การบัญชีเบื้องต้น
Table of Contents

เจ้าของธุรกิจหลายคนเปิดร้านได้ ขายเก่ง แต่พอถึงเวลาสรุปว่ากำไรจริงเท่าไรกลับตอบไม่ได้ ปัญหานี้มักมาจากช่องว่างเรื่องเดียว นั่นคือ การบัญชีเบื้องต้น ข่าวดีคือความรู้พื้นฐานบัญชีไม่ได้ยากอย่างที่คิด และไม่จำเป็นต้องจบบัญชีมาก่อน บทความนี้รวบรวม 6 ความรู้พื้นฐานบัญชีที่นักบัญชีมือใหม่และเจ้าของกิจการควรเข้าใจ ตั้งแต่ความหมาย สมการบัญชี ไปจนถึงงบการเงิน พร้อมตัวอย่างจากธุรกิจจริงที่นำไปใช้ได้ทันที

การบัญชีคืออะไร และสำคัญกับธุรกิจอย่างไร

การบัญชี (Accounting) คือการจดบันทึก จัดหมวดหมู่ สรุปผล และรายงานรายการเงินของกิจการอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เห็นว่าธุรกิจมีเงินเข้าออกเท่าไร มีทรัพย์สินและหนี้สินอยู่เท่าไร และสุดท้ายได้กำไรหรือขาดทุน พูดสั้นๆ การบัญชีหมายถึงการเปลี่ยน “เอกสารกองโต” ให้กลายเป็นตัวเลขที่อ่านแล้วตัดสินใจได้

ความสำคัญของการบัญชีมีทั้งมุมธุรกิจและมุมกฎหมาย ในมุมธุรกิจ ตัวเลขบัญชีช่วยให้คุณรู้ต้นทุนจริง ตั้งราคาขายได้แม่นขึ้น และวางแผนการเงินล่วงหน้าได้ ส่วนมุมกฎหมาย ธุรกิจที่จดทะเบียนเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนมีหน้าที่ต้องจัดทำบัญชีและงบการเงินตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 (พ.ร.บ.การบัญชี) แล้วนำส่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า DBD)

เมื่อเข้าใจภาพรวมแล้ว มาดูกันว่าความรู้พื้นฐานบัญชีที่ต้องรู้จริงๆ มีอะไรบ้าง

การบัญชีเบื้องต้นมีอะไรบ้าง

การบัญชีเบื้องต้นสรุปได้เป็น 6 ความรู้หลักที่ต่อยอดกันเป็นลำดับ ได้แก่ สมการบัญชี 5 หมวดบัญชี หลักเดบิตและเครดิต วงจรบัญชี งบการเงิน และทักษะที่นักบัญชีมือใหม่ควรมี ทั้ง 6 เรื่องนี้คือแกนที่ทำให้อ่านตัวเลขธุรกิจรู้เรื่อง

ก่อนลงรายละเอียด นี่คือภาพรวมของทั้ง 6 หัวข้อ

#ความรู้พื้นฐานตอบคำถามว่า
1สมการบัญชีทรัพย์สินกับเงินทุนสมดุลกันอย่างไร
25 หมวดบัญชีรายการเงินแต่ละอย่างจัดอยู่กลุ่มไหน
3เดบิตและเครดิตบันทึกรายการลงด้านไหน
4วงจรบัญชีทำบัญชีมีขั้นตอนอะไรบ้าง
5งบการเงินผลลัพธ์สุดท้ายอ่านอย่างไร
6ทักษะนักบัญชีมือใหม่ต้องพัฒนาอะไรเพิ่ม

1. สมการบัญชี พื้นฐานของทุกอย่าง

สมการบัญชีคือหัวใจของการบัญชีเบื้องต้นทั้งหมด เขียนได้สั้นๆ ว่า สินทรัพย์เท่ากับหนี้สินบวกส่วนของเจ้าของ ความหมายคือทรัพย์สินทุกอย่างในธุรกิจต้องมีที่มาของเงิน ไม่มาจากการกู้ ก็มาจากเงินที่เจ้าของลงเอง

สูตรคือ สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจ้าของ

ลองดูตัวอย่างร้านกาแฟเปิดใหม่ เจ้าของลงเงินเอง 100,000 บาท และกู้ธนาคารมาอีก 50,000 บาท เพื่อซื้ออุปกรณ์และตกแต่งร้าน

รายการจำนวนเงิน
สินทรัพย์ (เงินสด + อุปกรณ์ร้าน)150,000 บาท
หนี้สิน (เงินกู้ธนาคาร)50,000 บาท
ส่วนของเจ้าของ (เงินลงทุน)100,000 บาท

จะเห็นว่าสองฝั่งเท่ากันเสมอ คือ 150,000 = 50,000 + 100,000 หลักนี้เองที่ทำให้บัญชีตรวจสอบความถูกต้องของตัวเองได้ ถ้าวันไหนสมการไม่สมดุล แปลว่ามีการบันทึกผิดพลาดที่ไหนสักจุด

2. 5 หมวดบัญชี จัดกลุ่มรายการให้เป็นระบบ

ทุกรายการเงินในธุรกิจถูกจัดเข้าหมวดบัญชีหลัก 5 กลุ่ม ได้แก่ สินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของเจ้าของ รายได้ และค่าใช้จ่าย การรู้ว่ารายการหนึ่งอยู่หมวดไหนคือก้าวแรกก่อนลงบันทึกทุกครั้ง

หลักการบัญชี 5 หมวด มีอะไรบ้าง

หลักการบัญชี 5 หมวดแบ่งตามบทบาทของรายการในธุรกิจ สรุปพร้อมตัวอย่างได้ดังนี้

หมวดบัญชีความหมายตัวอย่าง
สินทรัพย์ (Assets)สิ่งที่ธุรกิจมีและใช้สร้างประโยชน์เงินสด สินค้าคงเหลือ อุปกรณ์
หนี้สิน (Liabilities)ภาระที่ต้องจ่ายคืนเงินกู้ เจ้าหนี้การค้า
ส่วนของเจ้าของ (Equity)เงินทุนของเจ้าของเงินลงทุน กำไรสะสม
รายได้ (Revenue)เงินที่ได้จากการขาย/บริการยอดขาย ค่าบริการ
ค่าใช้จ่าย (Expenses)ต้นทุนในการทำธุรกิจค่าเช่า เงินเดือน ค่าวัตถุดิบ

สามหมวดแรกคือตัวตั้งของสมการบัญชี ส่วนรายได้และค่าใช้จ่ายคือตัวที่ทำให้ส่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้นหรือลดลงในแต่ละงวด

3. เดบิตและเครดิต อ่านให้เข้าใจใน 5 นาที

เดบิตและเครดิตคือการบันทึกบัญชีแบบสองด้าน ทุกรายการต้องลงทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวาด้วยยอดเท่ากันเสมอ คนมักเข้าใจผิดว่าฝั่งซ้ายคือเพิ่มและฝั่งขวาคือลด ความจริงคือขึ้นอยู่กับว่าเป็นบัญชีหมวดไหน

ตารางนี้สรุปว่าแต่ละหมวดเพิ่มหรือลดต้องลงด้านไหน

หมวดบัญชีเพิ่มขึ้นบันทึกด้านลดลงบันทึกด้าน
สินทรัพย์เดบิตเครดิต
ค่าใช้จ่ายเดบิตเครดิต
หนี้สินเครดิตเดบิต
ส่วนของเจ้าของเครดิตเดบิต
รายได้เครดิตเดบิต

ลองดูตัวอย่างร้านค้าออนไลน์ซื้อคอมพิวเตอร์ราคา 30,000 บาท โดยจ่ายเป็นเงินสด รายการนี้ทำให้อุปกรณ์ (สินทรัพย์) เพิ่มขึ้น และเงินสด (สินทรัพย์) ลดลงเท่ากัน

รายการDr (เดบิต)Cr (เครดิต)
อุปกรณ์คอมพิวเตอร์30,000
เงินสด30,000

ยอดสองด้านเท่ากันที่ 30,000 บาท นี่คือหลักการบันทึกบัญชีที่ใช้กับทุกรายการ ไม่ว่าจะซื้อของ จ่ายเงินเดือน หรือรับเงินจากลูกค้า

4. วงจรบัญชี 5 ขั้นตอนการทำบัญชี

วงจรบัญชีคือลำดับขั้นตอนการทำบัญชีตั้งแต่ได้เอกสารจนออกมาเป็นงบการเงิน สำหรับธุรกิจทั่วไปสรุปเป็น 5 ขั้นตอนหลักที่ทำวนซ้ำทุกงวดบัญชี

  1. รวบรวมและตรวจเอกสารทางการเงิน เช่น ใบเสร็จ ใบกำกับภาษี ใบสำคัญจ่าย
  2. บันทึกรายการลงสมุดรายวัน (Journal) ตามหลักเดบิตและเครดิต
  3. ผ่านรายการไปบัญชีแยกประเภท (Ledger) เพื่อรวมยอดของแต่ละบัญชี
  4. จัดทำงบทดลองและปรับปรุงรายการที่ยังค้าง เช่น ค่าเสื่อมราคา
  5. จัดทำงบการเงินสรุปผลของงวดนั้น

ขั้นตอนการทำบัญชีทั้ง 5 นี้จะวนกลับมาเริ่มใหม่ทุกเดือนหรือทุกปี การเก็บเอกสารให้ครบตั้งแต่ขั้นแรกคือกุญแจที่ทำให้ทุกขั้นตอนที่เหลือราบรื่น

5. งบการเงินเบื้องต้นที่ต้องรู้จัก

งบการเงินคือรายงานสรุปผลปลายทางของวงจรบัญชี บอกทั้งฐานะการเงินและผลกำไรขาดทุนของธุรกิจ งบที่มือใหม่ควรอ่านให้เป็นมี 2 ฉบับหลัก

งบแสดงฐานะการเงิน (หรือที่เรียกกันติดปากว่างบดุล) บอกว่า ณ วันสิ้นงวด ธุรกิจมีสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของเท่าไร เป็นภาพนิ่งของฐานะการเงิน ณ จุดเวลาหนึ่ง

งบกำไรขาดทุน บอกว่าตลอดงวดที่ผ่านมา ธุรกิจมีรายได้เท่าไร หักค่าใช้จ่ายแล้วเหลือกำไรสุทธิเท่าไร ตัวเลขกำไรสุทธินี้เองที่นำไปคิดภาษีเงินได้และวัดว่าธุรกิจไปได้ดีแค่ไหน

นอกจากสองงบนี้ ธุรกิจขนาดใหญ่ขึ้นยังมีงบกระแสเงินสดและงบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของเจ้าของเพิ่มเติม แต่สำหรับ SME ที่เพิ่งเริ่ม การอ่านงบแสดงฐานะการเงินและงบกำไรขาดทุนให้เข้าใจก็เพียงพอต่อการตัดสินใจในแต่ละเดือนแล้ว

6. ความรู้และทักษะที่นักบัญชีมือใหม่ควรมี

นอกจากทฤษฎี การเป็นนักบัญชีที่ทำงานได้จริงต้องอาศัยทักษะเพิ่มอีกหลายด้าน ทักษะเหล่านี้พัฒนาได้ด้วยการฝึกทำงานจริงควบคู่กับความรู้พื้นฐานบัญชีข้างต้น

  • ความละเอียดรอบคอบกับตัวเลข เพราะผิดหลักบาทเดียวงบก็ไม่สมดุล
  • เข้าใจมาตรฐานการบัญชีสำหรับกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม (NPAEs) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ SME ไทยส่วนใหญ่ใช้ (ข้อมูลจากสภาวิชาชีพบัญชี TFAC)
  • ทักษะการใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์และเครื่องมือดิจิทัล ที่กลายเป็นทักษะพื้นฐานของนักบัญชียุคใหม่ไปแล้ว
  • เข้าใจภาษีพื้นฐานที่เกี่ยวกับธุรกิจ เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีหัก ณ ที่จ่าย (อ่านเพิ่มได้ในบทความหมวดบัญชีของ PEAK)
  • อ่านและวิเคราะห์งบการเงินเพื่อให้คำแนะนำเจ้าของธุรกิจได้
  • จัดเก็บเอกสารอย่างเป็นระบบ พร้อมให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ตามที่กฎหมายกำหนด

ทักษะด้านดิจิทัลคือจุดที่เปลี่ยนไปมากที่สุดในช่วงไม่กี่ปีมานี้ คนที่ใช้เครื่องมือช่วยงานเป็นจะมีเวลาไปโฟกัสงานวิเคราะห์ที่สร้างคุณค่ากับธุรกิจได้มากกว่างานคีย์ข้อมูลซ้ำๆ

สรุป: เริ่มต้นการบัญชีเบื้องต้นอย่างมั่นใจ

การบัญชีเบื้องต้นไม่ใช่เรื่องไกลตัว เมื่อเข้าใจ 6 พื้นฐานนี้แล้ว คุณจะอ่านตัวเลขธุรกิจของตัวเองได้ชัดขึ้นทันที ลองเริ่มลงมือจากสามก้าวนี้

  • ฝึกจับรายการจริงในธุรกิจเข้า 5 หมวดบัญชีให้คล่อง
  • ลองบันทึกเดบิตและเครดิตจากบิลจริงสัก 10 รายการ
  • อ่านงบกำไรขาดทุนของเดือนล่าสุดแล้วตั้งคำถามว่าค่าใช้จ่ายก้อนไหนโตผิดปกติ

จัดการบัญชีให้เป็นระบบตั้งแต่วันแรกด้วย PEAK

เมื่อเข้าใจพื้นฐานแล้ว ก้าวต่อไปคือทำให้บัญชีเป็นระบบโดยไม่ต้องจมกับงานคีย์มือ PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยบันทึกรายการ ออกเอกสาร และสรุปงบการเงินให้อัตโนมัติ พร้อม AI ช่วยลดงานซ้ำ ให้เจ้าของธุรกิจและนักบัญชีมีเวลาไปโฟกัสการเติบโต เริ่มสร้างธุรกิจให้เป็นระบบตั้งแต่วันนี้ ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการบัญชีเบื้องต้น

การบัญชีเบื้องต้นกับการบัญชีขั้นสูงต่างกันอย่างไร

การบัญชีเบื้องต้นเน้นการบันทึกและสรุปรายการประจำวันจนออกเป็นงบการเงิน ส่วนการบัญชีขั้นสูงต่อยอดไปที่การวิเคราะห์ต้นทุน การบัญชีบริหาร และการวางแผนภาษี มือใหม่ควรแม่นพื้นฐานให้ครบก่อน แล้วขั้นสูงจะเข้าใจง่ายขึ้นเอง

ไม่ได้จบบัญชี เรียนรู้การบัญชีเบื้องต้นเองได้ไหม

ได้แน่นอน เจ้าของธุรกิจจำนวนมากเริ่มจากศูนย์และเรียนรู้ระหว่างทำจริง แนะนำให้เริ่มจากเข้าใจสมการบัญชีและ 5 หมวดบัญชีก่อน แล้วฝึกกับบิลจริงของธุรกิจตัวเอง การใช้โปรแกรมบัญชีช่วยจะทำให้เห็นภาพเร็วขึ้น เพราะระบบจัดหมวดและตรวจความสมดุลให้อัตโนมัติ

ธุรกิจขนาดเล็กจำเป็นต้องทำบัญชีตามมาตรฐานไหม

ถ้าจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เช่น บริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วน ต้องจัดทำบัญชีและงบการเงินตามมาตรฐานและนำส่งตามกฎหมาย ส่วนบุคคลธรรมดาที่ยังไม่จดบริษัทไม่ได้ถูกบังคับเท่า แต่การทำบัญชีไว้ก็ช่วยให้รู้กำไรจริงและเตรียมยื่นภาษีได้ง่ายขึ้น

ควรเริ่มทำบัญชีด้วยมือหรือใช้โปรแกรมบัญชีเลย

การจดด้วยมือช่วยให้เข้าใจหลักการช่วงแรก แต่พอรายการเริ่มเยอะ การจดมือจะเสี่ยงตกหล่นและกินเวลามาก ธุรกิจส่วนใหญ่จึงเปลี่ยนมาใช้โปรแกรมบัญชีตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อลดข้อผิดพลาดและได้งบการเงินแบบเรียลไทม์ไปตัดสินใจได้ทันที


ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ตัวช่วยจัดการภาษีที่เข้าใจผู้ประกอบการ