ฝากขาย (Consignment)
Table of Contents

อยากขยายช่องทางขายโดยไม่ต้องเปิดหน้าร้านเอง? “ฝากขาย” หรือ Consignment เป็นทางเลือกยอดนิยมของ SME ไทย

แต่พอถึงเรื่องบันทึกบัญชีและจัดการภาษี กลับมีจุดที่สับสนไม่น้อย ออกใบกำกับภาษีตอนไหน? รับรู้รายได้เมื่อไร?

ฝากขาย (Consignment) คืออะไร

ฝากขาย (Consignment) คือการที่เจ้าของสินค้าส่งของไปวางขายที่ร้านค้าหรือตัวแทนจำหน่าย กรรมสิทธิ์ยังเป็นของเจ้าของจนกว่าจะขายได้ ถ้าขายไม่ได้ก็ส่งคืน

ระบบนี้ต่างจาก “ขายขาด” ที่กรรมสิทธิ์โอนทันทีตอนส่งมอบ การฝากขายจึงลดความเสี่ยงให้ผู้รับฝาก เพราะไม่ต้องซื้อสินค้ามาตุนเอง

ผู้ฝากขาย (Consignor) กับผู้รับฝากขาย (Consignee) ต่างกันอย่างไร?

ในระบบนี้มี 2 ฝ่ายหลัก

  • ผู้ฝากขาย (Consignor) คือเจ้าของสินค้าที่ส่งของไปฝากวางขาย ยังถือกรรมสิทธิ์อยู่จนกว่าจะขายให้ลูกค้าได้
  • ผู้รับฝากขาย (Consignee) คือร้านค้าหรือตัวแทนที่รับของมาวางขายให้ แล้วได้ค่าตอบแทนเป็น commission เมื่อขายได้

ฝากขาย กับ ขายฝาก ต่างกันอย่างไร?

หลายคนสับสนระหว่าง 2 คำนี้ แต่ความหมายต่างกันลิบ

รายการฝากขาย (Consignment)ขายฝาก
ความหมายส่งสินค้าไปวางขายที่ร้านอื่นโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินให้ผู้ซื้อ มีสิทธิไถ่คืนภายในเวลาที่กำหนด
กฎหมายกฎหมายตัวแทน (กฎหมายแพ่งฯ)กฎหมายแพ่งฯ มาตรา 491-502
กรรมสิทธิ์ยังเป็นของเจ้าของเดิมโอนไปยังผู้ซื้อฝากทันที
ตัวอย่างฝากขนมไปวางที่ 7-Elevenจำนองบ้านโดยโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้รับซื้อฝาก

“ขายฝาก” มักใช้กับอสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้าน ที่ดิน ส่วน “ฝากขาย” ใช้กับสินค้าทั่วไปที่ฝากวางขายตามร้านค้า

ระบบฝากขายทำงานอย่างไร?

ขั้นตอนหลักมีดังนี้

  1. ทำสัญญา กำหนดเงื่อนไขราคา ค่า commission และระยะเวลา
  2. ผู้ฝากส่งสินค้าให้ผู้รับฝาก พร้อมเอกสารส่งมอบ
  3. ผู้รับฝากนำสินค้าไปวางขายให้ลูกค้า
  4. เมื่อขายได้ ผู้รับฝากหักค่า commission แล้วส่งเงินคืน
  5. สินค้าที่ขายไม่ได้ ส่งคืนผู้ฝาก

ตัวอย่างธุรกิจที่ใช้ระบบนี้บ่อยในไทย เช่น ผู้ผลิตขนมฝากขายในร้านสะดวกซื้อ หรือแบรนด์เสื้อผ้าวางขายในห้างสรรพสินค้า รวมถึงสินค้า OTOP ที่ฝากวางในร้านชุมชน

ข้อดีและข้อเสียของการฝากขายมีอะไรบ้าง?

ก่อนตัดสินใจใช้ระบบนี้ ควรชั่งน้ำหนักให้ดี

ผู้ฝาก (Consignor)ผู้รับฝาก (Consignee)
ข้อดีขยายช่องทางขายโดยไม่ต้องเปิดหน้าร้านไม่ต้องลงทุนซื้อสินค้า มีของหลากหลายโดยไม่ต้องตุนสต็อก
ข้อเสียเสี่ยงสินค้าเสียหาย ได้เงินช้ากว่าขายขาดต้องจัดการสต็อกของคนอื่น รายได้จำกัดเฉพาะค่า commission

สำหรับ SME ที่เพิ่งเริ่มต้น ระบบนี้ช่วยลดความเสี่ยงด้านเงินลงทุนได้ดี แต่ต้องมีระบบติดตามสต็อกที่ชัดเจน

สัญญาฝากขาย มีอะไรที่ SME ต้องรู้?

สัญญาเป็นเอกสารสำคัญที่ป้องกันปัญหาระหว่างคู่สัญญา ข้อที่ควรระบุให้ชัดเจน ได้แก่

  • ชื่อและรายละเอียดสินค้า พร้อมจำนวนและราคาขาย
  • อัตราค่า commission ที่ผู้รับฝากจะได้รับ
  • ระยะเวลาของสัญญาและเงื่อนไขการคืนสินค้า
  • เงื่อนไขการรับผิดชอบกรณีสินค้าเสียหายหรือสูญหาย
  • กำหนดการส่งรายงานยอดขายและการจ่ายเงิน

ทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรเสมอ แม้จะเป็นการฝากขายระหว่างคนรู้จักก็ตาม

บันทึกบัญชีฝากขาย ทำอย่างไร?

จุดสำคัญที่สุดคือ ผู้ฝากยังไม่รับรู้รายได้ตอนส่งสินค้าออกไป แต่รับรู้เมื่อผู้รับฝากขายให้ลูกค้าได้แล้ว

ตามมาตรฐานบัญชี NPAEs สำหรับ SME ที่ไม่ได้อยู่ในตลาดหุ้น กำหนดให้รับรู้รายได้เมื่อความเสี่ยงและผลตอบแทนโอนไปยังผู้ซื้อแล้ว

บันทึกบัญชีฝั่งผู้ฝากขาย (Consignor)

ตัวอย่าง: บริษัท ก จำกัด (ชื่อสมมุติ) ฝากสินค้าต้นทุน 50,000 บาท ให้ร้านค้า ข ขาย ราคาขาย 80,000 บาท ค่า commission 10%

ตอนส่งสินค้าไปฝาก ยังไม่รับรู้รายได้ แค่โอนเป็น “สินค้าฝากขาย”

รายการDr (เดบิต)Cr (เครดิต)
สินค้าฝากขาย50,000
สินค้าคงเหลือ50,000

ตอนผู้รับฝากขายได้แล้ว รับรู้รายได้และต้นทุน

รายการDr (เดบิต)Cr (เครดิต)
ลูกหนี้ – ร้านค้า ข72,000
ค่า commission (80,000 × 10%)8,000
รายได้จากการขาย80,000
ต้นทุนสินค้าขาย50,000
สินค้าฝากขาย50,000

บันทึกบัญชีฝั่งผู้รับฝากขาย (Consignee)

ผู้รับฝากไม่ได้บันทึกสินค้าเป็นสินทรัพย์ของตัวเอง เพราะกรรมสิทธิ์ยังเป็นของผู้ฝาก เมื่อขายได้จะบันทึกดังนี้

ตอนขายได้ ยังไม่จ่ายเงินให้ผู้ฝาก

รายการDr (เดบิต)Cr (เครดิต)
เงินสด / ลูกหนี้80,000
เจ้าหนี้ – บริษัท ก80,000

ตอนจ่ายเงินให้ผู้ฝาก หักค่า commission แล้ว

รายการDr (เดบิต)Cr (เครดิต)
เจ้าหนี้ – บริษัท ก80,000
เงินสด72,000
รายได้ค่า commission8,000

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) กับการฝากขาย ต้องรู้อะไรบ้าง?

เรื่อง VAT เป็นจุดที่ SME สับสนมากที่สุด เพราะจุดเกิดภาษีไม่ได้อยู่ตอนส่งสินค้าไปฝาก แต่อยู่ตอนผู้รับฝากขายให้ลูกค้าได้

ใบกำกับภาษี ออกตอนไหน? ใครเป็นคนออก?

กรณีฝากขาย ความรับผิดในการเสีย VAT เกิดเมื่อผู้รับฝากส่งมอบสินค้าให้ลูกค้า ไม่ใช่ตอนที่ผู้ฝากส่งของให้ผู้รับฝาก

ใบกำกับภาษีออกโดยผู้ฝาก ซึ่งเป็นเจ้าของสินค้าและผู้จด VAT โดยออกในนามลูกค้าที่ซื้อสินค้า ผู้รับฝากมีหน้าที่แจ้งรายงานยอดขายเพื่อให้ผู้ฝากออกเอกสารได้ถูกต้อง

กรณีที่ผู้รับฝากเป็นตัวแทนออกใบกำกับภาษีแทนได้ ต้องได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากร

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย กรณีค่า commission

ค่า commission ถือเป็นค่านายหน้า ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายดังนี้

ผู้รับ commissionอัตราหัก ณ ที่จ่ายแบบยื่น
บุคคลธรรมดา3%ภ.ง.ด.3
นิติบุคคล3%ภ.ง.ด.53

ผู้ฝากต้องออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ให้ผู้รับฝากทุกครั้งที่จ่ายค่า commission และนำส่งภาษีภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป

สรุป: จัดการบัญชีและภาษีฝากขายให้ถูกตั้งแต่ต้น

  • รับรู้รายได้ตอนที่ผู้รับฝากขายได้แล้ว ไม่ใช่ตอนส่งสินค้าไป
  • ออกใบกำกับภาษีเมื่อผู้รับฝากส่งมอบสินค้าให้ลูกค้า
  • ค่า commission ต้องหัก ณ ที่จ่าย 3% และนำส่งทุกเดือน

จัดการบัญชีฝากขายให้ง่ายขึ้นด้วย PEAK

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยบันทึกรายการฝากขายได้ถูกต้อง ออกใบกำกับภาษี ติดตามสินค้าฝากขายแยกจากสินค้าปกติ ดูวิธีบันทึกได้ที่คู่มือ PEAK ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน


คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับการฝากขาย (Consignment)

ฝากขายแล้วสินค้าเสียหายหรือหาย ใครต้องรับผิดชอบ?

ขึ้นอยู่กับสัญญาที่ทำไว้ แต่โดยหลักกฎหมาย ผู้รับฝากมีหน้าที่ดูแลสินค้าเหมือนดูแลทรัพย์ของตัวเอง ถ้าเสียหายเพราะความประมาทของผู้รับฝาก ผู้รับฝากต้องชดใช้ ควรระบุเงื่อนไขเรื่องนี้ในสัญญาให้ชัดเจน

ฝากขายต้องจด VAT ไหม?

ถ้ารายได้ทุกช่องทางรวมกันเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจด VAT เหมือนธุรกิจทั่วไป ไม่ได้รับยกเว้นเพราะใช้ระบบฝากขาย

ถ้าผู้รับฝากไม่ส่งรายงานยอดขาย จะออกใบกำกับภาษีได้อย่างไร?

ควรกำหนดในสัญญาว่าผู้รับฝากต้องส่งรายงานภายในกี่วัน เช่น ทุกสิ้นสัปดาห์หรือสิ้นเดือน ถ้าไม่ส่ง ถือว่าผิดสัญญาและอาจทำให้ผู้ฝากเสียสิทธิทางภาษี


ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์สำหรับนักบัญชีและ SMEs