Table of Contents

ผู้ประกอบการหลายคนอยากกระจายสินค้าไปหลายช่องทาง แต่ติดที่ไม่มีทุนเปิดหน้าร้านเอง ไม่อยากเสี่ยงลงทุนกับตัวแทนที่ไม่แน่ใจว่าจะขายได้ หรือเคยส่งสินค้าไปฝากขายแล้วเจอปัญหาเรื่องบัญชีไม่ตรง สต็อกหาย ไม่รู้จะออกใบกำกับภาษีตอนไหน

Consignment หรือ การฝากขาย เป็นทางเลือกที่ช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ เพราะเจ้าของสินค้ายังคงเป็นเจ้าของอยู่จนกว่าสินค้าจะขายได้จริง ลดความเสี่ยงเรื่องสต็อกค้างให้ทั้งสองฝ่าย บทความนี้จะพาคุณเข้าใจทุกมิติของการฝากขาย ตั้งแต่หลักการพื้นฐาน ไปจนถึงวิธีบันทึกบัญชี จุดรับรู้รายได้ ภาษี และสัญญาที่ควรมี

Consignment คืออะไร – ฝากขายต่างจากซื้อขายปกติตรงไหน

Consignment คือ รูปแบบการขายที่ผู้ฝากขาย (Consignor) ส่งสินค้าให้ผู้รับฝากขาย (Consignee) นำไปขายต่อ โดยกรรมสิทธิ์ในสินค้ายังเป็นของผู้ฝากขายจนกว่าสินค้าจะถูกขายให้ลูกค้าปลายทางสำเร็จ

จุดสำคัญที่ทำให้การฝากขายต่างจากการซื้อขายปกติคือ เรื่องกรรมสิทธิ์ ในการซื้อขายทั่วไป เมื่อส่งมอบสินค้าแล้ว กรรมสิทธิ์จะโอนไปยังผู้ซื้อทันที แต่ในการฝากขาย สินค้าที่วางอยู่ที่ร้านของ Consignee ยังถือเป็นทรัพย์สินของ Consignor อยู่

Consignor และ Consignee คือใคร

  • Consignor (ผู้ฝากขาย) คือ เจ้าของสินค้าที่ต้องการกระจายสินค้าผ่านช่องทางอื่น โดยไม่ต้องเปิดหน้าร้านเอง
  • Consignee (ผู้รับฝากขาย) คือ ผู้ที่รับสินค้ามาวางขายให้ อาจเป็นร้านค้า ห้างสรรพสินค้า หรือตัวแทนจำหน่าย โดยจะได้ค่าคอมมิชชันเมื่อขายสินค้าได้

ฝากขาย กับ ขายฝาก ต่างกันอย่างไร

คำสองคำนี้มักถูกสับสนบ่อยมาก แต่เป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง

รายการฝากขาย (Consignment)ขายฝาก (Sale with Right of Redemption)
หลักการส่งสินค้าให้คนอื่นขายแทนขายทรัพย์สินจริง แต่มีสิทธิ์ซื้อคืนตามเวลาที่กำหนด
กรรมสิทธิ์ยังเป็นของผู้ฝากโอนไปผู้ซื้อทันที
เป้าหมายกระจายช่องทางขายระดมเงินทุน ใช้ทรัพย์สินค้ำประกัน
ตัวอย่างส่งเสื้อผ้าไปวางขายที่ร้านขายที่ดินแล้วซื้อคืนภายใน 1 ปี

ประเภทของการฝากขาย

การฝากขายแบ่งได้ 2 รูปแบบหลัก

แบบกำหนดราคาขาย – Consignor กำหนดราคาขายปลีกไว้ล่วงหน้า Consignee ขายตามราคาที่กำหนดแล้วได้รับค่าคอมมิชชันเป็นเปอร์เซ็นต์

แบบยืดหยุ่น – Consignor กำหนดแค่ราคาขั้นต่ำ Consignee สามารถตั้งราคาขายเองได้ ส่วนต่างที่เกินราคาขั้นต่ำจะเป็นรายได้ของ Consignee


ข้อดีและข้อเสียของระบบฝากขาย

ข้อดีสำหรับผู้ฝากขาย (Consignor)

  • กระจายสินค้าไปหลายจุดขายโดยไม่ต้องลงทุนเปิดร้านเอง
  • ไม่เสียกรรมสิทธิ์ในสินค้าจนกว่าจะขายได้
  • เข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ผ่านหน้าร้านของ Consignee

ข้อดีสำหรับผู้รับฝากขาย (Consignee)

  • มีสินค้าหลากหลายมาวางขายโดยไม่ต้องลงทุนซื้อสต็อกล่วงหน้า
  • ลดความเสี่ยง เพราะสินค้าที่ขายไม่ออกสามารถส่งคืนได้
  • ได้รับค่าคอมมิชชันทันทีเมื่อขายได้

ข้อเสียที่ต้องระวัง – Consignor ต้องแบกรับความเสี่ยงเรื่องสินค้าเสียหายหรือสูญหายระหว่างฝากขาย ส่วน Consignee อาจมีภาระในการดูแลสินค้าของคนอื่นโดยไม่ได้เป็นเจ้าของ


ขั้นตอนการทำธุรกิจแบบฝากขาย

  1. Consignor และ Consignee ตกลงเงื่อนไขและทำสัญญาฝากขาย
  2. Consignor ส่งมอบสินค้าพร้อมเอกสารกำกับ (ใบส่งสินค้าฝากขาย)
  3. Consignee รับสินค้าเข้าร้านและนำออกขาย
  4. เมื่อขายได้ Consignee ส่งรายงานยอดขายให้ Consignor
  5. Consignor ออกใบกำกับภาษีและบันทึกรายได้
  6. Consignee หักค่าคอมมิชชันแล้วโอนเงินส่วนที่เหลือให้ Consignor
  7. สินค้าที่ขายไม่ได้จะส่งคืน Consignor ตามเงื่อนไขในสัญญา

วิธีบันทึกบัญชีฝากขาย ทั้งฝั่ง Consignor และ Consignee

    การบันทึกบัญชีฝากขายเป็นจุดที่ผู้ประกอบการหลายคนสับสน เพราะต้องแยกให้ชัดว่า การส่งสินค้าไปฝากขาย ยังไม่ใช่การขาย

    การบันทึกบัญชีฝั่ง Consignor (ผู้ฝากขาย)

    สมมติว่า บริษัท ก จำกัด (ชื่อสมมุติ) ส่งสินค้าต้นทุน 50,000 บาท ไปฝากขายที่ร้าน ข (ชื่อสมมุติ) ราคาขาย 80,000 บาท ค่าคอมมิชชัน 10%

    ตอนส่งสินค้าไปฝากขาย – ยังไม่บันทึกรายได้ แค่ย้ายสินค้าจากคลังไปเป็นบัญชีสินค้าฝากขาย

    • เดบิต สินค้าฝากขาย 50,000
    • เครดิต สินค้าคงเหลือ 50,000

    ตอนขายได้ – บันทึกรายได้เมื่อ Consignee ขายสินค้าให้ลูกค้าปลายทางสำเร็จ

    • เดบิต ลูกหนี้การค้า (หรือเงินสด) 80,000
    • เครดิต รายได้จากการขาย 80,000
    • เดบิต ต้นทุนขาย 50,000
    • เครดิต สินค้าฝากขาย 50,000
    • เดบิต ค่าคอมมิชชัน (ค่าใช้จ่ายขาย) 8,000
    • เครดิต ลูกหนี้การค้า 8,000

    การบันทึกบัญชีฝั่ง Consignee (ผู้รับฝากขาย)

    Consignee ไม่ต้องบันทึกสินค้าฝากขายเป็นสินค้าคงเหลือของตัวเอง เพราะกรรมสิทธิ์ยังไม่ได้โอน ให้บันทึกไว้เฉพาะในบัญชีช่วยจำ (memorandum) หรือหมายเหตุประกอบงบ

    ตอนขายสินค้าได้และหักค่าคอมมิชชัน

    • เดบิต เงินสด 80,000
    • เครดิต เจ้าหนี้ – บริษัท ก จำกัด 72,000
    • เครดิต รายได้ค่าคอมมิชชัน 8,000

    จุดรับรู้รายได้และการออกใบกำกับภาษีในการฝากขาย

    การรับรู้รายได้จากการฝากขายต้องทำเมื่อสินค้าถูกขายให้ลูกค้าปลายทางแล้วเท่านั้น ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน TFRS 15 เรื่องรายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้า กำหนดว่า การส่งมอบสินค้าไปฝากขายยังไม่ถือเป็นการโอนการควบคุมสินค้า จึงยังรับรู้รายได้ไม่ได้

    Consignor ออกใบกำกับภาษีเมื่อไร

    Consignor ต้องออกใบกำกับภาษีเมื่อ Consignee ขายสินค้าให้ลูกค้าปลายทางได้ ไม่ใช่ตอนส่งสินค้าไปฝาก ตามหลักภาษีมูลค่าเพิ่ม ความรับผิดในการเสียภาษีเกิดขึ้นเมื่อส่งมอบสินค้า ซึ่งในกรณีฝากขาย หมายถึงเมื่อ Consignee ส่งมอบสินค้าให้ลูกค้า (ข้อมูลจากกรมสรรพากร)

    Consignee ต้องออกใบกำกับภาษีด้วยหรือไม่

    Consignee ที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้าปลายทางเมื่อขายสินค้าได้ ส่วนค่าคอมมิชชันที่ Consignee ได้รับจาก Consignor ก็ต้องออกใบกำกับภาษีสำหรับค่าบริการนี้ด้วย เพราะถือเป็นการให้บริการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม


    สัญญาฝากขาย – ข้อกำหนดที่ต้องมี

    สัญญาฝากขายที่ดีควรระบุเงื่อนไขให้ครบถ้วน เพื่อป้องกันข้อพิพาทในภายหลัง

    รายการที่ควรมีในสัญญาฝากขาย

    หัวข้อสิ่งที่ต้องระบุ
    รายละเอียดสินค้าชนิด จำนวน สภาพ มูลค่า
    ราคาและค่าคอมมิชชันราคาขาย เปอร์เซ็นต์ค่าคอมมิชชัน วิธีคำนวณ
    ระยะเวลาวันเริ่มต้น วันสิ้นสุด เงื่อนไขการต่ออายุ
    การส่งคืนสินค้าเงื่อนไข ระยะเวลา ค่าใช้จ่ายในการส่งคืน
    การรายงานยอดขายความถี่ รูปแบบรายงาน กำหนดส่ง
    การชำระเงินรอบการจ่าย วิธีโอน ระยะเวลา credit term
    ความรับผิดชอบสินค้าเสียหาย สูญหาย ประกันภัย
    การยกเลิกสัญญาเงื่อนไข ระยะเวลาแจ้งล่วงหน้า

    ข้อพิพาทที่พบบ่อยในการฝากขาย และวิธีป้องกัน

    ปัญหาที่เกิดบ่อยในธุรกิจฝากขายมักมาจากการไม่ตกลงเงื่อนไขให้ชัดตั้งแต่แรก

    สินค้าเสียหายหรือสูญหาย – เป็นข้อพิพาทอันดับต้นที่พบบ่อยมาก ควรระบุในสัญญาให้ชัดว่าใครรับผิดชอบค่าเสียหาย และควรถ่ายภาพสินค้าก่อนส่งมอบเป็นหลักฐาน

    ยอดขายไม่ตรงกับรายงาน – Consignee อาจรายงานยอดขายล่าช้าหรือไม่ครบ ป้องกันได้โดยกำหนดรอบรายงานที่ชัดเจนในสัญญา เช่น ทุกสิ้นสัปดาห์ หรือสิ้นเดือน

    การจ่ายเงินล่าช้า – กำหนด credit term ให้ชัดในสัญญา เช่น จ่ายภายใน 15 วันหลังสิ้นเดือน พร้อมระบุบทลงโทษกรณีจ่ายล่าช้า

    สินค้าตกรุ่นหรือหมดอายุ – ตกลงล่วงหน้าว่าสินค้าที่ขายไม่ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดจะจัดการอย่างไร เช่น ส่งคืน ลดราคา หรือจำหน่ายทิ้ง


    สรุป – บัญชีที่ชัดเจนคือหัวใจของการฝากขายที่สำเร็จ

    การฝากขาย (Consignment) จะช่วยกระจายสินค้าได้จริง ก็ต่อเมื่อทั้ง Consignor และ Consignee มีระบบบัญชีที่ชัดเจนรองรับ ตั้งแต่การบันทึกสต็อกที่แยกจากสินค้าปกติ จุดรับรู้รายได้ที่ถูกต้องตาม TFRS 15 ไปจนถึงการออกใบกำกับภาษีตรงเวลา ผู้ประกอบการที่วางระบบเหล่านี้ตั้งแต่เริ่มจะลดข้อพิพาทและบริหารกระแสเงินสดได้ดีขึ้น

    จัดการบัญชีฝากขายให้เป็นระบบด้วย PEAK

    PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยให้ผู้ประกอบการจัดการเอกสาร รายรับ-รายจ่าย สต็อกสินค้า และรายงานภาษีได้ครบในที่เดียว รองรับการบันทึกรายการฝากขายและออกใบกำกับภาษีได้อย่างถูกต้อง อ่านวิธีบันทึกสินค้าฝากขายใน PEAK ได้ที่คู่มือการบันทึกสินค้าฝากขาย

    ทดลองใช้ PEAK ฟรี


    คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Consignment

    Consignment แปลว่าอะไร

    Consignment แปลว่า การฝากขาย หมายถึงการที่เจ้าของสินค้าส่งสินค้าไปให้อีกฝ่ายหนึ่งขายแทน โดยเจ้าของยังถือกรรมสิทธิ์ในสินค้าอยู่จนกว่าจะขายได้ คำนี้ใช้กันมากในวงการค้าปลีกและธุรกิจส่งออก

    Consignor หมายถึงใคร

    Consignor คือ ผู้ฝากขาย หรือเจ้าของสินค้าที่ส่งสินค้าไปให้ผู้อื่นขายแทน Consignor ยังคงเป็นเจ้าของสินค้าจนกว่า Consignee จะขายสินค้านั้นให้ลูกค้าปลายทางได้สำเร็จ

    ฝากขายสินค้าต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่

    ถ้ารายได้จากการขายสินค้ารวมกันเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ทั้ง Consignor และ Consignee ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม โดย Consignor ต้องออกใบกำกับภาษีเมื่อสินค้าถูกขายให้ลูกค้าปลายทาง ส่วน Consignee ก็ต้องออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้าด้วยเช่นกัน

    ถ้าสินค้าฝากขายเสียหายหรือสูญหาย ใครรับผิดชอบ

    ตามหลักกฎหมาย ผู้รับฝากขาย (Consignee) มีหน้าที่ดูแลรักษาสินค้าที่รับฝากไว้ตามสมควร ถ้าสินค้าเสียหายจากความประมาทของ Consignee จะต้องรับผิดชอบชดใช้ให้ Consignor แต่ทางปฏิบัติควรระบุรายละเอียดเรื่องนี้ให้ชัดในสัญญาฝากขาย รวมถึงเรื่องการทำประกันภัยสินค้า


    ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
    คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
    PEAK Call Center : 1485
    LINE : @peakaccount
    สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine

    PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ เปลี่ยนงานบัญชีให้เป็นเรื่องง่าย