ศัพท์บัญชี ภาษาอังกฤษ
Table of Contents

นักบัญชีและผู้ประกอบการไทยหลายคนเจอสถานการณ์เดียวกัน คือต้องอ่านงบการเงินหรือเอกสารที่เป็นภาษาอังกฤษ แล้วไม่แน่ใจว่าศัพท์แต่ละคำแปลว่าอะไร บทความนี้รวม ศัพท์บัญชี ภาษาอังกฤษ ที่ใช้บ่อยที่สุด จัดหมวดหมู่ชัดเจน พร้อมคำแปลและตัวอย่างการใช้งาน เพื่อให้คุณค้นหาและนำไปใช้ได้ทันที

ศัพท์บัญชี ภาษาอังกฤษ คืออะไร ทำไมต้องรู้

ศัพท์บัญชี ภาษาอังกฤษ คือคำศัพท์เฉพาะทางที่ใช้ในวิชาชีพบัญชีและการเงิน ซึ่งเป็นภาษาสากลที่นักบัญชีทั่วโลกใช้สื่อสารร่วมกัน

การรู้ศัพท์เหล่านี้ช่วยให้คุณอ่านงบการเงินภาษาอังกฤษได้ สื่อสารกับลูกค้าหรือคู่ค้าต่างชาติได้อย่างมั่นใจ และใช้งานโปรแกรมบัญชีที่มี interface ภาษาอังกฤษได้คล่อง โดยเฉพาะ SME ที่ส่งออกหรือทำธุรกิจกับต่างประเทศ ศัพท์เหล่านี้จำเป็นมากในการทำงานทุกวัน

ศัพท์บัญชี 5 หมวด ภาษาอังกฤษ เบื้องต้น

ศัพท์บัญชีแบ่งได้เป็น 5 หมวดหลักตามโครงสร้างงบการเงิน ได้แก่ สินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของเจ้าของ รายได้ และค่าใช้จ่าย แต่ละหมวดมีศัพท์สำคัญที่คุณควรรู้ดังนี้

หมวดสินทรัพย์ (Assets)

สินทรัพย์ คือทรัพยากรที่กิจการเป็นเจ้าของและมีมูลค่าทางเศรษฐกิจ

ภาษาอังกฤษภาษาไทยตัวอย่างการใช้
Assetsสินทรัพย์Total Assets = สินทรัพย์รวม
CashเงินสดCash on hand = เงินสดในมือ
Accounts Receivable (A/R)ลูกหนี้การค้าA/R aging report = รายงานอายุลูกหนี้
Inventoryสินค้าคงเหลือInventory turnover = อัตราหมุนเวียนสินค้า
Fixed Assetsสินทรัพย์ถาวรเช่น ที่ดิน อาคาร เครื่องจักร
Depreciationค่าเสื่อมราคาซื้อคอมพิวเตอร์ 30,000 บาท ใช้ 3 ปี หักค่าเสื่อมปีละ 10,000 บาท
Prepaid Expensesค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้าเช่น จ่ายค่าเช่าล่วงหน้า 3 เดือน

หมวดหนี้สิน (Liabilities)

หนี้สิน คือภาระผูกพันที่กิจการต้องจ่ายคืนในอนาคต

ภาษาอังกฤษภาษาไทยตัวอย่างการใช้
Liabilitiesหนี้สินCurrent Liabilities = หนี้สินหมุนเวียน
Accounts Payable (A/P)เจ้าหนี้การค้าA/P aging = รายงานอายุเจ้าหนี้
Accrued Expensesค่าใช้จ่ายค้างจ่ายเช่น เงินเดือนที่ยังไม่ได้จ่าย
Long-term Debtหนี้สินระยะยาวเช่น เงินกู้ธนาคาร
Unearned Revenueรายได้รับล่วงหน้าลูกค้าจ่ายเงินมาแล้วแต่ยังไม่ส่งสินค้า

หมวดส่วนของเจ้าของ (Owner’s Equity)

ส่วนของเจ้าของ คือส่วนที่เหลือหลังจากหักหนี้สินออกจากสินทรัพย์ทั้งหมด

ภาษาอังกฤษภาษาไทย
Owner’s Equityส่วนของเจ้าของ
Shareholders’ Equityส่วนของผู้ถือหุ้น
Retained Earningsกำไรสะสม
Capitalทุน
Dividendsเงินปันผล

หมวดรายได้ (Revenue)

รายได้ คือเงินที่กิจการได้รับจากการดำเนินธุรกิจ

ภาษาอังกฤษภาษาไทย
Revenueรายได้
Salesเซลส์
Service Incomeรายได้จากการให้บริการ
Interest Incomeรายได้ดอกเบี้ย
Gross Profitกำไรขั้นต้น
Net Profitกำไรสุทธิ

หมวดค่าใช้จ่าย (Expenses)

ค่าใช้จ่าย คือต้นทุนที่เกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจ

ภาษาอังกฤษภาษาไทย
Expensesค่าใช้จ่าย
Cost of Goods Sold (COGS)คอสท์ ออฟ กู้ดส์ โซลด์
Operating Expensesค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
Salary / Wagesเงินเดือน / ค่าจ้าง
Rent Expenseค่าเช่า
Utilitiesค่าสาธารณูปโภค (น้ำ ไฟ)
Tax Expenseค่าใช้จ่ายภาษี

ศัพท์เอกสารทางบัญชี ภาษาอังกฤษ

เอกสารทางบัญชีเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการใช้ทุกวัน การรู้ศัพท์ภาษาอังกฤษของเอกสารแต่ละประเภทช่วยให้ออกเอกสารส่งลูกค้าต่างชาติได้ถูกต้อง

ใบเสร็จรับเงิน ภาษาอังกฤษ (Receipt)

ใบเสร็จรับเงิน ภาษาอังกฤษ เรียกว่า Receipt () เป็นเอกสารที่ออกให้ลูกค้าหลังได้รับชำระเงินแล้ว เพื่อยืนยันว่าผู้ขายได้รับเงินเรียบร้อย

ตัวอย่างประโยค: “Please issue a receipt for the payment of 50,000 Baht.” (กรุณาออกใบเสร็จรับเงินสำหรับยอด 50,000 บาท)

ใบแจ้งหนี้ ภาษาอังกฤษ (Invoice)

ใบแจ้งหนี้ ภาษาอังกฤษ เรียกว่า Invoice () เป็นเอกสารที่ผู้ขายส่งให้ผู้ซื้อเพื่อแจ้งยอดเงินที่ต้องชำระ รวมถึงรายละเอียดสินค้าหรือบริการ เงื่อนไขการจ่าย และกำหนดชำระเงิน

ตัวอย่างประโยค: “We will send an invoice within 3 business days.” (เราจะส่งใบแจ้งหนี้ภายใน 3 วันทำการ)

บิลเงินสด ภาษาอังกฤษ (Cash Bill)

บิลเงินสด ภาษาอังกฤษ เรียกว่า Cash Bill หรือ Cash Sales Receipt () เป็นเอกสารที่ออกเมื่อมีการซื้อขายและชำระเงินสดทันที ต่างจาก Invoice ตรงที่ไม่มีเงื่อนไขเครดิต

วางบิล ภาษาอังกฤษ (Billing)

วางบิล ภาษาอังกฤษ เรียกว่า Billing () คือการส่งเอกสารเรียกเก็บเงินให้ลูกค้า ผู้วางบิล เรียกว่า Billing Officer (บิล-ลิง ออฟ-ฟิ-เซอร์) ส่วน ผู้รับวางบิล คือ Billing Recipient (บิล-ลิง รี-ซิ-เพียนท์)

ตัวอย่างประโยค: “Our billing cycle is the 25th of every month.” (รอบวางบิลของเราคือวันที่ 25 ของทุกเดือน)

รายรับรายจ่าย ภาษาอังกฤษ (Income & Expenses)

รายรับรายจ่าย ภาษาอังกฤษ เรียกว่า Income and Expenses () ใช้เมื่อพูดถึงรายการเงินเข้าและเงินออกของกิจการ เอกสารที่เกี่ยวข้อง คือ Income and Expense Statement หรือ Profit and Loss Statement (P&L)

เอกสารอื่นที่ใช้บ่อย

ภาษาอังกฤษภาษาไทย
Quotationใบเสนอราคา
Purchase Order (PO)ใบสั่งซื้อ
Tax Invoiceใบกำกับภาษี
Delivery Noteใบส่งของ
Credit Noteเครดิท โน้ท
Debit Noteใบเพิ่มหนี้
Withholding Tax Certificateหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ)

ตัวย่อทางบัญชีที่ใช้บ่อย

ในการทำงานจริง นักบัญชีมักใช้ตัวย่อแทนชื่อเต็ม การจำตัวย่อเหล่านี้ช่วยให้อ่านรายงานภาษาอังกฤษได้เร็วขึ้น

ตัวย่อชื่อเต็มความหมาย
A/RAccounts Receivableลูกหนี้การค้า
A/PAccounts Payableเจ้าหนี้การค้า
P&LProfit and Loss Statementงบกำไรขาดทุน
B/SBalance Sheetงบดุล (งบแสดงฐานะการเงิน)
COGSCost of Goods Soldต้นทุนขาย
EBITDAEarnings Before Interest, Taxes, Depreciation, and Amortizationกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่าย
ROIReturn on Investmentอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน
VATValue Added Taxภาษีมูลค่าเพิ่ม
WHTWithholding Taxภาษีหัก ณ ที่จ่าย
CITCorporate Income Taxภาษีเงินได้นิติบุคคล
GLGeneral Ledgerบัญชีแยกประเภท
TBTrial Balanceงบทดลอง

ศัพท์ตำแหน่งงานบัญชี ภาษาอังกฤษ

หากคุณกำลังสมัครงานสายบัญชีหรือต้องสื่อสารกับทีมต่างชาติ ศัพท์ตำแหน่งงานเหล่านี้จะเป็นประโยชน์

ภาษาอังกฤษภาษาไทย
Accountantนักบัญชี
Bookkeeperผู้ทำบัญชี
Auditorผู้ตรวจสอบบัญชี
Chief Financial Officer (CFO)ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน
Tax Consultantที่ปรึกษาภาษี
Financial Analystนักวิเคราะห์การเงิน
Controllerผู้ควบคุมบัญชี

ศัพท์ภาษีที่ SME ต้องรู้

ผู้ประกอบการ SME ไทยที่ทำธุรกิจกับต่างประเทศ หรือใช้โปรแกรมบัญชีภาษาอังกฤษ ควรรู้ศัพท์ภาษีพื้นฐานเหล่านี้

ภาษาอังกฤษภาษาไทย
Value Added Tax (VAT)ภาษีมูลค่าเพิ่ม
Withholding Tax (WHT)ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
Corporate Income Tax (CIT)ภาษีเงินได้นิติบุคคล
Personal Income Tax (PIT)ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
Input Taxภาษีซื้อ (VAT ที่จ่ายตอนซื้อของ)
Output Taxภาษีขาย (VAT ที่เก็บจากลูกค้าตอนขาย)
Tax Returnแบบแสดงรายการภาษี
Tax Refundการขอคืนภาษี

เทคนิคจำศัพท์บัญชี ภาษาอังกฤษ ให้ได้ผล

การท่องจำรายการศัพท์ยาวๆ อาจไม่ได้ผลสำหรับทุกคน ลองใช้วิธีเหล่านี้แทน

  1. ใช้ในงานจริงทุกวัน เปลี่ยนภาษาโปรแกรมบัญชีเป็นภาษาอังกฤษ แล้วเรียนรู้จากการใช้งานจริง
  2. จำเป็นกลุ่ม จำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกันพร้อมกัน เช่น จำ A/R (ลูกหนี้) คู่กับ A/P (เจ้าหนี้)
  3. อ่านงบการเงินภาษาอังกฤษ ลองอ่านงบของบริษัทจดทะเบียน จะเจอศัพท์ซ้ำบ่อยจนจำได้เอง
  4. สร้างแฟลชการ์ด เขียนภาษาอังกฤษด้านหนึ่ง ภาษาไทยอีกด้านหนึ่ง ทบทวนวันละ 10 คำ

สรุป: ศัพท์บัญชี ภาษาอังกฤษ ที่ SME ต้องรู้

สิ่งที่ควรลงมือทำหลังอ่านบทความนี้ มีดังนี้

  • เซฟบทความนี้ไว้เป็น reference ค้นหาศัพท์ได้ทุกเมื่อ
  • เปลี่ยนภาษาโปรแกรมบัญชีเป็นภาษาอังกฤษ แล้วเรียนรู้จากการใช้งานจริง
  • ลองอ่านงบการเงินภาษาอังกฤษของบริษัทจดทะเบียนสัก 1 ฉบับ จะเจอศัพท์ซ้ำจนจำได้เอง

จัดการเอกสารบัญชีทั้งภาษาไทยและอังกฤษด้วย PEAK

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์รองรับการออกเอกสารได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็น Invoice, Receipt, Tax Invoice หรือ Withholding Tax Certificate ช่วยให้คุณส่งเอกสารให้ลูกค้าต่างชาติได้อย่างมืออาชีพ พร้อม AI ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินอัตโนมัติ ทดลองใช้ PEAK ฟรี


คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับศัพท์บัญชี ภาษาอังกฤษ

ใบแจ้งหนี้ กับ Invoice ต่างกันอย่างไร

ใบแจ้งหนี้ กับ Invoice คือเอกสารเดียวกัน Invoice เป็นชื่อภาษาอังกฤษของใบแจ้งหนี้ ผู้ขายออกให้ผู้ซื้อเพื่อแจ้งยอดที่ต้องชำระ โดย Invoice มักระบุรายการสินค้า จำนวนเงิน และกำหนดชำระไว้ชัดเจน

Debit กับ Credit ต่างกันอย่างไร

Debit (เด-บิท) คือด้านซ้ายของบัญชี ใช้บันทึกสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นหรือหนี้สินที่ลดลง ส่วน Credit (เคร-ดิท) คือด้านขวา ใช้บันทึกหนี้สินที่เพิ่มขึ้นหรือสินทรัพย์ที่ลดลง เป็นหลักการพื้นฐานของระบบบัญชีคู่ (Double-Entry Bookkeeping)


ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine

โปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAK