Table of Contents

เจ้าของธุรกิจหลายคนคุ้นเคยกับคำว่า e-payment แต่พอถามว่า e-payment คือระบบอะไรกันแน่ ครอบคลุมแค่ไหน แตกต่างจากการโอนเงินผ่านแอปธนาคารอย่างไร กลับตอบได้ไม่ชัด ที่สำคัญ หลายคนยังสับสนว่า e-payment เกี่ยวข้องกับภาษีหรือเปล่า

บทความนี้จะพาคุณไปรู้จัก e-payment ตั้งแต่ความหมาย ประเภทที่ SME ใช้บ่อย ค่าธรรมเนียมที่ต้องรู้ ไปจนถึงวิธีเชื่อมระบบชำระเงินกับโปรแกรมบัญชีเพื่อให้การรับ-จ่ายเงินตรงกับยอดบัญชีโดยอัตโนมัติ

E-Payment คืออะไร

E-Payment หรือ Electronic Payment คือ ระบบการรับ-จ่ายเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการชำระเงินผ่าน QR Code พร้อมเพย์ บัตรเครดิต e-Wallet หรือ Internet Banking โดยไม่ต้องใช้เงินสด

หลักการทำงานคือ เมื่อลูกค้าชำระเงิน ระบบจะส่งข้อมูลรายการธุรกรรมจากผู้จ่ายไปยังผู้รับผ่านตัวกลาง เช่น ธนาคาร หรือผู้ให้บริการ Payment Gateway ข้อมูลทุกรายการถูกบันทึกเป็นหลักฐานดิจิทัล สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ทันที

ความแตกต่างระหว่าง e-payment กับการโอนเงินปกติ

การโอนเงินผ่านแอปธนาคารถือเป็นส่วนหนึ่งของ e-payment แต่ e-payment มีความหมายกว้างกว่า เพราะครอบคลุมการชำระเงินทุกช่องทางดิจิทัล ทั้งการรูดบัตร สแกน QR Code หรือหักเงินจาก e-Wallet

จุดต่างที่สำคัญสำหรับธุรกิจคือ ระบบ e-payment ที่ออกแบบมาสำหรับร้านค้าจะสร้างหลักฐานการรับเงินอัตโนมัติ ระบุข้อมูลผู้จ่าย จำนวนเงิน และวันเวลาชัดเจน ซึ่งนำไปเชื่อมกับระบบบัญชีได้ ต่างจากการโอนเงินระหว่างบุคคลทั่วไปที่ไม่มีข้อมูลเหล่านี้


ประเภทของ E-Payment ที่ SME ใช้บ่อย

E-Payment มีหลายรูปแบบ แต่สำหรับ SME ไทย มี 6 ประเภทหลักที่ควรรู้จัก

พร้อมเพย์ (PromptPay)

ระบบโอนเงินที่ผูกกับเลขบัตรประชาชนหรือเบอร์โทรศัพท์ เป็นโครงสร้างพื้นฐานของ National e-Payment ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยผลักดัน SME ส่วนใหญ่ใช้รับเงินจากลูกค้าเพราะไม่มีค่าธรรมเนียม (กรณีโอนไม่เกิน 5,000 บาทต่อรายการ)

QR Payment

ลูกค้าสแกน QR Code เพื่อชำระเงิน ร้านค้าแค่พิมพ์ QR Code ตั้งที่หน้าร้านหรือสร้างจากแอปธนาคาร ใช้ได้ทั้งหน้าร้านจริงและร้านออนไลน์ ค่าธรรมเนียมต่ำ เหมาะกับร้านค้าปลีกและร้านอาหาร

บัตรเครดิตและบัตรเดบิต (Card Payment)

ช่องทางหลักสำหรับ e-commerce โดยร้านค้าต้องสมัครเครื่องรับบัตร (EDC) หรือเชื่อมต่อ Payment Gateway ค่าธรรมเนียมฝั่งร้านค้า (MDR) อยู่ที่ประมาณ 1.5-3.5% ต่อรายการ ขึ้นกับประเภทบัตรและผู้ให้บริการ

e-Wallet (กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์)

เช่น TrueMoney Wallet, Rabbit LINE Pay, ShopeePay ลูกค้าเติมเงินเข้า Wallet แล้วจ่ายผ่านแอป ข้อดีคือเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่ไม่มีบัญชีธนาคารได้ ค่าธรรมเนียมร้านค้าอยู่ที่ประมาณ 1-2% ต่อรายการ

Internet Banking และ Mobile Banking

การโอนเงินผ่านเว็บไซต์หรือแอปธนาคารโดยตรง ธุรกิจ B2B นิยมใช้สำหรับจ่ายเงินซัพพลายเออร์หรือจ่ายเงินล่วงหน้า (Advance Payment) เพราะโอนได้ยอดสูงและมีหลักฐานชัดเจน

Payment Gateway

ระบบตัวกลางที่เชื่อมร้านค้าออนไลน์กับช่องทางชำระเงินหลายช่องทางในจุดเดียว เช่น 2C2P, Omise, PaySolutions ลูกค้าเลือกจ่ายได้ทั้งบัตรเครดิต พร้อมเพย์ หรือ e-Wallet ผ่านหน้า checkout เดียว เหมาะกับร้านค้าออนไลน์ที่ต้องการเพิ่มช่องทางรับเงินโดยไม่ต้องสมัครแยกทีละธนาคาร


ข้อดีของ E-Payment สำหรับธุรกิจ SME

E-Payment ช่วย SME ลดภาระงานที่ต้องทำซ้ำทุกวัน โดยเฉพาะการนับเงินสด ออกใบเสร็จมือ และตัดยอดรายการสิ้นวัน

ข้อดีหลักที่ SME ได้รับ ได้แก่

  • รับเงินได้ทันที ลดความเสี่ยงจากเช็คเด้งหรือเก็บเงินไม่ได้
  • มีหลักฐานดิจิทัลทุกรายการ ไม่ต้องเก็บสลิปกระดาษ
  • ลูกค้าจ่ายเงินสะดวกขึ้น ส่งผลให้ยอดขายเพิ่ม
  • ลดข้อผิดพลาดจากการคีย์ตัวเลขด้วยมือ
  • ข้อมูลธุรกรรมพร้อมนำเข้าระบบบัญชีได้ทันที

เปรียบเทียบค่าธรรมเนียม E-Payment แต่ละประเภท

ค่าธรรมเนียม e-payment ต่างกันตามประเภทและผู้ให้บริการ ตารางนี้สรุปอัตราโดยประมาณเพื่อให้ SME ประเมินต้นทุนก่อนเลือกใช้

ประเภทค่าธรรมเนียมฝั่งร้านค้าเหมาะกับ
พร้อมเพย์ฟรี – 0.25% (ขึ้นกับยอด)ร้านค้าทั่วไป B2C
QR Paymentฟรี – 0.25%ร้านค้าปลีก ร้านอาหาร
บัตรเครดิต1.5-3.5% ต่อรายการe-commerce B2C
e-Wallet1-2% ต่อรายการร้านค้าออนไลน์
Internet Bankingฟรี – 25 บาทต่อรายการB2B จ่ายซัพพลายเออร์
Payment Gateway2.5-3.65% ต่อรายการร้านค้าออนไลน์ที่ต้องการหลายช่องทาง

หมายเหตุ: อัตราค่าธรรมเนียมอาจเปลี่ยนแปลงตามผู้ให้บริการ ควรสอบถามรายละเอียดกับธนาคารหรือผู้ให้บริการโดยตรง


วิธีเชื่อม E-Payment กับโปรแกรมบัญชี

การรับเงินผ่านช่องทางดิจิทัลแล้วมาคีย์เข้าระบบบัญชีด้วยมือ อาจทำให้ยอดเงินไม่ตรงกับใบแจ้งหนี้ โดยเฉพาะธุรกิจที่มีรายการรับเงินวันละหลายสิบรายการ ปัญหานี้แก้ได้ด้วยการเชื่อมระบบชำระเงินเข้ากับโปรแกรมบัญชีโดยตรง

ทำไมต้องเชื่อมระบบชำระเงินเข้ากับบัญชี

เมื่อระบบ e-payment เชื่อมกับโปรแกรมบัญชี รายการรับเงินจะถูกบันทึกอัตโนมัติ ตัดยอดตรงกับใบแจ้งหนี้ และสร้างใบเสร็จรับเงินได้ทันที ลดขั้นตอนการทำงานซ้ำซ้อนของทีมบัญชี และยังช่วยให้เจ้าของกิจการเห็นกระแสเงินสดแบบ real-time

เริ่มต้นใช้ระบบบัญชีที่เชื่อมต่อ e-payment ได้

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ รองรับการเชื่อมต่อข้อมูลธนาคารเพื่อจับคู่รายการรับ-จ่ายเงินกับเอกสารบัญชีอัตโนมัติ ช่วยให้ SME ลดเวลาคีย์ข้อมูลและมั่นใจว่ายอดเงินตรงกับบัญชี ทดลองใช้ PEAK ฟรี

ข้อกำหนด e-Tax Invoice ที่เกี่ยวข้องกับ E-Payment

SME ที่รับชำระเงินผ่าน e-payment และจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้าทุกรายการ ปัจจุบันกรมสรรพากรสนับสนุนให้ธุรกิจใช้ e-Tax Invoice (ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์) แทนใบกำกับภาษีกระดาษ

การใช้ e-Tax Invoice ร่วมกับ e-payment ช่วยให้ขั้นตอนรับเงินและออกเอกสารภาษีเป็นดิจิทัลทั้งหมด ลดการทำเอกสารซ้ำ และพร้อมรับการตรวจสอบจากสรรพากร สำหรับรายละเอียดเรื่องภาษีที่เกี่ยวข้องกับ e-payment สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ในบทความนี้


สรุป: E-Payment ระบบที่ SME ยุคนี้ขาดไม่ได้

E-Payment ไม่ใช่แค่เรื่องของการรับเงินออนไลน์ แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วย SME ลดงานซ้ำ ลดข้อผิดพลาด และเพิ่มโอกาสขายให้กับธุรกิจ สิ่งที่ควรทำต่อจากตรงนี้คือ

  • เลือกช่องทาง e-payment ที่ตรงกับรูปแบบธุรกิจและกลุ่มลูกค้า
  • เปรียบเทียบค่าธรรมเนียมก่อนตัดสินใจ
  • เชื่อมระบบ e-payment เข้ากับโปรแกรมบัญชีเพื่อลดงานคีย์ข้อมูล

พร้อมยกระดับธุรกิจด้วยระบบบัญชีที่เข้าใจ e-payment

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วย SME จัดการเอกสาร รายรับ-รายจ่าย และรายงานการเงินได้ครบในที่เดียว รองรับการเชื่อมต่อข้อมูลธนาคารเพื่อจับคู่รายการรับเงินอัตโนมัติ เริ่มต้นใช้ PEAK ฟรีวันนี้


คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับ E-Payment

e-payment จ่ายอย่างไร

ผู้จ่ายเลือกช่องทางที่ต้องการ เช่น สแกน QR Code รูดบัตรเครดิต หรือโอนผ่าน Mobile Banking จากนั้นระบบจะประมวลผลและโอนเงินเข้าบัญชีผู้รับ พร้อมบันทึกหลักฐานธุรกรรมอัตโนมัติ

รูปแบบ e-payment มีอะไรบ้าง

e-payment ที่นิยมใช้ในไทย ได้แก่ พร้อมเพย์ QR Payment บัตรเครดิตและเดบิต e-Wallet (เช่น TrueMoney, Rabbit LINE Pay) Internet Banking และ Payment Gateway สำหรับร้านค้าออนไลน์

ยอดขาย e-payment หมายถึงอะไร

คือมูลค่ารวมของการขายสินค้าหรือบริการที่ลูกค้าชำระผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด ตัวเลขนี้สำคัญสำหรับการยื่นภาษี เพราะกรมสรรพากรกำหนดให้สถาบันการเงินรายงานบัญชีที่มีการฝากหรือรับโอนเงินตั้งแต่ 3,000 รายการต่อปี หรือตั้งแต่ 400 รายการต่อปีที่มียอดรวมเกิน 2 ล้านบาท

e-payment สมัครอย่างไร

สำหรับบุคคลทั่วไป สมัครพร้อมเพย์ได้ผ่านแอปธนาคารโดยผูกเลขบัตรประชาชนหรือเบอร์โทร สำหรับร้านค้าที่ต้องการรับบัตรเครดิตหรือ Payment Gateway ต้องสมัครกับผู้ให้บริการ เช่น 2C2P, Omise หรือธนาคาร โดยเตรียมเอกสารจดทะเบียนธุรกิจและบัญชีธนาคารของกิจการ นอกจากนี้ธุรกิจที่มีลูกจ้างยังสามารถใช้ e-payment จ่ายเงินสมทบประกันสังคมได้อีกด้วย


PEAK โปรแกรมบัยชี ตัวช่วยผู้ประกอบการจัดการบัญชี

ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine