งบกำไรขาดทุน คือ
Table of Contents

ทุกสิ้นปีเจ้าของธุรกิจต้องดูงบการเงินหลายใบ แต่ใบที่ตอบคำถามว่า “ปีนี้กำไรหรือขาดทุน” ได้ตรงที่สุด ก็คืองบกำไรขาดทุนนี่เอง

บทความนี้อธิบายองค์ประกอบทั้ง 5 ส่วน พร้อมตัวอย่างตัวเลข SME สูตรคำนวณ และวิธีอ่านที่เจ้าของกิจการนำไปใช้ได้ทันที

งบกำไรขาดทุน คืออะไร

งบกำไรขาดทุน

งบกำไรขาดทุน คือ รายงานทางการเงินที่สรุปรายได้และค่าใช้จ่ายทั้งหมดของกิจการในช่วงเวลาหนึ่ง เช่น รายเดือน รายไตรมาส หรือรายปี ผลลัพธ์สุดท้ายของงบนี้จะบอกว่ากิจการมีกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิเท่าไร

กิจการที่ใช้มาตรฐานบัญชี NPAEs ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับ SME ทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ในตลาดหุ้น ก็เรียกว่า “งบกำไรขาดทุน” เช่นกัน มาตรฐานฉบับปรับปรุง 2565 ใช้ชื่อนี้แทน “งบรายได้และค่าใช้จ่าย” ที่เคยใช้ก่อนหน้า

งบนี้เป็น 1 ใน 5 งบการเงินที่นิติบุคคลทุกรายต้องยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ภายใน 5 เดือนหลังสิ้นรอบบัญชี

อ่านเพิ่มเกี่ยวกับงบการเงินทั้ง 5 ประเภทได้ที่บทความงบการเงินของ PEAK

งบกำไรขาดทุน มีอะไรบ้าง — 5 องค์ประกอบที่ต้องรู้

งบกำไรขาดทุนประกอบด้วย 5 ส่วนหลักเรียงจากบนลงล่าง แต่ละส่วนทำหน้าที่ต่างกัน

รายได้จากการขายหรือบริการ (Revenue)

รายได้หลักของกิจการ เช่น ยอดขายสินค้าหรือค่าบริการที่เรียกเก็บจากลูกค้า ตัวเลขนี้บอกว่าธุรกิจสร้างเงินจากการดำเนินงานหลักได้เท่าไรก่อนหักต้นทุนใดๆ

ต้นทุนขาย (Cost of Goods Sold)

ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นโดยตรงจากการผลิตหรือซื้อสินค้ามาขาย เช่น ค่าวัตถุดิบ ค่าแรงงานในสายการผลิต หรือต้นทุนสินค้าที่ซื้อมาขายต่อ

เมื่อเอารายได้มาหักต้นทุนขาย จะได้ “กำไรขั้นต้น” ซึ่งบอกว่าสินค้ามี margin เหลือเท่าไรก่อนหักค่าใช้จ่ายอื่น

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A)

ค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้เกี่ยวกับตัวสินค้าโดยตรง แต่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจ ตัวอย่างเช่น

  • เงินเดือนพนักงานออฟฟิศ
  • ค่าเช่าสำนักงาน ค่าไฟ ค่าน้ำ
  • ค่าโฆษณาและการตลาด
  • ค่าเสื่อมราคาอุปกรณ์สำนักงาน

รายได้อื่นและค่าใช้จ่ายอื่น

ส่วนนี้เป็นรายการที่ไม่ได้เกิดจากธุรกิจหลัก เช่น ดอกเบี้ยรับจากเงินฝากธนาคาร กำไรจากการขายรถยนต์บริษัทที่ไม่ใช้แล้ว หรือดอกเบี้ยจ่ายจากเงินกู้ SME มักมองข้ามส่วนนี้ แต่ถ้ามีมูลค่าสูงอาจกระทบกำไรสุทธิอย่างมีนัยสำคัญ

ภาษีเงินได้นิติบุคคล

บรรทัดสุดท้ายก่อนถึงกำไรสุทธิ คือภาษีเงินได้นิติบุคคลที่กิจการต้องจ่ายจากกำไรก่อนภาษี สำหรับ SME ที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาทและรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี ได้รับอัตราภาษีพิเศษตามตารางนี้

กำไรสุทธิ (บาท/ปี)อัตราภาษี
ไม่เกิน 300,000ยกเว้น
300,001 – 3,000,00015%
เกิน 3,000,00020%

(ข้อมูลจากกรมสรรพากร)

กิจการทั่วไปที่ไม่เข้าเงื่อนไข SME ต้องเสียภาษีอัตราคงที่ 20% จากกำไรสุทธิทั้งก้อน

สูตรคำนวณงบกำไรขาดทุน

หัวใจของงบนี้ คือการไล่หักค่าใช้จ่ายทีละชั้นจนเหลือกำไรสุทธิ สรุปเป็นสูตรได้ดังนี้

กำไรขั้นต้น = รายได้จากการขาย − ต้นทุนขาย

กำไรจากการดำเนินงาน = กำไรขั้นต้น − ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร

กำไรก่อนภาษี = กำไรจากการดำเนินงาน + รายได้อื่น − ค่าใช้จ่ายอื่น

กำไรสุทธิ = กำไรก่อนภาษี − ภาษีเงินได้นิติบุคคล

สูตรนี้ใช้ได้กับงบกำไรขาดทุนแบบหลายขั้น (Multi-Step) ซึ่งเป็นรูปแบบที่ SME ส่วนใหญ่ใช้ ส่วนแบบขั้นเดียวจะรวมรายได้ทั้งหมดหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดในขั้นตอนเดียว ดูตัวอย่างเปรียบเทียบทั้ง 2 แบบได้ในหัวข้อถัดไป

ตัวอย่างงบกำไรขาดทุน — แบบขั้นเดียวและหลายขั้น

ตัวอย่างต่อไปนี้ใช้ตัวเลขของบริษัท ตัวอย่าง จำกัด (ชื่อสมมุติ) ซึ่งเป็นธุรกิจซื้อมาขายไปขนาดเล็ก รอบบัญชีสิ้นสุด 31 ธันวาคม 2568

ตัวอย่างงบกำไรขาดทุนแบบขั้นเดียว (Single-Step)

แบบขั้นเดียวนำรายได้ทุกประเภทมารวมกัน แล้วหักค่าใช้จ่ายทุกประเภทในครั้งเดียว เหมาะกับกิจการขนาดเล็กที่โครงสร้างรายได้ไม่ซับซ้อน

รายการจำนวน (บาท)
รายได้
รายได้จากการขาย5,000,000
รายได้อื่น (ดอกเบี้ยรับ)20,000
รวมรายได้5,020,000
ค่าใช้จ่าย
ต้นทุนขาย3,000,000
เงินเดือนและสวัสดิการ800,000
ค่าเช่าและสาธารณูปโภค300,000
ค่าโฆษณา150,000
ค่าเสื่อมราคา50,000
ดอกเบี้ยจ่าย30,000
รวมค่าใช้จ่าย4,330,000
กำไรก่อนภาษี690,000
ภาษีเงินได้ (SME)58,500
กำไรสุทธิ631,500

ภาษี SME คำนวณจากกำไรก่อนภาษี 690,000 บาท

กำไร 300,000 แรก = ยกเว้น กำไรส่วนที่เกิน = (690,000 − 300,000) × 15% = 390,000 × 15% = 58,500 บาท

ตัวอย่างงบกำไรขาดทุนแบบหลายขั้น (Multi-Step)

แบบหลายขั้นแยกกำไรเป็นชั้นๆ ทำให้เห็นว่าสินค้ามี margin เท่าไร (กำไรขั้นต้น) และการบริหารกินกำไรไปเท่าไร เป็นรูปแบบที่นิยมใช้มากกว่า

รายการจำนวน (บาท)
รายได้จากการขาย5,000,000
หัก ต้นทุนขาย(3,000,000)
กำไรขั้นต้น2,000,000
หัก ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
เงินเดือนและสวัสดิการ(800,000)
ค่าเช่าและสาธารณูปโภค(300,000)
ค่าโฆษณา(150,000)
ค่าเสื่อมราคา(50,000)
กำไรจากการดำเนินงาน700,000
บวก รายได้อื่น (ดอกเบี้ยรับ)20,000
หัก ค่าใช้จ่ายอื่น (ดอกเบี้ยจ่าย)(30,000)
กำไรก่อนภาษี690,000
หัก ภาษีเงินได้ (SME)(58,500)
กำไรสุทธิ631,500

ตัวเลขสุดท้ายเท่ากัน แต่แบบหลายขั้นให้ข้อมูลมากกว่า เช่น กำไรขั้นต้น 2 ล้านบาท (Gross Margin 40%) บอกว่าสินค้ามี margin ดี ส่วนกำไรจากการดำเนินงาน 700,000 บาทบอกว่าค่าใช้จ่ายบริหารกิน margin ไปอีก 1.3 ล้านบาท

วิธีอ่านงบกำไรขาดทุนสำหรับเจ้าของ SME

เจ้าของธุรกิจไม่จำเป็นต้องเป็นนักบัญชี แค่รู้จักดู 3 จุดสำคัญก็วิเคราะห์ธุรกิจตัวเองได้

ดูแนวโน้มรายได้ก่อน เปรียบเทียบรายได้ปีนี้กับปีก่อน ถ้าเพิ่มขึ้นแสดงว่าธุรกิจโตได้ แต่ถ้าเพิ่มขึ้นน้อยกว่าต้นทุนที่เพิ่ม ก็ยังน่ากังวล

ดู Gross Margin (อัตรากำไรขั้นต้น) คำนวณจาก กำไรขั้นต้น ÷ รายได้ × 100 ถ้าตัวเลขนี้ลดลงเรื่อยๆ อาจหมายความว่าต้นทุนสินค้าแพงขึ้น หรือลดราคาขายมากเกินไป จากตัวอย่างข้างต้น Gross Margin = 2,000,000 ÷ 5,000,000 × 100 = 40% ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีสำหรับธุรกิจค้าปลีก

ดู Net Margin (อัตรากำไรสุทธิ) คำนวณจาก กำไรสุทธิ ÷ รายได้ × 100 ตัวเลขนี้บอกว่าจากยอดขาย 100 บาท เหลือเป็นกำไรจริงกี่บาท จากตัวอย่าง Net Margin = 631,500 ÷ 5,000,000 × 100 = 12.6% หมายความว่าขายของ 100 บาท เหลือกำไร 12.60 บาท

ถ้าอยากดูวิธีวิเคราะห์งบการเงินแบบละเอียดทั้ง 5 งบ อ่านต่อได้ที่บทความของ PEAK

งบกำไรขาดทุน vs งบแสดงฐานะการเงิน ต่างกันอย่างไร

เจ้าของ SME หลายคนสับสนระหว่าง 2 งบนี้ สรุปสั้นๆ ดูจากตารางเปรียบเทียบ

ประเด็นงบกำไรขาดทุนงบแสดงฐานะการเงิน (งบดุล)
ตอบคำถาม“ปีนี้กำไรหรือขาดทุนเท่าไร”“ตอนนี้บริษัทมีทรัพย์สินและหนี้สินเท่าไร”
ช่วงเวลาระหว่างช่วงเวลา (1 ม.ค. – 31 ธ.ค.)ณ วันใดวันหนึ่ง (31 ธ.ค.)
แสดงอะไรรายได้ ค่าใช้จ่าย กำไร/ขาดทุนสินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของเจ้าของ
เปรียบเทียบง่ายๆเหมือน “สรุปรายรับ-รายจ่ายทั้งปี”เหมือน “ภาพถ่ายสถานะการเงินวันสุดท้าย”

ทั้ง 2 งบเชื่อมกัน เพราะกำไรสุทธิจากงบกำไรขาดทุนจะไปเพิ่ม “กำไรสะสม” ในงบแสดงฐานะการเงิน อ่านรายละเอียดงบดุลเพิ่มเติมได้ที่บทความ PEAK

สรุป

งบกำไรขาดทุนเป็นเครื่องมือวัดผลธุรกิจที่เจ้าของ SME ทุกคนควรอ่านเป็น สิ่งที่ควรทำหลังอ่านบทความนี้จบ

  • ของบกำไรขาดทุนล่าสุดจากนักบัญชี แล้วลองดู Gross Margin และ Net Margin
  • เปรียบเทียบกับปีก่อนว่าแต่ละตัวเลขเพิ่มหรือลด
  • ถ้าค่าใช้จ่ายบริหารสูงผิดปกติ ให้ขอรายละเอียดแยกรายการเพื่อหาจุดที่ตัดได้

ดูงบกำไรขาดทุนแบบเรียลไทม์ด้วย PEAK

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์สร้างงบกำไรขาดทุนอัตโนมัติทุกครั้งที่บันทึกรายการ เจ้าของกิจการดูได้ทุกเมื่อว่ากำไรหรือขาดทุน ทดลองใช้ PEAK ฟรี


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับงบกำไรขาดทุน

งบกำไรขาดทุน ภาษาอังกฤษ เรียกว่าอะไร

เรียกว่า Income Statement หรือ Profit and Loss Statement (P&L) ทั้ง 2 ชื่อใช้แทนกันได้ โดย Income Statement นิยมใช้ในงบการเงินที่เป็นทางการ ส่วน P&L มักใช้ในการสนทนาและรายงานภายในบริษัท

งบกำไรขาดทุน ต้องยื่นเมื่อไร

นิติบุคคลต้องยื่นงบกำไรขาดทุนพร้อมกับงบการเงินชุดสมบูรณ์ให้ DBD ภายใน 5 เดือนหลังสิ้นรอบบัญชี เช่น ปิดงบ 31 ธันวาคม ต้องยื่นไม่เกิน 31 พฤษภาคมของปีถัดไป

ส่วนการยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคล (แบบ ภ.ง.ด.50 คือแบบยื่นภาษีนิติบุคคลประจำปี) ต้องยื่นภายใน 150 วันหลังสิ้นรอบบัญชี

งบรายได้และค่าใช้จ่าย คืองบกำไรขาดทุนหรือไม่

ใช่ เป็นงบเดียวกัน ต่างแค่ชื่อเรียก โดยหลังมาตรฐาน NPAEs ปรับปรุงปี 2565 ได้เปลี่ยนมาใช้ชื่อ “งบกำไรขาดทุน” ทั้งหมดแล้ว ดังนั้นถ้าเจอชื่อเดิมในเอกสารเก่า ให้เข้าใจว่าเป็นงบตัวเดียวกัน

งบกำไรขาดทุน ดูได้จากที่ไหน

ถ้าเป็นกิจการของตัวเอง ขอจากนักบัญชีหรือดูจากโปรแกรมบัญชีที่ใช้อยู่

ถ้าต้องการดูงบการเงินของบริษัทอื่น เช็คได้ที่ระบบ DBD DataWarehouse ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งรวบรวมงบการเงินของนิติบุคคลทุกรายที่ยื่นแล้ว ส่วนบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ดูได้ที่เว็บไซต์ SET


ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine

ใช้งานโปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAK ฟรี 30 วัน