จ้างทำบัญชี
Table of Contents

การตัดสินใจจ้างทำบัญชีเป็นก้าวสำคัญ แต่หลายคนไม่แน่ใจว่า “ฝั่งเรา” ต้องทำอะไรบ้าง ถ้าสงสัยว่าสำนักงานบัญชีคืออะไร ภาษีอะไรที่เกี่ยวข้อง และจะเลือกอย่างไร อ่านบทความแนะนำก่อนได้ ส่วนบทความนี้จะเจาะเรื่อง “หลังจ้างแล้ว” ทำงานร่วมกันยังไงให้ราบรื่น

จ้างทำบัญชีแล้ว ขั้นตอนแรกที่ต้องทำ

เมื่อเซ็นสัญญากับสำนักงานบัญชีแล้ว สิ่งแรกที่ต้องทำคือ “ส่งมอบข้อมูลพื้นฐาน” ให้ครบ เพื่อให้สำนักงานเริ่มงานได้ทันที

  • เอกสารจัดตั้ง: สำเนาหนังสือรับรองบริษัท, บอจ.5 (รายชื่อผู้ถือหุ้น), ใบจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ.20 (ถ้ามี)
  • ข้อมูลบัญชีธนาคาร: เลขบัญชี ชื่อบัญชี ธนาคาร ที่ใช้ในธุรกิจ
  • ข้อมูลพนักงาน: รายชื่อ เงินเดือน วันเริ่มงาน (ถ้ามีลูกจ้าง)
  • เอกสารย้อนหลัง: ถ้าเปลี่ยนจากสำนักงานเดิม ต้องขอสมุดบัญชี งบทดลอง และแบบภาษีที่ยื่นแล้วมาส่งต่อ

ตกลงกับสำนักงานให้ชัดว่า “เอกสารรายเดือนจะส่งภายในวันที่เท่าไร” เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายมี deadline ตรงกัน

เช็กลิสต์เอกสารที่ต้องส่งสำนักงานบัญชีทุกเดือน

เอกสารที่ต้องส่งทุกเดือนแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก แนะนำให้จัดใส่แฟ้มหรือ scan เก็บไว้ทุกสิ้นเดือน

เอกสารรายได้ (ฝั่งขาย)

  • ใบแจ้งหนี้ / ใบกำกับภาษีขาย ทุกใบที่ออกในเดือนนั้น
  • ใบเสร็จรับเงินที่ออกให้ลูกค้า
  • ยอดขายจาก Marketplace (เช่น Shopee, Lazada) ถ้ามี

เอกสารค่าใช้จ่าย (ฝั่งซื้อ)

  • ใบกำกับภาษีซื้อ / ใบเสร็จค่าใช้จ่ายทุกรายการ
  • ใบหัก ณ ที่จ่ายที่กิจการถูกหัก (50 ทวิ ที่ได้รับ)
  • ใบหัก ณ ที่จ่ายที่กิจการเป็นผู้หัก (50 ทวิ ที่ออกให้ผู้รับเงิน)
  • ค่าเช่า ค่าบริการ สัญญาที่มีผลกับค่าใช้จ่ายในเดือนนั้น

เอกสารธนาคารและเงินเดือน

  • Statement บัญชีธนาคารธุรกิจ (ครบทุกบัญชี)
  • สรุปเงินเดือนประจำเดือน (ถ้ามีพนักงาน): เงินเดือน, ค่าล่วงเวลา, ประกันสังคม, หัก ณ ที่จ่าย
  • สลิปเงินเดือนหรือรายงานจากระบบ Payroll

Tip: ถ้าใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์ที่เชื่อมกับธนาคารได้ เช่น PEAK จะลดขั้นตอนส่ง Statement ไปได้เลย เพราะข้อมูลเข้าระบบอัตโนมัติ

ปฏิทินงานบัญชี: เดือนไหนต้องส่งอะไรบ้าง

นอกจากเอกสารรายเดือน ยังมีงานประจำครึ่งปีและประจำปีที่ต้องไม่พลาด ตารางนี้ช่วยให้เห็นภาพรวมทั้งปี

ช่วงเวลางานที่ต้องทำกำหนด (e-Filing)ใครทำ
ทุกเดือนส่งเอกสารรายเดือนให้สำนักงานภายใน 5-7 วันหลังสิ้นเดือน (ตกลงกัน)เจ้าของกิจการ
ทุกเดือนยื่น ภ.ง.ด.1/3/53 + ภ.พ.30ภายในวันที่ 15 และ 23 ของเดือนถัดไปสำนักงานบัญชี
ทุกเดือนนำส่งเงินสมทบประกันสังคมภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปสำนักงาน/เจ้าของ
เดือน 8 (กรณีปีบัญชี ม.ค.-ธ.ค.)ยื่นภาษีนิติบุคคลครึ่งปี ภ.ง.ด.51ภายใน 2 เดือน 8 วันหลังครึ่งปีสำนักงานบัญชี
เดือน 5 (ปีถัดไป)ยื่นภาษีนิติบุคคลประจำปี ภ.ง.ด.50 + ยื่นงบ DBDภายใน 158 วันหลังปิดรอบบัญชีสำนักงานบัญชี
เดือน 3 (ปีถัดไป)ยื่นภาษีบุคคลธรรมดาเจ้าของกิจการ ภ.ง.ด.90/91ภายใน 8 เมษายน (e-Filing)สำนักงาน/เจ้าของ

(ข้อมูลกำหนดยื่นจากกรมสรรพากร — กรณียื่น e-Filing ซึ่งขยายเวลา 8 วันจากกำหนดปกติ)

เจ้าของกิจการไม่ต้องจำทุกวัน แค่ถามสำนักงานบัญชีว่า “เดือนหน้ามีอะไรต้องยื่นบ้าง” แล้วเตรียมเอกสารให้ทัน

Workflow ทำงานร่วมกับสำนักงานบัญชี

การทำงานร่วมกันที่ดีต้องมี flow ชัดว่า “ใคร → ทำอะไร → ส่งให้ใคร → เมื่อไหร่”

ขั้นตอนที่ 1: เจ้าของกิจการรวบรวมเอกสาร → จัดเรียงตามวันที่ แยกฝั่งขาย/ฝั่งซื้อ ส่งให้สำนักงานภายในวันที่ตกลงกัน (ปกติ 5-7 วันหลังสิ้นเดือน)

ขั้นตอนที่ 2: สำนักงานบัญชีบันทึกบัญชีและจัดทำแบบภาษี → บันทึกรายรับรายจ่าย กระทบยอดกับ Statement คำนวณภาษี จัดทำแบบยื่น

ขั้นตอนที่ 3: เจ้าของกิจการตรวจสอบก่อนยื่น → ก่อนสำนักงานยื่นภาษี ควรขอดูตัวเลขสรุปรายเดือน (หรือดูผ่านโปรแกรมบัญชี real-time) เช็กว่ายอดขายและค่าใช้จ่ายตรงกับความเป็นจริง

ขั้นตอนที่ 4: สำนักงานยื่นแบบภาษีและแจ้งผล → ยื่นแบบ ภ.ง.ด., ภ.พ.30, ประกันสังคม ตามกำหนด แล้วแจ้งเจ้าของกิจการว่ายื่นเรียบร้อย

ถ้าทั้งสองฝ่ายใช้โปรแกรมบัญชีเดียวกัน ขั้นตอนที่ 1-3 จะง่ายขึ้นมาก เพราะเจ้าของกิจการออกเอกสารในระบบ → สำนักงานเห็นทันที → ไม่ต้องส่งกระดาษ

5 สัญญาณ Red Flag ว่าสำนักงานบัญชีมีปัญหา

ถ้าเจออาการเหล่านี้ ควรพูดคุยกับสำนักงานโดยเร็ว

  1. ยื่นภาษีเลยกำหนดบ่อย — ถ้าเกิดขึ้นซ้ำ แปลว่าสำนักงานรับงานเกินกำลัง หรือไม่จัดลำดับงาน ผลคือกิจการอาจโดนเบี้ยปรับเงินเพิ่ม
  2. ติดต่อยากหรือตอบช้าเกินสัปดาห์ — เรื่องภาษีมักเร่งด่วน ถ้าติดต่อไม่ได้ในจังหวะสำคัญ อาจเสียโอกาสหรือเสียเงินโดยไม่จำเป็น
  3. ไม่เคยแจ้งสถานะหรือส่งรายงานให้ดู — สำนักงานที่ดีจะ update สถานะงานเป็นประจำ ถ้าต้องถามเองทุกครั้ง อาจเป็นสัญญาณว่าระบบงานภายในมีปัญหา
  4. ตัวเลขในงบไม่ตรงกับที่เจ้าของกิจการรู้ — เช่น ยอดขายในงบต่างจากที่คุณเห็นมาก อาจเกิดจากการบันทึกผิดหรือเอกสารตกหล่น
  5. ไม่ยอมให้ดูข้อมูลหรือเข้าระบบ — กิจการมีสิทธิ์ดูข้อมูลบัญชีของตัวเองทุกเมื่อ ถ้าสำนักงานปิดกั้น ควรตั้งคำถาม

ใช้โปรแกรมบัญชีทำงานร่วมกับสำนักงานบัญชี

วิธีที่ดีที่สุดในการลดปัญหาการส่งเอกสารและเพิ่มความโปร่งใสคือ ใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์ที่ทั้งเจ้าของกิจการและสำนักงานบัญชีเข้าถึงได้พร้อมกัน

ข้อดีของการทำงานบนระบบเดียวกัน:

  • เจ้าของกิจการออกใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ ใบกำกับภาษีในระบบ → สำนักงานเห็นทันที ไม่ต้องส่งกระดาษ
  • Statement ธนาคารเชื่อมเข้าระบบอัตโนมัติ → กระทบยอดง่าย
  • เจ้าของกิจการเปิดดูรายงานกำไรขาดทุน ยอดขาย ค่าใช้จ่ายได้เองตลอดเวลา ไม่ต้องรอรายงานสิ้นเดือน
  • ลดเอกสารหาย เพราะทุกอย่างเก็บไว้ในระบบ cloud

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์รองรับการทำงานร่วมกับสำนักงานบัญชีกว่า 1,800 แห่งทั่วประเทศ ถ้ากำลังมองหาสำนักงานบัญชีที่พร้อมใช้ระบบดิจิทัล ค้นหาสำนักงานบัญชีที่ใช้ PEAK ได้ที่นี่

สรุป

การจ้างทำบัญชีจะราบรื่นที่สุดเมื่อเจ้าของกิจการทำ 4 สิ่งนี้:

  1. ส่งเอกสารให้ครบและตรงเวลาทุกเดือน (ใช้เช็กลิสต์ด้านบนกันลืม)
  2. รู้ปฏิทินงานบัญชี เดือนไหนมีอะไรต้องยื่น ไม่ต้องจำทุกรายการ แค่ถามสำนักงานล่วงหน้า
  3. ตรวจสอบตัวเลขก่อนสำนักงานยื่นภาษี อย่าเซ็นรับโดยไม่ดู
  4. สังเกต red flags ตั้งแต่เนิ่นๆ แก้ปัญหาได้ก่อนลุกลาม

จัดการเอกสารบัญชีให้เป็นระบบด้วย PEAK

ไม่ว่าจะทำบัญชีเองหรือทำงานร่วมกับสำนักงานบัญชี PEAK ช่วยให้เจ้าของกิจการออกเอกสาร เชื่อมธนาคาร และดูรายงานได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ต้องรอรายงานสิ้นเดือน

ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน


คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับการจ้างทำบัญชี

ส่งเอกสารให้สำนักงานบัญชีช้า มีผลอะไรบ้าง

ถ้าส่งเอกสารช้าจนสำนักงานบันทึกบัญชีและยื่นภาษีไม่ทัน กิจการอาจถูกเรียกเก็บเบี้ยปรับและเงินเพิ่มจากกรมสรรพากร นอกจากนี้ตัวเลขในงบอาจไม่สะท้อนความเป็นจริง เพราะรายการตกหล่น

สำนักงานบัญชีต้องเก็บเอกสารให้กี่ปี

ตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 กิจการต้องเก็บเอกสารทางบัญชีไว้อย่างน้อย 5 ปี ควรตกลงกับสำนักงานบัญชีว่าใครเก็บต้นฉบับ ถ้าสำนักงานเก็บให้ ต้องแน่ใจว่าขอคืนได้เมื่อต้องการ

ใช้โปรแกรมบัญชีเองแล้ว ยังต้องจ้างสำนักงานบัญชีอีกไหม

ใช้ร่วมกันได้ เจ้าของกิจการใช้โปรแกรมบัญชีออกเอกสาร บันทึกรายวัน ดูรายงาน ส่วนสำนักงานบัญชีเข้ามาตรวจสอบ ปิดงบ และยื่นภาษีให้ วิธีนี้ประหยัดค่าบริการเพราะลดงานบันทึกรายวันของสำนักงาน

เจ้าของกิจการต้องเข้าใจบัญชีแค่ไหน ถึงจะทำงานร่วมกับสำนักงานได้ดี

ไม่ต้องเก่งบัญชี แค่รู้ 3 เรื่อง: (1) เอกสารอะไรต้องส่งบ้าง (ใช้เช็กลิสต์ด้านบน) (2) กิจการต้องยื่นภาษีอะไรบ้าง (ถามสำนักงานรอบแรกให้ list มาเลย) (3) ดูรายงานกำไรขาดทุนเป็น เพื่อเช็กว่าตัวเลขสมเหตุสมผล


ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine

PEAK โปรแกรมบัยชี ตัวช่วยผู้ประกอบการจัดการบัญชี