
ผู้ประกอบการหลายคนเปิดร้านมาหลายปี แต่ยังแยกไม่ออกว่ากำไรขั้นต้น กับกำไรสุทธิต่างกันตรงไหน หรือต้องดูจากงบกำไรขาดทุนบรรทัดไหนกันแน่ โดยในบทความนี้จะอธิบายทุกอย่างเรื่องกำไรขั้นต้น ตั้งแต่ความหมาย สูตรคำนวณ ตัวอย่างตัวเลขจริง ไปจนถึงวิธีเพิ่มกำไรขั้นต้นให้ธุรกิจเติบโต
กำไรขั้นต้น (Gross Profit) คืออะไร
กำไรขั้นต้น คือรายได้จากการขายสินค้าหรือบริการ หักด้วยต้นทุนขาย (Cost of Goods Sold หรือ COGS) เป็นตัวเลขที่บอกว่าธุรกิจทำเงินได้มากแค่ไหนก่อนหักค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการอื่นๆ ถ้าจะเปรียบให้เข้าใจง่าย สมมติคุณขายเสื้อผ้าตัวละ 500 บาท ต้นทุนซื้อมาตัวละ 200 บาท กำไรขั้นต้นคือ 300 บาท ยังไม่ได้หักค่าเช่าร้าน ค่าพนักงาน หรือค่าไฟ
ความหมายของกำไรขั้นต้นในทางบัญชี
ตามมาตรฐานบัญชี NPAEs (มาตรฐานบัญชีสำหรับ SME ทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ในตลาดหุ้น ซึ่งกำหนดโดยสภาวิชาชีพบัญชีฯ) กำไรขั้นต้นแสดงอยู่ในงบกำไรขาดทุน เป็นผลต่างระหว่างรายได้จากการขายกับต้นทุนขาย ตัวเลขนี้สะท้อนประสิทธิภาพของตัวสินค้าโดยตรง ที่หากตัวเลขยิ่งสูง ธุรกิจยิ่งดี
สูตรกำไรขั้นต้น (Gross Profit Formula)
สูตรพื้นฐานของกำไรขั้นต้นคือ
กำไรขั้นต้น = รายได้จากการขาย – ต้นทุนขาย
ตัวอย่างสั้น: ร้านค้ามีรายได้ 1,000,000 บาท ต้นทุนขาย 600,000 บาท
กำไรขั้นต้น = 1,000,000 – 600,000 = 400,000 บาท
ต้นทุนขาย (COGS) คืออะไร
ต้นทุนขาย (Cost of Goods Sold) คือค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการผลิตหรือซื้อสินค้ามาขาย ประกอบด้วย
- ค่าสินค้าหรือวัตถุดิบที่ซื้อมา
- ค่าแรงงานโดยตรงในสายการผลิต (เช่น พนักงานประกอบสินค้า)
- ค่าใช้จ่ายการผลิตโดยตรง (เช่น ค่าไฟโรงงาน ค่าบรรจุภัณฑ์)
สิ่งที่ไม่ใช่ต้นทุนขาย เช่น เงินเดือนฝ่ายบัญชี ค่าเช่าสำนักงาน ค่าการตลาด เพราะเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหาร ไม่เกี่ยวกับตัวสินค้าโดยตรง
ตัวอย่างการคำนวณกำไรขั้นต้น
แต่ละประเภทธุรกิจมีวิธีคิดต้นทุนขายต่างกัน ตามตัวอย่าง
ตัวอย่างธุรกิจซื้อมาขายไป
บริษัท ก จำกัด ขายอุปกรณ์สำนักงาน
| รายการ | วิธีคำนวณ | จำนวนเงิน |
|---|---|---|
| รายได้จากการขาย | — | 800,000 บาท |
| ต้นทุนซื้อสินค้า | — | 480,000 บาท |
| กำไรขั้นต้น | 800,000 – 480,000 | 320,000 บาท |
ต้นทุนขายของธุรกิจซื้อมาขายไปคำนวณง่าย เพราะเป็นราคาซื้อสินค้ามาโดยตรง
ตัวอย่างธุรกิจบริการ
บริษัท ข จำกัด รับทำเว็บไซต์
| รายการ | วิธีคำนวณ | จำนวนเงิน |
|---|---|---|
| รายได้จากการบริการ | — | 500,000 บาท |
| ต้นทุนบริการ (ค่าแรงโปรแกรมเมอร์ + ค่า hosting) | — | 200,000 บาท |
| กำไรขั้นต้น | 500,000 – 200,000 | 300,000 บาท |
ธุรกิจบริการมักมีกำไรขั้นต้นสูงกว่าธุรกิจซื้อมาขายไป เพราะต้นทุนหลักคือ “แรงงาน” ไม่ใช่ตัวสินค้า
ตัวอย่างธุรกิจผลิต (Manufacturing)
บริษัท ค จำกัด ผลิตเค้กและเบเกอรี่
| รายการ | วิธีคำนวณ | จำนวนเงิน |
|---|---|---|
| รายได้จากการขาย | — | 1,200,000 บาท |
| ค่าวัตถุดิบ (แป้ง เนย น้ำตาล) | — | 400,000 บาท |
| ค่าแรงงานผลิต | — | 200,000 บาท |
| ค่าโสหุ้ยการผลิต (ค่าไฟโรงงาน ค่าบรรจุภัณฑ์) | — | 100,000 บาท |
| ต้นทุนขายรวม | 400,000 + 200,000 + 100,000 | 700,000 บาท |
| กำไรขั้นต้น | 1,200,000 – 700,000 | 500,000 บาท |
ธุรกิจผลิตมีต้นทุนขายซับซ้อนที่สุด เพราะต้องรวมทั้งวัตถุดิบ แรงงาน และค่าโสหุ้ยการผลิต (โสหุ้ยการผลิต คือค่าใช้จ่ายในโรงงานที่ไม่ได้เป็นวัตถุดิบหรือแรงงานโดยตรง)
กำไรขั้นต้น ดูจากงบกำไรขาดทุน (P&L) ตรงไหน
หลายคนเปิดงบกำไรขาดทุนแล้วไม่แน่ใจว่าต้องดูบรรทัดไหน โดยปกติแล้ว การบันทึกบัญชีจะระบุให้กำไรขั้นต้นอยู่ในส่วนบนของงบ หลังจากบรรทัดรายได้และต้นทุนขาย
โครงสร้างงบกำไรขาดทุนแบบย่อ
ลำดับการอ่านงบกำไรขาดทุนจากบนลงล่าง
| ลำดับ | รายการ | ตัวเลข (ตัวอย่าง) |
|---|---|---|
| 1 | รายได้จากการขาย | 1,000,000 บาท |
| 2 | หัก: ต้นทุนขาย | (600,000) บาท |
| 3 | กำไรขั้นต้น ← ดูตรงนี้ | 400,000 บาท |
| 4 | หัก: ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร | (200,000) บาท |
| 5 | กำไรจากการดำเนินงาน | 200,000 บาท |
| 6 | หัก: ดอกเบี้ยจ่าย + ภาษี | (50,000) บาท |
| 7 | กำไรสุทธิ | 150,000 บาท |
กำไรขั้นต้นอยู่ บรรทัดที่ 3 เป็นจุดแรกที่แสดงว่าสินค้าของคุณ “ทำเงิน” ได้เท่าไร ถ้าเปิด PEAK Account จะเห็นรายงานงบกำไรขาดทุนที่แสดงกำไรขั้นต้นแยกชัดเจน
หมายเหตุ: ตัวเลขในวงเล็บ เช่น (600,000) บาท ในทางบัญชีหมายถึง “รายการที่หักออก” หรือค่าใช้จ่าย เป็นธรรมเนียมการเขียนงบการเงินที่ใช้กันทั่วไป
กำไรขั้นต้น vs กำไรสุทธิ vs กำไรจากการดำเนินงาน ต่างกันอย่างไร
ในงบกำไรขาดทุนมีกำไร 3 ระดับ แต่ละระดับหักค่าใช้จ่ายต่างกัน
ตารางเปรียบเทียบ 3 ประเภทกำไร
| ประเภท | สูตร | บอกอะไร |
|---|---|---|
| กำไรขั้นต้น | รายได้ – ต้นทุนขาย | ตัวสินค้าทำเงินได้แค่ไหน |
| กำไรจากการดำเนินงาน | กำไรขั้นต้น – ค่าใช้จ่ายบริหาร | ธุรกิจโดยรวมทำเงินได้แค่ไหน (ก่อนดอกเบี้ยและภาษี) |
| กำไรสุทธิ | รายได้ทั้งหมด – ค่าใช้จ่ายทั้งหมด – ภาษี | เงินที่เหลือจริงๆ สุดท้าย |
กำไรขั้นต้นสูงแต่กำไรสุทธิต่ำ อาจหมายความว่าค่าใช้จ่ายบริหารสูงเกินไป เช่น ค่าเช่าแพง พนักงานเยอะ หรือจ่ายดอกเบี้ยหนี้มาก
อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) คืออะไร
อัตรากำไรขั้นต้น คือ สัดส่วนของกำไรขั้นต้นเทียบกับรายได้ แสดงเป็นเปอร์เซ็นต์ ช่วยเปรียบเทียบประสิทธิภาพระหว่างช่วงเวลาหรือระหว่างธุรกิจได้
อัตรากำไรขั้นต้น (%) = (กำไรขั้นต้น ÷ รายได้จากการขาย) × 100
ตัวอย่าง: กำไรขั้นต้น 400,000 บาท รายได้ 1,000,000 บาท
อัตรากำไรขั้นต้น = (400,000 ÷ 1,000,000) × 100 = 40%
อัตรากำไรขั้นต้นที่ดี ควรเป็นเท่าไร
ไม่มีตัวเลขตายตัว ขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจ ค่าเฉลี่ยคร่าวๆ ตามอุตสาหกรรม
| ประเภทธุรกิจ | อัตรากำไรขั้นต้นโดยเฉลี่ย |
|---|---|
| ค้าปลีก (Retail) | 25-35% |
| อาหารและเครื่องดื่ม | 60-70% |
| ซอฟต์แวร์และเทคโนโลยี | 60-80% |
| ก่อสร้าง | 15-25% |
| ผลิตสินค้า (Manufacturing) | 25-40% |
| บริการวิชาชีพ (บัญชี กฎหมาย) | 50-70% |
ตัวเลขเหล่านี้เป็นค่าเฉลี่ยกว้างๆ ธุรกิจแต่ละรายอาจแตกต่างกันตามโมเดลธุรกิจและขนาดกิจการ สิ่งสำคัญคือต้องติดตามตัวเลขของตัวเองทุกเดือน เพื่อจับสัญญาณเร็วถ้ากำไรเริ่มลด
กำไรขั้นต้น ติดลบ หมายความว่าอย่างไร
กำไรขั้นต้นติดลบ แปลว่าต้นทุนขายสูงกว่ารายได้ พูดง่ายคือ “ขายเท่าไรก็ขาดทุน” ตัวอย่างเช่น รายได้จากการขาย 500,000 บาท แต่ต้นทุนขาย 600,000 บาท กำไรขั้นต้นจะติดลบ (100,000) บาท ไม่ว่าจะลดค่าใช้จ่ายบริหารอย่างไรก็ยังไม่พอ เพราะปัญหาอยู่ที่ตัวสินค้าเอง
สาเหตุที่พบบ่อย
- ตั้งราคาขายต่ำกว่าต้นทุนโดยไม่รู้ตัว (คำนวณต้นทุนไม่ครบ)
- ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งสูงขึ้นแต่ยังไม่ได้ปรับราคา
- ลดราคาล้างสต๊อกจนต่ำกว่าทุน
ถ้าเจอสถานการณ์นี้ ต้องแก้ที่ต้นทุนขายหรือราคาขายทันที ไม่ใช่ไปตัดค่าใช้จ่ายบริหาร
วิธีเพิ่มกำไรขั้นต้นสำหรับ SME
มี 2 แนวทางหลัก คือลดต้นทุนขายหรือปรับราคาขาย
ลดต้นทุนขาย
- เจรจาราคากับ supplier ใหม่ หรือซื้อล็อตใหญ่ขึ้นเพื่อรับส่วนลด
- ลดของเสียในสายการผลิต ปรับขั้นตอนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
- เปรียบเทียบราคา supplier หลายเจ้าอย่างสม่ำเสมอ
ปรับราคาขายอย่างมีกลยุทธ์
- ขึ้นราคาสินค้าที่ลูกค้ามี brand loyalty สูง ลูกค้ายอมจ่ายเพิ่มได้
- สร้าง bundle (ขายเป็นชุด) เพื่อเพิ่มมูลค่าเฉลี่ยต่อออเดอร์
- ตัดสินค้าที่ margin ต่ำออก เน้นสินค้าที่ทำกำไรสูง
ตัวช่วยจัดการบัญชี: ดูกำไรขั้นต้นแบบ Real-Time ด้วย PEAK
การรู้ตัวเลขกำไรขั้นต้นเร็วช่วยให้ตัดสินใจธุรกิจได้ทัน PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์มีฟีเจอร์ PEAK Board ที่แสดง Dashboard กำไรขั้นต้นแบบ Real-Time ไม่ต้องรอปิดงบสิ้นเดือน เจ้าของกิจการเปิดดูได้ทุกวันว่าสินค้าตัวไหนกำไรดี ตัวไหนกำไรหด พร้อมออกงบกำไรขาดทุนได้ทันทีผ่าน PEAK Account
สรุป: กำไรขั้นต้น ตัวเลขที่ SME ต้องรู้
กำไรขั้นต้นบอกว่าสินค้าของคุณทำเงินได้จริงแค่ไหน ก่อนหักค่าบริหาร ดอกเบี้ย และภาษี ใช้เป็นจุดเริ่มต้นวิเคราะห์ว่าธุรกิจมีปัญหาที่ “ตัวสินค้า” หรือที่ “ค่าบริหาร” แล้วแก้ได้ตรงจุด
- ดูจากงบกำไรขาดทุนบรรทัดที่ 3 (รายได้ – ต้นทุนขาย)
- ติดตามอัตรากำไรขั้นต้นทุกเดือน ถ้าลดลงต่อเนื่องต้องหาสาเหตุ
- ถ้าติดลบ ต้องแก้ที่ราคาขายหรือต้นทุน ไม่ใช่ตัดค่าบริหาร
คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับกำไรขั้นต้น
กำไรขั้นต้น ต่างจากกำไรสุทธิตรงไหน?
กำไรขั้นต้นหักแค่ต้นทุนขาย ส่วนกำไรสุทธิหักทุกอย่างรวมทั้งค่าบริหาร ดอกเบี้ย และภาษี กำไรขั้นต้นจึงเป็นตัวเลขที่สูงกว่าเสมอ ถ้ากำไรขั้นต้นสูงแต่กำไรสุทธิต่ำ แปลว่าต้องไปแก้ที่ค่าใช้จ่ายบริหาร
ธุรกิจบริการคำนวณต้นทุนขายอย่างไร?
ต้นทุนขายของธุรกิจบริการคือค่าแรงงานและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับงานบริการนั้น เช่น ร้านทำเว็บไซต์ต้นทุนคือค่าแรงโปรแกรมเมอร์และค่า hosting ไม่รวมค่าเช่าออฟฟิศหรือเงินเดือนฝ่ายบัญชี
ควรดูกำไรขั้นต้น บ่อยแค่ไหน?
อย่างน้อยเดือนละครั้ง แต่ถ้าใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์อย่าง PEAK ที่แสดง Dashboard แบบ Real-Time จะดูได้ทุกวัน ช่วยจับสัญญาณปัญหาได้เร็วกว่ารอปิดงบรายเดือน
กำไรขั้นต้นเท่ากัน แต่กำไรสุทธิต่างกันได้ไหม?
ได้ เพราะกำไรสุทธิขึ้นอยู่กับค่าใช้จ่ายบริหารด้วย สองบริษัทที่ขายสินค้าเหมือนกันอาจมีกำไรขั้นต้นเท่ากัน แต่บริษัทที่ค่าเช่าถูกกว่าจะมีกำไรสุทธิสูงกว่า
ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine
