โอนเงินเข้าออกบ่อยเป็นไรไหม

การโอนเงินผ่านช่องทางออนไลน์เป็นการทำธุรกรรมทางการเงินที่นอกจากเป็นเรื่องปกติในการใช้ชีวิตประจำวันจนกลายเป็นช่องทางการแลกเปลี่ยนเงินหลักของคนทั่วไป ในแต่ละวันต้องโอนเงินบ่อยครั้ง จึงทำให้หลายท่านอาจเกิดคำถามตามมาว่า โอนเงินเข้าออกบ่อยเป็นไรไหม และมีผลกระทบอะไรกับเราบ้าง โดยเฉพาะเจ้าของธุรกิจที่มีจำนวนครั้งการโอนหลายครั้งในแต่ละวัน ในบทความนี้เราจะมาไขคำตอบให้คุณกัน

โอนเงินเข้าออกบ่อย เป็นไรไหม

ตามจริงแล้วการโอนเงินเข้าออกบัญชีบ่อย ๆ ไม่มีความผิดทางกฎหมาย แต่หากจำนวนครั้งการโอนเงินและมูลค่ารวมถึงตามจำนวนที่กรมสรรพากรกำหนด ก็อาจถูกเรียกเพื่อตรวจสอบภาษีได้ นอกจากนี้กรมสรรพากรต้องการตรวจสอบว่าที่มาของเงินนั้นถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ รวมไปถึงที่มาของเงิน เพื่อป้องกันการฟอกเงินหรือการได้เงินมาแบบผิดกฎหมาย เช่น การพนัน หรือสแกมเมอร์

ภาษี e-Payment คืออะไร และสรรพากรดูจากอะไรบ้าง

เกณฑ์ภาษี e-Payment

ถึงแม้การโอนเงินออนไลน์กลายเป็นเรื่องปกติในปัจจุบัน ทั้งในมุมของบุคคลทั่วไปที่ใช้โอนเงินระหว่างกัน หรือแม้กระทั่งร้านค้าที่รับเงินผ่านการโอน ทำให้ต้องมีกฎหมายภาษี e-Payment ที่กำหนดให้ธนาคารต้องส่งรายงานธุรกรรมของบัญชีที่เข้าข่ายมีพฤติกรรมตรงตามข้อกำหนดในจำนวนครั้งการโอนเงินหรือจำนวนมูลค่าที่สูงเกินกว่ากำหนด รวมไปถึงพฤติกรรมการโอนเงินที่ผิดปกติเพื่อให้สรรพากรตรวจสอบ โดยมีการกำหนดเกณฑ์ไว้ดังนี้

  • ฝากหรือรับโอนเงินตั้งแต่ 3,000 ครั้งต่อปีขึ้นไป นับรวมทุกบัญชีในธนาคารเดียวกัน ไม่สนใจยอดรวม
  • ฝากหรือรับโอน 400 ครั้งต่อปีขึ้นไป และมียอดรวมเกิน 2,000,000 บาทในปีนั้น

หากเข้าเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่ง ธนาคารจะต้องส่งรายการธุรกรรมของบัญชีดังกล่าวให้กรมสรรพากร ทั้งนี้ในมุมของผู้ประกอบการที่ใช้การโอนเงินในการรับเงิน อาจมีโอกาสที่จำนวนครั้งการโอนหรือมูลค่าการโอนถึงที่กำหนด แต่ก็ไม่ต้องกังวลแต่อย่างใด เพราะหากมีหลักฐานที่มาของเงินชัดเจนก็ไม่มีปัญหาตามมาแน่นอน

พฤติกรรมเงินเข้าออกบัญชีที่อาจถูกตรวจสอบ

นอกจากจำนวนครั้งการโอนและมูลค่าการโอนเงินของบัญชีแล้ว พฤติกรรมบางรูปแบบอาจเข้าข่ายต้องสงสัยว่ากำลังฟอกเงิน หรือทำผิดกฎหมายได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น

  • เงินเข้าบัญชีถี่และผิดปกติ
  • รับเงินจากหลายบัญชีที่ไม่มีเหตุผลทางธุรกิจ
  • มียอดรับโอนสูงกว่ารายได้ที่แจ้งไว้
  • โอนเงินหมุนเข้าหมุนออกระหว่างหลายบัญชีคล้ายหลบเส้นทางเงิน

พฤติกรรมที่อาจถูกปรับเพิ่มภายหลังการตรวจสอบ

ในส่วนของพฤติกรรมที่เมื่อถูกตรวจสอบแล้ว อาจถูกปรับเงินเพิ่มจากกรมสรรพากรมีดังนี้

  • ไม่ยื่นแบบภาษี
  • ให้ข้อมูลเท็จ
  • ใช้หลายบัญชีเพื่อหลบเส้นทางเงิน

อย่างไรก็ตามหากเราสามารถตอบคำถามหรือมีเอกสารยืนยันความบริสุทธิ์ครบถ้วน ถูกต้องก็ไม่จำเป็นต้องกังวลแต่อย่างใด ดังนั้นจากคำถามที่ว่า โอนเงินเข้าออกบ่อยเป็นไรไหม คำตอบคือ ไม่มีความผิด ถ้าสามารถยืนยันที่มาของเงินได้นั่นเอง

หากถูกสรรพากรเรียกตรวจสอบ ต้องเตรียมอะไรบ้าง

สำหรับกิจการที่บัญชีเข้าข่ายถูกตรวจสอบ ไม่ต้องกังวลไป สิ่งที่ต้องทำคือ เตรียมเอกสาร และเตรียมตอบคำถามที่กรมสรรพากรอาจถามเพื่ออำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่และควรเตรียมตัวไว้แต่เนิ่น ๆ เพื่อป้องกันเอกสารตกหล่นจนมีปัญหาตามมาได้

1. คำถามที่ต้องสามารถตอบได้

อันดับแรกคำถามที่ต้องตอบได้คือ “ที่มาของเงิน” ซึ่งแน่นอนว่าหากเราทำธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมายก็ไม่ต้องกังวลในข้อนี้แต่อย่างใด ควรเตรียมคำถามตอบประกอบกับหลักฐานอย่างชัดเจน

2. เอกสารที่ต้องเตรียม

เอกสารที่ต้องเตรียม
  • บัตรประชาชน: สำหรับใช้ในการยืนยันตัวตน
  • หนังสือแจ้งการตรวจสอบ: หนังสือที่กรมสรรพากรส่งมาแจ้งรายละเอียดการตรวจสอบ
  • เอกสารแสดงรายได้: หลักฐานต่าง ๆ ที่แสดงถึงที่มาของรายได้ เช่น หนังสือรับรองหักภาษี ณ ที่จ่าย 50 ทวิ และเอกสารใบเสร็จรับเงินค่าบริการต่าง ๆ เช่น ค่าเช่า ค่าดอกเบี้ย เป็นต้น
  • เอกสารการซื้อขาย: หากธุรกิจมีรายได้จากการขายสินค้าหรือบริการ ซึ่งใช้เป็นหลักฐานที่มาของรายได้ ได้เช่นกัน
  • สมุดบัญชีธนาคาร: หลักฐานสำหรับการแสดงรายการเงินเข้าออก
  • เอกสารแสดงค่าใช้จ่าย: ใบเสร็จรับเงินค่าใช้จ่าย เช่น ค่าเดินทาง ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการทำธุรกิจ เอกสารลดหย่อนภาษี เช่น ใบเสร็จค่าเบี้ยประกันชีวิต ค่าเล่าเรียน
  • เอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง: ยกตัวอย่างเช่น สัญญาเช่า สัญญาซื้อขาย ทะเบียนพาหนะ

ในความเป็นจริงแล้วพฤติกรรมการโอนเงินเข้าออกบ่อยไม่ผิดกฎหมาย แต่สรรพากรจะตรวจสอบว่า “ที่มาของเงิน” ถูกต้องหรือไม่ จึงต้องมีการเรียกตรวจสอบนั่นเอง

โอนเงินเข้าออกบ่อย เสียภาษีไหม

สรุปคือ การโอนเงินเข้าออกบัญชีบ่อยไม่ผิดกฎหมาย และไม่ได้แปลว่าจะต้องเสียภาษีเพิ่มทันที แต่หากเป็น “รายได้” ก็ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีตามประเภทเงินได้ และต้องสามารถอธิบายที่มาของเงินได้อย่างถูกต้อง เนื่องจากภาษีเป็นข้อกำหนดทางกฎหมายที่เป็นหน้าที่ของทุกคน ไม่สามารถหลีกเลี่ยงภาษีที่จะต้องเสียในแต่ละปีได้ ซึ่งเงินภาษีที่เสียไปของเรานับเป็นการสนับสนุนการพัฒนาประเทศด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานและการบริการสาธารณะ 

อย่างไรก็ตามเราสามารถลดหย่อนภาษีที่ต้องจ่ายอย่างถูกกฎหมาย เพื่อให้เสียภาษีน้อยลงได้ด้วยวิธีการ ดังนี้

สำหรับบุคคลธรรมดา

  • ใช้สิทธิลดหย่อนภาษี เช่น ค่าลดหย่อนส่วนตัว คู่สมรส บุตร ผู้สูงอายุ ค่ารักษาพยาบาล ค่าเล่าเรียน และค่าบริจาคต่าง ๆ เป็นต้น
  • ลงทุนในเครื่องมือลดหย่อนภาษี เช่น กองทุน SSF, RMF และประกันชีวิตที่นำมาเป็นส่วนลดภาษีที่ต้องชำระได้
  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หากมีรายได้หลายช่องทาง หรือทำธุรกิจส่วนตัว ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีเพื่อวางแผนการเสียภาษีให้เหมาะสมกับสถานการณ์

สำหรับนิติบุคคล (SME)

  • การจ้างงานผู้พิการ หรือผู้สูงอายุ: การจ้างงานบุคคลบางกลุ่มสามารถนำมาใช้ในการลดหย่อนภาษีได้ถึง 2 เท่า
  • ค่าเสื่อมต่าง: ผู้ประกอบการสามารถคำนวณค่าเสื่อมอาคาร ค่าเสื่อมอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ หรือเครื่องจักรเพื่อนำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้
  • ค่าบริจาค: เงินบริจาคให้แก่ สถาบันการศึกษา กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้พิการ และกองทุนวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม สามารถนำมาใช้ในการลดหย่อนภาษีนิติบุคคลได้

สิ่งที่ไม่ควรทำ

  • หลีกเลี่ยงการยื่นแบบแสดงรายการภาษี: การไม่ยื่นภาษีถือเป็นความผิดทางกฎหมาย ซึ่งอาจถูกปรับย้อนหลังเป็นเงินจำนวนมากได้
  • แจ้งข้อมูลเท็จ: การให้ข้อมูลเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษีเป็นความผิดทางอาญา

ซ่อนรายได้: การไม่รายงานรายได้ทั้งหมด มีความผิดทางกฎหมาย

สำหรับคำถามที่ว่า โอนเงินเข้าออกบ่อยเป็นไรไหม สรุปได้ว่า “ไม่มีความผิด” แต่หากเข้าข่ายข้อกำหนดของภาษี e-Payment อาจถูกตรวจสอบจากกรมสรรพากร ดังนั้นการโอนเงินอย่างมีระเบียบและวางแผนอย่างรอบคอบจะสามารถช่วยลดค่าธรรมเนียมที่ไม่จำเป็นและลดปัญหาด้านต่าง ๆ ได้ นอกจากนี้การรู้จักการจัดการธุรกรรมของตนเองจะช่วยให้คุณสามารถปกป้องทรัพย์สินของตัวเองให้ปลอดภัยได้อีกด้วย
สำหรับท่านไหนที่มีความกังวลด้านภาษี ยังไม่เข้าใจข้อกำหนดในหลายส่วนทั้งในมุมการเสียภาษีบุคคลธรรมดา และของกิจการ สามารถติดตามบทความจาก PEAK เพื่อให้พลาดทุกความรู้ดี ๆ ที่เรามีมาแนะนำ ตั้งแต่การจัดการด้านบัญชีของธุรกิจไปจนถึงการบริหารจัดการภาษีให้ถูกต้องอีกด้วย


ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine

โปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAK