรมการ” โดยการจ่ายปันผลออกมา (เสีย 10%) แล้วใส่กลับเข้าไปเพื่อให้บริษัทจ่าย “ดอกเบี้ย” ให้เรา
- วิเคราะห์กำไร : ดอกเบี้ยจ่ายเป็นรายจ่ายบริษัท (ลดภาษีได้ 20%) แต่กรรมการผู้รับดอกเบี้ยเสียภาษีเพียง 15% (Final Tax) คุณจะได้รับกำไรส่วนต่าง 5% ทันทีจากเม็ดเงินก้อนเดิม
- Tax for Life : การสร้างสินทรัพย์ (เช่น โกดัง) ในนามบุคคลแล้วให้บริษัทเช่า ช่วยสร้างรายได้ต่อเนื่องให้ทายาท และเมื่อส่งต่อในรูปแบบของ “หุ้น Holding” จะเป็นการล็อคต้นทุนสินทรัพย์ ณ วันแรก ช่วยชิลด์ (Shield) ภาษีมรดกจากมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นในอนาคต
บทสรุป : การออกแบบโครงสร้างธุรกิจเพื่อความยั่งยืน
การประหยัดภาษีไม่ใช่แค่การลดตัวเลข แต่คือการวางโครงสร้างเพื่อความมั่งคั่งของครอบครัวและองค์กร
สิทธิประโยชน์และเทคนิคบริหารจัดการที่ควรพิจารณาเพิ่มเติม :
- การทำลายสินค้า (Destruction) : ในทางภาษี “การบริจาคสินค้า” มักมีภาระภาษีมูลค่าเพิ่มตามมา แต่ “การทำลายสินค้าที่เสื่อมสภาพ” อย่างถูกวิธี (แจ้งล่วงหน้า 1 เดือน มีผู้สอบบัญชีเป็นพยาน) สามารถตัดเป็นรายจ่ายได้โดยไม่มีภาระภาษีซ้ำซ้อน
- BOI & Digital Transformation : การลงทุนในเทคโนโลยีสามารถหักรายจ่ายได้มากกว่าปกติ
- STEM & Training : การจ้างงานทักษะสูงและการฝึกอบรมในบ้าน (In-house) มีสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่จูงใจ
Strategist’s Final Advice : ประเมินโครงสร้างปัจจุบันและเริ่มดำเนินการปรับปรุงตั้งแต่วันนี้ โดยเน้นการทำเอกสารให้ครบถ้วน เพราะ “สรรพากรรู้จักธุรกิจของคุณน้อยกว่าที่คุณรู้ และอาวุธที่ดีที่สุดของคุณคือเอกสารที่ถูกต้องตามเนื้อหาจริง”
ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine