
เจ้าของ SME หลายคนเคยเจอสถานการณ์ในทุกปลายปี ต้องเจอกับภาษีก้อนใหญ่ ที่หากไม่กันเงินสำรองไว้ล่วงหน้า อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้
บทความนี้จะช่วยให้คุณวางแผนภาษีนิติบุคคลได้ด้วยตัวเอง ตั้งแต่คำนวณว่าควรแบ่งเงินไว้กี่เปอร์เซ็นต์ จ่ายโบนัสหรือซื้อของช่วงไหนดี ไปจนถึงวางแผนภาษีธุรกิจให้เติบโตได้อย่างมั่นคงตลอดปี
เงินสำรองภาษี คืออะไร
เงินสำรองภาษี คือเงินที่กิจการแบ่งเก็บไว้ต่างหากในแต่ละเดือนหรือไตรมาส เพื่อให้มีเงินพร้อมจ่ายเมื่อถึงกำหนดยื่นภาษี โดยไม่ต้องไปกู้ยืมหรือดึงเงินในบัญชีธุรกิจมาใช้ในนาทีสุดท้าย โดยเหตุผลหลักที่ต้องกัน คือนิติบุคคลมีภาระภาษีหลายประเภทที่ทยอยจ่ายตลอดทั้งปี ถ้าไม่วางแผนภาษีล่วงหน้า เดือนที่ต้องจ่ายพร้อมกันหลายรายการอาจทำให้การเงินเข้าใกล้ขั้นวิกฤต
ภาษีที่นิติบุคคลต้องจ่ายมีอะไรบ้าง
นิติบุคคล (บริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนที่จดทะเบียน) มีภาระภาษีหลักที่ต้องรู้
| ประเภทภาษี | ความถี่ | แบบฟอร์ม | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| ภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) | ครึ่งปี + ประจำปี | แบบภาษีครึ่งปีและประจำปี | คิดจากกำไรสุทธิ อัตรา 15-20% |
| ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) | ทุกเดือน | ภ.พ.30 | 7% ของยอดขาย ยื่นภายในวันที่ 15 เดือนถัดไป |
| ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (WHT) | ทุกเดือน | ภ.ง.ด.3, ภ.ง.ด.53 | หักจากค่าจ้าง ค่าบริการ ค่าเช่า ฯลฯ |
| ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง | ประจำปี | ตามที่ อปท. กำหนด | จ่ายให้ท้องถิ่น ไม่ว่ากำไรหรือขาดทุน |
(ข้อมูลจาก กรมสรรพากร: ความรู้เรื่องภาษี)
ปฏิทินภาษีนิติบุคคลตลอดปี
ก่อนเริ่มวางแผนภาษี ต้องเห็นภาพรวมก่อนว่าเดือนไหนต้องจ่ายอะไรบ้าง
| ช่วงเวลา | ภาษีที่ต้องจ่าย |
|---|---|
| ทุกเดือน (ภายในวันที่ 7) | ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.3, ภ.ง.ด.53 (หัก ณ ที่จ่าย) |
| ทุกเดือน (ภายในวันที่ 15) | ภ.พ.30 (VAT) |
| เดือน 8 ของรอบบัญชี | ภ.ง.ด.51 (ภาษีนิติบุคคลครึ่งปี — ประมาณการจ่ายล่วงหน้า) |
| ภายใน 150 วันหลังปิดรอบบัญชี | ภ.ง.ด.50 (ภาษีนิติบุคคลประจำปี — จ่ายส่วนที่เหลือ) |
| ม.ค.-เม.ย. (ตามท้องถิ่น) | ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง |
เดือนที่หนักที่สุดมักเป็นช่วงยื่นภาษีประจำปี เพราะต้องจ่ายส่วนต่างก้อนใหญ่ ถ้าไม่เตรียมเงินไว้ จะตึงมาก
เจ้าของกิจการ SME ควรกันเงินสำรองภาษีกี่ % ของรายได้ ถึงจะปลอดภัย?
สำหรับ SME ที่เสียภาษีนิติบุคคลปกติ การวางแผนภาษีเริ่มจากการกันเงินไว้ประมาณ 3-7% ของรายได้รวมต่อเดือน โดยปรับตามอัตรากำไรของธุรกิจ
สูตรคำนวณเงินสำรองภาษีเบื้องต้น
หลักคิดง่าย ๆ คือ ประมาณการภาษีนิติบุคคลทั้งปีก่อน แล้วหารเฉลี่ยเป็นรายเดือน แบ่งเป็น 3 ขั้นตอน
ขั้นที่ 1 — ประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี
สูตร: กำไรสุทธิ = รายได้ทั้งปี – ค่าใช้จ่ายทั้งปี
ตัวอย่าง SME รายได้ 10 ล้านบาทต่อปี
| รายการ | วิธีคำนวณ | จำนวนเงิน |
|---|---|---|
| รายได้ทั้งปี (ประมาณ) | — | 10,000,000 บาท |
| ค่าใช้จ่ายทั้งปี (ประมาณ) | — | 7,500,000 บาท |
| กำไรสุทธิ (ประมาณ) | 10,000,000 – 7,500,000 | 2,500,000 บาท |
ขั้นที่ 2 — คำนวณภาษี CIT
สูตร: ภาษี CIT = (กำไรสุทธิ – กำไรที่ยกเว้น) × อัตราภาษี
SME ที่ทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาทและรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท ได้รับสิทธิ์วางแผนภาษีด้วยอัตราขั้นบันได (ข้อมูล ณ ปีภาษี 2569)
| กำไรสุทธิ (บาท) | อัตราภาษี | ภาษีในขั้น |
|---|---|---|
| 0 – 300,000 | ยกเว้น | 0 บาท |
| 300,001 – 3,000,000 | 15% | 330,000 บาท |
| รายการ | วิธีคำนวณ | จำนวนเงิน |
|---|---|---|
| ภาษี CIT ทั้งปี | (2,500,000 – 300,000) × 15% | 330,000 บาท |
| กันเงินต่อเดือน | 330,000 ÷ 12 | 27,500 บาท |
| คิดเป็น % ของรายได้ | 330,000 ÷ 10,000,000 | 3.3% |
ขั้นที่ 3 — บวก VAT สุทธิและ WHT ที่ต้องนำส่ง
ภาษีที่ต้องนำส่งรายเดือน (VAT สุทธิ + WHT) ให้บวกเพิ่มอีก 1-3% ตามลักษณะธุรกิจ รวมแล้วควรกันเงินไว้ประมาณ 5-7% ของรายได้ต่อเดือน
ตัวอย่าง: SME 3 ระดับรายได้
| รายได้/ปี | อัตรากำไร | ภาษี CIT ประมาณ | กันเงิน/เดือน | % ของรายได้ |
|---|---|---|---|---|
| 5 ล้านบาท | 20% | ~120,000 บาท | ~10,000 บาท | ~2.4% |
| 20 ล้านบาท | 25% | ~600,000 บาท | ~50,000 บาท | ~3% |
| 50 ล้านบาท | 20% | ~1,700,000 บาท | ~142,000 บาท | ~3.4% |
ตัวเลขเหล่านี้เป็นเฉพาะภาษี CIT เท่านั้น เมื่อรวม VAT สุทธิและ WHT ที่ต้องนำส่ง รวมทั้งหมดจะอยู่ที่ 5-7% ของรายได้ ซึ่งเป็นตัวเลขที่แนะนำให้ใช้วางแผนภาษีนิติบุคคล
เคล็ดลับการจัดการเงินสำรองในทางปฏิบัติ
รู้ตัวเลขแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ “ทำจริง” ให้เป็นระบบ
- เปิดบัญชีธนาคารแยกต่างหาก สำหรับเงินสำรองภาษีโดยเฉพาะ ทุกเดือนโอนเงินตามเปอร์เซ็นต์ที่คำนวณไว้เข้าบัญชีนี้ จะได้ไม่ปนกับเงินที่ใช้หมุนธุรกิจ
- ตั้งรายการโอนอัตโนมัติ ทุกวันที่ 1 ของเดือน เพื่อไม่ลืมและไม่เอาเงินไปใช้ก่อน
- ทบทวนทุกไตรมาส เปรียบเทียบกำไรจริงกับที่ประมาณไว้ ถ้ากำไรสูงกว่า ให้ปรับเพิ่มเงินสำรอง
เมื่อโอนเงินเข้าบัญชีสำรอง การบันทึกบัญชีเบื้องต้นจะเป็นแบบนี้ (ตัวอย่างโอนเงิน 27,500 บาทเข้าบัญชีสำรองภาษี)
| รายการ | Dr (เดบิต) | Cr (เครดิต) |
|---|---|---|
| เงินฝากธนาคาร — บัญชีสำรองภาษี | 27,500 | — |
| เงินฝากธนาคาร — บัญชีหลัก | — | 27,500 |
การบันทึกนี้เป็นแค่การย้ายเงินระหว่างบัญชี ไม่ได้เกิดค่าใช้จ่ายใหม่ ภาษีจริงจะบันทึกเป็น “ภาษีเงินได้ค้างจ่าย” ตอนที่ยื่นแบบเสียภาษี
จ่ายโบนัส ซื้อของ ทำแคมเปญ ช่วงไหนดี ไม่ให้กระทบภาษีและเงินหมุนเวียน
ค่าใช้จ่ายที่วางแผนได้ เช่น โบนัสพนักงาน ซื้ออุปกรณ์ หรือทำแคมเปญการตลาด เป็นเครื่องมือวางแผนภาษีที่ดี ถ้าเลือกจังหวะจ่ายให้ดี จะช่วยทั้งลดภาษีและรักษาสภาพคล่องไปพร้อมกัน
เทคนิค timing ที่ใช้ได้จริง
จ่ายก่อนปิดรอบบัญชี จะนับเป็นค่าใช้จ่ายในรอบนั้น ช่วยลดกำไรสุทธิ ลดภาษีได้ทันที เช่น ถ้ารอบบัญชีปิดเดือนธันวาคม การซื้ออุปกรณ์ในเดือนพฤศจิกายนจะนับเป็นค่าใช้จ่ายของปีนั้น
จ่ายหลังสิ้นรอบปีบัญชี จะนับเป็นค่าใช้จ่ายของปีถัดไป เหมาะกับกรณีที่ปีนี้กำไรต่ำอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเร่งค่าใช้จ่าย
สิ่งสำคัญคือ ค่าใช้จ่ายที่นำมาหักภาษีได้ต้องเป็นรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับกิจการจริง มีเอกสารครบถ้วน และไม่ใช่รายจ่ายต้องห้ามตามประมวลรัษฎากร
กำไรเยอะปีนี้ วางแผนอะไรล่วงหน้าได้บ้าง (ถูกกฎหมาย)
ถ้าดูตัวเลขแล้วปีนี้กำไรสูงกว่าที่คาด สิ่งที่ทำได้คือ “เร่งค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและวางแผนไว้อยู่แล้ว” ให้เกิดขึ้นในปีนี้ ไม่ใช่สร้างค่าใช้จ่ายเทียม
เร่งค่าใช้จ่ายที่จำเป็น
ค่าใช้จ่ายที่ดึงมาจ่ายก่อนได้ เช่น
- ซื้ออุปกรณ์หรือเครื่องจักรที่วางแผนซื้ออยู่แล้ว (หักค่าเสื่อมราคาได้ตามกฎหมาย)
- ส่งพนักงานไปอบรม ค่าฝึกอบรมหักภาษีได้ 2 เท่า (ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน)
- ซ่อมบำรุงสำนักงานหรืออุปกรณ์ที่ค้างไว้
จัดโครงสร้างเงินเดือนกรรมการอย่างไร
เจ้าของ SME หลายคนจ่ายเงินเดือนกรรมการต่ำมาก แล้วดึงกำไรออกเป็นเงินปันผล ซึ่งอาจไม่คุ้มทางภาษี เพราะเงินเดือนกรรมการหักเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทได้ ช่วยลด CIT ขณะที่เงินปันผลต้องเสียภาษีซ้อน (บริษัทเสีย CIT แล้ว กรรมการยังเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอีก)
แนะนำให้ปรึกษานักบัญชีเพื่อหาสมดุลระหว่างเงินเดือนกรรมการกับเงินปันผลที่เหมาะกับสถานการณ์ของธุรกิจ
สิทธิประโยชน์ภาษีที่ SME ใช้ได้จริง
| สิทธิประโยชน์ | เงื่อนไข | ประโยชน์ |
|---|---|---|
| อัตราภาษี CIT ขั้นบันได | ทุนไม่เกิน 5 ล้าน + รายได้ไม่เกิน 30 ล้าน | กำไร 300,000 แรกยกเว้นภาษี |
| หักค่าอบรมพนักงาน 2 เท่า | อบรมจากหน่วยงานที่ได้รับรอง | ลดกำไรสุทธิเพิ่มอีก 1 เท่า |
| หักค่าเสื่อมราคาเร่ง (คอมพิวเตอร์, ซอฟต์แวร์) | เป็นทรัพย์สินของกิจการ | หักได้เต็มจำนวนภายใน 3 ปี |
(ข้อมูลจาก กรมสรรพากร: สิทธิประโยชน์ทางภาษี และ BOI: มาตรการส่งเสริมการลงทุน)
สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องจัดการ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ทุกเดือน การวางแผนภาษีธุรกิจให้ครบทุกประเภทจะช่วยลดความยุ่งยากได้มาก
ขาดทุนหรือกำไรต่ำ ทำไมยังต้องจ่ายภาษีบางประเภท?
คำตอบสั้น ๆ คือ ไม่ใช่ทุกภาษีที่คิดจากกำไร บางภาษีคิดจากยอดขายหรือจากการจ่ายเงินให้คนอื่น ไม่ว่ากิจการจะกำไรหรือขาดทุนก็ต้องจ่าย นี่คือเหตุผลที่การวางแผนภาษีต้องดูครบทุกประเภท ไม่ใช่แค่ CIT
ภาษีที่ต้องจ่ายไม่ว่ากำไรหรือขาดทุน
| ภาษี | เหตุผลที่ต้องจ่าย |
|---|---|
| VAT (ภ.พ.30) | คิดจากยอดขาย ไม่เกี่ยวกับกำไร ถ้าขายของได้ ต้องนำส่ง VAT ทุกเดือน |
| หัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.3, 53) | เกิดจากการจ่ายเงินให้ผู้อื่น เช่น จ้างฟรีแลนซ์ จ่ายค่าเช่า ต้องหักนำส่งทุกเดือนที่มีการจ่าย |
| ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง | คิดจากมูลค่าทรัพย์สิน ไม่เกี่ยวกับผลประกอบการ |
| ประกันสังคม (สมทบนายจ้าง) | คิดจากจำนวนพนักงาน ไม่เกี่ยวกับกำไร |
ขาดทุนสะสมใช้ลดภาษีได้กี่ปี
ข่าวดีคือ ถ้าปีนี้ขาดทุน สามารถนำผลขาดทุนไปหักกำไรในปีถัดไปได้สูงสุด 5 รอบบัญชี ตามที่กฎหมายภาษีกำหนด เช่น ปีนี้ขาดทุน 500,000 บาท ปีหน้ามีกำไร 800,000 บาท ก็เสียภาษีเฉพาะส่วนต่าง 300,000 บาทเท่านั้น
ทั้งนี้ ต้องยื่นงบการเงินและแบบภาษีครบถ้วนทุกปี แม้ขาดทุนก็ต้องยื่น ถ้าไม่ยื่นจะเสียสิทธิ์นำขาดทุนไปใช้
Checklist วางแผนภาษีนิติบุคคลรายไตรมาส
ใช้ checklist นี้วางแผนภาษีนิติบุคคลทุก 3 เดือน เพื่อไม่พลาดกำหนดยื่นและเตรียมเงินได้ทัน
| ไตรมาส | รายการ |
|---|---|
| Q1 (เดือน 1-3) | ทบทวนเป้ารายได้และกำไรทั้งปี |
| คำนวณภาษี CIT ที่ต้องแบ่งเก็บต่อเดือน | |
| ตรวจสอบว่าเปิดบัญชีแยกสำหรับเงินภาษีแล้วหรือยัง | |
| Q2 (เดือน 4-6) | เปรียบเทียบกำไรจริงกับประมาณการ ปรับเงินสำรองถ้าจำเป็น |
| เตรียมข้อมูลสำหรับยื่นภาษีครึ่งปี | |
| Q3 (เดือน 7-9) | ยื่นภาษีครึ่งปีพร้อมจ่ายเงิน |
| ประเมินว่ากำไรทั้งปีจะสูงหรือต่ำกว่าที่คาด วางแผนค่าใช้จ่ายที่เหลือ | |
| Q4 (เดือน 10-12) | ตัดสินใจเรื่องซื้ออุปกรณ์ จ่ายโบนัส ก่อนสิ้นปี |
| ตรวจสอบว่าเงินที่เตรียมไว้เพียงพอสำหรับจ่ายภาษีประจำปีต้นปีหน้า | |
| ปิดงบและเตรียมยื่นภาษีประจำปี |
สรุป: วางแผนภาษีนิติบุคคล เริ่มต้นจากเตรียมเงินให้เป็นระบบ
- แบ่งเงินไว้สำหรับภาษีทุกเดือน โดยเปิดบัญชีแยกต่างหาก ใช้สูตรคำนวณจากบทความนี้
- ดูปฏิทินภาษีทั้งปีเพื่อรู้ล่วงหน้าว่าเดือนไหนต้องจ่ายอะไร
- ถ้ากำไรสูง เร่งค่าใช้จ่ายที่วางแผนไว้อยู่แล้ว ถ้าขาดทุน เก็บสิทธิ์ไว้ใช้ลดภาษีได้อีก 5 ปี
- ทบทวน checklist ทุกไตรมาส เพื่อปรับแผนให้ตรงกับสถานการณ์จริง
อ่านเพิ่มเติม: วางแผนภาษีบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ก่อนใช้สิทธิลดหย่อนปลายปี
คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับเงินสำรองภาษีนิติบุคคล
ถ้าประมาณการภาษีครึ่งปี (ภ.ง.ด.51) ผิดไปมาก จะมีบทลงโทษไหม?
ถ้าประมาณการต่ำกว่ากำไรจริงเกิน 25% จะต้องจ่ายเงินเพิ่ม 20% ของภาษีที่จ่ายขาดไป (ตามเกณฑ์ที่กฎหมายสรรพากรกำหนด) ดังนั้นควรประมาณการอย่างระมัดระวัง ใช้ตัวเลขจริงจากงบ 6 เดือนแรกเป็นฐาน ไม่ใช่เดาสุ่ม
เงินสำรองภาษีต้องแสดงในงบการเงินไหม?
เงินสำรองภาษีเป็นการบริหารเงินสดภายใน ไม่ใช่รายการทางบัญชีที่ต้องแสดงเป็น “สำรอง” ในงบ แต่ภาษีที่ค้างจ่ายจะแสดงเป็น “ภาษีเงินได้ค้างจ่าย” ในงบแสดงฐานะการเงิน
ธุรกิจขนาดเล็กมาก (รายได้ไม่ถึงล้าน) จำเป็นต้องแบ่งเงินเตรียมไว้ไหม?
แม้ภาษี CIT จะน้อย แต่ยังมี VAT (ถ้าจด) และหัก ณ ที่จ่ายที่ต้องนำส่งทุกเดือน แนะนำให้แบ่งเงินไว้อย่างน้อย 2-3% ของรายได้ เพื่อไม่ให้สะดุดตอนถึงกำหนดจ่าย
ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine
