
ธุรกิจที่ซื้อซอฟต์แวร์ ERP มูลค่าหลายแสนบาท หรือลงทุนพัฒนาระบบ CRM มักตั้งคำถามว่าจะบันทึกค่าใช้จ่ายก้อนนี้ในบัญชีอย่างไรให้ถูกต้อง หลายคนเข้าใจเรื่องค่าเสื่อมราคาสำหรับเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ แต่เมื่อเป็นสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้อย่างซอฟต์แวร์ ลิขสิทธิ์ หรือสิทธิบัตร กลับไม่แน่ใจว่าต้องจัดการแบบไหน
Amortization คือกระบวนการทยอยตัดมูลค่าสินทรัพย์ไม่มีตัวตนเป็นค่าใช้จ่ายตลอดอายุการใช้งาน บทความนี้จะพาคุณเข้าใจตั้งแต่ความหมาย วิธีคำนวณ จนถึงผลกระทบต่อการวางแผนภาษีนิติบุคคล พร้อมตัวอย่างจริงที่ธุรกิจ B2B นำไปใช้ได้ทันที
Amortization คืออะไร
Amortization หรือค่าตัดจำหน่าย คือการทยอยรับรู้ต้นทุนของสินทรัพย์ไม่มีตัวตน (Intangible Assets) เป็นค่าใช้จ่ายในแต่ละงวดบัญชี ตลอดระยะเวลาที่สินทรัพย์นั้นให้ประโยชน์แก่กิจการ
แนวคิดนี้เหมือนกับค่าเสื่อมราคาของเครื่องจักร เพียงแต่ amortization ใช้กับสินทรัพย์ที่มองไม่เห็นและจับต้องไม่ได้ เช่น ซอฟต์แวร์ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า หรือค่าลิขสิทธิ์แฟรนไชส์
Amortization ในบริบทบัญชีกับบริบทการเงิน
คำว่า amortization มีความหมายต่างกันขึ้นอยู่กับบริบท ในทางบัญชี หมายถึงการตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตนตามที่อธิบายข้างต้น แต่ในทางการเงิน หมายถึงการผ่อนชำระเงินกู้โดยแบ่งจ่ายเป็นงวดที่รวมทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย
บทความนี้จะเน้นเฉพาะ amortization ในบริบทบัญชี ซึ่งตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการและนักบัญชีที่ต้องบันทึกรายการทางบัญชีให้ถูกต้อง
สินทรัพย์ไม่มีตัวตน (Intangible Assets) มีอะไรบ้าง
สินทรัพย์ไม่มีตัวตนคือสินทรัพย์ที่ไม่มีรูปร่างทางกายภาพ แต่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจที่วัดได้ ตามมาตรฐานการบัญชี TAS 38 กำหนดว่าสินทรัพย์ไม่มีตัวตนต้องสามารถระบุได้แยกต่างหาก และกิจการมีอำนาจควบคุมทรัพยากรนั้น
สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่พบบ่อยในธุรกิจ SME ไทย ได้แก่
| ประเภท | ตัวอย่าง | ธุรกิจที่ใช้บ่อย |
|---|---|---|
| ซอฟต์แวร์ | ระบบ ERP, โปรแกรมบัญชี, CRM | ธุรกิจ B2B ทุกประเภท |
| สิทธิบัตร | สิทธิบัตรการผลิต, สิทธิบัตรออกแบบ | ธุรกิจผลิตสินค้า |
| เครื่องหมายการค้า | โลโก้, ชื่อแบรนด์ที่จดทะเบียนแล้ว | ธุรกิจค้าปลีก แฟรนไชส์ |
| ค่าลิขสิทธิ์แฟรนไชส์ | ค่าสิทธิ์เปิดร้านแฟรนไชส์ | ธุรกิจร้านอาหาร ค้าปลีก |
| ลิขสิทธิ์ | ลิขสิทธิ์เพลง หนังสือ คอนเทนต์ | ธุรกิจสื่อ สำนักพิมพ์ |
ซอฟต์แวร์ที่ธุรกิจ B2B ลงทุน ตัดจำหน่ายอย่างไร
ซอฟต์แวร์เป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่ธุรกิจ B2B ลงทุนมากที่สุดในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นระบบ ERP สำหรับบริหารจัดการองค์กร, CRM สำหรับบริหารลูกค้า, หรือซอฟต์แวร์บัญชีที่ช่วยจัดการเอกสารทางการเงิน
เมื่อธุรกิจซื้อซอฟต์แวร์ที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 1 ปี และมีมูลค่าสูงพอที่จะถือเป็นสินทรัพย์ (โดยทั่วไปกิจการกำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำไว้ เช่น 5,000 บาทขึ้นไป) ต้องบันทึกเป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตนแล้วทยอยตัดจำหน่ายตลอดอายุการใช้งานที่คาดไว้
สำหรับซอฟต์แวร์ ทางภาษีกำหนดอายุการตัดจำหน่ายไว้ไม่น้อยกว่า 3 รอบระยะเวลาบัญชี ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร
วิธีคำนวณค่าตัดจำหน่าย (Amortization) พร้อมสูตรและตัวอย่าง
วิธีที่นิยมใช้มากที่สุดคือวิธีเส้นตรง (Straight-Line Method) เพราะคำนวณง่ายและเป็นที่ยอมรับทั้งทางบัญชีและทางภาษี
วิธีเส้นตรง (Straight-Line Method)
สูตรคำนวณค่าตัดจำหน่ายต่อปี = (ราคาทุน – มูลค่าคงเหลือ) หารด้วย อายุการใช้งาน (ปี)
สินทรัพย์ไม่มีตัวตนส่วนใหญ่มีมูลค่าคงเหลือเท่ากับศูนย์ จึงทำให้สูตรเหลือเพียง ราคาทุน หารด้วย อายุการใช้งาน
ตัวอย่างคำนวณ ตัดจำหน่ายซอฟต์แวร์ ERP มูลค่า 500,000 บาท
สมมติว่า บริษัท ดีไอที จำกัด (ชื่อสมมุติ) ซื้อซอฟต์แวร์ ERP สำหรับจัดการงานภายในองค์กร มูลค่า 500,000 บาท กำหนดอายุการใช้งาน 5 ปี มูลค่าคงเหลือเป็นศูนย์
ค่าตัดจำหน่ายต่อปี = 500,000 หารด้วย 5 = 100,000 บาทต่อปี
ค่าตัดจำหน่ายต่อเดือน = 100,000 หารด้วย 12 = 8,333.33 บาทต่อเดือน
นั่นหมายความว่าทุกเดือน บริษัทจะบันทึกค่าใช้จ่าย 8,333.33 บาท เป็นค่าตัดจำหน่ายซอฟต์แวร์ และหลังจาก 5 ปี มูลค่าทางบัญชีของซอฟต์แวร์จะเหลือศูนย์
การบันทึกบัญชีค่าตัดจำหน่าย (Journal Entry)
การบันทึกบัญชีค่าตัดจำหน่ายทำได้ตรงไปตรงมา จากตัวอย่างข้างต้นที่บริษัทตัดจำหน่ายซอฟต์แวร์เดือนละ 8,333.33 บาท
เมื่อซื้อซอฟต์แวร์ ให้บันทึกดังนี้
Dr. ซอฟต์แวร์ (สินทรัพย์ไม่มีตัวตน) 500,000 บาท
Cr. เงินสดหรือเจ้าหนี้ 500,000 บาท
เมื่อถึงสิ้นเดือน บันทึกค่าตัดจำหน่ายดังนี้
Dr. ค่าตัดจำหน่ายซอฟต์แวร์ (ค่าใช้จ่าย) 8,333.33 บาท
Cr. ค่าตัดจำหน่ายสะสม-ซอฟต์แวร์ (หักจากสินทรัพย์) 8,333.33 บาท
รายการค่าตัดจำหน่ายนี้ต้องบันทึกทุกเดือนตลอดอายุการใช้งาน 5 ปี จนกว่ามูลค่าสุทธิจะเป็นศูนย์
Amortization ต่างจาก Depreciation (ค่าเสื่อมราคา) อย่างไร
หลายคนสับสนระหว่างค่าตัดจำหน่ายกับค่าเสื่อมราคา ทั้งสองคำมีหลักการเดียวกันคือทยอยรับรู้ต้นทุนเป็นค่าใช้จ่าย แต่ใช้กับสินทรัพย์คนละประเภท
| หัวข้อ | Amortization (ค่าตัดจำหน่าย) | Depreciation (ค่าเสื่อมราคา) |
|---|---|---|
| ใช้กับ | สินทรัพย์ไม่มีตัวตน เช่น ซอฟต์แวร์ สิทธิบัตร | สินทรัพย์มีตัวตน เช่น เครื่องจักร รถยนต์ อาคาร |
| มูลค่าคงเหลือ | ส่วนใหญ่เป็นศูนย์ | มักมีมูลค่าคงเหลือ เช่น ขายเครื่องจักรเก่าได้ |
| วิธีคำนวณที่นิยม | วิธีเส้นตรงเป็นหลัก | เส้นตรง หรือยอดลดลง |
| อายุที่กำหนด (ภาษี) | ไม่น้อยกว่า 3 รอบระยะเวลาบัญชี | ขึ้นอยู่กับประเภทสินทรัพย์ เช่น 5, 10, 20 ปี |
สรุปง่าย ๆ ค่าตัดจำหน่ายใช้กับสิ่งที่จับต้องไม่ได้ ค่าเสื่อมราคาใช้กับสิ่งที่จับต้องได้ หากธุรกิจของคุณมีทั้งเครื่องจักรและซอฟต์แวร์ ก็ต้องจัดการทั้งสองตัวให้ถูกต้อง โดยระบบบริหารสินทรัพย์อย่าง PEAK Asset ช่วยคำนวณทั้งค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายได้ในที่เดียว
ค่าตัดจำหน่ายกับการวางแผนภาษีนิติบุคคล
ค่าตัดจำหน่ายเป็นค่าใช้จ่ายที่หักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิทางภาษีได้ หมายความว่ายิ่งบันทึกค่าตัดจำหน่ายมากเท่าไร กำไรสุทธิทางภาษีก็ลดลงเท่านั้น ส่งผลให้ภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ต้องจ่ายลดลงด้วย
ค่าตัดจำหน่ายเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้
ตามประมวลรัษฎากร ค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตนสามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องตัดจำหน่ายเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 รอบระยะเวลาบัญชี (ข้อมูลจากกรมสรรพากร rd.go.th)
จากตัวอย่างข้างต้น บริษัท ดีไอที จำกัด (ชื่อสมมุติ) ที่ซื้อซอฟต์แวร์ 500,000 บาท ตัดจำหน่าย 5 ปี จะบันทึกค่าตัดจำหน่ายปีละ 100,000 บาท ถ้าบริษัทเสียภาษีนิติบุคคลอัตรา 20% ค่าตัดจำหน่ายนี้ช่วยลดภาษีได้ปีละ 20,000 บาท (100,000 คูณ 20%)
ตลอดอายุ 5 ปี ประหยัดภาษีรวม 100,000 บาท
อายุการใช้งานสินทรัพย์ไม่มีตัวตนตามหลักภาษี
| ประเภทสินทรัพย์ | อายุขั้นต่ำทางภาษี |
|---|---|
| ต้นทุนซอฟต์แวร์ | 3 รอบระยะเวลาบัญชี |
| สิทธิบัตร | ตามอายุสิทธิบัตรที่เหลือ |
| สิทธิการเช่า | ตามระยะเวลาเช่า |
| ค่าลิขสิทธิ์แฟรนไชส์ | ตามระยะเวลาสัญญาแฟรนไชส์ |
การเลือกอายุการตัดจำหน่ายที่เหมาะสมเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนภาษี ถ้าต้องการลดภาระภาษีเร็ว ให้กำหนดอายุสั้นที่สุดเท่าที่กฎหมายอนุญาต แต่ต้องสอดคล้องกับอายุการใช้งานจริงของสินทรัพย์ด้วย
มาตรฐานบัญชีที่เกี่ยวข้อง (TAS 38 และ TFRS for NPAEs)
สำหรับกิจการขนาดใหญ่ที่ต้องใช้มาตรฐานรายงานทางการเงินเต็มรูปแบบ ให้ดูที่ TAS 38 เรื่อง สินทรัพย์ไม่มีตัวตน (ข้อมูลจากสภาวิชาชีพบัญชี tfac.or.th) ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์การรับรู้ การวัดมูลค่า และการตัดจำหน่ายอย่างละเอียด
สำหรับ SME ที่ใช้มาตรฐาน TFRS for NPAEs (มาตรฐานรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ) หลักการตัดจำหน่ายง่ายกว่า คือให้ตัดจำหน่ายตามอายุการให้ประโยชน์ โดยใช้วิธีเส้นตรงเป็นหลัก
สรุป ค่าตัดจำหน่ายเป็นเครื่องมือวางแผนภาษีที่ธุรกิจไม่ควรมองข้าม
ค่าตัดจำหน่ายไม่ได้เป็นแค่ตัวเลขทางบัญชี แต่เป็นเครื่องมือวางแผนภาษีที่ช่วยลดภาระภาษีนิติบุคคลได้จริง ธุรกิจที่ลงทุนซอฟต์แวร์หรือสินทรัพย์ไม่มีตัวตนอื่น ควรบันทึกค่าตัดจำหน่ายให้ถูกต้องตั้งแต่วันแรกที่เริ่มใช้งาน
สิ่งสำคัญที่ต้องจำคือ เลือกอายุการตัดจำหน่ายที่เหมาะสมทั้งทางบัญชีและทางภาษี บันทึก journal entry ทุกเดือนอย่างสม่ำเสมอ และเก็บเอกสารประกอบให้ครบถ้วนเพื่อรองรับการตรวจสอบ
จัดการสินทรัพย์ทั้งหมดให้เป็นระบบด้วย PEAK
PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ มีระบบ PEAK Asset ที่ช่วย SME บริหารจัดการสินทรัพย์ทั้งที่มีตัวตนและไม่มีตัวตนได้ในที่เดียว ตั้งแต่บันทึกข้อมูลสินทรัพย์ คำนวณค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายอัตโนมัติ ไปจนถึงเชื่อมต่อกับระบบบัญชีและระบบภาษีของ PEAK ได้ทันที – ทดลองใช้ PEAK ฟรี
คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับ Amortization และค่าตัดจำหน่าย
Amortization กับ Depreciation ต่างกันตรงไหน
Amortization ใช้กับสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้อย่างซอฟต์แวร์หรือสิทธิบัตร ส่วน Depreciation ใช้กับสินทรัพย์ที่จับต้องได้อย่างเครื่องจักรหรืออาคาร หลักการทยอยตัดเป็นค่าใช้จ่ายเหมือนกัน แต่ต่างกันที่ประเภทสินทรัพย์และรายละเอียดทางภาษี
ค่าตัดจำหน่ายซอฟต์แวร์ต้องใช้เวลาอย่างน้อยกี่ปี
ตามหลักภาษี ต้องตัดจำหน่ายไม่น้อยกว่า 3 รอบระยะเวลาบัญชี แต่ทางบัญชีให้ใช้อายุการใช้งานจริงที่คาดไว้ ซึ่งซอฟต์แวร์ส่วนใหญ่กำหนดไว้ที่ 3-5 ปี
สินทรัพย์ไม่มีตัวตนทุกชนิดต้องตัดจำหน่ายหรือไม่
เฉพาะสินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่มีอายุการให้ประโยชน์จำกัดเท่านั้นที่ต้องตัดจำหน่าย สินทรัพย์ที่มีอายุไม่จำกัด เช่น เครื่องหมายการค้าบางประเภทที่ต่ออายุได้ตลอด ไม่ต้องตัดจำหน่าย แต่ต้องทดสอบการด้อยค่าเป็นประจำทุกปีแทน
ค่าตัดจำหน่ายช่วยลดภาษีได้จริงหรือเปล่า
ได้จริง เพราะค่าตัดจำหน่ายเป็นค่าใช้จ่ายที่หักจากรายได้ก่อนคำนวณกำไรสุทธิทางภาษี จากตัวอย่างในบทความ ซอฟต์แวร์ 500,000 บาท ตัดจำหน่าย 5 ปี ช่วยลดภาษีได้รวม 100,000 บาท (คิดที่อัตราภาษี 20%)
ธุรกิจ SME ที่ใช้มาตรฐาน NPAEs ต้องทำอย่างไร
SME ที่ใช้ TFRS for NPAEs ให้ตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตนตามอายุการให้ประโยชน์ โดยใช้วิธีเส้นตรง ซึ่งง่ายกว่ามาตรฐาน TAS 38 ที่ใช้กับกิจการขนาดใหญ่มบัญชีออนไลน์ที่อัปเดตข้อมูลอัตโนมัติจะช่วยให้เห็นตัวเลขได้ทันทีวันสิ้นปี (31 ธันวาคม หรือวันสิ้นรอบบัญชี) เพื่อให้งบการเงินประจำปีถูกต้อง
ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine
