audit คือ
Table of Contents

สำหรับเจ้าของกิจการ SME ไทย คำว่า “ออดิท” มักทำให้รู้สึกว่าเป็นเรื่องไกลตัว แต่ถ้าธุรกิจคุณจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล กฎหมายไทยกำหนดให้ต้องผ่าน audit ทุกปี ไม่ว่าจะมีกำไรหรือไม่

บทความนี้จะพาคุณเข้าใจว่า audit คืออะไร มีกี่ประเภท และมีขั้นตอนทำอย่างไร

ทำความรู้จัก ออดิท (Audit) คืออะไร?

Audit คือ การตรวจสอบและประเมินข้อมูลทางการเงิน การดำเนินงาน หรือระบบต่างๆ ขององค์กร โดยผู้ตรวจสอบที่มีความเป็นอิสระ เพื่อให้ความเชื่อมั่นว่าสิ่งที่รายงานออกมาตรงกับความเป็นจริง

คำว่า “ออดิท” มาจากภาษาละตินว่า audire ที่แปลว่า “ได้ยิน” ในอดีตผู้ตรวจสอบจะ “ฟัง” การอ่านบัญชีดังๆ เพื่อตรวจความถูกต้อง วันนี้ audit ซับซ้อนกว่านั้นมาก โดยผู้ตรวจสอบจะเข้ามาดูเอกสาร พูดคุยกับพนักงาน และวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อยืนยันว่าทุกอย่างถูกต้อง

ทำไม audit ถึงสำคัญ?

เพราะการออดิทเปรียบเสมือนกับหลักประกันที่ทำให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ทั้งนักลงทุน ธนาคาร และคู่ค้าที่จะมาลงทุนกับบริษัทต่างมั่นใจในข้อมูลที่ได้รับ

Audit มีกี่ประเภท? รู้จักก่อนเลือกใช้ถูก

ถ้าพูดถึงคำว่า “การตรวจสอบบัญชี” หรือ “Audit” หลายคนอาจจะคิดว่ามันเหมือนๆ กันไปหมด แต่ในความเป็นจริงแล้ว Audit แบ่งออกเป็นหลายประเภท ขึ้นอยู่กับ “คนตรวจ” และ “เป้าหมาย” ซึ่งมีความสำคัญกับธุรกิจแตกต่างกันไป ดังนี้

แบ่งตาม “ผู้ตรวจ” — 3 ประเภทหลัก

การตรวจสอบภายนอก (External Audit)

เป็นการตรวจสอบความถูกต้องและโปร่งใสของงบการเงินโดยบุคคลภายนอกที่เป็นอิสระ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัท เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่บุคคลทั่วไปและหน่วยงานราชการ โดยกฎหมายไทยบังคับให้บริษัทจำกัดและบริษัทมหาชนจำกัดทุกแห่งต้องทำเป็นประจำทุกปี

ผู้ที่จะเข้ามาตรวจสอบและเซ็นรับรองงบการเงินนี้ได้ จะต้องเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ที่ขึ้นทะเบียนกับสภาวิชาชีพบัญชี หรือหากเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดขนาดเล็กก็สามารถใช้ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ได้

การตรวจสอบภายใน (Internal Audit)

เป็นการตรวจสอบเพื่ออุดรอยรั่วและประเมินระบบการควบคุมภายในขององค์กร โดยเน้นดูว่าขั้นตอนการทำงานมีประสิทธิภาพไหม มีจุดไหนที่มีความเสี่ยงหรือเสี่ยงต่อการทุจริตหรือไม่ การตรวจประเภทนี้มักพบในธุรกิจขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ หรือบริษัทที่เตรียมตัวจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ต้องการเช็กสุขภาพองค์กรอยู่เสมอ

คนตรวจจะเป็นผู้ตรวจสอบภายใน (Internal Auditor) ซึ่งเป็นได้ทั้งทีมพนักงานในบริษัทเอง หรือจะจ้างบริษัทที่ปรึกษาจากภายนอก (Outsource) เข้ามาช่วยดูก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตจากสภาวิชาชีพ แต่ต้องมีความเชี่ยวชาญด้านการวางระบบและบัญชีอย่างดี

การตรวจสอบของรัฐ (Government Audit)

เป็นการตรวจสอบการบริหารจัดการเงินและทรัพย์สินของภาครัฐ เพื่อให้มั่นใจว่าการใช้งบประมาณแผ่นดินที่มาจากเงินภาษีของประชาชนเป็นไปอย่างคุ้มค่า โปร่งใส และถูกต้องตามกฎหมาย กลุ่มที่ต้องรับการตรวจนี้จึงจำกัดเฉพาะหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรต่างๆ ที่มีการเบิกใช้เงินงบประมาณของรัฐ

โดยมีหน่วยงานหลักอย่างสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) หรือหน่วยงานตรวจสอบเฉพาะของภาครัฐเป็นผู้เข้าตรวจสอบ

แบ่งตาม “ลักษณะงาน” — 5 ประเภทที่พบบ่อย

Financial Audit (การตรวจสอบทางการเงิน)

เป็น audit ที่คนทั่วไปรู้จักมากที่สุด ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) จะตรวจสอบงบการเงินประจำปี เช่น งบฐานะการเงิน งบกำไรขาดทุน และงบกระแสเงินสด เป้าหมายคือยืนยันว่างบการเงินถูกต้องตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน (TFRS for NPAEs สำหรับ SME ทั่วไป)

Internal Audit (การตรวจสอบภายใน)

Internal Audit คือ การตรวจสอบที่ทำโดยทีมงานภายในองค์กรเอง หรือที่ปรึกษาที่จ้างมา เพื่อประเมินว่าระบบงานมีประสิทธิภาพ การควบคุมภายในแข็งแกร่งพอ และพนักงานทำตามนโยบายบริษัทจริงไหม ต่างจาก Financial Audit ที่มุ่งเน้นงบการเงิน Internal Audit มองภาพรวมของการดำเนินงานทั้งองค์กร

Operational Audit (การตรวจสอบการดำเนินงาน)

ตรวจสอบว่าการดำเนินงานขององค์กรบรรลุเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่ โดยเน้นที่ประสิทธิภาพและความคุ้มค่า เช่น ขั้นตอนจัดซื้อใช้เวลานานเกินไปไหม หรือต้นทุนการผลิตสูงกว่าที่ควรไหม

IT Audit (การตรวจสอบระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ)

ในยุคที่ธุรกิจพึ่งพาระบบดิจิทัล IT Audit คือการตรวจสอบว่าระบบ IT ขององค์กรมีความปลอดภัย เชื่อถือได้ และข้อมูลไม่รั่วไหล ธุรกิจที่ดูแลข้อมูลลูกค้าจำนวนมากควรให้ความสำคัญกับ audit ประเภทนี้

Compliance Audit (การตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎระเบียบ)

ตรวจสอบว่าองค์กรปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ หรือมาตรฐานที่กำหนดจากภายนอกหรือไม่ เช่น กฎหมายแรงงาน กฎหมายภาษี หรือมาตรฐาน ISO ที่ได้รับการรับรองไว้

Auditor คือใคร? เข้าใจก่อนว่าต้องจ้างใคร

Auditor คือ ผู้ทำหน้าที่ตรวจสอบ แต่ “ออดิเตอร์” ไม่ได้มีแค่คนเดียว แบ่งออกได้หลักๆ 3 ประเภทที่ SME ไทยต้องรู้จัก

ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) — External Auditor

คือผู้ตรวจสอบบัญชีจากภายนอกที่ได้รับใบอนุญาตจากสภาวิชาชีพบัญชีในพระบรมราชูปถัมภ์ (TFAC) มีหน้าที่ตรวจสอบและรับรองงบการเงินของบริษัทจำกัดและบริษัทมหาชน บริษัทจำกัดทุกแห่งในไทยต้องจ้าง CPA ตรวจสอบงบการเงินทุกปี ไม่มีข้อยกเว้น (ข้อมูลจาก กรมพัฒนาธุรกิจการค้า)

ผู้ตรวจสอบบัญชีภาษีอากร (TA)

คือผู้ตรวจสอบบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตจากกรมสรรพากร ตรวจสอบงบการเงินได้เฉพาะห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท สินทรัพย์รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท และรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อรอบบัญชี ค่าธรรมเนียมมักถูกกว่า CPA

ผู้ตรวจสอบภายใน (Internal Auditor)

คือพนักงานหรือทีมงานภายในองค์กรที่ทำหน้าที่ตรวจสอบระบบการทำงานภายใน ไม่ต้องมีใบอนุญาตจากสภาวิชาชีพ แต่ต้องมีความรู้ด้านบัญชีและการตรวจสอบ มักพบในธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่

จุดสำคัญที่คนมักสับสน: External Auditor (CPA/TA) ตรวจงบการเงินเพื่อรายงานให้บุคคลภายนอก ส่วน Internal Auditor ตรวจระบบภายในเพื่อรายงานให้ผู้บริหาร ทั้งสองมีบทบาทต่างกัน

รายการผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA)ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA)ผู้ตรวจสอบภายใน (Internal Auditor)
ใบอนุญาตจากสภาวิชาชีพบัญชี (TFAC)กรมสรรพากรไม่ต้องมีใบอนุญาต
ตรวจให้ใครบริษัทจำกัด, บริษัทมหาชนหจก. ที่ทุน/สินทรัพย์/รายได้ไม่เกินเกณฑ์ธุรกิจขนาดกลาง-ใหญ่ทุกประเภท
รายงานถึงผู้ถือหุ้น, DBD, สรรพากรสรรพากรผู้บริหารและคณะกรรมการ
ค่าธรรมเนียมสูงกว่า (ตามขนาดงาน)ถูกกว่า CPAขึ้นกับโครงสร้างองค์กร
กฎหมายบังคับบริษัทจำกัดทุกแห่งเฉพาะ หจก. ที่เกินเกณฑ์บางส่วนกฎหมายไม่บังคับ (สมัครใจ)

ขั้นตอนการทำ Audit มีอะไรบ้าง?

การ audit มาตรฐานมี 4 ขั้นหลัก ใช้เวลาโดยรวมประมาณ 2–8 สัปดาห์ขึ้นกับขนาดกิจการ

ขั้นที่ 1 — วางแผนและกำหนดขอบเขต

Auditor จะศึกษาธุรกิจของคุณก่อน เช่น ประเภทธุรกิจ ขนาดกิจการ ความเสี่ยงที่อาจมี แล้วกำหนดว่าจะตรวจอะไร ช่วงไหน และใช้เวลานานแค่ไหน ขั้นนี้มักจบด้วยการลงนามในสัญญาให้บริการ

ขั้นที่ 2 — รวบรวมหลักฐานและตรวจสอบ

นี่คือขั้นที่ใช้เวลานานที่สุด Auditor จะขอเอกสารจากคุณ เช่น สมุดบัญชี ใบกำกับภาษี สัญญาต่างๆ รายการธนาคาร และอาจสัมภาษณ์พนักงานบางคน

ตัวอย่าง: ถ้าบริษัท ก จำกัด (ชื่อสมมุติ) มียอดลูกหนี้ 5 ล้านบาทในงบ Auditor อาจขอดูใบแจ้งหนี้และการยืนยันยอดจากลูกค้าว่าตัวเลขตรงกันจริง

ขั้นที่ 3 — วิเคราะห์และประเมินผล

Auditor วิเคราะห์ข้อมูลที่รวบรวมมา เปรียบเทียบกับปีก่อน ตรวจสอบว่ามีความผิดปกติ ข้อผิดพลาด หรือความเสี่ยงที่ต้องรายงานหรือไม่

ขั้นที่ 4 — จัดทำรายงานผู้สอบบัญชี

ผลลัพธ์สุดท้ายคือ “รายงานผู้สอบบัญชี” ที่ Auditor จะแสดงความเห็นว่างบการเงินของคุณถูกต้องหรือไม่ มี 4 ระดับความเห็น ได้แก่ ไม่มีเงื่อนไข (ดีที่สุด) มีเงื่อนไข ปฏิเสธการแสดงความเห็น และไม่แสดงความเห็น

ทำไมธุรกิจต้อง Audit? ประโยชน์ที่ SME มองข้ามไม่ควร

หลายคนมองว่า audit คือภาระ แต่จริงๆ แล้วมีประโยชน์ชัดเจนอย่างน้อย 4 ด้าน

สร้างความน่าเชื่อถือกับนักลงทุนและธนาคาร งบการเงินที่ผ่าน audit จาก CPA ทำให้ธนาคารและนักลงทุนมั่นใจในตัวเลขที่คุณนำเสนอ เพิ่มโอกาสได้รับสินเชื่อหรือดึงดูดเงินลงทุนได้ง่ายขึ้น

ป้องกันทุจริตและลดความเสี่ยง เมื่อพนักงานรู้ว่ามีการ audit ประจำปี โอกาสที่จะมีการยักยอกหรือปลอมแปลงเอกสารลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และถ้าเกิดความผิดปกติก็ตรวจพบได้เร็วก่อนที่ความเสียหายจะขยายตัว

ปฏิบัติตามกฎหมาย บริษัทจำกัดในไทยมีหน้าที่ตามกฎหมายต้องส่งงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบจาก CPA ต่อ DBD ทุกปี ไม่ส่งหรือส่งช้ามีโทษปรับ

ปรับปรุงระบบภายในให้แข็งแกร่ง Auditor มักให้คำแนะนำจุดอ่อนในระบบบัญชีหรือการควบคุมภายในที่เจ้าของกิจการมองข้าม ทำให้ธุรกิจวางแผนและตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น

บริษัทไหนต้อง Audit ตามกฎหมายไทย?

นี่คือส่วนที่ SME ไทยถามบ่อยที่สุด ขึ้นอยู่กับรูปแบบนิติบุคคลของธุรกิจคุณ (ข้อมูลจาก กรมพัฒนาธุรกิจการค้า)

บริษัทจำกัดและบริษัทมหาชนจำกัด — ต้องมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ตรวจสอบงบการเงินทุกปีโดยไม่มีข้อยกเว้น และต้องส่งงบการเงินต่อ DBD ภายใน 5 เดือนหลังสิ้นรอบบัญชี

ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลและห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) — แบ่งเป็น 2 กรณี

กรณีที่ 1 หาก ทุนจดทะเบียน สินทรัพย์รวม หรือรายได้รวม เกิน 30 ล้านบาท (หรือทุนเกิน 5 ล้านบาท) ต้องมี CPA ตรวจสอบงบการเงิน

กรณีที่ 2 หาก ทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท และสินทรัพย์รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท และรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท — ยกเว้นไม่ต้องมี CPA ตรวจรับรองงบการเงิน แต่ยังต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 (แบบยื่นภาษีนิติบุคคลประจำปี) พร้อมรายงานของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ต่อกรมสรรพากร

สรุปง่ายๆ: ถ้าจดเป็นบริษัทจำกัด ต้องจ้าง CPA เสมอ ส่วน หจก. เล็กที่ยังไม่เกินเกณฑ์อาจไม่ต้องใช้ CPA แต่ควรปรึกษานักบัญชีให้ชัดเจนก่อน

เตรียมพร้อมรับการ Audit อย่างไร? สิ่งที่ต้องทำก่อน Auditor เข้า

ยิ่งจัดระบบได้ดีก่อน audit ยิ่งใช้เวลาน้อย ค่าธรรมเนียมอาจถูกลง และผลลัพธ์ออกมาดี นี่คือสิ่งที่ควรเตรียม

จัดเอกสารให้ครบและเป็นระบบ Auditor จะขอเอกสารเหล่านี้เสมอ ได้แก่ งบการเงิน สมุดบัญชีรายวัน รายการธนาคาร ใบกำกับภาษีซื้อ-ขาย สัญญาต่างๆ และเอกสารประกอบการลงบัญชี ทุกอย่างควรเก็บไว้ที่เดียวและหาง่าย

ตรวจสอบตัวเลขให้ตรงกับบัญชี ยอดธนาคารต้องตรงกับสมุดบัญชี ยอดลูกหนี้และเจ้าหนี้ต้องตรงกับเอกสารประกอบ ถ้ามีส่วนต่างต้องอธิบายได้

ให้ข้อมูลกับทีมงานก่อน บอกพนักงานที่เกี่ยวข้องว่าจะมี audit เพื่อเตรียมพร้อมตอบคำถาม Auditor ไม่ใช่ซ่อนข้อมูล แต่ให้ทุกคนพร้อมให้ความร่วมมือ

ใช้โปรแกรมบัญชีช่วยจัดระบบ ถ้าบัญชียังทำใน Excel หรือสมุดกระดาษ การหาข้อมูลย้อนหลังจะยากและใช้เวลานาน โปรแกรมบัญชีออนไลน์อย่าง PEAK Account ช่วยจัดเก็บเอกสาร รายการธนาคาร และงบการเงินไว้เป็นระบบ ทำให้เตรียมข้อมูลก่อน audit ได้ง่ายขึ้นมาก

สรุป: Audit ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่ต้องรู้จักเตรียมพร้อม

Audit คือเครื่องมือที่ช่วยให้ธุรกิจโปร่งใส น่าเชื่อถือ และเติบโตอย่างมั่นคง ไม่ใช่แค่ภาระตามกฎหมาย

สิ่งที่ต้องจำจากบทความนี้:

  • Audit มีหลายประเภท ได้แก่ Financial, Internal, Operational, IT, Compliance
  • Auditor แบ่งเป็น CPA (External), TA (ห้างขนาดเล็ก), และ Internal Auditor
  • บริษัทจำกัดทุกแห่งต้องมี CPA ตรวจงบการเงินทุกปี
  • การเตรียมข้อมูลและระบบบัญชีที่ดีช่วยให้ audit ผ่านง่ายขึ้น

เริ่มจัดระบบบัญชีให้พร้อม Audit ด้วย PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์

ถ้าอยากเตรียมพร้อมรับการ audit โดยไม่ต้องตามหาเอกสารวุ่นวาย PEAK Account ช่วยจัดระบบบัญชี ออกเอกสาร และดูงบการเงินได้แบบ real-time ทดลองใช้ฟรี 30 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Audit (ออดิท)

Audit กับ Accounting ต่างกันอย่างไร?

Accounting (การทำบัญชี) คือการบันทึกและจัดทำข้อมูลทางการเงินประจำวัน เช่น บันทึกรายรับ-รายจ่าย ออกใบกำกับภาษี ส่วน Audit คือการตรวจสอบว่าข้อมูลที่ทำบัญชีไว้นั้นถูกต้องหรือไม่ ทั้งสองอย่างต้องทำควบคู่กัน แต่คนละขั้นตอนและคนละคนทำ

บริษัทเล็กๆ ที่เพิ่งจดทะเบียน ต้อง Audit ไหม?

ถ้าจดทะเบียนเป็น บริษัทจำกัด ตั้งแต่ปีแรกก็ต้องมี CPA ตรวจสอบงบการเงินแล้ว ไม่มีข้อยกเว้นเรื่องขนาด แต่ถ้าจด ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) ที่มีทุน/สินทรัพย์/รายได้ไม่เกินเกณฑ์ที่กล่าวไป อาจไม่ต้องใช้ CPA แต่ควรปรึกษานักบัญชีก่อน

ออดิท ตรวจอะไรบ้าง?

Financial Audit ตรวจหลักๆ ได้แก่ งบการเงิน (งบฐานะการเงิน งบกำไรขาดทุน งบกระแสเงินสด) รายการธนาคาร ลูกหนี้-เจ้าหนี้ สินค้าคงเหลือ สินทรัพย์ถาวร และรายการภาษีที่เกี่ยวข้อง Auditor อาจขอดูสัญญา ใบกำกับภาษี และเอกสารประกอบการลงบัญชีด้วย

ออดิท คืองานอะไร? ต้องจบอะไรถึงทำได้?

งาน audit คือ การตรวจสอบและให้ความเห็นต่องบการเงินหรือการดำเนินงานองค์กร สำหรับ External Auditor ต้องจบปริญญาตรีบัญชีและสอบผ่านเพื่อรับใบอนุญาต CPA จากสภาวิชาชีพบัญชี (TFAC) ซึ่งต้องสอบหลายวิชาและเก็บชั่วโมงฝึกปฏิบัติ ส่วน Internal Auditor เน้นประสบการณ์และความรู้ในสายงานมากกว่า

ค่าจ้าง Auditor เท่าไร?

ค่าธรรมเนียม CPA ในไทยแตกต่างกันตามขนาดธุรกิจและความซับซ้อนของงาน โดยทั่วไปสำหรับ SME เริ่มต้นตั้งแต่ประมาณ 8,000–30,000 บาทต่อปี (ราคาโดยประมาณ ขึ้นกับขนาดธุรกิจและสำนักงานที่เลือก) ธุรกิจที่มีรายการซับซ้อนอาจสูงกว่านั้น แนะนำให้ขอใบเสนอราคาจากหลายสำนักงาน และตรวจสอบใบอนุญาตผู้สอบบัญชีได้ที่ tfac.or.th