Table of Contents

SME หลายรายมักเจอปัญหาเก็บเงินลูกค้าได้ช้า ทั้งที่ขายสินค้าหรือให้บริการไปแล้ว หรืออาจเก็บไม่ได้เลยก็มี โดยเฉพาะธุรกิจที่ให้เครดิตเทอม เสี่ยงที่บัญชีลูกหนี้จะกลายเป็นหนี้สูญ โดยในบทความนี้ จะพาคุณเข้าใจวิธีประเมินความเสี่ยงของบัญชีลูกหนี้ และการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ พร้อมเรียนรู้วิธีการติดตามหนี้ค้างชำระ ไม่ให้เป็นหนี้สูญไปเปล่า

บัญชีลูกหนี้คืออะไร

บัญชีลูกหนี้ (Accounts Receivable) คือสิทธิเรียกร้องเงินที่กิจการมีต่อลูกค้า เกิดจากการขายสินค้าหรือให้บริการเป็นเงินเชื่อ

สำหรับ SME การจัดการบัญชีลูกหนี้ให้เป็นระบบมีความสำคัญหลายด้าน ลูกหนี้ที่เก็บเงินได้ช้าจะกระทบกระแสเงินสด ทำให้กิจการขาดสภาพคล่อง หากไม่ติดตามลูกหนี้อย่างสม่ำเสมอ อาจกลายเป็นหนี้สูญซึ่งกระทบกำไรสุทธิโดยตรง

นอกจากนี้ การจัดการข้อมูลลูกหนี้ที่ถูกต้องยังช่วยให้เจ้าของกิจการวางแผนการเงินได้แม่นยำขึ้น


วิธีประเมินความเสี่ยงของลูกหนี้การค้า

การประเมินความเสี่ยงของลูกหนี้การค้าคือการวิเคราะห์ว่าลูกหนี้แต่ละรายมีโอกาสชำระเงินได้มากน้อยเพียงใด ยิ่งทำการประเมินบ่อย จะช่วยให้รู้ตัวเร็วขึ้น ว่าลูกหนี้รายไหนมีความเสี่ยงสูง

การวิเคราะห์อายุหนี้ค้างชำระ (Aging Analysis)

วิธีที่ SME ใช้กันมากที่สุด คือการแบ่งลูกหนี้ตามจำนวนวันที่ค้างชำระ ยิ่งหนี้ค้างนาน แปลว่ายิ่งมีความเสี่ยงสูง

ช่วงอายุหนี้ระดับความเสี่ยง
ยังไม่ถึงกำหนดต่ำ
ค้าง 1-30 วันต่ำ-ปานกลาง
ค้าง 31-60 วันปานกลาง
ค้าง 61-90 วันสูง
ค้างเกิน 90 วันสูงมาก

ลองนึกภาพว่าบริษัท ก จำกัด (ชื่อสมมุติ) เป็นธุรกิจขายวัสดุก่อสร้าง มีลูกหนี้รวม 1,000,000 บาท

เมื่อลองจัดกลุ่มตามอายุหนี้พบว่า หนี้การค้ากว่า 400,000 บาท ค้างเป็นเวลาเกิน 90 วัน แปลว่า 40% ของลูกหนี้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงมาก ต้องเร่งติดตามทันที

ดูพฤติกรรมการชำระเงินของลูกค้าแต่ละราย

การดูประวัติการชำระเงินของลูกค้าแต่ละรายช่วยให้ประเมินความเสี่ยงได้แม่นยำขึ้น ลูกค้าที่จ่ายตรงเวลาทุกครั้งมีความเสี่ยงต่ำ ส่วนลูกค้าที่จ่ายล่าช้าซ้ำหลายครั้ง กิจการอาจต้องพิจารณาปรับเงื่อนไขการชำระเงิน เช่น

  • ลดเครดิตจาก 60 วันเหลือ 30 วัน
  • เก็บเงินมัดจำก่อนส่งมอบสินค้า
  • กำหนดให้ชำระก่อนส่งมอบสินค้าหรือบริการ สำหรับลูกค้าความเสี่ยงสูง

ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญคืออะไร คำนวณอย่างไรให้ถูกต้อง

ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ คือจำนวนเงินที่กิจการประเมินไว้ว่าจะเก็บจากลูกหนี้ไม่ได้ โดยจะบันทึกเป็นรายจ่ายในงบกำไรขาดทุน และหักออกจากยอดลูกหนี้ในงบแสดงฐานะการเงิน เพื่อให้ตัวเลขสะท้อนมูลค่าที่จะได้รับจริง

การตั้งค่าเผื่อนี้เป็นหลักการบัญชีที่สำคัญตามมาตรฐาน NPAEs ซึ่ง SME ส่วนใหญ่ในไทยใช้มาตรฐานนี้

คำนวณแบบร้อยละของยอดขายเชื่อ

วิธีนี้เหมาะกับกิจการที่มียอดขายเชื่อค่อนข้างสม่ำเสมอ โดยกำหนดอัตราร้อยละจากประสบการณ์ในอดีต

ตัวอย่างเช่น บริษัท ข จำกัด (ชื่อสมมุติ) มียอดขายเชื่อทั้งปี 5,000,000 บาท จากข้อมูลย้อนหลัง 3 ปีพบว่าเก็บเงินไม่ได้เฉลี่ย 2%

ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ = 5,000,000 x 2% = 100,000 บาท

คำนวณแบบอายุหนี้ (Aging Method)

วิธีนี้จะแม่นยำกว่าวิธีอื่น เพราะการกำหนดอัตราแตกต่างกันตามอายุหนี้ ยิ่งหนี้ค้างนาน อัตราค่าเผื่อก็จะยิ่งสูงขึ้น

ลองดูตัวอย่างจากบริษัท ก จำกัด ที่มีลูกหนี้รวม 1,000,000 บาท

ช่วงอายุหนี้ยอดลูกหนี้ (บาท)อัตราค่าเผื่อค่าเผื่อหนี้สูญ (บาท)
ยังไม่ถึงกำหนด300,0001%300,000 x 1% = 3,000
ค้าง 1-30 วัน200,0003%200,000 x 3% = 6,000
ค้าง 31-60 วัน100,00010%100,000 x 10% = 10,000
ค้าง 61-90 วัน100,00030%100,000 x 30% = 30,000
ค้างเกิน 90 วัน300,00050%300,000 x 50% = 150,000
ยอดรวม1,000,000199,000

เห็นได้ว่าลูกหนี้ที่ค้างเกินกว่า 90 วัน แม้จะมียอดเพียงแค่ 300,000 บาท แต่เพราะความเสี่ยงที่จะเก็บไม่ได้สูงมาก การตั้งค่าเผื่อที่ 150,000 บาท จึงสมเหตุสมผล


สรุป : การจัดการบัญชีลูกหนี้ที่ดี เริ่มจากการประเมินความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ

การจัดการบัญชีลูกหนี้ไม่ใช่แค่การทวงเงิน แต่เริ่มจากการประเมินความเสี่ยงด้วย Aging Analysis และดูพฤติกรรมการชำระเงินของลูกค้า เพื่อการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญให้ถูกต้อง และใช้เครื่องมือที่ช่วยติดตามอย่างสม่ำเสมอ ยิ่งรู้เร็วว่ารายไหนเสี่ยง ยิ่งลดโอกาสที่หนี้จะกลายเป็นหนี้สูญ

จัดการบัญชีลูกหนี้ให้เป็นระบบด้วย PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยให้ SME บันทึกรายการขายเชื่อ ติดตามสถานะลูกหนี้ และดูรายงานลูกหนี้ค้างชำระได้ในที่เดียว ระบบเชื่อมต่อข้อมูลตั้งแต่ใบแจ้งหนี้ไปจนถึงการรับชำระเงิน ลดงานคีย์ซ้ำและลดข้อผิดพลาดจากการกระทบยอดด้วยมือ – ทดลองใช้ PEAK ฟรี


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบัญชีลูกหนี้

หนี้สงสัยจะสูญกับหนี้สูญต่างกันอย่างไร

หนี้สงสัยจะสูญคือหนี้ที่กิจการประมาณการว่ามีโอกาสเก็บไม่ได้ แต่ยังไม่แน่นอน 100% จึงบันทึกเป็นค่าเผื่อไว้ก่อน

ส่วนหนี้สูญคือหนี้ที่กิจการตัดสินใจแล้วว่าไม่สามารถเก็บได้จริง หลังจากติดตามทวงถามครบทุกขั้นตอนแล้ว กิจการจึงตัดจำหน่ายออกจากบัญชี

ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร การตัดหนี้สูญทางภาษีต้องมีหลักฐานการทวงถามและดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด

SME ควรทำ Aging Analysis บ่อยแค่ไหน

ทุกกิจการควรทำอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง แต่ถ้ากิจการมีลูกหนี้จำนวนมากหรือให้เครดิตเทอมยาว ควรทำทุกสัปดาห์

โดยเฉพาะช่วงปลายไตรมาสหรือก่อนปิดงบการเงิน การทำบ่อยช่วยให้เห็นปัญหาตั้งแต่เริ่มต้น ก่อนที่หนี้จะเลื่อนไปอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่สูงขึ้น

ธุรกิจขนาดเล็กที่มีลูกค้าไม่กี่ราย ต้องตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญด้วยหรือไม่

แม้กิจการจะมีลูกค้าน้อย แต่ถ้ามีการขายเชื่อก็ควรตั้งค่าเผื่อไว้ เพราะทำให้งบการเงินสะท้อนมูลค่าที่จะได้รับจริง

ในทางปฏิบัติ ถ้าลูกค้ามีไม่กี่รายอาจใช้วิธีประเมินเป็นรายลูกค้า (Specific Identification) แทนการใช้อัตราร้อยละ จะได้ตัวเลขแม่นยำกว่า


ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine

เริ่มต้นใช้งานโปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAK

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

งบทดลองต้องทำตอนไหน?


งบทดลองสามารถทำได้ตั้งแต่ก่อนปิดรอบบัญชีในแต่ละเดือนหรือปี หากทำเป็นประจำทุกเดือนก็จะช่วยให้สามารถดูสภาพการเงินของธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

งบทดลองต้องยื่นสรรพากรไหม?


งบทดลองไม่ต้องยื่นสรรพากร เพราะ เป็นประเภทรายงานการเงินทำกันภายใน เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของการบันทึกบัญชี