
เอาใจผู้ใช้งานโปรแกรม PEAK ด้วยฟังก์ชันใหม่ที่ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น
1. SMART Insight ตัวช่วยทางธุรกิจรู้ล่วงหน้าเอกสารใกล้ครบกำหนด ช่วยให้ติดตามเอกสารฝั่งรายจ่ายได้ทันทีจากหน้าแรก

เหมาะสำหรับ : ผู้ใช้งานแพ็กเกจ Basic ขึ้นไปที่ต้องการติดตามสถานะเอกสารรายจ่ายได้ง่ายยิ่งขึ้น
Highlight: ระบบเพิ่มเอกสารรายจ่ายไปที่ Smart Insight บนหน้าหลัก เพื่อช่วยตรวจสอบสถานะเอกสารรายจ่ายที่ใกล้ถึงกำหนดหรือค้างชำระ และเมื่อเลือกเอกสารที่ต้องการ ระบบจะพาไปยังหน้าตารางเอกสารนั้น ๆ พร้อมตั้งค่าช่วงเวลาให้อัตโนมัติ โดยผู้ใช้งานสามารถกำหนดช่วงเวลาเอกสารที่สนใจและมูลค่าของเอกสารขั้นต่ำได้ ช่วยให้ติดตามการชำระเงินในเอกสารได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น
เอกสารที่สามารถนำมาแสดงผล มีดังนี้
- ใบขอซื้อ
- ใบจ่ายเงินมัดจำ
- บันทึกรับเอกสารแจ้งหนี้ (เฉพาะแพ็กเกจ Premium)
- บันทึกค่าใช้จ่าย/ซื้อสินค้า
- ซื้อสินทรัพย์
- รับใบเพิ่มหนี้
- ใบรวมจ่าย
โดย Smart Insight จะแสดงข้อมูลใน 2 รูปแบบ
- สัญลักษณ์กระดิ่ง : แจ้งจำนวนเอกสารที่กำลังจะถึงกำหนดภายในวันที่กำหนดในการตั้งค่า พร้อมมูลค่ารวมของเอกสารทั้งหมด
- สัญลักษณ์เครื่องหมายตกใจ : แจ้งจำนวนเอกสารที่ค้างชำระ พร้อมมูลค่ารวมของเอกสารทั้งหมด
หมายเหตุ :
- หากผู้ใช้งานไม่มีสิทธิ์ในเอกสารรายจ่าย ระบบจะไม่แสดงผล SMART Insight
- สามารถตั้งค่าการแสดงผลของ SMART Insight ที่ต้องการแสดงในหน้าหลักได้ (ผู้ใช้งานจะต้องได้รับสิทธิ์ในการตั้งค่า)
- เปิด-ปิดการแสดงผลสถานะเอกสารที่ต้องการได้
- เปิด-ปิดการแสดงผลวันที่ครบกำหนดของแต่ละเอกสารได้
- หากไม่มีเอกสารตรงตามเงื่อนไข ระบบจะไม่แสดง SMART Insight

2. เพิ่ม Dashboard แสดงสถานะกระทบยอดที่เมนูการเงิน ช่วยให้ผู้ใช้งานรู้ได้ทันทีว่าช่องทางการเงินที่เราใช้มีการกระทบยอดแล้วหรือไม่

เหมาะสำหรับ : นักบัญชีที่ใช้งานการกระทบยอด และต้องการดูข้อมูลการกระทบยอดได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น
Highlight: ระบบเพิ่ม Dashboard แสดงสถานะกระทบยอดที่เมนูการเงิน โดยจะแสดงช่องทางการที่ต้องการตรวจสอบ (สูงสุด 4 ช่องทาง) และแสดงสถานะออกมาเป็น 4 สถานะ
- สีเขียว เมื่อการกระทบยอดครบทุกรายการ
- สีเหลือง เมื่อมีการกระทบยอดไปแล้วบางรายการ
- สีแดง เมื่อยังไม่มีการกระทบยอด
- n/a เมื่อไม่มีรายการบันทึกบัญชีในระบบ
หมายเหตุ
- การพิมพ์รายงานการกระทบยอดผู้ใช้งานสามารถระบุช่วงเวลาได้สูงสุด 12 เดือน
- การพิมพ์รายงานระบบจะแสดงจำนวนรายการในแต่ละช่องทาง พร้อมระบุรายการกระทบยอดและเปอร์เซ็นในการกระทบยอดอย่างชัดเจน
- แสดงผลเฉพาะผู้ได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึงเมนูการเงินเท่านั้น
ช่วยให้เห็นภาพรวมการกระทบยอดของแต่ละช่องทางการเงินได้ทันที พร้อมสถานะที่เข้าใจง่าย

3. เพิ่มแท็บคำสั่งซื้อจากแพลตฟอร์ม ในหน้าการเชื่อมต่อ API Shopee ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถติดตามสถานะเอกสารได้สะดวกมายิ่งขึ้น

เหมาะสำหรับ : ผู้ใช้งานแพ็กเกจ PRO PLUS ขึ้นไป ที่มีการเชื่อมต่อ API Shopee
Highlight: ระบบแท็บคำสั่งซื้อจากแพลตฟอร์ม ในหน้าการเชื่อมต่อ API Shopee โดยผู้ใช้งานสามารถติดตามสถานะคำสั่งซื้อได้จากหน้าการเชื่อมต่อ และตรวจสอบสถานะการสร้างเอกสารที่ถูกสร้างได้ทันที ช่วยให้ผู้ใช้งานติดตามสถานะของคำสั่งซื้อและการสร้างเอกสารได้สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้นในหน้าเดียว
หมายเหตุ
- การแสดงผลข้อมูลขึ้นอยู่กับการตั้งค่าเชื่อมต่อ ที่เมนู “สถานะของคำสั่งซื้อใน Shopee ที่นำมาสร้างเอกสาร”
- ระบบจะเรียงลำดับจากรายการที่ใหม่ที่สุดไปถึงรายการเก่าที่สุด (ขึ้นอยู่กับการรับรู้ของระบบ)

4. เพิ่มใบส่งคืนเบิกสินค้าที่เมนูสินค้า ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถจัดการสต๊อกได้เป็นระบบและถูกต้อง

เหมาะสำหรับ : ผู้ใช้งานแพ็กเกจ BASIC ขึ้นไปที่มีการใช้งานใบเบิกสินค้า
Highlight: เมื่อผู้ใช้งานมีการสร้างเอกสารใบเบิกสินค้า และต้องการคืนสินค้าที่เบิกไป ผู้ใช้งานสามารถสร้างเอกสารใบส่งคืนเบิกสินค้าเพื่อปรับสต๊อกสินค้าให้ถูกต้องตามการใช้งาน โดยการสร้างใบส่งคืนเบิกสินค้าจะต้องอ้างอิงใบเบิกสินค้าทุกครั้ง และสามารถพิมพ์รายงานการเบิกสินค้าจากระบบได้ ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถนำสินค้าที่เคยเบิกออกกลับเข้าคลังได้อย่างถูกต้อง และติดตามความเคลื่อนไหวของสินค้าได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

5. เพิ่มการแสดงผลการแจ้งเตือนที่กระดิ่งมุมขวาบน เมื่อมีการทำรายการเอกสารโดยผู้ใช้งานรายอื่น ช่วยให้สามารถติดตามการเคลื่อนไหวและตรวจได้อย่างรวดเร็ว

เหมาะสำหรับ : ผู้ใช้งานทุกแพ็กเกจที่มีการทำงานร่วมกันหลายคน
Highlight: เมื่อมีผู้ใช้งานอื่นเข้ามาทำรายการบนเอกสารที่ผู้ใช้งานอีกรายสร้างไว้ ระบบจะมีการแจ้งเตือนไปที่กระดิ่งมุมขวาบน เพื่อแจ้งว่าได้มีการสร้าง แก้ไข ลบ หรือคอมเมนต์เอกสารโดยผู้ใช้งานอื่น ช่วยให้ทำงานร่วมกันได้อย่างต่อเนื่อง ไม่พลาดทุกความเปลี่ยนแปลง
หมายเหตุ
- สามารถตั้งค่าเปิด-ปิดประเภทการแจ้งเตือนได้
- การแจ้งเตือนนี้ส่งผลถึง PEAK Mobile Application

6. ปรับการพิมพ์และอนุมัติเอกสารพร้อมกันสูงสุดครั้งละ 100 รายการ ช่วยประหยัดเวลาในการพิมพ์เอกสารจำนวนมาก

เหมาะสำหรับ : ผู้ใช้งานทุกแพ็กเกจที่ต้องการพิมพ์เอกสารหลายรายการพร้อมกัน
Highlight: ระบบเพิ่มจำนวนการพิมพ์เอกสารที่สามารถพิมพ์เป็นไฟล์ PDF และอนุมัติเอกสารพร้อมกันได้เพิ่มขึ้น จากเดิมสูงสุด 20 รายการ/ครั้ง เป็น สูงสุด 100 รายการ/ครั้ง ช่วยลดขั้นตอนการพิมพ์เอกสารซ้ำ ๆ ประหยัดเวลาในการจัดการเอกสารจำนวนมาก


7. เพิ่มการตรวจสอบรายการภาษีในหน้า PEAK TAX ช่วยลดความเสี่ยงข้อมูลตกหล่นก่อนยื่นแบบ

เหมาะสำหรับ : ผู้ใช้งาน PEAK TAX
Highlight: ระบบเพิ่มหน้าตรวจสอบรายการภาษีก่อนการสร้างแบบ เพื่อตรวจสอบความครบถ้วนของรายการภาษีอีกครั้งในขั้นตอนหน้าอนุมัติก่อนยื่นแบบ ช่วยให้ผู้ใช้งานเห็นจำนวนรายการถูกต้อง ลดโอกาสข้อมูลตกหล่น และเพิ่มความมั่นใจก่อนสร้างแบบภาษี

8. เพิ่มปุ่มฟันเฟืองด้านข้างเมนูตั้งค่า สำหรับการตั้งค่าการแสดงผลเมนู ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถตั้งค่าการแสดงผลเมนูได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

เหมาะสำหรับ : ผู้ใช้งานทุกแพ็กเกจ
Highlight: ระบบเพิ่มฟันเฟืองด้านข้างเมนูตั้งค่า โดยเมื่อเลือกฟันเฟืองแล้ว ระบบจะพาไปที่หน้าตั้งค่าการแสดงผล เพื่อให้ผู้ใช้งานกำหนดการแสดงผลที่แถบเมนูได้ตามต้องการ

9. เพิ่ม Recovery Code สำหรับการยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอน (2FA) เมื่อเข้าสู่ระบบ ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าสู่ระบบได้เมื่อไม่มีรหัส 2FA

เหมาะสำหรับ : ผู้ใช้งานที่เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอน (2FA)
Highlight: เมื่อมีการเปิดใช้งานการยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอน (2FA) ระบบจะเพิ่มหน้าต่างใช้รหัสกู้คืนในการเข้าสู่ระบบ (Recovery Code) ซึ่งรหัสกู้คืนจะใช้สำหรับเข้าสู่ระบบหรือปิด (2FA) ในกรณีที่คุณไม่สามารถเข้าถึงรหัสยืนยันเดิมได้ ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าสู่ระบบได้เมื่อไม่มีรหัส 2FA
หมายเหตุ
- จำกัดการกรอกรหัสผ่านผิดสูงสุด 10 ครั้ง
- โดยรหัสนี้สามารถใช้ได้เพียง หนึ่งครั้งเท่านั้น และเมื่อมีการใช้งานรหัสกู้คืนในการเข้าสู่ระบบ (Recovery Code) ระบบจะทำการเปลี่ยนรหัสใหม่ทันที
ข้อแนะนำ ผู้ใช้งานควรมีการจัดเก็บรหัสกู้คืนในการเข้าสู่ระบบ (Recovery Code) เอาไว้ เนื่องจากสามารถเข้าถึงได้เพียงครั้งเดียวหลังจากเปิดใช้งาน