Stage – PEAK Connect : The AI-Powered Accountants
Host
– คุณฝ้าย – อุษา สุธีลักษณาพร Head of Customer Experience, PEAK
Speaker – คุณแบต – กิตติเดช รักษ์ถาวรกุล เจ้าของเพจ TaxmoneyBat


Key Takeaways:

  • Start with Pain, Not Tools : การใช้ AI ควรเริ่มจากปัญหา และเป้าหมายธุรกิจเสมอ อย่าทำเพราะกลัวตกเทรนด์
  • Right Task for Right Role : แบ่งงานตามความซับซ้อน โดยเลือกให้ AI ทำงานที่ซ้ำๆ ตั้งเป็นระบบอัตโนมัติได้ ส่วนงานซับซ้อนให้ AI ดราฟแล้วคนตรวจอีกที
  • Leverage PEAK MCP:  ใช้เทคโนโลยีการเชื่อมต่ออย่าง MCP เพื่อลดขั้นตอนการโหลดไฟล์ และเพิ่มความเร็วในการทำ Bank Reconcile และการออกเอกสาร
  • Job Role Shifting : นักบัญชีเปลี่ยนบทบาทจากการคีย์เอกสาร มาเน้นการวิเคราะห์งบ ทำงบกระแสเงินสด และนำเสนอรายงานเชิงบริหาร
  • Mindset Over Skill Set : ผู้บริหารต้องมี Mindset ที่เหมาะสม เปิดโอกาสให้ทีมได้ลองผิดลองถูก และกล้าลงทุนกับ AI ให้กับพนักงาน

จากความฝัน Paperless เมื่อ 10 ปีก่อน สู่ความจริงด้วยระบบ PEAK

TaxMoneyBat on PEAK Connect Stage

เป็นที่รู้กันดี ว่าการทำบัญชีย่อมมาคู่กับเอกสารกองใหญ่ ที่กว่าจะจัดเรียงได้ ก็หมดเวลาไปครึ่งค่อนวัน ปัญหานี้ กลายเป็นคำถามในใจคุณแบต – กิตติเดช รักษ์ถาวรกุล เจ้าของเพจ TaxmoneyBat ให้ความรู้ด้านการเงินที่มีผู้ติดตามกว่า 14,000 คน ตั้งแต่ 10 ปีก่อน คุณแบตมีวิสัยทัศน์อยากจะปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน ให้สำนักงานบัญชีทำงานแบบไร้กระดาษ (Paperless) แต่การจะพัฒนาระบบที่ทะเยอทะยานเช่นนี้ คุณแบตต้องจ้างนักพัฒนาระบบ ที่ค่าใช้จ่ายสูงถึงหลักแสนบาทต่อเดือน โปรเจกต์นี้จึงถูกพับโดยปริยาย

TaxMoneyBat on PEAK Connect Stage

จนเข้าสู่ยุคสมัย AI คุณแบตคือหนึ่งในคนที่เริ่มใช้ AI มาตั้งแต่เนิ่น ๆ และยังคงไม่ลืมฝันของการสร้างระบบ Paperless จนได้มาพบกับ PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ที่พร้อมเชื่อมต่อกับระบบ MCP ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการเมื่อ 10 ปีที่แล้วโดยตรง หลังจากนั้น คุณแบตยังคงใช้งาน AI อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ระบบเข้าใจตัวเองได้ดีขึ้น ออกแบบระบบที่ต้องการได้ในทันที โดยไม่ต้องแบกรับต้นทุนด้วยตนเองเหมือนเมื่อ 10 ปีก่อน

Mindset ที่ถูกต้อง สำคัญกว่าการเลือกเครื่องมือ

ทุกครั้งที่คุณแบตขึ้นบรรยาย มักมีเจ้าของธุรกิจหรือนักบัญชีต้องการสอบถามเรื่องการปรับใช้ AI อยู่เสมอ โดยคุณแบตได้กล่าวโดยรวมไว้ว่า

“หลายคนมักเดินเข้ามาถามผมว่า ใช้ AI ตัวไหนดีกว่ากัน ChatGPT, Claude หรือ Gemini ดี?
ผมอยากให้ตั้งคำถามใหม่ว่า ปัญหาที่ต้องการแก้ที่สุดคืออะไร เพราะ AI ไม่ใช่พระเจ้า แต่เป็นผู้ช่วย”

คำตอบนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการตีโจทย์ โดยหากเรายังไม่เข้าใจว่าจะใช้ AI เพื่อการแก้ปัญหาอะไร มุ่งแต่การปรับใช้เพียงอย่างเดียว สุดท้าย การใช้ AI รูปแบบนี้ นอกจากจะไม่สร้างคุณประโยชน์แล้ว ยังเป็นการเสียทรัพยากรไปอย่างใช่เหตุด้วย


ถอดรหัส Framework 4 ระดับ: งานไหนใช้คน งานไหนใช้ AI

แม้ AI จะเก่งขึ้น หรือถูกพัฒนาไปมากแค่ไหน สุดท้ายแล้ว เรายังควรใช้วิจารณญาณของมนุษย์ในการตัดสินใจ แต่การจะเลือกว่างานไหนควรเป็นมนุษย์ทำ 100% หรืองานไหนให้ AI ทำแทนได้ สามารถแบ่งกลุ่มตามความถี่ (Frequency) ว่างานนั้น ต้องทำซ้ำบ่อยแค่ไหน และแบ่งตามความต้องการใช้ดุลยพินิจ (Human Judgement) ซึ่งจะแบ่งออกได้เป็น 4 กลุ่มอย่างชัดเจน โดยไล่สัดส่วนจากการใช้ AI มากไปหาน้อย

  1. งานที่ให้ AI ทำได้ทันที (100% AI) : เป็นงานที่ซ้ำซ้อน มีกฎบอกถูก-ผิดชัดเจน เช่น การคีย์ข้อมูล, การบันทึกรายการซ้ำ, การกระทบยอดเงินฝากธนาคาร, หรือการติดตามลูกหนี้
  2. AI นำเสนอ คนอนุมัติ (AI Propose, Human Approve) : เป็นงานที่ซับซ้อนขึ้นมาเล็กน้อย เช่น การเลือกผังบัญชีใหม่, การจัดหมวดหมู่เอกสารใหม่, การตอบคำถามภาษีที่ต้องอ้างอิงประมวลรัษฎากร
  3. AI ช่วยร่าง คนตัดสินใจ (AI Draft, Human Decide) : เป็นงานที่ซับซ้อน ต้องใช้วิจารณญาณสูง อาทิ การปรับปรุงรายการตาม TFRS for NPAEs, การวางแผนโครงสร้างภาษี, การประเมินค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ
  4. คนทำเองทั้งหมด (100% Human) : เป็นงานที่ต้องการความถูกต้อง มีลักษณะต่อยอดจากงานเดิมของ AI อาทิ การทำเอกสารแบบนำส่งภาษีต่าง ๆ อาทิ ภ.พ.30, ภ.ง.ด.3, ภ.ง.ด.53

คุณแบตแนะนำให้มอง AI เหมือนพนักงาน Junior ที่ต้องคอยสอนงานในช่วงแรก อาจเริ่มจากการนำ AI ไปใช้กับงานที่มีขั้นตอนซ้ำ ๆ และมีแบบแผนตายตัว เช่น การนำเอกสารเข้าระบบ โดยใน PEAK มีฟีเจอร์ SMART Key ที่จะช่วยดึงข้อมูลเข้าสู่ระบบได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ เสริมด้วยฟังก์ชัน SMART Suggestions ที่แนะนำการจัดหมวด หรือผังบัญชีได้ในทันที ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเริ่มต้นบันทึกบัญชีเบื้องต้นได้ด้วยตนเองอย่างถูกต้อง

Use Cases ใน PEAK MCP ที่คุณแบตใช้งานจริง

TaxMoneyBat on PEAK Connect Stage

เมื่อเข้าสู่ช่วงการสาธิตการใช้งานจริง คุณแบตได้แบ่งปัน Use Case ที่ช่วยแก้ Pain Point ใหญ่ของสำนักงานบัญชี นั่นคือการกระทบยอดธนาคาร (Bank Reconciliation) ซึ่งในอดีต ต้องให้พนักงานพิมพ์เอกสารออกมา แล้วเทียบบรรทัดต่อบรรทัดระหว่างรายการ Bank Statement กับ General Ledger ซึ่งกินทั้งแรงและเวลาอย่างมาก

ต่อมา คุณแบตได้นำ PEAK MCP เข้ามาเชื่อมต่อระบบ ช่วยให้ PEAK สามารถดึงข้อมูลเข้าได้อย่างรวดเร็ว และทำการกระทบยอดได้ในทันที จากเดิมที่การกระทบยอดธนาคารอาจจะต้องใช้เวลาถึง 2 วัน การใช้ระบบ MCP เข้ามาทำงานส่วนนี้ ช่วยลดเวลาลงเหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง นอกจากนี้ คุณแบตยังได้ใช้ระบบเพื่อทำงานอื่น ๆ ด้วย อาทิ

  • การออกใบเสร็จรับเงิน : AI สามารถจับคู่สลิปโอนเงิน ทะเบียนอบรม และเทียบยอดเงินเข้าจากรายการ Bank Statement เพื่อออกใบเสร็จผ่าน PEAK ได้มากกว่า 200 ฉบับภายในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง
  • การดราฟแบบ ภ.ง.ด.50 : AI ทำการอ่านงบทดลอง แล้วดราฟรายการปรับปรุงภาษี และแบบ ภ.ง.ด. 50 ออกมาเป็นขั้นตอนได้ ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที จากนั้นจึงใช้คนตรวจสอบก่อนนำไปใช้จริง
  • การทำรายงานสรุป : AI นำข้อมูลที่สรุปรายการบัญชีและภาษีทั้งหมด มาเรียบเรียงใหม่ให้อ่านเข้าใจง่าย โดยเฉพาะกับข้อมูลงบกระแสเงินสด ที่คุณแบตตรวจทานด้วยตนเองก่อนส่งมอบให้กับลูกค้า

เมื่อคำนวณเปรียบเทียบเวลาที่มนุษย์และ AI ต้องใช้เพื่อการทำเอกสาร 1 ใบ พบว่าจากเดิมที่ต้องใช้เวลา 7 นาที ในการออกเอกสาร (เปิดหน้าเอกสาร คีย์ข้อมูล ตรวจความถูกต้อง) ลดลงเหลือเพียง 1 นาที (ส่งไฟล์ให้ AI ตรวจความถูกต้อง และกดอนุมัติ) หากมีเอกสารต้องออก 500 ใบต่อเดือน จากเดิมต้องใช้เวลาถึง 58 ชั่วโมง การใช้ AI เสริมการทำงาน จะลดเวลาลงเหลือเพียง 8 ชั่วโมงเท่านั้น

คุณฝ้ายได้เสริมว่าการเข้ามาของ AI ส่งผลกระทบต่อทั้งพนักงานและลูกค้า โดยเฉพาะกับความคาดหวังของทั้งสองฝ่าย ฝั่งพนักงานต้องการให้องค์กรเปิดรับ AI มาเสริมการทำงานให้คล่องตัวขึ้น ส่วนลูกค้าก็ต้องการบริการที่รวดเร็ว และคำปรึกษาที่สร้าง Value ให้ได้มากกว่าเดิม ดังนั้น จุดเริ่มต้นที่ทำให้การใช้ AI เกิดผลลัพธ์สูงสุด จึงต้องเริ่มจากผู้นำ ในการสร้างความเข้าใจและปรับ Mindset ของทั้งองค์กร


สรุป : นักบัญชีและ AI ต้องพัฒนาทักษะไปพร้อมกัน

โลกของเรากำลังก้าวเข้าสู่ยุค AI-Powered Accountant ทำให้นักบัญชียิ่งต้องหมั่นเรียนรู้การพัฒนาตนเอง การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ไม่ได้นำเทคโนโลยีมาใช้ทดแทนมนุษย์ แต่คือการใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และคืนเวลาให้นักบัญชีได้ทำงานที่มีสร้างคุณค่าได้มากกว่า และการเริ่มต้นใช้งาน AI ไม่ต้องเริ่มจากโปรเจกต์ใหญ่ แต่เริ่มได้จากการระบุปัญหาที่มี และลองคิดดูว่าจะแก้ปัญหานั้นอย่างไร

“ถ้าวันนี้คุณยังใช้ AI ฟรีอยู่ ผมอยากชวนให้คุณลองลงทุนแค่วันละไม่กี่บาท เดือนละ 700 บาท
เพื่อได้ผู้ช่วยระดับจูเนียร์มาลองทำงาน ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามาก”

คุณแบตทิ้งท้ายคำแนะนำถึงเจ้าของธุรกิจและสำนักงานบัญชีว่า ไม่จำเป็นต้องรอให้ระบบสมบูรณ์แบบที่สุดจึงค่อยเริ่ม แต่ควรเริ่มต้นก้าวแรกทันที เพราะปัจจุบันเทคโนโลยี AI บัญชีไม่ได้มีราคาสูงเหมือนอดีต ยิ่งใช้งานบ่อย ระบบจะยิ่งเรียนรู้ ตลอดจนพัฒนาเป็นผู้ช่วยคนสำคัญในองค์กรต่อไป

ก้าวสู่การเป็น AI-Powered Accountants ด้วยโปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAK

ศึกษาข้อมูลการเชื่อมต่อระบบ AI เพิ่มเติม: https://www.peakaccount.com/peak-mcp


ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ เปลี่ยนงานบัญชีให้เป็นเรื่องง่าย