ผู้ทำบัญชี
Table of Contents

เปิดบริษัทใหม่แล้วสงสัยว่า “ผู้ทำบัญชี” ที่กฎหมายบังคับให้มีนั้นต่างจาก “นักบัญชี” ทั่วไปยังไง? บทความนี้สรุปครบ ตั้งแต่หน้าที่ คุณสมบัติอัปเดต 2569 ไปจนถึงวิธีเลือกให้เหมาะกับธุรกิจ SME ของคุณ

ผู้ทำบัญชี คือใคร?

ผู้ทำบัญชี คือ บุคคลที่กฎหมายกำหนดให้รับผิดชอบจัดทำบัญชีของกิจการ ตั้งแต่บันทึกรายการค้า ปิดงบ ไปจนถึงยื่นงบการเงิน ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 (กฎหมายบัญชี) กิจการที่เป็นนิติบุคคลทุกแห่งต้องมีอย่างน้อย 1 คน แม้เป็นบริษัทเล็กที่เพิ่งเปิดและยังไม่มีรายได้ก็ต้องมีตั้งแต่วันแรก (ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า)

ถ้าเปรียบง่ายๆ ผู้ทำบัญชีคือคนที่ “ลงมือทำ” บัญชีจริง ไม่ใช่แค่ให้คำปรึกษา และต้องมีคุณสมบัติครบตามกฎหมายจึงจะรับผิดชอบบัญชีของกิจการได้

ผู้ทำบัญชี vs นักบัญชี vs พนักงานบัญชี ต่างกันยังไง?

คำว่า “นักบัญชี” “พนักงานบัญชี” และ “ผู้ทำบัญชี” มักถูกใช้สลับกัน แต่ตามกฎหมายมีความหมายต่างกัน

เกณฑ์ผู้ทำบัญชีนักบัญชีพนักงานบัญชี
นิยามบุคคลที่กฎหมายกำหนดให้รับผิดชอบจัดทำบัญชีของกิจการคำเรียกทั่วไปของคนทำงานสายบัญชีตำแหน่งงานในองค์กร
ต้องขึ้นทะเบียนใช่ ผ่านระบบ e-Accountant ของ DBDไม่จำเป็นไม่จำเป็น
ความรับผิดชอบตามกฎหมายรับผิดชอบต่อความถูกต้องของงบการเงินขึ้นกับ job descriptionขึ้นกับ job description
คุณสมบัติขั้นต่ำปริญญาตรีบัญชี หรือเทียบเท่าไม่มีเกณฑ์กลางไม่มีเกณฑ์กลาง

นักบัญชีและพนักงานบัญชีเป็นคำเรียกอาชีพ แต่ “ผู้ทำบัญชี” เป็นสถานะทางกฎหมายที่ต้องมีคุณสมบัติครบและแจ้งต่อ DBD

หน้าที่ของผู้ทำบัญชี ที่ผู้ประกอบการต้องรู้

มีหน้าที่หลัก 3 ด้านที่ต้องทำให้ครบถ้วนตามกฎหมาย

1. จัดทำบัญชีตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน

ทุกนิติบุคคลต้องจัดทำบัญชีตามมาตรฐาน NPAEs (มาตรฐานบัญชีสำหรับ SME ที่ไม่ได้อยู่ในตลาดหุ้น) บันทึกรายการค้าทุกรายการให้ถูกต้อง เช่น รายรับจากการขายและค่าใช้จ่าย

ตัวอย่าง บริษัท ก จำกัด (ชื่อสมมุติ) ขายสินค้าออนไลน์ 10,000 บาท ยังไม่ได้รับเงิน บันทึกรายการดังนี้

ขั้นที่ 1 — ตั้งหนี้ (วันที่ส่งสินค้า)

รายการDr (เดบิต)Cr (เครดิต)
ลูกหนี้การค้า10,000 บาท
รายได้จากการขาย10,000 บาท

ขั้นที่ 2 — รับชำระเงิน (ลูกค้าโอนเงินเข้าบัญชี)

รายการDr (เดบิต)Cr (เครดิต)
เงินฝากธนาคาร10,000 บาท
ลูกหนี้การค้า10,000 บาท

การบันทึกแบบนี้ทำให้เห็นชัดว่ากิจการมีรายได้เท่าไร และลูกค้ายังค้างจ่ายเท่าไร

2. จัดทำและยื่นงบการเงินและภาษี

ต้องจัดทำงบการเงินประจำปีและยื่นต่อ DBD ภายใน 5 เดือนหลังรอบบัญชีสิ้นสุด ตัวอย่างเช่น บริษัทที่ปิดงบวันที่ 31 ธ.ค. ต้องยื่นงบให้เสร็จภายในวันที่ 31 พ.ค. ของปีถัดไป

นอกจากนี้ยังต้องจัดเตรียมข้อมูลยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคล (แบบ ภ.ง.ด.50 คือแบบยื่นภาษีนิติบุคคลประจำปี ยื่นภายใน 150 วันหลังสิ้นรอบบัญชี) และ VAT รายเดือน (แบบ ภ.พ.30 ยื่นภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป)

3. เก็บรักษาเอกสารบัญชีตามกฎหมาย

กิจการต้องเก็บบัญชีและเอกสารประกอบไม่น้อยกว่า 5 ปีนับจากวันปิดบัญชี (ข้อมูลจากพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543) ถ้าเก็บไม่ครบแล้วสรรพากรเข้าตรวจ อาจถูกประเมินภาษีเพิ่มเพราะไม่มีหลักฐานหักค่าใช้จ่าย

วิธีจัดการคือแยกแฟ้มตามประเภท ทั้งใบเสร็จ ใบแจ้งหนี้ สัญญาต่างๆ และสำรองไฟล์ดิจิทัลไว้อย่างน้อย 2 แหล่ง

สำหรับเอกสารกระดาษ ลงทุนกับแฟ้มสันกว้างและตู้เก็บเอกสารที่แยกหมวดชัดเจน ช่วยให้หยิบได้ทันทีเวลาสรรพากรขอตรวจ OfficeMate มีอุปกรณ์จัดเก็บเอกสารสำนักงานครบ ตั้งแต่แฟ้มแยกหมวด กล่องใส่เอกสาร ไปจนถึงตู้เก็บเอกสารที่เหมาะกับออฟฟิศ SME

คุณสมบัติของผู้ทำบัญชี อัปเดต 2569

คุณสมบัติตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

คุณสมบัติหลักที่ต้องมี

  • จบปริญญาตรีสาขาบัญชี หรือเทียบเท่าไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางบัญชี
  • มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย
  • ไม่เคยต้องโทษจำคุกในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่ได้กระทำโดยทุจริต
  • ต้องเก็บชั่วโมงพัฒนาความรู้ต่อเนื่อง (CPD) ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงต่อปี เนื้อหาบัญชีอย่างน้อย 6 ชั่วโมง (ข้อมูลจากสภาวิชาชีพบัญชี)

การขึ้นทะเบียนผ่านระบบ e-Accountant

ต้องแจ้งรายชื่อต่อ DBD ผ่านระบบ e-Accountant ใช้สำหรับแจ้งเริ่มทำบัญชี เปลี่ยนแปลง และเลิกทำบัญชี

เมื่อจดทะเบียนนิติบุคคลใหม่หรือเปลี่ยนตัวคนทำบัญชี กิจการต้องแจ้ง DBD ภายใน 60 วัน ถ้าไม่แจ้งตามกำหนดอาจถูกปรับ ข้อนี้ SME หลายรายมักไม่รู้จนกระทั่งได้รับหนังสือเตือน

ผู้ทำบัญชี vs ผู้สอบบัญชี (CPA) ต่างกันยังไง?

ทั้งสองบทบาทนี้ทำงานคนละหน้าที่ แต่ผู้ประกอบการมักสับสนว่าใครทำอะไร

เกณฑ์ผู้ทำบัญชีผู้สอบบัญชี (CPA)
หน้าที่หลักจัดทำบัญชี บันทึกรายการค้า ปิดงบตรวจสอบงบการเงินว่าถูกต้องตามมาตรฐาน
เปรียบเสมือนคน “เขียน” หนังสือคน “ตรวจ” ต้นฉบับ
คุณสมบัติปริญญาตรีบัญชี + แจ้งชื่อต่อ DBDปริญญาตรีบัญชี + สอบใบอนุญาต CPA + ขึ้นทะเบียนสภาวิชาชีพบัญชี
ใครจ้างกิจการจ้างเป็นพนักงานประจำ หรือจ้างสำนักงานบัญชีกิจการจ้างจากภายนอกเท่านั้น ห้ามเป็นคนในบริษัทเดียวกัน

สิ่งสำคัญคือ ทั้งสองตำแหน่งห้ามเป็นคนเดียวกันในกิจการเดียวกัน เพราะจะขัดกับหลักการถ่วงดุลตรวจสอบ

ทำไมผู้ประกอบการ SME ต้องสนใจเรื่องนี้

นอกจากเป็นข้อบังคับที่ฝ่าฝืนมีโทษปรับ (ข้อมูลจากพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543) ผู้ทำบัญชีที่ดียังช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้จริง

  • เห็นตัวเลขชัด รู้ว่าเดือนนี้กำไรหรือขาดทุนเท่าไร
  • วางแผนภาษีล่วงหน้า ไม่ต้องจ่ายภาษีเกินจำเป็น
  • ลดความเสี่ยง บัญชีที่ถูกต้องป้องกันปัญหาตอนสรรพากรตรวจ
  • ตัดสินใจเรื่องเงินได้แม่นขึ้น เช่น จะขยายสาขาดีไหม หรือยังมีเงินสดเพียงพอหรือเปล่า

วิธีเลือกผู้ทำบัญชีที่ดี สำหรับธุรกิจ SME

จ้างประจำ (In-house) vs จ้างสำนักงานบัญชี (Outsource)

เกณฑ์จ้างประจำ (In-house)จ้างสำนักงานบัญชี (Outsource)
ค่าใช้จ่ายเงินเดือน 15,000 – 40,000+ บาท/เดือนค่าบริการ 3,000 – 15,000 บาท/เดือน
เหมาะกับกิจการขนาดกลางขึ้นไปที่มีเอกสารเยอะSME ขนาดเล็ก สตาร์ทอัพ ฟรีแลนซ์จดบริษัท
ข้อดีควบคุมงานได้ใกล้ชิด เข้าถึงข้อมูลทันทีต้นทุนต่ำ ได้ทีมที่มีประสบการณ์
ข้อเสียต้นทุนสูง ต้องดูแลสวัสดิการตอบสนองอาจไม่ทันทีเสมอ

ตัวอย่างประมาณการต้นทุนรายปี สำหรับ SME ขนาดเล็กที่จ้างสำนักงานบัญชี

รายการวิธีคำนวณจำนวนเงิน
ค่าบริการสำนักงานบัญชี4,000 บาท/เดือน × 12 เดือน48,000 บาท/ปี
ค่าสอบบัญชี (CPA)เหมาจ่ายรายปี8,000 – 15,000 บาท/ปี
รวมต้นทุนบัญชีทั้งปี56,000 – 63,000 บาท/ปี

ตัวเลขนี้เป็นช่วงราคาทั่วไป ควรสอบถามหลายที่ก่อนตัดสินใจ

Checklist 5 ข้อ ก่อนเลือกคนทำบัญชีให้ธุรกิจ

  1. ตรวจสอบว่าขึ้นทะเบียนกับ DBD แล้วหรือยัง
  2. มีประสบการณ์กับธุรกิจประเภทเดียวกับคุณไหม
  3. ใช้โปรแกรมบัญชีอะไร สามารถดูข้อมูลออนไลน์ร่วมกันได้หรือเปล่า
  4. มีเงื่อนไขการยื่นภาษีและงบการเงินรวมอยู่ในค่าบริการไหม
  5. สื่อสารชัดเจน อธิบายตัวเลขให้คนที่ไม่ใช่สายบัญชีเข้าใจได้

วิธีทำงานร่วมกับผู้ทำบัญชีให้ราบรื่น

ปัญหาที่พบบ่อยคือเจ้าของธุรกิจส่งเอกสารช้าหรือข้อมูลตกหล่น ทำให้ปิดงบไม่ทัน การแก้ปัญหานี้ต้องจัดระบบทั้ง 2 ด้านพร้อมกัน

จัดระบบเอกสารให้เป็นที่เป็นทาง

เริ่มจากจัดสำนักงานให้พร้อมรับงานบัญชี แยกแฟ้มเอกสารเป็นหมวดชัดเจน เช่น ใบกำกับภาษีซื้อ ใบกำกับภาษีขาย ใบเสร็จค่าใช้จ่าย และสัญญาต่างๆ พร้อมจัดโต๊ะทำงานให้มีเครื่องคิดเลข เครื่องพิมพ์ และอุปกรณ์สำนักงานครบ

ถ้ากำลังจัดออฟฟิศใหม่หรืออัปเกรดอุปกรณ์ OfficeMate มีสินค้าเพื่อธุรกิจครบวงจร ตั้งแต่เฟอร์นิเจอร์สำนักงาน แฟ้มเอกสาร เครื่องพิมพ์ ไปจนถึงอุปกรณ์ไอที พร้อมจัดส่งฟรีทั่วไทยและรับเครดิตเทอมสูงสุด 60 วัน เหมาะกับ SME ที่ต้องการควบคุมกระแสเงินสด

ใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์ให้ทั้งสองฝ่ายเห็นข้อมูลเดียวกัน

อีกด้านคือระบบบัญชี ใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์ที่ทั้งผู้ประกอบการและผู้ทำบัญชีเข้าถึงข้อมูลเดียวกันแบบ real-time ผู้ประกอบการบันทึกรายรับรายจ่ายผ่านแอปได้ทุกวัน ฝั่งบัญชีเห็นข้อมูลทันทีโดยไม่ต้องรอรับเอกสารกระดาษ ลดข้อผิดพลาดและประหยัดเวลาทั้งสองฝ่าย

สรุป: สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องจำ

  • ตรวจสอบคุณสมบัติและการขึ้นทะเบียนให้ครบก่อนแต่งตั้ง
  • เลือกแบบ In-house หรือ Outsource ให้ตรงกับขนาดธุรกิจ
  • จัดระบบเอกสารให้เป็นหมวดหมู่ พร้อมอุปกรณ์สำนักงานที่เหมาะสม
  • ทำงานร่วมกันผ่านโปรแกรมบัญชีออนไลน์ ลดปัญหาเอกสารตกหล่น

จัดการบัญชีให้เป็นระบบ เริ่มต้นง่ายด้วย PEAK

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยให้ผู้ประกอบการและผู้ทำบัญชีทำงานร่วมกันแบบ real-time บนระบบ Cloud ออกใบกำกับภาษี บันทึกบัญชี ปิดงบ ครบในที่เดียว

ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน

จัดสำนักงานให้พร้อมรับงานบัญชี ช้อปอุปกรณ์สำนักงาน แฟ้มเอกสาร เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องพิมพ์สำหรับ SME ได้ที่ OfficeMate ส่งฟรีทั่วไทย พร้อมเครดิตเทอมสูงสุด 60 วัน


คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับผู้ทำบัญชี

บุคคลธรรมดาที่ยังไม่จดบริษัท ต้องมีผู้ทำบัญชีไหม?

ไม่ได้ถูกบังคับตามกฎหมาย แต่ถ้ามีรายได้จากธุรกิจก็ควรทำบัญชีเพื่อวางแผนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (แบบ ภ.ง.ด.90) เมื่อยอดขายถึง 1.8 ล้านบาท/ปี ต้องจด VAT ด้วย ซึ่งในจุดนั้นมักจดบริษัทและแต่งตั้งผู้ทำบัญชีตามกฎหมายไปพร้อมกัน

ผู้ประกอบการทำบัญชีเองได้ไหม?

ได้ ถ้ามีคุณสมบัติครบตามที่กล่าวข้างต้นและแจ้งชื่อต่อ DBD แล้ว แต่ในทางปฏิบัติ เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่เลือกจ้างผู้เชี่ยวชาญ เพราะงานบัญชีต้องละเอียดและอัปเดตกฎหมายเสมอ

ไม่เก็บชั่วโมง CPD ครบจะเกิดอะไร?

อาจถูกพักหรือเพิกถอนการเป็นผู้ทำบัญชี ส่งผลให้กิจการที่ดูแลอยู่ไม่มีผู้ทำบัญชีตามกฎหมาย เก็บชั่วโมงได้ทั้งอบรมสด ออนไลน์ หรือกิจกรรมอื่นที่สภาวิชาชีพบัญชีกำหนด

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่บทความ CPD ผู้ทำบัญชี

นักบัญชีเงินเดือนเท่าไร?

จบใหม่เริ่มต้นประมาณ 15,000 – 20,000 บาท/เดือน ประสบการณ์ 3 – 5 ปี อยู่ที่ 25,000 – 40,000 บาท ระดับสมุห์บัญชีอาจถึง 50,000 – 80,000 บาทขึ้นไป


ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine

โปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAK x OFM