Table of Contents

เคยสงสัยไหมว่าแบรนด์ที่ทำยอดขาย 100 ล้านบาทจากการไลฟ์ขายของ ใช้อะไรมากกว่าแค่พรีเซนเตอร์ดังและโปรโมชันลดราคา คำตอบคือ Data Driven หรือการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยข้อมูล ที่ LA GLACE นำมาใช้ตั้งแต่วิเคราะห์ตลาด วางแผนการเงิน ไปจนถึงออกแบบคอนเทนต์ให้คนดูจนจบ

บนเวทีงาน ลงทุนแมน SUMMIT 2026 ในเซสชัน Attention Marketing การตลาดชิงความสนใจ ทำแบบไหน ในยุคนี้ ทีม LA GLACE ได้แชร์เบื้องหลังแคมเปญที่เริ่มต้นจากไม่มีสต็อกสินค้าและไม่มีเงินทุน แต่ใช้ data วิเคราะห์โอกาสจนสร้างยอดขายทะลุเป้าหมาย บทความนี้สรุปกลยุทธ์ทั้งหมดพร้อมตัวเลขจริง และสูตรคำนวณที่เจ้าของธุรกิจ SME นำไปใช้ได้ทันที

เบื้องหลังไลฟ์ 100 ล้านบาทของ LA GLACE – จากศูนย์สู่ยอดขาย 100 ล้าน

แคมเปญนี้ไม่ได้เริ่มจากเงินทุนก้อนใหญ่หรือสต็อกสินค้าพร้อมขาย แต่เริ่มจาก data ล้วน ทีม LA GLACE ใช้ข้อมูลวิเคราะห์ตลาดอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจลงมือ ซึ่งแบ่งออกเป็น 6 สเต็ปหลัก

สเต็ป 1 วิเคราะห์ตลาดด้วย Data ไม่ใช่ความรู้สึก

ก่อนจะตัดสินใจทำแคมเปญ ทีม LA GLACE ศึกษาตลาด Toner Pad ซึ่งมีมูลค่ารวม 2,400 ล้านบาท เฉพาะช่องทางออนไลน์มีมูลค่า 720 ล้านบาท

สิ่งที่น่าสนใจคือ LA GLACE ครอง Engagement Share ใน keyword Toner Pad สูงถึง 85 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นศักยภาพยอดขายเฉลี่ย 60 ล้านบาทต่อเดือน ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้มาจากการคาดเดา แต่มาจากการวิเคราะห์ข้อมูล engagement จริงบนแพลตฟอร์ม

(ข้อมูลจาก LA GLACE ในงานลงทุนแมน Summit 2026)

สเต็ป 2 คำนวณย้อนกลับจากเป้า 100 ล้าน สู่ตาราง Traffic

เมื่อตั้งเป้าหมายยอดขาย 100 ล้านบาท ทีมงานใช้สูตร

Revenue = Traffic x Conversion Rate x AOV

คำนวณย้อนกลับ (Working Backward) จากเป้า Revenue ไปหาปริมาณ Traffic ที่ต้องสร้าง ซึ่งคิดเป็นประมาณ 280,000 ออเดอร์ จากนั้นจึงแปลงเป็นตาราง Traffic และ Engagement ที่ต้องสร้างในแต่ละช่องทาง

วิธีนี้ทำให้เห็นภาพชัดว่าต้องลงทุนเท่าไร ในช่องทางไหน และคาดหวังผลลัพธ์ได้แม่นยำ ไม่ใช่การตั้งเป้าแล้วลุ้นว่าจะถึงหรือไม่

สเต็ป 3 ใช้ Data เจรจา Credit Terms ได้สินค้าโดยไม่ต้องลงทุน

นี่คือจุดที่ data driven เปลี่ยนเกมจริง เมื่อ LA GLACE มีตัวเลข demand ที่พิสูจน์ได้ ทีมงานนำข้อมูลเหล่านี้ไปเจรจากับโรงงานผู้ผลิตเพื่อขอ Credit Terms ผลคือได้สินค้ามาจำหน่ายก่อนโดยไม่ต้องใช้วงเงินของตัวเอง

สำหรับ SME ที่ไม่มีเงินทุนหนา นี่คือบทเรียนสำคัญ ถ้าคุณมีข้อมูลที่แสดง demand ชัดเจน ข้อมูลนั้นสามารถใช้แทนเงินสดในการเจรจาต่อรองได้

สเต็ป 4 Neuro-Marketing ออกแบบคอนเทนต์ด้วยวิทยาศาสตร์สมอง

LA GLACE ไม่ได้แค่สร้างคอนเทนต์สวย แต่ออกแบบวิดีโอโดยอิงหลัก Neuro-Marketing ที่กระตุ้นฮอร์โมนในสมอง 3 ตัว

  • Dopamine กระตุ้นด้วยการตัดต่อกระชับ จังหวะเร็ว ภาพสอดรับกับเสียงโดยไม่ใช้คำพูด ทำให้คนอยากดูต่อ ผลลัพธ์คือ Watch-Through Rate สูงถึง 12 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ค่าเฉลี่ยของ TikTok อยู่ที่เพียง 0.5 เปอร์เซ็นต์ สูงกว่าค่าเฉลี่ยถึง 24 เท่า
  • Oxytocin กระตุ้นด้วย Storytelling เล่าเรื่องจริงหลังบ้าน ความตั้งใจ อุปสรรค และเส้นทางการสร้างแบรนด์อย่างจริงใจ ทำให้ผู้ชมรู้สึกผูกพันและเชื่อใจ
  • Cortisol กระตุ้นด้วยการใส่สถานการณ์ตึงเครียดหรือปัญหาเฉพาะหน้าลงในคอนเทนต์ เหมือนที่คนจำเหตุการณ์สำคัญในชีวิตได้แม่นยำกว่าวันธรรมดา ทำให้ผู้ชมจดจำแบรนด์ได้ในระยะยาว

สเต็ป 5 เปลี่ยนอัลกอริทึมจากศัตรูเป็นนายหน้า

อีกหนึ่ง insight สำคัญจากงาน Summit คือวิธีคิดเรื่องอัลกอริทึม LA GLACE มองว่าแพลตฟอร์มอย่าง TikTok ไม่ได้เป็นศัตรูที่ต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อการมองเห็น แต่สามารถเปลี่ยนให้เป็นนายหน้า (Broker) ที่ช่วยส่งคอนเทนต์ไปหากลุ่มเป้าหมายให้ฟรี

หลักการคือ ถ้าแบรนด์ทำโฆษณาขายของตรงๆ แบบ Hard-sell คนจะกดข้าม แพลตฟอร์มจะมองแบรนด์เป็นแค่ลูกค้าที่ต้องจ่ายเงิน แต่ถ้าแบรนด์สร้างคอนเทนต์ที่มีคุณค่าจนคนดูจบ แพลตฟอร์มจะมองแบรนด์เป็นพาร์ทเนอร์ที่ช่วยดึงคนให้อยู่ในระบบ อัลกอริทึมก็จะช่วยกระจายคอนเทนต์ให้เองโดยอัตโนมัติ

สเต็ป 6 Omnichannel เมื่อออนไลน์ไม่พอ ต้องเติม OOH

เมื่อ Traffic จากทีมงานและ Influencer บนโลกออนไลน์ไม่เพียงพอต่อเป้าหมาย LA GLACE จึงกระจายงบไปยังสื่อ Out-of-Home (OOH) เพื่อดึงคนกลุ่มใหม่ที่สื่อดิจิทัลเข้าไม่ถึง

นอกจากนี้ยังนำภาพแคมเปญ OOH ที่มีพรีเซนเตอร์อย่างต้าวอู๋และ Offroad มาตัดต่อใหม่ ใส่จังหวะเพลงและเสียงเพื่อกระตุ้นระบบประสาท แล้วโพสต์ลง TikTok สร้าง Engagement รวมกันได้มากกว่า 400,000 Engagement ทำให้แคมเปญทะลุเป้าหมาย 100 ล้านบาท

(ข้อมูลจาก LA GLACE และ Plan B Media ในงานลงทุนแมน Summit 2026)


Data Driven คืออะไร

Data Driven คือแนวทางการตัดสินใจทางธุรกิจที่อาศัยข้อมูลจริงเป็นตัวนำ ไม่ใช่ความรู้สึกหรือประสบการณ์เพียงอย่างเดียว ตั้งแต่การวิเคราะห์ตลาด วางแผนการเงิน ออกแบบสินค้า ไปจนถึงการตัดสินใจลงทุนในช่องทางต่าง ๆ

จากกรณีของ LA GLACE จะเห็นว่า Data Driven ไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยีราคาแพงหรือทีม Data Scientist ขนาดใหญ่ แต่คือการเริ่มจากข้อมูลที่มีอยู่แล้ว เช่น ยอดขาย Engagement Share และ Conversion Rate แล้วนำมาตัดสินใจอย่างเป็นระบบ

Data Driven ต่างจากการตัดสินใจแบบเดาอย่างไร

ธุรกิจที่ตัดสินใจแบบเดา จะตั้งเป้าหมายคลุมเครือ เช่น อยากขายดีขึ้น แล้วลงมือทำทันทีโดยหวังว่าจะได้ผล

ธุรกิจที่ใช้ Data Driven จะเริ่มจากตัวเลข เช่น ตลาดมีมูลค่า 2,400 ล้านบาท เราครอง Engagement 85 เปอร์เซ็นต์ ศักยภาพรายได้ 60 ล้านต่อเดือน จากนั้นจึงตั้งเป้าที่ชัดเจน คำนวณย้อนกลับว่าต้องทำอะไรบ้าง แล้วค่อยลงมือ แม้แต่ข้อมูลพื้นฐานอย่างรายรับรายจ่ายที่บันทึกอยู่แล้ว ก็เป็นจุดเริ่มต้นของ Data Driven ได้

ความแตกต่างนี้เองที่ทำให้ LA GLACE สามารถเจรจา Credit Terms กับโรงงานได้สำเร็จ เพราะมีตัวเลขพิสูจน์ demand จริง ไม่ใช่แค่บอกว่า ขายได้แน่นอน


ทำไม Data Driven ถึงสำคัญสำหรับธุรกิจยุคนี้

ในยุคที่ผู้บริโภคมีสมาธิสั้นลงและสไลด์ฟีดอย่างรวดเร็ว การตัดสินใจทางธุรกิจโดยไม่มีข้อมูลรองรับก็เหมือนขับรถโดยไม่ดูแผนที่

ตลาด Live Commerce เติบโตอย่างรวดเร็ว แบรนด์ที่มีข้อมูลจะมองเห็นโอกาสก่อนคนอื่น เช่น LA GLACE ที่เห็นว่าตัวเองครอง Engagement Share 85 เปอร์เซ็นต์ของ keyword Toner Pad จึงรู้ว่ามีโอกาสทำยอดขายได้สูง ขณะที่แบรนด์อื่นที่ไม่มีข้อมูลอาจมองข้ามโอกาสเดียวกันนี้ไป

นอกจากนี้ data ยังช่วยลดความเสี่ยง เพราะทุกการตัดสินใจมีตัวเลขรองรับ ไม่ว่าจะเป็นการจัดสรรงบโฆษณา การเลือกช่องทางขาย หรือการเจรจากับพาร์ทเนอร์


Data Driven Marketing คืออะไร บทเรียนจาก LA GLACE

Data Driven Marketing คือการทำการตลาดที่ใช้ข้อมูลเป็นตัวกำหนดทิศทาง ตั้งแต่เลือกกลุ่มเป้าหมาย ออกแบบคอนเทนต์ ไปจนถึงเลือกช่องทางและวัดผล

LA GLACE เป็นตัวอย่างที่ดีของ Data Driven Marketing เพราะไม่ได้ใช้ data แค่วิเคราะห์ตลาด แต่ใช้ตั้งแต่ออกแบบคอนเทนต์ (Neuro-Marketing 3 ฮอร์โมน) ไปจนถึงจัดสรรงบระหว่างช่องทางออนไลน์กับ OOH

เครือข่าย Affiliate Creators กว่า 300,000 ช่องทาง สร้างระบบที่ขยายตัวเอง

อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่น่าสนใจคือ LA GLACE สร้างเครือข่าย Affiliate Creators ที่ช่วยสร้างคอนเทนต์และติดตะกร้าขายสินค้าให้มากกว่า 300,000 ช่องทาง

นี่คือ Data Driven ในอีกมิติหนึ่ง แทนที่แบรนด์จะตะโกนขายของเพียงลำพัง ก็ใช้ข้อมูลสร้างระบบที่มีคนช่วยขายให้โดยอัตโนมัติ ยิ่งมี data บอกว่าคอนเทนต์แบบไหนขายดี Affiliate ก็ยิ่งผลิตคอนเทนต์ที่ตรงจุดมากขึ้น เป็นระบบที่เติบโตด้วยตัวเอง


สูตรคำนวณ Data-Driven สำหรับเจ้าของธุรกิจ ใช้ได้เลย

สูตรที่ LA GLACE ใช้ในการวางแผนแคมเปญ 100 ล้านบาท เป็นสูตรพื้นฐานที่เจ้าของธุรกิจทุกคนนำไปประยุกต์ได้

Revenue = Traffic x Conversion Rate x AOV (มูลค่าเฉลี่ยต่อออเดอร์)

วิธีใช้คือ เริ่มจากเป้าหมาย Revenue ที่ต้องการ แล้วคำนวณย้อนกลับ ตัวอย่างเช่น ถ้าเป้า 10 ล้านบาท AOV เฉลี่ย 500 บาท Conversion Rate 2 เปอร์เซ็นต์ จะต้องสร้าง Traffic 1,000,000 คน จากนั้นจึงจัดสรรงบไปตามช่องทางที่ให้ Traffic คุณภาพสูงสุด

สูตรนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่สิ่งที่ LA GLACE ทำได้ดีคือการนำตัวเลขจริงมาใส่ในสูตร ไม่ใช่ตัวเลขสมมุติ ทำให้แผนมีความน่าเชื่อถือมากพอที่จะใช้เจรจากับโรงงานและพาร์ทเนอร์ได้

วิธีอธิบายให้หุ้นส่วนหรือฝ่ายการเงินเข้าใจว่าทำไมต้องลงทุนกับ Data

หลายธุรกิจเจอปัญหาว่าฝ่ายการเงินไม่เข้าใจว่าทำไมต้องลงทุนกับ data หรือสื่อโฆษณา วิธีที่ดีที่สุดคือใช้สูตรข้างต้นคำนวณให้เห็นเป็นตัวเลข

แทนที่จะบอกว่า ต้องทำโฆษณาเพราะจะช่วยเพิ่มยอดขาย ให้บอกว่า ถ้าลงทุนสื่อ OOH 2 ล้านบาท จะได้ Traffic เพิ่ม 500,000 คน คูณ Conversion Rate 2 เปอร์เซ็นต์ คูณ AOV 500 บาท คิดเป็น Revenue เพิ่ม 5 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเงินลงทุน จะเห็นความคุ้มค่าทันที

(สูตรและแนวทางจาก Session Attention Marketing งานลงทุนแมน Summit 2026)


5 ขั้นตอนเริ่มต้น Data Driven สำหรับ SME ไทย

ไม่จำเป็นต้องเป็นแบรนด์ใหญ่ถึงจะทำ Data Driven ได้ SME ไทยเริ่มต้นได้จาก 5 ขั้นตอนนี้

  • กำหนดเป้าหมายเป็นตัวเลขที่ชัดเจน ไม่ใช่แค่บอกว่าอยากขายดีขึ้น แต่ต้องระบุว่าต้องการ Revenue เท่าไร ภายในเวลากี่เดือน เหมือนที่ LA GLACE ตั้งเป้า 100 ล้านบาท
  • เริ่มจาก data ที่มีอยู่แล้ว ข้อมูลบัญชี ยอดขาย ต้นทุน และกำไร คือ data ตัวแรกที่ SME ทุกรายมีอยู่แล้ว โปรแกรมบัญชีออนไลน์อย่าง PEAK ช่วยให้คุณเห็นข้อมูลเหล่านี้แบบ real-time ไม่ต้องรอปิดงบสิ้นเดือน
  • คำนวณย้อนกลับจากเป้าหมาย ใช้สูตร Revenue = Traffic x Conversion Rate x AOV แล้วหาว่าต้องสร้าง Traffic เท่าไรในแต่ละช่องทาง
  • ทดลอง วัดผล แล้วปรับ ไม่มีแผนไหนสมบูรณ์แบบตั้งแต่ครั้งแรก สิ่งสำคัญคือวัดผลทุกครั้ง แล้วปรับตามข้อมูลที่ได้
  • ขยายช่องทางเมื่อ data พิสูจน์แล้ว เมื่อช่องทางใดให้ผลตอบแทนดี ค่อยเพิ่มงบ เหมือนที่ LA GLACE เริ่มจากออนไลน์ก่อน เมื่อ data บอกว่าต้องการ Traffic เพิ่ม จึงขยายไป OOH

สรุป Data ไม่ได้มีแค่ในบริษัทใหญ่ LA GLACE พิสูจน์แล้ว

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดจาก case study นี้คือ LA GLACE ไม่ได้เริ่มจากเงินทุนมหาศาลหรือเทคโนโลยีซับซ้อน แต่เริ่มจากข้อมูลที่วิเคราะห์อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ศึกษาตลาด คำนวณย้อนกลับ เจรจากับโรงงาน ออกแบบคอนเทนต์ด้วย Neuro-Marketing ไปจนถึงขยายช่องทางแบบ Omnichannel

ทุกขั้นตอนขับเคลื่อนด้วย data ทั้งหมด นี่คือ Data Driven ในความหมายที่แท้จริง ไม่ใช่แค่ศัพท์เท่ ๆ ในห้องประชุม

เริ่มต้น Data Driven Business กับ PEAK

จุดเริ่มต้นของ Data Driven ที่ง่ายที่สุดสำหรับ SME คือการมี data ทางการเงินที่ถูกต้องและเห็นได้แบบ real-time PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยให้คุณเห็นยอดขาย กำไรขาดทุน ต้นทุน และกระแสเงินสดได้ทันที ข้อมูลเหล่านี้คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทุกการตัดสินใจทางธุรกิจมีข้อมูลรองรับ

ทดลองใช้ PEAK ฟรี แล้วเริ่มขับเคลื่อนธุรกิจด้วยข้อมูลตั้งแต่วันนี้


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Data Driven

Data Driven อ่านว่าอะไร แปลว่าอะไร

Data Driven อ่านว่า เดต้า ดริฟเว่น แปลว่า ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล หมายถึงแนวทางการตัดสินใจทางธุรกิจที่ใช้ข้อมูลจริงเป็นตัวนำ ไม่ใช่ความรู้สึกหรือสัญชาตญาณเพียงอย่างเดียว

Data Driven ต่างจาก Data Analytics อย่างไร

Data Analytics คือการวิเคราะห์ข้อมูล ส่วน Data Driven คือวัฒนธรรมองค์กรที่ใช้ผลการวิเคราะห์เป็นตัวตัดสินใจจริง องค์กรอาจทำ Data Analytics แต่ถ้าผู้บริหารยังตัดสินใจตามสัญชาตญาณ ก็ยังไม่ถือว่าเป็น Data Driven

SME ที่ไม่มีทีม Data Scientist เริ่มทำ Data Driven ได้อย่างไร

เริ่มจาก data ที่มีอยู่แล้ว เช่น ข้อมูลยอดขาย ต้นทุน กำไร จากโปรแกรมบัญชี จากนั้นใช้สูตร Revenue = Traffic x Conversion Rate x AOV คำนวณย้อนกลับจากเป้าหมาย ไม่จำเป็นต้องมีทีมเฉพาะทาง แค่เริ่มจากการใช้ข้อมูลที่มีอยู่ให้เป็นระบบ

Data Driven Organization คืออะไร

Data Driven Organization คือองค์กรที่ทุกระดับตัดสินใจโดยอาศัยข้อมูลเป็นหลัก ตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดไปจนถึงพนักงานหน้างาน ไม่ใช่แค่ฝ่าย IT หรือฝ่ายวิเคราะห์เท่านั้นที่ใช้ data แต่ทุกคนในองค์กรเข้าถึงข้อมูลและใช้ข้อมูลในการทำงานประจำวัน


ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ เปลี่ยนงานบัญชีให้เป็นเรื่องง่าย