
นักบัญชีหลายคนรู้ว่าต้อง “เก็บชั่วโมง CPD” แต่ยังสับสนว่าต้องเก็บกี่ชั่วโมง เก็บผ่านช่องทางไหนได้บ้าง และถ้าไม่ครบจะเกิดอะไรขึ้น บทความนี้สรุปทุกเรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับ CPD ตั้งแต่ความหมาย หลักเกณฑ์ ไปจนถึงวิธีแจ้งชั่วโมงผ่านระบบ e-CPD ฉบับอัปเดตปี 2026
CPD คืออะไร (Continuing Professional Development)
CPD ย่อมาจาก Continuing Professional Development หรือ “การพัฒนาความรู้ต่อเนื่อง” เป็นข้อกำหนดของสภาวิชาชีพบัญชี (TFAC) ที่บังคับให้ผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีต้องเข้ารับการอบรมเพิ่มเติมทุกปี เพื่อให้ความรู้ทันสมัยอยู่เสมอ
พูดง่ายๆ คือ ถ้าคุณเป็นนักบัญชีที่ขึ้นทะเบียนกับสภาวิชาชีพบัญชี คุณต้องเก็บชั่วโมง CPD ให้ครบตามเกณฑ์ทุกปี ไม่งั้นอาจถูกระงับสิทธิ์ในการทำบัญชีได้
CPD บัญชี ต่างจาก CPD License อย่างไร
หลายคนเห็นคำว่า “CPD License” แล้วสับสน ต้องแยกให้ชัดว่า CPD ในวงการบัญชีกับ CPD License ของสภาวิศวกรเป็นคนละเรื่องกัน
| รายการ | CPD บัญชี | CPD License (วิศวกร) |
|---|---|---|
| หน่วยงานกำกับ | สภาวิชาชีพบัญชี (TFAC) | สภาวิศวกร |
| ใครต้องเก็บ | ผู้ทำบัญชี, ผู้สอบบัญชี | วิศวกร |
| จำนวนชั่วโมง | 12-40 ชม./ปี (ตามประเภท) | ตามข้อกำหนดสาขา |
| ระบบแจ้ง | e-CPD ของ TFAC | ระบบของสภาวิศวกร |
บทความนี้เน้นเฉพาะ CPD สำหรับวิชาชีพบัญชีเท่านั้น
ใครต้องเก็บชั่วโมง CPD บ้าง
นักบัญชีทุกคนที่ขึ้นทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ต้องเก็บชั่วโมง CPD ทั้งผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) โดยมีเงื่อนไขชั่วโมงต่างกัน ตามพ.ร.บ. วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก
- ผู้ทำบัญชี — คนที่รับผิดชอบจัดทำบัญชีให้กิจการ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบัญชีในบริษัท หรือสำนักงานบัญชีที่รับทำให้ลูกค้า ผู้ทำบัญชีต้องมีทักษะวิชาชีพที่จำเป็นรวมถึงความรู้ที่ทันสมัยผ่านการอบรม CPD
- ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) — คนที่มีใบอนุญาตตรวจสอบและรับรองงบการเงิน
คุณสมบัติผู้ทำบัญชีกับเงื่อนไข CPD
ผู้ทำบัญชีต้องมีคุณสมบัติตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้แก่ จบปริญญาตรีสาขาบัญชีหรือเทียบเท่า และต้องแจ้งขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำบัญชีกับ DBD เมื่อขึ้นทะเบียนแล้ว จึงมีหน้าที่เก็บชั่วโมง CPD ให้ครบทุกปี
หลักเกณฑ์การเก็บชั่วโมง CPD ของผู้ทำบัญชี
จำนวนชั่วโมงที่ต้องเก็บต่อปีขึ้นอยู่กับประเภทวิชาชีพ โดยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป สภาวิชาชีพบัญชีกำหนดให้ ต้องเก็บชั่วโมงด้านจรรยาบรรณเพิ่มเติม จากเกณฑ์เดิม (ข้อมูลจากสภาวิชาชีพบัญชี)
| ประเภท | รวมต่อปี | ด้านบัญชี (ขั้นต่ำ) | ด้านจรรยาบรรณ (ขั้นต่ำ) | ด้านอื่นๆ |
|---|---|---|---|---|
| ผู้ทำบัญชี | ≥ 12 ชม. | ≥ 6 ชม. | ≥ 1 ชม. (บังคับใหม่ ปี 2569) | ≤ 6 ชม. |
| ผู้สอบบัญชี (CPA) | ≥ 40 ชม. | ≥ 20 ชม. | ≥ 1 ชม. (บังคับใหม่ ปี 2569) | ≤ 20 ชม. |
สิ่งที่เปลี่ยนในปี 2569: ก่อนหน้านี้ ชั่วโมงจรรยาบรรณรวมอยู่ใน “ด้านบัญชี” โดยไม่แยก ตั้งแต่ปี 2569 สภาวิชาชีพบัญชีบังคับให้แยกชั่วโมงจรรยาบรรณออกมาชัดเจน คือผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีต้องอบรมจรรยาบรรณอย่างน้อย 1 ชั่วโมง/ปี เท่ากัน ซึ่งนับรวมอยู่ในชั่วโมงด้านบัญชี (ไม่ได้เพิ่มยอดรวม)
ประเภทกิจกรรมที่นับเป็น CPD
กิจกรรมที่นับชั่วโมง CPD ได้มีหลากหลาย ไม่ได้จำกัดแค่การนั่งเรียนในห้อง
- เข้าอบรมหลักสูตรที่สภาวิชาชีพบัญชีรับรอง (ทั้งออนไลน์และออฟไลน์)
- เป็นวิทยากรหรือผู้สอนในหลักสูตรที่เกี่ยวข้อง
- เข้าร่วมสัมมนาวิชาการด้านบัญชี ภาษี การเงิน
- ศึกษาด้วยตนเอง (e-Learning) ผ่านระบบที่ได้รับอนุมัติ
“ด้านบัญชี” ครอบคลุมเรื่อง มาตรฐานการรายงานทางการเงิน (TFRS) และการสอบบัญชี ส่วน “ด้านจรรยาบรรณ” คือหลักสูตรที่เกี่ยวกับจรรยาบรรณวิชาชีพบัญชีโดยเฉพาะ ซึ่งตั้งแต่ปี 2569 ต้องแยกเก็บให้ครบตามขั้นต่ำ สำหรับ “ด้านอื่นๆ” เช่น กฎหมายภาษี เทคโนโลยีสารสนเทศ การบริหารธุรกิจ
วิธีเก็บชั่วโมง CPD — ช่องทางอบรมฟรีและออนไลน์
ปัจจุบันมีหลายช่องทางให้เก็บชั่วโมง CPD ได้สะดวกขึ้นกว่าเดิมมาก โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์
อบรม CPD ออนไลน์
ไม่ต้องเดินทางไปเข้าห้องเรียน สามารถอบรม CPD ผ่านอินเทอร์เน็ตจากที่ไหนก็ได้ เว็บไซต์ที่มีหลักสูตร CPD ออนไลน์ เช่น
- CPD Academy — แพลตฟอร์มอบรม CPD ออนไลน์โดยเฉพาะ
- สภาวิชาชีพบัญชี — มีหลักสูตร e-Learning ที่รับรองโดยตรง
- สถาบันอบรมเอกชน เช่น ธรรมนิติ, AMT Group ที่มีหลักสูตรทั้งออนไลน์และออฟไลน์
อบรมฟรีมีช่องทางไหนบ้าง
สำหรับนักบัญชีที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย มีหลักสูตรฟรีให้เลือกหลายช่องทาง
- งานสัมมนาวิชาการที่จัดโดย TFAC โดยเฉพาะช่วงต้นปีและกลางปี มักมีหลักสูตรเปิดให้ลงทะเบียนฟรี
- หลักสูตร e-Learning บนเว็บไซต์ TFAC ที่เปิดให้เรียนฟรีเป็นระยะ
- งานสัมมนาจากบริษัทซอฟต์แวร์บัญชีหรือสำนักงานบัญชีขนาดใหญ่ที่บางครั้งจัดร่วมกับหน่วยงานที่ได้รับอนุมัติ
ก่อนสมัครอบรมทุกครั้ง ควรตรวจสอบว่าหลักสูตรนั้นได้รับการรับรองจาก TFAC หรือไม่ เพราะถ้าไม่ได้รับรอง จะนับชั่วโมงไม่ได้
วิธีแจ้งชั่วโมง CPD ผ่านระบบ e-CPD
หลังอบรมครบแล้ว ต้องแจ้งชั่วโมง CPD ผ่านระบบ e-CPD ของสภาวิชาชีพบัญชี ตามขั้นตอนนี้
- เข้าเว็บไซต์ eservice.tfac.or.th แล้วล็อกอินด้วยบัญชีผู้ใช้งาน
- เลือกเมนู “แจ้งพัฒนาความรู้ต่อเนื่อง (CPD)”
- กรอกรายละเอียดหลักสูตรที่เข้าอบรม ได้แก่ ชื่อหลักสูตร หน่วยงานจัดอบรม วันที่ และจำนวนชั่วโมง
- แนบหลักฐาน เช่น ใบรับรองการอบรม หรือเอกสารยืนยัน
- ส่งข้อมูลรอการอนุมัติ
กำหนดแจ้งชั่วโมงคือภายใน 30 วันนับจากวันสิ้นปีปฏิทิน (ก่อนวันที่ 30 มกราคม ของปีถัดไป) สำหรับหลักสูตรที่จัดโดยหน่วยงานที่ลงทะเบียนกับ TFAC ระบบอาจบันทึกชั่วโมงให้อัตโนมัติ แต่ควรตรวจสอบทุกครั้งว่าข้อมูลถูกต้องครบถ้วน
ข้อแนะนำคือ อย่ารอแจ้งทีเดียวตอนสิ้นปี ควรแจ้งทุกครั้งหลังจบการอบรมภายใน 1-2 สัปดาห์ จะได้ไม่ลืมและไม่ต้องหาหลักฐานย้อนหลัง
ไม่เก็บชั่วโมง CPD ครบ จะเกิดอะไรขึ้น
ถ้าเก็บไม่ครบตามเกณฑ์ ผู้ทำบัญชีจะถูกระงับทะเบียนจนกว่าจะเก็บชั่วโมงครบ ส่วนผู้สอบบัญชีอาจถูกพักใบอนุญาต ทำให้ไม่สามารถทำงานในวิชาชีพได้ ผลกระทบหลักมีดังนี้
- ผู้ทำบัญชี — ไม่สามารถต่อทะเบียนได้ เท่ากับไม่สามารถลงนามเป็นผู้ทำบัญชีของกิจการใดๆ ได้ (ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่องคุณสมบัติผู้ทำบัญชี)
- ผู้สอบบัญชี (CPA) — อาจถูกพักใบอนุญาตจากสภาวิชาชีพบัญชี ทำให้ไม่สามารถรับรองงบการเงินได้
นอกจากผลทางกฎหมายแล้ว ยังกระทบต่อความน่าเชื่อถือในวิชาชีพด้วย ถ้าลูกค้าหรือนายจ้างตรวจสอบแล้วพบว่าทะเบียนไม่เป็นปัจจุบัน อาจเสียโอกาสทางอาชีพได้ โดยเฉพาะสำนักงานบัญชีที่รับทำบัญชีให้ลูกค้าหลายราย ถ้าพนักงานคนใดถูกระงับทะเบียน กิจการที่รับผิดชอบอยู่ทั้งหมดจะต้องหาคนมาทดแทนทันที
สรุป: เก็บชั่วโมง CPD ไม่ยากอย่างที่คิด
- ผู้ทำบัญชีเก็บ 12 ชั่วโมง/ปี (รวมจรรยาบรรณ ≥ 1 ชม.) ผู้สอบบัญชีเก็บ 40 ชั่วโมง/ปี (รวมจรรยาบรรณ ≥ 1 ชม.)
- เลือกอบรมออนไลน์หรือเข้าห้องเรียนก็ได้ มีช่องทางฟรีให้เลือก
- แจ้งผ่านระบบ e-CPD ที่ eservice.tfac.or.th ก่อน 30 มกราคม ของปีถัดไป
จัดการงานบัญชีให้เป็นระบบด้วย PEAK
เมื่อเก็บชั่วโมง CPD ครบแล้ว สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือเครื่องมือที่ช่วยให้การทำบัญชีในแต่ละวันง่ายและแม่นยำขึ้น PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ที่ใช้ AI ช่วยบันทึกบัญชี ออกใบกำกับภาษีและเอกสารอื่นๆ พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลการเงินให้อัตโนมัติ ช่วยนักบัญชีลดงานซ้ำและมีเวลาโฟกัสกับงานที่ซับซ้อนขึ้น ทดลองใช้ PEAK ฟรี
คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับ CPD สำหรับนักบัญชี
CPD กับ CPA ต่างกันยังไง
CPD คือ “กิจกรรม” การพัฒนาความรู้ต่อเนื่องที่ทุกคนในวิชาชีพบัญชีต้องทำ ส่วน CPA คือ “ใบอนุญาต” ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ผู้ที่มี CPA ต้องเก็บชั่วโมง CPD เช่นกัน แต่เกณฑ์สูงกว่าผู้ทำบัญชีทั่วไป (40 ชม. vs 12 ชม.)
ใบรับรอง CPD คืออะไร
ใบรับรอง CPD คือเอกสารที่หน่วยงานจัดอบรมออกให้หลังเข้าเรียนครบ เป็นหลักฐานยืนยันว่าคุณเก็บชั่วโมงได้จริง ใช้แนบตอนแจ้งผ่านระบบ e-CPD
อบรม CPD ต้องกี่ชั่วโมงต่อปี
ผู้ทำบัญชีเก็บ 12 ชั่วโมง/ปี (ด้านบัญชี ≥ 6 ชม. + จรรยาบรรณ ≥ 1 ชม.) ส่วนผู้สอบบัญชี (CPA) เก็บ 40 ชั่วโมง/ปี (ด้านบัญชี ≥ 20 ชม. + จรรยาบรรณ ≥ 1 ชม.) โดยชั่วโมงจรรยาบรรณนับรวมอยู่ในด้านบัญชี ไม่ได้เพิ่มยอดรวม
ถ้าปีนี้ไม่ได้อบรม CPD เลย ต้องทำอย่างไร
ควรเร่งเก็บชั่วโมงให้ครบก่อนสิ้นปีปฏิทิน โดยเลือกหลักสูตรออนไลน์ที่สามารถเรียนได้ทันที ถ้าเก็บไม่ทันอาจต้องติดต่อสภาวิชาชีพบัญชีเพื่อขอคำแนะนำเป็นรายกร
ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine
