สินทรัพย์
Table of Contents

เจ้าของกิจการและนักบัญชีมือใหม่หลายคนยังสับสนว่า สินทรัพย์คือ อะไรกันแน่ ต่างจากคำว่าทรัพย์สินไหม เงินสดในบัญชีนับเป็นสินทรัพย์หรือเปล่า และเวลาซื้อของเข้ากิจการต้องลงบัญชีอย่างไร บทความนี้รวมทุกเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับสินทรัพย์ทางบัญชีไว้ในที่เดียว ตั้งแต่ความหมาย ประเภท เกณฑ์การรับรู้ตามมาตรฐานบัญชี ไปจนถึงตัวอย่างการบันทึกบัญชีจริงที่นำไปใช้กับธุรกิจได้ทันที

สินทรัพย์ (Asset) คืออะไร?

สินทรัพย์ คือ ทรัพยากรที่กิจการควบคุมได้จากเหตุการณ์ในอดีต และคาดว่าจะให้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจกับกิจการในอนาคต พูดง่ายๆ คือ ของหรือสิทธิที่กิจการเป็นเจ้าของและใช้สร้างรายได้ได้ เช่น เงินสด สินค้าคงเหลือ รถส่งของ หรือเครื่องจักร ทั้งหมดนี้คือสินทรัพย์ของกิจการ

คำนิยามนี้มีคำสำคัญ 3 คำที่ต้องเข้าใจ

  • ควบคุมได้ กิจการมีสิทธิใช้ประโยชน์และกันไม่ให้คนอื่นมาใช้ ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของตามกฎหมายเสมอไป เช่น รถที่เช่าซื้อมาใช้ในกิจการก็ถือเป็นสินทรัพย์ได้
  • เกิดจากเหตุการณ์ในอดีต ต้องมีการซื้อ การผลิต หรือการได้มาเกิดขึ้นแล้ว ไม่ใช่แค่ตั้งใจจะซื้อในอนาคต
  • ให้ประโยชน์ในอนาคต ช่วยให้กิจการหารายได้หรือลดค่าใช้จ่ายได้ต่อไป

ยกตัวอย่างร้านกาแฟแห่งหนึ่ง เครื่องชงกาแฟที่ซื้อมาคือสินทรัพย์ เพราะร้านควบคุมการใช้งานได้ ซื้อมาแล้วจริง และใช้ชงกาแฟขายสร้างรายได้ได้ทุกวัน (อ้างอิงกรอบแนวคิดการรายงานทางการเงิน สภาวิชาชีพบัญชี)

ทรัพย์สิน กับ สินทรัพย์ ต่างกันอย่างไร?

ในทางบัญชี สองคำนี้มักใช้แทนกันได้ แต่มีที่มาต่างกัน คำว่า “สินทรัพย์” เป็นศัพท์บัญชีที่หมายถึงทุกรายการที่แสดงอยู่ฝั่งสินทรัพย์ในงบการเงิน ส่วน “ทรัพย์สิน” เป็นคำทั่วไปและคำทางกฎหมายที่หมายถึงสิ่งของหรือสิทธิที่มีมูลค่า

ความต่างที่ควรจำไว้มีดังนี้

ประเด็นสินทรัพย์ (Asset)ทรัพย์สิน (Property)
ใช้ในบริบทงบการเงิน การบัญชีภาษาทั่วไป กฎหมาย
ขอบเขตรายการที่ผ่านเกณฑ์รับรู้ทางบัญชีสิ่งของหรือสิทธิที่มีมูลค่าทุกอย่าง
ตัวอย่างเงินสด ลูกหนี้ เครื่องจักรบ้าน ที่ดิน รถยนต์ส่วนตัว

สรุปสั้นๆ ทรัพย์สินทุกอย่างที่กิจการนำมาใช้และผ่านเกณฑ์ทางบัญชี จะถูกบันทึกเป็นสินทรัพย์ในงบการเงิน

ประเภทของสินทรัพย์ มีอะไรบ้าง?

สินทรัพย์แบ่งได้หลายมุม แต่วิธีที่ใช้บ่อยที่สุดในงบการเงินคือ แบ่งตามระยะเวลาที่เปลี่ยนเป็นเงินสด (หมุนเวียนกับไม่หมุนเวียน) และแบ่งตามการจับต้อง (มีตัวตนกับไม่มีตัวตน) มาดูทีละแบบ

สินทรัพย์หมุนเวียน (Current Assets)

สินทรัพย์หมุนเวียน คือ สินทรัพย์ที่คาดว่าจะเปลี่ยนเป็นเงินสดหรือใช้หมดไปภายใน 1 ปี ตัวอย่างที่พบบ่อย ได้แก่ เงินสดและเงินฝากธนาคาร ลูกหนี้การค้า สินค้าคงเหลือ และค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า สินทรัพย์กลุ่มนี้คือสภาพคล่องที่กิจการใช้หมุนเวียนในการทำธุรกิจประจำวัน

สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน (Non-current Assets)

สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน คือ สินทรัพย์ที่กิจการถือไว้ใช้งานนานกว่า 1 ปี ไม่ได้ตั้งใจขายเปลี่ยนเป็นเงินสดในระยะสั้น เช่น ที่ดิน อาคาร เครื่องจักร เงินลงทุนระยะยาว และสินทรัพย์ไม่มีตัวตน กลุ่มนี้เป็นฐานที่ช่วยให้กิจการดำเนินงานได้ในระยะยาว

สินทรัพย์ถาวร (Fixed Assets)

สินทรัพย์ถาวร คือ กลุ่มย่อยของสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนที่มีตัวตนและใช้งานต่อเนื่องหลายปี เรียกอีกชื่อว่าที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ เช่น โรงงาน รถส่งของ และเครื่องจักร สินทรัพย์กลุ่มนี้ (ยกเว้นที่ดิน) จะทยอยคิดค่าเสื่อมราคาตลอดอายุการใช้งาน

สินทรัพย์มีตัวตน กับ สินทรัพย์ไม่มีตัวตน

สินทรัพย์มีตัวตน (Tangible Assets) คือ สินทรัพย์ที่จับต้องได้ เห็นเป็นรูปธรรม เช่น เงินสด สินค้า อาคาร ส่วนสินทรัพย์ไม่มีตัวตน (Intangible Assets) คือ สิทธิที่ให้ประโยชน์แต่จับต้องไม่ได้ เช่น ลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า สิทธิบัตร ซอฟต์แวร์ และค่าความนิยม

เพื่อให้เห็นภาพรวมทั้งหมด สรุปประเภทสินทรัพย์ได้ตามตารางนี้

ประเภทระยะเวลาจับต้องได้ตัวอย่าง
สินทรัพย์หมุนเวียนภายใน 1 ปีส่วนใหญ่ได้เงินสด ลูกหนี้ สินค้าคงเหลือ
สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนมากกว่า 1 ปีได้และไม่ได้ที่ดิน อาคาร เงินลงทุนระยะยาว
สินทรัพย์ถาวรมากกว่า 1 ปีได้เครื่องจักร รถส่งของ อาคาร
สินทรัพย์ไม่มีตัวตนมากกว่า 1 ปีไม่ได้ลิขสิทธิ์ ซอฟต์แวร์ ค่าความนิยม

เกณฑ์การรับรู้และการวัดมูลค่าสินทรัพย์ตาม TFRS

ไม่ใช่ทุกอย่างที่กิจการซื้อมาจะบันทึกเป็นสินทรัพย์ได้ทันที รายการนั้นต้องผ่านเกณฑ์การรับรู้ก่อน แล้วจึงตีมูลค่าให้ถูกต้องตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน (TFRS) ส่วนนี้คือหัวใจที่ทำให้งบการเงินน่าเชื่อถือ

เกณฑ์การรับรู้สินทรัพย์ (Asset Recognition Criteria)

กิจการจะรับรู้รายการเป็นสินทรัพย์ได้เมื่อผ่าน 2 เงื่อนไขพร้อมกัน

  1. มีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ว่าประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคตจะเข้าสู่กิจการ
  2. วัดมูลค่าหรือราคาทุนของรายการนั้นได้อย่างน่าเชื่อถือ

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ ถ้ากิจการซื้อเครื่องพิมพ์มา 15,000 บาท มีใบเสร็จชัดเจน (วัดมูลค่าได้) และจะใช้พิมพ์เอกสารสร้างประโยชน์ต่อไป (มีประโยชน์ในอนาคต) รายการนี้ผ่านเกณฑ์ จึงบันทึกเป็นสินทรัพย์ได้ แต่ถ้าเป็นเพียงการเจรจาที่ยังไม่ได้ซื้อจริง ก็ยังรับรู้เป็นสินทรัพย์ไม่ได้ (อ้างอิงมาตรฐานการรายงานทางการเงิน สภาวิชาชีพบัญชี)

การวัดมูลค่าเมื่อแรกรับรู้และการวัดมูลค่าหลังรับรู้

เมื่อแรกรับรู้ กิจการจะบันทึกสินทรัพย์ด้วยราคาทุน ซึ่งรวมราคาซื้อและค่าใช้จ่ายที่ทำให้สินทรัพย์พร้อมใช้งาน เช่น ค่าขนส่ง ค่าติดตั้ง

หลังจากนั้น การวัดมูลค่าหลังรับรู้ทำได้ 2 วิธีหลัก

  • วิธีราคาทุน (Cost Model) ใช้ราคาทุนเดิมหักค่าเสื่อมราคาสะสมและผลขาดทุนจากการด้อยค่า วิธีนี้ SME ไทยส่วนใหญ่ใช้เพราะเข้าใจง่าย
  • วิธีตีราคาใหม่ (Revaluation Model) ปรับมูลค่าสินทรัพย์ให้สะท้อนราคาตลาดปัจจุบัน เหมาะกับสินทรัพย์บางประเภทที่มูลค่าเปลี่ยนแปลงชัดเจน

การบันทึกบัญชีสินทรัพย์ พร้อมตัวอย่าง Journal Entry

การบันทึกสินทรัพย์ใช้หลักบัญชีคู่ เมื่อได้สินทรัพย์เข้ามาให้เดบิต (Dr) ฝั่งสินทรัพย์ และเครดิต (Cr) สิ่งที่จ่ายออกไป เช่น เงินสดหรือเจ้าหนี้ ลองดูตัวอย่างกิจการซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ราคา 30,000 บาท จ่ายเป็นเงินสด

รายการDr (เดบิต)Cr (เครดิต)
เครื่องคอมพิวเตอร์ (สินทรัพย์)30,000 บาท
เงินสด30,000 บาท

หากซื้อเป็นเงินเชื่อแทนการจ่ายสด ก็เปลี่ยนฝั่งเครดิตจากเงินสดเป็นเจ้าหนี้การค้าแทน โดยยอดเดบิตฝั่งสินทรัพย์ยังคงเท่าเดิม การบันทึกที่ถูกต้องตั้งแต่ต้นจะทำให้ยอดสินทรัพย์ในงบการเงินตรงกับความเป็นจริง

สินทรัพย์ในงบแสดงฐานะการเงิน (งบดุล) และการคิดค่าเสื่อมราคาเบื้องต้น

สินทรัพย์ทั้งหมดจะไปรวมอยู่ในงบแสดงฐานะการเงิน หรือที่เดิมเรียกว่างบดุล โดยยึดตามสมการบัญชีพื้นฐาน

สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจ้าของ

สมการนี้บอกว่าของทุกอย่างที่กิจการมี (สินทรัพย์) มาจากการกู้ยืม (หนี้สิน) หรือเงินลงทุนของเจ้าของเสมอ ยอดสองฝั่งจึงต้องเท่ากันทุกครั้ง

สำหรับสินทรัพย์ถาวรที่ใช้งานหลายปี กิจการต้องทยอยคิดค่าเสื่อมราคา คือการกระจายราคาทุนเป็นค่าใช้จ่ายตลอดอายุการใช้งาน วิธีที่นิยมที่สุดคือวิธีเส้นตรง (Straight-line) ลองดูตัวอย่างเครื่องจักรราคา 120,000 บาท อายุการใช้งาน 5 ปี

รายการวิธีคำนวณจำนวนเงิน
ราคาทุนเครื่องจักร120,000 บาท
ค่าเสื่อมราคาต่อปี120,000 ÷ 524,000 บาท/ปี

ทุกสิ้นปีกิจการจะบันทึกค่าเสื่อมราคา 24,000 บาทเป็นค่าใช้จ่าย และมูลค่าเครื่องจักรในงบก็จะลดลงตามไปด้วยจนครบอายุการใช้งาน การจัดการเรื่องนี้ด้วยมือมักผิดพลาดง่าย โดยเฉพาะเมื่อมีสินทรัพย์หลายรายการ

จัดการสินทรัพย์และคิดค่าเสื่อมราคาอัตโนมัติด้วย PEAK Asset

เมื่อกิจการเติบโต จำนวนสินทรัพย์ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การไล่คิดค่าเสื่อมราคาและติดตามมูลค่าคงเหลือด้วย Excel ทีละรายการจึงกินเวลาและเสี่ยงพลาด PEAK Asset โปรแกรมบริหารจัดการสินทรัพย์ ช่วยให้งานส่วนนี้เป็นระบบและแม่นยำขึ้น

  • บันทึกทะเบียนสินทรัพย์ทุกรายการไว้ที่เดียว ค้นหาและตรวจสอบได้ทันที
  • คิดค่าเสื่อมราคาอัตโนมัติตามวิธีที่กำหนด ลดงานคำนวณด้วยมือ
  • เชื่อมข้อมูลกับ โปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAK ยอดสินทรัพย์และค่าเสื่อมราคาจึงตรงกับงบการเงินโดยอัตโนมัติ

เมื่อข้อมูลสินทรัพย์เชื่อมกันทั้งระบบ คุณจะเห็นภาพรวมสินทรัพย์ของธุรกิจแบบเรียลไทม์ และนำเวลาที่ประหยัดได้ไปโฟกัสกับการเติบโตของกิจการ

สรุปภาพรวมเกี่ยวกับสินทรัพย์

เริ่มต้นจากการจำแนกให้ถูกว่าของแต่ละอย่างเป็นสินทรัพย์หมุนเวียนหรือไม่หมุนเวียน มีตัวตนหรือไม่มีตัวตน จากนั้นตรวจว่ารายการผ่านเกณฑ์การรับรู้ 2 ข้อหรือไม่ ก่อนบันทึกด้วยราคาทุน และอย่าลืมคิดค่าเสื่อมราคาสำหรับสินทรัพย์ถาวรทุกสิ้นปี ทำครบขั้นตอนนี้ งบการเงินของคุณก็จะสะท้อนฐานะที่แท้จริงของธุรกิจ

พร้อมยกระดับการจัดการสินทรัพย์ให้เป็นระบบ? ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน แล้วเริ่มสร้างธุรกิจให้ SMART ตั้งแต่วันนี้


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสินทรัพย์

เงินสดและเงินฝากธนาคารจัดเป็นสินทรัพย์ประเภทใด?

จัดเป็นสินทรัพย์หมุนเวียน และถือเป็นรายการที่มีสภาพคล่องสูงสุด เพราะเป็นเงินสดอยู่แล้วหรือเบิกใช้ได้ทันที จึงมักแสดงเป็นรายการแรกในกลุ่มสินทรัพย์หมุนเวียนของงบการเงิน

เงินเบิกเกินบัญชี (O/D) เป็นสินทรัพย์หรือหนี้สิน?

เงินเบิกเกินบัญชีเป็นหนี้สิน ไม่ใช่สินทรัพย์ เพราะเป็นวงเงินที่ธนาคารให้กิจการเบิกเกินยอดเงินฝาก ซึ่งกิจการมีภาระต้องจ่ายคืนพร้อมดอกเบี้ย จึงบันทึกไว้ฝั่งหนี้สินหมุนเวียน

ลูกหนี้การค้าถือเป็นสินทรัพย์ของกิจการไหม?

ถือเป็นสินทรัพย์หมุนเวียน เพราะเป็นสิทธิที่กิจการจะได้รับเงินจากลูกค้าที่ซื้อสินค้าหรือบริการไปก่อน เงินที่ค้างรับนี้คาดว่าจะเก็บได้ภายใน 1 ปี จึงให้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคตตามนิยามของสินทรัพย์

สินทรัพย์ไม่มีตัวตนต้องคิดค่าเสื่อมราคาไหม?

ไม่เรียกว่าค่าเสื่อมราคา แต่ใช้คำว่าการตัดจำหน่าย (Amortization) แทน โดยทยอยตัดมูลค่าเป็นค่าใช้จ่ายตลอดอายุการให้ประโยชน์ เช่น ซอฟต์แวร์ที่ใช้ได้ 5 ปีก็ทยอยตัดจำหน่ายปีละส่วน ส่วนสินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่อายุไม่จำกัด เช่น ค่าความนิยม จะใช้วิธีทดสอบการด้อยค่าแทน


ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine

โปรแกรมบัญชี peak สำหรับธุรกิจ