Table of Contents

ผู้ประกอบการ SME หลายคนเจอดอกเบี้ยทั้งฝั่งรับและฝั่งจ่าย แต่ยังไม่แน่ใจว่าต้องลงบัญชีอย่างไรและหักภาษีเท่าไหร่ โดยเฉพาะกรณีที่ให้กรรมการกู้ยืมเงิน ซึ่งสรรพากรมีเกณฑ์เฉพาะ บทความนี้อธิบายครบทุกมุม พร้อมตัวอย่าง Journal Entry ที่ใช้ได้ทันที

ดอกเบี้ย คืออะไร?

ดอกเบี้ย (Interest) คือ ค่าตอบแทนที่ผู้กู้จ่ายให้ผู้ให้กู้ เพื่อแลกกับสิทธิ์ในการใช้เงินของอีกฝ่ายหนึ่งในช่วงเวลาที่กำหนด คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของเงินต้น

พูดง่ายๆ คือ “ค่าเช่าเงิน” ยืมเงิน 100,000 บาท ดอกเบี้ย 5% ต่อปี เท่ากับต้องจ่ายค่าเช่าเงิน 5,000 บาทต่อปี

องค์ประกอบหลักมี 3 ส่วน

  • เงินต้น (Principal) จำนวนเงินที่กู้ยืม
  • อัตรา (Interest Rate) เปอร์เซ็นต์ที่ตกลงกัน
  • ระยะเวลา (Period) ช่วงที่ใช้เงิน

ดอกเบี้ยมีกี่ประเภท?

ก่อนลงลึกเรื่องบัญชีและภาษี มาทำความเข้าใจประเภทดอกเบี้ยหลักๆ ที่ SME จะเจอบ่อย

ประเภทวิธีคิดเหมาะกับ
ดอกเบี้ยแบบง่าย (Simple Interest)คิดจากเงินต้นอย่างเดียวเงินกู้ระยะสั้น, ตั๋วสัญญาใช้เงิน
ดอกเบี้ยทบต้น (Compound Interest)คิดจากเงินต้น + ดอกเบี้ยสะสมเงินฝากธนาคาร, สินเชื่อระยะยาว
ดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate)อัตราเท่าเดิมตลอดสัญญาสินเชื่อ SME ที่ต้องการยอดผ่อนคงที่
ดอกเบี้ยลอยตัว (Floating Rate)ผันตามอัตราอ้างอิง เช่น MRRสินเชื่อธนาคารระยะยาว

ดอกเบี้ยแบบง่าย (Simple Interest) คำนวณอย่างไร?

สูตรคือ เงินต้น คูณอัตราดอกเบี้ยต่อปี คูณระยะเวลา (ปี) ตัวอย่างเช่น

รายการวิธีคำนวณจำนวนเงิน
เงินต้น—500,000 บาท
อัตราดอกเบี้ย6% ต่อปี—
ระยะเวลา1 ปี—
ดอกเบี้ย500,000 × 6% × 130,000 บาท

ดอกเบี้ยทบต้น (Compound Interest) ต่างกันอย่างไร?

แบบทบต้นคิดจาก “เงินต้น + ผลตอบแทนที่สะสมไว้” ทำให้ยอดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละงวด ยิ่งฝากนานยิ่งได้ผลตอบแทนมาก แต่ถ้าเป็นฝั่งผู้กู้ก็หมายความว่ายิ่งจ่ายช้ายิ่งจ่ายแพง


ดอกเบี้ยรับ คืออะไร? บันทึกบัญชีอย่างไร?

เงินที่กิจการได้จากการให้คนอื่นใช้เงินของเรา เช่น ผลตอบแทนจากเงินฝากธนาคาร หรือจากการให้กู้ยืม ถือเป็น “รายได้อื่น” ในงบกำไรขาดทุน ตามมาตรฐาน NPAEs (มาตรฐานบัญชีสำหรับ SME ทั่วไป)

รายได้ส่วนนี้จัดเป็นเงินได้ประเภทที่ 4 ตามประมวลรัษฎากร ผู้จ่ายจึงต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ก่อนจ่ายเงินให้เรา (ข้อมูลจากกรมสรรพากร)

ตัวอย่างบันทึกบัญชีดอกเบี้ยรับ

สมมุติบริษัท ก จำกัด (ชื่อสมมุติ) ได้รับดอกเบี้ยเงินฝากจากธนาคาร 10,000 บาท ธนาคารหัก ณ ที่จ่าย 1% ไว้ 100 บาท ได้รับเงินจริง 9,900 บาท

รายการDr (เดบิต)Cr (เครดิต)
เงินฝากธนาคาร9,900—
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ลูกหนี้กรมสรรพากร)100—
ดอกเบี้ยรับ—10,000

เดบิตเงินฝากธนาคาร (เงินที่ได้จริง) และภาษีหัก ณ ที่จ่าย (เงินที่โดนหักไว้ เอาไปเครดิตภาษีตอนยื่นปลายปีได้) เครดิตดอกเบี้ยรับ (รายได้เต็มจำนวน)

ดอกเบี้ยจ่าย คืออะไร? หักเป็นค่าใช้จ่ายได้ไหม?

คือเงินที่กิจการจ่ายให้ผู้ให้กู้เป็นค่าตอบแทนการใช้เงิน เช่น ต้นทุนสินเชื่อธนาคาร หรือค่าเบิกเกินบัญชี (OD) ถือเป็น “ค่าใช้จ่ายทางการเงิน” ในงบกำไรขาดทุน

ต้นทุนทางการเงินที่เกิดจากการกู้ยืมเพื่อใช้ในกิจการ สามารถหักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ เพราะไม่เข้าข่ายรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร (ข้อมูลจากกรมสรรพากร)

ตัวอย่างบันทึกบัญชีดอกเบี้ยจ่าย

บริษัท ข จำกัด (ชื่อสมมุติ) จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ให้ธนาคาร 20,000 บาท

รายการDr (เดบิต)Cr (เครดิต)
ดอกเบี้ยจ่าย20,000—
เงินฝากธนาคาร—20,000

กรณีนี้ไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย เพราะธนาคารพาณิชย์ได้รับยกเว้นการถูกหักภาษีดอกเบี้ย (ข้อมูลจากกรมสรรพากร)

หัก ณ ที่จ่ายดอกเบี้ย อัตราเท่าไหร่? ใครต้องหัก?

เมื่อกิจการจ่ายค่าตอบแทนการกู้ยืมให้ใคร ต้องดูว่าผู้รับเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล เพราะอัตราหักภาษีต่างกัน

ผู้รับดอกเบี้ยอัตราหัก ณ ที่จ่ายแบบที่ใช้ยื่นหมายเหตุ
นิติบุคคล1%ภ.ง.ด.53 (แบบยื่นภาษีที่หักจากบริษัท)ยกเว้นธนาคารพาณิชย์ ไม่ต้องหัก
บุคคลธรรมดา15%ภ.ง.ด.2 (แบบยื่นภาษีที่หักจากดอกเบี้ย)ดอกเบี้ยเงินฝาก 20,000 บาทแรก/ปี ยกเว้น

(ข้อมูลจากประมวลรัษฎากร มาตรา 3 เตรส และมาตรา 50(2))

ข้อควรระวัง ถ้าจ่ายให้บริษัทที่ไม่ใช่ธนาคาร เช่น บริษัทในเครือให้กู้ยืมกัน ต้องหัก 1% ทุกครั้ง ถ้าลืมหัก กิจการผู้จ่ายต้องรับผิดชอบภาษีส่วนนั้นเอง พร้อมเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน


ดอกเบี้ยเงินกู้กรรมการ สรรพากรมีกฎอะไรบ้าง?

กรณีที่บริษัทให้กรรมการกู้ยืมเงิน สรรพากรกำหนดว่าต้องคิดค่าตอบแทนในอัตราไม่ต่ำกว่าตลาด ถ้าไม่คิดหรือคิดต่ำเกินไป สรรพากรมีอำนาจประเมินรายได้เพิ่มให้บริษัท และเรียกเก็บภาษีจากส่วนที่ควรจะได้รับ (ข้อมูลจากคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528)

ทำไมบริษัทต้องคิดดอกเบี้ยจากกรรมการ?

เหตุผลหลักคือป้องกันการถ่ายโอนผลประโยชน์ ถ้าบริษัทมีกำไรแล้วให้กรรมการกู้ไปใช้ส่วนตัวโดยไม่คิดดอกเบี้ย เท่ากับกรรมการได้ประโยชน์จากเงินบริษัทโดยไม่มีค่าตอบแทน สรรพากรจึงมองว่าบริษัทสูญเสียรายได้ที่ควรจะได้

อัตราดอกเบี้ยที่สรรพากรยอมรับ คือเท่าไหร่?

สรรพากรใช้หลักการ “ไม่ต่ำกว่าอัตราตลาด” โดยอ้างอิงจาก

  • อัตราดอกเบี้ยที่บริษัทกู้มาจริง เช่น กู้ธนาคารมา 7% ก็ต้องคิดจากกรรมการไม่ต่ำกว่า 7%
  • ถ้าใช้เงินทุนของบริษัทเอง ใช้อัตราเงินฝากประจำหรืออัตราอ้างอิง เช่น MLR ของธนาคารพาณิชย์ (ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย)

ตัวอย่าง: บริษัทให้กรรมการกู้ บันทึกบัญชีอย่างไร?

บริษัท ค จำกัด (ชื่อสมมุติ) ให้กรรมการกู้ยืม 500,000 บาท คิดดอกเบี้ย 5% ต่อปี ครบ 1 ปี ดอกเบี้ย 25,000 บาท กรรมการจ่ายดอกเบี้ยคืน โดยบริษัทต้องหัก ณ ที่จ่าย 15% (กรรมการเป็นบุคคลธรรมดา)

ขั้นที่ 1 — คำนวณดอกเบี้ยและภาษี

รายการวิธีคำนวณจำนวนเงิน
ดอกเบี้ยรับ500,000 × 5% × 1 ปี25,000 บาท
หัก ณ ที่จ่าย 15%25,000 × 15%3,750 บาท
เงินสดรับจริง25,000 – 3,75021,250 บาท

ขั้นที่ 2 — บันทึกบัญชี

รายการDr (เดบิต)Cr (เครดิต)
เงินสด21,250—
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ลูกหนี้กรมสรรพากร)3,750—
ดอกเบี้ยรับ—25,000

บริษัทบันทึกดอกเบี้ยรับ 25,000 บาท เป็นรายได้เต็มจำนวน ส่วนภาษี 3,750 บาทนำไปเครดิตภาษีตอนยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 (แบบยื่นภาษีนิติบุคคลประจำปี) ได้


สรุป – ดอกเบี้ยรับ vs ดอกเบี้ยจ่าย เปรียบเทียบให้เห็นภาพ

หัวข้อดอกเบี้ยรับดอกเบี้ยจ่าย
ความหมายเงินที่กิจการได้จากการให้กู้/ฝากเงินเงินที่กิจการจ่ายเป็นค่ากู้ยืม
ประเภทในบัญชีรายได้อื่น (Other Income)ค่าใช้จ่ายทางการเงิน (Finance Cost)
ผลทางภาษีเป็นรายได้ ต้องเสียภาษีเป็นค่าใช้จ่าย หักภาษีได้
ถูกหัก ณ ที่จ่ายถูกหัก 1% (นิติบุคคล) หรือ 15% (บุคคลธรรมดา)ผู้จ่ายเป็นคนหัก

สิ่งที่ SME ควรทำคือ ตรวจสอบว่าบันทึกดอกเบี้ยถูกฝั่งหรือไม่ (รายได้ vs ค่าใช้จ่าย) หักภาษีครบหรือไม่ และถ้ามีเงินกู้กรรมการ ต้องคิดดอกเบี้ยตามเกณฑ์สรรพากร

จัดการบัญชีดอกเบี้ยให้เป็นระบบด้วย PEAK

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยให้คุณบันทึกรายการฝั่งรับ-จ่ายได้ถูกต้องตามมาตรฐาน คำนวณภาษีอัตโนมัติผ่าน PEAK Tax และออกหนังสือรับรอง 50 ทวิ ได้ทันที ลดงานซ้ำ ลดข้อผิดพลาด ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน


คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับดอกเบี้ย

ไม่คิดดอกเบี้ยเงินกู้กรรมการ มีผลอย่างไร?

สรรพากรมีอำนาจประเมินรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มให้บริษัท ทำให้บริษัทต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากดอกเบี้ยที่ “ควรจะได้รับ” แม้จะไม่ได้เก็บจริง พร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มอีกด้วย วิธีป้องกันคือทำสัญญาเงินกู้ให้ชัดเจนและคิดดอกเบี้ยตามอัตราตลาด

ดอกเบี้ยค้างรับ vs ดอกเบี้ยค้างจ่าย ต่างกันอย่างไร?

ดอกเบี้ยค้างรับ (Accrued Interest Receivable) คือดอกเบี้ยที่กิจการมีสิทธิ์ได้รับแล้วแต่ยังไม่ได้เงิน ส่วนดอกเบี้ยค้างจ่าย (Accrued Interest Payable) คือดอกเบี้ยที่กิจการต้องจ่ายแล้วแต่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ ทั้งคู่เป็นรายการปรับปรุง ณ วันสิ้นงวดเพื่อให้งบการเงินแสดงตัวเลขตรงกับความเป็นจริง

ดอกเบี้ยจ่ายกรณีไหนหักค่าใช้จ่ายไม่ได้?

ดอกเบี้ยที่กู้มาเพื่อใช้ส่วนตัวของกรรมการ ไม่เกี่ยวกับกิจการ จะถือเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี และหักค่าใช้จ่ายไม่ได้ ดอกเบี้ยจะหักได้ต่อเมื่อเป็นการกู้ยืมเพื่อใช้ในการดำเนินกิจการเท่านั้น (ข้อมูลจากกรมสรรพากร)

บริษัทจ่ายดอกเบี้ยให้บริษัทในเครือ ต้องหัก ณ ที่จ่ายไหม?

ต้องหัก 1% ทุกครั้ง เนื่องจากสิทธิ์ยกเว้นการถูกหักภาษีดอกเบี้ยเป็นของธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเท่านั้น บริษัทในเครือที่ให้กู้ยืมกันไม่ได้รับยกเว้น ผู้จ่ายต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.53 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดจากเดือนที่จ่าย


ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine

โปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAK ช่วยให้การทำบัญชีของธุรกิจเป็นเรื่องง่าย