
ทุกครั้งที่กิจการจ่ายค่าจ้าง ค่าบริการ หรือค่าเช่า ผู้จ่ายเงินอาจต้องหักภาษีบางส่วนไว้ก่อนจ่าย เรื่องนี้เป็นหน้าที่ตามกฎหมายที่เจ้าของกิจการ SME ต้องทำให้ถูกต้อง ไม่อย่างนั้นอาจโดนค่าปรับและเงินเพิ่ม
บทความนี้สรุปครบว่าภาษีหัก ณ ที่จ่ายคืออะไร ใครมีหน้าที่หัก หักจากเงินได้ประเภทไหน หักกี่เปอร์เซ็นต์ ยื่นแบบอะไร พร้อมอัปเดต e-Withholding Tax ปี 2569
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) คืออะไร
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย หรือ WHT ย่อมาจาก Withholding Tax คือระบบเก็บภาษีล่วงหน้า “ผู้จ่ายเงิน” ทำหน้าที่หักภาษีบางส่วนจากเงินที่จ่ายให้ “ผู้รับเงิน” แล้วนำส่งกรมสรรพากรแทน ผู้รับจะได้รับเงินไม่เต็มจำนวน แต่ได้หนังสือรับรองการหักภาษีเป็นหลักฐาน สามารถนำไปใช้ประกอบการยื่นภาษีประจำปีและขอคืนภาษีส่วนที่ถูกหักเกินได้
พูดให้เข้าใจง่าย เวลากิจการจ่ายค่าจ้างฟรีแลนซ์ 10,000 บาท ต้องหักภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% ไว้ 300 บาท จ่ายจริง 9,700 บาท แล้วนำ 300 บาทส่งสรรพากร
ใครมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย
ผู้จ่ายเงินที่เป็นนิติบุคคล (บริษัทจำกัด หรือห้างหุ้นส่วนที่จดทะเบียน) มีหน้าที่หักทุกครั้งที่จ่ายค่าจ้าง ค่าบริการ หรือค่าเช่าที่อยู่ในเงื่อนไข บุคคลธรรมดา (คนทั่วไปที่ทำธุรกิจในชื่อตัวเอง) ที่จ่ายเงินเดือนให้พนักงานก็มีหน้าที่หักเช่นกัน
สำหรับกิจการที่เพิ่งเริ่มต้น หน้าที่นี้เกิดขึ้นทันทีที่เริ่มจ่ายค่าจ้างหรือค่าบริการ ไม่ต้องจดทะเบียนเพิ่ม แค่มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีก็เริ่มหักได้เลย
เงินได้ขั้นต่ำที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย
ต้องหักเมื่อยอดเงินตามสัญญารวมตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป (ข้อมูลจากคู่มือภาษีหัก ณ ที่จ่าย กรมสรรพากร) แม้แบ่งจ่ายหลายครั้ง ถ้ายอดรวมถึง 1,000 บาทก็ต้องหักทุกครั้งที่จ่าย
ตัวอย่างเช่น บริษัท ตัวอย่าง จำกัด (ชื่อสมมุติ) จ้างฟรีแลนซ์ถ่ายรูปสินค้า 1,000 บาท แบ่งจ่าย 2 ครั้ง ครั้งละ 500 บาท ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายทั้ง 2 ครั้ง
อัตราหัก ณ ที่จ่ายแยกตามประเภทเงินได้
อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายมีหลายอัตราขึ้นอยู่กับประเภทเงินได้และสถานะผู้รับ อัตราที่พบบ่อยที่สุดคือ 3% สำหรับค่าจ้างทำของและค่าบริการ
อัตราหัก ณ ที่จ่ายกรณีผู้รับเป็นบุคคลธรรมดา
กิจการที่จ่ายเงินให้บุคคลธรรมดา ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.3 (แบบยื่นภาษีที่หักจากบุคคลธรรมดา เช่น จ้างฟรีแลนซ์)
| ประเภทเงินได้ | อัตราหัก |
|---|---|
| เงินเดือน ค่าจ้างประจำ | อัตราก้าวหน้า (0-35%) |
| ค่าจ้างทำของ ค่าบริการ | 3% |
| ค่าเช่าทรัพย์สิน | 5% |
| ค่าวิชาชีพอิสระ (ทนายความ สถาปนิก) | 3% |
| ค่าโฆษณา | 2% |
| ค่าขนส่ง | 1% |
| ค่านายหน้า ค่าลิขสิทธิ์ | 3% |
| รางวัลจากการประกวด ชิงโชค | 5% |
อัตราหัก ณ ที่จ่ายกรณีผู้รับเป็นนิติบุคคล
กิจการที่จ่ายเงินให้นิติบุคคลอื่น ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.53 (แบบยื่นภาษีที่หักจากบริษัท เช่น จ่ายค่าบริการให้บริษัทอื่น)
| ประเภทเงินได้ | อัตราหัก |
|---|---|
| ค่าจ้างทำของ ค่าบริการ | 3% |
| ค่าเช่าทรัพย์สิน | 5% |
| ค่าโฆษณา | 2% |
| ค่าขนส่ง | 1% |
| ดอกเบี้ยเงินฝาก ตั๋วเงิน | 1% |
| ค่านายหน้า ค่าลิขสิทธิ์ | 3% |
| เงินปันผล ส่วนแบ่งกำไร | 10% |
| ค่าเบี้ยประกันวินาศภัย | 1% |
หักภาษี ณ ที่จ่าย 3 เปอร์เซ็นต์ หักเมื่อไร
อัตรา 3% ใช้กับค่าจ้างทำของ ค่าบริการ ค่านายหน้า และค่าลิขสิทธิ์ ตัวอย่างเช่น จ้างบริษัทออกแบบเว็บไซต์ จ้างฟรีแลนซ์ถ่ายรูปสินค้า จ้างสำนักงานบัญชี ล้วนหัก 3% ค่าอินเทอร์เน็ตและค่าโทรศัพท์ก็หัก 3% เช่นกัน
ข้อควรระวัง ค่าเช่าสถานที่จัดงานสัมมนาที่ไม่มีการส่งมอบการครอบครอง (ไม่ได้ถือกุญแจ) ถือเป็นค่าบริการหัก 3% ไม่ใช่ค่าเช่า 5%
วิธีคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย พร้อมตัวอย่าง
วิธีคำนวณมี 3 แบบ ขึ้นอยู่กับว่าผู้จ่ายจะรับภาระภาษีแทนผู้รับหรือไม่
คำนวณแบบปกติ (หักจากผู้รับ)
เป็นวิธีที่ใช้บ่อยที่สุด ผู้รับเงินเป็นผู้รับภาระภาษี
จำนวนเงินที่จ่าย × อัตราภาษี = ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ตัวอย่าง บริษัท ตัวอย่าง จำกัด (ชื่อสมมุติ) จ้างฟรีแลนซ์ออกแบบโลโก้ 10,000 บาท
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย = 10,000 × 3% = 300 บาท จ่ายจริงให้ฟรีแลนซ์ = 10,000 – 300 = 9,700 บาท นำส่งสรรพากร = 300 บาท
คำนวณแบบออกให้ครั้งเดียว
ผู้จ่ายรับภาระภาษีแทนผู้รับเฉพาะครั้งแรกครั้งเดียว
(จำนวนเงินที่จ่าย + ภาษีหักปกติ) × อัตราภาษี
ตัวอย่าง จ่ายค่าบริการ 20,000 บาท หัก 3%
ภาษีหักปกติ = 20,000 × 3% = 600 บาท ภาษีออกให้ครั้งเดียว = (20,000 + 600) × 3% = 618 บาท
ในหนังสือรับรองระบุเงินได้ 20,618 บาท ภาษีหัก 618 บาท
คำนวณแบบออกให้ตลอดไป
ผู้จ่ายรับภาระภาษีแทนผู้รับทุกทอด ผู้รับได้เงินเต็มจำนวน
จำนวนเงินที่จ่าย × อัตราภาษี ÷ (100 – อัตราภาษี)
ตัวอย่าง จ่ายค่าเช่าสำนักงานให้บุคคลธรรมดา 50,000 บาท หัก 5%
ภาษีออกให้ตลอดไป = 50,000 × 5 ÷ (100 – 5) = 2,631.58 บาท
ในหนังสือรับรองระบุเงินได้ 52,631.58 บาท ภาษีหัก 2,631.58 บาท ผู้ให้เช่าได้รับเงิน 50,000 บาทเต็มจำนวน
แบบ ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 ต่างกันอย่างไร
แบบภาษีที่ใช้ยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่ายมี 3 แบบ แยกตามสถานะผู้รับเงิน ทุกแบบต้องยื่นภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป ยื่นออนไลน์ผ่าน e-Filing กรมสรรพากร ขยายถึงวันที่ 15 เดือนไหนไม่มีการหักก็ไม่ต้องยื่น
| แบบภาษี | ผู้รับเงิน | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| ภ.ง.ด.1 (แบบยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่ายพนักงาน) | พนักงานประจำ | เงินเดือน ค่าจ้างรายเดือน |
| ภ.ง.ด.3 | บุคคลธรรมดาอื่น | จ้างฟรีแลนซ์ จ่ายค่าเช่าบุคคล |
| ภ.ง.ด.53 | นิติบุคคล | จ่ายค่าบริการบริษัท ค่าเช่าบริษัท |
ภ.ง.ด.1 สำหรับเงินเดือน
แบบ ภ.ง.ด.1 ใช้เมื่อกิจการจ่ายเงินเดือนให้พนักงานประจำ วิธีคำนวณคือนำเงินได้ทั้งปีหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน แล้วคำนวณตามอัตราก้าวหน้า (0-35%) จากนั้นหารด้วย 12 ได้เป็นภาษีที่ต้องหักทุกเดือน ถ้าเงินได้สุทธิไม่เกิน 150,000 บาทต่อปีจะได้รับยกเว้น (ข้อมูลจากกรมสรรพากร)
ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53
แบบ ภ.ง.ด.3 ใช้เมื่อจ่ายค่าจ้างหรือค่าบริการให้บุคคลธรรมดาที่ไม่ใช่พนักงาน เช่น ฟรีแลนซ์ ผู้ให้เช่า ส่วนแบบ ภ.ง.ด.53 ใช้เมื่อจ่ายให้นิติบุคคล เช่น บริษัทรับเหมา สำนักงานบัญชี ทั้งสองแบบใช้อัตราคงที่ตามตารางอัตราหัก ณ ที่จ่ายด้านบน
หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ออกอย่างไร

หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) คือเอกสารยืนยันว่าผู้จ่ายหักภาษีไว้แล้วก่อนจ่ายเงิน ผู้จ่ายต้องออกเอกสารนี้ให้ผู้ถูกหักทุกครั้ง เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นภาษีประจำปี
ข้อมูลสำคัญที่ต้องระบุในเอกสาร ได้แก่
- ชื่อและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของทั้งผู้จ่ายและผู้รับ
- ประเภทเงินได้ที่จ่าย
- จำนวนเงินที่จ่ายและจำนวนภาษีที่หัก
- วันเดือนปีที่จ่ายเงิน
ช่อง “ภาษีที่หักและนำส่งไว้” ในเอกสารนี้ คือจำนวนภาษีที่ผู้จ่ายหักไว้แล้วยื่นให้กรมสรรพากรแทนผู้รับ ตัวเลขนี้ตรงกับจำนวนที่แสดงในแบบ ภ.ง.ด.3 หรือ ภ.ง.ด.53 ที่กิจการยื่นในเดือนนั้น
e-Withholding Tax ระบบหัก ณ ที่จ่ายอิเล็กทรอนิกส์
e-Withholding Tax (e-WHT) คือระบบที่ธนาคารหักภาษีหัก ณ ที่จ่ายและนำส่งสรรพากรให้อัตโนมัติเมื่อกิจการจ่ายเงินผ่านธนาคาร ไม่ต้องยื่นแบบเอง ไม่ต้องออกหนังสือรับรองเอง ช่วยลดงานเอกสารได้มาก
ตัวอย่างเช่น บริษัท ตัวอย่าง จำกัด (ชื่อสมมุติ) จ่ายค่าบริการสำนักงานบัญชี 15,000 บาทผ่านธนาคารที่รองรับ e-WHT ระบบจะหักภาษี 3% ไว้ 450 บาทและนำส่งให้สรรพากรทันที โดยบริษัทไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม
อัปเดตสำคัญปี 2569 กรมสรรพากรขยายมาตรการลดอัตราภาษีเหลือ 1% สำหรับการจ่ายผ่าน e-WHT ออกไปอีก 2 ปี ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2570 (ข้อมูลจากข่าว ปชส. 14/2569 กรมสรรพากร) กิจการที่จ่ายเงินผ่านธนาคารที่รองรับ e-WHT จึงยังคงได้สิทธิหัก ณ ที่จ่ายในอัตรา 1% ต่อไป
หักภาษี ณ ที่จ่ายไม่ถูก มีบทลงโทษอะไรบ้าง
ถ้าผู้จ่ายเงินไม่หักภาษีหัก ณ ที่จ่าย หรือหักแล้วไม่นำส่ง จะมีผลตามกฎหมาย ดังนี้
- ไม่หักภาษี ผู้จ่ายต้องรับผิดชอบจ่ายภาษีเอง ไม่สามารถเรียกเก็บจากผู้รับย้อนหลังได้ (ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 54)
- หักแล้วไม่นำส่ง หรือนำส่งไม่ครบ ต้องจ่ายเงินเพิ่มอีก 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ค้าง นับตั้งแต่วันครบกำหนดยื่น (ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 27)
- ยื่นแบบล่าช้า ต้องจ่ายค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาท
ตัวอย่างเช่น กิจการจ่ายค่าบริการ 50,000 บาทแต่ลืมหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ ภาษีที่ต้องส่ง 1,500 บาท (50,000 × 3%) กิจการต้องรับภาระภาษีจำนวนนี้เอง พร้อมเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนจนกว่าจะยื่นครบ อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทลงโทษได้ที่ ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 ไม่ยื่นจะโดนปรับอย่างไร
สรุป ภาษีหัก ณ ที่จ่ายสิ่งที่เจ้าของกิจการต้องจำ
- ออกหนังสือรับรองการหักภาษีให้ผู้ถูกหักทุกครั้ง เพื่อให้เขานำไปยื่นภาษีประจำปีได้
- จ่ายค่าจ้าง ค่าบริการ หรือค่าเช่ารวมตั้งแต่ 1,000 บาท ต้องหักภาษีไว้ก่อนจ่าย
- เลือกแบบยื่นให้ถูก ภ.ง.ด.1 สำหรับเงินเดือน ภ.ง.ด.3 สำหรับจ่ายบุคคลธรรมดา ภ.ง.ด.53 สำหรับจ่ายนิติบุคคล
จัดการหัก ณ ที่จ่ายให้เป็นระบบด้วย PEAK
PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยออกหนังสือรับรองการหักภาษีได้ทันทีเมื่อบันทึกรายจ่าย ระบบคำนวณภาษีให้อัตโนมัติ แยกรายงาน ภ.ง.ด.1 ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 ให้พร้อมยื่น ช่วยลดความผิดพลาดและประหยัดเวลาจัดเตรียมเอกสาร
คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายแล้ว ต้องยื่นภาษีอีกไหม
ต้องยื่นภาษีเงินได้ประจำปีตามปกติ เพราะภาษีที่ถูกหักไว้เป็นเพียงการจ่ายล่วงหน้า ยังไม่ใช่ภาษีสุดท้าย (ยกเว้นดอกเบี้ยเงินฝากที่หัก 15% ซึ่งเลือกไม่ยื่นรวมได้) ถ้าถูกหักไว้เกินสามารถขอคืนได้เมื่อยื่นประจำปี
WHT amount ในเอกสารทางบัญชีหมายถึงอะไร
WHT amount คือจำนวนเงินภาษีที่ผู้จ่ายหักไว้จากยอดที่จ่าย ในภาษาอังกฤษ ภาษีหัก ณ ที่จ่ายเรียกว่า Withholding Tax ย่อเป็น WHT หรือ W/H Tax ตัวอย่างเช่น จ่ายค่าบริการ 10,000 บาท หัก 3% จะมี WHT amount เท่ากับ 300 บาท
จ่ายไม่ถึง 1,000 บาท ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายไหม
ขึ้นอยู่กับยอดรวมตามสัญญา ถ้ายอดทั้งหมดไม่ถึง 1,000 บาทจริง ไม่ต้องหัก แต่ถ้าสัญญารวมตั้งแต่ 1,000 บาท แม้แบ่งจ่ายครั้งละไม่ถึง 1,000 ก็ต้องหักทุกครั้ง
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร
เรียกว่า Withholding Tax ย่อเป็น WHT บางครั้งเขียนว่า W/H Tax คำนี้มาจาก “withhold” แปลว่า “กันไว้” ซึ่งตรงกับหลักการที่ผู้จ่ายกันภาษีไว้ก่อนจ่ายเงินให้ผู้รับ
บริษัทลืมหักภาษี ณ ที่จ่าย ต้องทำอย่างไร
ผู้จ่ายต้องรับภาระภาษีส่วนนี้เอง เพราะกฎหมายกำหนดให้ผู้จ่ายเป็นผู้รับผิดชอบ ควรยื่นแบบพร้อมนำส่งภาษีให้สรรพากรทันที จะมีเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนนับจากวันที่ครบกำหนด
สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า OFM!
สำหรับลูกค้า OfficeMate (OFM) ที่ต้องการจัดการเอกสารและบัญชีอย่างมืออาชีพ เรามีตัวช่วย!
PEAK คือ โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ที่ทำให้การทำบัญชี การเงิน และภาษีเป็นเรื่องง่ายและ อัตโนมัติ ช่วยลดงานเอกสารและประหยัดเวลาด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ (AI, API) แถมยังได้ข้อมูลธุรกิจแบบ Real-Time
พิเศษ: ลูกค้า OFM ทดลองใช้ฟรี 30 วัน พร้อม ส่วนลดพิเศษ เมื่อสมัครแพ็กเกจรายปี!
ให้ PEAK เป็นหลังบ้านดิจิทัลที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณ จัดการได้อย่างมืออาชีพ!
ลงทะเบียนรับสิทธิ์: https://bit.ly/46bdf9B
ติดตาม OfficeMate ได้ที่ช่องทาง
- Facebook : https://www.facebook.com/officemate.co.th
- Line :https://page.line.me/tte5109d
- Instagram : https://www.instagram.com/officemate_thailand
- Linkedin : https://www.linkedin.com/company/officemate
- Tiktok: https://www.tiktok.com/@officemate_thailand?lang=en
- Website : https://www.ofm.co.th
