Table of Contents

ทุกธุรกิจมีค่าใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นทุกวัน โดยค่าใช้จ่ายนี้เรียกว่า ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด อาทิ ค่าถ่ายเอกสาร ค่าแท็กซี่ไปพบลูกค้า หรือค่ากาแฟรับแขก หลายคนมองข้ามรายจ่ายเหล่านี้ แต่พอรวมกันทั้งเดือนกลับเป็นจำนวนที่ไม่น้อย

ปัญหาที่ผู้ประกอบการ SME เจอบ่อยคือ ไม่แน่ใจว่าค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดหักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้หรือไม่ ต้องเก็บเอกสารอะไรบ้าง และบันทึกบัญชีอย่างไรให้ถูกต้อง โดยเฉพาะธุรกิจ B2B ที่มีค่าเลี้ยงรับรองคู่ค้า ค่าของขวัญ หรือค่าเดินทางพบลูกค้า ซึ่งมักเป็นจุดที่สรรพากรตรวจสอบเข้มงวด

บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดอย่างครบถ้วน ตั้งแต่ความหมาย ตัวอย่างที่พบบ่อย เงื่อนไขหักภาษี ไปจนถึงเอกสารที่ต้องเตรียมและวิธีบันทึกบัญชีที่ถูกต้อง

ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด หมายถึงอะไร

ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด (Miscellaneous Expenses) คือ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการดำเนินงานของกิจการ มีมูลค่าไม่สูง และไม่สามารถจัดเข้าหมวดค่าใช้จ่ายหลักอื่นๆ ได้อย่างชัดเจน เช่น ค่าถ่ายเอกสาร ค่าไปรษณีย์ ค่ากาแฟรับแขก หรือค่าน้ำดื่มในสำนักงาน

ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดจัดอยู่ในหมวดบัญชีใด

ตามมาตรฐานการบัญชี ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดจัดอยู่ในหมวด 5 (ค่าใช้จ่าย) ภายใต้ค่าใช้จ่ายในการบริหาร (Administrative Expenses) โดยปกติจะใช้เลขที่บัญชี 5305 หรือตามผังบัญชีของแต่ละกิจการ ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดจะแสดงในงบกำไรขาดทุน (Income Statement) เป็นส่วนหนึ่งของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน


ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดมีอะไรบ้าง ตัวอย่างรายการที่พบบ่อย

ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดในแต่ละธุรกิจอาจแตกต่างกัน แต่สามารถแบ่งเป็น 3 หมวดหลักได้ดังนี้

ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดในสำนักงาน

รายจ่ายเล็กน้อยที่เกิดขึ้นประจำวันในที่ทำงาน เช่น ค่าถ่ายเอกสาร ค่าน้ำดื่ม ค่ากาแฟ-ชา สำหรับพนักงานหรือรับแขก ค่าทำความสะอาดเล็กน้อย ค่าซ่อมแซมอุปกรณ์เล็กๆ น้อยๆ หรือค่าอุปกรณ์สิ้นเปลืองจิปาถะ

ตัวอย่าง บริษัท สมใจ จำกัด (ชื่อสมมุติ) จ่ายค่าถ่ายเอกสาร 150 บาท ค่าน้ำดื่ม 200 บาท และค่ากาแฟรับแขก 300 บาท รวมเป็นค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดสำนักงาน 650 บาทต่อสัปดาห์

ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดในการขายและการตลาด

รายจ่ายเล็กน้อยเพื่อสนับสนุนงานขาย เช่น ค่าส่งพัสดุตัวอย่างสินค้า ค่าจัดส่งเอกสารทางไปรษณีย์ ค่าป้ายโฆษณาชั่วคราว หรือค่าพิมพ์เอกสารนำเสนอลูกค้า

ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดในการเดินทางและติดต่อธุรกิจ

รายจ่ายที่เกิดจากการเดินทางไปติดต่องาน เช่น ค่าแท็กซี่ ค่ามอเตอร์ไซค์รับจ้าง ค่าที่จอดรถ ค่าทางด่วนเล็กน้อย หรือค่าอาหารระหว่างเดินทาง หมวดนี้พบมากในธุรกิจ B2B ที่ต้องออกไปพบลูกค้าหรือคู่ค้าเป็นประจำ

ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด ต่างจากค่าใช้จ่ายประเภทอื่นอย่างไร

ผู้ประกอบการหลายคนสับสนว่าค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดกับค่าใช้จ่ายอื่นต่างกันตรงไหน ลองดูตารางเปรียบเทียบนี้

ประเภทลักษณะตัวอย่าง
ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดมูลค่าเล็กน้อย จัดหมวดหลักไม่ได้ เกิดไม่สม่ำเสมอค่าถ่ายเอกสาร ค่าแท็กซี่ ค่ากาแฟรับแขก
ค่าใช้จ่ายสำนักงาน (Office Supplies)อุปกรณ์สำนักงานที่ใช้เป็นประจำ มีหมวดชัดเจนกระดาษ A4 หมึกพิมพ์ ปากกา แฟ้มเอกสาร
ค่าใช้จ่ายดำเนินงานหลักค่าใช้จ่ายหลักของธุรกิจ มูลค่าสูง เกิดสม่ำเสมอค่าเช่าสำนักงาน เงินเดือนพนักงาน ค่าสาธารณูปโภค

หลักง่ายๆ ในการแยก คือ ถ้ารายจ่ายนั้นมีมูลค่าน้อย เกิดไม่สม่ำเสมอ และจัดเข้าหมวดอื่นไม่ลงตัว ก็จัดเป็นค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด แต่ถ้ามีหมวดเฉพาะรองรับอยู่แล้ว เช่น ค่าเช่า ค่าสาธารณูปโภค เงินเดือน ควรบันทึกในหมวดนั้นโดยตรง


ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดในธุรกิจ B2B มีอะไรบ้าง

ธุรกิจที่ติดต่อกับคู่ค้าองค์กร (B2B) มักมีรายจ่ายเบ็ดเตล็ดที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความสัมพันธ์ทางธุรกิจ ซึ่งเป็นจุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษเรื่องการหักภาษี

ตัวอย่างรายจ่ายประเภทนี้ที่พบบ่อยในธุรกิจ B2B ได้แก่ ค่าอาหารว่างหรือเครื่องดื่มเลี้ยงรับรองคู่ค้า ค่าของขวัญเทศกาลให้ลูกค้า ค่าเดินทางไปพบลูกค้าหรือซัพพลายเออร์ ค่าตัวอย่างสินค้าเพื่อนำเสนอ ค่าจัดส่งเอกสารสัญญาทางไปรษณีย์ หรือค่าจัดเลี้ยงประชุมเล็กๆ

ค่าเลี้ยงรับรอง (Entertainment Expenses) กับค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด ต่างกันตรงไหน

ค่าเลี้ยงรับรองเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะมีเพดานหักภาษีแยกต่างหาก ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 143 ค่ารับรองหักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ไม่เกิน 0.3% ของยอดขายหรือรายได้ หรือทุนที่ชำระแล้ว แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า (สูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาท) กรณีให้ของขวัญแก่คู่ค้า ต้องมีมูลค่าไม่เกิน 2,000 บาทต่อคนในแต่ละครั้ง จึงจะนำมาหักเป็นค่ารับรองทางภาษีได้

ถ้าเป็นค่าเลี้ยงอาหารมูลค่าไม่สูง (เช่น ซื้อกาแฟ ขนม หรืออาหารว่างให้คู่ค้าที่มาประชุม) สามารถบันทึกเป็นรายจ่ายเบ็ดเตล็ดได้ แต่ถ้าเป็นการเลี้ยงรับรองอย่างเป็นทางการ เช่น จัดเลี้ยงอาหารค่ำที่ร้านอาหาร ควรบันทึกแยกเป็นค่ารับรองโดยเฉพาะ

ค่าของขวัญ ค่าเดินทางพบลูกค้า ค่าตัวอย่างสินค้า บันทึกเป็นเบ็ดเตล็ดได้หรือไม่

ค่าของขวัญเทศกาลให้คู่ค้า (เช่น กระเช้าปีใหม่) จะถูกจัดเป็นค่ารับรอง ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด เพราะเป็นการให้เพื่อรักษาความสัมพันธ์ทางธุรกิจ

ส่วนค่าเดินทางพบลูกค้า (ค่าแท็กซี่ ค่าทางด่วน) สามารถบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดได้ ถ้ามูลค่าไม่สูงและเป็นการเดินทางปกติ แต่ถ้าเดินทางเป็นประจำ ควรแยกเป็นหมวดค่าเดินทาง (Travel Expenses) ต่างหาก

ค่าตัวอย่างสินค้าเพื่อนำเสนอลูกค้า ถ้ามีมูลค่าไม่สูง บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดได้ แต่ถ้ามูลค่าสูง ควรบันทึกเป็นค่าส่งเสริมการขาย


เงื่อนไขหักค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษี ไม่ถูกสรรพากรตีกลับ

รายจ่ายเบ็ดเตล็ดสามารถหักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ แต่ต้องผ่านเกณฑ์ 3 ข้อตามหลักประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี คือ ต้องเป็นรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับกิจการจริง มูลค่าต้องสมเหตุสมผล และต้องมีหลักฐานประกอบครบถ้วน

หลักเกณฑ์ 3 ข้อ ที่ต้องผ่านทุกข้อ

ข้อ 1 – เกี่ยวข้องกับกิจการจริง ค่าใช้จ่ายนั้นต้องเกิดขึ้นเพื่อประโยชน์ของธุรกิจโดยตรง ไม่ใช่รายจ่ายส่วนตัวของเจ้าของหรือพนักงาน เช่น ค่าถ่ายเอกสารสัญญาลูกค้า ถือว่าเกี่ยวกับกิจการ แต่ค่าถ่ายเอกสารส่วนตัวของเจ้าของ ไม่ถือว่าเกี่ยวกับกิจการ

ข้อ 2 – มูลค่าสมเหตุสมผล จำนวนเงินต้องเหมาะสมกับลักษณะค่าใช้จ่าย ไม่สูงเกินจริง เช่น ค่ากาแฟรับแขก 300 บาท ถือว่าสมเหตุสมผล แต่ถ้าเขียนค่ากาแฟ 5,000 บาทโดยไม่มีเหตุผลรองรับ สรรพากรอาจตั้งข้อสงสัยได้

ข้อ 3 – มีหลักฐานครบถ้วน ต้องมีเอกสารประกอบการจ่ายเงิน ไม่ว่าจะเป็นใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี หรือใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน (บก.111) สำหรับกรณีที่ไม่สามารถขอใบเสร็จได้

นอกจากเกณฑ์ 3 ข้อข้างต้น หากรายจ่ายเบ็ดเตล็ดนั้นเป็นค่าบริการ (เช่น ค่าซ่อมแซม ค่าถ่ายเอกสาร) หรือค่าขนส่ง ที่มียอดชำระตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป กิจการยังมีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย (3% หรือ 1%) และออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ตามกฎหมายด้วย กิจการที่ต้องจัดการภาษีหัก ณ ที่จ่ายเป็นประจำ สามารถใช้ PEAK Tax ช่วยคำนวณและออกหนังสือรับรองได้อัตโนมัติ หากไม่หักภาษี ณ ที่จ่าย รายจ่ายนั้นอาจถูกสรรพากรไม่ยอมรับเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษี

ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดที่สรรพากรมักไม่ยอมรับ ตัวอย่างที่ถูกตีกลับบ่อย

ตัวอย่างรายจ่ายเบ็ดเตล็ดที่มักถูกสรรพากรตีกลับ ได้แก่

รายจ่ายส่วนตัวที่นำมาปะปนกับกิจการ เช่น ค่าอาหารส่วนตัวของเจ้าของ ค่าของใช้ส่วนตัว สรรพากรตีกลับเพราะไม่เกี่ยวกับกิจการ

รายจ่ายที่ไม่มีเอกสารประกอบเลย เช่น จ่ายค่าแท็กซี่แต่ไม่มีใบเสร็จ ไม่มีใบรับรองแทนใบเสร็จ และไม่มีบันทึกว่าไปที่ไหน เพื่ออะไร

รายจ่ายที่สูงผิดปกติเมื่อเทียบกับลักษณะธุรกิจ เช่น ร้านขายของออนไลน์ขนาดเล็กแต่มีรายจ่ายเบ็ดเตล็ดเดือนละ 50,000 บาท สรรพากรอาจตรวจสอบว่ารายจ่ายเหล่านั้นเกี่ยวกับกิจการจริงหรือไม่


เอกสารหลักฐานที่ต้องมี สำหรับค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด

การเก็บเอกสารให้ครบเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของรายจ่ายเบ็ดเตล็ด เพราะรายจ่ายประเภทนี้มักมีมูลค่าน้อย ผู้ประกอบการจึงมักละเลยไม่เก็บหลักฐาน

เอกสารที่ควรเตรียม ได้แก่ ใบเสร็จรับเงินจากร้านค้าหรือผู้ให้บริการ ใบกำกับภาษี (กรณีที่ร้านค้าเป็นผู้จดทะเบียน VAT) ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน หรือ บก.111 (กรณีขอใบเสร็จไม่ได้) และใบสำคัญจ่าย (Payment Voucher) ของบริษัท

นอกจากนี้ ควรระบุรายละเอียดเพิ่มเติมในใบสำคัญจ่ายด้วย เช่น เหตุผลของการจ่ายเงิน (จ่ายเพื่ออะไร เกี่ยวกับลูกค้ารายไหน) ชื่อผู้จ่ายเงิน และผู้อนุมัติ

ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน (บก.111) คืออะไร ใช้เมื่อไร

บก.111 คือ เอกสารที่กิจการจัดทำขึ้นเอง เพื่อใช้เป็นหลักฐานการจ่ายเงินในกรณีที่ไม่สามารถขอใบเสร็จรับเงินจากผู้รับเงินได้ เช่น จ่ายค่าแท็กซี่ ค่ามอเตอร์ไซค์รับจ้าง ค่าจอดรถตามตู้หยอดเหรียญ หรือจ่ายเงินให้บุคคลทั่วไปที่ไม่มีใบเสร็จ

บก.111 ต้องระบุข้อมูลให้ครบ ได้แก่ ชื่อผู้จ่ายเงิน วันที่จ่าย รายละเอียดค่าใช้จ่าย จำนวนเงิน ชื่อผู้รับเงิน (ถ้าทราบ) และลายเซ็นผู้จ่ายเงินกับผู้อนุมัติ

เอกสาร บก.111 ช่วยให้รายจ่ายเบ็ดเตล็ดที่ไม่มีใบเสร็จสามารถใช้เป็นหลักฐานทางบัญชีและภาษีได้ แต่ไม่ควรใช้บ่อยเกินไป สรรพากรอาจตั้งข้อสงสัยหากกิจการมี บก.111 เป็นจำนวนมากผิดปกติ

เพื่อให้สรรพากรยอมรับได้ตามมาตรา 65 ตรี (18) การทำ บก.111 ควรแนบหลักฐานการจ่ายเงินประกอบด้วย เช่น สลิปการโอนเงิน หรือหลักฐานการเดินทาง เพื่อยืนยันตัวตนผู้รับเงินและแสดงว่าเป็นรายจ่ายของกิจการจริง


วิธีบันทึกบัญชีค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด พร้อมตัวอย่าง

การบันทึกบัญชีรายจ่ายเบ็ดเตล็ดไม่ซับซ้อน แต่ต้องทำให้ถูกหมวดและมีเอกสารประกอบ ผู้ประกอบการที่ต้องการความสะดวกสามารถใช้ PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยจัดหมวดหมู่อัตโนมัติ

ตัวอย่าง บันทึกค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดจ่ายเงินสด

บริษัท สมใจ จำกัด (ชื่อสมมุติ) จ่ายค่าถ่ายเอกสารสัญญาลูกค้า 200 บาท เป็นเงินสด

รายการเดบิตเครดิต
ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด (5305)200–
เงินสด (1101)–200

ตัวอย่าง บันทึกค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดผ่านเงินสดย่อย (Petty Cash)

ธุรกิจ B2B หลายแห่งใช้ระบบเงินสดย่อย (Petty Cash) สำหรับจ่ายรายจ่ายเบ็ดเตล็ด โดยมีวงเงินกำหนดไว้ เช่น 5,000 บาท เมื่อจ่ายไปแล้วจะเบิกชดเชยคืน

บริษัท สมใจ จำกัด (ชื่อสมมุติ) จ่ายค่าแท็กซี่ไปพบลูกค้า 350 บาท และค่ากาแฟรับแขก 250 บาท จากเงินสดย่อย รวม 600 บาท

เมื่อเบิกชดเชยเงินสดย่อย บันทึกดังนี้

รายการเดบิตเครดิต
ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด (5305)600–
เงินสด (1101)–600

ระบบเงินสดย่อยช่วยให้ติดตามรายจ่ายเบ็ดเตล็ดได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องเปิดใบสำคัญจ่ายทุกครั้งที่จ่ายเงินเล็กน้อย และช่วยให้การตรวจสอบภายในทำได้สะดวก


สรุป ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดที่จัดการดี ช่วยประหยัดภาษีได้จริง

รายจ่ายเบ็ดเตล็ดอาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ถ้าจัดการไม่ดีอาจทำให้เสียสิทธิ์หักค่าใช้จ่ายทางภาษี หรือถูกสรรพากรตรวจสอบ

สิ่งสำคัญที่ควรจำ คือ เก็บเอกสารทุกรายการ ใช้ บก.111 เมื่อขอใบเสร็จไม่ได้ แยกค่าเลี้ยงรับรองออกจากรายจ่ายเบ็ดเตล็ดให้ชัดเจน บันทึกบัญชีให้ถูกหมวด และตรวจสอบว่าผ่านเกณฑ์ 3 ข้อ (เกี่ยวกับกิจการ สมเหตุสมผล มีหลักฐาน)

จัดการค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดให้เป็นระบบด้วย PEAK

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยให้คุณบันทึกรายจ่ายเบ็ดเตล็ดได้สะดวก จัดหมวดหมู่อัตโนมัติ และออกรายงานค่าใช้จ่ายได้ครบในที่เดียว ช่วยลดปัญหาเอกสารตกหล่นและลดความเสี่ยงถูกสรรพากรตรวจสอบ – ทดลองใช้ PEAK ฟรี


คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด

ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด ไม่มีใบเสร็จ หักภาษีได้หรือไม่

หักได้ แต่ต้องจัดทำใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน (บก.111) เป็นหลักฐานแทน โดยระบุรายละเอียดการจ่ายเงินให้ครบถ้วน ทั้งวันที่ จำนวนเงิน เหตุผลที่จ่าย และลายเซ็นผู้อนุมัติ

ค่าเลี้ยงรับรองลูกค้า จัดเป็นค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดหรือไม่

ขึ้นอยู่กับลักษณะและมูลค่า ถ้าเป็นค่าเครื่องดื่มเล็กน้อยรับแขก (เช่น ซื้อกาแฟ 200 บาท) สามารถบันทึกเป็นรายจ่ายเบ็ดเตล็ดได้ แต่ถ้าเป็นการเลี้ยงรับรองอย่างเป็นทางการ ควรแยกบันทึกเป็นค่ารับรอง ซึ่งมีเพดานหักภาษีไม่เกิน 0.3% ของรายได้

ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด ต่างจากเงินสดย่อย (Petty Cash) อย่างไร

ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดเป็น ประเภทค่าใช้จ่าย ส่วนเงินสดย่อยเป็น วิธีจ่ายเงิน ทั้งสองเป็นคนละเรื่องกัน เงินสดย่อยคือวงเงินสำรองที่ตั้งไว้สำหรับจ่ายรายจ่ายเล็กน้อย ซึ่งรายจ่ายเบ็ดเตล็ดก็เป็นหนึ่งในรายการที่จ่ายผ่านเงินสดย่อยบ่อยที่สุด

ค่าของขวัญให้คู่ค้า B2B หักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้หรือไม่

ได้ แต่ต้องบันทึกเป็น ค่ารับรอง ไม่ใช่รายจ่ายเบ็ดเตล็ด และต้องอยู่ภายในเพดานหักค่ารับรอง (ไม่เกิน 0.3% ของรายได้ และไม่เกิน 10 ล้านบาท) โดยต้องมีใบเสร็จรับเงินและระบุชื่อผู้รับของขวัญด้วย

บันทึกบัญชีค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดผิดหมวด จะมีผลอย่างไร

การบันทึกผิดหมวดทำให้งบการเงินไม่ถูกต้อง อาจส่งผลให้ตัวเลขค่าใช้จ่ายบางหมวดสูงผิดปกติ ซึ่งเป็นจุดที่สรรพากรมักตรวจสอบ หากถูกตรวจพบอาจต้องปรับปรุงบัญชีย้อนหลังและอาจมีค่าปรับเพิ่มเติม ดังนั้น ควรตรวจสอบการจัดหมวดหมู่ค่าใช้จ่ายเป็นประจำ เพื่อให้งบการเงินสะท้อนภาพธุรกิจจริง


ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine

โปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAK ช่วยให้การทำบัญชีของธุรกิจเป็นเรื่องง่าย