
ผู้ประกอบการหลายคนมีโลโก้ มีสูตรสินค้า มีซอฟต์แวร์ แต่ไม่เคยจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาเลย ทั้งที่สิ่งเหล่านี้มีมูลค่าจริง บันทึกเป็นสินทรัพย์ในงบได้ ยิ่งไปกว่านั้น ยังช่วยเพิ่มมูลค่าบริษัทตอนหาทุนหรือขายกิจการอีกด้วย
บทความนี้อธิบายว่าทรัพย์สินทางปัญญาคืออะไร มี 4 ประเภทอะไรบ้าง SME จดอะไรได้ทันที พร้อมขั้นตอนและค่าใช้จ่ายจดทะเบียน รวมถึงวิธีบันทึกบัญชีให้ถูกต้อง
ทรัพย์สินทางปัญญาคืออะไร
ทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property หรือ IP) คือสิทธิตามกฎหมายที่ปกป้องผลงานจากความคิดสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นงานเขียน สิ่งประดิษฐ์ โลโก้ สูตร หรือแม้แต่วิธีการผลิต ผู้เป็นเจ้าของมีสิทธิใช้ ขาย หรือให้คนอื่นใช้ได้โดยได้รับค่าตอบแทน
IP ต่างจากทรัพย์สินทั่วไปตรงที่ “จับต้องไม่ได้” แต่มีมูลค่าทางธุรกิจสูง ตัวอย่างที่เห็นชัดคือโลโก้แบรนด์ดัง สูตรอาหาร หรือโค้ดซอฟต์แวร์ สิ่งเหล่านี้สร้างรายได้ให้ธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
กฎหมายที่เกี่ยวข้องในไทยมีหลายฉบับ เช่น กฎหมายลิขสิทธิ์ (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ 2537) กฎหมายสิทธิบัตร (พ.ร.บ.สิทธิบัตร 2522) และกฎหมายเครื่องหมายการค้า (พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า 2534) โดยมีกรมทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหน่วยงานหลักที่ดูแลเรื่องนี้
ทรัพย์สินทางปัญญามีกี่ประเภท? รู้จัก 4 ประเภทหลัก
ทรัพย์สินทางปัญญาแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก แต่ละประเภทปกป้องผลงานคนละแบบ ตารางด้านล่างสรุปภาพรวมก่อน แล้วค่อยลงรายละเอียดแต่ละประเภท
| ประเภท | ปกป้องอะไร | ต้องจดทะเบียนไหม | อายุคุ้มครอง |
|---|---|---|---|
| ลิขสิทธิ์ (Copyright) | งานสร้างสรรค์ เช่น เขียน วาด ถ่ายรูป ซอฟต์แวร์ | ไม่ต้อง ได้อัตโนมัติ (จดแจ้งได้) | ตลอดชีวิตผู้สร้าง + 50 ปี |
| สิทธิบัตร (Patent) | สิ่งประดิษฐ์ การออกแบบผลิตภัณฑ์ | ต้องจด | 6-20 ปี ตามประเภท |
| เครื่องหมายการค้า (Trademark) | โลโก้ ชื่อแบรนด์ สัญลักษณ์ | ต้องจด | 10 ปี (ต่ออายุได้ไม่จำกัด) |
| ความลับทางการค้า (Trade Secret) | สูตร วิธีการผลิต ฐานลูกค้า | ไม่ต้องจด ปกป้องเอง | ไม่จำกัด (ตราบที่ยังเป็นความลับ) |
1. ลิขสิทธิ์ (Copyright)
ลิขสิทธิ์คุ้มครองผลงานสร้างสรรค์ที่แสดงออกมาเป็นรูปธรรมแล้ว เช่น บทความ รูปภาพ เพลง วิดีโอ ซอฟต์แวร์ หรือดีไซน์กราฟิก ข้อดีคือคุณได้รับลิขสิทธิ์ทันทีที่สร้างผลงานเสร็จ ไม่ต้องจดทะเบียน (ข้อมูลจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา)
สำหรับ SME ลิขสิทธิ์เกี่ยวข้องโดยตรงกับ เว็บไซต์ รูปถ่ายสินค้า คอนเทนต์การตลาด และซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นเอง
2. สิทธิบัตร (Patent)
สิทธิบัตรคุ้มครองสิ่งประดิษฐ์ใหม่ที่มีขั้นตอนการประดิษฐ์สูงกว่าเดิม แบ่งเป็น 3 ชนิด
- สิทธิบัตรการประดิษฐ์ คุ้มครอง 20 ปี เหมาะกับสิ่งประดิษฐ์ใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน
- อนุสิทธิบัตร คุ้มครอง 6 ปี (ต่อได้อีก 2 ครั้ง ครั้งละ 2 ปี) เหมาะกับนวัตกรรมเล็กที่ปรับปรุงของเดิม จดง่ายกว่าสิทธิบัตร
- สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ คุ้มครอง 10 ปี เหมาะกับดีไซน์รูปร่าง ลวดลาย สีสันของผลิตภัณฑ์
3. เครื่องหมายการค้า (Trademark)
เครื่องหมายการค้าคือสัญลักษณ์ที่ใช้แยกแยะสินค้าหรือบริการของเราออกจากคู่แข่ง เช่น โลโก้ ชื่อแบรนด์ สโลแกน หรือแม้แต่รูปทรงบรรจุภัณฑ์ที่โดดเด่น
การจดเครื่องหมายการค้าสำคัญมากสำหรับ SME เพราะถ้าไม่จด คนอื่นอาจจดชื่อแบรนด์เดียวกันไปก่อน ทำให้เราสูญเสียสิทธิในชื่อที่ใช้มานาน
4. ความลับทางการค้า (Trade Secret)
ความลับทางการค้าคือข้อมูลที่มีมูลค่าทางธุรกิจเพราะ “ไม่มีใครรู้” เช่น สูตรอาหาร เทคนิคการผลิต ฐานข้อมูลลูกค้า หรือกลยุทธ์ราคา ไม่ต้องจดทะเบียน แต่ต้องมีมาตรการรักษาความลับอย่างจริงจัง เช่น ทำสัญญารักษาความลับ (NDA) กับพนักงาน (ข้อมูลจาก พ.ร.บ.ความลับทางการค้า 2545)
SME มีทรัพย์สินทางปัญญาอะไรจดได้ทันที
SME หลายรายไม่รู้ว่าสิ่งที่มีอยู่ในธุรกิจจดทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางปัญญาได้ ต่อไปนี้คือตัวอย่างที่เริ่มได้เลยวันนี้
โลโก้และชื่อแบรนด์ จดเครื่องหมายการค้า
ถ้าธุรกิจมีโลโก้ ชื่อร้าน หรือชื่อแบรนด์สินค้า ควรจดเครื่องหมายการค้าทันที สมมุติบริษัท ก จำกัด (ชื่อสมมุติ) ขายเสื้อผ้าแบรนด์ของตัวเอง ถ้าจดเครื่องหมายการค้าไว้ ไม่มีใครสามารถใช้ชื่อหรือโลโก้เดียวกันได้ แต่ถ้าไม่จด คนอื่นอาจจดชื่อเดียวกันไปก่อน
ซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชัน จดแจ้งลิขสิทธิ์
ถ้าพัฒนาซอฟต์แวร์ แอป หรือเว็บแอปพลิเคชันขึ้นมาเอง ผลงานเหล่านี้ได้รับลิขสิทธิ์โดยอัตโนมัติ แต่แนะนำให้จดแจ้งลิขสิทธิ์กับกรมทรัพย์สินทางปัญญาเพิ่ม เพื่อใช้เป็นหลักฐานเมื่อต้องพิสูจน์ว่าเราเป็นเจ้าของจริง
สูตรและวิธีการผลิต ปกป้องเป็นความลับทางการค้า
ร้านอาหารที่มีสูตรเด็ด โรงงานที่มีวิธีการผลิตเฉพาะ สิ่งเหล่านี้ปกป้องได้ด้วยสัญญาความลับทางการค้า ไม่ต้องจดทะเบียน แต่ต้องมีมาตรการชัดเจน เช่น ทำ NDA กับพนักงาน จำกัดสิทธิเข้าถึงข้อมูล และเก็บเอกสารสูตรอย่างปลอดภัย
ดีไซน์สินค้าและบรรจุภัณฑ์ จดสิทธิบัตรการออกแบบ
ถ้าออกแบบบรรจุภัณฑ์ รูปทรงสินค้า หรือลวดลายเฉพาะ สามารถจดสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ได้ คุ้มครอง 10 ปี ค่าธรรมเนียมไม่สูง เหมาะกับ SME ที่ขายสินค้าแบรนด์ตัวเอง
ขั้นตอนและค่าใช้จ่ายจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา
แต่ละประเภทมีขั้นตอนและค่าใช้จ่ายต่างกัน สรุปให้เป็นตารางเปรียบเทียบ
| รายการ | เครื่องหมายการค้า | สิทธิบัตรการประดิษฐ์ | อนุสิทธิบัตร | สิทธิบัตรการออกแบบ | จดแจ้งลิขสิทธิ์ |
|---|---|---|---|---|---|
| ค่ายื่นคำขอ | 1,000 บาท | 500 บาท | 250 บาท | 250 บาท | ฟรี |
| ค่าจดทะเบียน | 600 บาท/จำพวก | 500 บาท | 500 บาท | 500 บาท | ฟรี |
| ระยะเวลาพิจารณา | 12-18 เดือน | 3-5 ปี | 1-2 ปี | 1-2 ปี | 1-2 สัปดาห์ |
| อายุคุ้มครอง | 10 ปี (ต่อได้) | 20 ปี | 6 ปี (ต่อได้ถึง 10 ปี) | 10 ปี | ตลอดชีวิต+50 ปี |
| ยื่นที่ไหน | กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือออนไลน์ | กรมทรัพย์สินทางปัญญา | กรมทรัพย์สินทางปัญญา | กรมทรัพย์สินทางปัญญา | กรมทรัพย์สินทางปัญญา |
หมายเหตุ: ค่าธรรมเนียมอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าตรวจสอบสิทธิบัตร ค่าทนาย หรือค่าแปลเอกสาร ควรเช็คอัตราล่าสุดจากกรมทรัพย์สินทางปัญญาก่อนยื่น
สำหรับ SME ที่เพิ่งเริ่มต้น แนะนำให้จดเครื่องหมายการค้าก่อนเป็นอันดับแรก เพราะปกป้องแบรนด์ได้ทันที ค่าใช้จ่ายไม่สูง และใช้เวลาพิจารณาสั้นกว่าสิทธิบัตร
บันทึกบัญชีทรัพย์สินทางปัญญาเป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตน
สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ ทรัพย์สินทางปัญญาบันทึกเป็นสินทรัพย์ในงบการเงินได้ ทำให้มูลค่าบริษัทเพิ่มขึ้นจริง
สินทรัพย์ไม่มีตัวตนคืออะไร? เกณฑ์รับรู้ตามมาตรฐานบัญชี
สินทรัพย์ไม่มีตัวตน (Intangible Assets) คือสินทรัพย์ที่ไม่มีรูปร่าง แต่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ เช่น เครื่องหมายการค้า สิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ มาตรฐานบัญชีสำหรับ SME ทั่วไป (TFRS for NPAEs คือมาตรฐานที่ใช้กับบริษัทที่ไม่ได้อยู่ในตลาดหุ้น) กำหนดว่าจะรับรู้เป็นสินทรัพย์ได้ต้องเข้าเงื่อนไข 3 ข้อ
- ระบุแยกเป็นรายการได้ชัดเจน ไม่รวมกับค่าความนิยม
- คาดว่าจะได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคต
- วัดมูลค่าได้อย่างน่าเชื่อถือ เช่น มีใบเสร็จค่าจดทะเบียน ค่าทนาย หรือค่าพัฒนา
ตัวอย่างการบันทึกบัญชีทรัพย์สินทางปัญญา
สมมุติบริษัท ข จำกัด (ชื่อสมมุติ) จ่ายค่าจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารวม 15,000 บาท (ค่ายื่น + ค่าจดทะเบียน + ค่าทนาย) บันทึกบัญชีดังนี้
ตอนจ่ายค่าจดทะเบียน
| รายการ | Dr (เดบิต) | Cr (เครดิต) |
|---|---|---|
| สินทรัพย์ไม่มีตัวตน — เครื่องหมายการค้า | 15,000 | — |
| เงินสด/ธนาคาร | — | 15,000 |
จากนั้นตัดจำหน่ายตลอดอายุคุ้มครอง 10 ปี ปีละ 1,500 บาท
ตอนตัดจำหน่ายสิ้นปี
| รายการ | Dr (เดบิต) | Cr (เครดิต) |
|---|---|---|
| ค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตน | 1,500 | — |
| สินทรัพย์ไม่มีตัวตนสะสม | — | 1,500 |
| รายการ | วิธีคำนวณ | จำนวนเงิน |
|---|---|---|
| มูลค่าเครื่องหมายการค้า | — | 15,000 บาท |
| อายุคุ้มครอง | — | 10 ปี |
| ค่าตัดจำหน่ายต่อปี | 15,000 ÷ 10 | 1,500 บาท |
PEAK Account ช่วยบันทึกสินทรัพย์ไม่มีตัวตนอย่างไร
PEAK Account รองรับการบันทึกสินทรัพย์ไม่มีตัวตน ตั้งแต่การลงบัญชีเบื้องต้นจนถึงการคำนวณค่าตัดจำหน่ายอัตโนมัติ ใช้ร่วมกับ PEAK Asset ที่ช่วยติดตามสินทรัพย์ทุกรายการ ดูมูลค่าคงเหลือ และคำนวณค่าเสื่อมราคาให้ครบในที่เดียว ลดงานคีย์ซ้ำและลดข้อผิดพลาด
ทรัพย์สินทางปัญญาเพิ่มมูลค่าบริษัทอย่างไร
ทรัพย์สินทางปัญญาไม่ได้แค่ปกป้องผลงาน แต่ยังเพิ่มมูลค่าธุรกิจในสายตาของนักลงทุนและผู้ซื้อกิจการ
IP กับการประเมินมูลค่าบริษัท SME
เมื่อมีคนมาประเมินมูลค่าบริษัท ทรัพย์สินทางปัญญาที่จดทะเบียนแล้วจะถูกนับเป็นส่วนหนึ่งของมูลค่าบริษัท วิธีประเมินมูลค่า IP ที่ใช้กันมี 3 แนวทาง
- วิธีต้นทุน (Cost Approach) ดูจากค่าใช้จ่ายที่เสียไปในการสร้าง IP นั้น เช่น ค่าพัฒนาซอฟต์แวร์ 2 ล้านบาท IP ก็มีมูลค่าอย่างน้อย 2 ล้านบาท
- วิธีตลาด (Market Approach) เปรียบเทียบกับ IP ที่คล้ายกันที่เคยซื้อขายกันในตลาด
- วิธีรายได้ (Income Approach) ประเมินจากรายได้ที่ IP จะสร้างได้ในอนาคต
ใช้ IP เป็นจุดแข็งตอนหาทุนหรือกู้ยืม
นักลงทุนมักให้ความสำคัญกับบริษัทที่มี IP ชัดเจน เพราะหมายถึง “ของดีที่คนอื่นลอกไม่ได้” เวลาเสนอขายหุ้นหรือหาผู้ร่วมทุน การมีเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน สิทธิบัตร หรือลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ทำให้บริษัทดูน่าเชื่อถือมากขึ้น
นอกจากนี้ สถาบันการเงินบางแห่งเริ่มรับ IP เป็นหลักประกันสินเชื่อ แม้ยังไม่แพร่หลายในไทย แต่เป็นแนวโน้มที่เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ
สรุป – ทรัพย์สินทางปัญญา SME เริ่มจดได้เลยวันนี้
- ทรัพย์สินทางปัญญาแบ่งเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า และความลับทางการค้า
- SME ควรเริ่มจากจดเครื่องหมายการค้า (โลโก้ ชื่อแบรนด์) ก่อนเป็นอันดับแรก
- ทรัพย์สินทางปัญญาที่จดทะเบียนแล้วบันทึกเป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตนในงบการเงินได้ ช่วยเพิ่มมูลค่าบริษัทตอนหาทุนหรือขายกิจการ
จัดการสินทรัพย์ไม่มีตัวตนให้เป็นระบบด้วย PEAK
เมื่อจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว อย่าลืมบันทึกบัญชีให้ถูกต้อง PEAK Account ช่วยบันทึกสินทรัพย์ไม่มีตัวตน คำนวณค่าตัดจำหน่ายอัตโนมัติ พร้อมรายงานมูลค่าคงเหลือแบบ real-time ใช้ร่วมกับ PEAK Asset ติดตามสินทรัพย์ทุกรายการในที่เดียว – ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน
คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา
ลิขสิทธิ์ต้องจดทะเบียนไหม
ไม่ต้อง ลิขสิทธิ์เกิดขึ้นอัตโนมัติทันทีที่สร้างผลงานเสร็จ แต่แนะนำให้ “จดแจ้ง” กับกรมทรัพย์สินทางปัญญาเพิ่ม เพราะใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาลได้ว่าเราเป็นเจ้าของ โดยจดแจ้งได้ฟรีทางออนไลน์ ใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์
ลิขสิทธิ์กับสิทธิบัตรต่างกันอย่างไร
ลิขสิทธิ์คุ้มครอง “การแสดงออกของความคิด” เช่น เขียนหนังสือ เขียนโค้ด วาดรูป ส่วนสิทธิบัตรคุ้มครอง “ตัวความคิดหรือสิ่งประดิษฐ์” เช่น เครื่องจักรใหม่ สูตรเคมีใหม่ พูดง่ายๆ คือถ้าคิดวิธีใหม่ในการทำอะไรสักอย่าง ใช้สิทธิบัตร แต่ถ้าเขียนหรือสร้างผลงานขึ้นมา ใช้ลิขสิทธิ์
SME ไม่มีงบจ้างทนาย จดทะเบียนเองได้ไหม
ได้ โดยเฉพาะเครื่องหมายการค้าและจดแจ้งลิขสิทธิ์ สามารถยื่นออนไลน์ผ่านเว็บไซต์กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้เลย แต่สำหรับสิทธิบัตร ซึ่งต้องเขียนคำขอที่ซับซ้อน แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
ทรัพย์สินทางปัญญาช่วยลดภาษีได้ไหม
ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา เช่น ค่ายื่นคำขอ ค่าทนาย สามารถบันทึกเป็นสินทรัพย์แล้วตัดจำหน่ายเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ในแต่ละปี ช่วยลดกำไรสุทธิที่ต้องเสียภาษี
จะรู้ได้อย่างไรว่าเครื่องหมายการค้าที่อยากจดมีคนจดไปแล้วหรือยัง
ตรวจสอบได้ฟรีผ่านระบบสืบค้นเครื่องหมายการค้าออนไลน์ของ กรมทรัพย์สินทางปัญญา โดยค้นจากชื่อ โลโก้ หรือจำพวกสินค้าที่ต้องการจด แนะนำให้ตรวจก่อนยื่นเสมอ เพื่อไม่ให้เสียเวลาและค่าธรรมเนียม
ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine
