
เมื่อบริษัทมีกำไร ผู้ถือหุ้นย่อมอยากรับผลตอบแทนจากการลงทุน การจ่ายเงินปันผลเป็นวิธีที่ถูกต้องตามกฎหมายในการนำกำไรของบริษัทมาแบ่งให้ผู้ถือหุ้น แต่ก่อนจ่ายต้องเข้าใจเงื่อนไข ขั้นตอน และภาษีที่เกี่ยวข้อง บทความนี้รวบรวมทุกเรื่องที่เจ้าของกิจการและนักบัญชีต้องรู้เกี่ยวกับการจ่ายเงินปันผลบริษัทจำกัด ตั้งแต่เงื่อนไขกฎหมาย ภาษีหัก ณ ที่จ่าย เครดิตภาษีเงินปันผล จนถึงวิธีบันทึกบัญชีพร้อมตัวอย่างตัวเลขจริง
เงินปันผลคืออะไร
เงินปันผล (Dividend) คือผลตอบแทนที่บริษัทจ่ายให้ผู้ถือหุ้นจากกำไรของกิจการ โดยจ่ายตามสัดส่วนจำนวนหุ้นที่ถืออยู่ เช่น ถ้าบริษัทมีกำไรและประกาศจ่ายเงินปันผลหุ้นละ 5 บาท ผู้ถือหุ้น 1,000 หุ้นจะได้รับเงินปันผล 5,000 บาท
การจ่ายเงินปันผลเป็นการจ่ายจากกำไร 2 ส่วนหลัก ได้แก่ กำไรสุทธิที่เกิดขึ้นในระหว่างงวด และกำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรร ทั้งนี้บริษัทที่จะจ่ายเงินปันผลได้ต้องมีสภาพคล่องทางการเงินเพียงพอ มีกระแสเงินสดรองรับ และมีฐานะการเงินที่แข็งแรง
เงินปันผลเป็นเงินสด vs หุ้นปันผล
บริษัทสามารถจ่ายเงินปันผลได้ 2 รูปแบบ
รูปแบบแรกคือจ่ายเป็นเงินสด ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมมากที่สุด บริษัทโอนเงินเข้าบัญชีผู้ถือหุ้นโดยตรงตามจำนวนหุ้นที่ถือ วิธีนี้ผู้ถือหุ้นได้รับเงินทันทีและนำไปใช้ได้เลย
รูปแบบที่สองคือจ่ายเป็นหุ้นปันผล บริษัทออกหุ้นเพิ่มทุนแจกให้ผู้ถือหุ้นแทนเงินสด วิธีนี้ช่วยให้บริษัทเก็บเงินสดไว้ใช้ในกิจการได้ แต่ผู้ถือหุ้นจะได้รับจำนวนหุ้นเพิ่มขึ้นแทน
จ่ายเงินปันผลต้องมีเงื่อนไขอะไรบ้าง
กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1200 ถึง 1205 (verify in browser) กำหนดเงื่อนไขการจ่ายเงินปันผลของบริษัทจำกัดไว้อย่างชัดเจน หากจ่ายผิดเงื่อนไขอาจมีผลทางกฎหมาย เจ้าของกิจการควรทำความเข้าใจเงื่อนไขหลัก 3 ข้อต่อไปนี้
กำไรสะสมต้องเป็นบวก
ตามมาตรา 1201 ห้ามจ่ายเงินปันผลจากเงินประเภทอื่นนอกจากเงินกำไร และถ้าบริษัทยังขาดทุนสะสมอยู่ ห้ามจ่ายเงินปันผลจนกว่าจะแก้ไขให้หายขาดทุนก่อน พูดง่ายๆ คือ บริษัทต้องมีกำไรสะสมเป็นบวกเท่านั้นจึงจะจ่ายเงินปันผลได้
กันเงินสำรองตามกฎหมาย 5%
ตามมาตรา 1202 ทุกครั้งที่จ่ายเงินปันผล บริษัทต้องกันเงินไว้เป็นทุนสำรองอย่างน้อย 5% ของกำไร (หนึ่งในยี่สิบส่วน) จนกว่าทุนสำรองจะถึง 10% ของทุนจดทะเบียน (หนึ่งในสิบ) หรือมากกว่าตามที่ข้อบังคับของบริษัทกำหนด
ตัวอย่างเช่น บริษัท ค จำกัด (ชื่อสมมุติ) มีทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท และมีกำไรสุทธิ 500,000 บาท บริษัทต้องกันเงินสำรองอย่างน้อย 25,000 บาท (5% ของ 500,000) จนกว่าทุนสำรองจะถึง 100,000 บาท (10% ของทุนจดทะเบียน 1,000,000)
มติที่ประชุมผู้ถือหุ้น
ตามมาตรา 1201 ห้ามประกาศจ่ายเงินปันผลนอกจากโดยมติของที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น ซึ่งหมายความว่าต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้นและลงมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลก่อนจึงจะจ่ายได้ ยกเว้นกรณีเงินปันผลระหว่างกาลที่กรรมการสามารถอนุมัติได้เอง
จ่ายเงินปันผลต้องทำอย่างไรบ้าง
การจ่ายเงินปันผลมีขั้นตอนที่ต้องปฏิบัติตามลำดับ ดังนี้
- ปิดงบการเงินให้เรียบร้อย เพื่อยืนยันว่าบริษัทมีกำไรสุทธิจริง
- คำนวณเงินสำรองตามกฎหมาย กัน 5% ของกำไรไว้จนถึงเพดาน 10% ของทุนจดทะเบียน
- จัดประชุมผู้ถือหุ้นและลงมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผล โดยระบุจำนวนเงินปันผลต่อหุ้นและวันที่จ่าย
- จัดทำรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิ์รับเงินปันผล
- หักภาษี ณ ที่จ่าย 10% ก่อนจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นที่เป็นบุคคลธรรมดา
- จ่ายเงินปันผลสุทธิให้ผู้ถือหุ้น ภายในระยะเวลาที่ที่ประชุมกำหนด (ตามแนวปฏิบัติทั่วไปควรจ่ายภายใน 1 เดือน)
- ออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ให้ผู้ถือหุ้นทุกคน
- ยื่นแบบ ภ.ง.ด.2 นำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดจากเดือนที่จ่าย
เงินปันผลต้องเสียภาษีอย่างไร
เรื่องภาษีเป็นส่วนที่เจ้าของกิจการต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะเกี่ยวข้องกับทั้งฝั่งบริษัทผู้จ่ายและฝั่งผู้ถือหุ้นผู้รับ
อัตราหัก ณ ที่จ่าย 10%
เมื่อบริษัทจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นที่เป็นบุคคลธรรมดา บริษัทมีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 10% ของเงินปันผลที่จ่าย ตามมาตรา 50(2)(จ) แห่งประมวลรัษฎากร (verify in browser) จากนั้นนำส่งภาษีด้วยแบบ ภ.ง.ด.2 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป
ตัวอย่างเช่น บริษัท ตัวอย่าง จำกัด (ชื่อสมมุติ) จ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้น 100,000 บาท บริษัทต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% เท่ากับ 10,000 บาท ผู้ถือหุ้นจะได้รับเงินสุทธิ 90,000 บาท และบริษัทนำส่งภาษี 10,000 บาทให้กรมสรรพากร
ฝั่งผู้ถือหุ้นที่ได้รับเงินปันผลมี 2 ทางเลือกในการจัดการภาษี
ทางเลือกแรกคือให้ภาษี 10% ที่ถูกหักไปเป็นภาษีสุดท้าย (Final Tax) ไม่ต้องนำรายได้เงินปันผลไปรวมยื่นภาษีประจำปี วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่มีฐานภาษีสูงกว่า 10%
ทางเลือกที่สองคือนำเงินปันผลไปรวมเป็นรายได้ในการยื่นภาษีประจำปี และใช้เครดิตภาษีเงินปันผลเพื่อขอคืนภาษี วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่มีฐานภาษีต่ำกว่า 10%
เครดิตภาษีเงินปันผลคืออะไร
เครดิตภาษีเงินปันผลเป็นกลไกที่ช่วยป้องกันการเก็บภาษีซ้ำซ้อน เพราะกำไรของบริษัทเสียภาษีนิติบุคคลไปแล้วรอบหนึ่ง เมื่อนำกำไรมาจ่ายเป็นเงินปันผลแล้วผู้ถือหุ้นต้องเสียภาษีอีกรอบ จึงมีกลไกเครดิตภาษีตามมาตรา 47 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร (verify in browser) ให้นำภาษีที่บริษัทจ่ายไปแล้วมาใช้เป็นเครดิตได้
สูตรคำนวณเครดิตภาษีเงินปันผล มีดังนี้
| รายการ | สูตร |
|---|---|
| เครดิตภาษี (ทั่วไป) | เงินปันผล × อัตราภาษีนิติบุคคล ÷ (100 − อัตราภาษีนิติบุคคล) |
| เครดิตภาษี (อัตราภาษี 20%) | เงินปันผล × 20 ÷ 80 |
ตัวอย่าง ผู้ถือหุ้นได้รับเงินปันผล 80,000 บาท จากบริษัทที่เสียภาษีนิติบุคคลอัตรา 20%
| รายการ | วิธีคำนวณ | จำนวน |
|---|---|---|
| เงินปันผลที่ได้รับ | — | 80,000 บาท |
| เครดิตภาษี | 80,000 × 20 ÷ 80 | 20,000 บาท |
| เงินได้ที่ต้องนำไปยื่นภาษี | 80,000 + 20,000 | 100,000 บาท |
| ภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย | 10% × 80,000 | 8,000 บาท |
| สิ่งที่นำไปหักจากภาษีที่ต้องจ่าย | เครดิตภาษี + ภาษีที่ถูกหัก | 28,000 บาท |
ข้อควรรู้คือ ถ้าเลือกใช้เครดิตภาษี ต้องนำเงินปันผลจากทุกแหล่งมายื่นรวมทั้งหมด ไม่สามารถเลือกยื่นเฉพาะบางบริษัทได้ ดังนั้นควรคำนวณเปรียบเทียบก่อนว่าวิธีไหนประหยัดภาษีมากกว่า อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความวิธีประหยัดภาษี
เงินปันผลระหว่างกาลคืออะไร ต่างจากเงินปันผลประจำปีอย่างไร
เงินปันผลแบ่งออกเป็น 2 ประเภทตามช่วงเวลาที่จ่าย
เงินปันผลประจำปีคือเงินปันผลที่จ่ายหลังจากปิดงบการเงินประจำปีเสร็จแล้ว โดยต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น เป็นรูปแบบที่พบมากที่สุด
เงินปันผลระหว่างกาลคือเงินปันผลที่จ่ายระหว่างรอบบัญชี โดยกรรมการมีอำนาจอนุมัติได้เองตามมาตรา 1201 วรรคสอง เมื่อเห็นว่าบริษัทมีกำไรเพียงพอ แต่ต้องรายงานให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นครั้งถัดไปทราบ วิธีนี้ช่วยให้ผู้ถือหุ้นได้รับผลตอบแทนเร็วขึ้น โดยไม่ต้องรอจนสิ้นปี
ทั้ง 2 ประเภทต้องกันเงินสำรอง 5% และหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% เหมือนกัน
บันทึกบัญชีเงินปันผลอย่างไร
การจ่ายเงินปันผลต้องบันทึกบัญชี 2 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนประกาศจ่ายและขั้นตอนจ่ายจริง
ตัวอย่างการบันทึกบัญชี
สมมุติบริษัท ก จำกัด (ชื่อสมมุติ) ประกาศจ่ายเงินปันผล 1,000,000 บาท ให้ผู้ถือหุ้นที่เป็นบุคคลธรรมดา
ขั้นตอนที่ 1 บันทึกวันประกาศจ่ายเงินปันผล
| รายการ | เดบิต (Dr.) | เครดิต (Cr.) |
|---|---|---|
| กำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรร | 1,000,000 | — |
| เงินปันผลค้างจ่าย | — | 1,000,000 |
ขั้นตอนที่ 2 บันทึกวันจ่ายเงินปันผลจริง
| รายการ | เดบิต (Dr.) | เครดิต (Cr.) |
|---|---|---|
| เงินปันผลค้างจ่าย | 1,000,000 | — |
| เงินฝากธนาคาร | — | 900,000 |
| ภาษีหัก ณ ที่จ่ายค้างจ่าย | — | 100,000 |
เงินปันผลจ่ายอยู่ในหมวดส่วนของผู้ถือหุ้น เป็นรายการที่ลดกำไรสะสม ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายของกิจการ ดังนั้นจะไม่ปรากฏในงบกำไรขาดทุน แต่จะแสดงในงบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้น
สำหรับผู้ใช้ PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ สามารถบันทึกรายการเงินปันผลผ่านสมุดรายวันทั่วไปได้ อ่านขั้นตอนละเอียดได้ที่คู่มือการบันทึกเงินปันผลใน PEAK
คำนวณเงินปันผลอย่างไร ดูตัวอย่างจริง
มาดูตัวอย่างแบบครบ flow ตั้งแต่คำนวณจนถึงจ่ายจริง
บริษัท ข จำกัด (ชื่อสมมุติ) มีข้อมูลดังนี้ ทุนจดทะเบียน 2,000,000 บาท กำไรสุทธิประจำปี 800,000 บาท ทุนสำรองสะสมเดิม 50,000 บาท ผู้ถือหุ้น 2 คน ถือหุ้นคนละ 10,000 หุ้น (รวม 20,000 หุ้น)
| รายการ | วิธีคำนวณ | จำนวน |
|---|---|---|
| ขั้นตอนที่ 1 กันเงินสำรอง | ||
| เงินสำรองที่ต้องกัน | 5% × 800,000 | 40,000 บาท |
| ทุนสำรองรวม | 50,000 + 40,000 | 90,000 บาท |
| เพดานทุนสำรอง | 10% × 2,000,000 | 200,000 บาท |
| สถานะ | ทุนสำรอง 90,000 ยังไม่ถึงเพดาน 200,000 | ต้องกันต่อ |
| ขั้นตอนที่ 2 คำนวณเงินปันผลที่จ่ายได้ | ||
| กำไรหลังกันสำรอง | 800,000 − 40,000 | 760,000 บาท |
| มติจ่ายเงินปันผล | ไม่จำเป็นต้องจ่ายทั้งหมด | 600,000 บาท |
| เงินปันผลต่อหุ้น | 600,000 ÷ 20,000 หุ้น | 30 บาท/หุ้น |
| ขั้นตอนที่ 3 หักภาษี ณ ที่จ่าย | ||
| ภาษีหัก ณ ที่จ่าย | 10% × 600,000 | 60,000 บาท |
| เงินสุทธิต่อคน | 300,000 − 30,000 | 270,000 บาท |
จ่ายเงินปันผลต้องระวังอะไรบ้าง
เจ้าของกิจการควรพิจารณาเรื่องเหล่านี้ก่อนตัดสินใจจ่ายเงินปันผล
ประการแรก ตรวจสอบกระแสเงินสดให้เพียงพอ แม้บริษัทจะมีกำไรตามงบการเงิน แต่หากเงินสดไม่เพียงพออาจกระทบการดำเนินงาน ควรดูงบกระแสเงินสดประกอบก่อนตัดสินใจ
ประการที่สอง ถ้าจ่ายล่าช้าเกินกำหนดที่ที่ประชุมระบุไว้ ผู้ถือหุ้นมีสิทธิ์เรียกดอกเบี้ยผิดนัดจากบริษัทได้ ตามแนวปฏิบัติทั่วไปควรจ่ายภายใน 1 เดือนหลังที่ประชุมอนุมัติ
ประการที่สาม ถ้าจ่ายเงินปันผลฝ่าฝืนเงื่อนไข เจ้าหนี้ของบริษัทมีสิทธิ์ฟ้องเรียกเงินคืนจากผู้ถือหุ้นได้ตามมาตรา 1203 (verify in browser) และกรรมการอาจต้องรับผิดชอบเป็นการส่วนตัว
ประการที่สี่ ถ้าไม่หักภาษีหรือยื่นแบบล่าช้า บริษัทต้องรับภาระเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่นำส่งไม่ครบ
สรุป: การจ่ายเงินปันผล
การจ่ายเงินปันผลเป็นสิทธิ์ของผู้ถือหุ้นที่จะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุน เจ้าของกิจการต้องมั่นใจว่าบริษัทมีกำไรสะสมเป็นบวก กันเงินสำรอง 5% ตามกฎหมาย ได้รับมติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น หักภาษี ณ ที่จ่าย 10% และยื่นแบบ ภ.ง.ด.2 ให้ครบถ้วน การทำตามขั้นตอนเหล่านี้จะช่วยให้การจ่ายเงินปันผลถูกต้อง ไม่มีปัญหาตามมาภายหลัง
บันทึกบัญชีเงินปันผลง่ายขึ้นด้วย PEAK
PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยให้คุณบันทึกรายการจ่ายเงินปันผลผ่านสมุดรายวันทั่วไปได้สะดวก ระบบจัดการผังบัญชีให้ครบ ทั้งเงินปันผลค้างจ่ายและภาษีหัก ณ ที่จ่าย ลดความผิดพลาดในการบันทึกบัญชี ทดลองใช้ PEAK ฟรี
คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับการจ่ายเงินปันผล
บริษัทขาดทุนจ่ายเงินปันผลได้ไหม
ไม่ได้ ตามมาตรา 1201 ของกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ห้ามจ่ายเงินปันผลจากเงินประเภทอื่นนอกจากเงินกำไร ถ้าบริษัทยังมียอดขาดทุนสะสมอยู่ ต้องแก้ไขให้หายขาดทุนก่อนจึงจะจ่ายเงินปันผลได้ แม้ว่าปีปัจจุบันจะมีกำไร แต่ถ้ายังมีขาดทุนสะสมจากปีก่อนหักกลบไม่หมด ก็ไม่สามารถจ่ายได้
เลือก Final Tax หรือยื่นรวมเครดิตภาษี แบบไหนคุ้มกว่า
ขึ้นอยู่กับฐานภาษีของผู้ถือหุ้น ถ้ารายได้รวมทั้งปีต่ำจนอัตราภาษีไม่ถึง 10% การนำเงินปันผลไปรวมยื่นพร้อมใช้เครดิตภาษีจะคุ้มกว่าเพราะอาจได้ภาษีคืน แต่ถ้าฐานภาษีสูงกว่า 10% อยู่แล้ว การให้ภาษี 10% ที่ถูกหักไว้เป็น Final Tax จะประหยัดกว่า วิธีง่ายๆ คือลองคำนวณภาษีทั้ง 2 แบบเปรียบเทียบกันก่อนตัดสินใจ
จ่ายเงินปันผลแล้วต้องยื่นแบบอะไร
บริษัทที่จ่ายเงินปันผลต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.2 นำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดจากเดือนที่จ่ายเงินปันผล (ยื่นออนไลน์ผ่าน e-Filing ขยายอีก 8 วัน) และต้องออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ให้ผู้รับเงินปันผลทุกคนเพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นภาษี สามารถจัดการภาษีหัก ณ ที่จ่ายได้สะดวกด้วย PEAK Tax
ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine
