นักบัญชี
Table of Contents

คยสงสัยไหมว่านักบัญชีทำอะไรนอกจากลงตัวเลข แล้วตำแหน่งในสายงานบัญชีมีกี่ระดับ ต้องมีคุณสมบัติอะไรถึงจะเป็นได้ บทความนี้สรุปครบตั้งแต่หน้าที่ ตำแหน่งงานแต่ละระดับ คุณสมบัติตามกฎหมาย ไปจนถึงเส้นทางอาชีพที่ช่วยวางแผนอนาคตได้

นักบัญชี คืออะไร? ทำหน้าที่อะไรบ้าง?

นักบัญชี คือ ผู้เชี่ยวชาญที่ทำหน้าที่บันทึก จัดทำ และตรวจสอบข้อมูลทางการเงินของกิจการ เป้าหมายคือให้ธุรกิจเห็นภาพชัดว่ามีรายได้ ค่าใช้จ่าย สินทรัพย์ และหนี้สินเท่าไร เพื่อใช้ตัดสินใจทางธุรกิจและยื่นภาษีได้ถูกต้อง

ในประเทศไทย ผู้ทำบัญชีต้องขึ้นทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีสาขาบัญชี ตาม พ.ร.บ.การบัญชี 2543 งานบัญชีในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่แค่การลงบันทึกตัวเลข แต่ยังต้องวิเคราะห์ข้อมูลการเงิน วางแผนภาษี และใช้เทคโนโลยีอย่างซอฟต์แวร์บัญชีบน Cloud เพื่อทำงานให้เร็วและแม่นยำขึ้น

นักบัญชี vs ผู้ทำบัญชี vs ผู้สอบบัญชี (CPA) ต่างกันอย่างไร?

สามคำนี้มักถูกใช้สลับกัน แต่ทางกฎหมายและหน้าที่ต่างกันชัดเจน

เปรียบเทียบนักบัญชี (Accountant)ผู้ทำบัญชี (Bookkeeper)ผู้สอบบัญชี (CPA)
หน้าที่หลักบันทึก วิเคราะห์ จัดทำรายงานการเงินลงนามรับรองงบการเงินต่อ DBDตรวจสอบและรับรองงบการเงิน
ใบอนุญาตไม่จำเป็น (แต่ต้องจบบัญชี)ขึ้นทะเบียนกับ DBDสอบใบอนุญาตจากสภาวิชาชีพบัญชี (TFAC)
ทำงานให้ใครบริษัทที่ตัวเองสังกัด หรือสำนักงานบัญชีนิติบุคคลที่ตัวเองรับผิดชอบลูกค้าหลายราย (เป็นอิสระ)
CPDไม่บังคับ (แต่แนะนำ)บังคับ ≥ 12 ชม./ปีบังคับ ≥ 18 ชม./ปี

ตำแหน่งงานสายบัญชีมีอะไรบ้าง?

สายอาชีพบัญชีแบ่งเป็นหลายระดับ ตั้งแต่ปฏิบัติการไปจนถึงผู้บริหาร รวมถึงสายเฉพาะทาง

พนักงานบัญชี (Accounting Officer / Accounting Staff)

ตำแหน่งเริ่มต้นในสายงาน ทำหน้าที่บันทึกรายการซื้อขาย จัดทำเอกสาร ออกใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน และกระทบยอดบัญชีธนาคาร เหมาะกับผู้จบปริญญาตรีบัญชีใหม่หรือผู้มีประสบการณ์ 0–3 ปี

นักบัญชี (Accountant)

รับผิดชอบงานที่ซับซ้อนขึ้น เช่น จัดทำงบการเงินรายเดือนและรายปี จัดทำรายงานภาษี วิเคราะห์ต้นทุน และตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลทางการเงิน ต้องเข้าใจมาตรฐานการรายงานทางการเงิน (TFRS/NPAEs) เป็นอย่างดี

สมุห์บัญชี (Chief Accountant)

หัวหน้าทีมบัญชี ควบคุมดูแลการบันทึกบัญชีทั้งระบบและลงนามรับรองงบการเงิน ตาม พ.ร.บ.การบัญชี 2543 นิติบุคคลต้องมีผู้ทำบัญชีที่ขึ้นทะเบียนกับ DBD ในทางปฏิบัติมักเป็นสมุห์บัญชีที่ทำหน้าที่นี้

ผู้จัดการแผนกบัญชี (Accounting Manager)

ดูแลทีมงานทั้งแผนก วางระบบการทำงาน กำหนดนโยบายบัญชี และประสานงานกับผู้สอบบัญชีภายนอก ต้องมีทักษะบริหารจัดการคนและสื่อสารกับผู้บริหารระดับสูงได้

ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA — Certified Public Accountant)

สายเฉพาะทางที่ต้องสอบใบอนุญาตจาก TFAC ทำหน้าที่ตรวจสอบงบการเงินของบริษัทเพื่อรับรองว่าถูกต้องตามมาตรฐาน สามารถทำงานในสำนักงานสอบบัญชี (Audit Firm) หรือเป็นผู้สอบบัญชีอิสระก็ได้

ผู้ตรวจสอบภายใน (Internal Auditor)

ตรวจสอบระบบการควบคุมภายในขององค์กร ประเมินความเสี่ยง และเสนอแนวทางปรับปรุง ต่างจาก CPA ตรงที่ไม่ได้ตรวจเพื่อรับรองงบการเงิน แต่ทำเพื่อให้องค์กรมีระบบที่แข็งแกร่ง

ที่ปรึกษาด้านภาษีอากร (Tax Consultant)

ช่วยธุรกิจวางแผนภาษีให้ถูกต้องและประหยัดที่สุดตามกฎหมาย ต้องเชี่ยวชาญประมวลรัษฎากร ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และติดตามมาตรการภาษีใหม่จากกรมสรรพากร อย่างสม่ำเสมอ

CFO (Chief Financial Officer)

ตำแหน่งสูงสุดในสายการเงินและบัญชี รับผิดชอบกลยุทธ์ทางการเงินทั้งหมดขององค์กร ตั้งแต่ระดมทุน บริหารกระแสเงินสด ไปจนถึงวางแผนภาษีภาพรวม

คุณสมบัติและทักษะที่นักบัญชียุคใหม่ต้องมี

วุฒิการศึกษาและใบอนุญาต

ผู้ทำบัญชีตามกฎหมายต้องจบปริญญาตรีสาขาบัญชีขึ้นไป ขึ้นทะเบียนกับ DBD และอบรม CPD ปีละไม่ต่ำกว่า 12 ชั่วโมงตามเกณฑ์ TFAC ส่วนผู้ต้องการเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตต้องสอบ CPA เพิ่ม

Hard Skills ด้านบัญชีและเทคโนโลยี

นอกจากความรู้เรื่องมาตรฐานบัญชี (TFRS/NPAEs) และภาษีแล้ว ทักษะที่ตลาดงานต้องการมากขึ้นเรื่อย ๆ คือ Excel ขั้นสูง ซอฟต์แวร์บัญชีบน Cloud และเครื่องมือ AI ที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลการเงิน

Soft Skills ที่ทำให้ก้าวหน้า

ทักษะที่ทำให้โดดเด่นคือการสื่อสาร เพราะต้องอธิบายตัวเลขให้ผู้บริหารที่ไม่ใช่สายบัญชีเข้าใจได้ นอกจากนี้ยังต้องมีความละเอียดรอบคอบ ทำงานภายใต้กำหนดเวลา (โดยเฉพาะช่วงปิดงบและยื่นภาษี) และปรับตัวกับเทคโนโลยีใหม่ได้เร็ว

เส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพบัญชี (Career Path)

เส้นทางอาชีพแบ่งเป็น 3 ช่วงหลัก

ช่วงเริ่มต้น (0–3 ปี) — เริ่มจากพนักงานบัญชี เรียนรู้งานพื้นฐาน บันทึกรายการ จัดทำเอกสาร ช่วงนี้สำคัญที่สุดเพราะเป็นฐานที่จะต่อยอดทุกอย่าง

ช่วงกลาง (3–8 ปี) — ขึ้นเป็นนักบัญชีหรือสมุห์บัญชี เริ่มรับผิดชอบงบการเงิน วางแผนภาษี ดูแลทีม หรือแยกไปสายเฉพาะทาง เช่น ผู้ตรวจสอบภายใน ที่ปรึกษาภาษี หรือสอบ CPA

ช่วงอาวุโส (8+ ปี) — ขึ้นสู่ระดับผู้จัดการ ผู้อำนวยการ หรือ CFO บริหารกลยุทธ์การเงินทั้งองค์กร

สิ่งที่ช่วยเร่งความก้าวหน้าคือ ใบ CPA หรือ CMA ทักษะด้าน data analytics และประสบการณ์กับระบบบัญชีสมัยใหม่

เครื่องมือที่นักบัญชียุคใหม่ต้องใช้

เทคโนโลยีเปลี่ยนวิธีทำงานไปมาก เครื่องมือหลักที่ช่วยทำงานเร็วขึ้นและลดข้อผิดพลาด มีดังนี้

  • ซอฟต์แวร์บัญชี Cloud — ทำงานผ่านอินเทอร์เน็ตได้ทุกที่ ออกเอกสาร บันทึกบัญชี คำนวณภาษีอัตโนมัติ เช่น PEAK
  • ระบบ e-Tax Invoice — ออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ลดกระดาษ ส่งตรงถึงกรมสรรพากร
  • เครื่องมือ AI — ช่วยจัดหมวดหมู่รายจ่าย ตรวจจับความผิดปกติ แนะนำการวางแผนภาษี

สำหรับ SME การเลือกซอฟต์แวร์บัญชีที่ใช้งานง่ายและรองรับ e-Tax ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ให้นักบัญชีมีเวลาวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกมากขึ้นแทนที่จะเสียเวลากับงานซ้ำ

สรุป

สิ่งที่ควรลงมือทำหลังอ่านบทความนี้ มีดังนี้

  • เลือกสายที่สนใจ (สอบบัญชี / ที่ปรึกษาภาษี / บริหาร) แล้ววางแผน upskill ตามเส้นทาง
  • สมัครอบรม CPD หรือเตรียมสอบ CPA เพื่อสร้าง credential ที่ตลาดต้องการ
  • ฝึกใช้ซอฟต์แวร์บัญชี Cloud ให้คล่อง เพราะเป็นทักษะพื้นฐานที่ทุกตำแหน่งต้องมีในยุคนี้

ทดลองใช้ PEAK ฟรี

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยให้นักบัญชีทำงานเร็วขึ้น ตั้งแต่บันทึกรายการอัตโนมัติ ออก e-Tax Invoice จนถึงวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจ ทดลองใช้ PEAK ฟรี


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับนักบัญชี (FAQ)

ตำแหน่งบัญชี ภาษาอังกฤษ เรียกว่าอะไรบ้าง?

นักบัญชี ภาษาอังกฤษ คือ Accountant ตำแหน่งอื่นที่ใช้บ่อย ได้แก่ Accounting Officer (พนักงานบัญชี), Chief Accountant (สมุห์บัญชี), Accounting Manager (ผู้จัดการแผนกบัญชี), CPA (ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต), Internal Auditor (ผู้ตรวจสอบภายใน), Tax Consultant (ที่ปรึกษาภาษี) และ CFO (ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน)

ไม่ได้จบบัญชี ทำงานสายบัญชีได้ไหม?

ตำแหน่ง “ผู้ทำบัญชี” ที่ลงนามรับรองงบการเงินต้องจบปริญญาตรีบัญชีตามกฎหมาย แต่ตำแหน่งสนับสนุนอย่าง Accounting Clerk หรือ Data Entry ไม่จำกัดวุฒิ หากต้องการเปลี่ยนสายมาบัญชี สามารถเรียนปริญญาตรีภาคพิเศษหรือหลักสูตรเทียบโอนได้

Accounting Officer กับ Accountant ต่างกันอย่างไร?

Accounting Officer คือตำแหน่งระดับเริ่มต้น ทำงาน routine เช่น บันทึกรายการ ออกเอกสาร ส่วน Accountant คือตำแหน่งที่ต้องวิเคราะห์ จัดทำงบการเงิน และรายงานภาษี ต้องมีประสบการณ์และความรู้เชิงลึกมากกว่า

เรียนบัญชีจบแล้วทำงานอะไรได้บ้าง?

ไม่ได้จำกัดอยู่แค่นักบัญชีในบริษัท ยังสามารถเป็นผู้สอบบัญชี CPA ผู้ตรวจสอบภายใน ที่ปรึกษาภาษี นักวิเคราะห์การเงิน หรือเปิดสำนักงานบัญชีเป็นของตัวเองก็ได้ากต้องการเปลี่ยนสายมาบัญชี สามารถเรียนปริญญาตรีภาคพิเศษหรือหลักสูตรเทียบโอนได้


ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine

เริ่มต้นใช้งานโปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAK