
สินทรัพย์ถาวร (Fixed Asset) คือทรัพย์สินที่ธุรกิจซื้อมาใช้งานนานเกิน 1 ปี เช่น เครื่องจักร อุปกรณ์สำนักงาน รถขนส่ง หรือซอฟต์แวร์ โดยสินทรัพย์ทุกประเภทมักมาพร้อมกับค่าเสื่อมราคา ที่หากขาดระบบจัดการสินทรัพย์ที่ดี ธุรกิจอาจทำต่อไปแบบไม่เต็มประสิทธิภาพ
บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจตั้งแต่ความหมาย ประเภท วิธีบริหาร ไปจนถึงเทคนิคใช้ค่าเสื่อมราคาลดภาษีที่ทำได้จริง
สินทรัพย์ถาวร (Fixed Asset) คืออะไร
สินทรัพย์ถาวร หมายถึง ทรัพย์สินที่กิจการถือไว้เพื่อใช้ในการผลิต ให้บริการ หรือบริหารงาน โดยคาดว่าจะใช้ประโยชน์ได้นานกว่า 1 รอบบัญชี
ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 16 (TAS 16) กิจการต้องวัดมูลค่าสินทรัพย์ได้อย่างน่าเชื่อถือ และคาดว่าจะก่อให้เกิดประโยชน์ในอนาคต
สิ่งที่ทำให้สินทรัพย์ถาวรต่างจากสินทรัพย์หมุนเวียนคือระยะเวลา สินทรัพย์หมุนเวียนเช่น เงินสด สินค้าคงเหลือ ลูกหนี้การค้า จะเปลี่ยนเป็นเงินได้ภายใน 1 ปี แต่สินทรัพย์ถาวรใช้งานนานกว่า และมูลค่าจะทยอยลดลงผ่านค่าเสื่อมราคาในแต่ละปี
สินทรัพย์ถาวรมีอะไรบ้าง ตัวอย่างที่ธุรกิจ B2B ใช้จริง
สินทรัพย์ถาวรแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ สินทรัพย์ที่จับต้องได้ (Tangible) และสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้ (Intangible) ทั้งสองกลุ่มมีผลต่อการบันทึกบัญชีและค่าเสื่อมราคาต่างกัน
สินทรัพย์ถาวรที่จับต้องได้
| ประเภท | ตัวอย่างในธุรกิจ B2B |
|---|---|
| เครื่องจักรและอุปกรณ์ | เครื่อง CNC, สายพานการผลิต, เครื่องพิมพ์อุตสาหกรรม |
| ยานพาหนะ | รถบรรทุกขนส่งสินค้า, รถตู้บริการลูกค้า |
| อาคารและสิ่งปลูกสร้าง | โรงงาน, คลังสินค้า, สำนักงาน |
| อุปกรณ์สำนักงาน | คอมพิวเตอร์, เครื่องถ่ายเอกสาร, เฟอร์นิเจอร์ |
สินทรัพย์ถาวรที่จับต้องไม่ได้
กลุ่มนี้ไม่มีตัวตนทางกายภาพ แต่มีมูลค่าทางธุรกิจ เช่น ลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า และสัมปทาน โดยสินทรัพย์กลุ่มนี้จะทยอยตัดจำหน่าย (Amortization) ตลอดอายุการใช้งาน คล้ายกับค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์ที่จับต้องได้
ทำไมธุรกิจ B2B ต้องบริหารสินทรัพย์ถาวร (Asset Management)
Asset Management หรือการบริหารสินทรัพย์ คือการดูแลสินทรัพย์ตลอดวงจรชีวิต ตั้งแต่จัดซื้อ ใช้งาน บำรุงรักษา ไปจนถึงจำหน่ายออก เพื่อการใช้งานให้เกิดความคุ้มค่าที่สุด และวางแผนงบลงทุนได้แม่นยำ
ธุรกิจ B2B ที่มีเครื่องจักรหรืออุปกรณ์จำนวนมากจะเห็นประโยชน์ชัดเจน เพราะสินทรัพย์ถาวรมักเป็นต้นทุนก้อนใหญ่ ถ้าบริหารดีจะช่วยลดค่าซ่อมบำรุง ยืดอายุเครื่อง และวางแผนภาษีได้ดีขึ้น
วงจรชีวิตสินทรัพย์ถาวรมี 4 ระยะ ได้แก่ จัดหา ใช้งานและบำรุงรักษา ประเมินมูลค่า และจำหน่ายออก ทุกระยะต้องบันทึกข้อมูลไว้ในทะเบียนสินทรัพย์ให้ครบ
ค่าเสื่อมราคากับการวางแผนภาษีสินทรัพย์ถาวร
ค่าเสื่อมราคา (Depreciation) คือการทยอยรับรู้ต้นทุนสินทรัพย์ถาวรเป็นค่าใช้จ่าย เพราะสินทรัพย์มีอายุจำกัด
วิธีนี้ทำให้งบกำไรขาดทุนสะท้อนต้นทุนจริงในแต่ละปี ที่สำคัญคือนำไปหักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ ยิ่งหักค่าเสื่อมราคาได้มาก กำไรสุทธิก็ยิ่งลดลง ส่งผลให้ภาษีที่ต้องจ่ายน้อยลงตามไปด้วย
วิธีคิดค่าเสื่อมราคาที่ SME ใช้บ่อยมี 3 แบบ ได้แก่ แบบเส้นตรง แบบยอดลดลง และแบบจำนวนหน่วยผลิต อ่านวิธีคำนวณแต่ละแบบได้ที่บทความค่าเสื่อมราคา
ค่าเสื่อมราคาพิเศษ หักได้มากกว่าปกติ
สิ่งที่ SME หลายรายไม่รู้คือ กรมสรรพากรเปิดให้หักค่าเสื่อมราคาเพิ่มพิเศษได้ในบางกรณี ตามพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 145 สินทรัพย์บางประเภทหักค่าเสื่อมราคาเบื้องต้นได้ตั้งแต่ปีแรก นอกเหนือจากค่าเสื่อมตามปกติ อาทิ
- เครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตสินค้า หักค่าเสื่อมราคาเบื้องต้นได้ 40% ของมูลค่าต้นทุน ในวันที่ได้สินทรัพย์มา
- คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์โปรแกรม หักค่าเสื่อมราคาได้ภายใน 3 ปี (แทนที่จะเป็น 5 ปี)
ตัวอย่างคำนวณ ค่าเสื่อมราคาเครื่องจักรกับผลต่อภาษี
สมมติ บริษัท พี.เอส. แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด (ชื่อสมมุติ) ซื้อเครื่อง CNC ราคา 500,000 บาท อายุใช้งาน 5 ปี ไม่มีมูลค่าซาก
กรณีหักค่าเสื่อมราคาปกติ (เส้นตรง)
ค่าเสื่อมราคาต่อปี 100,000 บาท (500,000 หารด้วย 5 ปี)
กรณีหักค่าเสื่อมราคาเบื้องต้นเพิ่ม 40% ในปีแรก
ปีแรก หักค่าเสื่อมเบื้องต้นได้ 200,000 บาท (40% ของ 500,000) บวกค่าเสื่อมปกติจากส่วนที่เหลือ 300,000 หารด้วย 5 ปี ได้ 60,000 บาท รวมปีแรกหักได้ 260,000 บาท
ถ้าบริษัทมีกำไรก่อนหักค่าเสื่อม 1,000,000 บาท และเสียภาษีนิติบุคคล 20% ค่าเสื่อมที่เพิ่มขึ้น 160,000 บาท จะช่วยลดภาษีได้ราว 32,000 บาทในปีนั้น
ทั้งนี้ ควรปรึกษาสำนักงานบัญชีเพื่อวางแผนให้เหมาะกับกิจการ เพราะเงื่อนไขมีรายละเอียดปลีกย่อยตามประเภทสินทรัพย์
ซ่อม ซื้อใหม่ หรือเช่า ตัดสินใจลงทุนสินทรัพย์ถาวรอย่างไร
เมื่อสินทรัพย์เริ่มเสื่อมสภาพ คำถามที่ SME เจอบ่อยคือควรซ่อม ซื้อใหม่ หรือเช่าแทน
แต่ละทางเลือกมีข้อดีข้อเสียต่างกัน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และงบประมาณของธุรกิจ ไม่มีคำตอบที่ถูกต้องเสมอ ต้องดูเป็นกรณี
| ทางเลือก | เหมาะเมื่อ | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
| ซ่อม | ค่าซ่อมต่ำกว่า 50% ของราคาซื้อใหม่ และเครื่องยังใช้ได้อีกหลายปี | ค่าซ่อมสะสมอาจสูงกว่าซื้อใหม่ในระยะยาว |
| ซื้อใหม่ | เครื่องเก่าล้าสมัย ค่าซ่อมบ่อย หรือต้องการกำลังผลิตเพิ่ม | ต้องมีเงินลงทุนก้อน แต่ได้สิทธิ์หักค่าเสื่อมราคา |
| เช่า (Lease) | ไม่ต้องการจมเงินก้อนใหญ่ หรือเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว | ไม่ได้เป็นเจ้าของ ค่าเช่าสะสมอาจแพงกว่าซื้อ |
เกณฑ์ง่ายๆ คือลองเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายทั้ง 3 ทาง ในกรอบเวลา 3-5 ปี ถ้าซื้อใหม่แล้วคืนทุนได้ภายใน 3 ปี การซื้อน่าจะคุ้มที่สุด โดยเฉพาะเมื่อรวมสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากค่าเสื่อมราคาเข้าไปด้วย
สรุป บริหารสินทรัพย์ถาวรดี ธุรกิจได้มากกว่าแค่ประหยัดภาษี
การบริหารสินทรัพย์ถาวรที่ดีไม่ใช่แค่เรื่องบัญชี แต่เป็นเครื่องมือวางแผนธุรกิจ ช่วยให้รู้ว่าเครื่องจักรตัวไหนคุ้มค่า ลดภาษีได้เท่าไร และเมื่อไรควรลงทุนเพิ่ม ธุรกิจที่จัดการสินทรัพย์เป็นระบบจะมองเห็นภาพรวมการเงินชัดเจนกว่า
พร้อมจัดการสินทรัพย์ถาวรให้เป็นระบบ
การบันทึกสินทรัพย์ถาวรด้วยมือหรือ Excel อาจทำให้ข้อมูลตกหล่นหรือคำนวณค่าเสื่อมราคาผิดพลาดได้ง่าย แต่หากเปลี่ยนมาใช้งาน PEAK ASSET ช่วยบันทึกทะเบียนสินทรัพย์ คำนวณค่าเสื่อมราคาอัตโนมัติ และออกรายงานการเงินได้ครบในที่เดียว ทดลองใช้ PEAK ฟรี
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสินทรัพย์ถาวร
สินทรัพย์ถาวรมีอะไรบ้าง
สินทรัพย์ถาวรที่พบบ่อยใน SME เช่น อาคาร ที่ดิน เครื่องจักร ยานพาหนะ คอมพิวเตอร์ และซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ โดยทั่วไปจะเป็นทรัพย์สินที่ใช้งานนานเกิน 1 ปี และมีมูลค่าสูงพอที่จะไม่ตัดเป็นค่าใช้จ่ายทีเดียว
ซื้อสินทรัพย์ถาวรแล้วนำไปลดภาษีได้อย่างไร
เมื่อซื้อสินทรัพย์ถาวรมาใช้ในกิจการ ธุรกิจสามารถทยอยหักค่าเสื่อมราคาเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ทุกปี ตลอดอายุการใช้งาน บางประเภทยังได้สิทธิ์หักค่าเสื่อมเบื้องต้นเพิ่มตามเงื่อนไขกรมสรรพากร ช่วยลดกำไรสุทธิที่ต้องเสียภาษีได้มากขึ้นในปีแรก
Fixed Asset Turnover คืออะไร ใช้วัดอะไร
Fixed Asset Turnover คืออัตราส่วนที่วัดว่าธุรกิจสร้างรายได้จากสินทรัพย์ถาวรได้ดีแค่ไหน คำนวณจากรายได้รวมหารด้วยสินทรัพย์ถาวรสุทธิ ค่ายิ่งสูงหมายความว่าใช้สินทรัพย์ถาวรสร้างรายได้ได้ดี อัตราส่วนนี้เป็นประโยชน์สำหรับธุรกิจ B2B ที่ลงทุนเครื่องจักรจำนวนมากมกับโปรโมชั่นที่พักได้ แต่บางโครงการไม่อนุญาต ควรรอประกาศเงื่อนไขฉบับสมบูรณ์จากกระทรวงฯ
ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine
