สวัสดิการพนักงาน
Table of Contents

สวัสดิการพนักงานที่ดีช่วยดึงคนเก่งเข้าบริษัทได้ แต่ผู้ประกอบการหลายคนยังไม่รู้ว่าสวัสดิการบางอย่างสามารถนำไปหักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ ขณะที่บางอย่างเป็น “ประโยชน์เพิ่ม” ที่ต้องคำนวณเพิ่มให้พนักงานด้วย

สวัสดิการพนักงาน คืออะไร และมีกี่ประเภท

สวัสดิการพนักงาน คือ ผลตอบแทนที่บริษัทมอบให้พนักงานนอกเหนือจากเงินเดือน ไม่ว่าจะเป็นสิทธิประโยชน์ที่กฎหมายกำหนด หรือสิ่งที่บริษัทจัดให้เพิ่มเติมเอง

สวัสดิการแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก

สวัสดิการตามกฎหมาย

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 กำหนดให้นายจ้างต้องจัดสวัสดิการขั้นต่ำให้พนักงาน ได้แก่

  • ประกันสังคม (นายจ้างสมทบ 5% ไม่เกิน 750 บาท/เดือน ตามเพดานค่าจ้าง 15,000 บาท ข้อมูลปี 2568-2569 จาก สำนักงานประกันสังคม)
  • กองทุนเงินทดแทน (นายจ้างจ่ายฝ่ายเดียว) อ่านเพิ่มเรื่องประกันสังคมนายจ้างต้องรู้
  • วันลาตามกฎหมาย เช่น ลาป่วย ลาพักร้อน ลาคลอด
  • ค่าล่วงเวลาและค่าทำงานวันหยุด

สวัสดิการนอกเหนือกฎหมาย

คือสิ่งที่บริษัทจัดให้เพิ่มเติมเพื่อจูงใจพนักงาน ไม่มีกฎหมายบังคับ แต่สวัสดิการเหล่านี้ส่วนใหญ่สามารถนำไปหักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ ถ้าจัดทำให้ถูกเงื่อนไข

สวัสดิการพนักงาน มีอะไรบ้าง รวมครบทุกประเภท

นอกเหนือจากสวัสดิการตามกฎหมาย บริษัทยังจัดให้เพิ่มเติมได้หลายรูปแบบ แต่ละประเภทมีผลทางภาษีต่างกัน

ค่ารักษาพยาบาลและประกันกลุ่ม

ถือเป็นสวัสดิการที่พนักงานให้ความสำคัญอันดับต้นๆ บริษัทอาจจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้โดยตรง หรือทำประกันกลุ่มพนักงาน (Group Insurance) ที่ครอบคลุมทั้งค่ารักษา ค่าทำฟัน และประกันชีวิต

รถประจำตำแหน่ง ค่าเดินทาง และค่าโทรศัพท์

บริษัทอาจจัดรถให้ผู้บริหารใช้ หรือจ่ายค่าน้ำมัน ค่าโทรศัพท์ให้พนักงาน สวัสดิการกลุ่มนี้มีผลทางภาษีเพราะอาจถือเป็น “ประโยชน์เพิ่ม” ที่ต้องคำนวณเป็นรายได้ของพนักงาน

โบนัส ค่าครองชีพ และเบี้ยเลี้ยง

โบนัสประจำปี ค่าครองชีพรายเดือน และเบี้ยเลี้ยงเดินทาง ล้วนเป็นสวัสดิการที่ช่วยดึงดูดและรักษาพนักงาน

สวัสดิการด้านการศึกษาและพัฒนาทักษะ

ทุนเรียนต่อ ค่าอบรมสัมมนา ค่าสอบใบรับรองวิชาชีพ เป็นสวัสดิการที่ช่วยเพิ่มศักยภาพพนักงานและองค์กรไปพร้อมกัน

สวัสดิการยุคใหม่ที่กำลังเป็นเทรนด์

หลายบริษัทเริ่มนำ Flexible Benefits มาใช้ ให้พนักงานเลือกสวัสดิการได้ตามความต้องการของตัวเอง เช่น เลือกระหว่างค่าฟิตเนสกับค่าเรียนภาษา นอกจากนี้ยังมีวันลาแบบยืดหยุ่น Work From Home และค่าอินเทอร์เน็ตสำหรับทำงานจากบ้าน

สวัสดิการพนักงาน แบบไหนหักเป็นค่าใช้จ่ายภาษีได้

สวัสดิการที่บริษัทจ่ายให้พนักงานสามารถนำไปหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ แต่ต้องเข้าเงื่อนไขที่สรรพากรกำหนด

เงื่อนไข 3 ข้อที่สรรพากรกำหนด

กรมสรรพากร กำหนดให้ค่าใช้จ่ายสวัสดิการหักภาษีได้ เมื่อเข้าเงื่อนไขครบทั้ง 3 ข้อ

  1. จ่ายจริง และมีหลักฐานครบถ้วน เช่น ใบเสร็จรับเงิน หรือหลักฐานการโอน
  2. มีระเบียบสวัสดิการเป็นลายลักษณ์อักษร ที่ระบุเงื่อนไขชัดเจน และให้สิทธิพนักงานทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน
  3. เป็นรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับกิจการ ไม่เป็นรายจ่ายส่วนตัว และมีจำนวนที่สมเหตุสมผล (ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี) ดูรายละเอียดเรื่องค่าใช้จ่ายที่หักภาษีนิติบุคคลได้

ตัวอย่างสวัสดิการที่หักภาษีได้และหักไม่ได้

สวัสดิการหักเป็นค่าใช้จ่ายได้เงื่อนไขสำคัญ
ค่ารักษาพยาบาลได้ต้องมีระเบียบ กำหนดวงเงินชัด
เบี้ยประกันกลุ่มได้เบี้ยประกันตามจริง มีกรมธรรม์
โบนัสประจำปีได้จ่ายตามผลงาน มีหลักเกณฑ์
ค่าอบรมสัมมนาได้เกี่ยวข้องกับงาน มีหลักฐาน
รถประจำตำแหน่งได้**ส่วนที่พนักงานใช้ส่วนตัวต้องคำนวณเป็นประโยชน์เพิ่ม
ค่าเลี้ยงรับรองพนักงาน (ไม่มีระเบียบ)ไม่ได้ต้องมีระเบียบและเท่าเทียม
เงินช่วยเหลือส่วนตัว (ไม่มีระเบียบ)ไม่ได้ถือเป็นรายจ่ายส่วนตัว

ค่ารักษาพยาบาลและประกันกลุ่ม ภาษีเป็นยังไง

ค่ารักษาพยาบาลและประกันกลุ่มเป็นสวัสดิการที่มีผลทางภาษีทั้งฝั่งบริษัทและพนักงาน การทำความเข้าใจให้ถูกต้องช่วยให้วางแผนภาษีได้ดีขึ้น

ค่ารักษาพยาบาลหักเป็นรายจ่ายได้แค่ไหน

บริษัทนำค่ารักษาพยาบาลที่จ่ายให้พนักงานมาหักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ทั้งจำนวน เมื่อเข้าเงื่อนไข 3 ข้อด้านบนครบ โดยต้องกำหนดวงเงินสูงสุดต่อคนต่อปีอย่างชัดเจน

ตัวอย่าง บริษัท ก จำกัด (ชื่อสมมุติ) กำหนดวงเงินค่ารักษาพยาบาลไม่เกิน 30,000 บาทต่อคนต่อปี เมื่อพนักงานเบิกค่ารักษา 15,000 บาท บริษัทจ่ายจริง 15,000 บาท นำไปหักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้เต็มจำนวน

ประกันกลุ่มพนักงาน เบี้ยประกันหักภาษีได้เท่าไร

เบี้ยประกันกลุ่มที่บริษัทจ่ายให้พนักงานหักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีนิติบุคคลได้ทั้งจำนวน ไม่มีเพดานจำกัดตายตัว ตราบใดที่จ่ายจริง มีกรมธรรม์รองรับ และเป็นจำนวนที่สมเหตุสมผล (ตามหลักมาตรา 65 ตรี ประมวลรัษฎากร)

เบี้ยประกันกลุ่มที่บริษัทจ่ายครอบคลุมได้หลายความคุ้มครอง เช่น

  • ประกันสุขภาพ (ค่ารักษาพยาบาล ผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน)
  • ประกันชีวิตกลุ่ม
  • ประกันอุบัติเหตุกลุ่ม
  • ค่าทำฟัน ค่าตรวจสุขภาพประจำปี

ฝั่งพนักงาน ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้ไหม

ค่ารักษาพยาบาลที่บริษัทจ่ายให้ตามระเบียบสวัสดิการ ไม่ถือเป็นเงินได้ของพนักงาน จึงไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ส่วนเบี้ยประกันกลุ่มที่บริษัทจ่ายให้พนักงาน ถือเป็นเงินได้ของพนักงานตามมาตรา 40(1) ของประมวลรัษฎากร พนักงานต้องนำมารวมคำนวณภาษีเงินได้ด้วย แต่ถ้าเป็นเบี้ยประกันชีวิตที่มีระยะเวลาตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป พนักงานสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี (ข้อมูลจากกรมสรรพากร ปีภาษี 2568)

รถประจำตำแหน่งและค่าโทรศัพท์ คำนวณ “ประโยชน์เพิ่ม” อย่างไร

เมื่อบริษัทจัดรถยนต์หรือจ่ายค่าโทรศัพท์ให้พนักงานใช้ สิ่งที่พนักงานได้รับนอกเหนือจากเงินเดือนเรียกว่า “ประโยชน์เพิ่ม” ซึ่งมีผลทางภาษีที่ต้องคำนวณให้ถูกต้อง

ประโยชน์เพิ่ม (Fringe Benefit) คืออะไร

ประโยชน์เพิ่มคือทรัพย์สินหรือบริการที่นายจ้างให้พนักงานใช้โดยไม่คิดค่าตอบแทน หรือคิดในราคาต่ำกว่าท้องตลาด ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.23/2533 (ยังบังคับใช้ถึงปัจจุบัน) ถือเป็นเงินได้พึงประเมินที่ต้องนำมาคำนวณภาษีเงินได้ของพนักงาน

ประโยชน์เพิ่มที่พบบ่อย ได้แก่ รถประจำตำแหน่ง ที่พักอาศัยที่บริษัทจัดให้ ค่าโทรศัพท์ส่วนตัว และค่าสมาชิกสโมสรต่างๆ

วิธีคำนวณประโยชน์เพิ่ม รถประจำตำแหน่ง

การคำนวณประโยชน์เพิ่มจากรถประจำตำแหน่งขึ้นอยู่กับว่าเป็นรถของบริษัทหรือรถเช่า และพนักงานใช้ส่วนตัวด้วยหรือไม่

กรณีรถยนต์ของบริษัท ให้พนักงานใช้ทั้งงานและส่วนตัว

ตามแนวปฏิบัติของกรมสรรพากร ประโยชน์เพิ่มคำนวณจากมูลค่าการใช้รถส่วนตัว

ตัวอย่าง บริษัท ข จำกัด (ชื่อสมมุติ) ซื้อรถยนต์ราคา 1,000,000 บาท ให้ผู้จัดการใช้ ประเมินว่าใช้งานส่วนตัว 40%

รายการวิธีคำนวณจำนวนเงิน
ค่าใช้จ่ายรถทั้งปี (ค่าเสื่อม ค่าน้ำมัน ค่าซ่อม ประกัน)รวมค่าใช้จ่ายจริง300,000 บาท
สัดส่วนใช้ส่วนตัว300,000 × 40%120,000 บาท
ประโยชน์เพิ่มต่อปี120,000 บาท

ประโยชน์เพิ่ม 120,000 บาทนี้ต้องนำไปรวมเป็นเงินได้ของพนักงานในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และบริษัทต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายรวมกับเงินเดือนด้วย

ส่วนค่าใช้จ่ายรถทั้ง 300,000 บาท บริษัทยังคงหักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีนิติบุคคลได้เต็มจำนวน

วิธีคำนวณประโยชน์เพิ่ม ค่าโทรศัพท์

ค่าโทรศัพท์ที่บริษัทจ่ายให้พนักงานแบ่งเป็น 2 กรณี

กรณีที่ 1 ใช้เฉพาะงาน ถ้าบริษัทจัดซิมหรือเครื่องโทรศัพท์ให้ใช้งานเท่านั้น ไม่ถือเป็นประโยชน์เพิ่ม บริษัทหักค่าใช้จ่ายได้เต็มจำนวน

กรณีที่ 2 ใช้ทั้งงานและส่วนตัว เช่น จ่ายค่าโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของพนักงานเดือนละ 2,000 บาท ถ้าไม่สามารถแยกส่วนงานกับส่วนตัวได้ ต้องถือเป็นประโยชน์เพิ่มทั้งจำนวน

รายการจำนวนเงิน
ค่าโทรศัพท์ที่บริษัทจ่ายต่อเดือน2,000 บาท
ประโยชน์เพิ่มต่อปี24,000 บาท

ประโยชน์เพิ่ม 24,000 บาทนี้ต้องนำไปรวมคำนวณเป็นเงินได้ของพนักงาน

ถ้าบริษัทอยากหลีกเลี่ยงปัญหาประโยชน์เพิ่ม ให้จัดซิมบริษัทแยกต่างหาก แล้วให้พนักงานใช้เฉพาะงาน จะไม่ต้องคำนวณประโยชน์เพิ่มเลย

บันทึกบัญชีสวัสดิการพนักงานอย่างไรให้ถูกต้อง

การบันทึกบัญชีสวัสดิการพนักงานต้องแยกประเภทค่าใช้จ่ายให้ชัดเจน เพื่อให้ปิดงบและยื่นภาษีได้ถูกต้อง ตัวอย่างการบันทึก เมื่อบริษัทจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้พนักงาน 15,000 บาท

รายการDr (เดบิต)Cr (เครดิต)
ค่าสวัสดิการพนักงาน (ค่ารักษาพยาบาล)15,000
เงินสด/ธนาคาร15,000

การจัดเก็บเอกสารที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วนจะช่วยให้สรรพากรตรวจสอบได้ง่าย ควรเก็บระเบียบสวัสดิการ ใบเสร็จ หลักฐานการจ่ายเงิน และกรมธรรม์ประกันกลุ่ม ไว้อย่างน้อย 5 ปี (ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 87/3)

สรุป: วางแผนสวัสดิการให้ได้ทั้งใจพนักงานและประโยชน์ทางภาษี

  • ตรวจสอบว่าสวัสดิการที่จัดให้มีระเบียบเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อหักค่าใช้จ่ายภาษีได้
  • ค่ารักษาพยาบาลและเบี้ยประกันกลุ่มหักภาษีนิติบุคคลได้เต็มจำนวน แต่ฝั่งพนักงานต้องเช็คว่าเป็นเงินได้ที่ต้องเสียภาษีหรือไม่
  • รถประจำตำแหน่งและค่าโทรศัพท์ที่ใช้ส่วนตัวด้วย ต้องคำนวณเป็นประโยชน์เพิ่มของพนักงาน

จัดการบัญชีสวัสดิการพนักงานให้เป็นระบบด้วย PEAK

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยให้บันทึกค่าใช้จ่ายสวัสดิการพนักงานได้อย่างเป็นระบบ แยกประเภทชัดเจน พร้อมออกรายงานภาษีและรายงานค่าใช้จ่ายที่นำไปใช้ปิดงบและยื่นภาษีได้ทันที ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน


คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับสวัสดิการพนักงานและภาษี

บริษัทขนาดเล็กต้องจัดสวัสดิการอะไรบ้าง

ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน บริษัททุกขนาดต้องจัดสวัสดิการขั้นต่ำ ได้แก่ ประกันสังคม กองทุนเงินทดแทน และวันลาตามกฎหมาย ส่วนสวัสดิการเพิ่มเติมเช่น ประกันกลุ่ม ค่ารักษาพยาบาล ขึ้นอยู่กับนโยบายบริษัท ซึ่งถ้าจัดให้อย่างถูกระเบียบก็หักเป็นค่าใช้จ่ายภาษีได้ด้วย

ถ้าไม่มีระเบียบสวัสดิการเป็นลายลักษณ์อักษร จะเกิดอะไรขึ้น

สรรพากรอาจไม่ยอมรับให้หักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษี และอาจประเมินภาษีเพิ่มพร้อมเงินเพิ่มและเบี้ยปรับ ดังนั้นควรจัดทำระเบียบสวัสดิการให้ชัดเจน ระบุเงื่อนไข สิทธิ และวงเงินสูงสุดที่จ่ายให้

ประโยชน์เพิ่มที่ไม่ต้องคำนวณมีอะไรบ้าง

สวัสดิการที่ไม่ถือเป็นประโยชน์เพิ่ม เช่น ชุดยูนิฟอร์มสำหรับงาน เครื่องมือทำงาน (คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์สำหรับงานเท่านั้น) ค่าอบรมที่เกี่ยวข้องกับงานโดยตรง เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นค่าใช้จ่ายเพื่อกิจการ ไม่ใช่ประโยชน์ส่วนตัวของพนักงาน

Flexible Benefits คืออะไร บริษัทเล็กทำได้ไหม

Flexible Benefits คือระบบที่ให้พนักงานเลือกสวัสดิการตามความต้องการของตัวเอง ภายในวงเงินที่บริษัทกำหนด บริษัทเล็กก็ทำได้ เช่น ให้วงเงิน 10,000 บาทต่อปี พนักงานเลือกใช้ระหว่างค่ายิม ค่าเรียนภาษา หรือค่าตรวจสุขภาพ ถ้ามีระเบียบชัดเจนก็หักภาษีได้เช่นกันดทะเบียน


ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ตัวช่วยจัดการภาษีที่เข้าใจผู้ประกอบการ