
ผู้ประกอบการหลายคนคิดว่าการปิดบริษัทแค่ “หยุดทำ” ก็จบ แต่ความจริงบริษัทจำกัดที่จดทะเบียนไว้จะยังมีตัวตนตามกฎหมายจนกว่าจะเดินเรื่องเลิกให้ครบ ทั้งฝั่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และกรมสรรพากร
ถ้าปล่อยค้างไว้ ค่าปรับและภาระภาษีจะตามมาถึงตัวกรรมการ บทความนี้รวมทุกขั้นตอนการปิดกิจการตั้งแต่มติเลิกจนถึงยื่นภาษีรอบสุดท้าย พร้อมเอกสาร ค่าใช้จ่าย และจุดที่คนพลาดบ่อย เพื่อให้คุณปิดบริษัทได้ถูกต้องและจบจริง
ปิดบริษัทกับพักกิจการ ต่างกันอย่างไร?
การปิดบริษัทคือการยุติสภาพนิติบุคคลอย่างถาวร บริษัทจะหายไปจากทะเบียนของ DBD และไม่มีหน้าที่ยื่นภาษีอีก ส่วนการพักกิจการชั่วคราวคือหยุดทำธุรกิจชั่วคราวแต่บริษัทยังอยู่ ยังต้องส่งงบการเงินและยื่นแบบภาษีทุกปี
ความต่างนี้สำคัญ เพราะเจ้าของหลายคนเข้าใจผิดว่าแค่เลิกขายของก็คือปิดแล้ว ทั้งที่บริษัทยังเดินหน้าที่ตามกฎหมายอยู่ ถ้าไม่อยากมีภาระต่อ ต้องเลือกทาง “เลิกและชำระบัญชี” ให้เสร็จ ไม่ใช่แค่เงียบหายไป
ปิดบริษัทมีกี่ขั้นตอน?
การปิดบริษัทจำกัดมี 5 ขั้นตอนหลัก เรียงตามลำดับเวลา โดยรวมมักใช้เวลา 3 ถึง 6 เดือนกว่าจะจบสมบูรณ์ ตารางนี้สรุปภาพรวมก่อนลงรายละเอียดแต่ละขั้น
| ขั้นที่ | สิ่งที่ต้องทำ | ยื่นที่ไหน | กรอบเวลา |
|---|---|---|---|
| 1 | ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติพิเศษให้เลิก และตั้งผู้ชำระบัญชี | ภายในบริษัท | วันเริ่มต้น |
| 2 | จดทะเบียนเลิกบริษัท | DBD | ภายใน 14 วันนับจากวันเลิก |
| 3 | ประกาศหนังสือพิมพ์ และแจ้งเจ้าหนี้ | นสพ. ท้องถิ่น | ภายใน 14 วันนับจากวันเลิก |
| 4 | ชำระบัญชี เก็บหนี้ จ่ายหนี้ ทำงบ ณ วันเลิก | ภายในบริษัท | จนกว่าจะเคลียร์ครบ |
| 5 | จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี | DBD | ภายใน 14 วันหลังที่ประชุมอนุมัติ |
เมื่อจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีแล้ว บริษัทจึงสิ้นสภาพนิติบุคคลอย่างสมบูรณ์ (ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า)
ขั้นที่ 1: ประชุมผู้ถือหุ้นและมีมติเลิก
การเลิกบริษัทต้องใช้มติพิเศษของที่ประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งต้องได้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง
จากนั้นที่ประชุมจะแต่งตั้งผู้ชำระบัญชี ซึ่งส่วนใหญ่คือกรรมการเดิม เพื่อทำหน้าที่สะสางทรัพย์สินและหนี้สินต่อไป
ขั้นที่ 2: จดทะเบียนเลิกบริษัทกับ DBD
หลังมีมติเลิก ผู้ชำระบัญชีต้องยื่นจดทะเบียนเลิกบริษัทที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าตามกรอบเวลาในตารางด้านบน การจดทะเบียนเลิกนี้คือจุดที่ทำให้ “การเลิก” มีผลตามกฎหมาย ไม่ใช่แค่มติในที่ประชุม
ขั้นที่ 3: ชำระบัญชีให้เสร็จ
ผู้ชำระบัญชีจะรวบรวมทรัพย์สิน เรียกเก็บลูกหนี้ ชำระเจ้าหนี้ และคืนทุนที่เหลือให้ผู้ถือหุ้น พร้อมจัดทำงบการเงิน ณ วันเลิกให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบ แล้วเรียกประชุมผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติ
ถ้าชำระบัญชีไม่เสร็จภายใน 1 ปี ต้องรายงานเหตุผลต่อนายทะเบียน
จดเลิกบริษัทออนไลน์ผ่าน DBD e-Service ทำได้ไหม?
ทำได้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเปิดให้ยื่นจดทะเบียนเลิกและเสร็จการชำระบัญชีผ่าน ระบบ DBD e-Service ทางออนไลน์ ช่วยลดการเดินทางไปสำนักงานทะเบียน เหมาะกับเจ้าของที่อยากทำเองเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย
การจดเลิกบริษัทออนไลน์ใช้เอกสารชุดเดียวกับการยื่นแบบกระดาษ เพียงแต่ต้องลงทะเบียนเข้าใช้ระบบและแนบไฟล์พร้อมลายเซ็นดิจิทัลตามที่ระบบกำหนด
ก่อนยื่นควรเตรียมไฟล์ให้ครบ เพราะถ้าเอกสารไม่ครบระบบจะตีกลับให้แก้ ทำให้เสียเวลารอบใหม่
แจ้งเลิกกิจการกับกรมสรรพากร: VAT และภาษีที่ต้องเคลียร์
นอกจาก DBD แล้ว ถ้าบริษัทจด VAT ไว้ ต้องแจ้งเลิกกับกรมสรรพากรด้วย มิฉะนั้นระบบจะยังถือว่าคุณเป็นผู้ประกอบการจด VAT และต้องยื่นแบบต่อไป
การเคลียร์ภาษีเป็นด่านที่คนทำเองพลาดบ่อยที่สุด เพราะมักโฟกัสแต่ฝั่ง DBD
แจ้งเลิก VAT และคืนใบทะเบียนภาษี
ถ้าบริษัทอยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องยื่น แบบ ภ.พ.09 ที่กรมสรรพากร (แบบแจ้งการเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม) เพื่อแจ้งเลิกภายใน 15 วันนับจากวันเลิกประกอบกิจการ พร้อมคืนใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) ที่เคยได้รับ
ระหว่างที่สรรพากรยังไม่อนุมัติให้ขีดชื่อออกจากระบบ บริษัทยังมีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.พ.30 (แบบยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือน) ตามปกติ อย่าเพิ่งหยุดยื่นทันทีที่แจ้งเลิก (ข้อมูลจากกรมสรรพากร)
ยื่น ภ.ง.ด.50 และงบการเงินรอบสุดท้าย
รอบบัญชีสุดท้ายจะสิ้นสุด ณ วันที่จดทะเบียนเลิก บริษัทต้องปิดงบการเงิน ณ วันเลิก ให้ผู้สอบบัญชีตรวจ แล้วยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 (แบบยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี) ภายใน 150 วันนับจากวันเลิก
แม้ปีสุดท้ายจะทำธุรกิจแค่ไม่กี่เดือนก็ยังต้องยื่น
ปิดบริษัทที่มีสินค้าคงเหลือ ขาดทุนสะสม หรือเงินกู้ยืมกรรมการค้าง ทำอย่างไร?
จุดนี้คือ pain point ที่เจ้าของ SME ตกม้าตายบ่อยที่สุด เพราะเป็นเรื่องบัญชีและภาษีที่ไม่เห็นชัดจากภายนอก สรุป 3 กรณีที่ต้องจัดการก่อนปิด
- สินค้าคงเหลือ: ตามหลักเกณฑ์ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สต็อกที่เหลืออยู่ ณ วันเลิกถือเป็น “การขาย” ต้องเสีย VAT จากมูลค่าตลาด แม้ยังไม่ได้ขายออกจริง จึงควรระบายสต็อกให้เหลือน้อยที่สุดก่อนปิด
- ขาดทุนสะสม: เมื่อบริษัทปิดแล้ว ผลขาดทุนสะสมที่เคยมีจะนำไปใช้ประโยชน์ทางภาษีต่อไม่ได้อีก จึงควรวางแผนจังหวะปิดให้ดี
- เงินกู้ยืมกรรมการ: ยอดค้างระหว่างบริษัทกับกรรมการต้องถูกสะสางให้จบในขั้นชำระบัญชี ถ้ามีลูกหนี้เงินให้กู้แก่กรรมการค้างอยู่ อาจถูกมองเป็นเงินได้ที่ต้องเสียภาษี
ตัวอย่างการคำนวณ VAT สินค้าคงเหลือ ณ วันเลิก (ตัวเลขสมมุติ)
สมมุติสต็อกคงเหลือ ณ วันเลิกมีมูลค่าตลาด 200,000 บาท ภาษีขายที่ต้องนำส่งคำนวณดังนี้
มูลค่าตลาดสินค้าคงเหลือ = 200,000 บาท
ภาษีขายที่ต้องนำส่ง = 200,000 × 7%
= 14,000 บาท
ตัวอย่างการบันทึกบัญชีเมื่อจ่ายสินค้าคงเหลือให้ผู้ถือหุ้น ณ วันเลิก (ตัวเลขสมมุติ)
| รายการ | Dr (เดบิต) | Cr (เครดิต) |
|---|---|---|
| ผู้ถือหุ้น (รับสินค้าคงเหลือ) | 214,000 | — |
| รายได้จากการจำหน่ายสินค้า | — | 200,000 |
| ภาษีขาย (VAT 7%) | — | 14,000 |
การทำบัญชีให้เป็นระบบตั้งแต่ต้นจึงช่วยให้คำนวณและบันทึกรายการเหล่านี้ได้ถูกต้อง ปิดบริษัทได้ราบรื่น
งบการเงิน ณ วันเลิกกิจการ ต้องยื่นภายในกี่วัน?
งบการเงิน ณ วันเลิกต้องผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต และนำเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติในคราวเดียวกับการอนุมัติการชำระบัญชี
งบชุดนี้ถูกใช้สองด่าน ด่านแรกคือ DBD ตอนจดเสร็จการชำระบัญชี และด่านที่สองคือแนบกับแบบ ภ.ง.ด.50 ยื่นกรมสรรพากรตามกำหนด 150 วันที่กล่าวไปแล้วข้างต้น
เอกสารที่ต้องใช้ในการปิดบริษัท
ก่อนเริ่มเดินเรื่อง ควรเตรียมเอกสารหลักให้พร้อม เพื่อไม่ให้ยื่นแล้วถูกตีกลับ รายการที่ต้องใช้ในขั้นจดทะเบียนเลิกและชำระบัญชี มีดังนี้
- รายงานการประชุมผู้ถือหุ้นที่มีมติพิเศษให้เลิกบริษัทและตั้งผู้ชำระบัญชี
- คำขอจดทะเบียนเลิกและแบบรายการที่ DBD กำหนด
- สำเนาบัตรประชาชนของผู้ชำระบัญชี
- หลักฐานการประกาศหนังสือพิมพ์และหนังสือบอกกล่าวเจ้าหนี้
- งบการเงิน ณ วันเลิกที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชี
- รายงานการชำระบัญชีและรายงานการประชุมอนุมัติการชำระบัญชี
ในฝั่งภาษี ต้องเตรียมแบบ ภ.พ.09 พร้อมใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) ตัวจริงเพื่อคืนกรมสรรพากร รวมถึงงบและเอกสารประกอบแบบ ภ.ง.ด.50 รอบสุดท้าย
ค่าใช้จ่ายและระยะเวลาปิดบริษัท: ทำเองหรือจ้างสำนักงานบัญชี?
ค่าใช้จ่ายในการปิดบริษัทขึ้นกับว่าคุณทำเองหรือจ้างมืออาชีพ และบริษัทมีความซับซ้อนแค่ไหน ตารางนี้เปรียบเทียบให้เห็นภาพเพื่อช่วยตัดสินใจ ตัวเลขเป็นการประเมินเบื้องต้น ควรขอใบเสนอราคาจริงอีกครั้ง
| รายการ | ทำเอง | จ้างสำนักงานบัญชี |
|---|---|---|
| ค่าธรรมเนียมราชการ DBD | จ่ายตามจริง | รวมในแพ็กเกจ |
| ค่าประกาศหนังสือพิมพ์ | จ่ายเอง | รวมในแพ็กเกจ |
| ค่าผู้สอบบัญชีตรวจงบ ณ วันเลิก | จ่ายเอง | รวมในแพ็กเกจ |
| ค่าบริการเดินเรื่อง | ไม่มี | มีค่าบริการ |
| เวลาที่ต้องลงมือเอง | สูง | ต่ำ |
| ความเสี่ยงพลาดขั้นตอน | สูงกว่า | ต่ำกว่า |
ถ้าบริษัทมีรายการไม่ซับซ้อน สต็อกน้อย ไม่มีหนี้ค้าง การทำเองผ่าน DBD e-Service ช่วยประหยัดได้มาก
แต่ถ้ามีสินค้าคงเหลือเยอะ เงินกู้กรรมการค้าง หรือเอกสารบัญชีไม่ครบ การจ้างสำนักงานบัญชีมักคุ้มกว่าในแง่เวลาและความสบายใจ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและบทลงโทษถ้าปิดบริษัทไม่ถูกต้อง
ความผิดพลาดที่เจอบ่อยมี 2 แบบ
- แจ้งเลิกกับ DBD แล้วแต่ลืมแจ้งกรมสรรพากร ทำให้ยังมีหน้าที่ยื่นภาษีค้างอยู่
- หยุดยื่น ภ.พ.30 ทันทีที่แจ้งเลิก ทั้งที่ต้องยื่นต่อจนกว่าจะได้รับอนุมัติให้ขีดชื่อออก
ผลของการทำไม่ครบคือค่าปรับและเงินเพิ่มจากการยื่นแบบล่าช้า ซึ่งสะสมได้เรื่อยๆ และในบางกรณีความรับผิดตกมาถึงตัวกรรมการโดยตรง
ปล่อยให้เป็น “บริษัทร้าง” ต่างจากปิดบริษัทถูกต้องอย่างไร?
เจ้าของบางคนเลือกไม่ทำอะไรเลย ไม่ส่งงบ ไม่ยื่นภาษี ปล่อยให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าขีดชื่อออกเป็น “บริษัทร้าง” เพราะคิดว่าไม่ต้องเสียเงินปิด แต่วิธีนี้อันตรายกว่าที่คิด
การถูกขีดชื่อเป็นบริษัทร้างไม่ได้ล้างหนี้หรือภาระภาษีที่ค้างอยู่ กรรมการและผู้ถือหุ้นยังอาจต้องรับผิดในหนี้เดิม และกรมสรรพากรยังตามเก็บภาษีย้อนหลังได้
นอกจากนี้ประวัติการถูกขีดชื่ออาจกระทบความน่าเชื่อถือของกรรมการเมื่อจะจดบริษัทใหม่ในอนาคต การปิดบริษัทให้ถูกต้องจึงคือการปิดความเสี่ยงให้ตัวเอง ไม่ใช่แค่ค่าใช้จ่ายที่เสียเปล่า
สรุป: ปิดบริษัทให้จบต้องทำอะไรบ้าง
การปิดบริษัทให้ถูกต้องคือเดินเรื่องสองฝั่งให้ครบ ไม่ใช่แค่หยุดทำธุรกิจ
- ฝั่ง DBD: มีมติเลิก จดทะเบียนเลิก ชำระบัญชี แล้วจดเสร็จการชำระบัญชี
- ฝั่งกรมสรรพากร: แจ้งเลิก VAT ด้วย ภ.พ.09 คืนใบ ภ.พ.20 และยื่น ภ.ง.ด.50 รอบสุดท้าย
- เคลียร์สต็อกคงเหลือ เงินกู้กรรมการ และเก็บเอกสารให้ครบก่อนปิด
เริ่มจากตรวจสอบว่าบัญชีและงบการเงินของบริษัทเป็นปัจจุบันหรือยัง เพราะงบที่เรียบร้อยคือกุญแจที่ทำให้ปิดได้เร็วและไม่มีปัญหาตามหลัง
เตรียมบัญชีให้พร้อมปิดบริษัทด้วย PEAK
ก่อนจะปิดบริษัทได้ราบรื่น งบการเงินและเอกสารบัญชีต้องเป็นระบบก่อน PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยให้คุณปิดงบ ดูสต็อกคงเหลือ และจัดทำงบการเงิน ณ วันเลิกได้ครบในที่เดียว พร้อมส่งต่อให้ผู้สอบบัญชีตรวจได้ทันที ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน เพื่อเตรียมบัญชีให้พร้อมสำหรับทุกขั้นตอน
คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับการปิดบริษัท
ปิดบริษัทจำกัดกับปิดห้างหุ้นส่วน (หจก.) ต่างกันไหม?
หลักการคล้ายกันคือต้องจดทะเบียนเลิกและชำระบัญชีที่ DBD พร้อมเคลียร์ภาษีกับกรมสรรพากร แต่ห้างหุ้นส่วนจำกัดไม่ต้องใช้มติพิเศษของผู้ถือหุ้นแบบบริษัทจำกัด และรายละเอียดเอกสารบางส่วนต่างกัน ควรตรวจแบบฟอร์มเฉพาะประเภทกิจการกับ DBD อีกครั้ง
ปิดบริษัทใช้เวลานานแค่ไหน?
โดยทั่วไปใช้เวลา 3 ถึง 6 เดือน ขึ้นกับความเร็วในการชำระบัญชีและความครบของเอกสาร ถ้ามีหนี้สินหรือข้อพิพาทค้างอยู่ อาจนานกว่านั้น เพราะต้องสะสางให้จบก่อนจดเสร็จการชำระบัญชี
ปิดบริษัทแล้วยังต้องเก็บเอกสารบัญชีอีกไหม?
ต้องเก็บ แม้บริษัทจะสิ้นสภาพแล้วก็ยังต้องเก็บเอกสารและบัญชีไว้ตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เผื่อกรมสรรพากรขอตรวจย้อนหลัง จึงควร backup ไฟล์ไว้อย่างน้อยสองแหล่งกันสูญหาย
ถ้าบริษัทไม่เคยมีรายได้เลย ยังต้องปิดให้ถูกต้องไหม?
ต้อง แม้ไม่เคยมีรายได้ บริษัทก็ยังมีหน้าที่ตามกฎหมายจนกว่าจะจดเลิกและชำระบัญชีเสร็จ การปล่อยทิ้งจะทำให้เกิดค่าปรับจากการไม่ส่งงบสะสมไปเรื่อยๆ
ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine
