
ใกล้ถึงวันปิดงบ แต่ตัวเลขในบัญชียังไม่ตรงกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ส่งมอบงานให้ลูกค้าองค์กรไปแล้วแต่ยังไม่ได้วางบิล หรือรับบริการจากคู่ค้าแล้วแต่ invoice ยังไม่มา สถานการณ์แบบนี้เกิดบ่อยกว่าที่หลายคนคิด โดยเฉพาะธุรกิจ B2B
รายการปรับปรุงบัญชี (Adjusting Entries) คือรายการบันทึกบัญชีที่ทำขึ้น ณ วันสิ้นงวด เพื่อให้งบการเงินสะท้อนรายได้และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง ตามหลักเกณฑ์คงค้าง (Accrual Basis) บทความนี้จะพาดูรายการปรับปรุงทั้ง 6 ประเภท พร้อมตัวอย่าง B2B จริง และขั้นตอนก่อนปิดงบ
รายการปรับปรุงบัญชีคืออะไร
รายการปรับปรุงบัญชี คือรายการที่นักบัญชีบันทึกเพิ่มเติม ณ วันสิ้นงวดบัญชี เพื่อปรับปรุงยอดคงเหลือให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์คงค้าง พูดง่าย ๆ คือ บันทึกรายได้เมื่อเกิดสิทธิ และบันทึกค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดภาระ ไม่ใช่รอจนเงินเข้าออกจริงค่อยบันทึก
ทำไมต้องทำรายการปรับปรุง ณ วันสิ้นงวด
ธุรกิจที่ใช้เกณฑ์คงค้าง ต้องรับรู้รายได้เมื่อเกิดสิทธิ และรับรู้ค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดภาระ ไม่ใช่เมื่อเงินเปลี่ยนมือ เช่น บริษัทส่งมอบงานให้ลูกค้าในเดือนธันวาคม แต่ลูกค้าจ่ายเงินเดือนมกราคม รายได้นั้นต้องบันทึกในงวดเดือนธันวาคม ถ้าไม่ปรับปรุง งบการเงินจะแสดงกำไรขาดทุนผิดจากความเป็นจริง
ผลกระทบหากไม่ทำรายการปรับปรุง
ถ้าข้ามขั้นตอนนี้ไป งบกำไรขาดทุนจะแสดงตัวเลขต่ำหรือสูงกว่าความจริง งบแสดงฐานะการเงินจะแสดงสินทรัพย์หรือหนี้สินไม่ครบ ผลที่ตามมาคือคำนวณภาษีผิดพลาด และอาจทำให้ผู้สอบบัญชีตั้งข้อสังเกตได้
รายการปรับปรุงบัญชี 6 ประเภทหลัก
รายการปรับปรุงบัญชีแบ่งออกเป็น 6 ประเภทหลัก ได้แก่ รายได้ค้างรับ ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย รายได้รับล่วงหน้า ค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า ค่าเสื่อมราคา และค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ แต่ละประเภทเกิดจากสถานการณ์ที่ต่างกัน
1. รายได้ค้างรับ (Accrued Revenue)
รายได้ที่ธุรกิจมีสิทธิรับแล้ว เพราะส่งมอบสินค้าหรือบริการแล้ว แต่ยังไม่ได้วางบิลหรือรับเงิน สถานการณ์นี้เกิดบ่อยในธุรกิจ B2B ที่มีเงื่อนไขเครดิต เช่น ที่ปรึกษาส่งมอบรายงานให้ลูกค้าองค์กรแล้ว แต่รอบวางบิลเป็นเดือนถัดไป
2. ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย (Accrued Expenses)
ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นแล้วแต่ยังไม่ได้จ่ายเงิน และยังไม่ได้รับ invoice จากผู้ให้บริการ เช่น ค่าไฟฟ้าเดือนธันวาคมที่บิลมาเดือนมกราคม หรือค่าบริการจากคู่ค้าที่ส่งมอบงานแล้วแต่ยังไม่ออก invoice
3. รายได้รับล่วงหน้า (Deferred Revenue)
เงินที่ลูกค้าจ่ายมาแล้ว ก่อนที่ธุรกิจจะส่งมอบสินค้าหรือบริการครบ เช่น ลูกค้าจ่ายค่าบริการรายปีมาทั้งก้อน ธุรกิจต้องทยอยรับรู้รายได้เป็นรายเดือน ส่วนที่ยังไม่ได้ให้บริการถือเป็นหนี้สิน หากต้องการดูวิธีตั้งค่าการทยอยรับรู้รายได้รายเดือนใน PEAK สามารถดูได้ที่คู่มือ PEAK
4. ค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า (Prepaid Expenses)
ค่าใช้จ่ายที่ธุรกิจจ่ายไปแล้วล่วงหน้า แต่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ครบ เช่น เบี้ยประกันภัยจ่ายล่วงหน้า 1 ปี หรือค่าเช่าสำนักงานจ่ายล่วงหน้า 6 เดือน ต้องทยอยบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายตามงวดที่ได้รับประโยชน์จริง
5. ค่าเสื่อมราคา (Depreciation)
สินทรัพย์ถาวร เช่น อุปกรณ์สำนักงาน คอมพิวเตอร์ เครื่องจักร ต้องทยอยบันทึกค่าเสื่อมราคาทุกงวด วิธีที่นิยมคือวิธีเส้นตรง โดยหารมูลค่าสินทรัพย์ด้วยอายุการใช้งาน
6. ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ (Allowance for Doubtful Accounts)
ลูกหนี้การค้าบางรายอาจจ่ายเงินไม่ครบ ธุรกิจต้องประมาณการจำนวนที่อาจเก็บไม่ได้ แล้วบันทึกเป็นค่าเผื่อ เพื่อให้ยอดลูกหนี้ในงบแสดงฐานะการเงินสะท้อนมูลค่าที่คาดว่าจะเก็บได้จริง สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถอ่านได้ที่คู่มือค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ
ตัวอย่างรายการปรับปรุงบัญชีจากธุรกรรม B2B จริง
หลายบทความอธิบายรายการปรับปรุงบัญชีด้วยตัวอย่างจาก textbook ที่เรียนในมหาวิทยาลัย แต่ในทางปฏิบัติ ธุรกรรมระหว่างธุรกิจ (B2B) มีรายละเอียดที่ซับซ้อนกว่า ต่อไปนี้คือ 4 กรณีที่พบบ่อย พร้อมการบันทึกบัญชี
Case 1 – รายได้ค้างรับจากลูกค้าองค์กร
บริษัท ก จำกัด (ชื่อสมมุติ) รับงานที่ปรึกษาให้ลูกค้าองค์กร ส่งมอบรายงานเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม มูลค่า 200,000 บาท แต่กำหนดวางบิลคือวันที่ 5 มกราคมปีถัดไป
ณ วันที่ 31 ธันวาคม ต้องปรับปรุงรายการดังนี้
| รายการ | เดบิต | เครดิต |
|---|---|---|
| รายได้ค้างรับ (ลูกหนี้ค้างรับ) | 200,000 | – |
| รายได้ค่าบริการ | – | 200,000 |
เหตุผล – บริษัท ก ส่งมอบงานแล้ว จึงมีสิทธิรับรู้รายได้ในงวดเดือนธันวาคม แม้ยังไม่ได้วางบิล
Case 2 – ค่าใช้จ่ายค้างจ่ายจากคู่ค้า
บริษัท ข จำกัด (ชื่อสมมุติ) ใช้บริการขนส่งจากคู่ค้าตลอดเดือนธันวาคม ค่าบริการประมาณ 85,000 บาท แต่คู่ค้ายังไม่ส่ง invoice มาจนถึงวันปิดงบ
ณ วันที่ 31 ธันวาคม ต้องปรับปรุงรายการดังนี้
| รายการ | เดบิต | เครดิต |
|---|---|---|
| ค่าขนส่ง | 85,000 | – |
| ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย (เจ้าหนี้ค้างจ่าย) | – | 85,000 |
เหตุผล – ค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นแล้วในเดือนธันวาคม ต้องบันทึกในงวดนั้น แม้ยังไม่ได้รับ invoice
Case 3 – รายได้รับล่วงหน้าจากสัญญาบริการรายปี
บริษัท ค จำกัด (ชื่อสมมุติ) ขายบริการ Software as a Service (SaaS) ให้ลูกค้าองค์กร รับเงินค่าบริการรายปี 120,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม
ณ วันที่ 31 ธันวาคม ผ่านมา 3 เดือน จาก 12 เดือน จึงรับรู้รายได้ได้ 30,000 บาท
| รายการ | เดบิต | เครดิต |
|---|---|---|
| รายได้รับล่วงหน้า | 30,000 | – |
| รายได้ค่าบริการ | – | 30,000 |
เหตุผล – ทยอยรับรู้รายได้ตามสัดส่วนเวลาที่ให้บริการจริง (3 เดือน จาก 12 เดือน คิดเป็น 30,000 บาท)
Case 4 – ค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า
บริษัท ง จำกัด (ชื่อสมมุติ) จ่ายค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย 1 ปี จำนวน 24,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม
ณ วันที่ 31 ธันวาคม ผ่านมา 6 เดือน จึงบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายได้ 12,000 บาท
| รายการ | เดบิต | เครดิต |
|---|---|---|
| ค่าเบี้ยประกันภัย | 12,000 | – |
| ค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า (เบี้ยประกัน) | – | 12,000 |
เหตุผล – ปันส่วนค่าใช้จ่ายตามระยะเวลาที่ได้รับความคุ้มครองจริง (6 เดือน จาก 12 เดือน)
ขั้นตอนการทำรายการปรับปรุงบัญชีก่อนปิดงบ
หลายธุรกิจทำรายการปรับปรุงแบบนึกอะไรได้ก็บันทึก ซึ่งอาจทำให้ตกหล่นรายการสำคัญ ลำดับขั้นตอนต่อไปนี้ช่วยให้ทำได้ครบและเป็นระบบ
Step 1 – รวบรวมข้อมูลรายการค้างรับและค้างจ่าย
เริ่มจากตรวจสอบว่ามีงานที่ส่งมอบแล้วแต่ยังไม่ได้วางบิลหรือไม่ และมีบริการที่รับแล้วแต่ยังไม่ได้รับ invoice จากคู่ค้าหรือไม่ ขั้นตอนนี้สำคัญที่สุดเพราะรายการค้างรับค้างจ่ายเป็นรายการที่ตกหล่นบ่อยที่สุด
Step 2 – ตรวจสอบรายการจ่ายล่วงหน้าและรับล่วงหน้า
ดูว่ามีค่าใช้จ่ายที่จ่ายไปแล้วแต่ยังใช้ประโยชน์ไม่ครบ เช่น เบี้ยประกัน ค่าเช่า และมีรายได้ที่รับเงินมาแล้วแต่ยังให้บริการไม่ครบ เช่น สัญญาบริการรายปี คำนวณจำนวนเดือนที่ผ่านไปเพื่อปันส่วนให้ถูกงวด
Step 3 – คำนวณค่าเสื่อมราคาและค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ
ค่าเสื่อมราคาคำนวณจากทะเบียนสินทรัพย์ถาวร ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญคำนวณจากอายุลูกหนี้ที่ค้างชำระ ทั้งสองรายการควรคำนวณตามนโยบายบัญชีที่บริษัทกำหนดไว้
Step 4 – บันทึกรายการปรับปรุงในสมุดรายวันทั่วไป
บันทึกทุกรายการปรับปรุงที่คำนวณได้จาก Step 1-3 ลงในสมุดรายวันทั่วไป (General Journal) แต่ละรายการต้องระบุคำอธิบายสั้น ๆ ว่าปรับปรุงเรื่องอะไร เพื่อให้ผู้ตรวจสอบเข้าใจเหตุผล
Step 5 – ตรวจทานและกระทบยอดก่อนปิดงบ
หลังบันทึกรายการปรับปรุงทั้งหมดแล้ว ให้ออกงบทดลองหลังปรับปรุง (Adjusted Trial Balance) ตรวจสอบว่ายอดเดบิตและเครดิตเท่ากัน จากนั้นกระทบยอดกับเอกสารประกอบ เช่น statement ธนาคาร รายงานลูกหนี้ รายงานเจ้าหนี้ ถ้าตัวเลขตรงกัน พร้อมปิดงบได้
Checklist รายการปรับปรุงบัญชีที่ต้องเช็คทุกงวด
Checklist รายการปรับปรุงบัญชีช่วยให้นักบัญชีตรวจสอบได้ครบทุกรายการโดยไม่ตกหล่น ใช้ได้ทั้งปิดงบรายเดือนและรายปี เช็คทีละข้อจากตารางด้านล่าง
| รายการที่ต้องเช็ค | สิ่งที่ต้องทำ |
|---|---|
| รายได้ค้างรับ | ตรวจสอบงานที่ส่งมอบแล้วแต่ยังไม่วางบิล |
| ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย | ตรวจสอบบริการที่รับแล้วแต่ยังไม่ได้รับ invoice |
| รายได้รับล่วงหน้า | คำนวณสัดส่วนรายได้ที่ต้องรับรู้ตามงวด |
| ค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า | คำนวณสัดส่วนค่าใช้จ่ายที่ต้องบันทึกตามงวด |
| ค่าเสื่อมราคา | คำนวณจากทะเบียนสินทรัพย์ถาวรตามนโยบายบริษัท |
| ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ | วิเคราะห์อายุลูกหนี้แล้วประมาณการ |
| กระทบยอดธนาคาร | เทียบ statement กับบัญชีเงินฝาก |
| ตรวจงบทดลองหลังปรับปรุง | ยอดเดบิตต้องเท่ากับเครดิต |
