
อัปเดตเมื่อ 13 ตุลาคม 2569
ทะเบียนพาณิชย์ คืออะไร และสำคัญอย่างไร
ทะเบียนพาณิชย์ คือ เอกสารที่เป็นหลักฐานของการจดทะเบียนกิจการค้า กับหน่วยงานรัฐตามพระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 เพื่อบันทึกว่าใครเป็นเจ้าของกิจการ ทำธุรกิจประเภทใด และตั้งอยู่ที่ไหน
สำหรับภาครัฐ ข้อมูลนี้ใช้ทำสถิติและเป็นฐานข้อมูลผู้ประกอบการของประเทศ ส่วนสำหรับเจ้าของธุรกิจ ใบทะเบียนพาณิชย์คือหลักฐานชิ้นแรกที่ยืนยันว่าร้านของเรามีตัวตนจริง
ความสำคัญในทางปฏิบัติที่เห็นได้ชัด มีดังนี้
- ใช้ประกอบธุรกรรมการเงิน เช่น เปิดบัญชีธนาคารในชื่อร้าน หรือยื่นขอสินเชื่อเพื่อธุรกิจ
- เพิ่มความน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะเวลาเสนองานให้องค์กรที่ต้องตรวจสอบผู้ขายก่อนสั่งซื้อ
- เปิดทางให้ร้านออนไลน์ ขอเครื่องหมาย DBD Registered (ตราสัญลักษณ์รับรองร้านค้าออนไลน์ที่จดทะเบียนถูกต้อง) จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
- แยกบทบาทเจ้าของกับกิจการ ให้ชัดขึ้น ซึ่งช่วยเรื่องการวางระบบบัญชีในระยะยาว
มีเรื่องหนึ่งที่ต้องเข้าใจให้ตรงกัน การจดทะเบียนพาณิชย์ไม่ได้ทำให้ร้านกลายเป็นนิติบุคคล (หน่วยธุรกิจที่กฎหมายถือว่ามีตัวตนแยกจากเจ้าของ) เจ้าของร้านที่เป็นบุคคลธรรมดายังต้องรับผิดชอบหนี้สินของกิจการเต็มจำนวนเหมือนเดิม
ทะเบียนพาณิชย์กับสำเนาทะเบียนพาณิชย์แตกต่างกันอย่างไร
ต่างกันที่สถานะของเอกสาร ใบทะเบียนพาณิชย์คือต้นฉบับที่นายทะเบียนออกให้และต้องแสดงไว้ที่ร้าน ส่วนสำเนาทะเบียนพาณิชย์คือฉบับคัดลอกที่ใช้แนบประกอบธุรกรรมต่าง ๆ
สำเนาที่ใช้กันมี 2 แบบ แบบแรกคือถ่ายเอกสารเองแล้วเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง ใช้ได้กับธนาคาร คู่ค้า และแพลตฟอร์มส่วนใหญ่ แบบที่สองคือสำเนาที่นายทะเบียนคัดและรับรองให้ ซึ่งหน่วยงานบางแห่งกำหนดให้ใช้ มีค่าธรรมเนียมฉบับละ 30 บาท
| หัวข้อ | ใบทะเบียนพาณิชย์ (ต้นฉบับ) | สำเนาทะเบียนพาณิชย์ |
| ผู้ออกเอกสาร | นายทะเบียนพาณิชย์ | เจ้าของกิจการถ่ายเอง หรือให้นายทะเบียนคัดและรับรอง |
| จำนวน | 1 ฉบับต่อการจดทะเบียน | ทำได้หลายฉบับตามต้องการ |
| การใช้งาน | แสดงไว้ในที่เปิดเผย ณ สถานประกอบการ | แนบประกอบการเปิดบัญชี ขอสินเชื่อ หรือสมัครเป็นผู้ขาย |
| ค่าใช้จ่าย | รวมอยู่ในค่าจดทะเบียน 50 บาท | ถ่ายเองไม่มีค่าใช้จ่าย หรือให้นายทะเบียนรับรอง ฉบับละ 30 บาท |
| กรณีสูญหายหรือชำรุด | ยื่นขอใบแทนภายใน 30 วัน ฉบับละ 30 บาท | ทำใหม่ได้ทันที |
เวลาส่งสำเนาให้ใคร ควรเขียนกำกับไว้ใต้ลายเซ็นว่าใช้เพื่ออะไร เช่น ใช้สำหรับเปิดบัญชีธนาคารเท่านั้น เป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยลดความเสี่ยงที่เอกสารจะถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์
ทะเบียนพาณิชย์กับทะเบียนบริษัท (หนังสือรับรองบริษัท) แตกต่างกันอย่างไร
ทะเบียนพาณิชย์เป็นการแจ้งว่ากำลังประกอบการค้า ส่วนทะเบียนบริษัทคือการก่อตั้งนิติบุคคลขึ้นใหม่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยหนังสือรับรองบริษัทเป็นเอกสารที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าออกให้ เพื่อยืนยันข้อมูลของนิติบุคคลนั้น
หนังสือรับรองบริษัทระบุรายละเอียดมากกว่า เช่น ชื่อบริษัท เลขทะเบียนนิติบุคคล 13 หลัก รายชื่อกรรมการและอำนาจลงนาม ทุนจดทะเบียน และที่ตั้งสำนักงานใหญ่ คู่ค้าจึงมักขอเอกสารนี้ก่อนทำสัญญากับบริษัท
| ประเด็น | ทะเบียนพาณิชย์ (บุคคลธรรมดา) | ทะเบียนบริษัท / หนังสือรับรองบริษัท |
| กฎหมายหลัก | พ.ร.บ.ทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ |
| สถานะทางกฎหมาย | ไม่เกิดนิติบุคคลใหม่ เจ้าของคือบุคคลธรรมดา | เกิดนิติบุคคลที่แยกจากผู้ถือหุ้น |
| ความรับผิดในหนี้ | เจ้าของรับผิดโดยไม่จำกัด | ผู้ถือหุ้นรับผิดไม่เกินค่าหุ้นที่ยังชำระไม่ครบ |
| ภาษีเงินได้ | ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90/94) | ภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.50/51) |
| หน้าที่ทางบัญชี | ไม่ต้องส่งงบการเงิน แต่ควรมีบัญชีรายรับ-รายจ่าย | ต้องทำบัญชีตาม พ.ร.บ.การบัญชี และส่งงบการเงินที่ผู้สอบบัญชีรับรองทุกปี |
| ค่าธรรมเนียมเริ่มต้น | 50 บาท | หลักพันบาทขึ้นไป ขึ้นกับทุนจดทะเบียน |
บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนที่ประกอบพาณิชยกิจตามประเภทที่กฎหมายกำหนดก็อยู่ในข่ายต้องจดทะเบียนพาณิชย์เช่นกัน ถ้ากำลังชั่งใจว่าจะเริ่มแบบบุคคลธรรมดาหรือตั้งบริษัทเลย อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความเริ่มต้นทำธุรกิจใหม่ จดทะเบียนแบบไหนดี
จดทะเบียนพาณิชย์แล้ว ต้องเสีย VAT ไหม
ไม่จำเป็นต้องเสียทันที การจดทะเบียนพาณิชย์กับการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เป็นคนละเรื่องกัน หน้าที่เรื่อง VAT ขึ้นอยู่กับรายรับของกิจการ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าจดทะเบียนพาณิชย์แล้วหรือยัง
ตามข้อมูลของกรมสรรพากร ผู้ประกอบการที่มีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ไม่มีหน้าที่ต้องจด VAT แต่เมื่อรายรับเกินเกณฑ์นี้ ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แบบ ภ.พ.01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่รายรับเกิน
หลังจด VAT แล้ว กิจการต้องเรียกเก็บภาษีจากลูกค้าในอัตรา 7% (อัตราที่ ครม. ขยายเวลาใช้ถึง 30 กันยายน 2570) ออกใบกำกับภาษีทุกครั้งที่ขาย และยื่นแบบ ภ.พ.30 (แบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือน) ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป รายละเอียดดูต่อได้ที่บทความภ.พ.30 คืออะไร และวิธีจดภาษีมูลค่าเพิ่ม
ตัวอย่าง: คุณบีเปิดร้านขายอุปกรณ์เบเกอรี่และจดทะเบียนพาณิชย์ตั้งแต่ต้นปี ยอดขายเฉลี่ยเดือนละ 120,000 บาท ทั้งปีราว 1.44 ล้านบาท จึงยังไม่ต้องจด VAT
ปีถัดมายอดขายโตเป็นเดือนละ 170,000 บาท พอถึงเดือนที่ 11 รายรับสะสมจะอยู่ที่ราว 1.87 ล้านบาท ซึ่งเกินเกณฑ์แล้ว คุณบีต้องยื่น ภ.พ.01 ภายใน 30 วันนับจากวันที่รายรับเกิน 1.8 ล้านบาท
จุดที่ผู้ประกอบการมักสะดุดหลังจด VAT คืองานเอกสารที่เพิ่มขึ้นทันที ทั้งใบกำกับภาษี รายงานภาษีซื้อ-ภาษีขาย และแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือน การใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAK Account ที่ออกใบกำกับภาษีและ e-Tax Invoice ได้ในระบบเดียว แล้วสรุปรายงานภาษีให้พร้อมยื่น จะช่วยลดงานที่ต้องทำซ้ำในแต่ละเดือนได้มาก
ทะเบียนพาณิชย์กับทะเบียนการค้าแตกต่างกันอย่างไร
ไม่แตกต่างกัน ทะเบียนการค้าคือชื่อที่คนทั่วไปใช้เรียกทะเบียนพาณิชย์กันมานาน ส่วนในทางกฎหมายมีเพียงคำว่าทะเบียนพาณิชย์ ถ้าธนาคารหรือคู่ค้าขอใบทะเบียนการค้า ก็หมายถึงเอกสารฉบับเดียวกัน
ที่มักทำให้สับสนคือใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) ซึ่งกรมสรรพากรออกให้หลังจด VAT บางคนก็เรียกเอกสารนี้ว่าใบทะเบียนการค้าเช่นกัน ถ้าไม่แน่ใจ ให้ถามผู้ขอเอกสารให้ชัดว่าต้องการฉบับไหน
| ชื่อที่ได้ยินบ่อย | เอกสารจริง | หน่วยงานที่ออก |
| ทะเบียนการค้า / ใบทะเบียนการค้า | ใบทะเบียนพาณิชย์ | สำนักงานทะเบียนพาณิชย์ (สำนักงานเขต เทศบาล อบต.) |
| ใบ ภ.พ.20 / ใบทะเบียน VAT | ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม | กรมสรรพากร |
| หนังสือรับรองบริษัท | หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล | กรมพัฒนาธุรกิจการค้า |
ทำไมผู้ประกอบการต้องจดทะเบียนพาณิชย์
เหตุผลแรกคือกฎหมายบังคับ ผู้ที่ประกอบพาณิชยกิจตามประเภทที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศกำหนด ต้องยื่นจดทะเบียนพาณิชย์ภายใน 30 วันนับแต่วันเริ่มกิจการ เหตุผลที่สองคือประโยชน์ทางธุรกิจที่ตามมาหลังจด
แต่อย่างไรก็ตามปัญหามักไม่ได้เกิดตอนเริ่มขาย แต่เกิดตอนธุรกิจเริ่มโต เช่น ลูกค้าองค์กรขอเอกสารก่อนออกใบสั่งซื้อ หรือธนาคารขอหลักฐานการประกอบกิจการก่อนพิจารณาวงเงิน ร้านที่จดไว้ตั้งแต่แรกจึงไม่ต้องเสียโอกาสเพราะเอกสารไม่พร้อม
อีกเรื่องที่ได้ประโยชน์โดยไม่รู้ตัวคือความเป็นระเบียบ เมื่อร้านมีชื่อและตัวตนชัดเจน เจ้าของก็มักเริ่มแยกเงินร้านกับเงินส่วนตัว เก็บใบเสร็จในนามร้าน และมองธุรกิจเป็นกิจการจริงจังมากขึ้น
ใครมีหน้าที่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์บ้าง
ผู้มีหน้าที่คือบุคคลธรรมดา ห้างหุ้นส่วน บริษัท และนิติบุคคลต่างประเทศที่ประกอบพาณิชยกิจตามรายการในประกาศกระทรวงพาณิชย์ ส่วนกิจการบางกลุ่มกฎหมายยกเว้นไว้ไม่ต้องจด
ตัวอย่างกิจการที่ต้องจด เช่น การขายสินค้าที่ขายได้ตั้งแต่วันละ 20 บาท หรือมีสินค้าไว้ขายมูลค่ารวมตั้งแต่ 500 บาท งานหัตถกรรมและอุตสาหกรรม โรงสีหรือโรงเลื่อยที่ใช้เครื่องจักร การขายสินค้าหรือบริการผ่านอินเทอร์เน็ต รวมถึงการค้าอัญมณีและเครื่องประดับ
| กลุ่มผู้ประกอบการ | ตัวอย่าง | ต้องจดหรือไม่ |
| ร้านค้าที่มีหน้าร้าน | ร้านโชห่วย ร้านเสื้อผ้า ร้านวัสดุก่อสร้าง | ต้องจด |
| ผู้ขายออนไลน์ | ขายผ่านเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย หรือมาร์เก็ตเพลส | ต้องจด (ชนิดพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์) |
| ผู้ผลิตและแปรรูป | ทำขนมหรือผลิตสินค้าขาย โรงสีข้าว | ต้องจด |
| บริษัท ห้างหุ้นส่วน | ที่ประกอบกิจการตามประเภทในประกาศ | ต้องจด |
| ค้าเร่ แผงลอย | รถเข็นขายผลไม้ แผงลอยริมทาง | ได้รับยกเว้น |
| กิจการเพื่อศาสนาหรือการกุศล หน่วยงานรัฐ มูลนิธิ สมาคม สหกรณ์ | – | ได้รับยกเว้น |
งานบริการหลายประเภทไม่ได้อยู่ในรายการบังคับ ถ้าไม่แน่ใจว่ากิจการของเราเข้าข่ายหรือไม่ ให้สอบถามสำนักงานทะเบียนพาณิชย์ในพื้นที่ หรือโทร DBD Call Center 1570 ก่อนเริ่มกิจการ
หากไม่จดทะเบียนพาณิชย์จะมีโทษหรือผลกระทบอะไรบ้าง
มีโทษปรับตามกฎหมาย ผู้ที่ไม่จดทะเบียน แสดงรายการเท็จ หรือไม่มาให้นายทะเบียนสอบสวน มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท และหากยังฝ่าฝืนต่อเนื่อง ปรับอีกไม่เกินวันละ 100 บาทจนกว่าจะดำเนินการให้ถูกต้อง
ส่วนการไม่แสดงใบทะเบียนพาณิชย์ ไม่ติดป้ายชื่อร้าน หรือไม่ขอใบแทนเมื่อใบเดิมหาย มีโทษปรับไม่เกิน 200 บาท และปรับรายวันอีกไม่เกินวันละ 20 บาท
| การกระทำ | โทษปรับสูงสุด | ปรับรายวันกรณีฝ่าฝืนต่อเนื่อง |
| ไม่จดทะเบียน / แสดงรายการเท็จ / ไม่มาให้นายทะเบียนสอบสวน | 2,000 บาท | ไม่เกินวันละ 100 บาท |
| ไม่แสดงใบทะเบียน / ไม่ติดป้ายชื่อ / ไม่ขอใบแทน | 200 บาท | ไม่เกินวันละ 20 บาท |
ผลกระทบที่หนักกว่าค่าปรับมักเป็นเรื่องโอกาส เช่น เปิดบัญชีในชื่อร้านไม่ได้ ยื่นกู้ไม่ผ่าน หรือขอ DBD Registered ไม่ได้ ซึ่งทำให้ลูกค้าออนไลน์บางส่วนไม่มั่นใจพอจะโอนเงิน
ก่อนจดทะเบียนพาณิชย์ควรรู้อะไรบ้าง
ควรรู้ 4 เรื่องหลัก คือ เอกสารที่ต้องเตรียม สถานที่ยื่น ช่องทางออนไลน์ และค่าธรรมเนียม ถ้าเตรียมครบตั้งแต่แรก ส่วนใหญ่จดเสร็จได้ในครั้งเดียวโดยไม่ต้องเดินทางไปกลับหลายรอบ
เรื่องชื่อร้านก็ควรคิดไว้ล่วงหน้า บุคคลธรรมดาไม่ควรใช้คำที่ทำให้เข้าใจว่าเป็นนิติบุคคล เช่น บริษัท หรือ จำกัด และป้ายชื่อร้านต้องมีอักษรไทยเสมอ
ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง
เอกสารพื้นฐานสำหรับผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา มีดังนี้
- คำขอจดทะเบียนพาณิชย์ (แบบ ทพ.) ขอรับได้ที่สำนักงานทะเบียน หรือดาวน์โหลดจากเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของเจ้าของกิจการ
- ภาพถ่ายป้ายร้านหรือด้านหน้าสถานประกอบการ ที่เห็นชื่อร้านและบ้านเลขที่ชัดเจน
- แผนที่แสดงที่ตั้งร้าน และสถานที่สำคัญใกล้เคียง จะวาดเองหรือพิมพ์จากแผนที่ออนไลน์ก็ได้
- หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของเจ้าบ้าน กรณีเราไม่ใช่เจ้าบ้าน หรือใช้สัญญาเช่าแทนหากเช่าพื้นที่
- หนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์ 10 บาท กรณีให้ผู้อื่นยื่นแทน
กิจการบางประเภทต้องใช้เอกสารเพิ่ม เช่น ร้านขายแผ่นซีดีหรือดีวีดีต้องมีหนังสืออนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ ส่วนนิติบุคคลต้องแนบหนังสือรับรองบริษัทและสำเนาบัตรประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจ
เอกสารที่ถูกตีกลับบ่อยคือหนังสือยินยอมที่ไม่ได้แนบสำเนาบัตรของเจ้าบ้าน หรือแผนที่ที่ไม่ระบุจุดสังเกตเลย เตรียมสำเนาเผื่อไว้ 2 ชุดและเซ็นรับรองให้ครบก่อนออกจากบ้านจะช่วยได้มาก
จดทะเบียนพาณิชย์ได้ที่ไหน
ยื่นที่สำนักงานทะเบียนพาณิชย์ในท้องที่ที่ร้านหรือสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ไม่ได้ยึดตามที่อยู่ในทะเบียนบ้านของเจ้าของ
| ที่ตั้งของกิจการ | สถานที่ยื่นจดทะเบียน |
| กรุงเทพมหานคร | สำนักงานเขตที่ร้านตั้งอยู่ |
| ต่างจังหวัด ในเขตเทศบาล | สำนักงานเทศบาล |
| ต่างจังหวัด นอกเขตเทศบาล | องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) |
| เมืองพัทยา | ศาลาว่าการเมืองพัทยา |
สำหรับนิติบุคคล บางพื้นที่กำหนดให้ยื่นที่หน่วยงานของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ก่อนเดินทางจึงควรโทรถามสำนักงานในพื้นที่หรือ DBD Call Center 1570 ให้แน่ใจ
สามารถจดทะเบียนพาณิชย์ออนไลน์ได้หรือไม่
ได้ในหลายพื้นที่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเปิดช่องทางยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านเว็บไซต์ dbd.go.th ผู้ยื่นต้องสมัครสมาชิกและยืนยันตัวตนตามที่ระบบกำหนด จากนั้นกรอกคำขอ แนบไฟล์เอกสาร ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ และชำระค่าธรรมเนียม
ความพร้อมของระบบอาจต่างกันไปตามสำนักงานทะเบียนแต่ละแห่ง ก่อนเริ่มกรอกข้อมูลจึงควรตรวจสอบกับเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือโทร 1570 ว่าท้องที่ของเรารองรับการจดทะเบียนพาณิชย์ออนไลน์แล้วหรือยัง
| ประเด็น | ยื่นที่สำนักงาน | ยื่นออนไลน์ |
| ความสะดวก | ต้องเดินทางในเวลาราชการ | ยื่นได้จากที่บ้าน |
| ความเร็ว | เอกสารครบมักเสร็จภายในวันเดียว | ขึ้นกับรอบการตรวจของนายทะเบียน |
| การแก้ไขเอกสาร | เจ้าหน้าที่ชี้จุดผิดได้ทันที | อาจถูกตีกลับให้แก้แล้วยื่นใหม่ |
| เหมาะกับ | ผู้ที่จดครั้งแรกและอยากถามรายละเอียด | ผู้ที่เอกสารพร้อมและคุ้นกับระบบออนไลน์ |
ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนพาณิชย์เท่าไร
ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนพาณิชย์ตั้งใหม่อยู่ที่ 50 บาท ส่วนรายการอื่นเป็นไปตามอัตราท้าย พ.ร.บ.ทะเบียนพาณิชย์ ดังนี้
| รายการ | ค่าธรรมเนียม |
| จดทะเบียนพาณิชย์ตั้งใหม่ | 50 บาท |
| จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงรายการ | 20 บาท |
| จดทะเบียนเลิกประกอบพาณิชยกิจ | 20 บาท |
| ขอใบแทนใบทะเบียนพาณิชย์ | ฉบับละ 30 บาท |
| ขอตรวจดูเอกสาร | ครั้งละ 20 บาท |
| ขอให้คัดสำเนาและรับรองสำเนา | ฉบับละ 30 บาท |
ตัวเลขนี้ยังไม่รวมค่าถ่ายเอกสาร ค่าอากรแสตมป์กรณีมอบอำนาจ และค่าทำป้ายชื่อร้าน ซึ่งเป็นต้นทุนเล็ก ๆ ที่ควรเผื่อไว้ด้วย
ขั้นตอนและวิธีการจดทะเบียนพาณิชย์ทำอย่างไร
ขั้นตอนหลักมี 3 ช่วง คือ เตรียมข้อมูลและเอกสาร ยื่นคำขอ และรอนายทะเบียนตรวจสอบเพื่อออกใบทะเบียนพาณิชย์ ระหว่างเตรียมตัว ควรคิดเรื่องภาษีไว้ล่วงหน้าด้วย เพราะการจัดการเอกสารตั้งแต่วันแรกมีผลกับภาษีที่ต้องจ่ายในปลายปี
ขั้นตอนที่ 1: ต้องเตรียมข้อมูลและเอกสารอย่างไร
นอกจากเอกสารตามรายการข้างต้น ควรเตรียมข้อมูลที่ต้องกรอกในแบบ ทพ. ให้ชัดเจนก่อนยื่น ได้แก่
- ชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจ หรือชื่อร้าน
- ชนิดของพาณิชยกิจ เขียนให้เจาะจง เช่น ขายปลีกเสื้อผ้าสำเร็จรูป ทั้งหน้าร้านและทางอินเทอร์เน็ต
- จำนวนเงินทุนโดยประมาณที่ใช้เริ่มกิจการ
- ที่ตั้งสำนักงานใหญ่และสาขา (ถ้ามี)
- ชื่อผู้จัดการ กรณีเจ้าของไม่ได้บริหารเอง
- วันที่เริ่มประกอบกิจการ ซึ่งใช้นับกำหนด 30 วัน
- ชื่อเว็บไซต์หรือช่องทางขายออนไลน์ทั้งหมด (ถ้ามี)
การเขียนชนิดกิจการให้ครอบคลุมตั้งแต่แรกช่วยลดการยื่นแก้ไขภายหลัง เพราะทุกครั้งที่เพิ่มประเภทสินค้าหรือช่องทางขาย ต้องจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงภายใน 30 วัน
จดทะเบียนพาณิชย์แล้ว มีผลต่อการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90/94) และการเลือกหักค่าใช้จ่ายตามจริงอย่างไร
ทะเบียนพาณิชย์ไม่ได้เปลี่ยนวิธีเสียภาษี เจ้าของร้านที่เป็นบุคคลธรรมดายังเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตราก้าวหน้าเหมือนเดิม สิ่งที่เปลี่ยนคือหลักฐานรายจ่ายที่เป็นระบบขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเลือกหักค่าใช้จ่ายตามจริง
รายได้จากการค้าจัดเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(8) ของประมวลรัษฎากร เจ้าของกิจการต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.94 สำหรับเงินได้ช่วงมกราคมถึงมิถุนายน ภายใน 30 กันยายน และยื่น ภ.ง.ด.90 สำหรับเงินได้ทั้งปี ภายใน 31 มีนาคมของปีถัดไป อ่านรายละเอียดได้ที่บทความภ.ง.ด.94 ใครบ้างที่ต้องยื่นภาษีครึ่งปี
เงินได้ประเภทนี้เลือกหักค่าใช้จ่ายได้ 2 แบบ แบบแรกคือหักเหมาตามอัตราที่กฎหมายกำหนด ซึ่งการขายสินค้าทั่วไปหักได้ร้อยละ 60 แบบที่สองคือหักตามความจำเป็นและสมควร หรือที่เรียกว่าหักตามจริง ซึ่งต้องมีหลักฐานรายจ่ายครบถ้วน
ตัวอย่าง: ร้านขายวัสดุก่อสร้างของคุณเอ มีรายได้ทั้งปี 1,500,000 บาท ต้นทุนและค่าใช้จ่ายจริงรวม 1,200,000 บาท หักเฉพาะค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท
| รายการ | หักเหมาร้อยละ 60 | หักตามจริง |
| ค่าใช้จ่ายที่หักได้ | 900,000 บาท | 1,200,000 บาท |
| เงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย | 600,000 บาท | 300,000 บาท |
| เงินได้สุทธิหลังหักลดหย่อน 60,000 บาท | 540,000 บาท | 240,000 บาท |
| ภาษีตามอัตราก้าวหน้า | 33,500 บาท | 4,500 บาท |
| ภาษีที่ต้องชำระจริง | 33,500 บาท | 7,500 บาท |
ในกรณีหักตามจริง ภาษีตามอัตราก้าวหน้าคำนวณได้ 4,500 บาท แต่ผู้ที่มีเงินได้นอกจากเงินเดือนตั้งแต่ 120,000 บาทขึ้นไป ต้องเทียบกับวิธีคิดร้อยละ 0.5 ของเงินได้พึงประเมิน (1,500,000 x 0.5% = 7,500 บาท) แล้วเสียตามจำนวนที่สูงกว่า คุณเอจึงเสีย 7,500 บาท ซึ่งยังต่ำกว่าการหักเหมาถึง 26,000 บาท
ตัวเลขนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีหลักฐานรองรับ ใบกำกับภาษี ใบเสร็จ และสัญญาเช่าที่ออกในนามร้านหรือในนามเจ้าของ ต้องเก็บไว้ให้ครบ ผู้ที่เลือกหักตามจริงควรจัดทำรายงานเงินสดรับ-จ่ายควบคู่ไปด้วย ดูวิธีทำได้ที่บทความบุคคลธรรมดากับการจัดทำบัญชีเงินสดรับจ่าย
ขั้นตอนที่ 2: ยื่นคำขอจดทะเบียนพาณิชย์อย่างไร
เมื่อเอกสารพร้อม ให้นำไปยื่นที่สำนักงานทะเบียนพาณิชย์ในท้องที่ หรือยื่นผ่านระบบออนไลน์หากพื้นที่ของเรารองรับ ลำดับโดยทั่วไปเป็นดังนี้
- ยื่นแบบ ทพ. พร้อมเอกสารประกอบให้เจ้าหน้าที่ตรวจความครบถ้วน
- เจ้าของกิจการลงลายมือชื่อในคำขอด้วยตัวเอง หรือผู้รับมอบอำนาจลงนามพร้อมแนบหนังสือมอบอำนาจ
- ชำระค่าธรรมเนียม 50 บาท และรับใบเสร็จไว้เป็นหลักฐาน
ถ้าเจ้าหน้าที่ขอให้แก้ไขรายการ เช่น ชนิดกิจการที่เขียนกว้างเกินไป มักแก้ได้ทันทีที่เคาน์เตอร์ จึงควรพกปากกาและสำเนาเอกสารสำรองไปด้วย
ขั้นตอนที่ 3: ตรวจสอบข้อมูลและรับใบทะเบียนพาณิชย์อย่างไร
นายทะเบียนจะตรวจคำขอ หากถูกต้องตามกฎหมายก็รับจดทะเบียนและออกใบทะเบียนพาณิชย์ให้ ในบางกรณี นายทะเบียนอาจเรียกสอบถามข้อมูลเพิ่มหรือให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสถานที่ประกอบการจริง
เมื่อได้รับใบทะเบียนแล้ว ให้ตรวจทันทีก่อนออกจากสำนักงาน ทั้งการสะกดชื่อร้าน ชื่อเจ้าของ ชนิดกิจการ และที่อยู่ ถ้าผิดตั้งแต่ตอนนี้ แก้ได้ง่ายกว่าการมายื่นเปลี่ยนแปลงทีหลังมาก
ระยะเวลาในการดำเนินการจดทะเบียนพาณิชย์นานแค่ไหน
ถ้าเอกสารครบถ้วน การยื่นที่สำนักงานส่วนใหญ่เสร็จภายในวันเดียว คู่มือบริการของหลายหน่วยงานกำหนดเวลาไว้ราว 1 ชั่วโมงต่อคำขอ ส่วนการยื่นออนไลน์ขึ้นกับรอบการตรวจของนายทะเบียน อาจใช้เวลาหลายวันทำการ
สิ่งที่ควรจำมากกว่าเวลารอคือกรอบเวลาตามกฎหมาย ผู้ประกอบการต้องยื่นจดทะเบียนพาณิชย์ภายใน 30 วันนับแต่วันเริ่มประกอบกิจการ ไม่ควรรอจนธุรกิจอยู่ตัวแล้วค่อยจด
ขายของออนไลน์ต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เพิ่มไหม
ไม่ใช่การจดเพิ่มอีกใบ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เป็นชนิดหนึ่งของพาณิชยกิจในทะเบียนพาณิชย์ ผู้ที่ขายออนไลน์อย่างเดียวให้จดทะเบียนพาณิชย์โดยระบุชนิดกิจการเป็นการขายสินค้าหรือบริการผ่านอินเทอร์เน็ต ส่วนร้านที่จดไว้แล้วสำหรับหน้าร้าน เมื่อเริ่มขายออนไลน์ให้ยื่นจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงรายการภายใน 30 วัน ค่าธรรมเนียม 20 บาท
ข้อกำหนดนี้มาจากประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง ให้ผู้ประกอบพาณิชยกิจต้องจดทะเบียนพาณิชย์ (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2553 โดยทั่วไปควรระบุทุกช่องทางที่ขายจริง ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ของตัวเอง เพจโซเชียลมีเดีย หรือร้านบนมาร์เก็ตเพลส
เอกสารที่ต้องใช้เพิ่มจากกรณีปกติ ได้แก่
- แบบฟอร์มรายละเอียดการประกอบพาณิชยกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
- ภาพหน้าจอหน้าแรกของร้าน หน้ารายการสินค้า และหน้าวิธีสั่งซื้อและชำระเงิน
- หลักฐานการจดชื่อโดเมน กรณีมีเว็บไซต์ของตัวเอง
ตัวอย่าง: น้องมายด์ขายเคสโทรศัพท์ผ่านอินสตาแกรมและร้านในมาร์เก็ตเพลส โดยแพ็กของจากบ้านของคุณแม่ เธอยื่นจดทะเบียนพาณิชย์ที่สำนักงานเขตตามที่ตั้งบ้าน แนบหนังสือยินยอมจากคุณแม่ซึ่งเป็นเจ้าบ้าน พร้อมภาพหน้าจอร้านทั้งสองช่องทาง
หลังจดเสร็จ น้องมายด์นำเลขทะเบียนไปขอเครื่องหมาย DBD Registered มาติดไว้ที่หน้าร้าน ลูกค้าใหม่ที่ไม่เคยซื้อจึงตรวจสอบได้ว่าร้านมีตัวตนจริง ส่วนเรื่องภาษีของร้านออนไลน์ อ่านต่อได้ที่บทความภาษีที่แม่ค้าออนไลน์ควรรู้
หลังจดทะเบียนพาณิชย์แล้วต้องดำเนินการอะไรต่อ
หน้าที่ต่อเนื่องตามกฎหมายมี 3 เรื่อง คือ แสดงใบทะเบียนและติดป้ายชื่อร้าน แจ้งเมื่อข้อมูลเปลี่ยน และแจ้งเมื่อเลิกกิจการ ทั้งหมดมีกรอบเวลา 30 วันเหมือนกัน
ในฝั่งธุรกิจ นี่คือจังหวะที่ดีในการเปิดบัญชีธนาคารแยกสำหรับร้าน และเริ่มบันทึกรายรับรายจ่ายตั้งแต่วันแรก เจ้าของร้านจำนวนไม่น้อยใช้PEAK Account ออกใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ และใบเสร็จในนามร้าน พร้อมบันทึกค่าใช้จ่ายไว้ในระบบเดียว พอถึงเวลายื่นภาษีหรือขอสินเชื่อ ก็ดึงรายงานมาใช้ได้ทันที ไม่ต้องรื้อกองใบเสร็จย้อนหลัง
ต้องแสดงใบทะเบียนพาณิชย์ไว้ที่สถานประกอบการหรือไม่
ต้องแสดง กฎหมายกำหนดให้แสดงใบทะเบียนพาณิชย์ไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย ณ สถานประกอบการ และต้องติดป้ายชื่อร้านไว้หน้าสำนักงานใหญ่และสาขาภายใน 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียน
ป้ายชื่อต้องมีอักษรไทย จะมีภาษาต่างประเทศควบคู่ด้วยก็ได้ หากเป็นสาขาต้องมีคำว่าสาขากำกับไว้ แม้จะใช้บ้านเป็นที่ตั้งสำหรับขายออนไลน์ ก็ควรติดป้ายชื่อตามที่จดไว้ หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 200 บาท
กรณีเปลี่ยนแปลงข้อมูลต้องแจ้งภายในกี่วัน
ต้องยื่นจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง ค่าธรรมเนียม 20 บาท ตัวอย่างรายการที่ต้องแจ้ง เช่น
- เปลี่ยนชื่อร้าน หรือรีแบรนด์ใหม่
- ย้ายที่ตั้งร้านหรือสำนักงานใหญ่
- เพิ่มหรือเปลี่ยนชนิดกิจการ รวมถึงเริ่มขายผ่านช่องทางออนไลน์
- เปิดหรือปิดสาขา
- เปลี่ยนแปลงจำนวนเงินทุนหรือผู้จัดการ
กรณีที่พบบ่อยคือร้านรีแบรนด์เปลี่ยนชื่อแต่ลืมแก้ทะเบียน ทำให้ชื่อบนใบทะเบียนไม่ตรงกับป้ายร้านและเอกสารขาย เวลาธนาคารหรือคู่ค้าตรวจสอบจะเกิดคำถามที่ไม่จำเป็น
กรณีเลิกกิจการต้องยกเลิกทะเบียนพาณิชย์อย่างไร
ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนเลิกประกอบพาณิชยกิจด้วยแบบ ทพ. ภายใน 30 วันนับแต่วันที่เลิกกิจการ ค่าธรรมเนียม 20 บาท พร้อมนำใบทะเบียนพาณิชย์ฉบับจริงไปคืนด้วย หากเจ้าของกิจการเสียชีวิตและไม่มีผู้ทำกิจการต่อ ทายาทหรือผู้จัดการมรดกเป็นผู้ยื่นแทนได้
ถ้ากิจการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ด้วย การเลิกทะเบียนพาณิชย์ไม่ได้ยกเลิก VAT ให้อัตโนมัติ ต้องยื่นแบบ ภ.พ.09 แจ้งเลิกประกอบกิจการกับกรมสรรพากรภายใน 15 วันนับแต่วันเลิกแยกต่างหาก
มีข้อควรรู้อะไรเกี่ยวกับทะเบียนพาณิชย์เพิ่มเติมอีกบ้าง
ยังมีอีกหลายเรื่องที่ผู้ประกอบการมักเข้าใจคลาดเคลื่อน ซึ่งควรรู้ไว้ก่อนวางแผนธุรกิจต่อ
- ไม่ได้คุ้มครองชื่อร้าน ทะเบียนพาณิชย์ไม่ได้ให้สิทธิ์ใช้ชื่อแต่เพียงผู้เดียว หากต้องการปกป้องชื่อหรือโลโก้ ต้องยื่นจดเครื่องหมายการค้ากับกรมทรัพย์สินทางปัญญา
- ไม่ใช่ใบอนุญาตประกอบกิจการ ธุรกิจบางประเภทต้องขออนุญาตเพิ่มเติม เช่น เลขสารบบอาหารจาก อย. หรือใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพจากท้องถิ่น
- ไม่ได้ทำให้ต้องส่งงบการเงิน บุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่ส่งงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แต่ยังต้องเก็บหลักฐานรายรับรายจ่ายเพื่อใช้ยื่นภาษี
- ทุกหน้าที่มีกรอบเวลา ส่วนใหญ่อยู่ที่ 30 วัน จึงควรจดบันทึกวันสำคัญไว้ในปฏิทินของร้าน
| หน้าที่ | กรอบเวลา | ค่าธรรมเนียม |
| จดทะเบียนพาณิชย์ครั้งแรก | ภายใน 30 วันนับแต่เริ่มกิจการ | 50 บาท |
| ติดป้ายชื่อร้าน | ภายใน 30 วันนับแต่วันจดทะเบียน | – |
| จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงรายการ | ภายใน 30 วันนับแต่วันที่เปลี่ยนแปลง | 20 บาท |
| ขอใบแทนเมื่อใบเดิมสูญหายหรือชำรุด | ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ทราบ | 30 บาท |
| จดทะเบียนเลิกกิจการ | ภายใน 30 วันนับแต่วันเลิก | 20 บาท |
การจดทะเบียนพาณิชย์เป็นก้าวแรกที่ช่วยให้ร้านมีตัวตนทางกฎหมาย พร้อมใช้งานด้านการเงิน และพร้อมเติบโตต่อ ไม่ว่าจะขายหน้าร้านหรือออนไลน์ ถ้ายังไม่ได้จด การเริ่มภายใน 30 วันแรกตามกฎหมายคือทางเลือกที่คุ้มที่สุด
เมื่อร้านมีทะเบียนพาณิชย์แล้ว ก้าวถัดไปคือทำให้ตัวเลขของร้านเป็นระบบโปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAK Account ช่วยออกเอกสารรายรับ บันทึกรายจ่าย และสรุปรายงานภาษี ทั้ง ภ.พ.30 และ ภ.ง.ด. ต่าง ๆ ได้ในที่เดียว เหมาะกับผู้ประกอบการที่อยากโฟกัสกับการขาย มากกว่ามานั่งไล่เอกสารตอนสิ้นเดือน
PEAK มีแหล่งความรู้ให้ศึกษาต่อได้ฟรี ทั้ง บทความด้านบัญชี บทความด้านภาษี และ บทความด้านธุรกิจ และสำหรับลูกค้า PEAK โดยเฉพาะ มี บทความอัปเดตฟีเจอร์โปรแกรมบัญชี เพื่อให้ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ
แหล่งอ้างอิง:
- พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 (เผยแพร่โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า)
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า – คู่มือการจดทะเบียนพาณิชย์
- กรมสรรพากร – ผู้ประกอบกิจการที่ไม่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
- กรมประชาสัมพันธ์ – ครม. ขยายเวลา VAT 7% ถึง 30 ก.ย. 2570
- ธนาคารกสิกรไทย – จดทะเบียนพาณิชย์ (การค้า): ใครต้องทำ ทำที่ไหน
คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับทะเบียนพาณิชย์
ทะเบียนพาณิชย์มีวันหมดอายุไหม ต้องต่ออายุทุกปีหรือเปล่า
ไม่มีวันหมดอายุและไม่ต้องต่ออายุ ใช้ได้ตลอดตราบที่ยังประกอบกิจการและข้อมูลยังเป็นปัจจุบัน
ใช้ที่อยู่ห้องคอนโดหรือห้องเช่าจดทะเบียนพาณิชย์ได้ไหม
ได้ หากมีหนังสือยินยอมจากเจ้าของห้องหรือสัญญาเช่า แต่ควรตรวจข้อบังคับอาคารก่อนว่าอนุญาตให้ใช้ห้องเพื่อการค้าหรือไม่
ชาวต่างชาติจดทะเบียนพาณิชย์ในนามตัวเองได้ไหม
ต้องพิจารณาตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ธุรกิจหลายประเภทต้องขออนุญาตก่อน ควรสอบถามกรมพัฒนาธุรกิจการค้าโดยตรง
ถ้าจะเปลี่ยนจากร้านบุคคลธรรมดาไปเป็นบริษัท ต้องทำอย่างไรกับทะเบียนเดิม
จดทะเบียนตั้งบริษัทใหม่ แล้วจดเลิกทะเบียนพาณิชย์เดิมภายใน 30 วัน หากไม่ได้ทำกิจการในนามบุคคลธรรมดาต่อแล้ว
ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine
