
ธุรกิจเติบโตจนเงินทุนเดิมไม่พอหมุน หรือต้องการดึงนักลงทุนรายใหม่เข้ามา — การเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็นทางเลือกที่ตรงจุดกว่าการกู้เงิน บทความนี้สรุปครบตั้งแต่ขั้นตอน เอกสาร ค่าธรรมเนียม ไปจนถึงวิธีบันทึกบัญชีและผลทางภาษีที่ต้องรู้
ทำไมต้องเพิ่มทุนจดทะเบียน? เมื่อไรควรเพิ่ม?
การเพิ่มทุนจดทะเบียนเหมาะกับสถานการณ์เหล่านี้
- ธุรกิจขยายตัว ต้องการเงินลงทุนเพิ่ม — เปิดสาขาใหม่ ซื้อเครื่องจักร ขยายไลน์สินค้า เงินทุนเดิมไม่เพียงพอ
- ต้องการเพิ่มความน่าเชื่อถือ — ทุนจดทะเบียนสูงช่วยให้ขอสินเชื่อธนาคารง่ายขึ้น และสร้างความมั่นใจให้คู่ค้า
- รับนักลงทุนรายใหม่ — ขายหุ้นเพิ่มให้ผู้ถือหุ้นเดิมหรือนักลงทุนใหม่ ได้เงินทุนโดยไม่ต้องเป็นหนี้
- ปรับโครงสร้างทุนให้เหมาะสม — หนี้สินต่อทุนสูงเกินไป เพิ่มทุนช่วยลดอัตราส่วน D/E ให้สมดุล
ขั้นตอนเพิ่มทุนจดทะเบียนบริษัท ทำอะไรบ้าง?
ขั้นตอนทั้งหมดเรียงตามลำดับที่ต้องทำ ตั้งแต่ประชุมผู้ถือหุ้นจนถึงจดทะเบียนกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)
1. ประชุมผู้ถือหุ้น — มติพิเศษ
การเพิ่มทุนต้องได้ “มติพิเศษ” จากที่ประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งต้องได้เสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง ก่อนประชุมต้องส่งหนังสือนัดประชุมให้ผู้ถือหุ้นล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 14 วัน และลงประกาศในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นอย่างน้อย 1 ครั้ง
2. แก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 5 (ทุน)
เมื่อได้มติพิเศษแล้ว ต้องแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 5 ให้ตรงกับจำนวนทุนใหม่ โดยยื่นจดทะเบียนแก้ไขกับ DBD ภายใน 14 วัน นับจากวันที่ที่ประชุมมีมติ
3. จดทะเบียนเพิ่มทุนกับ DBD
ยื่นแบบ บอจ.1 (คำขอจดทะเบียน), บอจ.4 (รายการจดทะเบียนแก้ไข), บอจ.5 (แบบแสดงรายการเพิ่มทุน) พร้อมเอกสารประกอบ สามารถยื่นด้วยตนเองที่สำนักงาน DBD หรือยื่นออนไลน์ผ่าน DBD e-Registration
4. เรียกชำระค่าหุ้นเพิ่มทุน
หลังจดทะเบียนเสร็จ เรียกให้ผู้ถือหุ้นชำระค่าหุ้นเพิ่มทุน กฎหมายกำหนดให้ชำระไม่น้อยกว่า 25% ของมูลค่าหุ้น ส่วนที่เหลือเรียกชำระภายหลังได้ เมื่อรับชำระครบ ให้ยื่นจดทะเบียนเพิ่มทุนชำระแล้วกับ DBD อีกครั้ง
เอกสารที่ต้องเตรียม จดทะเบียนเพิ่มทุน
เอกสารที่ต้องใช้ยื่นต่อ DBD มีดังนี้
- คำขอจดทะเบียน (แบบ บอจ.1)
- รายการจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติม (แบบ บอจ.4)
- แบบแสดงรายการเกี่ยวกับการเพิ่มทุน (แบบ บอจ.5)
- สำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้น (มติพิเศษ)
- หนังสือบริคณห์สนธิแก้ไขข้อ 5 (ทุน)
- แบบ สสช.1
- สำเนาบัตรประชาชนกรรมการผู้มีอำนาจ
- หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามอบคนอื่นไปยื่นแทน)
- หนังสือพิมพ์ที่ลงประกาศนัดประชุม
ดาวน์โหลดแบบฟอร์มและดูขั้นตอนได้ที่ คู่มือการจดทะเบียนเพิ่มทุน — กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (PDF)
ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนเพิ่มทุน
| รายการ | ค่าธรรมเนียม |
|---|---|
| จดทะเบียนมติพิเศษ | 400 บาท |
| จดทะเบียนแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 5 | 400 บาท |
| จดทะเบียนเพิ่มทุน | แสนละ 500 บาท (ขั้นต่ำ 500 สูงสุด 25,000 บาท) |
| หนังสือรับรอง | ฉบับละ 200 บาท |
| ค่ารับรองสำเนา | หน้าละ 50 บาท |
ตัวอย่าง: เพิ่มทุนจาก 1 ล้าน เป็น 5 ล้าน (เพิ่ม 4 ล้านบาท) ค่าจดทะเบียนเพิ่มทุน = 4,000,000 ÷ 100,000 × 500 = 20,000 บาท รวมค่ามติ+แก้บริคณห์ = 20,800 บาท
เพิ่มทุนแล้วบันทึกบัญชียังไง? ผลทางภาษีเป็นอย่างไร?
เงินที่ได้จากการเพิ่มทุน ไม่ใช่รายได้ ของบริษัท จึงไม่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ทางบัญชีบันทึกเป็นส่วนของผู้ถือหุ้นที่เพิ่มขึ้น
ตัวอย่าง: เพิ่มทุน 2,000,000 บาท ผู้ถือหุ้นชำระเต็มจำนวนโอนเข้าบัญชีธนาคาร
| รายการ | Dr (เดบิต) | Cr (เครดิต) |
|---|---|---|
| เงินฝากธนาคาร | 2,000,000 | — |
| ทุนเรือนหุ้นสามัญ | — | 2,000,000 |
ถ้าเรียกชำระค่าหุ้นบางส่วน (เช่น 25%) จะบันทึกเป็น “ลูกหนี้ค่าหุ้น” ในส่วนที่ยังไม่ได้รับชำระ แล้วโอนเป็นเงินสดเมื่อรับชำระจริง
สิ่งสำคัญคือ ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนเพิ่มทุนสามารถบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายในงวดที่เกิดรายการได้ทันที หักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้
เพิ่มทุนเกิน 5 ล้าน เปลี่ยนเกณฑ์อะไรบ้าง?
ถ้าเพิ่มทุนจดทะเบียนจนเกิน 5 ล้านบาท มีเกณฑ์ที่เปลี่ยนไป ดังนี้
- อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล — กิจการที่ทุนจดทะเบียนเกิน 5 ล้านบาท ไม่ได้สิทธิ์อัตราภาษี SME (กำไร 300,000 แรกยกเว้น + 300,001-3 ล้าน เสีย 15%) ต้องเสียอัตรา 20% เต็มตั้งแต่กำไรบาทแรก (ตามเกณฑ์ กรมสรรพากร)
- เกณฑ์ผู้สอบบัญชี — บริษัททุกขนาดต้องมีผู้สอบบัญชี CPA ตรวจงบ ไม่ว่าจะทุนเท่าไร (ไม่เปลี่ยน)
- มาตรฐานบัญชี — กิจการ NPAEs ยังใช้ได้ต่อแม้ทุนเกิน 5 ล้าน ตราบเท่าที่ไม่ใช่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
ข้อสำคัญ: ถ้ากำลังได้สิทธิ์ภาษี SME อยู่ ต้องพิจารณาให้ดีว่าประโยชน์จากการเพิ่มทุนคุ้มกับภาษีที่ต้องจ่ายเพิ่มหรือไม่
ข้อควรระวังเมื่อเพิ่มทุนจดทะเบียน
แจ้งธนาคารถ้ามีสินเชื่อ — ธนาคารบางแห่งกำหนดเงื่อนไขในสัญญาเงินกู้ว่าต้องแจ้งเมื่อเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทุนme/peakengine
ยื่นจดทะเบียนภายใน 14 วัน — ถ้ายื่นล่าช้ากว่า 14 วันหลังมีมติ อาจต้องยื่นคำร้องขอขยายเวลาต่อนายทะเบียน
ชำระค่าหุ้นให้ครบตามที่แจ้ง — ถ้าแจ้งว่าชำระเต็มแต่เงินเข้าไม่ครบ อาจเป็นปัญหาตอนผู้สอบบัญชีตรวจงบ
สรุป
สิ่งที่ควรลงมือทำเมื่อตัดสินใจเพิ่มทุน มีดังนี้
- พิจารณาก่อนว่าเพิ่มทุนแล้วจะเสียสิทธิ์ภาษี SME หรือไม่ (ทุนเกิน 5 ล้าน)
- นัดประชุมผู้ถือหุ้นล่วงหน้า ส่งหนังสือนัดอย่างน้อย 14 วัน + ลงประกาศหนังสือพิมพ์
- เตรียมเอกสาร บอจ.1, 4, 5 และยื่น DBD ภายใน 14 วันหลังมีมติ
เพิ่มทุนเสร็จแล้วต้องบันทึกบัญชีให้ถูกต้อง ทั้งทุนเรือนหุ้น ลูกหนี้ค่าหุ้น และค่าธรรมเนียมจดทะเบียน PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยบันทึกรายการเหล่านี้ได้ครบ ข้อมูลเชื่อมต่อกับงบการเงินอัตโนมัติ ทดลองใช้ PEAK ฟรี
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเพิ่มทุนจดทะเบียน (FAQ)
เพิ่มทุนจดทะเบียนออนไลน์ได้ไหม?
ได้ ยื่นผ่านระบบ DBD e-Registration โดยกรรมการผู้มีอำนาจต้องมีบัญชีผู้ใช้ e-Filing เป็นของตัวเอง ใช้เวลาอนุมัติประมาณ 1–3 วันทำการ
ค่าธรรมเนียมเพิ่มทุนจดทะเบียนเท่าไร?
คิดแสนละ 500 บาทของจำนวนทุนที่เพิ่ม ขั้นต่ำ 500 บาท สูงสุด 25,000 บาท บวกค่ามติพิเศษ 400 บาท และค่าแก้ไขบริคณห์สนธิ 400 บาท
เพิ่มทุนแล้วต้องเสียภาษีเพิ่มไหม?
เงินที่ได้จากการขายหุ้นเพิ่มทุนไม่ถือเป็นรายได้ จึงไม่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่ถ้าเพิ่มทุนจนเกิน 5 ล้านบาท จะเสียสิทธิ์อัตราภาษี SME ขั้นบันได
ผู้ถือหุ้นเดิมไม่ต้องการซื้อหุ้นเพิ่มทุน ทำอย่างไร?
ผู้ถือหุ้นเดิมมีสิทธิ์ซื้อก่อน (Pre-emptive Right) ตามสัดส่วนหุ้นที่ถือ ถ้าไม่ต้องการซื้อ สามารถสละสิทธิ์ได้ หุ้นส่วนนั้นจะเสนอขายให้ผู้ถือหุ้นคนอื่นหรือนักลงทุนรายใหม่ต่อไป
ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine
