
ถ้าคุณเป็นพนักงานที่ส่งประกันสังคมทุกเดือน รู้ไหมว่าคุณมีสิทธิตรวจสุขภาพฟรีปีละ 1 ครั้ง ครอบคลุมถึง 14 รายการ โดยไม่ต้องจ่ายเพิ่มแม้แต่บาทเดียว สำนักงานประกันสังคม (สปส.) มอบสิทธิประโยชน์นี้ให้ผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 เพื่อให้รู้ทันสุขภาพตัวเองก่อนที่โรคจะลุกลาม บทความนี้รวบรวมทุกอย่างที่คุณต้องรู้ ตั้งแต่ตรวจอะไรได้บ้าง ใครมีสิทธิใช้ วิธีเช็กสิทธิ จนถึงวิธีจองคิว
ตรวจสุขภาพประกันสังคมคืออะไร ใครใช้สิทธิได้บ้าง
ตรวจสุขภาพประกันสังคม คือสวัสดิการด้านสุขภาพที่ สปส. จัดไว้ให้ผู้ประกันตน สามารถเข้ารับการตรวจร่างกายประจำปีได้ฟรีที่สถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ โดยไม่ต้องสำรองจ่าย เป้าหมายคือให้ผู้ประกันตนค้นพบความผิดปกติตั้งแต่ระยะแรก และเข้ารับการรักษาได้ทันก่อนที่โรคจะรุนแรงขึ้น
ผู้ประกันตนมาตราใดบ้างที่ใช้สิทธิได้
ผู้ที่มีสิทธิตรวจสุขภาพฟรี 14 รายการ คือผู้ประกันตนตาม 2 มาตรานี้เท่านั้น
มาตรา 33 คือพนักงานมีนายจ้าง เช่น พนักงานบริษัท โรงงาน ร้านค้า ที่ถูกหักเงินสมทบทุกเดือน ถ้าคุณเป็นลูกจ้างและเห็นยอดประกันสังคมหักออกจากสลิปเงินเดือน แปลว่าคุณอยู่ในกลุ่มนี้
มาตรา 39 คือคนที่เคยเป็นผู้ประกันตน ม.33 มาก่อน แล้วออกจากงานหรือลาออก แต่ขอสมัครต่อประกันสังคมด้วยตัวเองโดยส่งเงินสมทบเองทุกเดือน
ผู้ประกันตนมาตรา 40 ไม่มีสิทธิตรวจสุขภาพฟรี 14 รายการนี้
ข้อนี้หลายคนเข้าใจผิด เพราะ ม.40 เป็นผู้ประกันตนเหมือนกัน แต่เป็นกลุ่มแรงงานอิสระที่ไม่มีนายจ้าง เช่น ฟรีแลนซ์ เจ้าของร้านค้าเล็กๆ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ สิทธิประโยชน์ของ ม.40 ครอบคลุม เจ็บป่วย/ประสบอันตราย ทุพพลภาพ เสียชีวิต ชราภาพ และสงเคราะห์บุตร แต่ ไม่รวม สิทธิตรวจสุขภาพประจำปีฟรี 14 รายการนี้
ถ้าคุณเป็น ม.40 และอยากตรวจสุขภาพ จะต้องใช้สิทธิบัตรทอง (สปสช.) หรือจ่ายเองแทน
ตรวจสุขภาพประกันสังคมตรวจอะไรบ้าง
สิทธิตรวจสุขภาพประกันสังคมปี 2569 ครอบคลุม 14 รายการ แบ่งเป็น 2 กลุ่มตามเงื่อนไขการตรวจ (ข้อมูลจาก สำนักงานประกันสังคม อัปเดต พ.ค. 2569)
รายการตรวจพื้นฐาน ตรวจได้ทุกช่วงอายุ
6 รายการแรกนี้ผู้ประกันตนทุกคนมีสิทธิตรวจได้ ไม่จำกัดอายุหรือเพศ
1. คัดกรองการได้ยิน (Finger Rub Test) ประเมินความสามารถรับเสียงเบื้องต้น เหมาะมากสำหรับคนทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง เช่น โรงงาน ก่อสร้าง
2. ตรวจเต้านม โดยแพทย์หรือบุคลากรสาธารณสุข พร้อมสอนวิธีตรวจเต้านมด้วยตัวเองเพื่อเฝ้าระวังมะเร็งเต้านม
3. ตรวจสายตาโดยจักษุแพทย์ รวมการตรวจด้วย Snellen Eye Chart และวัดความดันลูกตา เพื่อคัดกรองความผิดปกติทางสายตาและโรคต้อหิน
4. ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) ประเมินภาวะโลหิตจางและความผิดปกติของเลือด ตัวเลขนี้บอกได้หลายอย่างตั้งแต่ภูมิคุ้มกันไปถึงสัญญาณโรคบางชนิด
5. ตรวจปัสสาวะ (Urine Analysis: UA) คัดกรองโรคทางไตและระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งมักไม่มีอาการในระยะแรก
6. ตรวจวัดร่างกายทั่วไป ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง คำนวณค่า BMI วัดความดันโลหิต เป็นพื้นฐานที่แพทย์ใช้ประกอบการวินิจฉัยรายการอื่น
รายการตรวจตามช่วงอายุและเพศ
8 รายการต่อมา สปส. กำหนดเงื่อนไขอายุและเพศเพื่อให้การตรวจตรงกับความเสี่ยงของแต่ละกลุ่ม
7. ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด คัดกรองเบาหวาน ซึ่งเป็นโรคที่พบบ่อยมากในวัยทำงาน และส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวจนกว่าจะมีอาการแทรกซ้อน
8. ตรวจไขมันในเลือด วัดทั้งไตรกลีเซอไรด์และคอเลสเตอรอล เพื่อประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด
9. ตรวจการทำงานของไต (Creatinine) ไตเป็นอวัยวะที่เสื่อมแบบเงียบๆ โดยไม่แสดงอาการจนเสียหายมากแล้ว การตรวจนี้จึงสำคัญมาก
10. ตรวจ X-Ray ปอด คัดกรองวัณโรคและมะเร็งปอด สำหรับผู้ประกันตนอายุ 15 ปีขึ้นไป ตรวจได้ทุก 3 ปี
11. ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (Pap Smear) สำหรับผู้ประกันตนเพศหญิงตามเกณฑ์อายุที่ สปส. กำหนด
12. ตรวจ EKG (คลื่นหัวใจ) วัดการทำงานของหัวใจ เหมาะสำหรับกลุ่มที่มีความเสี่ยงโรคหัวใจตามเกณฑ์อายุ
13. ตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง ตามเกณฑ์อายุที่ สปส. กำหนด เนื่องจากมะเร็งชนิดนี้รักษาได้ผลดีมากถ้าพบในระยะต้น
14. ตรวจหาภาวะโลหิตจางและธาลัสซีเมีย สำหรับกลุ่มเสี่ยงตามเงื่อนไข สปส.
ข้อแนะนำ: แต่ละรายการอาจมีเงื่อนไขอายุและความถี่ที่ต่างกัน ก่อนไปตรวจควรสอบถามกับโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการโดยตรง หรือตรวจสอบรายละเอียดล่าสุดที่ sso.go.th หรือสายด่วน 1506
วิธีเช็กสิทธิตรวจสุขภาพประกันสังคม
ก่อนนัดหมาย ควรเช็กสิทธิก่อนเสมอ เพื่อยืนยันว่าคุณยังเป็นผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบครบและมีสิทธิใช้งานได้ ทำได้ 3 ช่องทางหลัก
เช็กสิทธิผ่านเว็บไซต์ sso.go.th
- เข้าเว็บไซต์ sso.go.th
- เลือกเมนู “บริการออนไลน์” แล้วกด “ตรวจสอบสิทธิ”
- กรอกเลขบัตรประชาชน 13 หลัก
- ระบบจะแสดงสถานะและมาตราที่อยู่ รวมถึงโรงพยาบาลคู่สัญญา
เช็กสิทธิผ่านแอป SSO Plus
โหลดแอป SSO Plus (SSO+) ได้จาก App Store และ Google Play ล็อกอินด้วยเลขบัตรประชาชน แอปนี้ยังใช้ดูรายชื่อโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการตรวจสุขภาพได้ด้วย
เช็กสิทธิผ่าน LINE @ssothai และสายด่วน 1506
เพิ่มเพื่อน LINE Official Account @ssothai แล้วพิมพ์คำว่า “ตรวจสอบสิทธิ” หรือโทรสายด่วน 1506 บริการตลอด 24 ชั่วโมง
ขั้นตอนจองคิวและใช้สิทธิตรวจสุขภาพ
เมื่อเช็กสิทธิแล้ว ขั้นตอนง่ายกว่าที่คิด ไม่จำกัดว่าต้องตรวจที่โรงพยาบาลคู่สัญญาของตัวเอง สามารถเลือกโรงพยาบาลใดก็ได้ในเครือข่ายที่เข้าร่วมโครงการ ปัจจุบันมีถึง 217 แห่งทั่วประเทศ แบ่งเป็นโรงพยาบาลรัฐ 163 แห่ง และเอกชน 54 แห่ง
ขั้นที่ 1: เข้า sso.go.th หรือแอป SSO Plus เพื่อดูรายชื่อโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการในพื้นที่ที่สะดวก
ขั้นที่ 2: โทรนัดหมายกับโรงพยาบาลโดยตรง แจ้งว่าต้องการใช้สิทธิตรวจสุขภาพประจำปีประกันสังคม
ขั้นที่ 3: ไปตรวจตามวันนัด แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าขอใช้สิทธิตรวจสุขภาพประจำปีของประกันสังคม แสดงบัตรประชาชน
ขั้นที่ 4: พบแพทย์ รับการตรวจ และรอรับผลตามที่โรงพยาบาลกำหนด
เตรียมตัวก่อนไปตรวจ ทำให้ผลแม่นยำขึ้น
การเตรียมตัวให้ถูกต้องทำให้ผลตรวจแม่นยำและไม่ต้องตรวจซ้ำ
- งดอาหารและเครื่องดื่ม (ยกเว้นน้ำเปล่า) อย่างน้อย 8 ชั่วโมง ก่อนตรวจ สำคัญมากสำหรับการตรวจเลือด ตรวจน้ำตาล และตรวจไขมัน ถ้ากินอาหารก่อน ตัวเลขจะคลาดเคลื่อน
- เลือกเสื้อผ้าที่ถอดง่าย เช่น เสื้อแขนสั้นหรือเสื้อที่เปิดปลายแขนได้สะดวก เพื่อการเจาะเลือดที่ข้อพับแขน และเสื้อที่ถอดออกได้ง่ายสำหรับการเอ็กซ์เรย์ปอด
- งดสูบบุหรี่อย่างน้อย 4 ชั่วโมง ก่อนตรวจ เนื่องจากนิโคตินส่งผลต่อการทำงานของหัวใจและผลตรวจเลือดบางรายการ
- พักผ่อนให้เพียงพอคืนก่อน และหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักในคืนก่อนตรวจ เพราะอาจทำให้ค่า CBC และ Creatinine คลาดเคลื่อน
- แจ้งแพทย์เรื่องโรคประจำตัวและยาที่กินอยู่ โดยเฉพาะยาลดความดัน ยาเบาหวาน และยาบางชนิดที่ส่งผลต่อค่าเลือด ถ้ามีผลตรวจเก่าให้นำไปด้วย จะช่วยให้แพทย์เปรียบเทียบแนวโน้มได้ดีขึ้น
เอกสารที่ต้องเตรียม
ใช้แค่ บัตรประชาชน ใบเดียว ไม่ต้องมีเอกสารเพิ่มเติม เพราะระบบประกันสังคมตรวจสิทธิผ่านเลขบัตรประชาชนโดยตรง
นายจ้างและเจ้าของกิจการควรรู้อะไรเกี่ยวกับสิทธินี้
ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจหรือ HR มีสิ่งสำคัญที่ต้องรู้ เพราะสิทธิตรวจสุขภาพของพนักงานผูกกับการส่งเงินสมทบโดยตรง
พนักงานจะมีสิทธิก็ต่อเมื่อนายจ้างส่งเงินสมทบให้ครบและต่อเนื่อง ถ้าเดือนไหนนายจ้างลืมนำส่ง หรือนำส่งไม่ครบ พนักงานอาจเสียสิทธิในเดือนนั้น ซึ่งส่งผลต่อสิทธิตรวจสุขภาพและสิทธิอื่นๆ ด้วย
ตัวอย่างเช่น บริษัท ก จำกัด (ชื่อสมมุติ) มีพนักงาน 20 คน ถ้าฝ่าย HR ลืมนำส่งเงินสมทบในเดือนใดเดือนหนึ่ง พนักงานทั้ง 20 คนจะพลาดสิทธิสะสมสำหรับเดือนนั้น และอาจมีปัญหาเมื่อไปใช้สิทธิตรวจสุขภาพ
นอกจากนี้ การรณรงค์ให้พนักงานไปตรวจสุขภาพประจำปียังเป็นหน้าที่หนึ่งของ HR ที่ดี เพราะพนักงานที่ดูแลสุขภาพดีหมายถึงการลาป่วยน้อยลง และประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้น
สรุป อย่าปล่อยให้สิทธิตรวจสุขภาพเสียเปล่า
ผู้ประกันตน ม.33 และ ม.39 มีสิทธิตรวจสุขภาพฟรี 14 รายการปีละ 1 ครั้ง ไม่ต้องสำรองจ่าย และตรวจที่โรงพยาบาลใดก็ได้ใน 217 แห่งทั่วประเทศ แค่เช็กสิทธิ โทรนัด เตรียมบัตรประชาชน ก็พร้อมตรวจแล้ว
สิทธินี้คิดต้นทุนจากเงินสมทบที่คุณส่งทุกเดือนอยู่แล้ว ไม่ใช้ก็เสียเปล่า
จัดการประกันสังคมพนักงานให้ถูกต้องด้วย PEAK Payroll
เจ้าของกิจการและ HR ที่ต้องดูแลพนักงานหลายคน PEAK Payroll คำนวณเงินเดือน เงินสมทบประกันสังคม และหัก ณ ที่จ่ายให้ถูกต้องอัตโนมัติ พนักงานได้สิทธิครบ คุณไม่ต้องนั่งคำนวณเอง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตรวจสุขภาพประกันสังคม
ม.40 ตรวจสุขภาพฟรีได้ไหม
ไม่ได้ สิทธิตรวจสุขภาพประจำปีฟรี 14 รายการนี้มีเฉพาะผู้ประกันตน ม.33 และ ม.39 เท่านั้น ผู้ประกันตน ม.40 ซึ่งเป็นแรงงานอิสระหรืออาชีพอิสระ ไม่ได้รับสิทธินี้ ถ้าต้องการตรวจสุขภาพฟรี ลองตรวจสอบสิทธิบัตรทองผ่านแอป สปสช. หรือโทร 1330 แทน
ตรวจสุขภาพประกันสังคมปีละกี่ครั้ง
ปีละ 1 ครั้ง ต่อ 1 ปีปฏิทิน สิทธินี้ไม่สะสมข้ามปี ถ้าปีนี้ไม่ใช้ก็จะหมดไปพร้อมกับสิ้นปีงบประมาณ (ก.ย.) แต่ยังสามารถใช้ได้ต่อในปีงบประมาณถัดไป (เริ่ม ต.ค.) โดยไม่ต้องรอปีหน้า
ถ้าไม่ได้ตรวจปีนี้ สิทธิหายไปไหม
สิทธิจะหมดอายุตามปีงบประมาณของ สปส. ซึ่งสิ้นสุดเดือนกันยายนของทุกปี ถ้าไม่ได้ใช้ภายใน ก.ย. สิทธิของปีนั้นจะหมดไป แต่ตั้งแต่ ต.ค. ของปีเดิม คุณจะเริ่มมีสิทธิใหม่สำหรับปีงบประมาณถัดไปทันที สรุปคือไม่ต้องรอถึงปีหน้า
ตรวจที่โรงพยาบาลอื่นที่ไม่ใช่คู่สัญญาได้ไหม
ได้ จุดนี้หลายคนเข้าใจผิด สำหรับสิทธิตรวจสุขภาพประจำปีนี้ ไม่จำกัดว่าต้องตรวจที่โรงพยาบาลคู่สัญญาของตัวเอง สามารถเลือกโรงพยาบาลใดก็ได้ที่เข้าร่วมโครงการตรวจสุขภาพกับ สปส. เพียงแต่โรงพยาบาลนั้นต้องอยู่ในรายชื่อที่ สปส. กำหนด ตรวจสอบรายชื่อโรงพยาบาลได้จาก sso.go.th หรือแอป SSO Plus
ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine
