ภ.ง.ด.54 คืออะไร
Table of Contents

ธุรกิจ SME ที่จ่ายค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ต่างประเทศ จ่ายเงินปันผลให้บริษัทแม่ในต่างประเทศ หรือจ้างที่ปรึกษากฎหมายจากต่างประเทศ มีโอกาสสูงที่จะต้องเจอกับแบบภาษีที่ชื่อ ภ.ง.ด.54 บทความนี้สรุปให้ครบจบในที่เดียว ตั้งแต่ความหมาย ประเภทเงินได้ที่เข้าข่าย อัตราหักภาษี ตัวอย่างคำนวณพร้อมตัวเลข ผลกระทบถ้าไม่ยื่น ไปจนถึง FAQ ที่คนถามบ่อย

ภ.ง.ด.54 คืออะไร

ภ.ง.ด.54

ภ.ง.ด.54 คือแบบนำส่งภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย ที่ใช้เมื่อผู้ประกอบการในไทยจ่ายเงินได้บางประเภทให้กับบริษัทหรือนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศและไม่ได้ทำธุรกิจในไทย ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร

นอกจากนี้ ภ.ง.ด.54 ยังใช้ในกรณีที่สาขาของบริษัทต่างประเทศในไทยโอนเงินกำไรกลับไปยังสำนักงานใหญ่ในต่างประเทศ ตามมาตรา 70 ทวิ

พูดง่ายๆ คือ ถ้าจ่ายเงินบางประเภทออกไปต่างประเทศ ต้องหักภาษีไว้ก่อนแล้วนำส่งให้กรมสรรพากรด้วยแบบ ภ.ง.ด.54

เงินได้ประเภทไหนต้องยื่น ภ.ง.ด.54

ไม่ใช่การจ่ายเงินไปต่างประเทศทุกประเภทจะต้องยื่น ภ.ง.ด.54 เฉพาะเงินได้ตามมาตรา 40(2) ถึง 40(6) เท่านั้นที่เข้าข่าย แต่ละประเภทมีตัวอย่างดังนี้

ค่านายหน้า ค่าบริการ (มาตรา 40(2))

เช่น ค่าคอมมิชชั่นให้ตัวแทนขายต่างประเทศ ค่าที่ปรึกษาด้านการตลาด ค่าบริการวิจัยจากบริษัทต่างประเทศ

ค่าลิขสิทธิ์ ค่า Royalty (มาตรา 40(3))

เช่น ค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ค่าสิทธิบัตร ค่าสูตรการผลิต ค่าเครื่องหมายการค้า เป็นประเภทที่ SME ไทยเจอบ่อยโดยเฉพาะค่าลิขสิทธิ์โปรแกรมจากต่างประเทศ

ดอกเบี้ย เงินปันผล (มาตรา 40(4))

เช่น ดอกเบี้ยเงินกู้ที่จ่ายให้บริษัทแม่ต่างประเทศ เงินปันผลที่จ่ายให้ผู้ถือหุ้นนิติบุคคลต่างประเทศ

ค่าเช่าทรัพย์สิน (มาตรา 40(5))

เช่น ค่าเช่าเครื่องจักร ค่าเช่าอุปกรณ์จากบริษัทต่างประเทศ

วิชาชีพอิสระ (มาตรา 40(6))

เช่น ค่าจ้างทนายความต่างประเทศ ค่าที่ปรึกษาด้านบัญชีหรือวิศวกรรม

การจำหน่ายเงินกำไร (มาตรา 70 ทวิ) คืออะไร

นอกจากการจ่ายเงินได้ตามมาตรา 70 แล้ว ภ.ง.ด.54 ยังใช้อีกกรณีหนึ่ง คือเมื่อสาขาของบริษัทต่างประเทศที่ทำธุรกิจในไทยต้องการโอนกำไรกลับไปยังสำนักงานใหญ่ในต่างประเทศ กฎหมายถือว่าเป็นการ “จำหน่ายเงินกำไร” ออกนอกประเทศ และต้องเสียภาษีในอัตรา 10% ของจำนวนเงินที่โอนออกไป

อัตราหักภาษี ณ ที่จ่ายตามแบบ ภ.ง.ด.54

ประเภทเงินได้อัตราหัก
มาตรา 40(2)-(6) ทั่วไป (ยกเว้นเงินปันผล)15%
มาตรา 40(4) เฉพาะเงินปันผล10%
การจำหน่ายเงินกำไร (มาตรา 70 ทวิ)10%

อนุสัญญาภาษีซ้อน (DTA) ลดอัตราหักได้

อัตรา 15% และ 10% ข้างต้นเป็นอัตราตามประมวลรัษฎากร แต่ถ้าประเทศที่รับเงินมีอนุสัญญาภาษีซ้อน (Double Tax Agreement — DTA) กับไทย อัตราหักอาจลดลงได้ ตัวอย่างเช่น ค่า Royalty ที่จ่ายให้บริษัทในบางประเทศที่มี DTA กับไทย อัตราหักอาจลดลงเหลือ 5-10% แทนที่จะเป็น 15% ตามปกติ (ตรวจสอบอัตราจริงได้จากตาราง DTA บนเว็บไซต์กรมสรรพากร)

ผู้ประกอบการควรตรวจสอบว่าประเทศของคู่ค้ามี DTA กับไทยหรือไม่ โดยดูได้จากเว็บไซต์กรมสรรพากร หรือปรึกษานักบัญชี เพราะอัตราที่ลดลงอาจช่วยประหยัดภาษีได้จำนวนมาก ปัจจุบันไทยมี DTA กับกว่า 60 ประเทศ เช่น ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ เยอรมนี และจีน ถ้าไม่ได้ตรวจสอบ DTA ก่อนหัก อาจหักภาษีมากกว่าที่จำเป็น

“หัก ณ ที่จ่าย” กับ “ออกภาษีให้” ต่างกันยังไง

เมื่อต้องจ่ายเงินให้ต่างประเทศพร้อมหักภาษี ผู้จ่ายมี 2 ทางเลือก

หัก ณ ที่จ่าย: หักภาษีออกจากยอดเงินที่จ่าย แล้วโอนส่วนที่เหลือให้ผู้รับ เช่น ค่าบริการ 100,000 บาท หัก 15% = โอนให้ผู้รับ 85,000 บาท นำส่งสรรพากร 15,000 บาท

ออกภาษีให้ (Gross-up): ผู้จ่ายออกภาษีเพิ่มเองทั้งจำนวน โดยผู้รับได้เงินเต็ม 100,000 บาท วิธีนี้ต้องคำนวณ gross-up คือ 100,000 ÷ (1 – 0.15) = 117,647 บาท เป็นฐานภาษี หักภาษี 15% = 17,647 บาท ทำให้ผู้จ่ายจ่ายเงินรวมทั้งหมดมากกว่ากรณีแรก

การเลือกวิธีใดขึ้นอยู่กับข้อตกลงกับคู่ค้า แต่ต้องระบุในแบบ ภ.ง.ด.54 ให้ชัดเจนว่าเป็นการ “หักภาษีนำส่ง” หรือ “ออกภาษีให้”

ตัวอย่างการคำนวณและยื่น ภ.ง.ด.54

ตัวอย่าง: บริษัท ตัวอย่าง จำกัด (ชื่อสมมุติ) จ่ายค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ 100,000 บาท

บริษัท ตัวอย่าง จำกัด (ชื่อสมมุติ) ซื้อลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์จากบริษัทในญี่ปุ่น จำนวน 100,000 บาท ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ค่าลิขสิทธิ์ถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(3)

เงินได้ที่จ่าย = 100,000 บาท อัตราหัก ณ ที่จ่าย = 15% ภาษีที่ต้องนำส่ง = 100,000 × 15% = 15,000 บาท จำนวนที่โอนให้ผู้รับ = 100,000 – 15,000 = 85,000 บาท

ยื่น ภ.ง.ด.54 พร้อมนำส่ง 15,000 บาท ภายในวันที่ 7 มีนาคม 2569 (หรือ 15 มีนาคม ถ้ายื่นผ่าน e-Filing)

หมายเหตุ: ถ้าญี่ปุ่นมีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับไทยที่ลดอัตราค่า Royalty อัตราหักอาจต่ำกว่า 15% ต้องตรวจสอบ DTA ก่อนหัก

นอกจากนี้ ถ้าค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์นี้ถือเป็นบริการด้วย บริษัทอาจต้องยื่น ภ.พ.36 เพื่อนำส่ง VAT 7% ควบคู่กัน

ตัวอย่าง: จ่ายเงินปันผลให้บริษัทแม่ในสิงคโปร์ 500,000 บาท

บริษัท ตัวอย่าง จำกัด (ชื่อสมมุติ) จ่ายเงินปันผลให้บริษัทแม่ในสิงคโปร์ จำนวน 500,000 บาท ในเดือนเมษายน 2569 เงินปันผลถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(4)

เงินปันผลที่จ่าย = 500,000 บาท อัตราหัก ณ ที่จ่าย = 10% ภาษีที่ต้องนำส่ง = 500,000 × 10% = 50,000 บาท จำนวนที่โอนให้ผู้รับ = 500,000 – 50,000 = 450,000 บาท

ยื่น ภ.ง.ด.54 พร้อมนำส่ง 50,000 บาท ภายในวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 กรณีนี้ไม่ต้องยื่น ภ.พ.36 เพราะเงินปันผลไม่ใช่ค่าสินค้าหรือบริการ

กำหนดเวลายื่น ภ.ง.ด.54 และวิธียื่นออนไลน์

ยื่นแบบกระดาษ: ภายใน 7 วัน นับจากวันสิ้นเดือนที่จ่ายเงิน ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่

ยื่นผ่าน e-Filing: เข้าเว็บไซต์ efiling.rd.go.th เลือกยื่นแบบ ภ.ง.ด.54 กรอกข้อมูลและชำระออนไลน์ ได้เวลาเพิ่มเป็นภายใน 15 วัน นับจากวันสิ้นเดือนที่จ่าย แนะนำให้ใช้ช่องทาง e-Filing เพราะสะดวกกว่า ได้เวลาเพิ่ม และมีหลักฐานการยื่นเป็นอิเล็กทรอนิกส์ที่ตรวจสอบได้ง่าย

ถ้าจ่ายเงินให้นิติบุคคลต่างประเทศหลายราย หรือจ่ายเงินได้หลายประเภทในเดือนเดียวกัน ต้องแยกยื่นเป็นแต่ละรายผู้รับ หรือแต่ละประเภทเงินได้ เช่น จ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้บริษัท A และค่าที่ปรึกษาให้บริษัท B ในเดือนเดียวกัน ต้องยื่นแยก 2 ชุด สำหรับธุรกิจที่จ่ายเงินไปต่างประเทศบ่อย การใช้ระบบ e-Withholding Tax จะช่วยลดขั้นตอนและลดโอกาสผิดพลาดได้

ไม่ยื่น ภ.ง.ด.54 มีผลอะไรบ้าง

ผลกระทบจากการไม่ยื่นหรือยื่นช้ามี 3 ระดับ

ค่าปรับอาญา: ยื่นช้าไม่เกิน 7 วัน ปรับ 100 บาท ยื่นช้าเกิน 7 วัน ปรับ 200 บาท

เงินเพิ่ม: 1.5% ต่อเดือน ของจำนวนภาษีที่ต้องนำส่ง (เศษของเดือนนับเป็น 1 เดือน)

รายจ่ายต้องห้าม: นี่คือผลกระทบที่ร้ายแรงที่สุด ถ้าไม่ได้หักภาษี ณ ที่จ่ายและยื่น ภ.ง.ด.54 ให้ถูกต้อง กรมสรรพากรอาจไม่ยอมให้นำเงินที่จ่ายไปต่างประเทศมาคำนวณเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) กลายเป็นรายจ่ายต้องห้ามที่ทำให้กำไรสุทธิสูงขึ้นและต้องเสียภาษีเพิ่ม

ตัวอย่างเช่น ถ้าจ่ายค่าลิขสิทธิ์ 1,000,000 บาท โดยไม่ได้หักภาษี ณ ที่จ่าย จำนวน 1,000,000 บาทนี้อาจถูกถือเป็นรายจ่ายต้องห้าม ทำให้ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มถึง 200,000 บาท (อัตรา 20%) ซึ่งมากกว่าภาษีที่ต้องหัก ณ ที่จ่าย 150,000 บาท (15%) เสียอีก ด้วยเหตุนี้ การยื่น ภ.ง.ด.54 ให้ถูกต้องจึงไม่ใช่แค่เรื่องหน้าที่ตามกฎหมาย แต่ยังเป็นการปกป้องสิทธิ์ทางภาษีของกิจการด้วย

สรุป ภ.ง.ด.54

ภ.ง.ด.54 เป็นแบบนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับการจ่ายเงินให้นิติบุคคลต่างประเทศ ประเด็นสำคัญที่ต้องจำ ได้แก่ ใช้เมื่อจ่ายเงินได้ตามมาตรา 40(2)-(6) ให้นิติบุคคลต่างประเทศที่ไม่ได้ทำธุรกิจในไทย, อัตราหักทั่วไป 15% เงินปันผล 10% แต่ตรวจสอบ DTA อาจลดได้, ยื่นภายใน 7 วัน (กระดาษ) หรือ 15 วัน (e-Filing) นับจากสิ้นเดือนที่จ่าย และถ้าไม่ยื่นอาจโดนทั้งค่าปรับและรายจ่ายต้องห้าม

จัดการภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้เป็นระบบด้วย PEAK

PEAK Tax ช่วยจัดการภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้เป็นระบบ บันทึกรายการจ่ายเงินต่างประเทศ คำนวณภาษีตามอัตราที่ถูกต้อง และเตรียมข้อมูลสำหรับยื่นแบบภาษีได้สะดวก ใช้ร่วมกับ PEAK Account ระบบบัญชีออนไลน์ที่ครบวงจร ทดลองใช้ฟรีได้ที่ peakaccount.com

คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับ ภ.ง.ด.54

ค่า Facebook Ads ต้องยื่น ภ.ง.ด.54 ไหม

โดยทั่วไปไม่ต้อง เพราะค่าโฆษณาถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(8) ซึ่งเป็นกำไรจากธุรกิจทั่วไป ไม่ใช่เงินได้ตามมาตรา 40(2)-(6) ที่อยู่ในเงื่อนไขของมาตรา 70 จึงไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายด้วย ภ.ง.ด.54 อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการที่จดทะเบียน VAT ยังคงต้องยื่น ภ.พ.36 เพื่อนำส่ง VAT 7% แทน Facebook แยกต่างหาก

ภ.ง.ด.54 กับ ภ.พ.36 ต่างกันยังไง

ภ.ง.ด.54 เป็นภาษีเงินได้ (ภาษีทางตรง) ที่หักจากเงินได้ก่อนจ่ายให้ผู้รับ ส่วน ภ.พ.36 เป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภาษีทางอ้อม) ที่ผู้ซื้อนำส่งแทนผู้ขายต่างประเทศ ทั้ง 2 แบบเกี่ยวข้องกับการจ่ายเงินไปต่างประเทศเหมือนกัน แต่เป็นคนละประเภทภาษีและคำนวณคนละอัตรา

ต้องยื่น ภ.ง.ด.54 คู่กับ ภ.พ.36 เสมอไหม

ไม่เสมอไป ขึ้นอยู่กับประเภทธุรกรรม ถ้าจ่ายค่าบริการที่เข้าข่ายทั้งมาตรา 40(2)-(6) และเป็นบริการที่ต้องเสีย VAT ด้วย เช่น ค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ก็ต้องยื่นทั้ง 2 แบบ แต่ถ้าจ่ายเงินปันผลให้ต่างประเทศ ก็ยื่นเฉพาะ ภ.ง.ด.54 เพราะเงินปันผลไม่ใช่ค่าสินค้าหรือบริการที่ต้องเสีย VAT


ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine

โปรแกรมบัญชี PEAK ตัวช่วยผู้ประกอบการจัดการเอกสารออนไลน์