Table of Contents

เจ้าของธุรกิจ SME หลายคนเจอค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่แล้วไม่แน่ใจว่าควรบันทึกเป็นทรัพย์สินหรือค่าใช้จ่ายดี คำตอบอยู่ที่การแยก CapEx กับ OpEx ให้ถูกต้อง เพราะสองตัวนี้ส่งผลต่อตัวเลขกำไร ภาษี และ งบการเงิน ของธุรกิจโดยตรง

บทความนี้อธิบายทั้ง CapEx และ OpEx พร้อมตัวอย่างที่เกิดใน SME ไทย วิธีบันทึกบัญชี และเคล็ดลับการเลือกใช้ให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ

CapEx (Capital Expenditure) หรือรายจ่ายฝ่ายทุนคืออะไร

CapEx คือรายจ่ายที่ธุรกิจจ่ายเพื่อซื้อหรือปรับปรุงสินทรัพย์ที่ใช้งานได้นานกว่า 1 ปี เช่น อาคาร เครื่องจักร คอมพิวเตอร์ หรือรถยนต์ รายจ่ายประเภทนี้ไม่ได้หักเป็นค่าใช้จ่ายทีเดียวทั้งก้อน แต่จะต้องทยอยหักผ่านค่าเสื่อมราคาตลอดอายุการใช้งาน

ตัวอย่าง CapEx ที่ SME เจอบ่อย

  • ซื้อคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สำนักงาน
  • ซื้อรถกระบะสำหรับขนส่งสินค้า
  • ตกแต่งร้านค้าหรือสำนักงานใหม่
  • ซื้อเครื่องจักรสำหรับโรงงาน
  • พัฒนาซอฟต์แวร์ที่ใช้ภายในบริษัท

CapEx กับค่าเสื่อมราคาเกี่ยวข้องกันอย่างไร

การคิดค่าเสื่อมราคา (Depreciation) คือการทยอยหักมูลค่า สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน เป็นค่าใช้จ่ายในแต่ละปี ตัวอย่างเช่น บริษัท ก จำกัด ซื้อเครื่องพิมพ์ราคา 60,000 บาท อายุใช้งาน 5 ปี จะหักค่าเสื่อมราคาได้ปีละ 12,000 บาท แทนที่จะหักทีเดียวทั้ง 60,000 บาท

การทยอยหักแบบนี้ทำให้ตัวเลขกำไรในแต่ละปีมีความสม่ำเสมอกว่า ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานการบัญชี NPAEs ที่ SME ทั่วไปใช้งาน (อ้างอิงข้อมูลจากสภาวิชาชีพบัญชี tfac.or.th)


OpEx (Operating Expenditure) หรือค่าใช้จ่ายดำเนินงานคืออะไร

OpEx คือค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจในแต่ละวัน เป็นสิ่งที่ใช้แล้วหมดไปภายในงวดบัญชีนั้น ไม่ได้สร้างสินทรัพย์ถาวรให้ธุรกิจ เช่น ค่าเช่าออฟฟิศ เงินเดือนพนักงาน ค่าน้ำ ค่าไฟ หรือค่าโฆษณา

ตัวอย่าง OpEx ที่ SME เจอบ่อย

  • ค่าเช่าสำนักงานหรือร้านค้า
  • เงินเดือนและค่าจ้างพนักงาน
  • ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต
  • ค่าสมัครใช้งานซอฟต์แวร์รายเดือน (Subscription)
  • ค่าโฆษณาออนไลน์ เช่น Facebook Ads, Google Ads
  • ค่าวัสดุสิ้นเปลือง เช่น กระดาษ หมึกพิมพ์

CapEx กับ OpEx ต่างกันอย่างไร

CapEx กับ OpEx มีความแตกต่างกันตั้งแต่ลักษณะการจ่าย วิธีบันทึกบัญชี ไปจนถึงผลกระทบต่อภาษี ตารางด้านล่างนี้จะช่วยสรุปความแตกต่างสำคัญให้เห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

หัวข้อCapEx (รายจ่ายฝ่ายทุน)OpEx (ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน)
ลักษณะลงทุนซื้อสินทรัพย์ระยะยาวค่าใช้จ่ายประจำวันที่ใช้แล้วหมดไป
ตัวอย่างเครื่องจักร รถยนต์ อาคารค่าเช่า เงินเดือน ค่าโฆษณา
บันทึกบัญชีบันทึกเป็นสินทรัพย์ ทยอยหักค่าเสื่อมราคาหักเป็นค่าใช้จ่ายทั้งจำนวนในงวดที่เกิด
ผลต่องบการเงินแสดงในงบแสดงฐานะการเงิน (งบดุล)แสดงในงบกำไรขาดทุน
ผลต่อภาษีหักภาษีได้ทีละน้อยผ่านค่าเสื่อมราคาหักภาษีได้ทั้งจำนวนในปีที่จ่าย
จำนวนเงินมักเป็นก้อนใหญ่ จ่ายครั้งเดียวจำนวนเล็กกว่า แต่จ่ายสม่ำเสมอ

ผลกระทบต่อภาษีต่างกันอย่างไร

จุดที่ผู้ประกอบการควรรู้คือ CapEx จะทยอยหักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ทีละน้อยตามค่าเสื่อมราคาในแต่ละปี ส่วน OpEx จะสามารถหักภาษีได้ทั้งจำนวนทันทีในปีที่จ่าย

ตัวอย่างเช่น บริษัท ข จำกัด ซื้อคอมพิวเตอร์ 90,000 บาท (CapEx) อายุใช้งาน 3 ปี จะหักค่าเสื่อมราคาได้ปีละ 30,000 บาท แต่ถ้าเปลี่ยนไปจ่ายค่าเช่าคอมพิวเตอร์เดือนละ 3,000 บาท รวมปีละ 36,000 บาท (OpEx) บริษัทจะหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ 36,000 บาทในปีนั้นทันที

ผลลัพธ์คือ OpEx ช่วยลดกำไรทางภาษีในปีที่จ่ายได้มากกว่า CapEx ในช่วงปีแรก (อ้างอิงตามหลักเกณฑ์การหักค่าเสื่อมราคาของกรมสรรพากร rd.go.th)


วิธีบันทึกบัญชี CapEx และ OpEx

CapEx กับ OpEx จะใช้ผังบัญชีคนละตัว โดย รับรู้รายการสินทรัพย์ สำหรับ CapEx เข้าฝั่งสินทรัพย์ในงบดุลก่อนแล้วค่อยทยอยหัก ส่วน OpEx จะเข้าฝั่งค่าใช้จ่ายในงบกำไรขาดทุนทันที

บันทึกบัญชี CapEx (เมื่อซื้อสินทรัพย์)

ตัวอย่าง ซื้อคอมพิวเตอร์ 60,000 บาท จ่ายด้วยเงินสด

Dr. อุปกรณ์สำนักงาน (สินทรัพย์) 60,000
Cr. เงินสด 60,000

เมื่อถึงวันสิ้นปี ต้องบันทึกค่าเสื่อมราคา (สมมติอายุใช้งาน 5 ปี หักปีละ 12,000 บาท)

Dr. ค่าเสื่อมราคา อุปกรณ์ 12,000
Cr. ค่าเสื่อมราคาสะสม อุปกรณ์ 12,000

บันทึกบัญชี OpEx (จ่ายค่าใช้จ่ายประจำงวด)

ตัวอย่าง จ่ายค่าเช่าสำนักงานเดือนละ 25,000 บาท

Dr. ค่าเช่าสำนักงาน (ค่าใช้จ่าย) 25,000
Cr. เงินสด 25,000

จะเห็นได้ว่า OpEx บันทึกได้เรียบง่ายกว่ามาก เพราะหักจบภายในงวดเดียว ไม่ต้องคอยติดตามสินทรัพย์หรือคำนวณค่าเสื่อมราคาทุกสิ้นปี


ควรเลือก CapEx หรือ OpEx เคล็ดลับสำหรับ SME

ในยุคที่ธุรกิจหันมาใช้บริการระบบ Cloud และ SaaS มากขึ้น การเลือกระหว่างการ ซื้อขาด กับ เช่าใช้ เป็นคำถามที่ผู้ประกอบการ SME เจอบ่อยมาก

สถานการณ์คำแนะนำเหตุผล
มีเงินทุนพร้อมและต้องการเป็นเจ้าของCapEx (ซื้อ)ระยะยาวอาจถูกกว่า มีสินทรัพย์เป็นของบริษัท
เพิ่งเริ่มธุรกิจ เงินทุนจำกัดOpEx (เช่า)ไม่ต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่ กระแสเงินสดไม่สะดุด
เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว (ซอฟต์แวร์ อุปกรณ์ IT)OpEx (Subscription)เปลี่ยนได้ง่าย ไม่ต้องแบกสินทรัพย์ที่ล้าสมัย
ใช้งานหนักทุกวันเป็นเวลานาน (เครื่องจักร รถขนส่ง)CapEx (ซื้อ)คุ้มค่ากว่าถ้าใช้จนครบอายุการใช้งาน

ตัวอย่างที่เห็นชัดคือโปรแกรมบัญชี ถ้าซื้อซอฟต์แวร์มาติดตั้งเอง (CapEx) ต้องดูแลเซิร์ฟเวอร์ อัปเดตเอง และเสียค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ในทีเดียว แต่ถ้าเลือกใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์แบบ Subscription (OpEx) จะได้รับการอัปเดตอัตโนมัติ ลดภาระฝ่าย IT และจ่ายเท่าที่ใช้งานจริง

ธุรกิจ SME ที่เพิ่งเริ่มต้นมักเลือก OpEx มากกว่า เพราะไม่ต้องลงทุนหนักตั้งแต่แรก รักษากระแสเงินสดได้ดี และยืดหยุ่นกว่าในกรณีที่ธุรกิจต้องปรับตัว ในทางกลับกัน ธุรกิจที่โตเต็มที่แล้วและมีเงินทุนพร้อม การลงทุนแบบ CapEx อาจคุ้มค่ากว่าในระยะยาว เพราะไม่ต้องคอยจ่ายค่าเช่าทุกเดือนและมีสินทรัพย์เป็นของตัวเอง


สรุป – CapEx กับ OpEx ต่างกันอย่างไร

CapEx คือรายจ่ายลงทุนในสินทรัพย์ระยะยาว ทยอยหักผ่านค่าเสื่อมราคา ส่วน OpEx คือค่าใช้จ่ายประจำวันที่หักได้ทันที สิ่งสำคัญที่ SME ควรจำคือ

  • แยก CapEx กับ OpEx ให้ถูก เพราะบันทึกบัญชีต่างกันและส่งผลต่อภาษีต่างกัน
  • ไม่มีตัวเลือกไหนดีกว่าเสมอไป ขึ้นอยู่กับเงินทุน ลักษณะธุรกิจ และเทคโนโลยีที่ใช้
  • บันทึกบัญชีให้ถูกตั้งแต่แรก ช่วยให้งบการเงินน่าเชื่อถือ และวางแผนภาษีได้แม่นยำ

จัดการสินทรัพย์และค่าใช้จ่ายให้เป็นระบบด้วย PEAK

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยให้ SME บันทึกทั้ง CapEx และ OpEx ได้อย่างถูกต้อง คำนวณค่าเสื่อมราคาอัตโนมัติผ่าน PEAK Asset และบันทึกค่าใช้จ่ายดำเนินงานผ่าน PEAK Account ได้สะดวก – ทดลองใช้ฟรี 30 วัน


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ CapEx OpEx

ค่าซ่อมแซมสินทรัพย์ถือเป็น CapEx หรือ OpEx

ขึ้นอยู่กับว่าการซ่อมนั้นยืดอายุหรือเพิ่มประสิทธิภาพของสินทรัพย์หรือไม่ ถ้าซ่อมเพื่อให้ใช้งานได้ตามปกติ เช่น เปลี่ยนยางรถ ถือเป็น OpEx แต่ถ้าเป็นการปรับปรุงครั้งใหญ่ที่ทำให้สินทรัพย์ใช้งานได้นานขึ้นหรือมีประสิทธิภาพดีขึ้น เช่น เปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ ถือเป็น CapEx ที่ต้องบวกเข้าไปในมูลค่าสินทรัพย์

SME ขนาดเล็กต้องแยก CapEx กับ OpEx ด้วยหรือเปล่า

ต้องแยก เพราะมาตรฐานการบัญชี NPAEs ที่ SME ใช้กำหนดไว้ว่าสินทรัพย์ที่มีอายุใช้งานเกิน 1 ปีต้องบันทึกเป็นสินทรัพย์ถาวรและคิดค่าเสื่อมราคา ถ้าบันทึกผิดอาจทำให้งบการเงินไม่ถูกต้องและอาจมีปัญหากับกรมสรรพากรตอนยื่นภาษีได้

ค่า Subscription ซอฟต์แวร์รายปี นับเป็น CapEx หรือ OpEx

ถือเป็น OpEx เพราะเป็นค่าบริการที่จ่ายเพื่อใช้งานในช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ได้ทำให้ธุรกิจเป็นเจ้าของตัวซอฟต์แวร์นั้น แม้จะจ่ายเป็นรายปีก็ยังถือเป็นค่าใช้จ่ายดำเนินงาน ต่างจากกรณีที่คุณซื้อลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์แบบขาดมาเป็นของบริษัท ซึ่งจะถูกนับเป็น CapEx (สินทรัพย์ไม่มีตัวตน)

PEAK ช่วยจัดการ CapEx OpEx ได้อย่างไร

โปรแกรมบัญชี PEAK มีระบบจัดการสินทรัพย์ที่คอยคำนวณค่าเสื่อมราคาให้อัตโนมัติ โดยคุณสามารถตั้งค่าอายุการใช้งานและวิธีคิดค่าเสื่อมได้ ส่วนการบันทึกฝั่ง OpEx ก็สามารถทำได้ตามปกติ โดยข้อมูลทุกอย่างจะเชื่อมโยงเข้าหากันโดยไม่ต้องคีย์ข้อมูลซ้ำซ้อน


ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ เปลี่ยนงานบัญชีให้เป็นเรื่องง่าย