ค่า GP คืออะไร
Table of Contents

ในยุคที่การซื้อของออนไลน์กลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน ทุกแพลตฟอร์มแข่งขันแจกโค้ดส่วนลดให้กับผู้ใช้งาน โดยหักส่วนต่างมาจากค่าธรรมเนียมผู้ขาย ทำให้ค่า GP (Gross Profit Fee) กลายเป็นต้นทุนก้อนใหญ่ ที่ผู้ขายออนไลน์ทุกคนต้องเข้าใจ ที่หากตั้งราคาผิด จากได้กำไรอาจกลายเป็นเข้าเนื้อแบบไม่รู้ตัว

บทความนี้จะพามารู้จักกับค่า GP พร้อมเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมทุกรายการ จากทั้ง Shopee, TikTok Shop, Lazada และ Thaimart แนะนำวิธีการคำนวณต้นทุนจริง อธิบายผ่านตัวอย่างที่เข้าใจง่าย และเจาะลึกต้นทุนแฝง เพื่อให้ได้กำไรตามต้องการ


ค่า GP คืออะไร ทำไมผู้ขายออนไลน์ต้องรู้

ค่า GP (Gross Profit Fee) คือค่าธรรมเนียมการขาย ที่จะหักจากยอดขายทุกออเดอร์ ก่อนจะโอนเงินให้ผู้ขาย โดยค่า GP แต่ละหมวดสินค้าจะมีอัตราที่แตกต่างกัน แต่หากผู้ขายไม่มีรายได้ แพล็ตฟอร์มก็จะไม่เก็บค่าธรรมเนียมในส่วนนี้ พูดง่าย ๆ ว่าถ้าขายไม่ได้ก็ไม่จะไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

นอกเหนือจากค่า GP แล้ว ยังมีค่าธรรมเนียมอื่นที่ผู้ขายต้องรับผิดชอบ อาทิ

  • Payment Fee คือค่าธรรมเนียมการชำระเงิน อยู่ที่ประมาณ 2-3.21%
  • Affiliate Commission คือค่าคอมมิชชันที่จ่ายให้ครีเอเตอร์ที่ช่วยขายสินค้า ผู้ขายตั้งส่วนแบ่งนี้เองได้
  • Marketing Fee คือค่าโปรโมชันเสริม เช่น Flash Sale, Ads, Voucher ที่ผู้ขายเลือกใช้เอง
  • ค่าธรรมเนียมอื่น เช่น ค่าธรรมเนียมจากการเข้าร่วมแคมเปญ ส่วนลดโดยร้านค้า ค่าบริการแพลตฟอร์ม ฯลฯ

ยิ่งช่วงหลังมานี้ ทุกแพลตฟอร์มต่างปรับขึ้นค่าธรรมเนียมกันอย่างพร้อมหน้า ทั้ง Shopee และ Lazada ที่ขึ้นครั้งละ 1-2% หากผู้ขายไม่ติดตามข่าว อาจตั้งราคาพลาดจนกำไรบางแบบไม่รู้ตัว

แพลตฟอร์ม E-Commerce ยังมีหน้าที่นำส่งข้อมูลรายได้ให้กับกรมสรรพากร ผู้ค้าออนไลน์จึงต้องเข้าใจภาษีสำหรับผู้ค้าออนไลน์เพิ่มเติมด้วย เพื่อไม่ให้พลาดเรื่องการจัดการภาษี


รู้จัก 4 แพลตฟอร์ม เหมาะกับธุรกิจแบบไหน

ก่อนเลือกแพลตฟอร์มขายของออนไลน์ ผู้ขายควรเข้าใจในจุดแข็งของแต่ละแพล็ตฟอร์มก่อน ซึ่งมีกลุ่มลูกค้า ความต้องการ และอัตรา GP ที่แตกต่างกันไปตามแต่ละหมวด การเลือกแพลตฟอร์มที่ตรงกับธุรกิจ จะช่วยเพิ่มโอกาสปิดการขายได้มากขึ้น

ShopeeTikTok ShopLazadaThaimart
ส่วนแบ่งการตลาด ในประเทศไทยมากกว่า 50%ประมาณ 33%ประมาณ 17%ยังไม่มีข้อมูล
จุดแข็งแพลตฟอร์มฐานลูกค้าใหญ่ที่สุด บริการหลากหลายเน้นขายผ่านวิดีโอ ไลฟ์สด ปักตะกร้าLazMall เน้นความน่าเชื่อถือสินค้าต้องระบุที่มาให้ชัดเจน และไม่เก็บ GP ปีแรก

ข้อมูลส่วนแบ่งตลาดในประเทศไทย อ้างอิงจาก DataGlass Research “SEA Seller Market Research 2026” และ Tuke Marketing

แม้ว่าสินค้าที่คุณมีอาจไม่ตรงกลุ่มเป้าหมายของแต่ละแพลตฟอร์ม แต่การตั้งร้านค้าให้ครบทุกแพลตฟอร์ม ไม่ได้มีค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม จึงเป็นตัวเลือกที่ดีกว่ากับการตั้งร้านค้าให้ครอบคลุมทุกความต้องการ


เปรียบเทียบค่า GP แต่ละแพลตฟอร์ม ตามหมวดสินค้า

แต่ละแพลตฟอร์มคิดค่า GP และค่าธรรมเนียม ในแต่ละหมวดสินค้าไม่เท่ากัน ผู้ขายจึงต้องรู้ค่า GP ตามประเภท สินค้าของตนเอง เพื่อการตั้งราคาให้เหมาะสม โดยตารางด้านล่างนี้แสดงหมวดสินค้าหลัก และอัตราค่า GP ที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% แล้ว

ShopeeTikTok ShopLazadaThaimart
สินค้าอิเล็กทรอนิกส์7.45-19.26%6.42-10.70%5.89-16.05%ไม่เรียกเก็บค่า GP
ในปีแรก*
สินค้าแฟชัน18.73%-19.26%10.70%-11.77%16.05%-17.12%
สินค้าอุปโภคบริโภค FMCG16.05%10.70%16.05%
สินค้าทั่วไป14.98%-19.26%9.63-10.70%10.17%-16.05%

*Thaimart มีนโยบายยกเว้นค่า GP 0% ในปีแรกถึงวันที่ 6 กรกฎาคม 2570 ก่อนจะเรียกเก็บเป็นขั้นบันได โดยปรับเป็น 5% ในปีที่สอง, 8% ในปีที่สาม, และเพดานสูงสุด 10% ในปีที่สี่ ส่วนค่าธรรมเนียมการชำระเงิน 3.21% จะได้รับการยกเว้นถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 เท่านั้น ตามข้อมูลจาก Thaimart Official Facebook Page


ตัวอย่างคำนวณค่าธรรมเนียมและ GP จากแต่ละแพลตฟอร์ม

เมื่อดูแค่ตัวเลข GP หลายคนอาจเข้าใจว่าการขายผ่าน TikTok Shop จะถูกหักค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มน้อยที่สุด แต่เมื่อคำนวณค่าธรรมเนียมทุกรายการเข้าด้วยกันแล้ว จะเห็นรายรับสุทธิที่วัดผลได้ดีกว่าแค่การดูยอด GP

ในกรณีตัวอย่างจริง ผู้ขายตั้งราคาขายทุเรียนเนื้อล้วนเกรดพรีเมี่ยมที่ 1,000 บาท ส่วนลดร้านค้า 100 บาท ลูกค้าจึงจ่ายจริงเพียง 900 บาท

ShopeeTikTok ShopLazada
ราคาขายตั้งต้น1,000 บาท
ส่วนลดผู้ขาย-100 บาท
ราคาที่ลูกค้าจ่าย900 บาท
ค่าคอมมิชชัน (GP) สำหรับกลุ่ม สินค้าอุปโภคบริโภค900 x 16.05% =
144.45 บาท
900 x 10.70% =
96.30 บาท
900 x 16.05% =
144.45 บาท
ค่าธรรมเนียมการชำระเงิน (Payment Transaction Fee) 900 x 3.21% =
28.89 บาท
900 x 3.21% =
28.89 บาท
900 x 3.21% =
28.89 บาท
ค่าธรรมเนียมสนับสนุนการเติบโตของร้านค้า
(Commerce Growth Fee)
900 x 8.03% =
72.27 บาท
Platform Fee1.07 บาท1.07 บาท
รายรับสุทธิ725.59 บาท701.47 บาท726.66 บาท
คิดเป็นค่าธรรมเนียมรวม19.38%22.06%19.26%

* ค่า GP ปัจจุบันของแต่ละแพลตฟอร์ม อ้างอิงข้อมูลจากวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2569

แม้ TikTok Shop จะมีค่าธรรมเนียมสูงกว่าแพลตฟอร์มอื่น แต่ด้วยธรรมชาติของแพลตฟอร์มที่เน้นการขายด้วยวิดีโอ จึงมีระบบ Affiliate ที่แข็งแกร่งกว่าแพลตฟอร์มอื่นๆ ผู้ใช้งานจึงมีโอกาสค้นพบสินค้าของคุณได้รวดเร็ว ด้วยเหตุผลนี้ ทำให้ TikTok Shop กลายเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่ผู้ขายไม่ควรมองข้าม

นอกจากนี้ แต่ละแพลตฟอร์มอาจมีเงื่อนไขเพิ่มเติม เช่น ค่าแคมเปญโปรโมชันตามช่วงเวลา ส่วนลดคอมมิชชัน หรือค่าธรรมเนียมอื่นๆ ผู้ขายจึงควรหมั่นตรวจสอบรายรับสุทธิ และติดตามข่าวสารจากแพลตฟอร์มอย่างสม่ำเสมอ 

สำหรับรายละเอียดค่าธรรมเนียม Shopee แบบครบทุกรายการที่ อ่านเพิ่มได้ที่ วิธีคำนวณค่าธรรมเนียม Shopee 2569


นอกจากค่า GP ผู้ขายมีต้นทุนอะไรอีก

โดยเฉลี่ยแล้ว แพลตฟอร์ม E-Commerce จะหักค่าธรรมเนียมรวมประมาณ 19-22% สำหรับกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ที่ใช้อ้างอิงในบทความ ทำให้ผู้ขายหลายรายเข้าใจว่า ต้นทุนของตนเองมีแค่ต้นทุนสินค้า รวมกับค่า GP ของแพลตฟอร์มเท่านั้น แต่จริงๆ แล้ว ยังมีต้นทุนแฝงอื่นอีก อาทิ

  • ค่าโฆษณาและการตลาด ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายรูปสินค้า โฆษณาผ่านแพลตฟอร์ม หรือการให้ส่วนลดคูปองต่างๆ 
  • ค่าแพ็กเกจจิ้ง อาทิ กล่องพัสดุ ซองพลาสติก เทปกาว บับเบิ้ลกันกระแทก การ์ดขอบคุณ ล้วนเป็นต้นทุนทั้งสิ้น
  • ค่าความเสี่ยง ทั้งจากสินค้าตีกลับ ลูกค้าปฏิเสธรับของ พัสดุสูญหาย หรือสินค้าเรียกเคลม 
  • ค่าแรง ทั้งแอดมินตอบแชท พนักงานแพ็คสินค้า หรือต่อให้เจ้าของร้านทำเอง ก็ต้องคำนวนด้วย
  • ต้นทุนการจัดเก็บสินค้า คลังเก็บสินค้า ค่าขนส่ง ไปจนถึงค่าสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต
  • ต้นทุนด้านภาษี หากรายได้ต่อปีถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ทั้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม

ตัวอย่างการคิดต้นทุนสินค้า

การคำนวณต้นทุนจริง ทำได้โดยการจับเอาค่าใช้จ่ายทุกอย่าง มาหารเฉลี่ยลงในสินค้า เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนที่สุด การคำนวณให้แยกออกเป็นสามส่วน โดยจะใช้ตัวอย่างเป็นทุเรียนเนื้อล้วนเกรดพรีเมี่ยม ที่ตั้งราคาขายจริง 900 บาทเหมือนเดิม และสมมติให้ต้นทุนสินค้าอยู่ที่ 300 บาท

ส่วนที่ 1: ต้นทุนสินค้า
ราคาทุเรียน300 บาท
ส่วนที่ 2: ต้นทุนผันแปรต่อชิ้น
ค่า GP แพลตฟอร์ม (หมวดผลไม้สด ประมาณ 20-23%)900 x 20-23% = 180-207 บาท
ค่าบรรจุภัณฑ์ พิมพ์กล่องกันกระแทก15 บาท
ส่วนที่ 3: ต้นทุนคงที่ และต้นทุนแฝง
ค่าโฆษณาและการตลาด10 บาท
ค่าแรงพนักงาน คนแพ็คสินค้า20 บาท
ค่าความเสี่ยง สินค้าเสียหาย
(ตีเผื่อไว้ 5% ของต้นทุน)
15 บาท
สรุปต้นทุน (1)+(2)+(3)540-567 บาท

เมื่อกางต้นทุนออกมาชัดเจน จะเห็นได้ชัดว่าราคาขายบนแพลตฟอร์ม 900 บาท หลังหักกับต้นทุน 540-567 บาท จะเหลือกำไรจริงเพียงแค่ 333-360 บาทเท่านั้น ดังนั้น ผู้ขายจึงควรมองหาวิธีการลดต้นทุน ด้วยวิธีการที่ไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพสินค้า หาผลิตภัณฑ์อื่นมาขายเสริม หรืออาจพิจารณาเข้าร่วมแคมเปญต่างๆ เพื่อให้มียอดขายและกำไรที่มากขึ้น


สรุป : เปรียบเทียบค่า GP แพลตฟอร์ม E-Commerce ไทย

ค่า GP เป็นเพียงส่วนหนึ่งของค่าธรรมเนียม E-Commerce ทั้งหมด ผู้ขายออนไลน์จึงต้องจำ 3 เรื่องนี้

  1. ดูค่าธรรมเนียมรวม ไม่ใช่แค่ค่า GP เพราะรายได้ที่ได้รับจริง ต้องหักค่าธรรมเนียมทั้งหมดก่อน
  2. คำนวณต้นทุนแฝงให้แม่น เข้าใจโครงสร้างราคาตนเอง แล้วจะค้าขายได้กำไรจริง
  3. ลงขายทุกแพล็ตฟอร์ม เพิ่มโอกาสสร้างรายได้ แล้วค่อยตัดสินใจจากกำไรสุทธิ

จัดการบัญชีร้านค้าออนไลน์ให้เป็นระบบด้วย PEAK

เมื่อขายของบนหลายแพลตฟอร์มพร้อมกัน การจัดการบัญชีด้วยมือจะยุ่งยากและมีโอกาสเสี่ยงที่จะผิดพลาด PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์สำหรับธุรกิจ E-Commerce สามารถนำเข้ารายรับ-รายจ่ายจากทุกแพลตฟอร์ม ผ่านช่องทาง API เชื่อมต่อกับระบบจัดการร้านค้าออนไลน์ได้อัตโนมัติ พร้อมดูรายงานกำไร-ขาดทุนได้แบบ Real-time และเตรียมเอกสารภาษีได้ครบในที่เดียว


คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับค่า GP แพลตฟอร์ม E-Commerce

ค่า GP กับค่าธรรมเนียมรวม ต่างกันอย่างไร

ค่า GP คือค่าคอมมิชชันที่แพลตฟอร์มเก็บจากยอดขาย ส่วนค่าธรรมเนียมรวมยังรวมถึง Payment Fee, Commerce Growth Fee (เฉพาะ TikTok Shop) และ Platform Fee อีกด้วย ตัวอย่างเช่น TikTok Shop เก็บ GP เพียง 10.70% แต่ค่าธรรมเนียมรวมจริงสูงถึง 22.06%

ขายของผ่านไลฟ์สด เสียค่าธรรมเนียมเพิ่มอีกไหม

การขายสินค้าผ่านไลฟ์สดไม่มีการคิดค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม แต่อาจจะมีค่า Affiliate Commission ที่ต้องจ่ายให้ครีเอเตอร์ที่ช่วยขายสินค้า สิ่งที่ต้องชั่งน้ำหนักคือการใช้ Affiliate สามารถทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นได้ แต่ต้องแลกกับกำไรต่อชิ้นที่ลดลง โดยเฉพาะกับแพล็ตฟอร์ม TikTok Shop ที่ครีเอเตอร์มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจสูง

ค่า GP คิดจากราคาตั้งต้นหรือราคาที่ลูกค้าจ่ายจริง

ทุกแพลตฟอร์มคิดค่า GP จากราคาที่ลูกค้าจ่ายจริงหลังหักส่วนลดร้านค้า ไม่ใช่ราคาตั้งต้น ตัวอย่างเช่น ตั้งราคา 1,000 บาท ลดเอง 100 บาท ลูกค้าจ่าย 900 บาท แพลตฟอร์มจะคิด GP และค่าธรรมเนียมอื่นๆ จากรายรับ 900 บาท

แพลตฟอร์มไหนหักค่าธรรมเนียมน้อยที่สุด

แต่ละแพลตฟอร์มมีอัตราการหักค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกันไป ตามหมวดหมู่ของสินค้า และอัตราค่าบริการต่างๆ ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ผู้ขายจึงต้องคอยติดตามข่าวสารต่อเนื่อง แต่สำหรับผู้ขายรายใหม่อาจพิจารณา Thaimart ที่ยังไม่เรียกเก็บค่า GP ในปีแรก ทำให้เป็นตัวเลือกที่ต้นทุนต่ำสุด

Thaimart ไม่เก็บค่า GP จริงหรือ มีเงื่อนไขอะไรบ้าง

Thaimart เป็นแพลตฟอร์ม E-Commerce ของไทย เปิดให้บริการเดือนกรกฎาคม 2569 มีจุดเด่นคือการไม่เก็บค่า GP ในปีแรก สำหรับผู้ขายที่เปิดร้านก่อนวันที่ 6 กรกฎาคม 2570 หลังจากนั้นจะเริ่มเก็บเป็นขั้นบันได คือ 5% ในปีที่สอง 8% ในปีที่สาม และเพดานสูงสุด 10% ในปีที่สี่ ส่วนค่าธรรมเนียมการชำระเงินยกเว้นถึง 31 ธันวาคม 2569 เท่านั้น

อ้างอิงจาก: DataGlassLabs, Tuke Marketing, BangkokPost   

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์สำหรับนักบัญชีและ SMEs