
สร้างแบรนด์มาตั้งนาน แต่วันดีคืนดีมีคนเอาชื่อไปใช้ แล้วคุณทำอะไรไม่ได้เลย เพราะยังไม่ได้จดเครื่องหมายการค้า เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงกับ SME ไทยหลายราย
สิ่งนี้เป็นเกราะป้องกันแบรนด์ที่สำคัญที่สุดสำหรับธุรกิจทุกขนาด บทความนี้จะพาคุณเข้าใจครบทุกเรื่อง ตั้งแต่เครื่องหมายการค้าคืออะไร ทำไมต้องจด ขั้นตอนจดทะเบียน ค่าใช้จ่าย ไปจนถึงวิธีบันทึกบัญชีที่หลายคนไม่รู้
เครื่องหมายการค้า (Trademark) คืออะไร
เครื่องหมายการค้า คือ เครื่องหมายที่ใช้กับสินค้าหรือบริการ เพื่อแสดงว่าสินค้านั้นแตกต่างจากของคนอื่น อาจเป็นชื่อ โลโก้ รูปภาพ คำ ตัวอักษร ตัวเลข ลายเซ็น สี เสียง หรือรูปร่างของสินค้าก็ได้ ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 (กฎหมายเครื่องหมายการค้า)
พูดง่ายๆ คือทุกอย่างที่ทำให้ลูกค้า “จำแบรนด์คุณได้” สามารถจดเป็น Trademark ได้ทั้งนั้น เช่น ชื่อร้าน โลโก้ หรือแม้แต่เสียงจิงเกิลโฆษณา
เครื่องหมายการค้ามีกี่ประเภท
กฎหมายไทยแบ่งเครื่องหมายออกเป็น 4 ประเภท
| ประเภท | ใช้กับ | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| เครื่องหมายการค้า (Trademark) | สินค้า | โลโก้บนสินค้าที่ขาย |
| เครื่องหมายบริการ (Service Mark) | บริการ | โลโก้ร้านอาหาร สำนักงานบัญชี |
| เครื่องหมายรับรอง (Certification Mark) | รับรองคุณภาพ | มอก. อย. ฮาลาล |
| เครื่องหมายร่วม (Collective Mark) | กลุ่ม/สมาคม | เครื่องหมายสมาคมผู้ผลิตอาหาร |
สำหรับ SME ส่วนใหญ่จะใช้ “เครื่องหมายการค้า” หรือ “เครื่องหมายบริการ” เป็นหลัก
สัญลักษณ์ TM กับ ® ต่างกันอย่างไร
TM (Trademark) คือสัญลักษณ์ที่ใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องจดทะเบียน เป็นการประกาศว่า “นี่คือเครื่องหมายการค้าของเรา” แต่ไม่มีผลคุ้มครองทางกฎหมาย
® (Registered) คือสัญลักษณ์ที่ใช้ได้เฉพาะเครื่องหมายที่ผ่านการจดทะเบียนแล้ว มีผลคุ้มครองทางกฎหมายเต็มที่ ใครละเมิดสามารถฟ้องร้องได้
เครื่องหมายการค้า vs ลิขสิทธิ์ vs สิทธิบัตร ต่างกันยังไง
หลายคนสับสนว่าสามอย่างนี้ต่างกันอย่างไร สรุปสั้นๆ ในตาราง
| รายการ | เครื่องหมายการค้า | ลิขสิทธิ์ | สิทธิบัตร |
|---|---|---|---|
| คุ้มครองอะไร | ชื่อ โลโก้ แบรนด์ | ผลงานสร้างสรรค์ (เพลง หนังสือ ซอฟต์แวร์) | สิ่งประดิษฐ์ นวัตกรรม |
| ต้องจดทะเบียนไหม | ต้องจด จึงจะคุ้มครอง | คุ้มครองอัตโนมัติทันทีที่สร้าง | ต้องจด |
| ระยะเวลา | 10 ปี ต่ออายุได้ไม่จำกัด | ตลอดชีวิต + 50 ปี | 20 ปี (ต่อไม่ได้) |
| หน่วยงาน | กรมทรัพย์สินทางปัญญา | กรมทรัพย์สินทางปัญญา | กรมทรัพย์สินทางปัญญา |
สำหรับ SME ที่สร้างแบรนด์ สิ่งที่ต้องจดก่อนเลยคือ “เครื่องหมายการค้า” เพราะถ้าไม่จด คนอื่นอาจจดชื่อแบรนด์คุณไปก่อนได้
ทำไม SME ต้องจดเครื่องหมายการค้า 3 เหตุผลที่ไม่จดแล้วจะเสียโอกาส
การจด Trademark ไม่ใช่เรื่องของธุรกิจใหญ่เท่านั้น SME ที่เพิ่งเริ่มต้นยิ่งต้องจด เพราะแบรนด์คือสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุดของธุรกิจ
1. ป้องกันคนอื่นใช้ชื่อหรือโลโก้เดียวกัน
เมื่อจดทะเบียนแล้ว คุณมีสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวในการใช้เครื่องหมายนั้นกับสินค้าหรือบริการที่จดไว้ ไม่มีใครสามารถใช้ชื่อหรือโลโก้ที่เหมือนหรือคล้ายกันได้ (ข้อมูลจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา)
2. มีสิทธิ์ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้
ถ้ามีคนลอกเลียนแบรนด์คุณ คุณสามารถฟ้องร้องทั้งทางแพ่งและทางอาญาได้ ตามกฎหมายเครื่องหมายการค้า ผู้ละเมิดอาจถูกจำคุกไม่เกิน 4 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ถ้าไม่ได้จดทะเบียน คุณจะฟ้องร้องใครไม่ได้เลย แม้จะใช้ชื่อนั้นมาก่อน
3. สร้างมูลค่าให้แบรนด์ที่จับต้องได้ทางบัญชี
Trademark ที่จดทะเบียนแล้วสามารถบันทึกเป็น “สินทรัพย์ไม่มีตัวตน” (Intangible Asset) ในงบการเงินของบริษัทได้ ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าบริษัทเวลาขอสินเชื่อหรือหาผู้ร่วมทุน
นอกจากนี้ Trademark ยังอนุญาตให้คนอื่นใช้ได้ (License) เพื่อสร้างรายได้เพิ่ม หรือโอนขายได้เหมือนทรัพย์สินทั่วไป
เหตุผลอื่นที่สำคัญ ได้แก่ การสร้างความน่าเชื่อถือให้ลูกค้า (เห็นเครื่องหมาย ® แล้วมั่นใจ) และการปกป้องแบรนด์เมื่อขยายธุรกิจไปต่างประเทศ
ขั้นตอนจดเครื่องหมายการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา
ขั้นตอนจดทะเบียน Trademark มี 5 ขั้นตอนหลัก ใช้เวลาประมาณ 12-18 เดือน
- ตรวจค้นเครื่องหมาย – ตรวจว่ามีคนจดเครื่องหมายเดียวกันหรือคล้ายกันแล้วหรือยัง ผ่านเว็บไซต์กรมทรัพย์สินทางปัญญา
- ยื่นคำขอจดทะเบียน – ยื่นแบบ ก.01 พร้อมเอกสารประกอบ
- นายทะเบียนตรวจสอบ – ใช้เวลาประมาณ 6-12 เดือน
- ประกาศโฆษณา 60 วัน – เปิดให้ผู้มีส่วนได้เสียคัดค้าน
- ออกหนังสือสำคัญ – ได้รับการคุ้มครอง 10 ปี นับจากวันยื่นคำขอ
เอกสารที่ต้องเตรียม
เอกสารที่ต้องใช้ยื่นจดทะเบียน
- คำขอจดทะเบียน (แบบ ก.01)
- รูปเครื่องหมายการค้า ขนาด 5×5 ซม. จำนวน 5 รูป
- สำเนาบัตรประชาชน (บุคคลธรรมดา) หรือหนังสือรับรองบริษัท (นิติบุคคล)
- หนังสือมอบอำนาจ (ถ้าให้ตัวแทนยื่นแทน)
- รายการสินค้า/บริการที่ต้องการจดทะเบียน (ระบุจำพวกให้ชัดเจน)
ยื่นจดออนไลน์ผ่านระบบ e-Filing ทำยังไง
ปัจจุบันสามารถยื่นจด Trademark ออนไลน์ได้ผ่านระบบ e-Filing ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา โดยไม่ต้องเดินทางไปยื่นด้วยตัวเอง
ขั้นตอนยื่นออนไลน์
- สมัครสมาชิกระบบ e-Filing บนเว็บไซต์กรมทรัพย์สินทางปัญญา
- กรอกแบบ ก.01 ออนไลน์ พร้อมอัปโหลดรูปเครื่องหมายและเอกสารประกอบ
- ชำระค่าธรรมเนียมผ่านระบบออนไลน์
- รอนายทะเบียนตรวจสอบ ติดตามสถานะได้ผ่านระบบเดิม
ระยะเวลาพิจารณาและขั้นตอนคัดค้าน
| ขั้นตอน | ระยะเวลาโดยประมาณ |
|---|---|
| นายทะเบียนตรวจสอบ | 6-12 เดือน |
| ประกาศโฆษณา | 60 วัน |
| ออกหนังสือสำคัญ (ไม่มีผู้คัดค้าน) | 1-2 เดือนหลังประกาศ |
| รวมทั้งหมด | ประมาณ 12-18 เดือน |
ถ้ามีผู้ยื่นคัดค้านภายใน 60 วัน จะต้องพิจารณาเพิ่มเติม ซึ่งอาจใช้เวลานานขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการจดเครื่องหมายการค้า
ค่าใช้จ่ายในการจด Trademark แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก
ค่าธรรมเนียมกรมทรัพย์สินทางปัญญา
ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนคิดตามจำนวนรายการสินค้าหรือบริการที่ยื่นจด ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ผู้ประกอบการจด VAT สามารถขอใบกำกับภาษีได้ตามปกติ
| รายการ | ค่าธรรมเนียม |
|---|---|
| ค่ายื่นคำขอจดทะเบียน | 1,000 บาท ต่อสินค้า/บริการทุก 5 รายการ |
| ค่าจดทะเบียน (เมื่อผ่านการตรวจสอบ) | 600 บาท ต่อสินค้า/บริการทุก 5 รายการ |
| ค่าต่ออายุ (ทุก 10 ปี) | 2,000 บาท ต่อสินค้า/บริการทุก 5 รายการ |
(ข้อมูลจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา – อัตราอาจมีการเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบอีกครั้งก่อนยื่น)
ตัวอย่างเช่น ถ้าจด Trademark สำหรับสินค้า 1-5 รายการ ในจำพวกเดียว จะเสียค่าใช้จ่ายรวมประมาณ 1,600 บาท (ค่ายื่น 1,000 + ค่าจดทะเบียน 600)
ค่าจ้างทนายความหรือตัวแทน
ถ้ายื่นเอง ไม่เสียค่าใช้จ่ายส่วนนี้ แต่ถ้าจ้างทนายความหรือตัวแทนเครื่องหมายการค้า จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มประมาณ 5,000-15,000 บาท ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของเครื่องหมาย สำหรับ SME ที่เพิ่งเริ่มต้น แนะนำยื่นจดเองผ่านระบบ e-Filing เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย
เครื่องหมายการค้ากับการบันทึกบัญชี – สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่ SME ต้องรู้
เรื่องที่เว็บอื่นไม่ค่อยพูดถึงคือ Trademark ที่จดทะเบียนแล้วไม่ใช่แค่เอกสารกฎหมาย แต่เป็น “สินทรัพย์” ของบริษัทที่ต้องบันทึกบัญชีให้ถูกต้อง
บันทึกเป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตน (Intangible Asset) อย่างไร?
ตามมาตรฐานการบัญชี TAS 38 เรื่องสินทรัพย์ไม่มีตัวตน (ข้อมูลจากสภาวิชาชีพบัญชี) Trademark ที่ได้มาจากการจดทะเบียนให้บันทึกเป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตนด้วย “ราคาทุน” ซึ่งรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้น
ราคาทุนที่บันทึกได้ ได้แก่
- ค่าธรรมเนียมจดทะเบียน
- ค่าทนายความหรือตัวแทน
- ค่าออกแบบโลโก้ (ถ้าออกแบบเพื่อจดทะเบียนโดยเฉพาะ)
- ค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องโดยตรง
ตัวอย่าง สมมุติบริษัท ก จำกัด (ชื่อสมมุติ) จด Trademark มีค่าใช้จ่ายรวม 20,000 บาท บันทึกบัญชีดังนี้
| รายการ | Dr (เดบิต) | Cr (เครดิต) |
|---|---|---|
| สินทรัพย์ไม่มีตัวตน — เครื่องหมายการค้า | 20,000 | — |
| เงินสดหรือเงินฝากธนาคาร | — | 20,000 |
ตัดจำหน่าย (Amortization) 10 ปี — ตัวอย่างคำนวณ
Trademark ที่จดทะเบียนแล้วมีอายุการให้ประโยชน์จำกัด (10 ปีตามที่จดทะเบียน) จึงต้อง “ตัดจำหน่าย” ทยอยเป็นค่าใช้จ่ายทุกปี วิธีที่นิยมคือตัดจำหน่ายแบบเส้นตรง (Straight-line Method)
| รายการ | วิธีคำนวณ | จำนวนเงิน |
|---|---|---|
| ราคาทุนเครื่องหมายการค้า | — | 20,000 บาท |
| อายุการให้ประโยชน์ | — | 10 ปี |
| ค่าตัดจำหน่ายต่อปี | 20,000 ÷ 10 | 2,000 บาท/ปี |
บันทึกบัญชีค่าตัดจำหน่ายทุกสิ้นปี
| รายการ | Dr (เดบิต) | Cr (เครดิต) |
|---|---|---|
| ค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตน | 2,000 | — |
| ค่าตัดจำหน่ายสะสม — เครื่องหมายการค้า | — | 2,000 |
หมายเหตุ: ถ้าต่ออายุหลังครบ 10 ปี ค่าใช้จ่ายในการต่ออายุให้บันทึกเพิ่มเป็นราคาทุนของสินทรัพย์ แล้วตัดจำหน่ายใหม่อีก 10 ปี
ใช้ PEAK บันทึกค่าเครื่องหมายการค้าอย่างไร
สำหรับ SME ที่ใช้โปรแกรมบัญชี PEAK สามารถบันทึกค่า Trademark ได้ง่ายๆ โดยตั้งหมวดสินทรัพย์ไม่มีตัวตนในผังบัญชี แล้วบันทึกรายการจ่ายผ่านระบบ ระบบจะช่วยคำนวณค่าตัดจำหน่ายให้อัตโนมัติ ลดโอกาสผิดพลาดจากการคำนวณเอง
เครื่องหมายการค้า หมดอายุเมื่อไร ต่ออายุยังไง
Trademark ที่จดทะเบียนมีอายุ 10 ปี นับจากวันยื่นคำขอ เมื่อใกล้หมดอายุต้องยื่นต่ออายุภายใน 90 วันก่อนวันหมดอายุ (ข้อมูลจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา)
ข้อดีคือ Trademark ต่ออายุได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ต่างจากสิทธิบัตรที่หมดอายุแล้วต่อไม่ได้ ดังนั้นถ้าดูแลดี แบรนด์ของคุณจะได้รับความคุ้มครองตลอดไป
แต่ถ้าลืมต่ออายุจนหมดอายุไปแล้ว เครื่องหมายจะสิ้นสุดการคุ้มครองทันที ใครจะมาจดชื่อเดียวกันก็ทำได้
สรุป – จดเครื่องหมายการค้าวันนี้ ปกป้องแบรนด์ก่อนสาย
Trademark เป็นทั้ง “เกราะป้องกัน” ทางกฎหมายและ “สินทรัพย์” ทางบัญชีที่มีมูลค่าจริง สิ่งที่ SME ควรทำตอนนี้
- ตรวจสอบว่าชื่อแบรนด์ยังว่างอยู่ผ่านเว็บไซต์กรมทรัพย์สินทางปัญญา
- ยื่นจดทะเบียนผ่านระบบ e-Filing ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นเพียง 1,600 บาท
- บันทึกค่าจดทะเบียนเป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตนในบัญชี แล้วตัดจำหน่ายปีละเท่าๆ กัน 10 ปี
- ตั้งเตือนต่ออายุทุก 10 ปี
จัดการบัญชีเครื่องหมายการค้าให้เป็นระบบด้วย PEAK
PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยให้ SME บันทึกสินทรัพย์ไม่มีตัวตนและตั้งค่าตัดจำหน่ายอัตโนมัติได้ง่ายๆ ไม่ต้องคำนวณเอง ลดงานซ้ำ เพิ่มเวลาให้โฟกัสที่การเติบโตธุรกิจ ทดลองใช้ PEAK ฟรี
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้า
บุคคลธรรมดาจดเครื่องหมายการค้าได้ไหม
ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นบริษัท บุคคลธรรมดาสามารถยื่นจด Trademark ได้เลย เหมาะสำหรับฟรีแลนซ์หรือเจ้าของร้านค้าออนไลน์ที่ยังไม่ได้จดบริษัท เมื่อจดแล้วสามารถนำค่าใช้จ่ายมาลงเป็นต้นทุนธุรกิจได้ด้วย หากต้องออกบิลเงินสดให้ลูกค้า ก็ใส่เครื่องหมาย ® กำกับแบรนด์ได้ทันที
ถ้าถูกปฏิเสธการจดทะเบียน ทำอย่างไร
ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าภายใน 90 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้ง สาเหตุที่พบบ่อยคือเครื่องหมายคล้ายกับของที่จดไว้แล้ว หรือเป็นคำที่ใช้กันทั่วไป หากเป็นกรณีหลัง อาจต้องปรับแก้เครื่องหมายแล้วยื่นใหม่
จดเครื่องหมายการค้าในไทยแล้ว คุ้มครองต่างประเทศด้วยไหม
ไม่คุ้มครอง การจดทะเบียนในไทยคุ้มครองเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น ถ้าต้องการคุ้มครองในต่างประเทศ ต้องยื่นจดทะเบียนในแต่ละประเทศ หรือใช้ระบบ Madrid Protocol ยื่นขอความคุ้มครองหลายประเทศพร้อมกัน
เครื่องหมายการค้ากับค่าความนิยม (Goodwill) เหมือนกันไหม
ต่างกัน ค่าความนิยมเกิดจากการซื้อกิจการในราคาที่สูงกว่ามูลค่าสินทรัพย์สุทธิ ส่วนเครื่องหมายการค้าเป็นสินทรัพย์ที่ระบุได้ชัดเจนและแยกออกจากกิจการได้ ทั้งสองบันทึกเป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตนเหมือนกัน แต่ค่าความนิยมไม่ตัดจำหน่าย (ทดสอบการด้อยค่าแทน) ส่วนเครื่องหมายการค้าตัดจำหน่ายตามอายุ 10 ปี
ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine
