
ผู้ประกอบการหลายคนตัดสินใจจ้างสำนักงานบัญชี แต่ยังไม่แน่ใจว่าต้องเตรียมตัวเรื่องภาษีอย่างไร
บทความนี้รวมทุกอย่างที่ต้องรู้ก่อนจ้าง ตั้งแต่สำนักงานบัญชีทำอะไรให้บ้าง ไปจนถึงภาษีที่เกี่ยวข้อง พร้อมเช็กลิสต์เลือกสำนักงานบัญชีที่ดีให้ตรงกับธุรกิจ
สำนักงานบัญชี คืออะไร
สำนักงานบัญชี (Accounting Firm) คือหน่วยงานที่ให้บริการด้านบัญชีและภาษีแก่ธุรกิจ
งานหลักครอบคลุมตั้งแต่บันทึกรายรับ-รายจ่ายประจำวัน จัดทำงบการเงิน ไปจนถึงยื่นภาษีให้กรมสรรพากร
สำนักงานบัญชีที่ถูกต้องตามกฎหมาย ต้องมีผู้ทำบัญชีที่ขึ้นทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)
คุณสมบัติเบื้องต้น เช่น จบปริญญาตรีบัญชีขึ้นไป และเข้าอบรมพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทุกปีตามที่สภาวิชาชีพบัญชีกำหนด (ข้อมูลจาก พ.ร.บ.การบัญชี 2543)
สำนักงานบัญชีมีหน้าที่ทำอะไรให้ธุรกิจบ้าง
สำนักงานบัญชีดูแลงานที่เจ้าของกิจการหลายคนไม่มีเวลาหรือความเชี่ยวชาญทำเอง งานหลักที่มักรวมอยู่ในค่าบริการ ได้แก่
- บันทึกบัญชีรายวัน จัดทำสมุดรายวัน สมุดบัญชีแยกประเภท
- จัดทำงบการเงิน ได้แก่ งบกำไรขาดทุน งบแสดงฐานะการเงิน และหมายเหตุประกอบงบ
- จัดทำและยื่นแบบภาษีประจำเดือนและประจำปี
- จัดทำหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ให้ผู้รับเงิน
- ยื่นงบการเงินต่อ DBD และกรมสรรพากรภายในกำหนด
รับทำบัญชี ปิดงบ ยื่นภาษี ครบจบในที่เดียว
สำนักงานบัญชีส่วนใหญ่รับทำบัญชีแบบ “จบครบวงจร” คือดูแลตั้งแต่เอกสารรายเดือน ไปจนถึงรับยื่นภาษีบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลให้ครบทุกแบบ
เจ้าของกิจการจึงไม่ต้องเรียนรู้เรื่องแบบภาษีเอง แค่ส่งเอกสารให้ตรงเวลา สำนักงานจัดการให้ทั้งหมด
ภาษีที่ต้องรู้ก่อนจ้างสำนักงานบัญชี
แม้จะจ้างสำนักงานบัญชี เจ้าของกิจการยังต้องเข้าใจพื้นฐานภาษีที่เกี่ยวข้อง ถ้าไม่รู้ว่าต้องยื่นอะไรบ้าง อาจเช็กไม่ได้ว่าสำนักงานทำครบหรือไม่
ภาษีที่พบบ่อยสำหรับธุรกิจ SME สรุปได้ดังนี้
| ประเภทภาษี | แบบที่ใช้ | กำหนดยื่นผ่าน e-Filing | ใครต้องยื่น |
|---|---|---|---|
| ภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี | ภ.ง.ด.51 (แบบยื่นภาษีนิติบุคคลครึ่งปี) | ภายใน 2 เดือน 8 วันหลังครึ่งปีบัญชี | บริษัท/ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน |
| ภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี | ภ.ง.ด.50 (แบบยื่นภาษีนิติบุคคลประจำปี) | ภายใน 158 วันหลังปิดรอบบัญชี | บริษัท/ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน |
| ภาษีหัก ณ ที่จ่ายบุคคลธรรมดา | ภ.ง.ด.3 (แบบยื่นภาษีที่หักจากบุคคลธรรมดา) | ภายในวันที่ 15 เดือนถัดไป | กิจการที่จ่ายค่าจ้าง/ค่าบริการ |
| ภาษีหัก ณ ที่จ่ายนิติบุคคล | ภ.ง.ด.53 (แบบยื่นภาษีที่หักจากบริษัท) | ภายในวันที่ 15 เดือนถัดไป | กิจการที่จ่ายค่าบริการให้บริษัทอื่น |
| ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) | ภ.พ.30 (แบบยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือน) | ภายในวันที่ 23 เดือนถัดไป | กิจการที่จด VAT (รายได้ > 1.8 ล้านบาท/ปี) |
(ข้อมูลจากกรมสรรพากร — กำหนดยื่นเป็นกรณียื่นออนไลน์ผ่านระบบ e-Filing ซึ่งได้ขยายเวลาเพิ่ม 8 วันจากกำหนดปกติ)
ภาษีเงินได้ที่สำนักงานบัญชีดูแลให้
ถ้าคุณเปิดบริษัท ภาษีหลักที่สำนักงานบัญชียื่นให้คือ ภ.ง.ด.50 และ ภ.ง.ด.51 โดยคำนวณจากกำไรสุทธิของกิจการ
ส่วน SME ที่ทำธุรกิจในชื่อบุคคลธรรมดา สำนักงานจะช่วยยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 (รายได้หลายประเภท) หรือ ภ.ง.ด.91 (เงินเดือนอย่างเดียว)
ทุกครั้งที่กิจการจ่ายค่าจ้างหรือค่าบริการ ต้องหักภาษีไว้ก่อนจ่าย เช่น จ้างฟรีแลนซ์ออกแบบโลโก้ 20,000 บาท หักภาษี 3% = 600 บาท จ่ายจริง 19,400 บาท
จากนั้นนำส่งกรมสรรพากรตามกำหนด e-Filing ในเดือนถัดไป สำนักงานบัญชีจะจัดทำเอกสารและยื่นแบบให้ทั้งหมด
เอกสารที่เจ้าของกิจการยังต้องจัดการเอง
จ้างสำนักงานบัญชีไม่ได้แปลว่า “ปล่อยมือได้ทุกอย่าง” เจ้าของกิจการยังต้องจัดส่งเอกสารต่อไปนี้ให้สำนักงานทุกเดือน
- ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี ใบแจ้งหนี้
- Statement บัญชีธนาคาร (แนะนำให้เชื่อมต่อกับโปรแกรมบัญชี ลดงานส่งเอกสาร)
- สัญญาว่าจ้าง สัญญาเช่า หรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับรายจ่ายจำนวนมาก
- ข้อมูลพนักงาน กรณีมีลูกจ้าง เช่น เงินเดือน ค่าล่วงเวลา
ยิ่งส่งเอกสารเร็วและครบ สำนักงานบัญชียิ่งจัดทำงบได้ถูกต้องและทันกำหนดยื่นภาษี
วิธีเลือกสำนักงานบัญชีที่ดี
สำนักงานบัญชีในประเทศไทยมีมากกว่า 8,000 แห่ง (ข้อมูลจากรายชื่อสำนักงานบัญชีที่ DBD รับรอง)
การเลือกให้ตรงกับธุรกิจจึงสำคัญ เช็กลิสต์ต่อไปนี้ช่วยกรองได้
- ตรวจสอบใบอนุญาต — ผู้ทำบัญชีต้องขึ้นทะเบียนกับ DBD และมี CPD (อบรมต่อเนื่อง) เป็นปัจจุบัน
- ถามประสบการณ์กับธุรกิจประเภทเดียวกัน — สำนักงานที่เคยดูแลธุรกิจ e-Commerce จะเข้าใจเรื่อง VAT ขายออนไลน์ดีกว่าสำนักงานที่เชี่ยวชาญเฉพาะธุรกิจบริการ
- สอบถามขอบเขตงานและค่าบริการชัดเจน — งานรายเดือนครอบคลุมอะไรบ้าง ปิดงบปลายปีคิดเพิ่มไหม ยื่นภาษีบุคคลธรรมดาของเจ้าของรวมอยู่หรือไม่
- เช็กว่าใช้โปรแกรมบัญชีอะไร — สำนักงานบัญชีคุณภาพมักใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์ที่เจ้าของกิจการเข้าดูข้อมูลได้แบบ real-time ไม่ต้องรอรายงานสิ้นเดือน
- ถามช่องทางติดต่อและเวลาตอบ — เรื่องภาษีมักเร่งด่วน ต้องแน่ใจว่าติดต่อได้ทันเวลา
คำถามที่ควรถามก่อนเซ็นสัญญา
ก่อนตกลงจ้าง ลองถามคำถามเหล่านี้เพื่อเปรียบเทียบสำนักงานแต่ละแห่ง
- ค่าบริการรายเดือนรวมยื่นภาษีอะไรบ้าง มีค่าใช้จ่ายแฝงอีกไหม
- เก็บเอกสารให้กี่ปี และใช้ระบบจัดเก็บแบบไหน (กระดาษ หรือดิจิทัล)
- ถ้ากิจการถูกสรรพากรเรียกตรวจ สำนักงานช่วยชี้แจงให้หรือไม่
- มีนักบัญชีกี่คนดูแลลูกค้ากี่ราย (ถ้าคนน้อยเกินไป คุณภาพอาจลดลง)
ค่าบริการรับทำบัญชีโดยประมาณเท่าไหร่
ราคารับทำบัญชีขึ้นอยู่กับขนาดธุรกิจ จำนวนเอกสาร และประเภทภาษี ตารางด้านล่างเป็นช่วงราคาตลาดโดยประมาณ
| ขนาดกิจการ | เอกสาร/เดือน | ค่าบริการรายเดือน (โดยประมาณ) | ค่าจัดทำงบประจำปี |
|---|---|---|---|
| เพิ่งเปิดใหม่ ยังไม่มี VAT | ไม่เกิน 30 รายการ | 2,000–4,000 บาท | 5,000–10,000 บาท |
| SME ขนาดเล็ก จด VAT | 30–100 รายการ | 4,000–8,000 บาท | 8,000–15,000 บาท |
| SME ขนาดกลาง | 100–300 รายการ | 8,000–15,000 บาท | 15,000–25,000 บาท |
(ราคาเป็นค่าประมาณ สำรวจจากตลาดปี 2026 ราคาจริงขึ้นอยู่กับเงื่อนไขแต่ละสำนักงาน)
ค่าบริการรับยื่นภาษีบุคคลธรรมดา ราคามักอยู่ที่ 1,500–5,000 บาท/คน/ปี ขึ้นกับจำนวนแหล่งรายได้และความซับซ้อนของการลดหย่อน
จ้างสำนักงานบัญชี หรือทำบัญชีเองด้วยโปรแกรม
ไม่มีคำตอบที่ถูกสำหรับทุกธุรกิจ แต่ปัจจัยเหล่านี้ช่วยตัดสินใจได้
| ปัจจัย | จ้างสำนักงานบัญชี | ทำเองด้วยโปรแกรมบัญชี |
|---|---|---|
| เหมาะกับใคร | กิจการที่เอกสารเยอะ ไม่มีคนดูแลบัญชี | กิจการเล็ก ฟรีแลนซ์ เจ้าของดูแลเองได้ |
| ค่าใช้จ่าย | 3,000–15,000+ บาท/เดือน | ฟรี–ไม่กี่พันบาท/เดือน |
| ความรู้ที่ต้องมี | น้อย สำนักงานจัดการให้ | ต้องเรียนรู้พื้นฐานบัญชี-ภาษี |
| ดูข้อมูล real-time | แล้วแต่สำนักงาน อาจต้องรอรายงาน | เห็นตัวเลขทันทีในโปรแกรม |
| ความยืดหยุ่น | ต้องรอสำนักงานจัดการ | จัดการเอง ตรวจเองได้ทุกเมื่อ |
ธุรกิจขนาดเล็กที่เพิ่งเริ่มต้น อาจเลือกใช้โปรแกรมบัญชีทำเองก่อน แล้วค่อยจ้างสำนักงานบัญชีเมื่อธุรกิจโตขึ้นและเอกสารเยอะจนจัดการไม่ไหว
หรือจะใช้แบบผสมก็ได้ เช่น ใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAKบันทึกรายวันด้วยตัวเอง แล้วให้สำนักงานบัญชีจัดทำงบปลายปี
PEAK รองรับการทำงานร่วมกับสำนักงานบัญชีกว่า 1,800 แห่งทั่วประเทศ ค้นหาสำนักงานบัญชีที่ใช้ PEAK ได้เลย
สรุป
- ก่อนจ้างสำนักงานบัญชี ควรเข้าใจภาษีหลักที่เกี่ยวข้อง เช่น ภาษีเงินได้นิติบุคคล หัก ณ ที่จ่าย และ VAT เพื่อตรวจสอบงานสำนักงานได้
- ใช้เช็กลิสต์กรองสำนักงานบัญชี เช่น ใบอนุญาต ประสบการณ์ ค่าบริการ ช่องทางติดต่อ
- สำหรับธุรกิจเล็กหรือเพิ่งเริ่ม อาจเลือกทำบัญชีเองด้วยโปรแกรม แล้วจ้างสำนักงานจัดทำงบปลายปีเมื่อพร้อม
จัดการบัญชีและภาษีให้เป็นระบบด้วย PEAK
PEAK เป็นโปรแกรมบัญชีออนไลน์ที่ใช้ AI ช่วยลดงานซ้ำ ออกใบกำกับภาษี จัดการหัก ณ ที่จ่าย และยื่นภาษีผ่าน e-Filing ได้ในที่เดียว
ไม่ว่าจะทำเองหรือทำงานร่วมกับสำนักงานบัญชี ก็ดูข้อมูลได้ทันทีไม่ต้องรอรายงานสิ้นเดือน
ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน หรือดูแพ็กเกจและราคา
คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับสำนักงานบัญชี
จ้างนักบัญชีอิสระกับสำนักงานบัญชี ต่างกันอย่างไร
นักบัญชีอิสระ (ฟรีแลนซ์) มักค่าบริการถูกกว่า แต่ถ้าลาป่วยหรือหยุดงาน อาจไม่มีคนทำแทน ส่วนสำนักงานบัญชีมีทีมดูแล จึงมีความต่อเนื่องสูงกว่า
ทั้งสองฝ่ายต้องขึ้นทะเบียนกับ DBD เช่นเดียวกัน
ถ้าสำนักงานบัญชียื่นภาษีผิด ใครรับผิดชอบ
ตามกฎหมาย เจ้าของกิจการเป็นผู้รับผิดชอบในฐานะ “ผู้มีหน้าที่ยื่นแบบ” จึงควรตรวจสอบตัวเลขก่อนเซ็นรับทุกครั้ง
นอกจากนี้ ควรเก็บสำเนาแบบภาษีไว้อย่างน้อย 5 ปี (ข้อมูลจากประมวลรัษฎากร)
หากสำนักงานประมาทเลินเล่อ อาจฟ้องเรียกค่าเสียหายตามสัญญาว่าจ้างได้
เปลี่ยนสำนักงานบัญชีกลางปีได้ไหม
เปลี่ยนได้ แต่ต้องเตรียมตัว คือขอเอกสารบัญชีทั้งหมดคืนจากสำนักงานเดิม (สมุดบัญชี งบทดลอง แบบภาษีที่ยื่นแล้ว) แล้วส่งต่อให้สำนักงานใหม่
ช่วงเปลี่ยนผ่านควรทำก่อนถึงกำหนดยื่นภาษีประจำเดือน เพื่อไม่ให้มีช่วงว่างที่ไม่มีใครดูแล
สำนักงานบัญชี ภาษาอังกฤษ เรียกว่าอะไร
สำนักงานบัญชีในภาษาอังกฤษเรียกว่า “Accounting Firm” หรือ “Accounting Office” ส่วนคนทำบัญชีเรียกว่า “Bookkeeper” หรือ “Accountant” ขึ้นกับขอบเขตงาน
ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine
