
Speaker : รวิศ หาญอุตสาหะ – CEO, SRICHAND และ Mission To The Moon Media
Session : The New Mindset Human x AI วิธีผสานพลังคนและ AI ให้องค์กรเติบโต
Event : PEAK BIZSPHERE 2026 : Thailand’s B2B SME Conference
5 ไฮไลท์สำคัญที่ต้องรู้จาก Keynote : The New Mindset Human x AI
- The Lion vs. Deer Mindset: การปรับวิธีคิดจากผู้ถูกกระทำ (Victim) ที่รอคอยโชคชะตา เป็นผู้อยู่รอด (Survivor) ที่ถือครองอำนาจการควบคุมจากภายใน (Internal Locus of Control)
- Unfair Human Advantages: การสร้าง “Strategic Moats” หรือป้อมปราการที่ AI ข้ามไม่พ้น เช่น พลังแห่ง Storytelling, การสร้าง Trust และการใช้มนุษยธรรมในการตัดสินใจ
- Cognitive Offloading vs. Surrendering: ความฉลาดในการใช้ AI เพื่อลดภาระสมอง (Offloading) แต่ต้องไม่ยอมจำนนจนสูญเสียทักษะการคิดวิเคราะห์ (Surrendering)
- Tight-Loose-Tight Framework: คาถาบริหารทีมระดับโลกที่เน้น “เป้าหมายชัด-วิธีการอิสระ-วัดผลเฉียบขาด” เพื่อสร้างความคล่องตัวในองค์กร
- Finished vs. Successful: การยกระดับบรรทัดฐานการทำงานจากการทำแค่ “เสร็จ” ตามสั่ง ไปสู่การส่งมอบ Value ที่ “สำเร็จ” อย่างแท้จริง
การปฏิรูป Mindset : จากสัญชาตญาณ “กวาง” สู่ “สิงโต”
ความกลัว AI คือ สัญชาตญาณพื้นฐาน มนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์อยู่รอดมาได้เพราะความขี้กลัว (Deer Mindset) แต่ในโลกธุรกิจยุค AI ความกลัวที่มากเกินไปจะกลายเป็น Victim Mentality ที่ทำให้เรามองว่าเทคโนโลยีคือภัยคุกคาม
- Internal Locus of Control: ผู้นำต้องฝึกฝนให้มีสัญชาตญาณแบบ “สิงโต” คือ การตั้งคำถามว่า “ในสถานการณ์นี้ ฉันจะทำอะไรได้บ้าง?” แทนการบ่นว่าโลกไม่ยุติธรรม
- กรณีศึกษา Microsoft: การ Comeback ครั้งยิ่งใหญ่ภายใต้การนำของ Satya Nadella คือ เครื่องพิสูจน์ว่าการเปลี่ยน Mindset จากบริษัทที่ยึดติดกับอำนาจเดิม มาเป็นการเรียนรู้และปรับตัว (Growth Mindset) คือ กุญแจที่ทำให้ยักษ์ใหญ่กลับมาผงาดได้อีกครั้ง
Strategic Moats : ป้อมปราการที่ AI ไม่อาจเลียนแบบ
ในวันที่ AI เก่งขึ้นทุกวัน มนุษย์ต้องถอยกลับมาโฟกัสในสิ่งที่ AI ทำไม่ได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ คือ “Unfair Advantages” ของเรา
- Storytelling & Human Craft: คุณรวิศยกตัวอย่างภาพยนตร์ของ Christopher Nolan ที่เน้นการถ่ายทำจริง (Practical Effects) แทนการใช้ CGI พลังของเรื่องเล่าไม่ได้อยู่ที่ผลลัพธ์บนจอเท่านั้น แต่อยู่ที่ “ความพยายามของมนุษย์” ที่อยู่เบื้องหลัง ซึ่งสร้าง Value และความประทับใจที่ AI เลียนแบบไม่ได้
- Trust & Human Connection: ในการทำธุรกิจ เราไม่ได้ซื้อของที่ถูกที่สุดเสมอไป แต่เราซื้อกับคนที่ “เราเชื่อใจว่าจะไม่ทิ้งงาน” ความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) และความไว้ใจ คือ กลไกที่ซับซ้อนเกินกว่าอัลกอริทึมจะจำลองได้
- Judgment in Context: AI วิเคราะห์ข้อมูลได้แม่นยำ แต่มนุษย์เข้าใจ “บริบท” เช่น กรณีการเคลมประกัน AI อาจสั่งปฏิเสธเพื่อประหยัดเงินแสน แต่ผู้นำที่เป็นมนุษย์จะมองออกว่าการปฏิเสธนั้นอาจสร้าง “ดราม่า” ที่ทำลายแบรนด์ระดับร้อยล้าน
- The Ultimate Moat : Responsibility: AI สามารถให้คำแนะนำได้ แต่ AI ไม่สามารถ “รับผิดชอบ” ต่อผลลัพธ์ได้ AI ไม่สามารถยืนต่อหน้าคณะกรรมการบริษัทหรือศาลเพื่อรับผิดแทนความผิดพลาดได้ ความกล้าตัดสินใจและยืดหยัดรับผิดชอบ คือ คุณสมบัติสูงสุดของผู้นำ

Workflow Redesign : เปลี่ยน AI ให้เป็น Business Analyst ส่วนตัว
การใช้ AI พิมพ์อีเมล คือ พื้นฐาน แต่ยุทธศาสตร์ระดับสูง คือ การใช้ AI เป็น Strategic Partner เพื่อหาจุดบอดของธุรกิจ
- ระวัง Cognitive Surrendering: เช่นเดียวกับ Google Maps ที่ทำให้เราจำทิศทางเองไม่ได้ หากเราใช้ AI คิดแทนทุกอย่าง เราจะสูญเสีย “Internal Map” หรือสัญชาตญาณทางธุรกิจ ผู้นำที่ไม่เหลือแผนที่ในหัวจะสูญเสียความสามารถในการ Pivot ธุรกิจทันที
- The Power of AI Analytics: คุณรวิศโชว์ตัวอย่างการโยนข้อมูลข้ามแผนกให้ AI วิเคราะห์ เพื่อหา “ความขัดแย้งเชิงธุรกิจ” (Internal Conflicts) เช่น AI สามารถชี้ให้เห็นว่า “ยอดขาย (Sales) โตขึ้น 40% แต่ Gross Margin กำลังพังทลาย” เพราะเซลล์ให้ส่วนลดมากเกินไปและรับงานที่ Over-scope จนทีม Operation ต้องทำงานล่วงเวลา สิ่งเหล่านี้ คือ Insight ที่มนุษย์อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าจะมองเห็น
- Quick Wins (Low Hanging Fruit):
- Meeting Insights: ใช้ AI วิเคราะห์บันทึกการประชุมเพื่อดูว่าใครคือ “คอขวด” ของการตัดสินใจ หรือหัวข้อไหนที่พูดซ้ำมา 6 เดือนแต่ไม่มี Progress
- Data Integration: เชื่อมโยงแชทลูกค้า รูปถ่าย และเอกสารที่กระจัดกระจายให้กลายเป็นใบสั่งงานที่สมบูรณ์ภายในไม่กี่วินาที
ภาวะผู้นำแบบ Tight-Loose-Tight : สูตรลับการบริหารทีมยุคใหม่
เมื่อ AI ช่วยลดงาน Manual บทบาทของหัวหน้าต้องเปลี่ยนจาก “ผู้ควบคุม” ไปเป็น “โค้ช” (Coach) โดยใช้โมเดลที่คุณ Sigve Brekke (อดีต CEO Telenor/dtac) เคยแนะนำ
- Tight (1) : เป้าหมายต้องชัด (Goal Clarity): กำหนด North Star และ Non-negotiables ให้แม่นยำที่สุด
- Loose : วิธีการต้องอิสระ (Empowerment): ปล่อยให้คนที่อยู่หน้างานได้ใช้ไอเดียและ AI ของเขาในการหาทางไปสู่เป้าหมาย
- Tight (2) : การวัดผลต้องเฉียบขาด (Accountability): ตกลงเกณฑ์ชัยชนะให้ชัดเจน ชนะคืออะไร แพ้คืออะไร และต้องรับผิดชอบร่วมกัน
ผู้นำที่ล้มเหลวที่สุด คือ พวก Loose-Tight-Loose (เป้าหมายเบลอ-จู้จี้ทุกขั้นตอน-แต่วัดผลอะไรไม่ได้เลย)
บทสรุป : คุณค่าที่แท้จริงในฐานะ “Human in the Loop”
คำถามที่แหลมคมที่สุด คือ “เราจะแยกแยะผู้บริหารที่เก่งออกจากคนธรรมดาได้อย่างไร ในเมื่อทุกคนมี AI ช่วยเหมือนกัน?”
คำตอบไม่ได้อยู่ที่ความเร็ว แต่อยู่ที่นิยามของความสำเร็จ
- งานเสร็จ (Finished): คือ การทำตามหน้าที่ ส่งอีเมลแล้วจบไปเหมือนเครื่องจักร
- งานสำเร็จ (Successful): คือ การส่งมอบ Value มนุษย์ที่ทำงานสำเร็จจะไม่ได้แค่ส่งเมล แต่จะโทรติดตามผล วิเคราะห์ความพึงพอใจ และรับผิดชอบจนกว่าเป้าหมายทางธุรกิจจะบรรลุ
ในโลกที่ “ไฟ” แห่ง AI กำลังลุกโชน หน้าที่ของผู้นำไม่ใช่การดับไฟ แต่ คือ การควบคุมความร้อนนั้นมาขับเคลื่อนเครื่องยนต์ของธุรกิจให้ทรงพลังกว่าเดิม โดยไม่สูญเสียจิตวิญญาณและความรับผิดชอบในฐานะมนุษย์ไป
ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine