Table of Contents

เจ้าของธุรกิจหลายคนเพิ่งรู้ตัวว่าต้องจ่ายภาษีเท่าไรตอนปิดบัญชีสิ้นปี ทั้งที่จริงแล้ว ภาษีเป็นเรื่องที่ประมาณการได้ ยิ่งเจ้าของธุรกิจเข้าใจภาษี ก็จะช่วยให้การวางและเตรียมการไม่ดูน่ากลัวอย่างที่คิด โดยในบทความนี้ คุณจะได้เข้าใจพื้นฐานการวางแผนภาษีนิติบุคคล ตั้งแต่ตัวเลขที่ต้องเข้าใจ ความถี่ที่เหมาะสม ไปจนถึงข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อย

ประมาณการภาษี คืออะไร

การประมาณการภาษี คือการคาดคะเนล่วงหน้าว่าธุรกิจต้องจ่ายภาษีนิติบุคคลเท่าไหร่ในปีนั้น โดยจะใช้ข้อมูลรายได้และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงมาคำนวณ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่เกิดขึ้นก่อนการยื่นภาษี ที่เจ้าของธุรกิจจะได้เห็นตัวเลขจริงหลังจากจบรอบบัญชี

ข้อดีของการประมาณการภาษี จะช่วยให้เจ้าของกิจการสามารถเตรียมตัวได้ เช่น การเร่งซื้อทรัพย์สินเพื่อใช้สิทธิค่าเสื่อมราคา หรือวางแผนรับรู้รายได้ให้เหมาะสม

ภาษีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ SME มีอะไรบ้าง

ธุรกิจที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล (บริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน) ต้องเข้าใจภาษีหลายประเภท อาทิ ภาษีเงินได้นิติบุคคล, ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT), และภาษีหัก ณ ที่จ่าย แต่ภายในบทความนี้ เราจะโฟกัสที่ ภาษีเงินได้นิติบุคคล เป็นหลัก เพราะเป็นภาษีที่ต้องประมาณการล่วงหน้า ผ่านแบบ ภ.ง.ด.51 (แบบยื่นภาษีนิติบุคคลครึ่งปี)


ทำไมกำไรในบัญชี ไม่เท่ากับภาษีที่ต้องจ่าย

เพราะกำไรที่เจ้าของธุรกิจเห็นในงบกำไรขาดทุน เป็นคนละตัวกับกำไรที่สรรพากรใช้คำนวณภาษี ที่ต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายต้องห้าม และผลต่างทางบัญชี ที่ประมวลรัษฎากรกำหนดไว้

ค่าใช้จ่ายต้องห้ามตามประมวลรัษฎากร

ค่าใช้จ่ายต้องห้าม คือรายจ่ายที่ทางบัญชียอมให้หักเป็นค่าใช้จ่ายได้ แต่สรรพากรไม่ยอมให้นำมาหักภาษี เช่น

  • ค่ารับรอง (เลี้ยงลูกค้า ของขวัญ) ที่เกินเกณฑ์ 0.3% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 10 ล้านบาท (ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 143)
  • ค่าปรับ เงินเพิ่ม และเบี้ยปรับทุกประเภท
  • รายจ่ายส่วนตัวของกรรมการที่ไม่เกี่ยวกับธุรกิจ
  • สำรองหนี้สูญที่ตั้งเกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

รายจ่ายเหล่านี้ต้องบวกกลับ เข้าไปในกำไรทางภาษี ทำให้ตัวเลขที่ใช้คำนวณภาษีสูงกว่าที่เห็นในงบบัญชี

ผลต่างชั่วคราว vs ผลต่างถาวร

ประเภทความหมายตัวอย่างผลต่อภาษี
ผลต่างถาวรบัญชียอม แต่สรรพากรไม่ยอมค่าปรับ ค่ารับรองส่วนเกินบวกกลับทุกปี ภาษีสูงขึ้นถาวร
ผลต่างชั่วคราวทั้งคู่ยอม แต่ยอมคนละช่วงเวลาค่าเสื่อมราคาที่บัญชีหักเร็วกว่าภาษีปีนี้จ่ายภาษีเพิ่ม แต่ปีหน้าจ่ายลด

สำหรับเจ้าของธุรกิจ สิ่งที่ต้องจำคือ ผลต่างถาวรทำให้ภาษีสูงขึ้นจริงทุกปี ส่วนผลต่างชั่วคราวแค่เลื่อนเวลาการจ่ายภาษี

ตัวอย่าง: กำไร 1 ล้าน จ่ายภาษีเท่าไร

สมมุติบริษัท ก จำกัด เป็น SME ที่เข้าเงื่อนไขอัตราขั้นบันได มีกำไรสุทธิทางบัญชี 1,000,000 บาท แต่มีค่าใช้จ่ายต้องห้ามรวม 200,000 บาท

ขั้นที่ 1 — คำนวณกำไรสุทธิทางภาษี

รายการวิธีคำนวณจำนวนเงิน
กำไรสุทธิทางบัญชี1,000,000 บาท
บวกกลับค่าใช้จ่ายต้องห้าม200,000 บาท
กำไรสุทธิทางภาษี1,000,000 + 200,0001,200,000 บาท

ขั้นที่ 2 — คำนวณภาษีตามอัตราขั้นบันได (สำหรับ SME)

กำไรสุทธิทางภาษี (บาท)อัตราภาษีภาษีสูงสุดในขั้น
0 – 300,000ยกเว้น0 บาท
300,001 – 3,000,00015%405,000 บาท
3,000,001 ขึ้นไป20%ตามกำไรจริง

ในตัวอย่างนี้ กำไรทางภาษี 1,200,000 บาท อยู่ในขั้น 15%

รายการวิธีคำนวณจำนวนเงิน
ภาษีขั้นแรก (0-300,000)ยกเว้น0 บาท
ภาษีขั้นที่สอง (300,001-1,200,000)900,000 × 15%135,000 บาท
รวมภาษีทั้งปี135,000 บาท

(อัตราภาษีสำหรับ SME ที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท/ปี — ข้อมูลจากกรมสรรพากร)

ถ้าดูแค่กำไรในบัญชี 1 ล้านบาท คุณอาจคิดว่าจ่ายภาษีแค่ 105,000 บาท แต่พอบวกรายจ่ายต้องห้ามกลับ ภาษีจริงกลายเป็น 135,000 บาท ต่างกัน 30,000 บาทที่อาจทำให้เงินสดสะดุด


เจ้าของธุรกิจควรดูตัวเลขชุดไหนเพื่อคาดภาษีให้ใกล้จริง

การประมาณการภาษีไม่จำเป็นต้องรู้บัญชีลึก แค่เข้าใจตัวเลข 4 ตัวนี้ คุณก็คาดการณ์ภาษีได้ใกล้เคียงจริง

4 ตัวเลขสำคัญที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้

  1. รายได้รวม ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน
  2. ค่าใช้จ่ายที่หักภาษีได้ (ไม่รวมค่าใช้จ่ายต้องห้าม)
  3. กำไรทางภาษี = รายได้ – ค่าใช้จ่ายที่หักได้
  4. อัตราภาษี ที่ใช้กับธุรกิจของคุณ (20% ทั่วไป หรืออัตราขั้นบันไดสำหรับ SME)

สูตรคำนวณภาษีนิติบุคคลแบบง่ายสำหรับวางแผนภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล = กำไรสุทธิทางภาษี × อัตราภาษี

สำหรับ SME ที่เข้าเงื่อนไขตามที่ระบุข้างต้น ใช้อัตราขั้นบันไดตามตาราง สำหรับบริษัททั่วไปใช้อัตราคงที่ 20%

SME ต้องประมาณการภาษีบ่อยแค่ไหน

ไม่มีสูตรตายตัว แต่ความถี่ที่เหมาะสมขึ้นกับขนาดธุรกิจและความซับซ้อนของรายการ

SME ขนาดเล็ก (รายได้ต่ำกว่า 5 ล้านบาทต่อปี)

ดูรายไตรมาสก็เพียงพอ เปิดงบทดลองทุก 3 เดือน ดูรายได้สะสมและค่าใช้จ่าย แล้วประมาณว่าถ้า pace เท่านี้ต่อไป สิ้นปีจะมีกำไรทางภาษีเท่าไร

SME ขนาดกลางถึงใหญ่ (รายได้เกิน 5 ล้านบาทต่อปี)

ควรประมาณการทุกเดือน เพราะรายการซับซ้อนกว่า มีค่าใช้จ่ายต้องห้ามหลายประเภท และผลกระทบจากการประมาณการผิดพลาดสูงกว่า

Timeline สำคัญที่ต้องจำ

แบบภาษีกำหนดยื่นเนื้อหา
ภ.ง.ด.51 (ภาษีนิติบุคคลครึ่งปี)ภายใน 2 เดือนหลังครึ่งปีแรก (ส.ค. ถ้ารอบปฏิทิน) ตามมาตรา 67 ทวิประมาณการกำไรทั้งปี แล้วจ่ายภาษีครึ่งหนึ่ง
ภ.ง.ด.50 (ภาษีนิติบุคคลประจำปี)ภายใน 150 วันหลังสิ้นรอบบัญชี (พ.ค. ถ้ารอบปฏิทิน) ตามมาตรา 68สรุปกำไรจริงทั้งปี หักภาษีที่จ่ายไปแล้วจาก ภ.ง.ด.51

(ข้อมูลจากกรมสรรพากร)

ถ้าบริษัทใช้รอบบัญชีปฏิทิน (ม.ค.-ธ.ค.) จังหวะสำคัญคือเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ต้องเริ่มประมาณการกำไรทั้งปีเพื่อยื่น ภ.ง.ด.51

อ่านรายละเอียดขั้นตอนเพิ่มเติมได้ที่บทความประมาณการ ภ.ง.ด.51


5 ข้อผิดพลาดที่ทำให้ประมาณการภาษีพลาด

1. ลืมบวกค่าใช้จ่ายต้องห้ามกลับ

  • สาเหตุ: เอากำไรในงบบัญชีไปคำนวณภาษีตรงๆ ไม่ได้บวกรายจ่ายที่สรรพากรไม่ยอมให้หักกลับเข้าไป
  • ผลลัพธ์: กำไรทางภาษีที่คาดไว้ต่ำกว่าจริง จ่ายภาษีครึ่งปีน้อยเกินไป

2. ไม่แยกรายได้ที่ยกเว้นภาษี

  • สาเหตุ: รวมรายได้ทั้งหมดเข้ามาคำนวณ ทั้งที่บางส่วนไม่ต้องเสียภาษี เช่น เงินปันผลจากบริษัทไทย (กรณีถือหุ้นตามเกณฑ์)
  • ผลลัพธ์: คาดการณ์ภาษีสูงเกินจริง เตรียมเงินสดไว้มากเกินจำเป็น

3. บันทึกรายได้และค่าใช้จ่ายผิดรอบบัญชี

SME มักสับสนเรื่อง “เกณฑ์สิทธิ” (Accrual Basis) เช่น ส่งมอบงานให้ลูกค้าแล้วแต่ยังไม่ได้รับเงิน จึงไม่นำมารวมเป็นรายได้ ทั้งที่ต้องรับรู้ตั้งแต่วันส่งมอบ

ตัวอย่างการบันทึกบัญชีรายได้ค้างรับ สมมุติบริษัทส่งมอบงานบริการให้ลูกค้า 50,000 บาท แต่ยังไม่ได้รับเงิน

รายการDr (เดบิต)Cr (เครดิต)
ลูกหนี้การค้า50,000
รายได้ค่าบริการ50,000

ถ้าไม่บันทึกรายการนี้ กำไรที่ใช้ประมาณการจะต่ำกว่าจริง

4. ลืมนำภาษีหัก ณ ที่จ่ายมาใช้เป็นเครดิตภาษี

  • สาเหตุ: ไม่ได้รวบรวมหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ที่ลูกค้าหักไว้ระหว่างปี
  • ผลลัพธ์: คิดว่าต้องเตรียมเงินจ่ายภาษีมากกว่าที่ต้องจ่ายจริง เพราะลืมหักเครดิตนี้ออก

5. ประมาณการขาดเกิน 25% เสียเงินเพิ่ม

  • เงื่อนไข: กำไรจริงทั้งปีสูงกว่าที่แจ้งใน ภ.ง.ด.51 เกิน 25% โดยไม่มีเหตุอันสมควร
  • บทลงโทษ: สรรพากรเรียกเก็บเงินเพิ่มอีก 20% ของภาษีที่ชำระขาดไป (ตามมาตรา 67 ตรี ประมวลรัษฎากร)

สรุป: เริ่มคาดการณ์ภาษีวันนี้ ไม่ต้องรอปลายปี

การวางแผนภาษีนิติบุคคลไม่ต้องรอปิดงบ แค่ทำ 4 อย่างนี้เป็นประจำก็ลดความเสี่ยงได้

  1. ดูกำไรสุทธิทางภาษี ไม่ใช่แค่กำไรในบัญชี
  2. ตรวจรายจ่ายที่สรรพากรไม่ยอมให้หักทุกไตรมาส
  3. รวบรวมหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ให้ครบ
  4. ตั้งปฏิทินเตือนก่อนกำหนดยื่น ภ.ง.ด.51 และ ภ.ง.ด.50

จัดการภาษีนิติบุคคลให้เป็นระบบด้วย PEAK

PEAK ใช้ AI ช่วยจัดหมวดรายรับ-รายจ่ายอัตโนมัติ พร้อม Dashboard แสดงกำไรสุทธิแบบ Real-Time ผ่าน PEAK Board ทำให้คุณเห็นตัวเลขสำคัญสำหรับวางแผนภาษีได้ทุกเมื่อ ไม่ต้องรอปิดงบ – ทดลองใช้ PEAK ฟรี


คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับการประมาณการภาษีนิติบุคคล

ธุรกิจรายได้ยังไม่ถึง 1.8 ล้านบาท ต้องประมาณการภาษีไหม

รายได้ 1.8 ล้านบาทเป็นเกณฑ์สำหรับการจด VAT ไม่เกี่ยวกับภาษีเงินได้นิติบุคคล ถ้าบริษัทจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแล้ว ต้องยื่น ภ.ง.ด.51 และ ภ.ง.ด.50 ทุกปีไม่ว่ารายได้จะเท่าไร แม้ขาดทุนก็ยังต้องยื่น

ถ้าประมาณการผิดไปมาก แก้ไขได้อย่างไร

สามารถยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 เพิ่มเติมได้ก่อนครบกำหนดเพื่อปรับตัวเลขให้ใกล้เคียงจริงมากขึ้น สิ่งสำคัญคือเก็บเอกสารหลักฐานที่แสดงเหตุผลของการประมาณการไว้ เผื่อสรรพากรสอบถาม

วางแผนภาษีนิติบุคคล 2569 มีอะไรเปลี่ยนแปลง

ณ สิงหาคม 2569 ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล ทั้งอัตราทั่วไป (20%) และอัตราขั้นบันไดสำหรับ SME ยังคงเดิม

สิ่งที่ควรติดตามคือมาตรการลดหย่อนพิเศษที่อาจมีผลเฉพาะปี เช่น สิทธิหักค่าใช้จ่ายได้ 2 เท่า ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดได้ที่หน้าอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล กรมสรรพากร

ใช้โปรแกรมบัญชีช่วยวางแผนภาษีนิติบุคคลได้อย่างไร

โปรแกรมบัญชีออนไลน์จะรวบรวมรายได้และค่าใช้จ่ายให้อัตโนมัติ คุณสามารถดูกำไรสะสมได้ตลอดเวลาแล้วนำไปเข้าสูตรภาษี ช่วยลดขั้นตอนการรวบรวมข้อมูลด้วยมือที่มักเกิดข้อผิดพลาด


ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine

เริ่มต้นใช้งานโปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAK