ภาษีป้าย
Table of Contents

ธุรกิจที่ติดป้ายชื่อร้าน ป้ายโฆษณา หรือป้ายโลโก้ ต้องเสียภาษีป้ายทุกปี ภาษีนี้คำนวณจากพื้นที่ป้ายคูณอัตราตามประเภทอักษร เริ่มที่ 5 บาทต่อ 500 ตร.ซม.

บทความนี้สรุปอัตราภาษีป้ายทุกประเภท วิธีคำนวณพร้อมตัวอย่างจริงสำหรับร้านค้า กำหนดยื่น จ่ายที่ไหน และวิธีบันทึกบัญชี

ภาษีป้ายคืออะไร

ภาษีป้าย คือภาษีท้องถิ่นที่จัดเก็บเป็นรายปีจากป้ายที่ใช้เพื่อธุรกิจหรือหารายได้ ไม่ว่าจะเป็นป้ายชื่อร้าน ป้ายโฆษณา หรือป้ายโลโก้

หน่วยงานที่จัดเก็บ คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ไม่ใช่กรมสรรพากร

ผู้มีหน้าที่เสียภาษี คือเจ้าของป้ายหรือผู้ครอบครองป้าย ถ้าไม่มีผู้ยื่นแบบ เจ้าหน้าที่อาจเรียกเก็บจากเจ้าของอาคารแทน (มาตรา 7 พ.ร.บ.ภาษีป้าย พ.ศ. 2510)

ป้ายแบบไหนต้องเสียภาษี แบบไหนได้ยกเว้น

ป้ายที่ต้องเสียภาษี

ป้ายที่ต้องเสียภาษี คือป้ายที่แสดงชื่อ ยี่ห้อ เครื่องหมาย หรือข้อความอื่นที่เกี่ยวกับธุรกิจ ไม่ว่าจะติดตั้งบนวัตถุใด ตัวอย่างเช่น

  • ป้ายชื่อร้านค้าหน้าอาคาร
  • ป้ายบิลบอร์ดโฆษณาริมทาง
  • ป้ายผ้าใบ ป้ายไวนิลประชาสัมพันธ์
  • ป้ายไฟ ป้าย LED หรือป้ายข้อความเคลื่อนที่
  • ป้ายติดบนรถยนต์ที่ใช้โฆษณา (พื้นที่เกิน 500 ตร.ซม.)

ป้ายที่ได้รับยกเว้นภาษี

ป้ายบางประเภทได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษี ได้แก่

  • ป้ายของหน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรระหว่างประเทศ
  • ป้ายภายในอาคาร (มองจากภายนอกไม่เห็น) ที่มีพื้นที่ไม่เกิน 3 ตร.ม.
  • ป้ายโฆษณามหรสพที่แสดงไว้ ณ โรงมหรสพ
  • ป้ายเพื่อการเลือกตั้ง
  • ป้ายบนรถส่วนบุคคลที่ไม่ได้ใช้โฆษณา หรือมีพื้นที่ไม่เกิน 500 ตร.ซม.
  • ป้ายของสถานศึกษาเอกชนหรือโรงพยาบาลเอกชน ตามที่กฎกระทรวงกำหนด

(มาตรา 6 และ 8 พ.ร.บ.ภาษีป้าย พ.ศ. 2510)

อัตราภาษีป้าย 3 ประเภท ปี 2569

ปี 2569 ยังใช้อัตราตามกฎกระทรวงกำหนดอัตราภาษีป้าย พ.ศ. 2563 ซึ่งมีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2564 แบ่งตามลักษณะอักษรเป็น 3 ประเภท

ประเภทลักษณะป้ายป้ายทั่วไป (บาท/500 ตร.ซม.)ป้ายเคลื่อนที่ (บาท/500 ตร.ซม.)
1อักษรไทยล้วน510
2อักษรไทยปนต่างประเทศ หรือปนภาพ2652
3ไม่มีอักษรไทย หรืออักษรไทยอยู่ใต้อักษรต่างประเทศ5052

ป้ายที่คำนวณภาษีแล้วได้ต่ำกว่า 200 บาท ต้องเสียภาษีขั้นต่ำ 200 บาทต่อป้าย (มาตรา 18 พ.ร.บ.ภาษีป้าย)

ป้ายประเภทที่ 1 อักษรไทยล้วน

ป้ายที่ใช้ตัวอักษรภาษาไทยทั้งหมด ไม่มีอักษรต่างประเทศและไม่มีโลโก้ต่างชาติ เช่น ป้าย “ร้านข้าวต้ม สมศรี” เสียภาษีน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับป้ายประเภทอื่น

ป้ายประเภทที่ 2 อักษรไทยปนต่างประเทศ

ป้ายที่มีทั้งอักษรไทยและอักษรต่างประเทศ เช่น ป้าย “ร้านกาแฟ Café” เงื่อนไขสำคัญ คืออักษรไทยต้องอยู่เหนืออักษรต่างประเทศและมีขนาดไม่เล็กกว่า

ถ้าอักษรไทยอยู่ใต้หรือเล็กกว่าอักษรต่างประเทศ จะถูกจัดเป็นประเภทที่ 3 ทันที ซึ่งเสียภาษีเกือบ 2 เท่า

ป้ายประเภทที่ 3 ไม่มีอักษรไทย

ป้ายที่ใช้ภาษาต่างประเทศล้วน หรือมีอักษรไทยแต่อยู่ใต้อักษรต่างประเทศ เสียภาษีสูงที่สุด เช่น ป้าย “STARBUCKS” ที่เป็นภาษาอังกฤษล้วน

ภาษีป้ายคิดยังไง สูตรคำนวณพร้อมตัวอย่าง

สูตรคำนวณภาษีป้าย

ภาษีป้าย = (พื้นที่ป้าย ÷ 500) × อัตราภาษีตามประเภท

คำนวณพื้นที่ป้ายจากส่วนกว้างที่สุด × ส่วนยาวที่สุด (เป็น ตร.ซม.)

กฎการปัดเศษ: ถ้าเศษเกิน 250 ตร.ซม. ปัดขึ้นเป็นอีก 500 ตร.ซม. ถ้าเศษไม่เกิน 250 ตร.ซม. ปัดทิ้ง

ตัวอย่างคำนวณภาษีป้ายร้านค้า SME

ตัวอย่าง 1 — ร้านกาแฟ ป้ายไทยปนอังกฤษ

บริษัท ตัวอย่าง จำกัด ติดป้าย “กาแฟดี Café” หน้าร้าน ขนาดกว้าง 120 ซม. × ยาว 80 ซม. อักษรไทยอยู่เหนืออักษรอังกฤษ → ป้ายประเภทที่ 2

  • พื้นที่ป้าย: 120 × 80 = 9,600 ตร.ซม.
  • หน่วยภาษี: 9,600 ÷ 500 = 19.2 → เศษ 200 ตร.ซม. (ไม่เกิน 250) → ปัดทิ้ง = 19 หน่วย
  • ภาษี: 19 × 26 = 494 บาทต่อปี

ตัวอย่าง 2 — ร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์ ป้ายไทยล้วน

ร้าน “ช่างหนึ่ง ซ่อมรถ” ติดป้ายขนาดกว้าง 200 ซม. × ยาว 100 ซม. ใช้อักษรไทยล้วน → ป้ายประเภทที่ 1

  • พื้นที่ป้าย: 200 × 100 = 20,000 ตร.ซม.
  • หน่วยภาษี: 20,000 ÷ 500 = 40 หน่วย (ลงตัว)
  • ภาษี: 40 × 5 = 200 บาทต่อปี (เท่าขั้นต่ำพอดี)

ตัวอย่าง 3 — ร้านสะดวกซื้อ ป้ายภาษาอังกฤษล้วน

ร้าน “QuickMart” ติดป้ายไฟขนาดกว้าง 300 ซม. × ยาว 100 ซม. ภาษาอังกฤษล้วน ข้อความไม่เคลื่อนที่ → ป้ายประเภทที่ 3 (ข)

  • พื้นที่ป้าย: 300 × 100 = 30,000 ตร.ซม.
  • หน่วยภาษี: 30,000 ÷ 500 = 60 หน่วย
  • ภาษี: 60 × 50 = 3,000 บาทต่อปี

ป้ายภาษาอังกฤษล้วนเสียภาษีมากกว่าป้ายไทยล้วนถึง 10 เท่า การเพิ่มชื่อไทยไว้ด้านบนป้ายจะช่วยลดจากอัตราประเภทที่ 3 (50 บาท) เหลือประเภทที่ 2 (26 บาท)

ยื่นภาษีป้ายเมื่อไร จ่ายที่ไหน

กำหนดยื่นแบบ ภ.ป.1

เจ้าของป้ายต้องยื่นแบบ ภ.ป.1 ภายในเดือนมกราคมถึง 31 มีนาคมของทุกปี (มาตรา 12 พ.ร.บ.ภาษีป้าย)

หลังยื่นแบบ เจ้าหน้าที่จะออกแบบแจ้งการประเมิน (ภ.ป.3) ต้องชำระภาษีภายใน 15 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้ง

สำหรับป้ายที่ติดตั้งระหว่างปี ต้องยื่นแบบภายใน 15 วันนับจากวันติดตั้ง (มาตรา 14) ภาษีจะคิดตามจำนวนเดือนที่เหลือในปีนั้น

ตัวอย่าง ถ้าติดป้ายเดือนกรกฎาคม จะเสียภาษีแค่ 6 เดือน เท่ากับครึ่งหนึ่งของภาษีเต็มปี

สถานที่ชำระภาษีป้าย

ชำระได้ที่หน่วยงานท้องถิ่นที่ป้ายตั้งอยู่ ได้แก่

  • ในเขตเทศบาล: กองคลังหรือฝ่ายจัดเก็บรายได้ของเทศบาล
  • นอกเขตเทศบาล: องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)
  • ในกรุงเทพฯ: สำนักงานเขตที่ป้ายตั้งอยู่
  • ในพัทยา: ศาลาว่าการเมืองพัทยา

บางพื้นที่เปิดให้ชำระผ่านช่องทางออนไลน์หรือธนาคารกรุงไทย ควรสอบถามหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ก่อน

ผ่อนชำระภาษีป้ายได้ไหม

ได้ ถ้าภาษีที่ต้องชำระตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป ขอผ่อนเป็น 3 งวดเท่ากัน โดยต้องแจ้งเป็นหนังสือก่อนครบกำหนดชำระ (มาตรา 19 ทวิ พ.ร.บ.ภาษีป้าย)

ไม่จ่ายภาษีป้ายมีโทษอะไร

การไม่ยื่นแบบหรือชำระล่าช้ามีเงินเพิ่ม 3 กรณี (มาตรา 25 พ.ร.บ.ภาษีป้าย)

  • ไม่ยื่นแบบภายในกำหนด: เสียเงินเพิ่ม 10% ของภาษี
  • ยื่นแบบไม่ถูกต้อง เสียภาษีน้อยกว่าที่ควร: เสียเงินเพิ่ม 10% ของภาษีที่ชำระขาด
  • ชำระเกินกำหนด 15 วัน: เสียเงินเพิ่ม 2% ต่อเดือน

ตัวอย่าง ภาษีป้าย 3,000 บาท ถ้าไม่ยื่นแบบ เสียเงินเพิ่ม 300 บาท รวม 3,300 บาท

ถ้าชำระล่าช้าอีก 2 เดือน เสียเงินเพิ่มอีก 120 บาท (3,000 × 2% × 2 เดือน) รวม 3,420 บาท

บันทึกบัญชีภาษีป้ายอย่างไร

ภาษีป้ายเป็นค่าใช้จ่ายของกิจการที่นำไปหักเป็นรายจ่ายทางภาษีเงินได้ได้ บันทึกบัญชีดังนี้

  • เดบิต: ค่าภาษีอากร (หรือค่าภาษีป้าย)
  • เครดิต: เงินสดหรือเงินฝากธนาคาร

ตัวอย่าง บริษัท ตัวอย่าง จำกัด ชำระภาษีป้าย 494 บาท

  • เดบิต ค่าภาษีอากร 494 บาท
  • เครดิต เงินสด 494 บาท

ควรเก็บใบเสร็จรับเงินจากหน่วยงานท้องถิ่นไว้เป็นหลักฐาน เพราะใช้ประกอบการบันทึกบัญชีและยื่นภาษีเงินได้ประจำปี สำหรับกิจการที่มีป้ายหลายจุด ให้รวมยอดภาษีทั้งหมดบันทึกเป็นรายการเดียวในเดือนที่ชำระได้

สรุป

ภาษีป้ายคำนวณง่าย แค่รู้ขนาดป้ายกับประเภทอักษรก็คำนวณเองได้ ต้องยื่นแบบ ภ.ป.1 ภายในเดือนมีนาคมทุกปี จ่ายที่หน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่

จัดการค่าใช้จ่ายภาษีป้ายให้เป็นระบบด้วย PEAK

ธุรกิจที่ใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAK สามารถบันทึกรายการนี้ในหมวดค่าใช้จ่ายได้ทันที ทั้งภาษีป้ายและภาษีที่ดิน ใช้ ช่วยให้ข้อมูลค่าใช้จ่ายภาษีครบถ้วนตอนปิดงบ

เพื่อให้การจัดการค่าใช้จ่ายและภาษีของธุรกิจคุณครบวงจรยิ่งขึ้น PEAK ยังเป็นพาร์ทเนอร์กับ OfficeMate (OFM) ที่พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการด้วยสินค้าและบริการที่ครอบคลุมทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์สำนักงาน ปริ้นเตอร์ สินค้าไอที หรือเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งช่วยให้คุณควบคุมค่าใช้จ่ายได้ง่ายผ่านระบบจัดซื้อที่ทันสมัย พร้อมสิทธิประโยชน์ในการออกใบกำกับภาษีที่ถูกต้อง เพื่อนำไปบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายในโปรแกรมบัญชี PEAK ได้ทันที


คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับภาษีป้าย

ภาษีป้าย 2569 จ่ายเมื่อไหร่

ยื่นแบบ ภ.ป.1 ภายในเดือนมกราคมถึง 31 มีนาคม 2569 ชำระภาษีภายใน 15 วันหลังได้รับแจ้งประเมิน

ติดป้ายหน้าร้านเสียภาษีไหม

เสียภาษี ถ้าป้ายแสดงชื่อร้านหรือเครื่องหมายเพื่อประกอบธุรกิจ ยกเว้นป้ายภายในอาคารที่มองจากนอกไม่เห็นและพื้นที่ไม่เกิน 3 ตร.ม.

ภาษีป้ายร้านค้า คิดยังไง

ใช้สูตร (กว้าง × ยาว ÷ 500) × อัตราภาษีตามประเภทป้าย ดูอัตราได้ในตารางเปรียบเทียบด้านบน ภาษีขั้นต่ำ 200 บาทต่อป้าย

ป้าย LED หรือป้ายดิจิทัลเสียภาษีป้ายไหม

เสียภาษี และมีอัตราสูงกว่าป้ายทั่วไป เพราะจัดเป็นป้ายเคลื่อนที่ ตัวอย่างเช่น ป้ายไทยล้วนแบบ LED จ่าย 10 บาทต่อ 500 ตร.ซม. (ป้ายทั่วไปจ่าย 5 บาท)

ภาษีป้ายจ่ายที่ไหน

จ่ายที่หน่วยงานท้องถิ่นที่ป้ายตั้งอยู่ ดูรายละเอียดในหัวข้อ “สถานที่ชำระภาษีป้าย” ด้านบน


ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine

ติดตาม OfficeMate ได้ที่ช่องทาง

โปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAK x OFM