คำนวณต้นทุน
Table of Contents

หลายธุรกิจขายดีทุกวันแต่พอปิดบัญชีกลับไม่เหลือกำไร สาเหตุหลักคือการคำนวณต้นทุนไม่ครบ ลืมรวมค่าใช้จ่ายบางอย่างเข้าไป จนตั้งราคาขายต่ำกว่าที่ควร บทความนี้รวมสูตรและตัวอย่างคำนวณต้นทุนขายจริง ครบทั้งธุรกิจซื้อมาขายไป ธุรกิจผลิต และธุรกิจบริการ พร้อมวิธีตั้งราคาและหากำไรที่ใช้ได้ทันที

ต้นทุนขายคืออะไร ทำไม SME ต้องรู้

ต้นทุนขาย (Cost of Goods Sold หรือ COGS) คือเงินทั้งหมดที่ธุรกิจจ่ายไปเพื่อให้สินค้าหรือบริการพร้อมขาย ตั้งแต่วัตถุดิบ ค่าแรง ไปจนถึงค่าใช้จ่ายในการผลิตและจัดส่ง ถ้าไม่รู้ต้นทุนขายที่แท้จริง จะตั้งราคาขายแบบ “เดา” ซึ่งเสี่ยงขาดทุนโดยไม่รู้ตัว

การรู้ต้นทุนขายช่วยให้ตั้งราคาสินค้าได้อย่างมั่นใจ วางแผนกำไรได้แม่นยำ และยังทำให้งบการเงินถูกต้อง ลดความเสี่ยงจากการเสียค่าปรับภาษีอีกด้วย

ต้นทุนขายมีกี่ประเภท แต่ละแบบต่างกันอย่างไร

ต้นทุนขายแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก คือต้นทุนคงที่และต้นทุนผันแปร การแยกประเภทให้ชัดช่วยให้รู้ว่าต้นทุนส่วนไหนควบคุมได้ และส่วนไหนจะเพิ่มขึ้นตามยอดขาย

ต้นทุนคงที่ (Fixed Cost)

ต้นทุนคงที่คือค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเท่าเดิมทุกเดือน ไม่ว่าจะผลิตหรือขายมากน้อยแค่ไหน เช่น ค่าเช่าออฟฟิศ เงินเดือนพนักงานประจำ ค่าประกันภัย และค่าเสื่อมราคาเครื่องจักร

ต้นทุนผันแปร (Variable Cost)

ต้นทุนผันแปรคือค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงตามปริมาณการผลิตหรือขาย เช่น ค่าวัตถุดิบ ค่าบรรจุภัณฑ์ ค่าขนส่งสินค้า และค่าคอมมิชชันพนักงานขาย ยิ่งขายมาก ต้นทุนส่วนนี้ยิ่งสูง

วิธีคำนวณต้นทุนขายแยกตามประเภทธุรกิจ

แต่ละประเภทธุรกิจมีวิธีคำนวณต้นทุนขายต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่ามีขั้นตอนการผลิตหรือไม่ และต้นทุนหลักมาจากอะไร ลองดูทั้ง 3 แบบ พร้อมตัวอย่างตัวเลขจริง

ธุรกิจซื้อมาขายไป

ธุรกิจประเภทนี้คำนวณต้นทุนง่ายที่สุด คิดจากราคาสินค้าที่ซื้อมาบวกค่าขนส่งเข้าร้าน

ตัวอย่าง: บริษัท ตัวอย่าง จำกัด (ชื่อสมมุติ) นำเข้าอุปกรณ์สำนักงานมาขายส่ง ซื้ออุปกรณ์ล็อตหนึ่งในราคา 50,000 บาท ค่าขนส่ง 2,000 บาท ได้สินค้า 500 ชิ้น

ต้นทุนรวม = 50,000 + 2,000 = 52,000 บาท ต้นทุนต่อชิ้น = 52,000 ÷ 500 = 104 บาท

ธุรกิจผลิตสินค้า

ต้นทุนการผลิตประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ วัตถุดิบ ค่าแรง และค่าใช้จ่ายในการผลิต ต้องรวมทั้ง 3 ส่วนให้ครบ ไม่อย่างนั้นจะได้ต้นทุนต่ำกว่าความเป็นจริง

ตัวอย่าง: โรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ (ชื่อสมมุติ) ผลิตกล่องกระดาษ 10,000 ใบต่อเดือน มีต้นทุนดังนี้

รายการจำนวนเงิน (บาท/เดือน)
วัตถุดิบ (กระดาษ กาว หมึก)80,000
ค่าแรงพนักงานผลิต 3 คน45,000
ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ5,000
รวมต้นทุนการผลิต130,000

ต้นทุนต่อกล่อง = 130,000 ÷ 10,000 = 13 บาท

ธุรกิจบริการ

แม้ไม่มีสินค้าจับต้องได้ แต่ธุรกิจบริการก็มีต้นทุนเช่นกัน ต้นทุนหลักมาจากค่าแรงของผู้ให้บริการและวัสดุสิ้นเปลืองที่ใช้ไป

ตัวอย่าง: บริษัทรับทำบัญชี (ชื่อสมมุติ) มีนักบัญชี 2 คน เงินเดือนรวม 50,000 บาท ดูแลลูกค้า 20 ราย ค่าซอฟต์แวร์ 3,000 บาทต่อเดือน

ต้นทุนรวม = 50,000 + 3,000 = 53,000 บาท ต้นทุนต่อลูกค้า = 53,000 ÷ 20 = 2,650 บาท

ถ้าเก็บค่าบริการรายละ 3,500 บาท จะได้กำไรขั้นต้นรายละ 850 บาท สิ่งสำคัญคือต้องแยกให้ชัดว่าเวลาที่ใช้ไปกับลูกค้าแต่ละรายเป็นเท่าไร ถ้าลูกค้าบางรายใช้เวลามากกว่าปกติ ต้นทุนจริงอาจสูงกว่าที่คำนวณไว้

สูตรตั้งราคาขายจากต้นทุน พร้อมตัวอย่างคำนวณ

เมื่อรู้ต้นทุนแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการตั้งราคาขายให้ได้กำไรตามเป้า มี 2 สูตรหลักที่ SME ใช้กันบ่อย คือบวกกำไรเป็นจำนวนเงิน และบวกเป็นเปอร์เซ็นต์

สูตรบวกกำไรเป็นจำนวนเงิน

ราคาขาย = ต้นทุนรวมต่อชิ้น + กำไรที่ต้องการ

ตัวอย่าง: ต้นทุนสินค้า 104 บาท ต้องการกำไร 46 บาท

ราคาขาย = 104 + 46 = 150 บาท

วิธีนี้เหมาะกับสินค้าที่รู้ต้นทุนชัดเจนและต้องการกำหนดกำไรเป็นตัวเลขแน่นอน

สูตรบวกกำไรเป็นเปอร์เซ็นต์

ราคาขาย = ต้นทุน × (100 + เปอร์เซ็นต์กำไรที่ต้องการ) ÷ 100

ตัวอย่าง: ต้นทุนสินค้า 104 บาท ต้องการกำไร 30%

ราคาขาย = 104 × (100 + 30) ÷ 100 ราคาขาย = 104 × 130 ÷ 100 = 135.20 บาท

วิธีนี้นิยมใช้เพราะเปรียบเทียบกำไรข้ามสินค้าได้ง่าย

วิธีหากำไรจากราคาขาย และคำนวณอัตรากำไรขั้นต้น

นอกจากสูตรตั้งราคา ผู้ประกอบการควรรู้วิธีคำนวณย้อนกลับว่าสินค้าแต่ละตัวทำกำไรเท่าไร ทั้งเป็นจำนวนเงินและเปอร์เซ็นต์

คำนวณกำไรเป็นจำนวนเงิน

กำไร = ราคาขาย – ต้นทุน

ตัวอย่าง: ขายสินค้าราคา 150 บาท ต้นทุน 104 บาท

กำไร = 150 – 104 = 46 บาท

คำนวณเปอร์เซ็นต์กำไร

เปอร์เซ็นต์กำไร = (กำไร ÷ ต้นทุน) × 100

เปอร์เซ็นต์กำไร = (46 ÷ 104) × 100 = 44.2%

อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin)

อัตรากำไรขั้นต้นเป็นตัวเลขที่บอกว่ารายได้ส่วนไหนเป็นกำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายบริหาร

Gross Profit Margin = (ราคาขาย – ต้นทุน) ÷ ราคาขาย × 100

ตัวอย่าง: ขายสินค้า 150 บาท ต้นทุน 104 บาท

Gross Profit Margin = (150 – 104) ÷ 150 × 100 = 30.7%

โดยทั่วไป SME ที่มีอัตรากำไรขั้นต้น 30-50% ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี แต่ขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจ ธุรกิจบริการมักมี Margin สูงกว่าธุรกิจที่ต้นทุนวัตถุดิบสูง

ต้นทุนแฝงที่ SME มักลืมคำนวณ

หลาย SME คำนวณต้นทุนแค่ราคาวัตถุดิบกับค่าแรง แต่ลืมรวมค่าใช้จ่ายเหล่านี้เข้าไป ทำให้ตั้งราคาต่ำกว่าที่ควร

  • ค่าแรงเจ้าของกิจการ ถ้าเจ้าของทำงานเอง ต้องคิดเป็นค่าแรงด้วย สมมุติว่าถ้าต้องจ้างคนมาทำแทนจะจ่ายเท่าไร แล้วนำจำนวนนั้นรวมเข้าต้นทุน
  • ค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ แม้ทำงานที่บ้านก็ควรคิดเป็นต้นทุนตามสัดส่วนที่ใช้จริง
  • ของเสียจากการผลิต หากผลิต 100 ชิ้นแล้วเสีย 5 ชิ้น ต้นทุนจริงต่อชิ้นจะสูงกว่าที่คำนวณไว้
  • ค่าเสื่อมราคาอุปกรณ์ เครื่องจักรหรือคอมพิวเตอร์ที่ซื้อมาใช้ ควรทยอยเฉลี่ยเป็นต้นทุนตามอายุการใช้งาน
  • ค่าขนส่งและบรรจุภัณฑ์ ต้นทุนส่วนนี้มักถูกมองข้าม แต่สะสมเป็นจำนวนมากในระยะยาว

เมื่อรวมต้นทุนแฝงเข้าไป ราคาขายที่เหมาะสมอาจสูงกว่าที่คิดไว้ตอนแรก แต่จะทำให้ธุรกิจมีกำไรจริงและยั่งยืน แนะนำให้ทบทวนต้นทุนทุกเดือนหรือทุกครั้งที่ราคาวัตถุดิบเปลี่ยน เพราะต้นทุนที่ใช้อ้างอิงจากปีที่แล้วอาจไม่ตรงกับสถานการณ์ปัจจุบัน

สรุป: คำนวณต้นทุนถูก ธุรกิจกำไรยั่งยืน

การคำนวณต้นทุนขายอย่างครบถ้วนเป็นพื้นฐานที่ SME ทุกธุรกิจต้องทำ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจซื้อมาขายไป ผลิตสินค้า หรือให้บริการ ยิ่งรู้ต้นทุนแม่นยำเท่าไร ยิ่งตั้งราคาได้ถูกต้อง วางแผนกำไรได้จริง และแข่งขันในตลาดได้อย่างมั่นใจ

จัดการต้นทุนให้เป็นระบบด้วย PEAK

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยให้ผู้ประกอบการติดตามต้นทุนสินค้า รายรับรายจ่าย และสต๊อกสินค้าได้แบบ Real-time ทำให้เห็นภาพรวมต้นทุนและกำไรของธุรกิจได้ชัดเจน ไม่ต้องคำนวณเองบน Excel อีกต่อไป ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน


คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับการคำนวณต้นทุน

คำนวณต้นทุนผิดจะเกิดอะไรขึ้น

ถ้าคำนวณต้นทุนต่ำกว่าความเป็นจริง จะตั้งราคาขายต่ำเกินไป ยิ่งขายมากยิ่งขาดทุน นอกจากนี้ ตัวเลขกำไรสุทธิในงบการเงินจะผิด ส่งผลต่อการคำนวณภาษีและความน่าเชื่อถือเมื่อต้องยื่นขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน

ต้นทุนธุรกิจบริการต่างจากธุรกิจขายสินค้าตรงไหน

ธุรกิจขายสินค้ามีต้นทุนหลักเป็นวัตถุดิบและสินค้าที่ซื้อมา ซึ่งจับต้องได้และคำนวณง่าย แต่ธุรกิจบริการต้นทุนหลักคือ “เวลา” ของผู้ให้บริการ ซึ่งวัดยากกว่า ทำให้ต้องคิดต้นทุนเป็นรายชั่วโมงหรือรายงาน แล้วเฉลี่ยกลับเป็นต้นทุนต่อลูกค้าแต่ละราย

กำไรเท่าไรถึงจะเหมาะสมสำหรับ SME

ไม่มีตัวเลขตายตัว แต่โดยทั่วไปอัตรากำไรขั้นต้น 30-50% ถือว่าเหมาะสมสำหรับ SME ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจ ธุรกิจบริการมักมีกำไรขั้นต้นสูงกว่าธุรกิจที่ใช้วัตถุดิบมาก สิ่งสำคัญคือต้องหักค่าใช้จ่ายบริหารออกแล้วยังเหลือกำไรสุทธิเพียงพอ


ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine

โปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAK