
เบี้ยขยัน คือเงินพิเศษที่นายจ้างจ่ายให้พนักงานที่มาทำงานสม่ำเสมอ ไม่ขาด ไม่ลา และไม่มาสายตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด ตามกฎหมายแรงงานไทย เบี้ยขยันไม่ถือเป็นค่าจ้าง แต่เป็นสวัสดิการที่บริษัทออกแบบเองได้
เบี้ยขยัน คือสวัสดิการแบบไหน ต่างจากค่าจ้างอย่างไร
เบี้ยขยันเป็นเงินจูงใจที่จ่ายเมื่อพนักงานทำตามเงื่อนไขการมาทำงาน ไม่ได้จ่ายเป็นค่าตอบแทนของงานที่ทำ ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยว่าเบี้ยขยันไม่ใช่ค่าจ้าง นายจ้างจึงมีอิสระกำหนดอัตราและเงื่อนไขได้เอง แต่ต้องเขียนไว้ให้ชัดและใช้กับพนักงานทุกคนอย่างเท่าเทียม
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 (พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน) มาตรา 5 ให้ความหมายของค่าจ้างว่าเป็นเงินที่จ่ายเพื่อตอบแทนการทำงานในเวลาทำงานปกติ ส่งผลให้เบี้ยขยันไม่เข้าข่ายเป็นค่าจ้าง จึงไม่ถูกนำไปรวมเป็นฐานคิดค่าล่วงเวลาหรือค่าชดเชยเลิกจ้าง ซึ่งช่วยให้ SME คาดต้นทุนแรงงานได้ง่ายขึ้น
| ประเด็น | ค่าจ้าง | เบี้ยขยัน |
|---|---|---|
| จ่ายเพื่ออะไร | ตอบแทนงานที่ทำ | จูงใจให้มาทำงานสม่ำเสมอ |
| ใช้คิดโอทีและค่าชดเชย | ใช้ | ไม่ใช้ |
| นายจ้างงดจ่ายได้ไหม | ไม่ได้ | ได้ ถ้าไม่ผ่านเงื่อนไขที่ประกาศไว้ |
เบี้ยขยัน ภาษาอังกฤษ เรียกว่าอะไร
คำที่เจอบ่อยในสลิปเงินเดือนและสัญญาจ้างมี 3 คำ ความหมายใกล้กันแต่มีจุดเน้นต่างกันเล็กน้อย
| คำภาษาอังกฤษ | ใช้เมื่อไหร่ |
|---|---|
| Attendance Allowance | คำมาตรฐานในงาน HR เน้นเงินที่ให้ตามการมาทำงาน |
| Diligent Allowance หรือ Diligence Allowance | แปลตรงตัวจากคำว่าขยัน นิยมในบริษัทไทยและโรงงาน |
| Attendance Bonus | ใช้เมื่อจ่ายเป็นก้อนรายไตรมาสหรือรายปี |
ถ้าบริษัทออกสลิปสองภาษา เลือกใช้คำเดียวให้ตรงกันทั้งสลิปและประกาศสวัสดิการ พนักงานจะได้ไม่สับสน
SME ควรกำหนดเบี้ยขยันอย่างไร 5 ข้อที่ต้องตัดสินใจก่อนประกาศใช้
ก่อนประกาศใช้ เจ้าของกิจการควรตัดสินใจ 5 เรื่องให้จบ ได้แก่ เงื่อนไขการได้รับ รูปแบบการจ่าย อัตราเงิน ช่องทางประกาศ และวิธีตรวจสอบเวลาเข้างาน ถ้าตอบครบทั้ง 5 ข้อ นโยบายจะชัดเจน ลดข้อโต้แย้ง และใช้เป็นหลักฐานทางภาษีได้ด้วย
1. เงื่อนไขการได้รับ กำหนดให้ชัดว่าอะไรทำให้เสียสิทธิ์ เช่น ขาดงาน ลากิจ ลาป่วย หรือมาสายเกินกี่ครั้งต่อเดือน เพราะคำว่ามาทำงานสม่ำเสมอ แต่ละคนตีความไม่เหมือนกัน
2. รูปแบบการจ่าย เลือกว่าจะจ่ายคงที่ทุกเดือน หรือเพิ่มเป็นขั้นบันไดตามจำนวนเดือนที่มาครบต่อเนื่อง แบบขั้นบันไดจูงใจระยะยาวได้ดีกว่า เพราะพนักงานไม่อยากเสียขั้นที่สะสมมา
3. อัตราเงิน ไม่มีกฎหมายกำหนดขั้นต่ำ ให้ตั้งจากงบที่ธุรกิจรับไหวจริง ตัวเลขที่ดีคือพนักงานรู้สึกว่ามีค่าพอจะรักษาไว้ แต่ไม่หนักจนกระทบกำไร
4. ช่องทางประกาศ เขียนเป็นลายลักษณ์อักษรในข้อบังคับการทำงาน ประกาศสวัสดิการ หรือสัญญาจ้าง เพราะเอกสารนี้คือหลักฐานเวลาเกิดข้อสงสัย และกรมสรรพากรใช้ดูประกอบว่าเป็นรายจ่ายที่หักภาษีได้
5. วิธีตรวจสอบ ใช้ระบบลงเวลาที่ตรวจย้อนหลังได้ เช่น เครื่องสแกนนิ้วหรือแอปลงเวลา เพราะถ้าข้อมูลเวลาเข้างานไม่แม่น เบี้ยขยันที่ควรจูงใจจะกลายเป็นเรื่องให้ทะเลาะกันแทน
ถ้ากำลังวางโครงสร้างค่าตอบแทนทั้งระบบ ลองดูไอเดียเพิ่มเติมจากวิธีปรับเงินเดือนพนักงาน ประกอบกัน เพื่อให้สวัสดิการกับเงินเดือนไปในทิศทางเดียวกัน
เบี้ยขยัน คิดยังไง พร้อมตัวอย่างตารางขั้นบันได
วิธีคิดเบี้ยขยันที่ SME ใช้กันมากมี 3 แบบ คือแบบคงที่ แบบขั้นบันได และแบบผสม ทุกแบบเริ่มจากเช็คว่าเดือนนั้นพนักงานผ่านเงื่อนไขหรือไม่ ถ้าผ่านก็จ่ายตามอัตราที่กำหนด ถ้าไม่ผ่านก็งดจ่ายหรือลดขั้นตามกติกาที่ประกาศไว้
แบบคงที่ เหมาะกับธุรกิจที่เพิ่งเริ่มใช้
จ่ายเท่ากันทุกเดือนที่มาครบ เช่น 500 บาทต่อเดือน คำนวณง่าย พนักงานเข้าใจทันที แต่แรงจูงใจจะคงที่ ไม่ได้ช่วยให้รักษาสถิติยาวๆ
แบบขั้นบันได เหมาะกับธุรกิจที่อยากลดการลาระยะยาว
เบี้ยขยันขั้นบันไดจะเพิ่มขึ้นทุกเดือนที่พนักงานมาครบต่อเนื่อง ถ้าเดือนไหนไม่ผ่านเงื่อนไข จะงดจ่ายเดือนนั้นแล้วเริ่มนับขั้นใหม่
| เดือนที่มาครบต่อเนื่อง | เบี้ยขยันที่ได้รับ |
|---|---|
| เดือนที่ 1 | 300 บาท |
| เดือนที่ 2 | 400 บาท |
| เดือนที่ 3 | 500 บาท |
| เดือนที่ 4 เป็นต้นไป | 600 บาท |
ตารางนี้เป็นตัวอย่าง ปรับตัวเลขให้เข้ากับงบของธุรกิจได้ บางบริษัทเลือกให้ลดลงทีละขั้นแทนการเริ่มใหม่ เพื่อไม่ให้พนักงานหมดกำลังใจเร็วเกินไป
แบบผสม เหมาะกับธุรกิจที่มีหน้าร้านหลายสาขา
จ่ายเบี้ยขยันรายเดือนแบบคงที่ แล้วเพิ่มโบนัสก้อนเมื่อมาครบทั้งไตรมาส เช่น รายเดือน 400 บาท และเพิ่มอีก 1,000 บาทเมื่อครบ 3 เดือน วิธีนี้ให้ทั้งรางวัลระยะสั้นและเป้าหมายระยะยาว
ตัวอย่างการคำนวณ ร้านค้าออนไลน์ใช้แบบขั้นบันได
ร้านขายเสื้อผ้าออนไลน์แห่งหนึ่ง (ชื่อสมมุติ) จ้างพนักงานแพ็กสินค้า เงินเดือน 18,000 บาท ใช้ตารางขั้นบันไดด้านบน กติกาคือ ขาด ลา หรือมาสายเกิน 2 ครั้งในเดือน ถือว่าไม่ผ่าน
เดือนมกราคมถึงมีนาคม พนักงานมาครบทุกวัน ได้เบี้ยขยัน 300, 400 และ 500 บาทตามลำดับ
เดือนเมษายน พนักงานลากิจ 1 วัน เดือนนี้จึงไม่ได้รับ และขั้นถูกนับใหม่
เดือนพฤษภาคม มาครบอีกครั้ง ได้ 300 บาท เงินที่ได้รับเดือนนี้จึงเป็น 18,000 บาท รวมเบี้ยขยัน 300 บาท เท่ากับ 18,300 บาท ก่อนหักภาษีและประกันสังคม
ตัวอย่างนี้ทำให้เห็นว่าแบบขั้นบันไดทำให้การลา 1 วันมีต้นทุนที่พนักงานรับรู้ได้ชัด โดยที่นายจ้างไม่ต้องใช้วิธีตำหนิหรือลงโทษ
ลาป่วยหรือลาพักร้อน ยังได้เบี้ยขยันไหม
คำตอบขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่บริษัทประกาศไว้ เพราะเบี้ยขยันไม่ใช่ค่าจ้าง นายจ้างจึงกำหนดได้ว่าการลาประเภทไหนทำให้เสียสิทธิ์ ข้อสำคัญคือต้องเขียนไว้ล่วงหน้าและบังคับใช้กับทุกคนเท่ากัน ห้ามเปลี่ยนกติกาย้อนหลังเฉพาะรายบุคคล
- ลาป่วย พนักงานยังมีสิทธิ์ลาป่วยและได้รับค่าจ้างตามกฎหมายแรงงานตามปกติ แต่เงินจูงใจเป็นอีกเรื่องหนึ่ง หลายบริษัทกำหนดให้ลาป่วยที่มีใบรับรองแพทย์ไม่ตัดสิทธิ์ เพื่อไม่ให้คนป่วยฝืนมาทำงานแล้วแพร่เชื้อให้ทั้งทีม
- ลาพักร้อน ส่วนใหญ่บริษัทไม่นับเป็นการลาที่ตัดสิทธิ์ เพราะเป็นวันหยุดที่พนักงานได้ตามกฎหมาย และมักวางแผนล่วงหน้าจึงไม่กระทบงาน การตัดสิทธิ์เพราะพักร้อนอาจทำให้พนักงานไม่กล้าใช้สิทธิ์ ซึ่งส่งผลต่อความเหนื่อยล้าระยะยาว
- ลากิจและขาดงาน เป็นเงื่อนไขที่บริษัทส่วนใหญ่ใช้ตัดสิทธิ์ เพราะเป็นการหยุดที่เกิดขึ้นกะทันหันและกระทบตารางงานมากที่สุด
ถ้าไม่แน่ใจว่าเงื่อนไขที่ตั้งไว้ขัดกับสิทธิ์ตามกฎหมายหรือไม่ ควรสอบถามสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในพื้นที่ก่อนประกาศใช้
เบี้ยขยันต้องเสียภาษีไหม บันทึกบัญชีอย่างไร
ต้องเสีย เบี้ยขยันเป็นเงินได้จากการจ้างแรงงาน หรือเงินได้ประเภทที่ 1 ตามมาตรา 40(1) ของประมวลรัษฎากร เช่นเดียวกับเงินเดือน นายจ้างต้องรวมเบี้ยขยันเข้ากับเงินเดือนเพื่อคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย และฝั่งบริษัทบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายได้
ฝั่งนายจ้าง รวมเบี้ยขยันเข้ากับเงินเดือนของเดือนนั้น แล้วคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย จากนั้นยื่นแบบ ภ.ง.ด.1 (แบบยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากเงินเดือนพนักงาน) ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป ถ้ายื่นออนไลน์ได้เพิ่มอีก 8 วัน
การบันทึกบัญชี ลงเป็นค่าใช้จ่ายในหมวดเงินเดือนและค่าแรง หรือแยกบัญชีย่อยชื่อเบี้ยขยัน เพื่อให้เห็นต้นทุนสวัสดิการชัดเจน รายจ่ายนี้หักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ เมื่อจ่ายจริง มีหลักฐาน และมีประกาศสวัสดิการเป็นลายลักษณ์อักษร ดูรายละเอียดเงื่อนไขเพิ่มได้ในบทความสวัสดิการพนักงานแบบไหนหักภาษีได้
ฝั่งพนักงาน เงินก้อนนี้จะรวมอยู่ในเงินได้ทั้งปี และแสดงในหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ที่ได้ตอนต้นปี ใช้ยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามปกติ
อย่าลืมแยกบรรทัดเบี้ยขยันในสลิปเงินเดือนด้วย พนักงานจะเห็นทันทีว่าเดือนนี้ได้หรือไม่ได้เพราะอะไร ลดคำถามที่ต้องตอบซ้ำทุกสิ้นเดือน
สรุป เบี้ยขยันที่ได้ผล เริ่มจากกติกาที่ทุกคนเข้าใจตรงกัน
สวัสดิการนี้จะจูงใจได้จริงเมื่อพนักงานรู้ว่าต้องทำอะไรถึงจะได้ และนายจ้างตรวจสอบได้แม่นยำทุกเดือน ตัวเงินอาจไม่ต้องสูงมาก แต่ความชัดเจนและความสม่ำเสมอคือสิ่งที่ทำให้พนักงานเชื่อในระบบ
- เขียนเงื่อนไขเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะเป็นทั้งหลักฐานกับพนักงานและกับกรมสรรพากร
- เลือกแบบขั้นบันได ถ้าอยากลดการลาระยะยาว เพราะพนักงานไม่อยากเสียขั้นที่สะสมมา
- รวมเบี้ยขยันในเงินได้ประจำเดือนทุกครั้ง เพื่อให้ภาษีหัก ณ ที่จ่ายถูกต้องตั้งแต่ต้น
จัดการเงินเดือนและสวัสดิการให้เป็นระบบ
เมื่อมีเงินเพิ่มหลายรายการทั้งเบี้ยขยัน ค่าล่วงเวลา และค่าคอมมิชชัน การคำนวณด้วยมือทุกเดือนเสี่ยงผิดพลาดได้ง่าย PEAK Payroll โปรแกรมเงินเดือนออนไลน์ ช่วยให้ SME จัดการเงินเดือน ประกันสังคม และภาษีหัก ณ ที่จ่ายได้ครบในที่เดียว ลองใช้ PEAK จัดการเงินเดือนให้ง่ายขึ้น – ทดลองใช้ฟรี 30 วัน
คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับเบี้ยขยัน
เบี้ยขยันเป็นค่าจ้างตามกฎหมายหรือไม่
ไม่ใช่ ศาลฎีกาวินิจฉัยไว้แล้วว่าเบี้ยขยันเป็นเงินจูงใจ ไม่ใช่ค่าตอบแทนการทำงาน ในทางปฏิบัติ ถ้าบริษัทจ่ายเงินก้อนนี้ทุกเดือนโดยไม่มีเงื่อนไขเรื่องการมาทำงานเลย อาจถูกตีความว่าเป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้างได้ จึงควรผูกกับเงื่อนไขการมาทำงานเสมอ
เบี้ยขยัน ภาษาอังกฤษใช้คำไหนในสัญญาจ้าง
ใช้ Attendance Allowance ได้ทั่วไปที่สุด เพราะเป็นคำที่ HR ต่างชาติเข้าใจตรงกัน ถ้าบริษัทคุ้นกับคำว่า Diligent Allowance ก็ใช้ได้เช่นกัน ขอแค่ใช้คำเดียวกันทุกเอกสาร
นายจ้างยกเลิกเบี้ยขยันที่เคยจ่ายได้หรือไม่
ถ้าเบี้ยขยันเขียนไว้ในสัญญาจ้างหรือข้อบังคับการทำงาน การยกเลิกถือเป็นการเปลี่ยนสภาพการจ้าง ควรแจ้งล่วงหน้าและขอความยินยอมจากพนักงาน ไม่ควรยกเลิกทันทีฝ่ายเดียว
เบี้ยขยันให้เท่าไหร่ถึงเหมาะสม
ไม่มีตัวเลขตายตัว เกณฑ์ที่ใช้ได้จริงคือเทียบกับต้นทุนที่เสียไปเมื่อพนักงานขาดงาน เช่น ต้องจ้างคนแทนหรือส่งของล่าช้า ถ้าอัตราที่ตั้งต่ำกว่าต้นทุนนั้น ก็คุ้มค่าที่จะจ่าย
ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine