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการทำรายการปรับปรุงบัญชี
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดมักเกิดจากการตกหล่นรายการปลายเดือน การคำนวณปันส่วนผิดงวด และทะเบียนสินทรัพย์ที่ไม่อัปเดต แม้จะเข้าใจหลักการแล้ว แต่ในทางปฏิบัติก็ยังมีจุดที่พลาดกันบ่อย
ข้อผิดพลาดแรกคือลืมบันทึกรายได้ค้างรับจากงานที่ส่งมอบปลายเดือน โดยเฉพาะธุรกิจที่มีรอบวางบิลเดือนละครั้ง งานที่ส่งมอบช่วงปลายเดือนมักตกหล่น
ข้อผิดพลาดที่สองคือคำนวณการปันส่วนค่าใช้จ่ายล่วงหน้าผิดงวด เช่น จ่ายค่าเช่าล่วงหน้า 6 เดือนแล้วลืมปันส่วนรายเดือน ทำให้บางเดือนไม่มีค่าเช่าเลย
ข้อผิดพลาดที่สามคือไม่อัปเดตทะเบียนสินทรัพย์ถาวร ทำให้คำนวณค่าเสื่อมราคาจากสินทรัพย์ที่จำหน่ายไปแล้ว หรือไม่คำนวณค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์ที่ซื้อมาใหม่ระหว่างงวด
สรุป – รายการปรับปรุงบัญชีที่ดี เริ่มจากเครื่องมือที่ใช่
รายการปรับปรุงบัญชีอาจดูเป็นขั้นตอนเล็ก ๆ แต่ส่งผลโดยตรงต่อความถูกต้องของงบการเงินทั้งฉบับ ยิ่งธุรกิจ B2B ที่มีเงื่อนไขเครดิตซับซ้อน ยิ่งต้องระวังรายการค้างรับและค้างจ่ายให้ครบ สิ่งสำคัญคือ ทำให้เป็นระบบตั้งแต่แรก ใช้ Checklist ทุกงวด และกระทบยอดก่อนปิดบัญชีเสมอ
จัดการรายการปรับปรุงบัญชีอย่างเป็นระบบด้วย PEAK
PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยให้นักบัญชี SME บันทึกรายการปรับปรุงผ่านสมุดรายวันทั่วไป (JV) ได้สะดวก พร้อมระบบกระทบยอดธนาคารอัตโนมัติที่ช่วยลดเวลาตรวจสอบ – ทดลองใช้ PEAK ฟรี
คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับรายการปรับปรุงบัญชี
รายการปรับปรุงบัญชีต่างจากการปิดบัญชีอย่างไร
รายการปรับปรุงบัญชีทำเพื่อแก้ไขยอดบัญชีให้ถูกต้องก่อนจัดทำงบการเงิน ส่วนการปิดบัญชีคือการโอนยอดบัญชีรายได้และค่าใช้จ่ายไปยังบัญชีกำไรสะสม เพื่อเริ่มต้นงวดใหม่ ขั้นตอนคือ ปรับปรุงก่อน แล้วค่อยปิดบัญชี
ตัวอย่างรายการปรับปรุงบัญชีที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง
รายการที่พบบ่อยที่สุดในธุรกิจ SME ได้แก่ รายได้ค้างรับจากงานที่ส่งมอบแล้วแต่ยังไม่วางบิล ค่าใช้จ่ายค้างจ่ายที่ยังไม่ได้รับ invoice จากคู่ค้า ค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์ถาวร และการปันส่วนค่าเบี้ยประกันจ่ายล่วงหน้า
ปรับปรุงบัญชี ภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร
การปรับปรุงบัญชีในภาษาอังกฤษเรียกว่า Adjusting Entries ส่วนรายการกลับรายการ (Reversing Entries) คือรายการที่บันทึกกลับในงวดถัดไป เพื่อให้บันทึกรายการจริงได้ตามปกติเมื่อได้รับ invoice หรือวางบิล
ถ้าบันทึกบัญชีผิด ต้องปรับปรุงอย่างไร
กรณีบันทึกบัญชีผิด ให้ทำรายการแก้ไข (Correcting Entry) โดยบันทึกรายการกลับรายการเดิมที่ผิด แล้วบันทึกรายการใหม่ที่ถูกต้อง พร้อมระบุคำอธิบายว่าแก้ไขจากรายการไหน เพื่อให้ audit trail ชัดเจน
ธุรกิจขนาดเล็กต้องทำรายการปรับปรุงบัญชีทุกเดือนไหม
ธุรกิจที่จัดทำงบการเงินรายเดือนควรทำรายการปรับปรุงทุกเดือน แต่ธุรกิจขนาดเล็กที่จัดทำงบปีละครั้ง อย่างน้อยต้องทำ ณ วันสิ้นปี (31 ธันวาคม หรือวันสิ้นรอบบัญชี) เพื่อให้งบการเงินประจำปีถูกต้อง
ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine
